สวยท้าแสงแดดและน้ำทะเล AB. Angelys Balek คอลเลกชั่น SPRING / SUMMER 2020 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สวยท้าแสงแดดและน้ำทะเล AB. Angelys Balek คอลเลกชั่น SPRING / SUMMER 2020

สวยท้าแสงแดดและน้ำทะเล AB. Angelys Balek คอลเลกชั่น SPRING / SUMMER 2020

12 มิถุนายน 2563 – 16:30 น.

สวยท้าแสงแดดและน้ำทะเล AB. Angelys Balek คอลเลกชั่น SPRING / SUMMER 2020

    
          เข้าสู่ฤดูร้อนทั้งที AB. Aagelys Balek (เอบี แอนเจลิส บาเลก) แบรนด์แฟชั่นสัญชาติไทยที่ไปโด่งดังไกลถึงอเมริกาและยุโรป มีไอเทมแฟชั่นชุดว่ายน้ำมาให้สาวๆ ได้เลือกหลากหลายสไตล์ กับ คอลเลกชั่น สปริง/ซัมเมอร์ 2020 (SPRING / SUMMER 2020) ยังคงซิเนเจอร์ของแบรนด์ไว้ทั้งออกแบบที่มีแก่นกลางของงานศิลปะควบคู่กับไลฟ์สไตล์ของผู้หญิงยุคใหม่ สะท้อนสู่ดีไซน์ที่โก้ หรู และเย้ายวน ด้วยเทคนิคการรูด หรือการเดรปตัวผ้าบนชุดว่ายน้ำ การบิดของแพทเทิน การเพิ่มวอมลุ่มของตัวแขนเสื้อ ชุดว่ายน้ำไหล่เฉียง ผสานกับลายปริ้นดอกไม้ซึ่ง แอนเจลิส บาเลก (Angelys Balek) ศิลปินและครีเอทีฟไดเรคเตอร์ของแบรนด์ได้ใช้เทคนิคด้านศิลปะ อย่าง การระบายสีน้ำและการปั้นดินน้ำมันนำมาครีเอทเป็นลายดอกไม้

สวยท้าแสงแดดและน้ำทะเล AB. Angelys Balek คอลเลกชั่น SPRING / SUMMER 2020

          แอนเจลิส บาเลก ไม่เคยหยุดก้าวไปข้างหน้าในฐานะดีไซเนอร์ที่พาแบรนด์แฟชั่นสัญชาติไทยก้าวสู่เวทีระดับโลก เธอเฝ้ามองการเปลี่ยนผ่านสไตล์มาหลายคอลเลกชั่น ก่อนถึงฤดูร้อน – ฤดูใบไม้ผลิ 2020 นี้ แอนเจลิสเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า ความพิเศษของบีชแวร์ไม่ใช่เป็นเพียง “ชุดสวยริมหาด”  สำหรับทริปพักผ่อนที่สาวๆ เฝ้ารอ แต่คือ “ชุดที่ทำให้ผู้หญิงรู้สึกพิเศษยามสวมใส่ในทุกโอกาส”

          คอลเลกชั่น สปริง/ซัมเมอร์ 2020 บอกเล่าเรื่องราวของการเดินทางในวันพักร้อนของผู้หญิงที่มีความสุขและรักตัวเองจึงเริ่มต้นขึ้น ริเวียร่า อิตาลี ที่โด่งดังในฐานะเมืองท่าที่งดงาม แสงแดดที่ส่องกระทบทะเลเป็นประกายระยิบระยับ ฤดูกาลแห่งแสงแดดและความสุข เสียงเพลงที่ปลุกเร้าภาพจำแสนหวาน ที่ทำให้สาวๆ หัวใจพองโต เจือความสนุกสนานไปกับเฉดสีฟ้าและชมพูที่ไล่โทนตั้งแต่เข้มไปสว่าง ซึ่งเข้ากันได้ดีกับทุกสีผิว    
    

          พบกับ AB. Angelys Balek คอลเลกชั่น SPRING / SUMMER 2020 ได้ที่ http://www.angelysbalekshop.com/ และ Instagram: @angelysbalekth #AngelysBalek #ABworld #ABSpringSummer2020 

สวยท้าแสงแดดและน้ำทะเล AB. Angelys Balek คอลเลกชั่น SPRING / SUMMER 2020
สวยท้าแสงแดดและน้ำทะเล AB. Angelys Balek คอลเลกชั่น SPRING / SUMMER 2020
สวยท้าแสงแดดและน้ำทะเล AB. Angelys Balek คอลเลกชั่น SPRING / SUMMER 2020
สวยท้าแสงแดดและน้ำทะเล AB. Angelys Balek คอลเลกชั่น SPRING / SUMMER 2020
สวยท้าแสงแดดและน้ำทะเล AB. Angelys Balek คอลเลกชั่น SPRING / SUMMER 2020

ธารน้ำใจหลั่งไหลช่วย ‘ยายป้อมกระดูกเหล็ก’ ตร.มอบเงิน-รถเข็นคันใหม่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ธารน้ำใจหลั่งไหลช่วย ‘ยายป้อมกระดูกเหล็ก’ ตร.มอบเงิน-รถเข็นคันใหม่

ธารน้ำใจหลั่งไหลช่วย 'ยายป้อมกระดูกเหล็ก' ตร.มอบเงิน-รถเข็นคันใหม่

12 มิถุนายน 2563 – 15:18 น.

ธารน้ำใจหลั่งไหลช่วย ‘ยายป้อมกระดูกเหล็ก’ ตร.มอบเงิน-รถเข็นคันใหม่ และมีผู้ใจบุญจ้าง 3,000บาท ให้อยู่บ้านเฉยๆ แต่ยายไม่รับจึงต้องช่วยอุดหนุนซื้อของยายแทน

12 มิ.ย. 63 หลังมีการเผยแพร่เรื่องราวความมีน้ำใจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กงไกรลาศ และชาวบ้าน ต.บ้านกร่าง อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย ที่คอยช่วยเหลือนางป้อม  เกษประดิษฐ์ หรือ “ยายป้อมกระดูกเหล็ก” อายุ 86 ปี ยายนักสู้ที่ไม่ยอมงอมืองอเท้า ชอบนั่งกะละมังเก็บผักบุ้งในสระน้ำ และเดินเข็นรถเร่ขายผักสด กับข้าวแกงถุง ฯลฯ มายาวนานหลายสิบปี โดยมีตำรวจจราจรคอยโบกรถพาเดินข้ามถนนใหญ่ ทั้งขาไป-ขากลับ จนสร้างความประทับใจแก่คนทั้งประเทศแล้วนั้น

ล่าสุด “ยายป้อม” เจอกับผู้สื่อข่าวและบอกว่า มีธารน้ำใจจากคนไทยทั่วประเทศ ส่งเสื้อผ้า ข้าวสาร อาหารแห้ง นม น้ำมันพืช กาแฟ น้ำดื่ม ฯลฯ มาให้ที่บ้านจำนวนมาก จึงให้หลานชายแบ่งเอาของกินไปใส่ “ตู้ปันสุข” แบ่งปันผู้เดือดร้อนในช่วงโควิดด้วย ส่วนเทศบาลตำบลกงไกรลาศที่สร้างบ้านให้ยายอาศัยอยู่ และสำนักงานพัฒนาสังคมฯ จ.สุโขทัย ก็ได้นำสิ่งของจำเป็นพร้อมเงินสดจำนวนหนึ่งมามอบให้เช่นกัน

ขณะที่ตำรวจ สภ.กงไกรลาศ โดย พ.ต.อ.สรกฤษณ์  น่วมด้วง ผกก. ก็มอบเงินสดให้ 5,000 บาท พร้อมของกินของใช้จำเป็น รวมทั้ง พ.ต.ท.บำรุง  แช่มเทศ รอง ผกก.สืบสวน สภ.กงไกรลาศ ก็เป็นตัวแทนนักเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.) รุ่นที่ 42 มอบรถเข็นคันใหม่ราคา 9,000 บาท พร้อมเงินสดอีก 5,000 บาท ซึ่งยายป้อมรู้สึกซาบซึ้งใจอย่างมาก

เพื่อนบ้านยายป้อม บอกว่า ทั้งลูกหลาน ตำรวจ ชาวบ้าน คนในชุมชน ต่างก็ช่วยกันคอยดูแล ไม่มีใครทอดทิ้งยายป้อม แต่ด้วยเป็นคนขยัน อยู่เฉยไม่ได้ จึงยังชอบเร่ขายของทุกวัน “ขนาดมีคนใจบุญใน ต.บ้านกร่าง อ.กงไกรลาศ จ้างยายเดือนละ 3,000 บาท ให้อยู่บ้านเฉยๆ ยายป้อมยังไม่เอาเลย เขาจึงต้องช่วยอุดหนุนซื้อของแทน”

ภูเบศวร์  ฝ้ายเทศ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.สุโขทัย

ที่พึ่งสุดท้าย ชาวบ้านสร้าง”ปลัดขิก” ขอฝนตามความเชื่อโบราณ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ที่พึ่งสุดท้าย ชาวบ้านสร้าง”ปลัดขิก” ขอฝนตามความเชื่อโบราณ

12 มิถุนายน 2563 – 15:13 น.

ที่พึ่งสุดท้าย ชาวบ้านสร้าง”ปลัดขิก” ขอฝนตามความเชื่อโบราณพบว่าเมื่อสร้างได้ประมาณ 1 อาทิตย์มีฝนตกในพื้นที่แต่ไม่มากนักทำให้น้ำตามแหล่งสาธารณะยังไม่เพียงพออาจจะสร้างปลัดขิกให้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม

วันนี้ที่บริเวณบริเวณสามแยกในหมู่บ้านเขาดินเหนือหมู่ที่ 3 ตำบลเขาดิน อำเภอเก้าเลี้ยว จังหวัดนครสวรรค์ เป็นที่สนใจของประชาชนที่ผ่านไปมาพบ ปลัดขิกขนาดใหญ่ ยาวประมาณ 120 เซนติเมตร บริเวณปลายทาสีแดงสดเป็นที่สะดุดตาของคนที่ผ่านไปมาทีมข่าวจึงสอบถามไปยังชาวบ้าน ต่อมาทราบว่าชาวบ้านได้รวมตัวสร้างปลัดขิกขอฝน ซึ่งเป็นความเชื่อที่มีมาตั้งแต่โบราณกาล หากปีไหนฝนแล้งขาดแคลนน้ำ ชาวบ้านก็จะรวมตัวกันรสร้างปลัดขิกอันใหญ่ ตั้งไว้กลางแจ้ง เพื่อให้เทวดาที่อยู่บนฟ้าได้รับรู้ เพื่อเป็นการส่งสัญญาณการขอฝนเป็นที่พึ่งสุดท้าย ตามความเชื่อที่มีมาแต่โบราณ ให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล หลังเกิดภัยแล้งขาดแคลนน้ำมานาน

หลังจากเกิดภัยแล้งขยายวงกว้างทำให้แหล่งน้ำตาม คลอง บึง น้ำแห้งขอด ชาวบ้านต้องพึ่งไสยศาสตร์ตามความเชื่อที่มีมาแต่โบราณ คือการสร้าง “ปลัดขิก” ขนาดใหญ่นำมาตั้งไว้กลางแจ้ง เพื่อให้เทวดาที่อยู่บนฟ้าได้รับรู้ถึงเรื่องราวของความแห้งแล้งของโลกมนุษย์ ซึ่งท่านเทวดาจะได้ปล่อยฝนให้โปรยปรายเทกระหน่ำลงมา ซึ่งเป็นไปตามความเชื่อที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ

จากการสอบถามชาวบ้านถึงผลที่ได้รับ พบว่าเมื่อสร้างได้ประมาณ 1 อาทิตย์มีฝนตกในพื้นที่แต่ไม่มากนักทำให้น้ำตามแหล่งสาธารณะยังไม่เพียงพออาจจะสร้างปลัดขิกให้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม แต่ต้องรอโอกาสว่าจะมีวัตถุที่จะทำให้ขนาดใหญ่ขึ้นหรือไม่เพราะการทำดังกล่าวเป็นเพียงความเชื่อตามโบราณทำแล้วเพื่อความสบายใจเท่านั้นถือว่าเป็นพระเพณีท้องถิ่นที่ทำตามความเชื่อสมัยโบราณที่ทำแล้วเกิดความสบายใจ

รณกฤต วรรันวรกุล ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครสวรรค์

ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ชาวบ้านแห่จับแมงอีนูน เมนูยอดฮิต สร้างรายได้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ชาวบ้านแห่จับแมงอีนูน เมนูยอดฮิต สร้างรายได้

ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ชาวบ้านแห่จับแมงอีนูน เมนูยอดฮิต สร้างรายได้

12 มิถุนายน 2563 – 13:05 น.

ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ชาวบ้านแห่จับแมงอีนูน เมนูยอดฮิต สร้างรายได้ ในช่วงฝ่าวิกฤตโควิด-19

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณวัดเกาะแก้วทรายทอง หมู่ที่ 6 ตำบลท่าขุนราม จังหวัดกำแพงเพชร ชาวบ้านในพื้นที่บ้านใหม่สุวรรณภูมิ ตำบลท่าขุนราม อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร ใช้เวลาว่างในยามค่ำคืนของแต่ละวันออกจันแมงอีนูนขาย ซึ่งแมงอีนูนนั้น เป็นแมลงปีกแข็งชนิดหนึ่ง หาได้ตามต้นไม้ใหญ่ตามท้องนา ตามสวนรอบ ๆ หมู่บ้าน ในช่วงกลางคืนของแต่ละวันเพื่อนำมาประกอบอาหารรับประทาน และจะขายกันในท้องตลาด 100 ตัว ราคา 300 บาท ทำให้ขายดีเป็นที่ต้องการของนักบริโภคแมลงเป็นอย่างมาก ในช่วงนี้แต่ละครัวเรือนจะออกจับแมงอีนูนได้วันละ 3-4 กิโลกรัม สามารถสร้างรายได้เสริมในช่วงวิกฤตโควิด-19 ให้กับชาวบ้านได้เป็นอย่างดี

นายบุญส่ง จูด้วง อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 248 หมู่ 5 ตำบลท่าขุนราม อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร ได้ให้ข้อมูลกับทีมข่าวว่า ในช่วงปลายฤดูแล้งจะเข้าสู่ฤดูฝนต้นไม้จะผลัดใบทำให้เป็นที่ต้องการของแมลงต่าง ๆ ที่ชอบกินใบอ่อนของต้นไม้ โดยเฉพาะแมงอีนูน เป็นแมลงปีกแข็งชนิดหนึ่งที่ชอบกินใบอ่อนของต้นไม้และเป็นแมลงที่ชาวบ้านชอบบริโภคและมีราคาสูง ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ บ้านใหม่สุวรรณภูมิ และตำบลใกล้เคียง ใช้เวลายามว่างช่วงค่ำคืนก็จะพาครอบครัวและญาติ ออกหาจับแมงอีนูนกันเป็นจำนวนมาก

นายสิทธิชัย เงินต๊ะ อยู่บ้านเลขที่ 56 หมู่ที่ 6 บ้านใหม่สุวรรณภูมิ ตำบลท่าขุนราม จังหวัดกำแพงเพชร เล่าให้ทีมข่าวฟังอีกว่า วิธีการจับแมงอีนูนนั้น ส่วนมากจะใช้ตาข่ายดักจับ เพราะจะทำให้จับแมงอีนูนได้มากขึ้น และอีกวิธีก็จะเดินส่งไฟฉายตามพุ่มไม้ หรือยอดไม้ ป่าพง เพราะแมงอีนูนจะขึ้นมาหาคู่เพื่อผสมพันธุ์กันในช่วงนี้ สำหรับแมงอีนูนสามารถจะนำไปปรุงเป็นอาหาร เช่นทองคั่ว แกงใส่หน่อไม้ ซึ่งแมงอีนูนจะมีให้หาได้ในช่วงที่มีฝนตกลงมาในช่วงแรกของทุกปีทำให้แมงอีนูนที่อยู่ใต้ดินออกมาหากินและจับคู่เป็นจำนวนมาก สำหรับแมงอีนูนที่ออกใหม่ ๆ ในช่วงนี้จะมีรสชาติหอมมันอร่อยซึ่งหากินยาก หนึ่งปีจะมีหนึ่งครั้ง

วิทยา จตุรภาค ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดกำแพงเพชร

ตามถึงบ้าน หนุ่มบิ๊กไบค์ยกล้อที่เขาค้อ สุดท้ายอ้างรู้เท่าไม่ถึงการณ์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ตามถึงบ้าน หนุ่มบิ๊กไบค์ยกล้อที่เขาค้อ สุดท้ายอ้างรู้เท่าไม่ถึงการณ์

ตามถึงบ้าน หนุ่มบิ๊กไบค์ยกล้อที่เขาค้อ สุดท้ายอ้างรู้เท่าไม่ถึงการณ์

12 มิถุนายน 2563 – 13:04 น.

เพชรบูรณ์ – ตามถึงบ้าน หนุ่มบิ๊กไบค์ยกล้อที่เขาค้อ สุดท้ายอ้างรู้เท่าไม่ถึงการณ์ มาดำเนินการเปรียบเทียบปรับ ที่ สภ.หล่มสัก พร้อมขอโทษผ่านในเฟซบุ๊กส่วนตัว

วันที่ 11 มิถุนายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากกรณีเพจ “เฮีย”ได้โพสต์คลิปวีดีโอผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ยกล้อแบบหวาดเสียวพร้อมข้อความว่า “เขาค้อเซอร์กิต” เพราะมีบรรดากลุ่มบิ๊กไบค์ยกล้อเป็นกลุ่มแก๊งจำนวนมาก  โดยมีผู้โพสต์เฟซบุ๊กชื่อเฮียระบุว่า “ไม่ถอดล้อหน้าออกหล่ะไอ้ควาย หมีขอปรบมือให้เกรียวกราวเลยมึง#เท่ในกะลา”    จากนั้นได้มีการแชร์และโพสต์ไปเป็นจำนวนมาก พร้อมกันนี้ได้มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นในเชิงตำหนิ และไม่เหมาะสม เกรงว่าจะเกิดอุบัติเหตุ

ต่อมา พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ สุดสงวน ผบก.ภจว.พช. ได้สั่งการให้ตั้งด่านกวดขันในพื้นที่อำเภอหล่มสักและอำเภอเขาค้อ เพื่อป้องกันการไม่ให้มีการกระทำดังกล่าวอีก พร้อมกันนี้ได้สั่งการให้มีการสืบสวนหาผู้ที่ขับขี่รถจักรยานยนต์และยกล้อในวันดังกล่าวด้วย กระทั่งทราบว่า ชายคนดังกล่าวคือ นายต้น(นามสมมุติ) อายุ 25 ปี อาชีพค้าขาย อยู่ถ.นนทบุรี ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี จึงได้ทำการติดตามตัวมาสอบสวนที่ สภ.หล่มสัก อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์

โดย นายจตุรนต์ เลิศมุธากร ให้การว่าเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2563 ที่ผ่านมา ตนได้ขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อบีเอ็มดับบลิว รุ่น เอส1,000 อาร์อาร์สีขาว/น้ำเงิน/แดง มากับเพื่อนอีก 1 คัน เพื่อมาเที่ยวที่อำเภอเขาค้อ และเมื่อมาถึงจุดดังกล่าวได้ขับยกล้อโดยให้เพื่อนเป็นผู้ถ่ายให้ จากนั้นนำไปโพสต์ในเฟสบุค กระทั่งมาคนเอาไปแชร์ต่อจนเกิดกระแสดังกล่าว

และให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบจนทราบว่า นายต้น(นามสมมุติ)พักอยู่ที่ไหน ก่อนติดตามนำตัวมาดำเนินคดี ที่ สภ.หล่มสัก เพื่อเป็นการป้องปรามไม่ให้กลุ่มบิ๊กไบค์มาสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้ใช้รถใช้ถนน  ซึ่งหลังชำระค่าปรับนายต้น(นามสมมุติ)เล่าว่า วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์มากับเพื่อนรวม 2 คัน ขณะที่ยกล้อนั้นได้ให้เพื่อนถ่ายคลิปไปลงในเฟซบุ๊กกลุ่มก่อนเดินทางไปพักที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งที่อำเภอเขาค้อ  

ด้าน พ.ต.อ.วชิระ โลหะเวช ผกก.สภ.หล่มสัก อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์กล่าวว่า หลังจากมีการเผยแพร่คลิปดังกล่าว พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ สุดสงวน ผบก.ภจว.พช. ได้สั่งการให้ติดตามตัวผู้ขับขี่มาดำเนินคดีให้ได้ จนกระทั่งทราบว่าผู้ขับขี่คือ นายต้น(นามสมมุติ)อายุ 25 ปี อาชีพค้าขาย   ถ.นนทบุรี ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี จึงได้นำตัวมาสอบสวนที่ สภ.หล่มสัก ซึ่ง นายจตุรนต์ ให้การรับสารภาพว่าเป็นบุคคลในคลิปจริงจึงได้ตั้งข้อหาขับขี่รถจักรยานยนต์โดยประมาทหรือน่าหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์สิน โดยได้ปรับเป็นจำนวนเงิน 1,000 บาท    พร้อมกันนี้ยังได้ให้ลงประกาศข้อความขอโทษลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดย นายต้น(นามสมมุติ)ได้ไปโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า “วันนี้ผมมารับทราบข้อกล่าวหา ขอโทษสำหรับการกระทำที่คึกคะนองรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ขอโทษพี่ๆน้องๆทุกๆฝ่ายสำหรับการกระทำของผมที่ทำให้เกิดความไม่สะดวกในการเดินทางมาเที่ยวเขาค้อด้วยครับ”   

ชัยวัฒน์ ปานนิล ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดเพชรบูรณ์

สสจ.ศรีสะเกษเตือนกิน เห็ดพิษ คนกินอันตราย คนขายอาจติดคุก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สสจ.ศรีสะเกษเตือนกิน เห็ดพิษ คนกินอันตราย คนขายอาจติดคุก

สสจ.ศรีสะเกษเตือนกิน เห็ดพิษ คนกินอันตราย คนขายอาจติดคุก

12 มิถุนายน 2563 – 13:03 น.

สสจ.ศรีสะเกษเตือนกิน เห็ดพิษ คนกินอันตราย คนขายอาจติดคุก คนเก็บก็ต้องดูให้ดี คนกินก็ต้องล้างทำความสะอาดปรุงให้สุก

สาธารณสุขจังหวัดเตือนผู้บริโภคเห็ด หากไม่ระวังให้ดี เจอเห็ดพิษอันตรายถึงชีวิตได้ พร้อมฝากเตือนไปถึงผู้เก็บเห็ดมาขาย รับต่อมาจำหน่าย หากผู้บริโภคกินเข้าไปเจอเห็ดพิษมีการแจ้งความเอาผิดตามกฎหมายได้ แม้ว่าขณะนี้จะเป็นช่วงฤดูเห็ดออก ราคาก็ยังพุ่งสูงถึงกิโลกรัมละ 300-500 บาท แล้วแต่ชนิดเห็ด

วันที่ 12 มิถุนายน 2563 ที่ จังหวัดศรีสะเกษ ในช่วงนี้มีสภาพอากาศที่ร้อนระอุ สลับกับมีฝนตกมาเป็นช่วงๆ ทำให้เหมาะแก่การเจริญเติบโตของเชื้อเห็ดป่าสาธารณะต่าง ๆ เป็นช่วงที่ชาวบ้านที่ว่างจากงานลงทำนา ได้เข้าป่าหาเห็ดทั้งนำมาแกงกินเอง เหลือก็นำไปเร่ขายตามสถานที่ต่าง ๆ รวมทั้งตลาดตามตำบล อำเภอ รวมทั้งได้มีเห็ดที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ อย่างเช่น เห็ดเผาะขาว เห็ดเผาะหนังสีน้ำตาลไหม้ ที่นำเข้ามาจากกัมพูชา ผ่านช่องสะงำ จะมีความนิยมมากของผู้บริโภค ทำให้ราคาซื้อขายพุ่งสูงถึงกิโลกรัมละ 300 บาทส่วน เห็ด โคน ที่หายากมากในป่า ใครหามาได้นำมาขาย ได้ราคาดีสูงถึงกิโลกรัมละ 500 บาท แบบแย่งกันซื้อ ขณะเดียวกันได้มีที่บริโภคเห็ดเข้าไปแล้ว เกิดอาการมวนท้อง วิงเวียนศรีษะ ท้องร่วงอย่างแรง หน้ามืดเป็นลม หอบหิ้วเข้าโรงพยาบาล ให้หมอช่วยล้างพิษเห็ด ล้างท้องแทบช่วยชีวิตแทบทุกวัน เพราะกินเจอเห็ดพิษเข้า นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษ จึงออกเตือนประชาชนที่นิยมกินเห็ดควรระวังเจอเห็ดพิษ ผู้เก็บเห็ดมาขายก็ควรระวังเก็บเห็ดพิษมาขายให้ผู้บริโภค อาจมีความผิดไปด้วย

นายแพทย์วราวุธ ชื่นตา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ในช่วงนี้จังหวัดศรีสะเกษมีสภาพภูมิอากาศเหมาะแก่การเจริญเติบโตของเชื้อเห็ดทำให้มีเห็ดตามป่าสาธารณะออกมาเป็นจำนวนมาก พี่น้องประชาชนนิยมเข้าป่าเก็บเห็ดทั้งกลางวันและช่วงหัวค่ำกลางคืนออกมาบริโภคและเหลือจากบริโภคก่อนนำมาจำหน่ายให้เพื่อนบ้านให้ชาวตลาดได้ทานกัน แต่สิ่งที่จะต้องกว่าพึงระวังก็คือต้องระวังการเกณฑ์ที่อาจจะมีผิดติดค้างมาเพราะสภาพดินสภาพอากาศทุกวันนี้มีการเปลี่ยนแปลงไปเป็นจำนวนมากจากเหตุที่ไม่เคยมีพิษก็อาจจะมีพิษจากเก็บที่เคยกิน ได้แต่ทุกวันนี้กินเข้าไปอาจเป็นเหตุผิดหรือติดสารฆ่าแมลงติดสารเคมีที่มีการฉีดพ่นตามทุ่งนาใช้ปลาก็ได้ การเก็บเห็ดหรือซื้อเห็ดมากินก็ควรจะมีวิธีการล้างทำความสะอาดหรือตรวจสอบเหตุว่าเป็นเห็ดพิษหรือมีพิษติดเห็ดมาหรือไม่ด้วย โดยเฉพาะผู้ที่เก็บเห็ดมาขายหากส่งผลให้ผู้บริโภคได้กินเห็ดพิษเป็นอันตรายถึงชีวิตหรือล้มป่วยอย่างแรง อาจมีการแจ้งความเอาผิดทางกฎหมายได้ จึงฝากระวังช่วยกันอย่าเก็บเห็ดพิษมาบริโภคหรือมาจำหน่ายกัน โดยลักษณะเห็ดพิษ ดอกเห็ดจะมีหลากสี ผิวจะหยาบกร้านไม่เรียบมัน ทั้งดอกทั้งโคนขา ถ้าผู้บริโภคเกิดมีอาการผิดปกติให้พบแพทย์ทีนที หรือลวงคอให้อาเจียนออกมาก่อนเพื่อบรรเทาอาการได้

ภาพ/ข่าว นายพงษ์พัฒน์ ไตรพิพัฒน์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาคจ.ศรีสะเกษ

โจรใจบาป ปีนกำแพงวัดขโมยเครื่องมือช่าง วอนส่งคืนเพราะต้องทำมาหากิน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

โจรใจบาป ปีนกำแพงวัดขโมยเครื่องมือช่าง วอนส่งคืนเพราะต้องทำมาหากิน

โจรใจบาป ปีนกำแพงวัดขโมยเครื่องมือช่าง วอนส่งคืนเพราะต้องทำมาหากิน

12 มิถุนายน 2563 – 12:49 น.

โจรใจบาป ปีนกำแพงมาขโมยเครื่องมือช่าง มูลค่าเกือบสามหมื่นบาทถึงในวัด ไม่รู้จะไปหาเงินที่ไหนมาซื้อใหม่ เพราะช่วงโควิดระบาดก็หยุดงาน ทุกวันนี้ก็อาศัยข้าววัดกิน

วันที่ 11 มิถุนายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีผู้ใช้เฟสบุ๊ค ชื่อ สา หร่าย ได้โพสต์ข้อความ ลงในกลุ่ม บ้านเฮาวิเชียรบุรี ว่า “มีมือดี…มาขโมยของในวัด..มี กบหน้า5 มากีต้าร์..เครื่องผ่า มากีต้าร์.สีน้ำเงินหน้า9.เล้าเตอร์โช้คมาสเท็ค สีส้ม มีใครพบเห็นหรือมีคนเอามาขายถูกๆ.วานรบกวนช่วยดูให้หน่อยนะคะ..ทราบเบาะแสช่วยโทรบอกหน่อยนะคะ 098-7700804. ค่ะ ขอบคุณอย่างสูงค่ะ ถือว่าช่วยกันค่ะ..กำจัดขยะสังคมค่ะ….ของหายเสาร์-อาทิตย์ 6-7 นี้เองค่ะ”

หลังโพสต์ ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ก็มีผู้ใช้เฟสบุ๊คหลายราย เข้ามาแสดงความคิดเห็น กดไลค์ กดแชร์ พร้อมวิพากษ์วิจารณ์สาปแช่งโจรหัวขโมยรายนี้กันต่างๆนาๆ อาทิ ผู้ใช้เฟสบุ๊คบางราย กล่าวว่า บาปกินกะบาลคัก ขณะที่บางรายกล่าวว่า เด้ะช่วยติดตามครับถ้าทราบเดียวโทรไปครับ ส่วนเจ้าของเพสบุ๊ค ได้กล่าวขอบคุณผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นว่า ค่ะ…ขอบคุณมากๆ.ค่ะ….เครื่องมือหาย..ไม่ได้ทำงานเลยค่ะ…งานพระอาจารย์…ชะงักเลยค่ะ..

ผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่ วัดสุทธิมัคคาราม ตั้งอยู่หมู่ 8 บ้านลำนารวย ต.สระประดู่ อ.วิเชียรบุรี พบ ช่างไม้ที่มาทำงานต่อเติมก่อสร้างศาสนสถาน อยู่ที่ภายในวัดจำนวน 4 คน และลุงที่ตัดไม้ที่ป่าด้านนอกกำแพงวัดอีกจำนวน 1 คน กำลังนั่งคุยกันถึงเรื่องเครื่องมือช่างที่ถูกขโมยหายไป เมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน ที่ผ่านมา โดยลุงที่ตัดไม้ที่ป่าด้านนอกกำแพงวัด กล่าวว่า ขณะที่กำลังตัดไม้อยู่นั้น ได้เห็นมีชายฉกรรจ์ จำนวน 2 คน เดินป้วนเปี้ยนด้อมๆมองๆอยู่ที่ข้างกำแพงวัด ทั้งวันเสาร์และวันอาทิตย์ แต่ตนดันไม่สนใจว่า จะเป็นพวกหัวขโมยที่ปีนข้ามกำแพงรั้ววัด เข้าไปขโมยเครื่องมือช่าง ที่อยู่ภายในวัด

ขณะที่ นาย สนธยา กังขอนนอก อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 225 หมู่ 14 ต.วังน้ำเย็น อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว ช่างที่เป็นคนเก็บเครื่องมือ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุหลังเลิกงาน ตนได้นำเครื่องมือช่างมาเก็บไว้ในลังไม้ แล้วล็อคกุญแจไว้ตามปกติเช่นที่เคยทำมาราว 8 เดือน ที่ตนมาทำงานอยู่ที่วัดแห่งนี้ ตนมารู้ว่าเครื่องมือถูกขโมยไปเมื่อวันจันทร์ที่ 8 มิถุนายนที่ผ่านมา จึงได้เข้าแจ้งความที่ สภ.วิเชียรบุรี ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยติดตามหาตัวหัวขโมยที่มาขโมยเครื่องมือทำมาหากินของตนไปหมด ซึ่งก็มีทั้ง กบไฟฟ้าขนาด 5 นิ้ว ยี่ห้อมากีต้า เลื่อยวงเดือนขนาด 9 นิ้ว ยี่ห้อมากีต้า เราท์เตอร์ ยี่ห้อมาคเทค มูลค่าเครื่องมือที่ถูกขโมยไปประมาณเกือบสามหมื่นบาท ถ้าจะให้ซื้อใหม่ก็ไม่รู้จะไปหาเงินที่ไหน เพราะช่วงโควิดระบาดก็หยุดงาน ทุกวันนี้ก็อาศัยข้าววัดกิน ทำให้ขณะนี้พวกตนไม่สามารถก่อสร้างวัดที่งานยังค้างคาและกำลังก่อสร้างอยู่บางส่วนที่ยังไม่แล้วเสร็จ งานต้องชะงักไม่สามารถทำต่อได้ ส่วนคนร้ายที่เข้ามาขโมยเครื่องมือช่างของตน ซึ่งอยู่ภายในวัด ตนคาดว่าน่าจะเป็นคนที่เคยเข้ามาติดต่อเสนอขายไม้ให้ ซึ่งตนก็ตอบไปว่าไม่ซื้อ เพราะทำให้วัดไม่ได้ทำขาย ซึ่งตนคาดว่าคนที่เข้ามาน่าจะเข้ามาดูลาดเลาว่า ตนเก็บเครื่องมือหรือของมีค่าตรงไหนมากกว่าที่จะมาขายไม้

ส่วน นางสายเพชร เทพช่วย อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 221 หมู่ 14 ต.วังน้ำเย็น อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว เล่าว่า คนร้ายใช้มอเตอร์ไซค์จอดเทียบแล้วเหยียบเบาะปีนกำแพงรั้ววัดข้ามเข้ามา เพราะเห็นรอยล้อรถมอเตอร์ไซค์อยู่ติดที่กำแพงวัด แต่มีลุงที่กำลังตัดไม้อยู่ที่ป่าด้านนอกกำแพงวัด เห็นมีผู้ชาย 2 คน เดินป้วนเปี้ยนด้อมๆมองๆอยู่ข้างกำแพงวัด ทั้งวันเสาร์และวันอาทิตย์ แต่ไม่ได้สนใจจึงไม่ทันสังเกตว่าผู้ชายทั้ง 2 คนทำอะไร อยู่ข้างกำแพงวัด ไม่คิดว่าจะเป็นหัวขโมย จึงอยากจะขอวอนให้คนที่ขโมยของไปช่วยเอาของมาคืน เพราะตอนนี้ชีวิตพวกตนไปต่อไม่ได้ถ้าไม่มีเครื่องมือชุดนี้

ชัยวัฒน์ ปานนิล ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดเพชรบูรณ์

ทยอยปิดโรงงาน หลังแบกต้นทุนไม่ไหว สับปะรดราคาสูงเป็นประวัติการณ์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ทยอยปิดโรงงาน หลังแบกต้นทุนไม่ไหว สับปะรดราคาสูงเป็นประวัติการณ์

ทยอยปิดโรงงาน หลังแบกต้นทุนไม่ไหว สับปะรดราคาสูงเป็นประวัติการณ์

12 มิถุนายน 2563 – 12:46 น.

โรงงานสับปะรดกระป๋องประจวบฯ ทยอยปิดหลังราคาต้นทุนวัตดิบราคาสูงสุดเป็นประวัติการณ์ กก.ละ 15 บาท นับตั้งแต่มีการปลูกสับประรดต้นแรกในประเทศและนับตั้งแต่มีการตั้งโรงงานผลิตเพื่อส่งออก

วันที่ 12 มิถุนายน 2563 นายวิรัช ปิยพรไพบูลย์ ประธานสภาอุตสาหกรรม จ. ประจวบคีรีขันธ์ พี่ชายนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะนายกสมาคมอุตสาหกรรมสับปะรดไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ราคาสับปะรดพันธ์ุปัตตาเวีย สำหรับส่งโรงงานแปรรูปสับปะรดกระป๋อง เพื่อการส่งออกในพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมีพื้นที่ปลูกสับปะรดมากที่สุดในประเทศไทยมีราคาสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ราคามากกว่ากิโลกรัมละ 15 บาท นับตั้งแต่มีการปลูกสับประรดต้นแรกในประเทศและนับตั้งแต่มีการตั้งโรงงานผลิตเพื่อส่งออก เนื่องจากปัจจุบันสิ้นสุดฤดูการผลิตตามปกติ ทำให้วัตถุดิบมีส่งโรงงานน้อยมาก วัตถุดิบที่ผลิตได้ทั่วประเทศเหลือเพียงวันละ 1,000 กว่าตันหากเทียบกับช่วงเดียวกันเมื่อปี 2562 มีมากถึง 5 – 6 พันตันต่อวัน

ส่วนหนึ่งมีผลกระทบมาจากสถานการณ์ภัยแล้ง และปัจจัยด้านราคาทำให้เกษตรกรที่มีปัญหารายได้ไม่คุ้มกับต้นทุนการผลิตหันไปปลูกพืชชนิดอื่น สำหรับปัญหาจากวัตถุดิบมีน้อย ทำให้โรงงงานแปรรูปสับปะรดกระป๋องทั้งรายใหญ่รายย่อย 18 แห่งใน จ.ประจวบคีรีขันธ์ต้องทยอยปิดโรงงานล่วงหน้าตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายนนี้ เพื่อทุเลาปัญหาขาดทุนจากราคาต้นทุนวัตถุดิบ

ขณะที่ปกติจะปิดสายการผลิตในช่วงเดือนกรกฎาคม – สิงหาคมของทุกปี และส่วนตัวไม่มั่นใจหลังเปิดสายการผลิตช่วงไตรมาสที่ 3 แล้ว จะมีสับปะรดป้อนเข้าโรงงานหรือไม่ แต่ประเมินว่าการผลิตเพื่อป้อนตลาดต่างประเทศ ในภาวะปกติ อาจจะต้องใช้เวลานานถึง 2 ปี ทั้งที่ต่างประเทศยังมีความต้องการสินค้าที่มีคุณภาพจากประเทศไทย มากกว่าผลิตภัณฑ์ของประเทศเพื่อนบ้าน

ภาพ/ข่าว พอใจ จันทนา ข่าวภูมิภาค จ.ประจวบคีรีขันธ์

ชาวนาเชียงใหม่-ลำพูน อุ่นใจเขื่อนแม่กวงฯ ยันมีน้ำเพียงพอแต่จัดส่งน้ำเป็นรอบเวร #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ชาวนาเชียงใหม่-ลำพูน อุ่นใจเขื่อนแม่กวงฯ ยันมีน้ำเพียงพอแต่จัดส่งน้ำเป็นรอบเวร

11 มิถุนายน 2563 – 22:23 น.

ชาวนาเชียงใหม่-ลำพูน อุ่นใจเขื่อนแม่กวงอุดมธารา ยืนยันมีน้ำเพียงพอสำหรับเกษตรกร แต่ต้องจัดส่งน้ำเป็นรอบเวร

เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 63 ที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่กวงอุดมธารา นายสุดชาย พรหมมลมาศ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 1 พร้อมด้วยนายอภิวัฒน์ ภูมิไธสง ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา นายเจนศักดิ์ ลิมปิติ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่กวงอุดมธารา เจ้าหน้าที่เขื่อนแม่กวง และชลประทานที่ 1 เชียงใหม่ รวมทั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำเขื่อนแม่กวงฯได้เข้าร่วมพิธีสืบชะตาน้ำแม่กวงและประชุมปรับแผนการบริหารจัดการน้ำฤดูนาปี 2563 ก่อนที่จะลงพื้นที่ตรวจดูความพร้อมการป้องกันและบรรเทาอุทกภัย พื้นที่ฝั่งตะวันออกเมืองเชียงใหม่ (อ.สันกำแพง) นายสุดชาย พรหมมลมาศ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 1 กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ของจังหวัดเชียงใหม่ เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล ปริมาณน้ำ 47.942 ล้าน ลบ.ม. หรือประมาณ 18% โดยเขื่อนแม่งัดฯ ได้ส่งน้ำให้กับพื้นที่โครงการแม่แฝก-แม่งัดฯ ฤดูฝน ปี 2563 ตามแผน 37 ล้าน ลบ.ม. ตอนนี้ยังไม่ได้เริ่ม และส่งน้ำสนับสนุนเฉพาะเพื่อการอุปโภค-บริโภค ในช่วงฝนทิ้งช่วง พื้นที่สองฝั่งแม่น้ำปิง ในเขตจังหวัดเชียงใหม่-ลำพูน ฤดูฝนปี 2563 แผน 10 ล้าน ลบ.ม. เริ่มส่งน้ำตั้งแต่วันที่ 28 พ.ค. – 11 มิ.ย. 63 ผลการส่งน้ำ 2.24 ล้าน ลบ.ม. (รอบเวรที่ 2) ส่งน้ำเท่ากับแผน ทั้งนี้ในกรณีฝนตกและปริมาณน้ำในลำน้ำปิงเพียงพอก็จะงดหรือลดการส่งน้ำ สำหรับพื้นที่เพาะปลูกข้าวฤดูฝน ปี 63 ให้เกษตรกรเริ่มเตรียมแปลง ตกกล้า หลังจากที่มีฝนตกต่อเนื่อง และมีปริมาณน้ำมาก “ในส่วนของเขื่อนแม่กวงอุดมธารา ขณะนี้มีปริมาณน้ำ 63.05 ล้าน ลบ.ม. (24%) โดยส่งน้ำพื้นที่โครงการแม่กวงฯ ฤดูฝน ปี 2563 ตามแผน 80 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งช่วงนี้เป็นช่วงฝนทิ้งช่วงตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือน ทางชลประทานได้แจ้งให้เกษตรกรเลื่อนระยะการทำนาปีออกไปก่อนและทางเขื่อนแม่กวงฯจะเริ่มปล่อยน้ำเพื่อให้เกษตรกรได้เตรียมการเพาะปลูกข้าวนาปีในช่วงกลางเดือนกรกฎาคมเป็นต้นไปโดยจัดส่งน้ำเป็นรอบเวรออกเป็น 7 รอบเวร

”ผอ.สำนักชลประทานที่ 1 เชียงใหม่ กล่าวและชี้แจงอีกว่า สำหรับสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 18 แห่ง มีปริมาณน้ำ 25.35 ล้าน ลบ.ม. (21%) โดยอ่างที่มีปริมาณน้ำเก็บกัก 80% – 100 % มีจำนวน 1 แห่งที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ส่วนอ่างที่มีปริมาณน้ำ 30% – 80% จำนวน 7 แห่ง อยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ 6 แห่งและที่แม่ฮ่องสอนอีก 1 แห่ง ส่วนอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำ 20% – 30% มีจำนวน 4 แห่ง อยู่ในเชียงใหม่ 3 แห่งและลำพูน 1 แห่ง และที่มีปริมาณน้ำต่ำกว่า 20% จำนวน 6 แห่ง โดยอยู่ในเชียงใหม่ 3 แห่งและลำพูน 3 แห่ง นายสุดชาย พรหมมลมาศ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 1 กล่าวว่าสำหรับแผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง ปี 2562/63 ตามแผนมีจำนวน 202,756 ไร่ แต่ก็มีการเพาะปลูกจริงเกินแผน 240,472 ไร่ (119%) โดยมีการเก็บเกี่ยว 240,472 ไร่ (100% เทียบกับผล) ส่วนการเพาะปลูกพืชฤดูฝน ปี 2563 แผน 468,326 ไร่ แต่ได้เริ่มดำเนินการเพาะปลูกแล้ว 131,819 ไร่ (28%) อย่างไรก็ตามเนื่องจากขณะนี้อยู่ในช่วงฤดูฝน สำนักงานชลประทานที่ 1 ได้มีการเตรียมพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัย โดยมีการตรวจสอบสภาพอาคาร ตรวจสอบแล้ว 831 แห่ง พร้อมใช้งาน 821 แห่ง กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง แล้วเสร็จ 38,757 ตัน มีการปรับแผนการบริหารจัดการน้ำรายสัปดาห์และเตรียมความพร้อมเครื่องจักรเครื่องมือเพื่อช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัย

ทางด้านนายเจนศักดิ์ ลิมปิติ ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่กวงฯ กล่าวว่า ปีนี้ปริมาณฝนตกต่ำกว่าเกณฑ์ 11-18% อย่างไรก็ตามปริมาณน้ำที่กักเก็บในเขื่อนแม่กวงฯปีนี้มีมากกว่าปีที่ผ่านมาถึง 20 ล้านลบ.ม. ซึ่งในเขตพื้นที่ชลประทานมีการเพาะปลูกข้าวนาปี 1.2 แสนไร่ ไม้ผล 2.5 หมื่นไร่และบ่อปลา 2,000-3,000 ไร่ ซึ่งพอเข้าสู่ฤดูฝนมีฝนตกพวกกลุ่มไม้ผลไม่ต้องส่งน้ำให้แล้ว จะเหลือเพียงข้าว ซึ่งปีที่แล้วซึ่งในเขตพื้นที่ของเขื่อนแม่กวงฯการเพาะปลูกข้าวปีที่แล้วแบ่งเป็น 3 กลุ่ม โดยเกษตรกรได้เริ่มเพาะปลูกข้าวตั้งแต่ฝนแรกคือเริ่มเข้าเดือนมิ.ย.และพอฝนทิ้งช่วง ฝนมาอีกทีก.ค.ก็มีอีกกลุ่มเริ่มปลูก ส่วนกลุ่มผู้ใช้น้ำที่ทำตามคำเตือนและข้อตกลงร้องขอจะปลูกในช่วงส.ค. อย่างไรก็ตามการส่งน้ำในปีที่ผ่านมาจึงมีปัญหาเพราะเกษตรกรไม่ทำตามกติกา ปีนี้จึงมีการประชุมตกลงกันของกลุ่มผู้ใช้น้ำว่าจะเริ่มเพาะปลูกในช่วงกลางเดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป โดยจะมีการส่งน้ำเป็นรอบเวร จากนั้นนายสุดชาย พรหมมลมาศ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 1 และคณะได้เดินทางไปติดตามความพร้อมในการเตรียมรับอุทกภัยในพื้นที่ฝั่งตะวันออก(สันกำแพง) โดยนายเจนศักดิ์ ลิมปิติ ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่กวงฯได้ชี้แจงถึงแผนการจัดการน้ำลุ่มแม่ออน เพื่อป้องกันอุทกภัยในเขตอำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ โดยจะมีการผันน้ำเข้าคลองผันน้ำฝายกู่เบี้ย ปริมาณ 12 ลบ.ม./วินาทีและผันน้ำเข้าคลองเหมืองลึก ปริมาณ 11 ลบ.ม./วินาที.

ฟงหวิน ศักดิ์อัศวิน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.เชียงใหม่ 

https://embed.komchadluek.net/api/embeded/433621/33872

เขื่อนแม่กวงฯ จัดพิธีสืบชะตาน้ำแม่กวงแบบ New Normal เพื่อความเป็นสิริมงคล #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เขื่อนแม่กวงฯ จัดพิธีสืบชะตาน้ำแม่กวงแบบ New Normal เพื่อความเป็นสิริมงคล

เขื่อนแม่กวงฯ จัดพิธีสืบชะตาน้ำแม่กวงแบบ New Normal เพื่อความเป็นสิริมงคล

11 มิถุนายน 2563 – 21:36 น.

เขื่อนแม่กวงอุดมธารา จัดพิธีสืบชะตาน้ำแม่กวงแบบ New Normal เพือความเป็นสิริมงคล ทำพิธีสืบชะตาน้ำแม่กวง และ ประชุมร่วมกลุ่มผู้ใช้น้ำ ก่อนปรับแผนบริหารน้ำฤดูนาปี 63 หลังฝนทิ้งช่วงเริ่มกลางเดือนก.ค.โดยจัดส่งเป็นรอบเวร

เขื่อนแม่กวงอุดมธารา จัดพิธีสืบชะตาน้ำแม่กวงแบบ New Normal เพื่อความเป็นสิริมงคล ทำพิธีสืบชะตาน้ำแม่กวง และประชุมร่วมกลุ่มผู้ใช้น้ำ ก่อนปรับแผนบริหารน้ำฤดูนาปี 63 หลังฝนทิ้งช่วงเริ่มกลางเดือนก.ค. โดยจัดส่งเป็นรอบเวร เพื่อเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัยทั้งฝั่งตะวันตกและตะวันออกของตัวเมืองเชียงใหม่ เน้นการบริหารจัดการน้ำเพื่ออุปโภค บริโภคและการเกษตรให้พอเพียง
เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 63 ที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่กวงอุดมธารา อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ นายจิรชาติ ซื่อตระกูล นายอำเภอดอยสะเก็ด,นายสุดชาย พรหมมลมาศ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 1 พร้อมด้วยนายอภิวัฒน์ ภูมิไธสง ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา นายเจนศักดิ์ ลิมปิติ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่กวงอุดมธารา เจ้าหน้าที่เขื่อนแม่กวง และชลประทานที่ 1 เชียงใหม่ รวมทั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำเขื่อนแม่กวงฯจำนวนกว่า 100 คน ได้เข้าร่วมพิธีสืบชะตาน้ำแม่กวงและประชุมปรับแผนการบริหารจัดการน้ำฤดูนาปี 2563 บริเวณพับพลา สันเขื่อนแม่กวง เพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคล ก่อนที่จะลงพื้นที่ตรวจดูความพร้อมการป้องกันและบรรเทาอุทกภัย พื้นที่ฝั่งตะวันออกเมืองเชียงใหม่ อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่

นายสุดชาย พรหมมลมาศ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 1 เปิดเผยว่า สำหรับสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ของจังหวัดเชียงใหม่ เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล ปริมาณน้ำ 47.942 ล้าน ลบ.ม. หรือประมาณ 18% โดยเขื่อนแม่งัดฯ ได้ส่งน้ำให้กับพื้นที่โครงการแม่แฝก-แม่งัดฯ ฤดูฝน ปี 2563 ตามแผน 37 ล้าน ลบ.ม. ตอนนี้ยังไม่ได้เริ่ม และส่งน้ำสนับสนุนเฉพาะเพื่อการอุปโภค-บริโภค ในช่วงฝนทิ้งช่วง พื้นที่สองฝั่งแม่น้ำปิง ในเขตจังหวัดเชียงใหม่-ลำพูน ฤดูฝนปี 2563 แผน 10 ล้าน ลบ.ม. เริ่มส่งน้ำตั้งแต่วันที่ 28 พ.ค.  – 11 มิ.ย. 63 ผลการส่งน้ำ 2.24 ล้าน ลบ.ม. (รอบเวรที่ 2) ส่งน้ำเท่ากับแผน ทั้งนี้ในกรณีฝนตกและปริมาณน้ำในลำน้ำปิงเพียงพอก็จะงดหรือลดการส่งน้ำ สำหรับพื้นที่เพาะปลูกข้าวฤดูฝน ปี 63 ให้เกษตรกรเริ่มเตรียมแปลง ตกกล้า หลังจากที่มีฝนตกต่อเนื่อง และมีปริมาณน้ำมาก
สำหรับสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 18 แห่ง มีปริมาณน้ำ 25.35 ล้าน ลบ.ม. (21%) โดยอ่างที่มีปริมาณน้ำเก็บกัก 80% – 100 % มีจำนวน 1 แห่งที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ส่วนอ่างที่มีปริมาณน้ำ 30% – 80% จำนวน 7 แห่ง  อยู่ในจังหวัดเชียงใหม่  6 แห่งและที่แม่ฮ่องสอนอีก 1 แห่ง  ส่วนอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำ 20% – 30% มีจำนวน 4 แห่ง อยู่ในเชียงใหม่  3 แห่งและลำพูน  1 แห่ง และที่มีปริมาณน้ำต่ำกว่า 20% จำนวน 6 แห่ง  โดยอยู่ในเชียงใหม่  3 แห่งและลำพูน  3 แห่ง
สำหรับแผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง ปี 2562/63 ตามแผนมีจำนวน 202,756 ไร่  แต่ก็มีการเพาะปลูกจริงเกินแผน 240,472 ไร่ (119%)  โดยมีการเก็บเกี่ยว 240,472 ไร่ (100% เทียบกับผล) ส่วนการเพาะปลูกพืชฤดูฝน ปี 2563  แผน 468,326 ไร่   แต่ได้เริ่มดำเนินการเพาะปลูกแล้ว 131,819 ไร่ (28%)
อย่างไรก็ตามเนื่องจากขณะนี้อยู่ในช่วงฤดูฝน สำนักงานชลประทานที่ 1 ได้มีการเตรียมพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัย โดยมีการตรวจสอบสภาพอาคาร ตรวจสอบแล้ว 831 แห่ง พร้อมใช้งาน 821 แห่ง กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง แล้วเสร็จ 38,757 ตัน  มีการปรับแผนการบริหารจัดการน้ำรายสัปดาห์และเตรียมความพร้อมเครื่องจักรเครื่องมือเพื่อช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัย

ด้านนายเจนศักดิ์ ลิมปิติ ผู้อำนวยการเขื่อนแม่กวงอุดมธารา กล่าวว่าปริมาณน้ำล่าสุดของเขื่อนแม่กวงอุดมธารา มีปริมาณน้ำมากกว่าเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล นับเป็นรอบในหลายปีที่มีน้ำมากกว่าเนื่องจากที่ผ่านมาไม่มีการปล่อยน้ำมีการกักเก็บน้ำไว้อย่างต่อเนื่อง ปริมาณน้ำจำนวน 63 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 24% ส่วนเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล อำเภอแม่แตง มีปริมาณน้ำจำนวน 47 ล้านลบ.ม. คิดเป็น 18 % ในปีนี้มีน้ำต้ทุนเพื่อให้เกษตรกรและชาวนาใช้น้ำ 50 ล้าน ลบ.ม. แต่ขอให้ชาวนาเริ่มทำนาปีช่วงวันที่ 15 กรกฎาคม 2563 จำมีการส่งน้ำเป็นรอบเวร อย่างไรก็ตามการใช้น้ำเขื่อนจะเป็นน้ำสำรองขอให้ชาวนาเน้นการใช้น้ำฝนเป็นหลักก่อน เพื่อรักษาน้ำต้นทุนไว้ในช่วงที่ฝนทิ้งช่วง ในปีนี้มีพื้นที่เพาะปลูกนากว่า 1.2 แสนไร่ ไม้ผล 4 หมื่นไร่รวมบ่อปลาในพื้นที่ด้วย

นิวัตร ธาตุอินจันทร์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดเชียงใหม่