สังคมวิปลาส “พวกหิวแสง”ครองเมือง มีบทบาทในโลกโซเชียล แต่ไร้หน่วยงานดูแล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/515169

หนึ่งตะวัน พันดาว

16 พ.ค. 2565

สังคมวิปลาส "พวกหิวแสง"ครองเมือง มีบทบาทในโลกโซเชียล แต่ไร้หน่วยงานดูแล

ผดุงคุณธรรม ขจัดคนพาล อภิบาลคนดี “หนึ่งตะวัน พันดาว”สอดส่องสังคมส่องกล้องข้าราชการ “กระทรวง-ทบวง-กรม”คนในเครื่องแบบ

สังคม..วิปลิต-วิปลาส “บ้านนี้เมืองนี้”สังคมโลกโซเชียล ผู้คนบางกลุ่มเสพข่าว โดนน้าวโน้ม..ติดกับหลงเชื่อหน้าฉาก “คนผู้นั้น”..ดีแสนดี ต่างชื่นชม “เห็นดี -เห็นงาม” หยิ่งผยองพองขน ลำพองตัวยิ่งใหญ่คับบ้านคับเมือง แถม..เหิมเกริม อยู่เหนือกฎหมาย ทำตัวดุจ“ทั่นเปาฯ” ตั้งศาลเตี้ยพิพากษาเสร็จสรรพ ชี้ผิด ชี้ถูก ตามอำเภอใจข้าฯ..OO

หนำซ้ำ..บางครั้งบางครา ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ทำตัวไม่แตกต่าง “กุ๋ยข้างถนน” พูดจาแต่ละคำ ดูหมิ่นดูแคลน หยาบคาย เสมือน..ไม่ได้อบรมบ่มสอน นับประสาอะไร..ต้องไปฟังคนจำพวกนี้ ตั้งสติไตร่ตรอง พินิจพิเคราะห์ แยกแยะ“ชั่ว-ดี” หยุดให้ราคาเสียเถอะ อย่าปล่อยให้คนจำพวกนี้จูงจมูก ทำลายคนดีๆในสังคมอีกเลย แผ่นดินจะสูงขึ้น เพราะสิ่งที่เห็น ไม่ใช่ ความจริงเสมอไป..OO

เหรียญมี 2 ด้าน..ฉันใดก้อฉันนั้น “มนุษย์ปถุชน”ก้อมี 2 ด้าน เฉกเช่นเดียวกัน
“ด้านมืด-ด้านสว่าง” บางคนฉากหน้า“คนดีแสนดี” แต่..ฉากหลัง“ชั่วช้าสามานย์” ในคราบ “นักบุญ-คนบาป” ในร่างเดียวกัน..OO

อย่าตัดสินใคร..เพียงเพราะฟังคนอื่น จงมองคนให้ขาด อ่านคนให้ออก “อย่ามองเพียงเปลือกนอก” เพราะสิ่งที่เห็น บางครั้งบางครา คือ..ภาพลวงตา จัดฉากไม่ใช่ความจริง นี่คือ..ความจริงในโลกใบนี้ ผู้คนในสังคมส่งเสียงสะท้อนมา..OO

ไม่รู้..เหตุผลอันใด “ผู้เกี่ยวข้อง”ทั้งหลายแหล่ในบ้านเมือง จึงเพิกเฉยปล่อยปละละเลย ปล่อยให้คนจำพวกนี้ “เริงร่าชูหน้าในสังคม” เพราะ..หลายหลากเรื่อราว หลายหลากเหตุการณ์ บั่นทอนความสามัคคี สร้างความแตกแยก “ประชาชนคนไทย” หรือ..จะปล่อยลุกลามบานปลาย “แบ่งขั้ว-แบ่งข้าง”สังคมแตกแยก..ยากเยียวยาแก้ไข เหมือนในอดีต นี่คือคำถาม ที่รอคำตอบ..“ผู้มีอำนาจในบ้านเมือง”..OO

หนำซ้ำ..สังคมข้องใจ เหตุใด“หน่วยงาน-องค์กร” รับผิดชอบ ตั้งขึ้นมาเพื่อตรวจสอบ “ข้อมูลข่าวสาร”บนโลกโซเชียล กลับ..ปล่อยปละละเลย บรรดา “นักปั่นกระแส”สารพัดอาชีพ บิดเบือนความจริง น้าวโน้มชวนเชื่อ..เรื่องนี้รื่องนั้น ทั้งที่..เป็นเรื่องเท็จ ไม่ใช่..ความจริง สร้างความสับสนในสังคม “แบ่งฝัก-แบ่งฝ่าย”ในความเชื่อ ปลุกกระแสตอบโต้กันไปมาด้วยถ้อยคำหยาบ รอวันปะทุ..OO

แถม..หลายครั้ง-หลายครา“บางกลุ่ม-บางแก๊ง” อหังการ เหิมเกริม ไม่เกรงกลัวบาป สร้างเฟกนิวส์ปั่นกระแส “ย่ำยีพระพุทธศาสนา” หนึ่งในสาม สถาบันหลักของชาติ ผ่าน“สื่อหลัก-สื่อเทียม” ไม่รู้..“ ผู้รับผิดชอบ” มัวทำอะไรกันอยู่ ปล่อยให้ “ผีห่า-ซาตาน”ย่ำยีได้เพียงนี้ “คนในชาติ”สะเทือนใจ มันเกิดอะไรขึ้นในบ้านนี้มืองนี้..นี่..อีกคำถาม รอคำตอบ งานนี้ต้องวอนท่าน พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้นำสีกากี พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท.รวมถึง พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา ผบก.ปอท.ช่วยตรวจสอบหน่อย..OO

แตกประเด็นไปเรื่อย..มรณกรรม “แตงโม-นิดา”ภัทรธิดา พัชระวีระพงษ์ ดาราสาวชื่อดัง  พลัดตกเรือเสียชีวิต กลางลำน้ำเจ้าพระยา ผลพ่วง“ชุดคลี่คลายคดี” พลาดท่าหยิบฉวยภาพบาดแผลประกอบวิดิทัศน์การสืบสวน ไม่แจกแจงเหตุผล ที่มาที่ไป “นักสืบโซเชียล”โดนจับโป๊ะ” กระแสถาโถมโจมตี “องค์กรตำรวจ”ซวนเซ เหตุ..โดนน้าวโน้มไม่เชื่อมั่น “ต้นทางกระบวนยุติธรรม”อยู่แล้ว สร้างความเคลือบแคลงสังคมเข้าไปใหญ่..OO
 

ประเด็นนี้..พอทำเนา เกิดจากความบกพร่องผิดพลาด แต่ประเด็น คลิปข้อมูลภาพศพหลุด แชทหลุด หลักฐานขั้นตอนในคดีหลุดออกภายนอก ได้อย่างไร ใคร..คือ..ไอ้โม่ง  “หนอนบอนไส้- สนิมเนื้อใน”ทำลายองค์กร หรือ..เกิดรายการ“ปัดแข้งปัดขา” ภายในองค์กร หวัง“เตะตัดขาใครบางคน” พ้นเส้นทาง ร่วมกับคนนอกจัดฉากใส่ไคล้สาดโคลนกล่าวหา ภาพลักษณ์องค์กรป่นปี้ เรื่องนี้..ต้องสะเด็ดน้ำควานหาตัวกระชากหน้ากาด “สนิมเนื้อใน-หนอนบ่อนไส้” มาลงโทษ..OO

โชคดี พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข แม่ทัพใหญ่สีกากี ไม่สนใจ “เสียงนก-เสียงกา”เพราะรับรู้ความเคลื่อนไหวในคดีมาตั้งแต่เริ่มต้น “รู้ตื้นลึกหนาบางแห่งคดี” ไม่โอนอ่อนตามกระแสกดดันร้องทุกข์กล่าวโทษ “ชุดคลี่คลายคดี” ไล่ตั้งแต่ พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม ผบก.สส.ภ.1 พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผบก.ภ.จ.ปทุมธานี พ.ต.อ.จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี ขวัญกำลังใจ “ผู้ใต้บังคับบัญชา”เต็มร้อย..OO

แถม..ออกโรงการันตี ไม่มีการสร้างหลักฐานเท็จ “ตำรวจมีการสอบสวนในรูปแบบคณะกรรมการสอบสวนชุดใหญ่ เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมทุกอย่าง แต่กระบวนการสอบสวนคงไม่สามารถนำพยานหลักฐานต่าง ๆมาถกเถียงกันในสื่อสังคมออนไลน์ได้ หากคดีเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลจะนำพยานหลักฐานไปต่อสู้คดีกันในชั้นนั้น เชื่อว่าเมื่อศาลมีคำพิพากษาแล้วคดีจะคลี่คลายตอบข้อสงสัยของสังคมได้”..OO

“แม่ทัพใหญ่สีกากี” เปรียบเปรย..ยกตัวอย่าง ประสบการณ์ที่เจอมากับตัวเองในคดีข่มขืน“ฆ่าแหม่มสาวชาวอังกฤษ” กับเพื่อนชายที่เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อหลายปีก่อน ประเด็นใหญ่กว่า เนื่องจากมีความเกี่ยวพันระหว่างประเทศ มีหน่วยงานตำรวจจากประเทศอังกฤษ เจ้าหน้าที่สถานทูตเข้ามาควบคุมตรวจสอบการทำงานของตำรวจไทย..OO

ณ..วันนั้น สังคมก็ตั้งคำถามเกี่ยวกับการทำงานของตำรวจว่า มีการทำงานไม่ถูกต้อง ช่วยเหลือผู้กระทำความผิด แต่เมื่อขั้นตอนเข้าสู่“กระบวนการยุติธรรม” มีการพิจารณาคดีในชั้นศาล และศาลมีคำสั่ง“ประหารชีวิต”ผู้กระทำความผิดตามพยานหลักฐาน ทุกหน่วยงานระหว่างประเทศก็ยอมรับในการทำงานของตำรวจไทย แต่สังคมกลับไม่ได้มาพูดถึงในประเด็นนี้ คดีนี้..ก้อ..เฉกเช่นกันมั่นใจ..OO

ทิ้งท้าย..“กอบกู้เกียรติยศศักดิ์ศรี”ส่งสัญญาณเปิดไฟเขียว ใครนำเสนอข้อมูลข้อเท็จจริงพาดพิงให้การทำงานของตำรวจเสื่อมเสีย มีความจำเป็นต้องพิจารณาใช้กฎหมายที่มีอยู่ในการดำเนินคดีเพื่อปกป้องการทำงาน โดยให้แต่ละหน่วยงานพิจารณาตามความเหมาะสม หากตำรวจนิ่งเฉย ไม่บังคับใช้กฎหมาย เท่ากับยอมรับว่า ข้อกล่าวหานั้นเป็นความจริง  บทสรุป..ใครโกหกมดเท็จ กล่าวหาใส่ไคล้ รอรับผลแห่งกระทำ ด้วยน้ำมือตัวเองเป็นผู้ก่อฯ..OO

ปรับทัพ..ภารกิจรับผิดชอบ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร.ลงนามคำสั่งมอบหมายงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรมให้ พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้ช่วย ผบ.ตร.รับผิดชอบพื้นที่ บช.น.แทน พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร.อีกหน้าที่  มอบหมาย พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รองจเรตำรวจแห่งชาติ รับหน้าที่ช่วยกำกับดูแลงานป้องกันยาเสพติดในโครงการชุมชนยั่งยืน  ขับเคลื่อนภารกิจเร่งด่วนเป็นรูปธรรม..OO

ขับเคลื่อนโครงการ..“ลบประวัติ ล้างความผิด คืนชีวิตให้ประชาชน”ให้สามารถกลับไปใช้ชีวิตตามปกติในสังคม..ผลพ่วง ชนักติดหลัง หลายชีวิต “อัยการ-ศาล”ยกฟ้อง พิสูจน์ความบริสุทธิ์พ้นมลทิน แต่..ประวัติยังค้างเติ้ง“ทะเบียนประวัติอาชญากร” ไร้การลบประวัติ บานตะโก้แห้ว อุปสรรคต่อการหางานจุนเจือเลี้ยงดู “ครอบครัว-ลูกเมีย”..OO

บัญชาการ..“ผู้เกี่ยวข้อง”คัดแยกหรือทำลายรายการข้อมูล“ทะเบียนประวัติอาชญากร” ของบุคคลที่ถูกบันทึกไว้ ที่เข้าหลักเกณฑ์พ้นมลทินออกจากสาระบบ ลดขั้นตอนเดินทางมาร้องขอลบออกด้วยตัวเองตามนโยบาย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข แม่ทัพใหญ่สีกากี คืนความเป็นธรรมประชาชนผู้บริสุทธิ์ หนึ่งในผลงาน “บำบัดทุกข์-บำรุงสุข”ประชาชน ก่อนอำลาชีวิตราชการ 30 กันยาฯนี้..OO

ไม่รอช้า พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร.สนองนโยบายเปิดโครงการทดลองติดตั้งเครื่องพิมพ์มือดิจิทัล live scan นำร่อง 3 แห่ง  “ สน.ปทุมวัน -บช.ก.- สภ.เมืองอุดรธานี” พิมพ์มือในระบบส่งเข้าฐานข้อมูล ทว.ตรวจสอบประวัติเข้าเกณฑ์ส่งกลับลบออกจากระบบได้ภายใน 1 วัน ถือเป็น..นิมิตใหม่ “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” สังคายนาระบบงานตำรวจ ก้าวสู่ ยุค..เทคโนโลยีครองโลก..OO

ออกสตาร์ท..“นักสืบพันธุ์ใหม่ 5 G” ร.ต.อ.ปฏิภาณ ไกรลาศฉิมพลี-ร.ต.อ.ธนพล มโนษร รอง สว.กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น.รับตำแหน่ง ร่วมทีม พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบก.สส.บช.น.กุลีกุจอไล่ล่าวายร้ายบนโลกโซเชียล ต้มตุ๋นเหยื่อซื้ออะไหล่รถยนต์ ไม่ส่งสินค้า เพียงแค่ไม่ทันไร ได้เบาะแสโชว์ศักยภาพล็อกตัวนายณฐพล สุดธิใจ วายร้ายต้มตุ๋นหลอกลวงเหยื่อชดใช้กรรมที่ก่อ..OO

แผนประทุษกรรมแยบยล..จัดซื้อบัญชีเฟซบุ๊ก ประกาศขายในกลุ่มซื้อขายที่ประวัติการใช้งานที่มีความเชื่อ เปลี่ยนชื่อใช้ต้มตุ๋นหลอกลวงเหยื่อ หนำซ้ำ..ซื้อบัญชีธนาคารจากสารพัดกลุ่มใช้รองรับเงินจากเหยื่อ หลีกเลี่ยงการจับกุม แต่ไม่พ้น..หูตา “นักสืบพันธุ์ใหม่”ปิดฉาก..นักต้มตุ๋น..OO

ไม่น้อยหน้า..“นักสืบ 5 G” ภายใต้กุมบังเหียน “ครูพี่เลี้ยง”พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภ.2 บัญชาการ ร.ต.อ.วุฒินันท์ คงดี รอง สว.กก.สส.1-ร.ต.อ.ปรมา ปราณี-ร.ต.อ.วรภัทร แสงเทียนประไพ รอง สว.กก.สส.2-ร.ต.อ.หญิง ธิดารัตน์ ผดุงประเสริฐ รอง สว.กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.ภ.2 ไล่ล่าแก๊งต้มตุ๋นบนโลกโซเชียล..OO

โชว์ฝีไม้ลาย..แกะรอยลากคอ นายกิติรัช ทัมทิม “นักต้มตุ๋น” หลอกลวงผู้เสียหายว่าขายเครื่องเล่น “Playstation 5” หลอกขายบัตรแข่งขันฟุตบอลศึกแดงเดือดระหว่าง “ลิเวอร์พูล-แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด” ในประเทศไทย หลอกขายบัตรคอนเสิร์ต จัสติน บีเบอร์ โดยไม่มีอยู่จริง นี่..แค่..ส่วนหนึ่งคดีความ ปิดฉาก..หนึ่งในวายร้ายบนโลกโซเชียล..ด้วยความร่วมแรงร่วมใจ..ดรีมทีม..“นักสืบ-มือปราบ”พันธุ์แท้..OO..สวัสดี

หนึ่งตะวัน พันดาว

ศึกโพธาราม “ปารีณา” ออกโรงวิจารณ์ งานนี้ ส.จ.เส็งมีหนาว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/515126

15 พ.ค. 2565

ศึกโพธาราม “ปารีณา” ออกโรงวิจารณ์ งานนี้ ส.จ.เส็งมีหนาว

ศึกนี้ไม่ง่าย “ปารีณา” วิจารณ์เลือกตั้งซ่อมราชบุรี เสรีพิศุทธ์ได้ลูกขยัน ปชป.ดีแต่พูด ส.จ.เส็ง ชัยทิพย์ ประมาทอาจน้ำตาตก คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

เงียบเชียบ ปารีณา วิเคราะห์เลือกตั้งซ่อมราชบุรี ชี้เป้า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส เกาะติดพื้นที่ เรียกร้อง ตรวจสอบแจกข้าวแจกของ

ปชป.ไม่ง่าย ปารีณา วิจารณ์ยับ สจ.เส็ง ชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ เหมือนจะเหนือกว่าคู่แข่งเยอะ แต่ประมาทอาจน้ำตาตก

การเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ราชบุรี เขต 3 ซึ่งวันเสาร์ที่ 21 พ.ค.2565 จะเป็นวันเลือกตั้ง แต่บรรยากาศการหาเสียงค่อนข้างเงียบเหงา เมื่อตัวแทนแชมป์เก่า ปารีณา ไกรคุปต์ ไม่ได้ลงสนาม เหลือแต่คู่ปรับเก่าอย่าง สจ.เส็ง ชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ ลงสนามแข่งกับอีก 2 ผู้สมัคร ส.ส.หน้าใหม่ คือ ณัทนันต์ นิธิภณยางสง่า พรรคเสรีรวมไทย และภิญโญศิลป์ สังวาลวงศ์ พรรคเสมอภาค

สำหรับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย แทบจะปักหลักอยู่ที่ อ.โพธาราม และ อ.จอมบึง พาทนายแป๊ว ณัฐทนันต์ นิธิภณยางสง่า ลงพื้นที่หาเสียงแทบทุกวัน

เมื่อการเลือกตั้งปี 2562 ทนายแป๊วก็ลงสมัคร ส.ส. ได้ 2,514 คะแนน แต่เลือกซ่อมหนนี้ พรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล ไม่ส่งผู้สมัคร ส.ส. ฉะนั้น ทนายแป๊วอาจได้เสียงสนับสนุนจากกองเชียร์พรรคฝ่ายประชาธิปไตย

ส่วน รฎาวัญ (ลดาวัลลิ์) วงศ์ศรีวงศ์ หัวหน้าพรรคเสมอภาค ก็ลงหาเสียงช่วยภิญโญศิลป์ สังวาลวงศ์ เหมือนกัน แต่ไม่ถี่เหมือน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์

มีข้อมูลที่น่าสนใจ ภิญโญศิลป์ สังวาลวงศ์ เคยเป็นประธานเครือข่ายกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง อ.โพธาราม และเคยเป็นรองนายก อบต.บางโตนด ซึ่งผู้ที่เป็นนายก อบต.คือ สีหเดช ไกรคุปต์ พี่ชายของปารีณา จึงมีเสียงวิจารณ์ว่า เขาเป็นตัวแทนของสีหเดช หรือไม่

มีคำถามว่า ฐานเสียงของปารีณา และฐานคะแนนพลังประชารัฐ จะเทไปที่ผู้สมัครรายใด ซึ่งคนในพื้นที่ อ.โพธาราม และ อ.จอมบึง ก็คงได้รับสัญญาณบางอย่างกันบ้างแล้ว

  • ‘แค้นฝังใจ’

นับแต่พี่ชายลงสมัคร ส.ส.ไม่ได้ ปารีณา ก็ปิดปากเงียบ ไม่พูดถึงการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ราชบุรี โดยหันไปเอาดีทางเป็นนักร้อง(เรียน)แทน กระทั่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มาหาเสียงช่วย ส.จ.เส็ง ที่โพธาราม ปารีณาจึงขยับวิจารณ์ ปชป.

วันที่ 14 พ.ค.2565 ที่ตลาดโพธาราม จ.ราชบุรี จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ปชป. ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้กับ ส.จ.เส็ง ชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ เป็นครั้งแรก

วันเดียวกัน ปารีณา ไกรคุปต์ โพสต์เฟซบุ๊คแสดงความไม่พอใจในถ้อยคำปราศรัยของหัวหน้าพรรค ปชป. ทำนองว่า เสียดสีตัวเธอเองหรือเปล่า

จุรินทร์ ลงช่วยหาเสียงให้ ส.จ.เส็ง ครั้งแรกจุรินทร์ ลงช่วยหาเสียงให้ ส.จ.เส็ง ครั้งแรก

ปารีณายังพูดถึง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ว่า “..ตอนนี้อยู่ราชบุรีทุกวัน เดินตลาดแทบทุกวัน ไปเยี่ยมทุก อบต. เทศบาล สอบถามความเดือดร้อนประชาชน ชาวบ้านบอกว่า ไม่เคยได้ยินหาเสียงเชิงโจมตีใคร”

อันที่จริง หลัง พปชร.มีมติไม่ส่งผู้สมัคร ส.ส. ปารีณาก็โพสต์เฟซบุ๊คแสดงความยินดีล่วงหน้า ที่ฝ่ายสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จะได้ ส.ส.ไปสนับสนุนอีก 1 คน นั่นหมายถึงผู้สมัคร ส.ส.พรรค ปชป.

“ความรู้สึกปารีณา ถึงแม้พี่ชายปารีณาจะไม่สามารถลงสมัคร ส.ส. ในนามของพรรคพลังประชารัฐในครั้งนี้ได้ เพราะไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคครบ 90 วัน ก็ไม่เป็นไร เพราะผู้แทนที่จะได้เข้าสภาไป จะเป็นอีกเสียงหนึ่งที่จะไปสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ แทนที่ปารีณา…”

แม้วันนี้ สีหเดช ไกรคุปต์ พี่ชายปารีณา จะลงสมัคร ส.ส.ไม่ได้ แต่ตัวเขาก็ยังออกงานสังคม พร้อมกับน้องสาว เหมือนเตรียมตัวสำหรับการเลือกตั้งทั่วไปสมัยหน้า

คนโพธาราม-จอมบึง ยังเฝ้าจับตามองว่า โค้งสุดท้ายเลือกซ่อม ตระกูลไกรคุปต์ จะเทคะแนนไปให้ผู้สมัครคนใดหรือไม่

  • ‘ขั้วอำนาจใหม่’

มองตามรูปเกม ไม่มีตัวแทน ปารีณา ในสีเสื้อพลังประชารัฐ ลงสนาม ส.จ.เส็ง-ชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ ก็น่าจะนอนมา และอาจได้เป็น ส.ส.เขตนี้ เป็นคนที่ 3 ของพรรค ปชป.

ในรอบ 20 ปีมานี้ พรรค ปชป. มี ส.ส.ในเขตโพธาราม-จอมบึง มาแล้ว 2 คนคือ ประไพพรรณ เส็งประเสริฐ และปรีชญา ขำเจริญ ทั้งคู่ต่างก็เป็นลูกสาวกำนันดังเมืองโพธาราม

อย่างไรก็ตาม ส.จ.เส็ง ลงสนามในห้วงเวลาที่พรรค ปชป.เผชิญกับปริญญ์เอฟเฟกต์ ส่งผลให้กระแสพรรคลดต่ำลง บวกกับปัญหาภายในพรรคที่มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ทำให้ สจ.เส็ง ประมาทกระแสไม่ได้

ส.จ.เส็ง เตรียมตัวจะลงสมัคร ส.ส.ราชบุรี มาตั้งแต่พ่ายศึกครั้งที่แล้ว พลันที่ทราบข่าวศาลมีคำสั่งให้ ปารีณา ไกรคุปต์ หยุดปฏิบัติหน้าที่ สจ.เส็งก็ออกแรงเดินพบปะชาวบ้านในพื้นที่ อ.โพธาราม และ อ.จอมบึง

นอกจากนี้ จตุพร กมลพันธ์ทิพย์ รองนายก อบจ.ราชบุรี ซึ่งเป็นญาติของ ส.จ.เส็ง ก็อยู่ในกลุ่มการเมืองท้องถิ่นของกำนันตุ้ย-วิวัฒน์ นิติกาญจนา นายก อบจ.ราชบุรี

ดังที่ทราบกัน พรรคพลังประชารัฐ ราชบุรี มี 2 ขั้วคือ ตระกูลไกรคุปต์ กับตระกูลนิติกาญจนา โดย บุญยิ่ง นิติกาญจนา ส.ส.ราชบุรี ภรรยาวิวัฒน์นั้น เดินคนละสายกับปารีณา

ถ้า ส.จ.เส็ง ได้เป็น ส.ส.ราชบุรี ก็เท่ากับเป็นการเสริมทัพกลุ่มราชันมังกร ของตระกูลนิติกาญจนา และน่าจับตาการเลือกตั้งสมัยหน้า กลุ่มกำนันตุ้ยจะไปทางไหน

ส่องนโยบาย “การศึกษา” ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. เช็คเลย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/515122

15 พ.ค. 2565

ส่องนโยบาย "การศึกษา" ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. เช็คเลย

อำนาจอธิปไตยเป็นของชาวกรุงเทพฯ แต่ก่อนจะเลือกใครมาเป็นผู้นำเมืองหลวง ครูแจ่ม พาส่องนโยบาย “การศึกษา” ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. “ชัชชาติ-สุชัชวีร์-วิโรจน์-สกลธี” เช็คเลย

การศึกษา คือรากฐานของชีวิต ยิ่งการศึกษาของพลเมืองที่อาศัยอยู่ในเมืองหลวงด้วยแล้ว ต้องติดอาวุธทางปัญหาระดับไหน เด็กกทม.ถึงจะไต่ฝันถึงเป้าหมายได้ “ครูแจ่ม” อาสาย่อยนโยบายการศึกษาผ่านมุมมองผู้สมัครผู้ว่ากรุงเทพมหานคร หรือ ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. ที่มีคะแนนนิยมติดท็อปเท็นก่อนหย่อยบัตรเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 22 พ.ค.2565

โรงเรียนดีใกล้บ้าน

ประเดิมด้วย สกลธี ภัททิยกุล ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ในนามอิสระ เปิดตัวนโยบายแก้ไขปัญหา กทม. ภายใต้แนวคิด “กรุงเทพดีกว่านี้ได้” และการศึกษาเป็น 1 ใน 6 นโยบายหลักหากได้รับเลือกตั้งเป็น ผู้ว่าฯกทม. เขามองว่า ระบบการศึกษา ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เด็กไทยถูกผลักออกจากระบบการศึกษาจำนวนมาก ด้วยเรื่องเทคโนโลยีเรียนออนไลน์ 

“แนวคิดแก้ไขเรื่องนี้นำมาจากประเทศฟินแลนด์ที่ได้ชื่อว่ามีระบบการศึกษาที่ดีที่สุด โดยจะทำให้มีโรงเรียนดีใกล้บ้าน มีมาตราดีใกล้เคียงกัน ไม่ต้องส่งไปเรียนข้ามเขต พร้อมปรับให้เป็นโรงเรียนสองภาษา สร้างโรงเรียนผสมเฉพาะทาง เพื่อดึงความถนัดของแต่ละคนเป็นวิชาเลือกให้กับเด็กแต่ละคน เรื่องอาหารให้ครบโภชนาการรับประทานฟรี บุคลากรสำคัญคือ ครู ต้องยกระดับคุณภาพ ใช้คิดมากกว่าการท่องจำ เพิ่มหลักสูตรหลังเลิกเรียนให้เพิ่มทักษะชีวิต ให้นักเรียนสามารถหารายได้เสริมระหว่างเรียนได้”

โรงเรียนไร้บูลลี่

วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัครผู้ว่ากทม.พรรคก้าวไกล ชูนโยบายการศึกษากรุงเทพมหานคร โรงเรียนกทม. ทั้ง 437โรงเรียนให้ไร้บูลลี่ เคารพสิทธิเสรีภาพนักเรียน ใช้พื้นที่โรงเรียน กทม. เป็น Sandbox พัฒนาหลักสูตรที่มีความหลากหลาย และเปิดกว้างให้เเด็กทุกคนสามารถวิ่งตามความฝันของตัวเองได้

“เราทุกคนชอบพูดกันว่าเด็กคืออนาคตของชาติ แต่น่าเศร้าครับ ที่คนที่คิดว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่ในสังคมนี้เสียเอง ที่เป็นคนตีกรอบอนาคตเด็กไม่ให้เติบโตงอกงาม กทม. 437 โรงเรียน ที่ดูแลนักเรียนกว่า 260,000 คน สามารถเป็นต้นแบบของ โรงเรียนที่ปราศจากการกลั่นแกล้งรังแก” (Bully-free school) และเป็นเขตปลอดอำนาจนิยมได้”

รร.กทม.เทียบชั้นรร.สาธิต

สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.พรรคประชาธิปัตย์ ระบุถึงนโยบายด้าน การศึกษา ว่า เขาอยู่กับการศึกษามาทั้งชีวิต และการศึกษาทำให้มีโอกาสมาถึงทุกวันนี้ หากได้เป็นผู้ว่าฯกทม. จะทำให้โรงเรียนในกรุงเทพมหานครทุกเขต อย่างน้อย 1 เขต 1 โรงเรียน เป็นโรงเรียนไร้รอยต่อเหมือนเป็นโรงเรียนสาธิต ให้เข้าเรียนตั้งแต่ เตรียมอนุบาล อนุบาล ประถม มัธยม โดยไม่ต้องย้ายโรงเรียนเพราะอยู่ใกล้บ้านพึ่งพาได้มีการเปลี่ยนหลักสูตรการศึกษาให้สู้ต่างประเทศได้ 

“การศึกษากทม.ต้องเร่งแก้ทั้งระบบ ตั้งแต่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ต้องได้รับการดูแลเต็มรูปแบบ ครูพี่เลี้ยงต้องเป็นครูจริงๆ ไม่ใช่อาสาสมัครการสอนต้องทันสมัย เชื่อมโยงนโยบายเน็ตฟรี โรงเรียนกทม.ต้องเป็นโรงเรียนที่ดีที่สุดเหมือนเมืองหลวงทั่วโลกและอยู่ใกล้บ้านที่พึ่งพาได้ ภายใน 2 ปีจะได้เห็นโรงเรียนต้นแบบ 1 โรงเรียน 1 เขต”

เรียนฟรีมีอยู่จริงที่รร.กทม.

ชัชชาติ สิทธิพันธ์ุ ผู้สมัคร ผู้ว่าฯกทม.อิสระ เขาเชื่อว่าหน้าที่ของ กทม. และชีวิตของเราทุกคน ถ้าเรามีการบริหารจัดการที่ดี เชื่อว่าเราทำให้ชีวิตของทุกคนดีขึ้นได้ สองปีครึ่งที่เดินลงพื้นที่ เห็นเลยว่าคนกรุงเทพฯ หมดหวัง และเขาพร้อมจะเป็นผู้นำแห่งความหวัง จะพร้อมร่วมมือกับทุกคน มาร่วมกันทำกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่น่าอยุ่ สำหรับทุกคน

“ผมจะทำให้ การศึกษา ของ 437 โรงเรียนกทม. และ ลูกหลานของชาวกรุงเทพฯ ต้องได้รับการจัดการศึกษาฟรี นโยบายเรียนฟรีต้องมีอยู่จริงที่รร.กทม. คุณภาพชีวิตของเด็กกทม.ต้องดีขึ้นเมื่อได้รับการศึกษาอย่างมีคุณในโรงเรียนกทม.รวมถึงการปรับลานชุมชนให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของลูกหลานในชุมชน ต้นทุนการศึกษาของเด็กกทม.ต้องไม่สูงเป็น2 เท่าของโรงเรียนสังกัดอื่นๆ”

รักใครชอบใคร ก็พิจารณากันให้ดี เพราะอำนาจอธิปไตยเป็นของชาวกรุงเทพมหานคร ทุกคนที่มีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้งผู้ว่าฯกทมในครั้งนี้ และนโยบายการศึกษาเป็นอีกปัจจัยที่ไม่ควรมองข้าม สำหรับ “ครูแจ่ม” คิดวิเคราะห์รอบด้านแล้วจะไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ที่รอคอยมาร่วม 9ปีนี้ แน่นอน

ทิ้งแดงสายแข็ง “อุ๊งอิ๊ง” หัวหน้าครอบครัวแดงทักษิณ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/515104

15 พ.ค. 2565

ทิ้งแดงสายแข็ง "อุ๊งอิ๊ง" หัวหน้าครอบครัวแดงทักษิณ

ปากน้ำโมเดล “อุ๊งอิ๊ง” ยุทธศาสตร์กินทีละคำ รุกทีละจังหวัด เป้าหมายหัวหน้าครอบครัวแดงทักษิณ เตะสกัดก้าวไกล ไล่ขยี้พลังประชารัฐ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ปากน้ำโมเดล อุ๊งอิ๊ง ยุทธศาสตร์กินทีละคำ รุกทีละจังหวัด เป้าหมายปลุกแดงทั้งแผ่นดิน เตะสกัดก้าวไกล ไล่ขยี้พลังประชารัฐ

กลยุทธ์กลุ่มแคร์ อุ๊งอิ๊ง  รับโจทย์หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย อ้อนเสื้อแดงคืนบ้านหลังเดิม อย่าหลงผิดสวมเสื้อสีอื่น นี่คือบันไดขั้นแรกสู่แลนด์สไลด์

ชั่วโมงนี้ อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร ไม่ต่างจากนักร้องเสียงทอง มีคิวเดินสายเปิดการแสดงทั่วประเทศ ผู้กำกับหลังม่านการแสดงคือแกนนำกลุ่มแคร์ นำโดย หมอมิ้ง นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ,หมอเลี้ยบ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี และอ้วน ภูมิธรรม เวชยชัย

นับจากการเปิดตัว อุ๊งอิ๊ง ครั้งแรกที่ขอนแก่น จนไปถึงแคมเปญครอบครัวเพื่อไทย ล้วนเป็นผลงานของ มิ้ง-อ้วน-เลี้ยบ คนสนิทวงในของบ้านจันทร์ส่องหล้า

ทักษิณ ชินวัตร ยังชื่นชมกลุ่มแคร์ที่ออกนวัตกรรมการเมืองชื่อ ครอบครัวเพื่อไทย “..คือครอบครัวที่ใหญ่มาก และเต็มไปด้วยรักกันมีอุดมการณ์เดียวกัน พร้อมให้อภัยซึ่งกันและกัน และพร้อมปรึกษาทั้งสุขและทุกข์”

เมื่อถึงเวทีสมุทรปราการ ครบรอบ 12 ปี เหตุการณ์สลายการชุมนุมเสื้อแดงที่ราชประสงค์ กลุ่มแคร์จึงถือจังหวะปลุกผีเสื้อแดง โดยเขียนบทให้อุ๊งอิ๊งอ้อนคนเสื้อแดงกลับบ้านเพื่อไทย

หลังรัฐประหาร 2557 คสช.ได้เข้าแยกสลายเสื้อแดงกลุ่มต่างๆ และดึงแกนนำแดงบางคนมาอยู่พรรคพลังประชารัฐ ส่วนกลุ่มแดงอิสระ ได้แยกตัวไปสนับสนุนพรรคอนาคตใหม่(พรรคก้าวไกล) ฉะนั้น กลุ่มแคร์จึงเดินเกมให้อุ๊งอิ๊งเปิดเวทีดึงเสื้อแดงคืนบ้านหลังเก่า

ที่สำคัญ อุ๊งอิ๊ง ต้องทำให้คนเสื้อแดงที่ย้ายข้างไปเป็นโหวตเตอร์สีส้มสมัยแล้ว เปลี่ยนใจกลับมาเลือกเพื่อไทย มิเช่นนั้นแล้ว คำว่า เพื่อไทยแลนด์สไลด์คงไม่เป็นจริง

‘ย่างก้าวอุ๊งอิ๊ง’

ขึ้นเวทีใหญ่มา 3 ครั้ง อุ๊งอิ๊ง มีแววเป็นนักพูดตัวยง หน่วยก้านดีมีอนาคตไกล โดยเฉพาะครั้งล่าสุดที่เวทีปากน้ำ ลูกสาวคนเล็กของทักษิณ พูดได้ใจคนเสื้อแดงทั้งประเทศ

28 ต.ค.2564 เวทีแรกที่ขอนแก่น อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร เปิดตัวในฐานะประธานที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พรรคเพื่อไทย โดยถ่ายทอดความหวังของทักษิณในบั้นปลายชีวิตว่า “ท่านปรารถนาอย่างมากที่จะได้กลับมาแผ่นดินไทยอีกครั้ง กลับมากราบแผ่นดินไทยอีกครั้ง”

20 มี.ค.2565 เวทีที่สองที่อุดรธานี พรรคเพื่อไทยใช้ธีมว่า ครอบครัวเพื่อไทย บ้านหลังใหญ่ หัวใจเดิม โดยอุ๊งอิ๊งขึ้นเวทีในฐานะหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย “เราต้องสู้ศึกเลือกตั้งอีกครั้ง ไทยรักไทย 14 ล้านเสียงจะเกิดขึ้นอีกครั้งกับพรรคเพื่อไทยในวันนี้”

ตัวแทนเพื่อไทย มอบเสื้อแดง 5 พันรายชื่อให้อุ๊งอิ๊งตัวแทนเพื่อไทย มอบเสื้อแดง 5 พันรายชื่อให้อุ๊งอิ๊ง

เมื่อ 20 ปีที่แล้ว พรรคไทยรักไทย มีสมาชิกพรรค 14 ล้านคน นวัตกรรมการเมืองที่ชื่อครอบครัวเพื่อไทย จะระดมสมาชิกให้ได้เท่ากับสมัยไทยรักไทยเฟื่องฟู

14 พ.ค.2565 เวทีที่สาม ที่สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทยใช้ธีม รำลึก 12 ปี การสังหารหมู่คนเสื้อแดง อุ๊งอิ๊งขึ้นเวทีชวนพี่น้องเสื้อแดงกลับบ้าน “…มาร่วมกันกับพรรคเพื่อไทยในการเปลี่ยนแปลงประเทศ ด้วยการทวงคืนอำนาจรัฐ เพื่อให้พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย”

ผลเลือกตั้งปี 2562 สะท้อนว่า ภูมิทัศน์การเมืองเปลี่ยน คนเสื้อแดงมิได้รวมกันเหนียวแน่นเหมือนเก่าแกนนำ นปช.แตกเละ หมู่บ้านเสื้อแดงล่มสลาย และแดงอิสระ หันไปสวมเสื้อสีส้ม

เมื่อ นปช.มิอาจเป็นศูนย์รวมคนเสื้อแดงได้เหมือนอดีต อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร จึงขยับเข้ามาแทนทที่ในฐานะหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และหัวหน้าครอบครัวเสื้อแดง

‘แกนนำแดงราโรย’

จังหวะนี้ อุ๊งอิ๊ง เหมาะที่สุดในการเป็นหัวหน้าครอบครัวคนเสื้อแดง เพราะในสภาพความเป็นจริงของแกนนำ นปช.นั้น ตกอยู่ในสภาวะต่างคนต่างอยู่มานานแล้ว

ก๊กพีซทีวี จตุพร พรหมพันธุ์ และผองเพื่อน พยายามสร้างอาณาจักรพีซทีวี แถวซอยวัดนวลจันทร์ แต่ไปไม่ถึงดวงดาว ต้องยุติการออกอากาศ ตอนนี้ จตุพรหันไปจับมือกับทนายนกเขา เคลื่อนไหวประเด็นร้อนเรื่องการเมืองระหว่างประเทศ

ก๊กยูดีดีนิวส์ ณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ และธิดา ถาวรเศรษฐ แยกตัวมาปักหลักแถวแยกแคราย นนทบุรี เสี่ยเต้นมีความพยายามจะตั้งพรรคเส้นทางใหม่ แต่แท้งก่อน เพราะเจอกติกาบัตร 2 ใบ 400 เขต

ก๊กผู้ลี้ภัย อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง, วันชนะ เกิดดี, นิสิต สินธุไพร และอีกหลายคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในต่างแดน ยังไม่รู้ว่าเมื่อใดจะได้กลับบ้าน อาจต้องพรรคเพื่อไทย ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลอีกครั้ง

ระยะหลังธิดา ถาวรเศรษฐ์ และเหวง โตจิราการ ยังเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับม็อบราษฎร และม็อบสามนิ้ว เหมือนจะบอกว่า คนเสื้อแดงคือผู้รักประชาธิปไตย ไม่ใช่ฐานเสียงของเพื่อไทย

จะว่าไปแล้ว องค์กร นปช. ก่อเกิดขึ้นมาจากกลุ่มคนรักทักษิณ ซึ่งยุคแรกไม่มีนักการเมืองในเครือข่ายทักษิณเข้าร่วม กระทั่ง ทักษิณ ชินวัตร ตัดสินใจไม่ยอมแพ้ จึงมอบให้จักรภพ เพ็ญแข ร่วมกับณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และจตุพร พรหมพันธุ์ ตั้งกลุ่ม นปก. ก่อนจะพัฒนามาเป็น นปช.

มวลชนคนเสื้อแดงนับหมื่นนับแสน ที่หลั่งไหลเข้ามาชุมนุมในกรุงเทพฯ ช่วงปี 2552-2553 กว่าร้อยละ90 บริหารจัดการโดยนักการเมืองของพรรคเพื่อไทย เหลืออีกร้อยละ 10 เป็นเรื่องของแกนนำแดงภูธร

ปัจจุบัน นปช.จึงกลายเป็นองค์กรที่มีแต่หัว ไม่มีมวลชน กลุ่มแคร์จึงให้อุ๊งอิ๊งเข้ามาเป็นหัวหน้าครอบครัวคนเสื้อแดงแทนที่ตู่-เต้น

ระวัง “นักการเมืองไม่ดี” จับมือ “ข้าราชการประพฤติไม่เหมาะสม”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/515097

นายหัวไทร

15 พ.ค. 2565

ระวัง "นักการเมืองไม่ดี" จับมือ "ข้าราชการประพฤติไม่เหมาะสม"

ความจริงที่พึงระวัง ทุนเหนือรัฐ “นักการเมือง” ไม่ดี และ “ข้าราชการ” ประพฤติตัวไม่เหมาะสม ร่วมกันทำลายการเมือง

-ทุนเหนือรัฐ เมื่อก่อนกลุ่มทุนทางการเมืองจะเข้าไปสนับสนุนพรรคการเมือง หรือนักการเมือง เพื่อไว้เรียกใช้ในนามที่เขาต้องการเข้าไปลงทุนในโครงการสัมปทานของรัฐ พูดง่ายๆว่ามีนักการเมือง มีพรรคการเมืองเป็นเครื่องมือในการต่อรอง สร้างเงื่อนไข หรืออำนาจที่เหนือกว่า

    แต่ปัจจุบันกลุ่มทุนเหล่านี้กระโดดเข้าสู่เวทีการเมืองเอง กำหนดกติกาเอง เล่นเอง เพราะที่ผ่านมาหวังพึ่งนักการเมือง พรรคการเมืองที่เขาสนับสนุนอาจจะ “ไม่ได้ดั่งใจ”จึงกระโดดลงมาเล่นเอง เพราะไหนๆก็ต้องจ่ายอยู่แล้ว เว้นแต่กลุ่มทุนนั่นมีแผล จึงยังไม่กล้าเข้ามาเต็มตัว ยังแอบๆอยู่ข้างหลัง ชักปาก ชักใยนักการเมือง

      กลุ่มทุนเหนือรัฐ เช่น กลุ่มทุนพลังงาน กลุ่มทุนก่อสร้าง กลุ่มทุนระบบขนส่ง กลุ่มทุนน้ำดื่ม กลุ่มทุนอาหาร รวมถึงกลุ่มทุนสื่อสาร เป็นต้น

-นักการเมืองไม่ดี เป็นกลุ่มนักการเมืองที่ไม่ได้มีอุดมการณ์ประชาธิปไตยอะไร แต่จะแอบอ้างตัวเองว่า มีอุดมการณ์ แต่ไม่เคยมีความชัดเจนว่าอุดมการณ์อะไร เป็นกลุ่มคนที่หวังก้าวเข้าสู่เวทีการเมืองเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง และพวกพ้อง เข้าไปก็มีแต่แสวงหาอำนาจ รายได้ ขายตัว ขายจิตวิญญาณ

      นักการเมืองไม่ดี จะเข้าสู่เวทีการเมืองด้วยการซื้อสิทธิ์ของประชาชน ใช้เงินสกปรก ที่ได้มาจากการประกอบอาชีพที่ผิดกฎหมาย เช่น ค้ายาเสพติด ค้าของเถื่อนของหนีภาษี เปิดบ่อนการพนัน เลี้ยงมือปืน

     นักการเมืองไม่ดีจะทุ่มเงินมหาศาล ซึ่งเป็นเงินสกปรกที่ได้มาอย่างง่ายๆ รวยเร็วๆจากอาชีพผิดกฎหมาย มากว้านซื้อเสียง เริ่มจากการซื้อหัวคะแนน หัวคะแนนไปซื้อสิทธิ์ประชาชนมาอีกทอด

     นักการเมืองไม่ดีจะอ้างประชาธิปไตย แต่การปฏิบัติ คือการทำลายประชาธิปไตย เพราะประชาธิปไตย คือเรื่องของสิทธิ เสรีภาพ ภราดรภาพ ความเสมอภาคเท่าเทียมกัน

     ประชาธิปไตย ประชาชนต้องมีสิทธิ และมีเสรีภาพ แม้กระทั้งการออกไปใช้สิทธิก็ต้องใช้สิทธิอย่างเสรี ไม่มีอำนาจอื่นมาจูงใจให้ใช้สิทธิเลือกใครคนใดคนหนึ่ง

     อำนาจอื่น อาจจะหมายถึงอำนาจเงิน อำนาจเถื่อน ซึ่งอันนี้ไม่ใช่ประชาธิปไตย ผมให้จับตาว่า ในการเลือกตั้งครั้งต่อไปจะมีการใช้อำนาจเงินกันอย่างมโหฬาร ผมเริ่มเห็นร่องรอยของนักการเมืองไม่ดี เดินกันขวักไขว่ วิ่งหาหัวคะแนนกันให้พล่าน บางครั้งวิ่งชนกันเอง

     เริ่มมีอาชีพใหม่กับการเมือง อาชีพนายหน้า หรืออาจจะเรียกว่า “Agency” ทำหน้าที่สรรหาผู้สมัครให้พรรคการเมือง ซึ่งนายหน้าจะเป็นคนในพื้นที่ กว้างขวาง รู้จักคนมาก และรู้จักคนดี ต่อไปนายหน้าก็จะกินหัวคิวจากผู้สมัครจากเงินที่พรรคการเมืองสนับสนุนมา

เวลานี้วงจรของนักการเมืองไม่ดีเริ่มมาเจอกับนายหน้าแล้ว นักการเมืองไม่ดีอาจจะยอมควักจ่ายให้นายหน้าด้วย เพื่อให้เสนอเขาเป็นผู้สมัคร เพราะนักการเมืองไม่ดีมีเงิน และเป็นเงินที่หามาง่ายๆจากอาชีพสกปรก อาชีพสีเทา

     เลือกตั้งสมัยหน้าเราจะได้เห็นนักการเมืองไม่ดี กลุ่มคนสีเทาลงสมัครรับเลือกตั้งกันไม่น้อย และบางคนอาจจะชนะการเลือกตั้งจากการใช้เงินสกปรกหว่านซื้อสิทธิประชาชน

-ข้าราชการประพฤติตัวไม่เหมาะสม ถึงเวลาหนึ่งนักการเมืองไม่ดีก็จะเดินทางมาชนกับข้าราชการประพฤติตัวไม่เหมาะสม  ซึ่งเป็นกลุ่มข้าราชการที่แสวงหาประโยชน์จากโครงการของรัฐบาล กดขี่ข่มเหงประชาชน สุดท้ายก็มาจับมือกับนักการเมืองไม่ดี แสวงหาความมั่งคั่งร่วมกัน ผลาญงบประมาณของรัฐอันมาจากภาษีของประชาชน และสุดท้ายก็ก้าวเหยียบหัวประชาชนร่วมกัน

      เราจะเห็นข้าราชการที่ประพฤติตัวไม่เหมาะสมเดินเชิดหน้าชูตาอยู่ในสังคม เหมือนกับคนที่มีเกียรติ์ มีศักดิ์ศรี แต่แท้จริงแล้วเขากำลังนั่งอยู่บนก้อนหินโสโครก ถ้าวันไหนนักการเมืองไม่ดี มาเจอกับข้าราชการประพฤติตัวไม่เหมาะสม เขาจะคุยกันรู้เรื่องในที่ลับ

       สามองคาพยพนี้คือความเลวร้ายของวงจรอุบาทในเมืองไทย ทุนเหนือรัฐก็จะเป็นกลุ่มทุนผูกขาด เป็นกลุ่มก้อนในสังคมที่มีเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ แต่กุมอำนาจอยู่เหนือรัฐ จะบีบก็ตายจะคลายก็รอด ถ้าสามกลุ่มก้อนนี้สุมหัวกันสมคบคิด ลองคิดดูว่าประเทศนี้จะเกิดอะไรขึ้น

      เขียนมาให้คิด สะกิดให้ได้ทบทวนกัน อย่าร่วมกันทำลายประชาธิปไตย

ปม “หลวงปู่แสง” โดนแน่ “หมอปลา” ถูกร้องเอาผิดได้ตาม พรบ.สงฆ์ ดังได้ก็ดับได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/514931

เปรียญ12

14 พ.ค. 2565

ปม "หลวงปู่แสง" โดนแน่ "หมอปลา" ถูกร้องเอาผิดได้ตาม พรบ.สงฆ์ ดังได้ก็ดับได้

การยอมรับผิดของ “หมอปลา” เป็นเรื่องที่ดีในสังคม แต่กรณี “หลวงปู่แสง ญาณวโร” เข้าข่ายการใส่ความ คณะสงฆ์ หรือสงฆ์อื่น อันอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสีย-แตกแยก ต้องถึงมือพระสังฆาธิการหรือไม่

หลวงปู่แสง ญาณวโร อายุ 89 ปี ที่พักสงฆ์บ้านดงสว่าง อ.ป่าติ๋ว จ.ยโสธร เมื่อก่อนดังในหมู่ศิษย์ ที่รักและเคารพ แต่ตอนนี้พัฒนาไปไปไกล เกินคาดหมาย คือ ดังระดับชาติ สื่อกระแสหลัก และโซเชี่ยล มีเดีย เสนอข่าว ความเคลื่อนไหว และความคิดเห็นในทำนองเชิดชู ยกย่อง ท่าน แม้ว่าจะมีภาพ ถูกเนื้อ ต้องตัวหญิงสาว (หากมีกำหนัดต้องอาบัติสังฆาทิเสส) โดยศิษย์ใกล้ชิดว่าท่านเป็น อัลไซเมอร์ ที่ทำไปเพื่อรักษาโรค ต่างหาก

ส่วน หมอปลา หรือนายจีรพันธ์ เพชรขาว มือปราบสัมภเวสี (ใครตั้งให้ก็ไม่ทราบ) ที่บุกไปยังสำนักหลวงปู่ พร้อมทีมสื่อมวลชนเพื่อหาข้อเท็จจริง ได้ถูกกระแสตีกลับ ในทำนองว่ามีหน้าที่อะไร แลทำไมใช้คำหยาบคายต่ออริยสงฆ์อย่างหลวงปู่
ส่วนนักข่าวสาวของดิจิตอลทีวีช่องหนึ่ง ถูกต้นสังกัดสั่งพักงาน และ ให้พ้นสภาพการเป็นผู้สื่อข่าว
เพราะใช้คำหยาบคายต่อหลวงปู่ผู้ชรา เช่นกัน

หมอปลา พร้อมคณ และะสื่อมวลชน เข้าพบ หลวงปู่แสง ญาณวโรหมอปลา พร้อมคณ และะสื่อมวลชน เข้าพบ หลวงปู่แสง ญาณวโร

หมอปลา เองก็ออกมาแก้ต่าง พร้อมขอขมาหลวงปู่แสง
ในขณะที่องค์กรสื่อ ออกโรงถามหาจริยธรรมสื่อในการเสนอข่าวพระสงฆ์ ว่าสื่อทำเกินเลย ขาดสำนึกที่ดี ไม่มีความเคารพ ใช่หรือไม่ ทราบเป็นการภายในว่าจะจัดเสวนาหาคำตอบเรื่องนี้ (ยังไม่ยุติว่าจะออกมาแบบไหน)
ส่วนผมเอง ต้องการถามพระสงฆ์ฝ่ายปกครอง หรือพระสังฆาธิการของคณะธรรมยุต ว่าทำไมนิ่งเฉยเมื่อเกิดเรื่อง ที่พระสูงวัย ทำเรื่องขัดต่อพระธรรมวินัย หรือจะปล่อยให้หายไปตามกระแสลม
ถ้าปล่อยให้หายไปตามกระแสลม โดยไม่ทำความจริงให้ปรากฏ พระสังฆาธิการตามลำดับ อาจเสี่ยงต่อการตำหนิจากผู้ปกครองระดับสูงว่า หย่อนสมรรถภาพก็ได้

แท้จริงแล้ว พระวินัยนั้นเป็นศีล ที่เป็นพื้นฐานของการเจริญกุศลธรรมให้สูง เพื่อเข้าสู่สมาธิ และปัญญา
ถ้ารักษาวินัยไว้ไม่ได้ แล้วจะเจริญศีล สมาธิได้อย่างไร
เมื่อดูพฤติกรรมของหมอปลา ที่บอกว่าบุกวัดเพราะมีคลิป ที่ผู้เสียหายร้องเรียนมา ทำให้ อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ออกมาเตือนว่าห้าวเกินไป ทำอะไรให้รอบคอบ หลงคำเยินยอ ดังได้ ก็ร่วงได้
อาจารย์เฉลิมชัย ว่าเป็นห่วง ที่ผ่านมาทำดีแล้ว ปกป้องพุทธศาสนา แต่การลุยแบบขาดสติ ต้องระมัดระวังทั้งกิริยามารยาท ต้องระวัง ดังแล้ว คนติดตามเยอะ ขึ้นได้ก็ร่วงได้  ดังได้ ก็ดับได้

หลวงปู่แสง ญาณวโรหลวงปู่แสง ญาณวโร

อย่างไรก็ตาม การกระทำของ “หมอปลา” ต่อหลวงปู่ ถ้าไม่ใช่เรื่องจริง (จัดฉาก) อาจเสี่ยงผิด กม.สงฆ์ ( พรบ.สงฆ์ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2535)  ที่ระบุใน ม. 44 ตรี ว่า “ผู้ใดใส่ความ คณะสงฆ์ หรือสงฆ์อื่น อันอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสีย หรือความแตกแยก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี ปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ”

หลวงปู่แสง ญาณวโรหลวงปู่แสง ญาณวโร

ดังนั้น หมอปลาจะประสงค์ดีต่อ คณะสงฆ์ และพุทธศาสนาเพียงไร แต่กฏหมายก็ไม่ให้ทำได้ดังใจ
จึงพึงระวัง ตามที่อาจารย์เฉลิมชัย ว่าขึ้นได้ ก็ร่วงได้ ดังได้ ก็ดับได้
เอวัง ก็มีด้วยประการฉะนี้

เรื่อง : เปรียญ12

ไม่เขาก็เรา “อัศวิน” พ่วงสุชัชวีร์ สกลธี รสนา สู่โหมดเลือกขั้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/514879

13 พ.ค. 2565

ไม่เขาก็เรา "อัศวิน" พ่วงสุชัชวีร์ สกลธี รสนา สู่โหมดเลือกขั้ว

โหวตเชิงยุทธศาสตร์ “อัศวิน” พ่วงสุชัชวีร์ ,สกลธี และรสนา เข้าสู่โหมดไม่เลือกเรา เขามาแน่ กองเชียร์บิ๊กเนมเสนอ ต้องเลือกเบอร์เดียว คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

โหวตเชิงยุทธศาสตร์ “อัศวิน” ตามด้วยสุชัชวีร์ ,สกลธี และรสนา เข้าสู่โหมดไม่เลือกเรา เขามาแน่ กองเชียร์ จำต้องเลือกคนใดคนหนึ่ง 


สังคมแบ่งขั้ว “อัศวิน” ที่มีตะกร้าคะแนนฝ่ายเดียวกันกับสุชัชวีร์, สกลธี และรสนา กองเชียร์บิ๊กเนมเริ่มแสดงตัว พร้อมข้อเสนอต้องเลือกเบอร์เดียว


ใกล้ถึงวันเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. จากโพลสำรวจความนิยมทุกสำนัก พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง และสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ จะอยู่ในลำดับที่ 2 และ 3 สลับกันไปมา แต่นักวิเคราะห์การเมืองต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เสียดายที่สองคนนี้มีฐานเสียงใกล้เคียงกัน 
 

เสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนและการตลาด โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊คว่า “ถึงเวลาที่สลิ่มต้องตัดสิน Strategic vote แล้วนะคะ 3, 4, 6, 7 รวมใจกันเลือกเบอร์เดียวที่มีทางจะทำให้เขาคนนั้นที่เราคิดว่าไม่น่าจะอิสระจริงได้ชัยชนะ อย่าดื้อดึงดันที่จะเลือกคนที่เราชอบให้เสียงแตกแล้ว ให้เขาชนะนะคะ…”


โหวตเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic vote) เคยถูกนำมาใช้บ่อยในโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง อย่างการเลือกตั้ง ส.ส.สมัยที่แล้ว แกนนำเพื่อไทยบางคนก็เคยเสนอให้ฝ่ายประชาธิปไตย ควรโหวตเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อเอาชนะฝ่ายสืบทอดอำนาจ คสช.


ตัวเต็งอย่าง ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ก็แสดงความเห็นว่า ไม่สนับสนุนการเลือกเชิงกลยุทธ์ (strategic vote) และอยากจะให้เลือกผู้สมัครที่ชอบในนโยบายหรือผลงาน ไม่ใช่เลือก เพราะเกลียด หรือไม่ชอบเบอร์อื่น


“ฐานเสื้อสีฟ้า”
พูดกันตามตรง “อัศวิน” และผู้สมัครผู้ว่าฯ อีก 2 คนอย่าง สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ พรรคประชาธิปัตย์ และสกลธี ภัททิยกุล ผู้สมัครอิสระ ต่างก็มีฐานเสียงใกล้เคียงกัน เฉพาะอัศวิน และสกลธี ก็เคยร่วมงานกับ ปชป.มาก่อน


ไม่น่าแปลกใจที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี ออกมาชักธงโหวตเชิงยุทธศาสตร์ให้เลือก พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ในนามอิสระ เพื่อต่อต้านระบอบทักษิณจำแลง 

อดีตคน ปชป.อย่าง ถาวร เสนเนียม เป็นอีกคนหนึ่งที่มาช่วย พล.ต.อ.อัศวิน เพราะมีหนี้ทางใจต่อกัน สมัยการเคลื่อนไหวของมวลมหาประชาชน ปี 2556 วันนี้ ทินกร ปลอดภัย คนสนิทของถาวร เสนเนียม ก็เป็นหนึ่งในทีมงานอัศวิน ดูแลพื้นที่เขตมีนบุรี และกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก


ขณะที่ สุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย เปิดหน้าเชียร์สกลธีร ภัททิยกุล ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ในนามอิสระ โดยบอกเหตุผลว่า “สกลธี ไม่ใช่กากเดนของระบอบทักษิณ และเชื่อมั่นว่า สกลธี จะไม่รับใช้ระบอบทักษิณแน่นอน”


เช่นเดียวกับ ทยา ทีปสุวรรณ ภรรยา ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ อดีตรัฐมนตรีศึกษาธิการ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊คว่า ก็เชียร์สกลธี “..จั้มเป็นน้องรัก ที่รู้จักและทำงานร่วมงานกันมาตั้งแต่ อยู่พรรคประชาธิปัตย์ และลาออกมาต่อสู้ร่วมกันในนาม กปปส กับคนกรุงเทพฯ”


ส่วน สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ เปิดตัวช้ากว่าคู่แข่งตัวเต็งอย่างชัชชาติ พึ่งพาฐานเสียงของ ปชป.เป็นหลัก ก็ต้องปลุกกระแสสปิริตชาว ปชป.ในเมืองหลวงให้กลับมา


ดังที่รู้กัน การเลือกตั้งปี 2562 ชาว ปชป.ในเมืองหลวงจำนวนไม่น้อยเทใจไปเลือกพลังประชารัฐ เพื่อให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งคนเสื้อสีฟ้ากลุ่มนี้ จะหวนกลับมาเลือก ดร.เอ้ หรือไปเลือกสกลธี ก็น่าคิดอยู่เหมือนกัน 


“ฐานเสื้อเหลือง”
ม้านอกสายตาอย่าง รสนา โตสิตระกูล ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ก็มีกองเชียร์เยอะเหมือนกัน พล.ต.จำลองศรีเมือง อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในฐานะอดีตผู้ว่าฯ กทม. ได้เขียนจดหมายถึงชาวกรุงเทพฯ ขอให้ช่วยกันเลือกรสนา เบอร์ 7 เป็นผู้ว่าฯ กทม. “…เปลี่ยนผลโพลทั้งหลายได้ให้เหมือนสมัยที่เคยเลือกผมนะครับ”


สนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรฯ ได้โพสต์สนับสนุนรสนา “น่าเสียดายมากที่เธอเป็นม้านอกสายตา…และน่าจะเป็นผู้สมัครคนเดียวที่ให้ความจริงใจกับส่วนรวม และความซื่อสัตย์กับองค์กรที่เธอกำลังเสนอตัวเข้าไปบริหาร”


นอกจากนี้ สมณะโพธิรักษ์ ยังได้ประกาศให้ชาวสันติอโศกระดมกำลังช่วย รสนา โตสิตระกูล ให้เหมือนสมัยที่ชาวอโศกหนุน พล.ต.จำลอง เป็นผู้ว่าฯ กทม.


ช่วงม็อบคนเสื้อเหลือง ปี 2549-2551 ปรากฏว่า มีคนชั้นกลางในกรุงเทพฯเข้าร่วมจำนวนมาก และการที่อดีตแกนนำพันธมิตรฯ ออกหน้ามาเชียร์รสนา ก็น่าจะได้เสียงจากคนเสื้อเหลืองลูกจีนรักชาติอยู่ไม่น้อย

ชนกำนัน “ทักษิณ” จัดเต็มระบอบแม้ว ศึกชิงเมืองหลวง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/514849

13 พ.ค. 2565

ชนกำนัน "ทักษิณ" จัดเต็มระบอบแม้ว ศึกชิงเมืองหลวง

ศึกชิงเมืองหลวง “ทักษิณ” ยกระบอบทักษิณยังอยู่ เมืองไทยปังกว่านี้ หนุน ส.ก.เพื่อไทยแลนด์สไลด์ กำนันสุเทพ-หมอวรงค์ ปลุกต้านนอมินีแม้ว คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

ศึกสองขั้วรีเทิร์น “ทักษิณ” งัดมุมบวกระบอบทักษิณ จุดไฟขัดแย้งในสมรภูมิเมืองหลวง สุเทพโต้กลับเลือกสกลธี ต้านทักษิณคัมแบ็ค


ทดสอบแลนด์สไลด์ “ทักษิณ” ไม่หวั่นกระแสตีกลับ ชี้ถ้าระบอบทักษิณยังอยู่ เมืองไทยไปไกลแน่ กระชากเรตติ้ง ให้ทีม ส.ก.เพื่อไทยกวาด 25 ที่นั่ง


โค้งสุดท้ายสมรภูมิเมืองหลวง ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ นำโด่งทุกโพล น่าจะเข้าป้ายผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่ แต่ศึกเลือกตั้ง ส.ก. ยังสู้กันฝุ่นตลบ เพราะพรรคใหญ่อ่านเกมข้ามช็อต ถ้า ส.ก.สอบไม่ผ่าน เลือกตั้งทั่วไปลำบากแน่

ทักษิณปลุกระบอบทักษิณ ในคลับเฮาส์ทักษิณปลุกระบอบทักษิณ ในคลับเฮาส์
 

วันอังคารที่ 10 พ.ค.2565 ในรายการแคร์คลับเฮาส์ โทนี่ วู้ดซั่ม หรือทักษิณ ชินวัตร จึงประกาศคำโต ๆ “ถ้าระบอบทักษิณยังอยู่ เมืองไทยดีขึ้นแน่…” ตามมาด้วยกลุ่มแคร์นำประเด็นนี้มาขยายผล ด้วยการโชว์ผลงานสมัยรัฐบาลทักษิณ เพื่อตอบโจทย์ ถ้าระบอบทักษิณยังอยู่ เมืองไทยไปไกลแน่


ด้วยความเป็นยอดนักการตลาดการเมือง ทักษิณจึงหยิบฉวยวาทกรรมระบอบทักษิณ ที่ฝ่ายตรงข้ามเคยนำไปปลุกระดมประชาชนโค่นรัฐบาลไทยรักไทยและเพื่อไทย มาใช้ในอีกด้านหนึ่ง ซึ่งเป็นด้านบวกของระบอบทักษิณ


เกือบครบขวบปีแล้ว ที่กลุ่มแคร์มีการรีแบรนด์ หรือปรับภาพลักษณ์ทักษิณ จากขวัญใจคนรากหญ้า เป็นโทนี่ของคนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นเดิมพันสุดท้าย เป็นการรีแบรนด์เพื่อเปลี่ยนสถานะ ให้พรรคเพื่อไทยได้กลับมาเป็นผู้บริหารประเทศ


ขณะเดียวกัน สุเทพ เทือกสุบรรณ คู่รักคู่แค้นของทักษิณ ก็ปลุกมวลชน กปปส.ให้ไปเลือกสหายร่วมรบ สกลธี ภัททิยกุล เพื่อต้านตัวแทนระบอบทักษิณมาเป็นผู้บริหาร กทม.


ส่วน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี ก็เรียกร้องผู้รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เลือก พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง เป็นผู้ว่าฯ กทม. ต่อต้านระบอบทักษิณจำแลง

“ต้านระบอบทักษิณ”
“ทักษิณ” ประเมินแล้วว่า โค้งสุดท้ายเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. จะต้องถูกฝ่ายตรงข้ามงัดมุขเดิมไม่เลือกเรา เขามาแน่ ดังนั้น ทักษิณจึงชูมุมบวกของระบอบทักษิณ 


วันที่ 12 พ.ค.2565 สุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชน เพื่อการปฏิรูปประเทศไทย(มปท.)ได้เผยแพร่รายการคุยกับลุง EP 28 ในเฟซบุ๊กส่วนตัวโดยพูดถึงการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

ลุงกำนันได้ชี้ให้เห็นว่า มีผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.หลายคน ทั้งเปิดเผยและไม่เปิดเผย มีความสัมพันธ์มีความใกล้ชิด เคยได้ประโยชน์จากระบอบทักษิณ เขาไม่อยากให้คนเหล่านั้นมาบริหาร กทม. จึงขอให้มวลมหาประชาชนเลือก สกลธี ภัททิยกุล


“คุณสกลธี เรียกว่าเป็นสหายร่วมรบมากับผม นอนกลางดินกินกลางถนน ต่อสู้กับความพยายามของระบอบทักษิณ ที่จะออกกฎหมายนิรโทษกรรม ล้างผิดให้พวกเดียวกัน โดยเพราะล้างผิดให้คุณทักษิณที่หนีคดีไปต่างประเทศ ต่อสู้กับระบอบทักษิณที่ใช้อำนาจอย่างไม่เป็นธรรมฉ้อโกงทุจริตคอร์รัปชั่น..” 


มีข้อน่าสังเกต ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ในปีกของฝ่ายตรงข้ามระบอบทักษิณ มีทั้ง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง กลุ่มไทยภักดีหนุน , สกลธี ภัททิยกุล กลุ่มสุเทพเชียร์ และรสนา โตสิตระกูล ที่มีแกนนำพันธมิตรฯออกโรงเชียร์เต็มที่


“ไม่เอาระบอบประยุทธ์”
เหลือไม่ถึง 10 วัน อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร ทายาท “ทักษิณ” ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้ ส.ก.ถี่ขึ้น และทุกการเคลื่อนไหวของหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ย่อมคู่ขนานไปกับกลยุทธ์กลุ่มแคร์ที่ปั่นผลงานของรัฐบาลทักษิณปลุกความทรงจำชาวบ้าน


รายการแคร์คลับเฮาส์วันอังคารที่ผ่านมา ทักษิณมาพร้อมขุนพลไทยรักไทย สำรวจจักรวาลที่ระบอบทักษิณไม่เคยถูกรัฐประหารไปด้วยกัน


ทักษิณได้ฉายภาพผลงานเก่าๆ ที่เรียกว่า ระบอบทักษิณ เพื่อเปรียบเทียบกับระบอบประยุทธ์ ซึ่งถ้าไม่มีการรัฐประหาร 2549 เมืองไทยจะเป็นอย่างนี้ ยาเสพติดไม่ถูกขนาดนี้,คนไทยจะไร้ความจน, เศรษฐกิจไกลระดับโลก, ท่องเที่ยวเติบโต ,ไปไกลกว่า E-Government ,ลดระบบราชการให้เล็กลง, ได้เลือกผู้ว่าทุกจังหวัด, ประชาชน คนรุ่นใหม่มีอนาคต ฯลฯ


อย่างเช่นนโยบาย 30 บาท รักษาทุกโรค เป็นแบรนด์ของพรรคไทยรักไทย ซึ่งอยู่ในใจคนไทยมานานกว่า 2 ทศวรรษ ไม่ว่ารัฐประหาร 2549 และ 2557 ก็ไม่อาจทำลายโครงการนี้ได้


พรรคเพื่อไทยจึงปั้นนโยบาย 50 เขต 50 โรงพยาบาล ก้าวต่อไปของ 30 บาทรักษาทุกโรค สำหรับการเลือกตั้ง ส.ก. โดย นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี  กระโดดเข้ามาเล่นด้วยตัวเอง


นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายหาเสียงเลือกตั้ง ส.ก. ยังได้เสนอนโยบายกองทุนพัฒนาชุมชน 200000 บาท ที่มีต้นแบบจากกองทุนพัฒนาหมู่บ้านและชุมชนเมือง (เอสเอ็มแอล) สมัยพรรคไทยรักไทย และเป็นส่วนหนึ่งของประชาธิปไตยกินได้


หมอมิ้ง ขุนพลเอกของทักษิณ ประเมินว่า ด้วยนโยบายประชานิยมเวอร์ชั่นใหม่ ที่โดนใจชาวบ้าน ผู้สมัคร ส.ก.เพื่อไทย จะได้รับเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์

เจาะอีสานไม่เข้า “ประวิตร” เสี่ยงต่ำร้อย หลงเหลี่ยมทักษิณ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/514765

12 พ.ค. 2565

เจาะอีสานไม่เข้า "ประวิตร" เสี่ยงต่ำร้อย หลงเหลี่ยมทักษิณ

เจาะอีสานไม่เข้า “ประวิตร” สมัยหน้าจะเอา 150 เสียง มาจากไหน หลงเหลี่ยมทักษิณ แก้กติกาเลือกตั้งบัตร 2 ใบ คาดว่า ส.ส.อีสานสมัยหน้า พลังป้อมต่ำสิบ คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

เจาะอีสานไม่เข้า “ประวิตร” สมัยหน้าจะเอา 150 เสียง มาจากไหน ยิ่งทักษิณรุกหนัก ยิ่งกระทบฐาน พปชร. คาดว่า ส.ส.อีสานสมัยหน้า ได้ไม่ถึงสิบคน 


เสี่ยงต่ำร้อย “ประวิตร” เชื่อ ร.อ.ธรรมนัส เล่นเกมแก้กติกาเลือกตั้งบัตร 2 ใบ เข้าทางทักษิณ ปั่นอุ๊งอิ๊งแลนด์สไลด์ พลังประชารัฐจะเหลือแค่ปักษ์ใต้ และกลุ่ม ส.ส.บ้านใหญ่ ไม่กี่จังหวัด


คณะ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง กำลังสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ จะใช้แบบคู่ขนาน หารด้วย 100 หรือกลับไปสู่ระบบจัดสรรปันส่วนผสม หารด้วย 500

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐสนับสนุนสูตรหารด้วย 100 แต่พรรคเล็กที่หนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เลือกสูตรหารด้วย 500 


ปีที่แล้ว พล.อ.ประวิตร ชูธงแก้รัฐธรรมนูญเรื่องระบบเลือกตั้ง จะใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เลือก ส.ส.เขต 400 คน เลือก ส.ส. บัญชีรายชื่อ 100 คน ตามคำแนะนำของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สมัยเป็นเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ


หลัง ร.อ.ธรรมนัส แยกตัวออกไปตั้งพรรคเศรษฐกิจไทย พล.อ.ประวิตร ก็ยังมั่นใจว่า พรรคพลังประชารัฐ จะได้ 150 เสียง ในการเลือกตั้งสมัยหน้าขุนพลสู้ศึกเลือกตั้งของบิ๊กป้อม ประกอบด้วย สันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรค ,สุชาติ ชมกลิ่น ผู้อำนวยการพรรค และสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานยุทธศาสตร์พรรค  


อย่างไรก็ตาม แม้ ร.อ.ธรรมนัส และพลพรรค จะแยกตัวออกไป แต่พลังประชารัฐก็ยังอยู่ในสภาพอ่อนแอทั่วทั้งพรรค หากลงสนามเลือกตั้งสมัยหน้า ด้วยกติกาบัตร 2 ใบ เหมือนรัฐธรรมนูญ 2540 ไม่มีทางสู้พรรคของทักษิณได้เลย


ยิ่งความขัดแย้งของคนรอบกาย พล.อ.ประยุทธ์ กับ พล.อ.ประวิตร ยังดำรงอยู่ ยิ่งส่งผลต่อความเป็นเอกภาพของพลังประชารัฐ  


“อีสานเสี่ยงต่ำสิบ”
การตั้งเป้า 150 เสียงของ “ประวิตร” นั่นหมายความว่า พลังประชารัฐก็จะต้องได้ ส.ส.อีสาน มากกว่าสมัยที่แล้วคือ ต้องได้มากกว่า 12 ที่นั่ง


30 กว่าปีที่ผ่านมา พรรคไหนยึดสนามเลือกตั้งอีสานได้ ก็เป็นแกนจัดตั้งรัฐบาล ยกเว้นครั้งที่แล้ว ตามกติกาที่แก้ไขใหม่ สมรภูมิอีสาน จะมี ส.ส. 132 ที่นั่ง เพิ่มจากเดิมที่มีอยู่ 126 ที่นั่ง 
 

ผลเลือกตั้งปี 2562 พรรคพลังประชารัฐได้ ส.ส.ในภาคอีสาน 15 คน (รวมทั้ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ 3 คนและ ส.ส.เขต 12 คน) และบรรดา ส.ส.เกรด A และ B ที่ย้ายมาจากพรรคเพื่อไทย สอบตกเกลี้ยง


ปัจจุบัน 12 ส.ส.เขตภาคอีสานของพลังประชารัฐ เหลืออยู่ 6 คน หลังจาก วัฒนา ช่างเหลา ส.ส.ขอนแก่นและสมศักดิ์ พันธ์เกษม ส.ส.นครราชสีมา ย้ายไปพรรคภูมิใจไทย ทัศนาพร เกษเมธีการุณ ส.ส.นครราชสีมา,เกษม ศุภรานนท์ ส.ส.นครราชสีมา ,ณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์ ส.ส.สุรินทร์ และ ธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ ส.ส.อุบลฯ ย้ายไปสังกัดพรรคเศรษฐกิจไทย


ในจำนวน 6 คนที่เหลืออยู่ ก็เป็นเครือญาติของวิรัช รัตนเศรษฐ และ 2 ส.ส.ชัยภูมิ ที่มีข่าวลือว่าจะย้ายไปอยู่ภูมิใจไทย


วันนี้ พล.อ.ประวิตร ตั้งแม่ทัพอี๊ด-พล.อ.ธัญญา เกียรติสาร เป็นแม่ทัพอีสาน ดูแลทั้ง 20 จังหวัด โดยมี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา เป็นแม่ทัพหลังม่าน ประสานกับวิรัช รัตนเศรษฐ และกลุ่มสามมิตรสายอีสาน


ดูหน่วยก้านผู้สมัคร ส.ส.อีสานตอนเหนือ 22 คน ที่เปิดชุดแรกแล้ว ก็น่าเป็นห่วง พล.อ.ประวิตร เพราะยังไม่เห็นวี่แววว่า พปชร.จะได้ ส.ส.อีสาน เท่ากับของเดิม


“พึ่งลัทธิบ้านใหญ่”
“ประวิตร” เคาะตัวเลข ส.ส.สมัยหน้าไว้ 150 คน ประเมิน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 20-25 คน และที่เหลือเป็น ส.ส.เขต โดยวางน้ำหนักไว้ที่ภาคกลาง ภาคเหนือตอนล่าง และภาคใต้


สุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี ในฐานะผู้อำนวยการพรรค วางเป้าหมายโกย ส.ส.ไว้ที่ภาคกลาง (รวมภาคตะวันออกและตะวันตก) สมัยที่แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ มีแฟนคลับหนาแน่นอยู่ที่ภาคกลาง พลังประชารัฐ จึงได้ส.ส.มากที่สุด ประมาณ 35-36 ที่นั่ง


มังกรเฮ้งเล่าว่า ในภาคกลาง เลือกตั้งสมัยที่แล้ว พลังประชารัฐ ได้ ส.ส. 35 คน 35 เขต และแพ้ไม่ถึง 1,000 คะแนน 10 กว่าเขต สุชาติวางดีไซน์ให้ได้สัก 60-70 เขต จาก 104 เขต


ข้อเท็จจริง สุชาติอาจฝันไกลไปหน่อย เพราะทักษิณเริ่มรุกภาคกลาง โดยให้อุ๊งอิ๊ง เดินสายปลุกแดงทั้งแผ่นดิน เพราะอย่าลืมว่า คนเสื้อแดงในภาคกลาง ก็มีจำนวนไม่น้อย อาทิ สมุทรปราการ, นนทบุรี, สมุทรสงคราม, นครปฐม ,ราชบุรี ฯลฯ


ในที่สุด พลังประชารัฐ คงหวังพึ่ง ส.ส.บ้านใหญ่ พอที่จะฝ่ากระแสเพื่อไทยแลนด์สไลด์เข้าสภาฯ ซึ่งอาจได้ไม่ถึง 30 ที่นั่ง


ส่วนภาคเหนือตอนล่าง ก็คงหวังพึ่งบ้านใหญ่เพชรบูรณ์ ,สุโขทัย ,กำแพงเพชร และนครสวรรค์ ส่วนภาคใต้ที่เป็นจุดแข็ง ก็คงได้ไม่มากไปกว่าสมัยที่แล้ว

ล้างอายเสื้อแดง “อุ๊งอิ๊ง” ทวงคืนปากน้ำ ดับกระแสธนาธร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/514711

12 พ.ค. 2565

ล้างอายเสื้อแดง "อุ๊งอิ๊ง" ทวงคืนปากน้ำ ดับกระแสธนาธร

ล้างอายเสื้อแดง “อุ๊งอิ๊ง” บุกปากน้ำ ปลุกแดงทั้งแผ่น สมัยที่แล้ว เพื่อไทยเจอกระแสธนาธรถล่ม สอบตกยกจังหวัด ตั้งเป้าทวงคืนพื้นที่ตระกูลอัศวเหม คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

ล้างอายเสื้อแดง “อุ๊งอิ๊ง” บุกปากน้ำ ปลุกแดงทั้งแผ่นดินอีกครั้ง หลังสมัยที่แล้ว เพื่อไทยเจอกระแสธนาธรเล่นงาน สอบตกยกจังหวัด


ลบความปราชัย “อุ๊งอิ๊ง” แบกป้ายทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ไล่ทีละจังหวัด ทั้งปริมณฑลและภาคกลาง หวังทวงคืนพื้นที่สีแดงจากพลังประชารัฐ 


ในวาระครบรอบ 12 ปี เหตุการณ์สลายการชุมนุมคนเสื้อแดงที่ราชประสงค์ พรรคเพื่อไทยจึงฉวยจังหวะปลุกแดงทั้งแผ่นดินอีกครั้ง เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ต้องชนะให้ขาด เพื่อไทยต้องแลนด์สไลด์

เพื่อไทยเชิญชวนคนเสื้อแดง มารวมพลังอีกครั้งเพื่อไทยเชิญชวนคนเสื้อแดง มารวมพลังอีกครั้ง

สมุทรปราการคือเป้าหมายแรก ในการทวงคืนพื้นที่สีแดง ซึ่งคู่แข่งของเพื่อไทย ไม่ใช่แค่ตระกูลอัศวเหม เท่านั้น หากยังรวมถึงพลพรรคเครื่องจักรสีส้ม พรรคก้าวไกล 

วันที่ 14 พ.ค.2565 เพื่อไทยจะจัดงานครอบครัวเพื่อไทย สมุทรปราการ บ้านหลังใหญ่ หัวใจเดิม ที่ห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียล สำโรง จ.สมุทรปราการ เป็นกิจกรรมรำลึกนักสู้เพื่อประชาธิปไตย นำโดยอุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรมพรรคเพื่อไทย และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย    


แน่นอน เจ้าบ้านก็คือเสี่ยเงาะ วรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ และแกนนำ นปช. ซึ่งเสี่ยเงาะเป็นคนแรก ๆ ที่นำพากลุ่มคนรักทักษิณปากน้ำ จุดการชุมนุมต้านรัฐประหาร 2549 โดยการสนับสนุนของ สงคราม กิจเลิศไพโรจน์ เจ้าของห้างอิมพิเรียล สำโรง


วันนี้ สงคราม กิจเลิศไพโรจน์ วัย 78 ปี ยังคุมบังเหียนศูนย์การค้าอิมพีเรียลเวิลด์ ทั้งลาดพร้าวและสำโรง โดยทางการเมือง สงคราม เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อชาติ และลาออกจากหัวหน้าพรรคเพื่อชาตินานแล้ว โดยขอรับแค่ตำแหน่งที่ปรึกษาพรรค


แนวโน้มเลือกตั้งสมัยหน้า เสี่ยสงครามจะย้ายกลับเพื่อไทย และไม่น่าแปลกใจที่กิจกรรมบ้านหลังใหญ่หัวใจเดิมจะจัดขึ้นที่ห้างอิมพีเรียล สำโรง


“ก้าวไกลก้างขวางคอ”
สาเหตุที่แกนนำเพื่อไทยเลือกให้ “อุ๊งอิ๊ง” มาลุยปากน้ำเป็นสนามแรกในเขตปริมณฑล และภาคกลาง เพราะเป็นพื้นที่เป้าหมายการทวงคืนเก้าอี้ ส.ส. สมัยที่แล้ว เพื่อไทยสอบตกยกจังหวัด


ในอดีต สนามเลือกตั้งสมุทรปราการ เคยตกอยู่ในการยึดครองของตระกูลอัศวเหม มาหลายสมัย กระทั่งทักษิณ ชินวัตร นำพรรคไทยรักไทย เข้าสู่สมรภูมิ การเมืองในปากน้ำก็เปลี่ยน ตระกูลอัศวเหมถูกเบียดขับออกไปจากทำเนียบ ส.ส.ปากน้ำ
 

เลือกตั้งปี 2562 คนเสื้อแดงช็อก เมื่อพรรคเพื่อไทยปากน้ำพ่ายยกจังหวัด จำนวน ส.ส.สมุทรปราการ 7 ที่นั่ง แยกเป็นพรรคพลังประชารัฐ 6 ที่นั่ง และพรรคอนาคตใหม่ 1 ที่นั่ง


สาเหตุหลักของความพ่ายแพ้ในครั้งนั้น มาจากอดีต ส.ส.และผู้สมัคร ส.ส.เพื่อไทย ถูกผู้สมัครพรรคอนาคตใหม่เบียดแย่งคะแนนไปเยอะมาก ทำให้ตาอยู่อย่างตระกูลอัศวเหม และพลังประชารัฐเข้าป้าย


เปรียบเทียบผลคะแนน ระหว่างพรรคเพื่อไทย กับพรรคอนาคตใหม่(พรรคก้าวไกล) เมื่อการเลือกตั้ง 24 มี.ค.2565 โปรดสังเกต ผู้สมัคร ส.ส.อนาคตใหม่นั้น เป็นคนหน้าใหม่ คนโนเนมทั้งสิ้น แต่คะแนนเหนือกว่าอดีต ส.ส.หลายคน


เขต 1 ชนสิษฏ์ ยอดฉิม (อนาคตใหม่) ได้ 21,344 คะแนน และสุทธิรัตน์ ยังตรง ลูกสาวหมอวัลลภ (เพื่อไทย) ได้ 21,121 คะแนน


เขต 2 ภิญโญ กิจเลิศไพโรจน์ ทายาทเสี่ยสงคราม (เพื่อไทย) ได้ 31,655 คะแนนและนิตยา มีศรี (อนาคตใหม่) ได้ 30,366 คะแนน


เขต 3 หนึ่งสตรี ตุ่ยไชย (อนาคตใหม่)  ได้ 23,235 คะแนน และประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย อดีต ส.ส. (เพื่อไทย) ได้ 22,703 คะแนน


เขต 4 วุฒินันท์ บุญชู (อนาคตใหม่) ได้ 36,320 คะแนน ได้เป็น ส.ส. และวรชัย เหมะ อดีต ส.ส. และแกนนำ นปช. (เพื่อไทย) ได้ 29,402 คะแนน


เขต 5 สลิลทิพย์ สุขวัฒน์ (เพื่อไทย) ได้ 33,007 คะแนน และตรัยวรรธน์ อิ่มใจ (อนาคตใหม่) ได้ 31,430 คะแนน


เขต 6 นฤมล ธารดำรงค์ อดีต ส.ส. 3 สมัย (เพื่อไทย) ได้ 22,349 คะแนน และธัชชวิน โกพัฒน์ตา (อนาคตใหม่) ได้ 20,177 คะแนน


เขต 7  นันทวรรณ ประสพดี ภรรยาประชา ประสพดี (เพื่อไทย) ได้ 27,648 คะแนน และคณินทร์ อธิศักดิ์ชานนท์ (อนาคตใหม่) ได้ 19,679 คะแนน


จากตัวเลขคะแนนข้างต้น ถ้าไม่มีกระแสพ่อของฟ้า ไม่มีพรรคอนาคตใหม่มาตัดคะแนน ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย ก็อาจชนะยกจังหวัด 


ปี 2563 เลือกตั้งซ่อม ส.ส.สมุทรปราการ เขต 5 กรุงศรีวิไล สุทินเผือก เอาชนะ สลิลทิพย์ สุขวัฒน์ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ 3 สมัย ไปได้อีกครั้ง โดยหนนั้น พรรคก้าวไกลก็ส่งคนลงสนาม แต่คะแนนไม่ดีเท่าปี 2562


“ส.ส.ส้มหล่น”
จะว่าไปแล้ว “อุ๊งอิ๊ง” หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ไม่ได้หวาดหวั่นตระกูลอัศวเหมมากนัก เพราะเชื่อว่า กระแสเบื่อประยุทธ์ในเขตปริมณฑล ก็ไม่ต่างจากในกรุงเทพฯ


เลือกตั้งปี 2544 พรรคไทยรักไทย เบียดตระกูลอัศวเหม พ้นสังเวียนการเมือง พรรคราษฎรของวัฒนา อัศวเหม เหลือรอดเพียงคนเดียวคือ เรวดี รัศมิทัต ลูกสาวกำนันคนดังฝั่งพระประแดง


ปี 2548 ความแรงของทักษิณ ทำให้เรวดีต้องย้ายซบพรรคไทยรักไทย และปีนั้น ไทยรักไทยก็ยึดทั้งแผ่นดินปากน้ำ 


ปี 2550 จากไทยรักไทย เปลี่ยนเป็นพรรคพลังประชาชน ก็ยึดเก้าอี้ ส.ส.ทั้งจังหวัดไว้ได้ หลังพลังประชาชนถูกยุบ ก็มี ส.ส. 2 คนย้ายไปซบพรรคภูมิใจไทย


ปี 2554 สมุทรปราการ ถือว่าเป็นฐานที่มั่นใหญ่ของ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน สถานีวิทยุชุมชนคนเสื้อแดงก็มีหลายแห่ง เลือกตั้งในปีนั้น เพื่อไทยกวาดมา 6 ที่นั่งจาก 7 ที่นั่ง เหลือ เรวดี รัศมิทัต ที่ย้ายไปภูมิใจไทยไว้คนเดียว


ปี 2562 อัครวัฒน์ อัศวเหม หลานชายของวัฒนา อัศวเหม เป็นหัวหน้าทีมพลังประชารัฐ เมืองปากน้ำ นำทีมกวาดเก้าอี้ ส.ส.มาได้ ส.ส. 6 คน และใน 6 คนนี้ ก็มีสังกัดบ้านใหญ่ปากน้ำ 5 คนเท่านั้น


เบื้องหลังชัยชนะของอัศวเหม มาจาก 2 ปัจจัยคือ กระแสความสงบจบที่ลุงตู่ ซึ่งระบาดมาจากกรุงเทพฯ และการตัดแต้มกันเองของเพื่อไทยและอนาคตใหม่ พลังประชารัฐปากน้ำ เลยได้อานิสงส์ส้มหล่น


วัฒนา อัศวเหม มีบุตรชาย 3 คนคือ พิบูลย์ อัศวเหม, พูลผล อัศวเหม และชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม โดย พูนพลลงเล่นการเมืองระดับชาติ เป็น ส.ส.สมุทรปราการ 3 สมัย (เสียชีวิตแล้ว)


ชั่วโมงนี้ แม่ทัพการเมืองของอัศวเหม ก็คือ เสี่ยเอ๋-ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม แต่ตัวแทนของตระกูลในพรรคพลังประชารัฐชื่อ ประภาพร อัศวเหม ภรรยาของพูลผล เป็นกรรมการบริหารพรรค พปชร.


สนามเลือกตั้งสมัยหน้า ตระกูลอัศวเหม เหนื่อยแน่ เมื่อเจออุ๊งอิ๊งนำทัพเพื่อไทย แม้จะมีนันทิดา แก้วบัวสาย เป็นนายก อบจ.สมุทรปราการ และประภาพร อัศวเหม เป็นนายกเทศมนตรีนครสมุทรปราการ แต่เลือกตั้ง ส.ส. คนปากน้ำมักจะเลือก ส.ส.ตามกระแสเป็นหลัก