SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

พบผู้ป่วยในทุกตำบล หนักสุดในรอบ 3 ปี ไข้เลือดอออกแม่สะเรียง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

พบผู้ป่วยในทุกตำบล หนักสุดในรอบ 3 ปี ไข้เลือดอออกแม่สะเรียง

พบผู้ป่วยในทุกตำบล หนักสุดในรอบ 3 ปี ไข้เลือดอออกแม่สะเรียง

11 มิถุนายน 2563 – 19:53 น.

พบผู้ป่วยในทุกตำบล หนักสุดในรอบ 3 ปี ไข้เลือดอออกแม่สะเรียง พ่นหมอกควันทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุง หลังพบไข้เลือดออกระบาดหนัก ยอดผู้ป่วยพุ่ง 109 ราย สสอ.เตรียมปฏิบัติการเชิงรุก “อำเภอแม่สะเรียงปลอดยุงลาย”

พ่นหมอกควันหลังพบไข้เลือดออกระบาดหนัก ยอดผู้ป่วยพุ่ง 109 ราย นายดำรงค์ นันยบุตร สาธารณสุขอำเภอแม่สะเรียง เปิดเผยว่า สาธารณสุขอำเภอแม่สะเรียง เตรียมใช้สโลแกน “อำเภอแม่สะเรียงปลอดยุงลาย” พร้อมปฏิบัติการเชิงรุกลงพื้นที่ยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออก โดยการนำประชาชนจิตอาสา ทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในที่สาธารณะ ซึ่งทุกคนต้องช่วยกันโดยเฉพาะเจ้าของบ้าน ไม่ใช่แค่อาสาสมัครเท่านั้น ซึ่งทางด้านสาธารณสุข ทางอำเภอก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ติดตามสถานการณ์และการควบคุมป้องกันโรคของแต่ละหมู่บ้าน เพื่อเน้นย้ำผู้นำชุมชนให้เฝ้าระวังโรค พร้อมแจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ดำเนินการเตรียมความพร้อมในด้านเครื่องมือ อุปกรณ์การพ่นสารเคมี รวมทั้งสนับสนุนยากันยุง สเปรย์ไล่ยุง และสเปรย์กำจัดยุง ให้กับประชาชนกลุ่มเสี่ยง และต่อไปอาจจะมีการประกวดสถานที่หรือหมู่บ้านปลอดยุงลายด้วย

จากการติดตามตามสถิติของการระบาดในพื้นที่พบผู้ป่วยสูงสุดในปี 2558 จำนวน 331 ราย และการประเมินสถานการณ์ในปีนี้เบื้องต้น คาดว่าจะมีการระบาดต่อเนื่อง มีแนวโน้มจะระบาดหนักที่สุดในรอบสามปี เนื่องจากการสำรวจลูกน้ำยุงลายพบว่าในชุมชนและสถานที่สำคัญที่มีการรวมตัวของประชาชน ยังมีค่าดัชนีลูกน้ำยุงลายสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด และเนื่องจากหลายพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้ง ชาวบ้านกักเก็บน้ำไว้จำนวนมาก แต่ไม่ได้ทำการปิดฝาให้มิดชิด ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะเป็นแหล่งแพร่ระบาดโรคไข้เลือดออกได้ในวงกว้าง ล่าสุดของอำเภอแม่สะเรียง พบผู้ป่วยสะสมไข้เลือดออก จำนวน 109 ราย สูงสุดที่ตำบลแม่เหาะ 54 ราย รองลงมาตำบลบ้านกาศ 22 ราย ตำบลแม่สะเรียง 17 ราย  ตำบลแม่ยวม 6 ราย ตำบลแม่คง 6 ราย ตำบลป่าแป๋ 3 ราย ตำบลเสาหิน 1 ราย พบผู้ป่วยใหม่บริเวณบ้านจอมแจ้ง ตำบลแม่สะเรียง และบ้านโป่ง ตำบลบ้านกาศ 

จึงขอเน้นย้ำให้ประชาชนทุกคน เฝ้าระวัง ป้องกัน ปฏิบัติตามมาตรการ 3 ก. คือ เก็บบ้านให้สะอาด เช่น พับเก็บเสื้อผ้าใส่ในตู้หรือแขวนให้เรียบร้อย เพื่อไม่ให้มีมุมอับทึบเป็นที่เกาะพักของยุง เก็บขยะที่อยู่บริเวณรอบบ้าน เก็บภาชนะใส่อาหารหรือน้ำดื่มที่ทิ้งไว้ใส่ถุงดำ และนำไปทิ้งลงถังขยะ เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง เก็บน้ำ ภาชนะที่ใส่น้ำเพื่ออุปโภค บริโภค ต้องปิดฝาให้มิดชิด ล้างคว่ำภาชนะใส่น้ำ และเปลี่ยนน้ำในกระถางหรือแจกันทุกสัปดาห์ ป้องกันไม่ให้ยุงลายวางไข่ อย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องถือว่าเป็นปัญหาสำคัญ

ชนานันท์ เง่าสุวรรณ์  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดแม่ฮ่องสอน

อดีตผจก.ทิ้งเงินเดือนครึ่งแสน ผุด”ตูบนาคาเฟ่” สร้างงาน สร้างรายได้ให้ชุมชน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

อดีตผจก.ทิ้งเงินเดือนครึ่งแสน ผุด”ตูบนาคาเฟ่” สร้างงาน สร้างรายได้ให้ชุมชน

11 มิถุนายน 2563 – 19:52 น.

อดีตผจก.บริษัทเฟอร์นิเจอร์แบรนด์เนม ยอมทิ้งเงินเดือนครึ่งแสน กลับบ้านเกิดสร้าง “ตูบนาคาเฟ่” เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ให้ชุมชนสร้างรายได้ให้ชุมชนบ้านเกิด

วันนี้ (11 มิถุนายน 2563 ) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านเซี๊ยะ ม.4 ต.จุน อ.จุน จ.พะเยา เพื่อชิมอาหารและเสพบรรยากาศของ “ตูบนาคาเฟ่” ร้านอาหารเล็กๆ ตั้งอยู่กลางทุ่งนา แต่มีการจัดโซนของร้านได้งดงาม เสริมด้วยทัศนียภาพของทุ่งนาและขุนเขาเบื้องหลัง กับการบริการแบบบ้านๆ ในราคากันเอง โดยมีชาวบ้านทำเอง ขายเอง สร้างงาน สร้างรายได้ให้กับชุมชนบ้านเซี๊ยะ

นายนพดล  อินต๊ะลาศ อายุ 30 ปี อดีตผู้จัดการบริษัทเฟอร์นิเจอร์แบรนด์เนมแห่งหนึ่ง เจ้าของ “ตูบนาคาเฟ่” เปิดเผยว่า ในสมัยวัยรุ่นคิดว่า การทำงานดีดี เงินเดือนเยอะๆ คือความสุข ความสำเร็จ จึงพยายามเรียนและทำงานจนได้เป็นถึงผู้จัดการฯ เงินเดือนกว่า 50,000 บาท ส่วนภรรยาก็ใช้รถบรรทุกดัดแปลงทำร้านชาชัก โรตีหม้อ ซึ่งก็สร้างรายได้ให้มากพอสมควร แต่ก็พบว่าไม่มีความสุข มันวุ่นวาย มันไม่สงบ ใจนึกถึงแต่บ้านเกิด นึกถึงทุ่งนา จึงตัดสินใจลาออกตั้งแต่ต้นปีนี้ คิดว่าจะกลับมาทำอะไรสักอย่างเพื่อที่จะมีเวลาดูแลพ่อ แม่ เมื่อมาเห็นที่นาของพ่อและญาติในแปลงติดกันมีสภาพเหมาะที่จะทำเป็นแปลงเกษตรสวนผสม เพราะมีสระปลา มีผักสดสารพัดที่ปลูกไว้ แว๊บแรกคือการทำอะไรสักอย่างที่สร้างรายได้ให้ตนเอง และสร้างงานในชุมชน  จึงคิดทำร้านอาหารเล็กๆ ที่เน้นขายอาหารจากวัตถุดิบ  ปรุงสดจากสวน จากบ่อปลาและไร้สารพิษ จึงปรับพื้นที่นาให้เป็นร้านอาหารทันที ใช้เวลาทำไม่กี่วันก็สำเร็จ และเดินการตลาดด้วยการลงในเพจของในชื่อร้าน “ตูบนาคาเฟ่” โดยเริ่มเปิดให้บริการวันแรกเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีลูกค้าเข้ามาใช้บริการมากมายจนขายไม่ทัน  เหนื่อยแต่มีความสุขซึ่งไม่มีในตอนที่ทำงานในตำแหน่งผู้จัดการฯ

สำหรับเมนูที่ขึ้นชื่อ ที่มาถึงแล้วต้องสั่งคือ ก๋วยเตี๋ยวไก่ตุ๋น ซึ่งเนื้อไก่นุ่มยุ่ย แทบจะละลายในปาก รสชาติก็ไม่เป็นรองใคร ตำสารพัดที่รสชาติจี๊ดจ๊าดหรือนุ่มละมุนตามคำสั่งของลูกค้า ตามด้วยน้ำโกโก้ที่รสชาติกลมกล่อมหรือจะจิบกาแฟเบาๆ ชมวิวไปพรางๆ น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่คอลูกทุ่งหรือคนที่ชอบเสพธรรมชาติ ส่วนใครที่อยากได้ปลาสดๆ ผัดสด นำไปทำทานเองที่บ้าน ทางร้านให้เก็บหรือตกจากบ่อหรือในสวนได้เลย โดยจำหน่ายในราคายุติธรรมและถูกกว่าท้องตลาดอย่างแน่นอน  สำหรับท่านที่ต้องการพิสูจน์ความงามของสถานที่และรสชาติอาหารเพียงแค่พิมพ์คำว่า “ตูบนาคาเฟ่” อ.จุน จ.พะเยาใน GPS. ก็จะถึงจุดหมายได้อย่างแน่นอน

นพพร ทาทาน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.พะเยา

เปิดให้บริการแล้ว นวดแผนไทยวัดตุ๊กตา แต่ต้องเว้นระยะห่าง และสวมหน้ากากอนามัย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เปิดให้บริการแล้ว นวดแผนไทยวัดตุ๊กตา แต่ต้องเว้นระยะห่าง และสวมหน้ากากอนามัย

เปิดให้บริการแล้ว  นวดแผนไทยวัดตุ๊กตา แต่ต้องเว้นระยะห่าง และสวมหน้ากากอนามัย

11 มิถุนายน 2563 – 16:28 น.

เปิดให้บริการแล้ว นวดแผนไทยวัดตุ๊กตา แต่ต้องเว้นระยะห่าง และสวมหน้ากากอนามัย

ลูกค้าแห่ใช้บริการนวดแผนไทย หลังภาครัฐอนุญาตให้เปิดดำเนินการได้ แต่ต้องเน้นปฏิบัติตามมาตรการเว้นระยะห่าง สวมหน้ากากอนามัย เพื่อความปลอดภัยทั้งของคนนวดและลูกค้า

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2563 ที่วัดตุ๊กตา อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม กลุ่มสตรีนวดแผนไทย ได้เปิดให้บริการแล้ว หลังรัฐบาลประกาศคลายล็อค ให้นวดแผนไทย สามารถเปิดดำเนินการได้  ซึ่งก็มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง โดยทางกลุ่มนวดแผนไทย ได้ติดตั้งอ่างล้างมือไว้บริเวณทางเข้า โดยผู้ที่เข้ามาใช้บริการ จะต้องล้างมือทุกครั้ง เข้ามาด้านในก็จะมีการวัดอุณหภูมิในร่างกาย  ก่อนจะได้รับบริการนวด  โดยผู้ให้บริการและผู้รับบริการ จะต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า มีการเว้นระยะห่างของเตียงนวด เปิดประตู หน้าต่าง ให้อากาศถ่ายเท หลังเสร็จจากการนวด ผู้ที่เข้ามาใช้บริการ จะต้องลงชื่อ นามสกุล ที่อยู่ และเบอร์โทร ให้กับทางกลุ่ม

ส่วนผู้ที่มาใช้บริการ จะต้องจองคิวล่วงหน้า ทางกลุ่มก็จะนัดหมายเวลาให้บริการ แต่หากเดินเข้ามาโดยไม่ได้นัดหมาย ทางเราจะให้ลงชื่อจองคิว และออกไปทำธุระอื่นก่อน จะไม่ให้เข้ามานั่งรอด้านใน เมื่อคนนวดว่าง ก็จะโทรศัพท์แจ้งให้ลูกค้าทราบ  หลังนวดเสร็จ พนักงานก็จะต้องเปลี่ยนผ้าคลุม ทำความสะอาดบริเวณโดยรอบ ล้างมือ ทำความสะอาดตัวเองให้เรียบร้อย ก่อนให้บริการลูกค้ารายต่อไป

ลูกค้าที่มาใช้บริการรายหนึ่ง เปิดเผยว่า ปกติก็มานวดประจำ แต่ช่วงโควิดระบาด ไม่ได้นวดเลย วันนี้ได้มานวดก็ดีใจ ได้คลายเส้น แต่ก็นวดเฉพาะช่วงล่าง ยังไม่นวดส่วนบน แต่ที่นี่ มั่นใจในความสะอาด จะมีการเปลี่ยนผ้าทุกครั้งหลังนวดเสร็จ  


ปนิทัศน์ มามีสุข   นส.ปณิดา มามีสุข ผู้สื่อข่าวภูมิภาคจ.นครปฐม

บรรยากาศที่”บ้านเกิด ตั้ว ศรัณยู”เงียบเหงา เพื่อนบ้านเสียใจจากการจากไปของพระเอกคนดัง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

บรรยากาศที่”บ้านเกิด ตั้ว ศรัณยู”เงียบเหงา เพื่อนบ้านเสียใจจากการจากไปของพระเอกคนดัง

บรรยากาศที่"บ้านเกิด ตั้ว ศรัณยู"เงียบเหงา เพื่อนบ้านเสียใจจากการจากไปของพระเอกคนดัง

11 มิถุนายน 2563 – 15:43 น.

บรรยากาศที่”บ้านเกิด ตั้ว ศรัณยู”เงียบเหงา เพื่อนบ้านเสียใจจากการจากไปของพระเอกคนดัง และเตรียมจะไปร่วมงานศพ

บรรยากาศที่บ้านเกิดในตำบลกระดังงา อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม เป็นไปด้วยความโศกเศร้า เพื่อบ้านต่างจับกลุ่มคุยกันถึงการจากไปของ ตั้ว ศรัณยู วงษ์กระจ่าง ซึ่งเป็นที่รักของคนในพื้นที่ และเตรียมจะไปร่วมงานศพด้วย

ขณะที่นางสาวบุญชู เกิดมงคล อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 66 หมู่ 9 ตำบลกระดังงา อำเภอบางคนที ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องของ ตั้ว ศรัณยู วงษ์กระจ่าง ซึ่งบ้านอยู่ติดกันได้พาไปเยี่ยม บ้านเกิดตั้วศรัญญู ซึ่งเป็นบ้านไม้เรือนไทย 2 ชั้นใต้ถุนสูงอยู่ริมคลองบางน้อย บรรยากาศร่มรื่นในสวนผลไม้ผสมผสาน แม้จะปล่อยร้างไม่มีคนอยู่อาศัยแต่สภาพบ้านก็มีการปรับปรุงซ่อมแซมจนแข็งแรง  

นางสาวบุญชู กล่าวว่า ตนกับ ตั้ว ศรัญญู  เป็นลูกพี่ลูกน้อง เกิดปีเดียวกันเล่นด้วยกันมาตั้งแต่เล็กๆ จนสนิทกัน ต่อมาครอบครัวตั้วศรัญญูย้ายไปอาศัยในกรุงเทพมหานคร ก็เริ่มห่างๆกันไปจนตั้ว ศรัญญูมีชื่อเสียงโด่งดัง ตั้วก็ยังไม่ลืมบ้านเกิด เอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่ รักพี่รักน้อง ไม่เคยลืมญาติ ยังแวะเวียนมาเยี่ยมตนและญาติๆทุกครั้งยามว่าง เมื่อกลับมาก็จะเป็นกันเองทักทายปราศรัย สนุกเฮฮา และสวมกอดกันทุกครั้ง กระทั่งมาทราบข่าวการเสียชีวิตตั้งแต่เมื่อคืนก็รู้สึกใจหาย ไม่น่าอายุสั้น  แต่ก็รู้สึกภูมิใจที่ ตั้วศรัญญู เป็นคนดีของสังคม และเป็นที่รักของประชาชน

นพพร บุญทนาวงศ์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสมุทรสงคราม

ชาวบ้านคลองสะบ้าสุดทน โดนโรยตะปูเรือใบ นานกว่า 2 เดือนเดือดร้อนไปทั่ว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ชาวบ้านคลองสะบ้าสุดทน โดนโรยตะปูเรือใบ นานกว่า 2 เดือนเดือดร้อนไปทั่ว

ชาวบ้านคลองสะบ้าสุดทน โดนโรยตะปูเรือใบ นานกว่า 2 เดือนเดือดร้อนไปทั่ว

11 มิถุนายน 2563 – 10:58 น.

ชาวบ้านคลองสะบ้า โอด! กลุ่มผู้ไม่หวังดี”โรยตะปูเรือใบ”บนถนนนานกว่า 2 เดือน กว่า 3 กม.เดือดร้อนทั่วหน้าทั้งหมู่บ้านยางรถรั่วซ้ำแล้วซ้ำเล่ากว่า 30 คัน หมดเงินเปลี่ยนยาง-ปะยางบาน เตรียมรวมกลุ่มขึ้นแจ้งความ เบื้องต้นเชื่อเป็นกลุ่มวัยรุ่นคึกคะนอง

ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก ชาวบ้านในพื้นที่ หมู่ 7 บ้านคลองสะบ้า ต.บ้านนา อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ว่าได้รับความเดือดร้อน มีกลุ่มผู้ไม่หวังดี ได้โรยตะปูเรือใบ หรือตะปูหมานั่งยองตามภาษาถิ่น ที่มีการนำเหล็กก้านร่มมาดัดและลับปลายเหล็กให้แหลมคม มาโรยบนถนนสายคลองสะบ้า-บ้านนาตก ถนนเชื่อมระหว่าง หมู่ 4 และ หมู่ 7 ระยะทางกว่า 3 กม.มานานกว่า 2 เดือนแล้ว ทำให้ชาวบ้านรวมทั้งผู้ที่สัญจรไปมาได้รับความเดือดร้อน ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ล้อรั่วกว่า 20-30 ราย บางรายโดนเกือบทุกวันซ้ำแล้วซ้ำเล่า เสียค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนยางและปะยางกันแล้วจำนวนมาก

นายมะอีน ขาวเอียด อายุ 52 ปี บ้านเลขที่ 45/1 หมู่ 7 ต.บ้านนา อ.ปะเหลียน ผู้เสียหายและเป็นชาวบ้านในพื้นที่ กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นมากว่า 2 เดือนแล้ว ตั้งแต่เดือน เม.ย.ที่ผ่านมา โดยช่วงแรกกลุ่มผู้ไม่หวังดีได้โรยตะปูเรือใบลงบนพื้นถนนเป็นกลุ่มเป็นก้อน และโรยเพียงจุดเดียว ซึ่งในขณะนั้นชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนมาตลอด และได้กระทำมาเรื่อยๆ จนกระทั่งมีการโรยทั่วทั้งถนน และกระจายออกไปหลายๆจุด แต่มาโรยติดต่อถี่ๆกันเกือบทุกคืนตั้งแต่ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้ชาวบ้านได้รับผลกระทบล้อรถรั่วไปแล้วกว่า 20-30 ราย บางรายโดนถึง 2-3 ครั้งติดต่อกัน ต้องเสียค่าเปลี่ยนยาง หรือปะยาง หมดเงินกันไปเยอะแล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นชาวบ้านในพื้นที่ และผู้ที่สัญจรผ่าน และที่หนักสุดก็จะเป็นกลุ่มรถส่งของส่งวัสดุต่างๆ แม้แต่รถผู้นำชุมชน และรถตำรวจก็ยังโดนด้วย สำหรับตนเองก็โดนเช่นเดียวกัน ขณะที่ขับรถ จยย.สามล้อพ่วงข้างไปกรีดยางพารากลางดึก ได้เหยียบเข้ากับตะปูเรือใบดังกล่าว ทำให้ล้อยางทั้ง 3 ล้อรั่วหมด หลังจากนี้ตนเองจะไปแจ้งความเพื่อให้ตำรวจติดตามตัวผู้ไม่หวังดีมาดำเนินคดี แต่เบื้องต้นตนเองคิดว่าน่าจะเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่คึกคะนอง ก็อยากจะให้ตำรวจสายตรวจช่วยตรวจดูเส้นทางดังกล่าว

ด้าน นางวิไล หยงสตาร์ อายุ 63 ปี อาชีพชาวสวน กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ก็มีคนบอกว่ามีการโรยตะปูนเรือใบ ตนเองขับรถผ่านก็พยายามสอดส่องตลอด เมื่อวานขณะขับรถออกจากบ้านพ่อบ้านแม่ผ่านเส้นทางดังกล่าว เมื่อลงจากรถก็ตรวจสอบล้อรถดู ปรากฏว่าโดนตะปูเรือใบเจาะล้อ 2 ตัว ก่อนหน้านี้ก็โดนมาแล้ว 5 ตัว ตอนนี้ก็อยากจะรู้ว่าใครเป็นคนทำ เพราะมันทุกวันมาก ลูกเขยและญาติๆก็โดนเช่นกัน สำหรับของตนโดนมาแล้ว 5 ครั้ง

ขณะที่ นายฤทธิทวี ชัยศิริ อายุ 38ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 กล่าวว่า ในฐานะผู้นำท้องถิ่น ตอนนี้มีการปรึกษากับชาวบ้านว่า จะช่วยดูแลกัน เพราะว่าอีกด้านหนึ่งต่างคนก็ต่างทำงาน ไม่มีเวลาที่จะคอยสอดส่อง แต่ยังไงทางเราไม่ได้นิ่งเฉย ปรึกษาหารือระหว่างผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยฯ และชาวบ้าน ชาวบ้านก็เดือดร้อนเยอะ คนที่ใช้เส้นทางเข้าออก บางคนก็โดน บางคนก็ไม่โดน ตอนนี้ไม่อยากจะพูดว่าเป็นใครหรือกลุ่มใด เพราะเราไม่มีหลักฐาน จะกล่าวหาไม่ได้ พูดไปเดี๋ยวเขาจะไม่สบายใจ ทางเราช่วยเป็นหูเป็นตาอยู่ตลอด อีกอย่างชาวบ้านต้องช่วยกันดูแลด้วย ส่วนอบายมุขในพื้นที่ไม่มี เป็นพื้นที่สีขาว เพราะตอนนี้เราไม่รู้ว่าผู้ไม่หวังดีประสงค์อะไร

ด้าน อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเจริญ หยงสตาร์ หรือครูบ่าว อายุ 63 ปี ซึ่งเป็นชาวบ้านในพื้นที่ได้ประกาศตั้งรางวัลคนที่แจ้งเบาะแสจนนำไปสู่การจับกุมตัวผู้ไม่หวังดีกลุ่มดังกล่าว โดยจะมอบรางวัลนำจับให้จำนวน 10,000 บาท ข่าวคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป.

ภาพ/ข่าว ถนอมศักดิ์ หนูนุ่ม ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดตรัง

ปลื้ม… “ดารา-เซเลบ” ร่วมอุดหนุน “มะม่วง” ช่วยเกษตรกร #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ปลื้ม… “ดารา-เซเลบ”  ร่วมอุดหนุน “มะม่วง” ช่วยเกษตรกร

ปลื้ม... "ดารา-เซเลบ"  ร่วมอุดหนุน "มะม่วง" ช่วยเกษตรกร

11 มิถุนายน 2563 – 09:23 น.

“ดารา เซเลบ” พร้อมใจกันสนับสนุนเกษตรกรเลือกหามะม่วงจากตลาดสี่มุมเมือง ซึ่ง “คุณภาพดี สดใหม่ ราคายุติธรรม” ส่งตรงจากสวนทุกวัน

        
          สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้เกษตรกรได้รับผลกระทบ ทั้งการขนส่งและการหาตลาดขายสินค้า “ตลาดสี่มุมเมือง” ถือเป็นตลาดค้าส่งผักและผลไม้อันดับ 1 ของประเทศ และมีตลาดค้ามะม่วงที่ใหญ่ที่สุดในไทย พร้อมสนับสนุนด้วยการเปิดพื้นที่ให้เกษตรกรนำสินค้ามาจำหน่ายตรงให้กับผู้ซื้อที่ตลาด
         

          ขณะที่เหล่าดารา เซเลบริตี้ พร้อมใจกันสนับสนุนเกษตรกรเลือกหามะม่วงจากตลาดสี่มุมเมือง ซึ่ง “คุณภาพดี สดใหม่ ราคายุติธรรม” ส่งตรงจากสวนทุกวัน สร้างความคึกคักไปทั่ว นำโดย “นาว” ทิสานาฏ ศรศึก, “ทับทิม” อัญรินทร์ ธีราธนันพัฒน์, “กรีน” อัษฎาพร สิริวัฒน์ธนกุล, “น้ำฝน” พัชรินทร์, “เฌอเบลล์” ลัลณ์ลลิน เตจะสา เวศซ์, “ฟิล์ม” ฉัตรดาว สิทธิผล, “เบนซ์ “ ปุณยาพร พูลพิพัฒน์ และ “มิค” บรมวุฒิ หิรัณยัษฐิติ รวมถึงอดีตนักแสดงที่ผันตัวมาเป็นนักธุรกิจอย่าง “เบนซ์” มนัญญา ตริยานนท์ และ ธิญาดา พรรณบัว

         ด้านเหล่าเซเลบคนดัง ไม่ยอมตกเทรนด์จับจ่ายผลไม้โปรดกันอย่างสนุกสนาน อาทิ “นก” ชลิดา เถาว์ชาลี ตันติพิภพ, “โต”พัชรวัฒน์ ตระกาลสันติกูล และ ”กบ”ฐิติพงศ์ ล้อประเสริฐ สำรวจราคาหน้าแผงเป็นต้องว้าว! มะม่วงดิบขายส่งเริ่มที่กิโลกรัมละ 6 บาท มะม่วงสุกขายส่งเริ่มต้นที่กิโลกรัมละ 15 บาทเท่านั้น 
         

          งานนี้อิ่มกายอิ่มใจ ได้มะม่วงคุณภาพดี สดใหม่ แถมได้ช่วยเหลือเกษตรกรทั่วไทยที่ตลาดสี่มุมเมือง

ปลื้ม... "ดารา-เซเลบ"  ร่วมอุดหนุน "มะม่วง" ช่วยเกษตรกร
ปลื้ม... "ดารา-เซเลบ"  ร่วมอุดหนุน "มะม่วง" ช่วยเกษตรกร
ปลื้ม... "ดารา-เซเลบ"  ร่วมอุดหนุน "มะม่วง" ช่วยเกษตรกร
ปลื้ม... "ดารา-เซเลบ"  ร่วมอุดหนุน "มะม่วง" ช่วยเกษตรกร
ปลื้ม... "ดารา-เซเลบ"  ร่วมอุดหนุน "มะม่วง" ช่วยเกษตรกร

ได้เยี่ยมแม่สมใจ สมคิดถึงเพชรบูรณ์แล้ว หลังเดินเท้าจากโคราช หลายหน่วยงานช่วยเหลือ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/433479?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_lifestyle

ได้เยี่ยมแม่สมใจ สมคิดถึงเพชรบูรณ์แล้ว หลังเดินเท้าจากโคราช หลายหน่วยงานช่วยเหลือ

ได้เยี่ยมแม่สมใจ สมคิดถึงเพชรบูรณ์แล้ว หลังเดินเท้าจากโคราช หลายหน่วยงานช่วยเหลือ

สมคิดพร้อมภรรยาเดินทางมาถึงเพชรบูรณ์แล้ว ได้เยี่ยมแม่สมใจ หลังเดินเท้าจากโคราชและกู้ภัยให้ความช่วยเหลือส่งค่ารถ แต่ก็พบปัญหาไม่มีรถโดยสาร ติดค้างที่ลพบุรี ผู้ว่าฯ เพชรบูรณ์สั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจส่งรถไปรับและพามาพบแม่

จากกรณีที่ เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2563 ที่ผ่านมา นายสมคิด โตทองหลาง อายุ 48 ปี และนางละเอียด ในพิมาย อายุ 47 ปี สองสามีภรรยาชาวอำเภอพิมาย ได้เดินเท้าออกจากบ้านพักในอำเภอพิมาย ไปเยี่ยมแม่ที่ป่วยหนักที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ระยะทางกว่า 300 กิโลเมตร ต่อมาอาสาสมัครหน่วยกู้ภัยฮุก 31 โคราช จุดโนนสูง ทราบข่าว จึงได้ให้การช่วยเหลือ ซื้อข้าวมันไก่ จำนวน 2 กล่อง และน้ำเปล่ามาให้ พร้อมกับมอบเงินจำนวน 1,200 บาท สำหรับไว้ใช้เป็นค่ารถเดินทาง พร้อมกับอาสาขับรถไปส่งสองสามีภรรยา ถึง บขส.ใหม่โคราช เพื่อพาไปซื้อตั๋วรถโดยสารเดินทางไปยังจังหวัดเพชรบูรณ์

ต่อมาเช้า วันที่ 10 มิ.ย.2563 นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผวจ.เพชรบูรณ์ทราบว่า นายสมคิดพร้อมด้วยภรรยาได้นั่งอยู่ที่ บขส.ลำนารายณ์ จ.ลพบุรี เนื่องจากไม่มีรถโดยสารที่จะวิ่งมายังจังหวัดเพชรบูรณ์ จึงได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบูรณ์ ให้นำรถเจ้าหน้าที่ตำรวจไปรับมายังโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ เนื่องจากแม่ของนายสมคิดคือ นางสง่า โตทองหลาง มานอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเพชรบูรณ์

กระทั่งเวลา 12.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นาเฉลียง ได้นำนายสมคิดพร้อมภรรยามาส่งที่โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ โดยนายสมคิดเปิดเผยว่า หลังจากอาสากู้ภัยได้ส่งขึ้นรถที่ บขส.ใหม่โคราช ตนเองกับภรรยาก็ได้นั่งรถมาลงที่ลพบุรี เพื่อที่ต่อรถมายังเพชรบูรณ์ แต่ไม่มีรถจึงได้เช่าโรงแรมแห่งหนึ่งอำเภอลำนารายณ์จังหวัดลพบุรี ในราคา 300 บาท กระทั่งรุ่งเช้ามานั่งรอรถ แต่ไม่มีรถที่จะมาจังหวัดเพชรบูรณ์ อาสากู้ภัยที่ลำนารายณ์ จึงได้ประสานมายังจังหวัดเพชรบูรณ์ กระทั่งต่อมารถเจ้าหน้าที่ตำรวจก็มารับ

นายสมคิดเปิดเผยว่าตนต้องขอขอบคุณทุกๆ คน ที่ช่วยให้เดินทางมาเยี่ยมแม่ในครั้งนี้ ขอให้ทุกคนมีแต่ความเจริญ ๆ ส่วนจะเดินทางกลับไปทำงานที่อีกเมื่อไหร่นั้นยังไม่แน่ใจ จะต้องดูแลแม่ให้หายเป็นปกติเสียก่อน

ด้าน นางสำราญ บัวบาน อายุ 57 ปี ป้าของนายสมคิดกล่าวว่า ตนเองก็ทำงานอยู่ที่ อำเภอพิมาย จ.นครราชสีมา แต่ไม่สามารถติดต่อกับนายสมคิดได้ เนื่องจากนายสมคิดทำงานรับจ้างก่อสร้างและย้ายที่ไปเรื่อย ๆ เมื่อทราบว่า นางสง่าซึ่งเป็นแม่ของสมคิดและเป็นพี่สาวของตนเองป่วยจึงรีบกลับมาดู พบว่าป่วยหลายโรคเพราะเนื่องจากอายุมากแล้ว ขณะนี้แพทย์ได้ทำการผ่าตัดรักษาโรคกระเพาะรั่วให้เรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างการพักฟื้น ตนและญาติ ๆ พยายามโทรศัพท์สอบถามและติดตามหานายสมคิด เนื่องแม่เป็นคนที่รักและห่วงนายสมคิดมาก ขณะตอนป่วยก็ได้เฝ้าถามหา แต่ไม่มีใครติดต่อได้เลยจนกระทั่งเห็นนายสมคิดออกข่าว จึงรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก

ชัยวัฒน์ ปานนิล ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดเพชรบูรณ์

กรุงเทพฯ เบตง เปิดเดินรถแล้ว ย้ำผู้โดยสาร ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด19 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/433466?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_lifestyle

กรุงเทพฯ เบตง เปิดเดินรถแล้ว ย้ำผู้โดยสาร ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด19

กรุงเทพฯ เบตง เปิดเดินรถแล้ว ย้ำผู้โดยสาร ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด19

กรุงเทพฯ เบตง เปิดเดินรถแล้ว ย้ำผู้โดยสาร ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด19 หลัง ศบค. ผ่อนคลายการเดินทางข้ามเขตพื้นที่จังหวัด ให้รถโดยสารสาธารณะสามารถเดินทางข้ามเขตพื้นที่จังหวัดในช่วงเวลาเคอร์ฟิวได้

ยะลา – รถทัวส์กรุงเทพฯ เบตง เปิดเดินรถเส้นทางภาคใต้แล้ว ทุกเส้นทาง หลัง ศบค. ผ่อนคลายการเดินทางข้ามเขตพื้นที่จังหวัด ให้รถโดยสารสาธารณะสามารถเดินทางข้ามเขตพื้นที่จังหวัดในช่วงเวลาเคอร์ฟิวได้

เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 10 มิ.ย.2563 ที่บริษัท สยามเดินรถ จำกัด ทางบริษัทฯได้เปิดเดินรถเส้นทางภาคใต้ทุกเส้นทาง ตั้งแต่วันอังคารที่ 9 มิ.ย. ที่ผ่านมา ภายหลังศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) มีการผ่อนคลายการเดินทางข้ามเขตพื้นที่จังหวัดและให้ยานพาหนะ ผู้โดยสาร ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องกับการขนส่งสาธารณะที่เป็นการขนส่งคนหรือสินค้าระหว่างจังหวัดที่เริ่มออกเดินทางจากจังหวัดต้นทาง ก่อนเวลา 23.00 น. และถึงจังหวัดปลายทางหลังเวลา 03.00 น.ของวันรุ่งขึ้น สามารถเดินทางข้ามเขตพื้นที่จังหวัดในช่วงเวลาห้ามออกนอกเคหสถานได้

นายสุกรี เจะนิ พนักงานขับรถ เปิดเผยว่า ทางบริษัท คำนึงถึงความปลอดภัยและสุขอนามัยของผู้โดยสาร พนักงาน โดยมีการดำเนินมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 อย่างต่อเนื่อง ตามมาตรฐานที่กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงคมนาคมกำหนด เช่น จัดทำมาตรการเว้นระยะห่าง (Social Distancing) อย่างเคร่งครัด โดยเว้นระยะนั่งหรือยืนห่างกันอย่างน้อย 1 เมตร หากผู้โดยสารครบตามจำนวนที่กำหนดจะไม่รับผู้โดยสารรายใหม่เพิ่มโดยเด็ดขาดและงดให้บริการอาหารเครื่องดื่มบนรถโดยสาร และไม่อนุญาตให้นำอาหารมารับประทานบนรถโดยสาร เพื่อป้องกันการติดต่อสัมผัส โดยจะให้รับประทานอาหารเฉพาะที่จุดพักรถเท่านั้น  

นอกจากนี้พนักงานประจำรถ พนักงานประจำสถานี และผู้ใช้บริการ ต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา เมื่อเข้าใช้บริการภายในสถานีขนส่ง และต้องผ่านการคัดกรองผู้โดยสาร หากพบผู้ที่มีอุณหภูมิร่างกายสูงเกินกว่า 37.5 องศาเซลเซียส ห้ามเดินทางโดยเด็ดขาด

สำหรับผู้โดยสารที่เดินทางข้ามเขตพื้นที่จังหวัด ต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคตามที่จังหวัดหรือคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกำหนดอย่างเคร่งครัด และต้อง Scan QR Code จากเว็บไซต์ http://www.ไทยชนะ.com เพื่อ Check in /Check out หรือกรอกข้อมูลคำถามสุขภาพตามแบบ ต.8-คค ที่ระบุจุดเดินทางที่ออกและจุดหมายปลายทางที่เป็นประโยชน์ต่อการควบคุมโรคติดต่อ และรถโดยสารจะจอดรับ-ส่ง ตามจุดที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดไว้เท่านั้น

ข่าว..เจษฎา สิริโยทัย ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.ยะลา

“ผูกปิ่นโตกาแฟรักษ์ป่า” ส่งตรงจากดอยถึงมือคุณ ช่วยกลุ่มผู้ผลิตและแปรรูปกาแฟหอมเหาะ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/433465?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_lifestyle

“ผูกปิ่นโตกาแฟรักษ์ป่า” ส่งตรงจากดอยถึงมือคุณ ช่วยกลุ่มผู้ผลิตและแปรรูปกาแฟหอมเหาะ

"ผูกปิ่นโตกาแฟรักษ์ป่า" ส่งตรงจากดอยถึงมือคุณ ช่วยกลุ่มผู้ผลิตและแปรรูปกาแฟหอมเหาะ

กาแฟกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหอมเหาะได้รับผลกระทบโควิด 19 เดือดร้อนผลผลิตกาแฟค้างกว่า 5 ตัน ส่งจำหน่ายไม่ได้ จัดแคมเปญโครงการ “ผูกปิ่นโตกาแฟรักษ์ป่า” คั่วสดใหม่ส่งถึงบ้านทุกเดือน

วันนี้ นายมานพ เพียรชอบไพร  ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ผลิตและแปรรูปกาแฟคุณภาพบ้านแม่เหาะ เปิดเผยว่า เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟในพื้นที่บ้านแม่เหาะ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน  มีจำนวนกว่า 38 รายต่างได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19  โดยตลอดสองเดือนที่ผ่านมา กลุ่มร้านค้าและผู้ซื้อ ได้ปิดกิจการร้านกาแฟชั่วคราวตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด ส่งผลทำให้ผลผลิตกาแฟที่กำลังออกไม่สามารถส่งจำหน่ายได้ตามปกติ ทำให้เกษตรกรเดือดร้อนไม่มีรายได้ วันนี้ตนเองได้นำเงินจากการขายกาแฟผูกปิ่นโต มาจ่ายให้กับเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟบ้านแม่เหาะ ต.แม่เหาะ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน จำนวน  11 รายเป็นเงิน 7 หมื่นกว่าบาท จากการส่งกาแฟให้กับกลุ่มผู้บริโภคตามโครงการ ”ผูกปิ่นโตกาแฟรักษ์ป่า”

 

สำหรับที่มาของโครงการ ”ผูกปิ่นโตกาแฟรักษ์ป่า”  โดยเน้นกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคอกาแฟโดยตรงกว่า 100 ราย ซึ่งทางวิสาหกิจชุมชนกาแฟฯ จะทำหน้าที่จัดส่งกาแฟให้ลูกค้าตามสัญญา เดือนละ 1 กิโลกรัม เป็นเวลา 12 เดือน  ในราคา 5,000 บาท ซึ่งนักดื่มกาแฟจะได้บริโภคกาแฟที่ดี มีคุณภาพ คั่วสดใหม่ และประหยัด อีกทั้งยังสามารถได้ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟได้อีกหนึ่งช่องทาง ปัจจุบันผลผลิตกาแฟยังมีค้างอยู่ประมาณ 5 ตัน ที่รอการระบายสู่ตลาด ทางกลุ่มได้นำกำไรจากการขายกาแฟบางส่วนไปใช้ในงานจิตอาสา ปลูกต้นไม้ ป้องกันไฟป่า และ มอบเป็นทุนการศึกษาให้แก่บุตรหลานสมาชิกในกลุ่ม

กาแฟหอมเหาะ เป็น กาแฟอราบิก้าบนพื้นที่สูง มีรสชาดอร่อย หอม  โดยผู้สนใจที่จะเข้าร่วมโครงการ ผู้ซื้อต้องทำสัญญาร่วมกันระหว่าง นายมานพ เพียรชอบไพร (ผู้ขาย) ที่ ต.แม่เหาะ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน  และสามารถโอนเงิน จำนวน 5,000 บาท เข้าบัญชีกลุ่มฯ ตามโครงการผูกปิ่นโตรักษ์ป่า ราคานี้รวมค่าขนส่งทุกอย่าง สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่  FB: กาแฟหอมเหาะ  Live Id : homhoh  หรือโทรติดต่อที่เบอร์ 065-010-1697 ทั้งนี้ ผู้ซื้อสามารถเลือกชนิดกาแฟ ได้ จะเป็นกาแฟคั่วเม็ด/กาแฟคั่วบด ซึ่งมีให้เลือก ทั้งคั่วเข้ม-คั่วกลาง-คั่วอ่อน โดยกลุ่มจะจัดส่งในทุกวันที่ 8 ของเดือน  จนกระทั่งครบ 12 เดือน

ชนานันท์ เง่าสุวรรณ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ผลผลิตเกินคาด ลูกค้าแห่สั่งจอง ผลอินทผาลัม คาดปีนี้ถูกจองเหมายกต้น #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/433464?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_lifestyle

ผลผลิตเกินคาด ลูกค้าแห่สั่งจอง ผลอินทผาลัม คาดปีนี้ถูกจองเหมายกต้น

ผลผลิตเกินคาด ลูกค้าแห่สั่งจอง ผลอินทผาลัม คาดปีนี้ถูกจองเหมายกต้น

ลูกค้าแห่สั่งจอง ผลอินทผาลัม หลายสวนประสบปัญหาภัยแล้ง ขาดแคลนน้ำ ผลผลิตออกสู่ท้องตลาดน้อย ความนิยมบริโภคผลสด กลับมีความต้องการที่สูงขึ้น แต่ที่สวนช้างภู-ผาลัม ติดดกเกินคาด แถมมีแผนลดราคา

วันที่ 10 มิถุนายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สองพี่น้องชาว จ.เพชรบูรณ์ ได้หันมาเอาดีทางด้านการเกษตร ด้วยการปลูกต้นอินทผาลัม สายพันธุ์ “บาร์ฮี” ซึ่งเป็นพันธุ์กินผลสด โดยจะมีรสชาติหวาน กรอบ อร่อย จนประสบความสำเร็จ สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวได้เป็นอย่างดี

ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปที่ สวนช้างภู-ผาลัม บ้านหนองบัวเริง ต.ย่างทอย อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ พบกับ นายวิชัย ตุบุตรดา อายุ 49 ปี (น้องชาย) และนางคำภู คัทลัน อายุ 54 ปี (พี่สาว) สองพี่น้องเจ้าของ สวนช้างภู-ผาลัม ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เดิมทีตนทำงานก่อสร้างเป็นหลัก และทำไร่ ทำนาเสริม เพื่อหาเงินเลี้ยงครอบครัว แต่เนื่องด้วยราคาพืชผลที่ตกต่ำ และค่าครองชีพที่สูงขึ้น ทำให้รายได้เริ่มไม่เพียงพอ จึงตัดสินใจหันมาปลูกอินทผาลัม โดยได้สั่งซื้อ ต้นพันธุ์อินทผาลัม จำนวน 200 ต้น นำปลูกในพื้นที่ 20 ไร่

นายวิชัย ตุบุตรดา อายุ 49 ปี (น้องชาย) เปิดเผยต่อว่า ในปีที่ผ่านมาต้นอินทผาลัมจำนวน 200 ต้น แยกเป็นต้นตัวเมีย 130 ต้น ตัวผู้ 70 ต้น ให้ผลผลิตเพียง 50 ต้น เท่านั้น แต่ในปีนี้ต้นอินทผาลัมต้นตัวเมีย ให้ผลผลิตทุกต้นคือ 130 ต้น สร้างความดีใจให้ตนเป็นอย่างมาก อีกทั้งปีนี้ ต้นอินทผาลัมได้เจริญเติบโตขึ้น มีจำนวนช่อที่มากขึ้น ช่อใหญ่ขึ้น  จึงทำให้อินทผาลัม 1 ต้น ให้ผลผลิตประมาณ 70-90 กิโลกรัม หรือ เฉลี่ยน้ำหนักจะอยู่ที่ 6-7 กิโลกรัมต่อ 1 ช่อ ซึ่งช่อใหญ่สุด จะมีน้ำหนักมากถึง 12 กิโลกรัมเลยทีเดียว

ด้านนางคำภู คัทลัน อายุ 54 ปี (พี่สาว) กล่าวเพิ่มเติมว่า จากปัญหาภัยแล้งส่งผลหลายสวนประสบปัญหาภัยแล้ง ขาดแคลนน้ำ คาดว่าปีนี้ทำให้ผลผลิตออกสู่ท้องตลาดน้อย แต่ความนิยมบริโภคผลสด อินทผาลัม กลับมีความต้องการที่สูงขึ้น โดยปีนี้ทางสวนจะเริ่มตัดผลสดอินทผาลัมขายรุ่นแรก คือ ต้นเดือนกรกฎาคม นี้ แต่พบว่าเริ่มมีลูกค้าสนใจ ติดต่อโทรศัพท์มาขอซื้อ และจองกันล่วงหน้าแบบเหมายกต้นกันบ้างแล้ว

และเนื่องจากปีนี้มีสถานการณ์โรคโควิด-19 ระบาด เพื่อให้ลูกค้าได้กินผลสดอินทผาลัม ทางสวนอาจมีเซอร์ไพรส์ ให้ลูกค้าจำหน่ายในราคาที่ถูกกว่าปีที่แล้ว โดยปีที่แล้วทางสวนจำหน่ายราคาที่หน้าสวนกิโลกรัมละ 400-500 บาท ตามเกรด สำหรับปีนี้รับรองลูกค้าได้กินผลสดอินทผาลัมที่ถูกกว่าปีที่แล้วอย่างแน่นอน แถมผลผลิตลูกใหญ่ กว่าปีที่แล้ว

สนใจสั่งจอง ติดต่อที่เบอร์โทรศัพท์ 092-1982273 คุณวิชัย หรือเดินทางมาเที่ยวชมที่สวนได้ ตลอดทุกวัน

ชัยวัฒน์ ปานนิล ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดเพชรบูรณ์