SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

“ตลาดสี่มุมเมือง” ทุ่ม 40 ล้านบำบัดน้ำเสีย ก่อนคืนน้ำดีสู่ชุมชน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/433336?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_lifestyle

“ตลาดสี่มุมเมือง” ทุ่ม 40 ล้านบำบัดน้ำเสีย ก่อนคืนน้ำดีสู่ชุมชน

"ตลาดสี่มุมเมือง" ทุ่ม 40 ล้านบำบัดน้ำเสีย ก่อนคืนน้ำดีสู่ชุมชน

ในแต่ละวันตลาดของสดมักเป็นบ่อเกิดน้ำเสียจำนวนมากอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิ์ภาพเท่านั้นที่จะช่วยลดของเสียสู่สิ่งแวดล้อม

          เพื่อเป็นการรับผิดชอบต่อส่วนรวม ปณาลี ภัทรประสิทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานสำนักกรรมการผู้จัดการ และทรงกลด พุฒิกมลกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มงานบริหารตลาด บริษัท ดอนเมืองพัฒนา จำกัด ผู้บริหารศูนย์กลางกระจายผักผลไม้ตลาดสี่มุมเมือง จึงผุดไอเดียไม่ทิ้งของเสียโดยไม่รับผิดชอบ พร้อมเปิดใช้ระบบบำบัดน้ำเสีย ภายใต้แนวคิด”ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมคืนสู่ชุมชน” เป็นการแก้ปัญหาน้ำเสียอันเนื่องมาจากน้ำทิ้ง

          โดยโครงการสร้างสรรค์นี้ใช้งบประมาณถึง 40 ล้านบาท นำเทคโนโลยีที่เรียกว่า” Activated Sludge” มาใช้เพื่อเติมออกซิเจนและอากาศ ซึ่งสามารถบำบัดน้ำเสียได้มากถึง 6,500 ลูกบากศ์เมตรต่อวัน พร้อมคืนน้ำดีให้กับแหล่งน้ำของชุมชนต่อไป

          นับเป็นการดำเนินธุรกิจพร้อมกับสร้างคุณภาพชีวิตโดยรอบอย่างยั่งยืน…

"ตลาดสี่มุมเมือง" ทุ่ม 40 ล้านบำบัดน้ำเสีย ก่อนคืนน้ำดีสู่ชุมชน

"ตลาดสี่มุมเมือง" ทุ่ม 40 ล้านบำบัดน้ำเสีย ก่อนคืนน้ำดีสู่ชุมชน

"ตลาดสี่มุมเมือง" ทุ่ม 40 ล้านบำบัดน้ำเสีย ก่อนคืนน้ำดีสู่ชุมชน

"ตลาดสี่มุมเมือง" ทุ่ม 40 ล้านบำบัดน้ำเสีย ก่อนคืนน้ำดีสู่ชุมชน

“ฤๅษีเณรเติมสุข” นำสิ่งของเติมตู้ปันสุข หวังช่วยเหลือปชช.จนพ้นโควิด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/433330?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_lifestyle

“ฤๅษีเณรเติมสุข” นำสิ่งของเติมตู้ปันสุข หวังช่วยเหลือปชช.จนพ้นโควิด

"ฤๅษีเณรเติมสุข" นำสิ่งของเติมตู้ปันสุข หวังช่วยเหลือปชช.จนพ้นโควิด

ปทุมธานี “ฤๅษีเณรเติมสุข” นำสิ่งของอุปโภคบริโภคไปมอบให้ผู้พิการและคนยากไร้ในพื้นที่อำเภอบางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อให้พี่น้องประชาชนที่ยากไร้ ผู้ที่เดือดร้อนขาดแคลนอาหาร และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9 มิ.ย.2563 อาจารย์ฤๅษีเณร ธาตุพุทธคุณ ประธานมูลนิธิพลังพุทธคุณ พร้อมด้วย นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา  และ นายเอกพล จุฑานพรัตน์ สมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เขตอำเภอบางไทร และได้นำสิ่งของอุปโภค บริโภค เช่น ข้าวสาร จำนวน 1,000 ไข่ไก่ จำนวน 1,000 ฟอง น้ำแดงจำนวน 2 คันรถ น้ำดื่ม จำนวน 1 คันรถ ฟักทอง จำนวน 1,000 ลูก หน้ากากอนามัย มาใส่เติมใน “ตู้ปันสุข” ณ สภ.ช้างใหญ่ สภ.บางไทร โรงพยาบาลบางไทร ที่ว่าการอำเภอบางไทร เทศบาลตำบลบางไทร วัดไทรโสภณ นิคมเกษตรกรรมทหารผ่านศึก และนำสิ่งของอุปโภคบริโภคไปมอบให้ผู้พิการและคนยากไร้ในพื้นที่อำเภอบางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อให้พี่น้องประชาชนที่ยากไร้ ผู้ที่เดือดร้อนขาดแคลนอาหาร และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่มาติดต่อราชการและขอรับเพื่อนำกลับไปรับประทานได้ที่บ้าน ส่วนประชาชนท่านใดจะนำสิ่งของจะมามอบให้ก็สามารถนำมาใส่ใน“ตู้ปันสุข”ได้ตลอดเวลา

โดย พ.ต.อ มนัส อัดโดดดร ผกก.สภ.ช้างใหญ่ได้กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณท่านอาจารย์ฤษีเณร ธาตุพุทธคุณ ท่าน สส. ท่าน สจ. และทีมงานทุกท่าน ที่ได้นำข้าวสาร ไข่ ฟักทอง น้ำ มาร่วมกิจกรรมตู้ปันสุขของ สภ.ช้างใหญ่ ซึ่ง ณ.จุดนี้ ประชาชนที่สัญจรผ่านไปมา ประชาชนมี่มาติดต่อราชการ หรือแม้กระทั่งตำรวจและลูกหลานของตำรวจใน สภ.เอง จะได้นำสิ่งของในตู้เพื่อนำไปใช้อุปโภคและบริโภคต่อไป

ภาพ/ข่าว : ประทีป ผ่องผุด ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.ปทุมธานี

เจ้าของร้านทุกอย่าง 20 บาท แฉแหลกโดนจับ เพราะไม่ยอมจ่ายส่วย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/433324?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_lifestyle

เจ้าของร้านทุกอย่าง 20 บาท แฉแหลกโดนจับ เพราะไม่ยอมจ่ายส่วย

 เจ้าของร้านทุกอย่าง 20 บาท แฉแหลกโดนจับ เพราะไม่ยอมจ่ายส่วย

แพร่ – เจ้าของร้านทุกชิ้นราคา 20 บาท โวยถูกจับสินค้าไม่ได้มาตรฐาน 4 รายการ แฉแหลกเบื้องหลังไม่ยอมจ่ายส่วย ผู้การตำรวจเผยให้เอาหลักฐานมาแจ้งความ จะได้สอบสวนเอาตัวคนผิดมาลงโทษ

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 8 มิถุนายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานได้รับแจ้งจากนายภิญโญ สุวรรณกิจ อายุ 50 ปี เจ้าของร้านบิ๊ก 20 ถนนกาดน้ำทอง อ.เมือง จ.แพร่ ว่าได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ได้เข้าทำการตรวจค้นในร้าน และพบของที่ไม่ได้มาตรฐาน มอก.จำนวน 4 รายการ เป็นของเล่นเด็ก และให้ลงบันทึกไว้เป็นหลักฐานเพื่อจะส่งให้พนักงานสอบสวนในพื้นที่

นายภิญโญ สุวรรณกิจ กล่าวว่า ตนเองประกอบอาชีพด้วยการขายของทุกชิ้นราคา 20 บาท สินค้ามีเป็นหมื่นรายการ หลังจากเปิด ได้มีเจ้าหน้าที่อ่างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุด บก.ปคบ. มาขอทำการตรวจค้นและพบสินค้า 4 รายการ เป็นของเล่นเด็ก ในราคาตัวละ 20 บาท โดยระบุว่า สินค้าไม่ได้มาตรฐาน และข่มขู่ไม่จ่ายจะถูกจับ เริ่มแรกยอมจ่าย 35,000 บาท และจ่ายเป็นรายเดือน 1,500 บาท และยังมีตำรวจเศรษฐกิจมาอีก ก็ยอมจ่ายเดือนละ 1,000 บาท

แต่ปัจจุบันไม่ไหวแล้วขายของก็ไม่ดี ไม่ยอมจ่ายแล้ว อย่างมากก็ปิดร้าน เพราะตนไม่รู้ว่าสินค้าตัวไหนไม่ได้มาตรฐาน เพราะสั่งซื้อมาเป็นหมื่นรายการอย่างละเล็กละน้อย แล้วก็ขายทุกอย่าง 20 บาท บางชิ้นขาดทุนเราไม่ว่าเพราะเป็นการเรียกลูกค้า แล้วยังจะต้องมาจ่ายส่วยกันอีก ไม่ไหวจริงๆ

นายภิญโญ กล่าวอีกว่า ก่อนที่เจ้าหน้าที่ชุดนี้จะมาตรวจค้น ได้มีโทรศัพท์มาแจ้งให้จ่ายส่วย แต่ตนไม่จ่าย เขาก็บอกว่าถ้าไม่โอนเงินมาจะมีเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นและจับ ตนก็ไม่ยอมจ่ายเพราะตัดสินใจแล้วจะไม่ยอมเสียอีก และกระทั่งวันนี้ตำรวจชุดนี้ก็มาจริงๆ ตนก็เลยแจ้งให้ตำรวจในพื้นที่มาช่วยดูด้วยและทำการบันทึก ขึ้นศาลก็ยอมขึ้น ตนเก็บหลักฐานไว้หมดแล้ว

ทางด้าน พ.ต.อ ชูวิช กองแก้ว รอง ผบก.ภ.จว.แพร่ กล่าวว่า เรื่องนี้หากเจ้าทุกข์มีหลักฐานเข้ามาร้องทุกข์หรือมาแจ้งความ ทางตำรวจในพื้นที่สามารถสืบสวนสอบสวนเอาตัวการรีดไถนี้มาลงโทษได้แน่นอน และยืนยันว่าตำรวจในพื้นที่ไม่มีหน้าที่ในการเข้าตรวจค้นจับกุม อีกอย่างร้านค้าในเวลานี้ หากไปรีดไปไถกันตามที่เจ้าของร้านบอกมา ก็ไม่ไหว เหมือนซ้ำเติมผู้ประกอบการ ผิดถูกควรให้มีการสอบสวนเข้ากระบวนการ ตนจะสอบเรื่องนี้หากพบว่าเป็นตำรวจในพื้นที่ ยืนยันจะไม่เอาไว้เด็ดขาด

กัญญสร ถิ่นทิพย์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.แพร่

จังหวัดกำแพงเพชร จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา เนื่องในวันคล้ายวันเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/433323?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_lifestyle

จังหวัดกำแพงเพชร จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา เนื่องในวันคล้ายวันเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8

9 มิถุนายน 2563 – 14:54 น.

จังหวัดกำแพงเพชร จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา เนื่องในวันคล้ายวันเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 เพื่อให้ประชาชนทุกภาคส่วนได้ร่วมแสดงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเนื่องในโอกาสดังกล่าว

วันที่ 9 มิถุนายน 2563 นายเชาวลิตร แสงอุทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร เป็นประธานในเปิดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา เนื่องในวันคล้ายวันเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 ณ โรงพยาบาลกำแพงเพชร เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ในโอกาสวันสำคัญของชาติไทย

เพื่อร่วมกันแสดงออกถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร และเพื่อให้ประชาชนทุกภาคส่วนได้ร่วมแสดงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเนื่องในโอกาสดังกล่าว โดยมี นายเทวัญ หุตะเสวี นางสาวสุพัตตรา คล้ายทิม รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร และสมาชิกจิตอาสาพระราชทาน และประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง เข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาดังกล่าวเป็นจำนวนมาก โดยดำเนินการตามมาตรการในการป้องกันและควบคุมโรคโควิด – 19

ทั้งนี้ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดกำแพงเพชร ได้จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาทำความสะอาดโรงพยาบาล เนื่องในวันคล้ายวันเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร ณ โรงพยาบาลกำแพงเพชร ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร โดยมีกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาทำความสะอาดปรับปรุงภูมิทัศน์ภายในบริเวณโรงพยาบาลกำแพงเพชร

วิทยา จตุรภาค ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดกำแพงเพชร

แห่ชื่นชมคนงานก่อสร้าง ปั๊มหัวใจช่วยลูกสุนัข ตกบ่อน้ำจนรอดชีวิต #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/433311?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_lifestyle

แห่ชื่นชมคนงานก่อสร้าง ปั๊มหัวใจช่วยลูกสุนัข ตกบ่อน้ำจนรอดชีวิต

แห่ชื่นชมคนงานก่อสร้าง ปั๊มหัวใจช่วยลูกสุนัข ตกบ่อน้ำจนรอดชีวิต

โซเชียลแห่ชื่นชม คนงานก่อสร้าง ช่วยปั้มหัวใจลูกหมา 2 ตัว เพิ่งคลอด หลังแม่คลอดลูก 3 ตัว ไว้ในบ่อ แต่ฝนตกหนักทำให้น้ำค้างจมลูกน้อย แม่สนุขเร่งคาบลูกได้ 1 ตัว แต่อีก 2 ตัวจมน้ำ ก่อนมีกลุ่มคนงานช่วยทัน พร้อมตั้งชื่อหมาน้อย 2 ตัวว่า “โควิด –หน่วยซิล”

วันที่ 8 มิ.ย.2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า “ปี่ฤาษี ตรัง บ้านปากแจ่ม” ได้โพสต์คลิปนาทีปั้มหัวใจช่วยชีวิตลูกสุนัข 2 ตัว  พร้อมข้อความ ขณะที่กลุ่มคนงานก่อสร้าง 2 คน ทิ้งเครื่องมือ และรีบวิ่งลงไปมาช่วยแม่หมา และลูกหมาทั้ง 3 ตัว ที่กำลังจะจมน้ำขึ้นมาจากก้นบ่อส้วมอย่างทุลักทุเล ท่ามกลางสายฝนที่ยังคงเทลงมาอย่างหนัก โดยแม่สุนัขคาบลูกสุนัขเพศเมีย ตะเกียกตะกายขึ้นไปวางไว้บนปากบ่อได้ 1 ตัว ก่อนวิ่งลงกลับมาในบ่อแต่น้ำฝนทะลักเพิ่มปริมาณขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ซึ่งบ่อมีความลึกชัน ประมาณ 1 เมตร แม่หมาส่งเสียงเห่าบริเวณขอบบ่อไม่สามารถลงไปคาบลูกหมาอีก 2 ตัวขึ้นมาได้ ก่อนที่คนงานก่อสร้างทั้งสองลงไปช่วยปรากฏว่าลูกหมาทั้งสองที่จมน้ำหมดสติแล้ว จึงรีบพาขึ้นมาทำ CPR ปั้มหัวใจอยู่นานกว่า 5 นาที ก่อไฟเพื่อทำให้ร่างกายของลูกหมาอบอุ่น และเช็ดขนให้แห้ง กระทั่งลูกหมาทั้งสองตอบสนองฟื้นคืนชีพขึ้นมาช่วยเหลือชีวิตได้อย่างปลอดภัย และได้ตั้งชื่อตัวเมียว่า “หน่วยซิล” ลูกสุนัขตัวผู้ตั้งชื่อ “โควิด” โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 มิ.ย. 63 ที่ผ่านมา หลังจากเผยแพร่ภาพ และคลิปวิดีโอ ผ่านทางเฟซบุ๊กได้มีคนแสดงความคิดเห็น และแชร์ข้อความกันเป็นจำนวนมาก ต่างชื่นชม ตื้นตันใจแทนกลุ่มคนงานที่สามารถช่วยชีวิตสุนัขได้

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปพบ นายสมบูรณ์ เพชรหนู อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 13 ม.4 ต.ปากแจ่ม อ.ห้วยยอด จ.ตรัง  และกลุ่มคนงานที่ช่วยชีวิต พร้อมเดินทางไปยัง ซอย 4 ถนนน้ำผุดใต้ ทางเข้าสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ 95 (เขาแปะช้อย) จ.ตรัง  ใกล้กับวัดตันตยาภิรม เขตเทศบาลนครตรัง   ซึ่งเป็นจุดก่อสร้างบ้านหลังหนึ่ง ใกล้กันบ้านร้าง บริเวณหลังบ้านเป็นบ่อส้วม ขนาดประมาณ 1 เมตร ที่แม่สุนัขได้คลอดลูกไว้ ก่อนที่คนงานก่อสร้างจะมาช่วยไว้ ปัจจุบัน ลูกสุนัขทั้ง 3 ตัว พร้อมแม่สุนัข นอนอยู่ที่โพรงหญ้า ซึ่งมีต้นไม้ขึ้นปกคลุมเป็นจำนวนมาก ทุกตัวอยู่สภาพปกติ สุภาพแข็งแรง

ขณะที่ นายสมบูรณ์ เพชรหนู อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 13 ม.4 ต.ปากแจ่ม อ.ห้วยยอด จ.ตรัง คนงานก่อสร้าง เล่าว่า วันนั้นกำลังเทปูนอยู่ แต่ฝนตกหนักจึงวิ่งวไปหลบฝน แต่นึกขึ้นได้ว่ามีหมาคลอดอยู่ตรงนั้นจึงเข้าไปดูปรากฏว่าน้ำท่วมแล้ว จึงเอาไม้ไปเขี่ยก่อน เมื่อไปดูปรากฏว่าน้ำเข้าบ่อเต็ม จึงเอากระเบื้องออก ส่วนแม่หมาได้วิ่งเอาลูกตัวหนึ่งออกไปก่อนแล้ว เหลืออีก 2 ตัวยังอยู่ในบ่อจมน้ำอยู่ ตนเข้าไปดูปรากฏว่าไม่ได้สติแล้ว จึงหยิบขึ้นมาเพื่อปั้มหัวใจ ตอนแรกคิดว่าจะไม่รอดแล้ว แต่ปรากฏว่ารอดขึ้นมา ถือว่าเป็นปาฏิหาริย์  ตนจึงนำมาวางบนกระดาษทิสชู่ แม่ก็เดินคาบลูกออกไปทีละตัว ก็หยุดงานไป 3 วัน ตนจึงแวะมาดูปรากฏว่าทุกตัวสบายดี รู้สึกภูมิใจมากที่เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยลูกหมาครั้งนี้

นายสมใจ สุดฉิม อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 89 ม.7 ต.ลำภูรา อ.ห้วยยอด จ.ตรัง  คนงานก่อสร้าง เล่าว่า แม่หมาคลอดลูกมา 3 ตัว ตัวแรกแม่สนุขได้คาบขึ้นฝั่งไปก่อนแล้ว 1 ตัว 2 ตัวลังมันไม่ลงไปเอาแล้วเพราะน้ำได้จมตัวลูกอีก 2 ตัวไปแล้ว ตอนนั้นรู้สึกเหมือนเป็นสันชาตญาณของเราว่าอยากเข้าไปช่วยทำให้มันรอด ตนก็ไม่รู้หรอกว่าวิธีการปั้มหัวใจต้องทำยังไง ตนก็พยามยามปั้มมัน ใช้เวลาประมาณ 10 นาทีกว่า ก็รู้สึกภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งที่ได้ช่วยชีวิต ชีวิตสัตว์ก็เหมือนชีวิตมนุษย์เรานั้นแหล่ะ มีชีวิตเหมือนกันเราต้องข่วย น้ำในบ่อนั้นประมาณ 60 ซม. อาการหมาสลบ ไม่ขยับ ตอนนั้นตนไม่สนใจว่าตัวเองจะเปียกมั้ย รีบไปหยิบไม้งัดกระเบื้องหยิบมันออกมา ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรต้องการช่วยมันออกมา ตอนแรกก็กลัวว่าจะไม่รอด จะเอาจอบขุดหลุมฝังแล้ว แต่เมื่อปั้มมาแล้วรอด ถือว่าเป็นบุญของมันที่สามารถรอดมาได้ ตอนนี้อาการน้องสบายแล้ว อยากฝากบอกคนที่รักหมาสามารถมารับไปช่วยเลี้ยงได้ น่าจะเป็นหมาจรจัดเพราะที่ตรงมันอยู่เป็นบ้านร้าง เพราะตนได้ทำงานก่อสร้างเวลาไม่ถึง 1 เดือนก็เห็นแล้ว ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าแม่หมาท้องอยู่ ปกติเวลากินข้าวมักจะแบ่งให้แม่หมากินเสมอ.

ภาพ/ข่าวถนอมศักดิ์ หนูนุ่ม ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดตรัง

แปลก แต่ จริง เจ้าสิบหมื่นไก่ชนไร้ขน เจ้าของเผยเลี้ยงดูอย่างดี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/433310?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_lifestyle

แปลก แต่ จริง เจ้าสิบหมื่นไก่ชนไร้ขน เจ้าของเผยเลี้ยงดูอย่างดี

แปลก แต่ จริง เจ้าสิบหมื่นไก่ชนไร้ขน เจ้าของเผยเลี้ยงดูอย่างดี

แปลก แต่ จริง เจ้าสิบหมื่นไก่ชนไร้ขน เจ้าของเผยเลี้ยงดูอย่างดี เวลาปล่อยต้องคอยเฝ้าไม่ให้ตัวอื่นมาจิก เพราะไม่มีขน เวลานอนก็ต้องกางมุ้ง ป้องกันยุงกัด

วันที่ 9 มิ.ย.63 ผู้สื่อข่าวได้ พบเรื่องแปลก พบไก่ชน อายุประมาณ 3 เดือน ลำตัวไม่มีขน จะมีขนเพียงเล็กน้อยบริเวณ ปลายปีกทั้ง 2 ข้าง ซึ่งไม่เคยพบเห็นที่ไหนมาก่อน ผู้สื่อข่าว ได้พบกับเจ้าของไก่ไร้ขน ทราบชื่อนายกิตพงศ์ เพชรประสม อายุ 32 ปี เจ้าของซุ้มไก่ชน ซอย 1 ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 82 หมู่ที่ 6 ตำบลบ้านพราน อำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง เปิดเผยว่า ไก่ไร้ขนตัวนี้ ชื่อเจ้าสิบหมื่น เป็นไก่ชน เชิงป่าก๋อย อายุ 3 เดือน เพศผู้  ได้มาจากน้องชาย ตอนที่ไปซื้อแม่พันธุ์ แล้วเจ้าสิบหมื่น เป็นลูกในคอก ที่มีทั้งหมด 8 ตัว เห็นในตอนแรกก็รู้สึกว่า แปลกดี จึงขอน้อง และนำมาดูแลตั้งแต่อายุได้เพียง 7 วัน

ซึ่งในตอนแรก ไม่มีขนเลยทั้งตัว พอเริ่มโต ก็เริ่มมีขนขึ้น แค่บริเวณปลายปีกซึ่งถ้าเทียบกับ ไก่ตัวอื่นที่มีอายุเท่ากัน จะมีขนขึ้นเต็มตัว เจ้าสิบหมื่นต้องเลี้ยงดูเป็นพิเศษกว่าไก่ตัวอื่นในซุ้ม เพราะมันบินไม่ได้ และเวลาปล่อยต้องคอยเฝ้าไม่ให้ตัวอื่นมาจิก เพราะไม่มีขน เวลานอนก็ต้องกางมุ้ง ป้องกันยุงกัด  จะสังเกตได้ว่า บริเวณที่ไม่มีขนผิวหนัง จะไม่มีรูขุมขน  ส่วนเรื่องอาหาร ก็กินเหมือนไก่ทั่วไป ที่ผ่านมาพอมีคนรู้ข่าวก็มาขอดู และบางคนขอซื้อ แต่ตนไม่ขาย เพราะตั้งแต่เลี้ยงไก่มาก็ไม่เคยพบเจอมาก่อน ถือว่าเป็นเรื่องแปลก จึงอยากเก็บไว้เลี้ยงเอง

ภาพ/ข่าว : ศุภเสกข์  แสงตระการ  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค  จ.อ่างทอง

ปิดค่าย ฮีโร่ local quarantine ส่งพื้นที่คืน มรภ.อุดรธานี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/433296?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_lifestyle

ปิดค่าย ฮีโร่ local quarantine ส่งพื้นที่คืน มรภ.อุดรธานี

9 มิถุนายน 2563 – 12:55 น.

อุดรปิดค่ายฮีโร่ local quarantine ส่งพื้นที่คืน มรภ.อุดรรวมผู้รับการกักตัวจากภูเก็ต570คน

วันที่ 9 มิถุนายน 2563 เวลา 08.00 น.  ที่ศูนย์กักตัวเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยง ค่ายฮีโร่ อาคารหอพักนักศึกษาหญิง มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ที่ใช้เป็นสถานที่กักตัวประชาชนที่มีภูมิลำเนาอยู่ใน จ.อุดรธานี ที่เดินทางกลับจาก จ.ภูเก็ต หรือ local quarantine ผศ.จรูญ ถาวรจักร์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ,นางรนิดา เหลืองฐิติสกุล หน.สนง.จ.อุดรธานี นายอุเทน หาแก้ว รอง นพ.สสจ.อุดรธานี พร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมทำพิธีการปล่อยตัวชาวอุดรธานีที่เดินทางกลับจาก จ.ภูเก็ต ชุดสุดท้ายจำนวน 16 คน ที่เป็นผู้เข้ารับการกักตัวเป็นชุดสุดท้ายกลับบ้าน ก่อนจะทำการปิดศูนย์กักตัวเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยง ค่ายฮีโร่ ในวันนี้ด้วย

ผศ.จรูญ ถาวรจักร์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาทางมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ร่วมกับทาง จ.อุดรธานี เพื่อป้องกันโรคโควิด-19 โดยมอบอาคารหอพักนักศึกษาหญิง 2 อาคาร ให้ใช้เป็นสถานที่กักตัวเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยง ผู้ที่เดินทางกลับมาจาก จ.ภูเก็ต หรือ local quarantine ของ จ.อุดรธานี ซึ่งผู้ที่เข้ารับการกักตัวทั้งหมด เป็นผู้ที่มีเกียรติ เป็นคนดีที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางกลับมาเองด้วยรถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ลงทะเบียนไว้ ก็รับผิดชอบที่ขับรถเข้ามาขอรับการกักตัวเอง ซึ่งไม่ได้มีการบีบบังคับ ซึ่งทางมหาวิทยาลัยฯมีความภาคภูมิใจ ที่มีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขเรื่องของโรคโควิด-19 ขอบคุณะเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ร่วมกันทำงาน โดยเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์ ที่มาดูแลผู้รับการกักตัวทั้งหมดอย่างดี

นายอุเทน หาแก้ว รอง นพ.สสจ.อุดรธานี กล่าวว่า หลังจากนี้ผู้ที่เข้ารับการกักตัว และปล่อยตัวในวันนี้ครั้งสุดท้าย ขอให้กลับไปใช้ชีวิตอย่างปกติ โดยผู้เข้ารับการกักตัวที่ค่ายฮีโร่ทุกคน จะได้รับหนังสือรับรองจากทาง สสจ.อุดรธานี เพื่อนำไปใช้แสดงกับส่วนที่เกี่ยวข้องว่า ทุกคนได้รับการกักตัวมาแล้วครบ 14 วัน หลังกลับบ้านไปใช้ชีวิตตามปกติ ที่สำคัญคือ ทุกคนจะต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา ซึ่งเป็น NEW NORMAL ที่จะต้องเปลี่ยนตัวเองในการใช้ชีวิตประจำวัน

นางรนิดา เหลืองฐิติสกุล หน.สนง.จ.อุดรธานี กล่าวว่า หลังจากปิดค่ายฮีโร่วันนี้ ทางเจ้าหน้าที่จะเข้าทำการพ่นยาฆ่าเชื้อทำความสะอาดทุกห้องและทั่วบริเวณ หลังจากนั้นทาง สนง.โยธาธิดาร จ.อุดรธานี จะเข้ามาสำรวจความเสียหาย เพื่อปรับปรุงห้องพักให้ดีกว่าสภาพเดิมก่อนจะคืนพื้นที่ให้กับมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี เพื่อใช้ในกิจกรรมของมหาวิทยาลัยฯ หลังเปิดภาคเรียนต่อไป  

จากนั้นผู้เข้ารับการกักตัวทั้ง 16 คน ได้รับถุงยังชีพจากทางเหล่ากาชาด จ.อุดรธานี ที่มีเครื่องอุปโภค บริโภค หน้ากากอนามัย เพื่อนำไปใช้หลังจากกลับไปบ้าน แล้วได้ทำการถ่ายภาพร่วมกันเป็นที่ระลึก และได้แยกย้ายกันกลับบ้านโดยมีญาติพี่น้องของผู้รับการกักตัว มารอรับกลับบ้าน รวมมีผู้ที่เข้ารับการกักตัวที่ค่ายฮีโร่ ที่เปิดรับผู้เดินทางกลับจาก จ.ภูเก็ต ตั้งแต่วันที่ 2 พฤษถาคม ถึงวันนี้ที่เป็นวัดสุดท้ายที่ปิดค่ายฮีโร่ รวม 570 คน

นายกฤษดา  จันทร์ดวง ผู้สื่อข่าวภูมิภาคจ.อุดรธานี

แพทย์เตือนแม่เสพยาขณะตั้งครรภ์ระวังเสี่ยงตายทั้งคู่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/433281?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_lifestyle

แพทย์เตือนแม่เสพยาขณะตั้งครรภ์ระวังเสี่ยงตายทั้งคู่

แพทย์เตือนแม่เสพยาขณะตั้งครรภ์ระวังเสี่ยงตายทั้งคู่

แพทย์เตือนภัย แม่เสพยาขณะตั้งครรภ์ จะเกิดความผิดปกติ เกิดภาวะวิกฤติในทารกแรกเกิด เสี่ยงตายทั้งแม่และลูก เพราะครรภ์เป็นพิษ หลังคลอดยังพบภาวะตกเลือดรุนแรง เมื่อโตเสี่ยงติดยาเสพติด

วันที่ 9 มิถุนายน 2563 นายแพทย์มานัส โพธาภรณ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า การใช้ยาและสารเสพติด ส่งผลกระทบทั้งต่อตัวผู้เสพและบุคคลรอบข้าง เป็นสาเหตุของปัญหาต่างๆ ในสังคม ไม่ว่าจะเป็นการลักขโมยของ เมายา ทำร้ายร่างกายตนเองหรือผู้อื่น

“รวมไปถึงการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน เกิดปัญหาตั้งครรภ์โดยไม่พร้อม และไม่ไปฝากท้องเพราะกลัวความผิดจากเสพยา ทำให้ทารกในครรภ์ไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง”นพ.มานัส กล่าว

รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้แม่ที่เสพยาในกลุ่มแอฟตามีนหรือยาบ้าในขณะตั้งครรภ์จะเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์อย่างมาก เสี่ยงต่อการแท้ง ทารกเสียชีวิตในครรภ์หรือขณะคลอด เกิดภาวะคลอดก่อนกำหนด น้ำหนักแรกเกิดต่ำกว่าเกณฑ์ มีความผิดปกติของหัวใจ ภาวะเลือดออกในสมอง เซลประสาทถูกทำลาย สมองตาย ศีรษะเล็ก

“ทารกที่คลอดจากแม่ที่ติดยาบ้า จะมีอาการติดยาบ้าเช่นเดียวกับแม่ มีปัญหาภาวะกดการหายใจ ร้องไห้ไม่หยุด กระวนกระวาย ไม่ดื่มนมตามปกติ เลี้ยงดูยาก เมื่อโตขึ้นจะมีความผิดปกติของของสมาธิและความจำ มีความผิดปกติทางด้านพฤติกรรมต่างๆตามมา”นพ.มานัส ระบุ

นอกจากนี้สารเสพติดในกลุ่มฝิ่น เฮโรอีนจะทำให้เกิดภาวะครรภ์เป็นพิษเลือดออกในครรภ์ และสารเสพติดประเภทสารสารระเหยจะเข้าสู่ทารกในครรภ์ผ่านทางรกและเลือด ทำให้ทารกติดเชื้อได้ง่าย ขาดออกซิเจน เซลล์สมองพัฒนาการต่ำหรือไม่พัฒนาเลย

“ซึ่งในปัจจุบันพบแม่ที่ไม่ฝากครรภ์และติดสารเสพติดเป็นจำนวนมากในบางรายเมื่อคลอดแล้วต้องการทิ้งไว้ที่โรงพยาบาลหรือขายต่อทารกให้กับผู้อื่นไม่ต้องการนำกลับบ้านไปรับภาระเลี้ยงดู สร้างปัญหาให้แก่โรงพยาบาลในการต้องรับภาระรักษาทารกผิดปกติเป็นจำนวนมาก”นพ.มานัส กล่าว

นายแพทย์สรายุทธ์ บุญชัยพานิชวัฒนา ผู้อำนวยการสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากทารกที่ได้รับผลกระทบจากแม่ที่เสพยาแล้ว แม่ที่เสพยาในขณะตั้งครรภ์ก็จะเกิดอันตรายหลายอย่างด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นภูมิต้านทานโรคลดลง เสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคต่างๆ ขณะตั้งครรภ์มากกว่าคนทั่วไป

“หลังคลอดยังพบภาวะตกเลือดอย่างรุนแรงและอาจเสียชีวิตได้ ฝากย้ำเตือนกลุ่มผู้เสพ หากพบว่าตั้งครรภ์ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของทารกในครรภ์และความปลอดภัยของตนเอง การดูแลสุขภาพในระยะตั้งครรภ์เป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก ควรไปพบแพทย์เพื่อฝากครรภ์ ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ควรหยุดเสพยาและสารเสพติดในขณะตั้งครรภ์”นายแพทย์สรายุทธ์  กล่าว

นายแพทย์สรายุทธ์ กล่าวอีกว่าโดยสามารถขอรับคำปรึกษาหรือเข้ารับการบำบัดรักษาได้ที่สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี กรมการแพทย์ จังหวัดปทุมธานี และโรงพยาบาลธัญญารักษ์ในส่วนภูมิภาคทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ขอนแก่น อุดรธานี สงขลา ปัตตานี และโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนยาเสพติด 1165 และ http://www.pmindat.go.th

CR: กรมการแพทย์ สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี

สนง.พาณิชย์อุตรดิตถ์ จัดงาน พาณิชย์ลดราคา ช่วยประชาชน Lot4 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/433279?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_lifestyle

สนง.พาณิชย์อุตรดิตถ์ จัดงาน พาณิชย์ลดราคา ช่วยประชาชน Lot4

สนง.พาณิชย์อุตรดิตถ์ จัดงาน พาณิชย์ลดราคา ช่วยประชาชน Lot4

สำนักงานพาณิชย์จังหวัดอุตรดิตถ์ จัดงาน พาณิชย์ลดราคา ช่วยประชาชน Lot4 ภายใต้โครงการพาณิชย์ร่วมใจสู้ภัย Covid – 19 ปี 2563 และ การจัดจำหน่ายสินค้าชุมชน” โครงการร่วมค้าประชารัฐชุมชน ปี 2563

ที่ บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าฟรายเดย์ จังหวัดอุตรดิตถ์ ถนนบรมอาสน์ ต.ท่าอิฐ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ นายธนากร อึ้งจิตรไพศาล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นประธานเปิดงาน “พาณิชย์ลดราคา ช่วยประชาชน Lot4”ภายใต้โครงการพาณิชย์ร่วมใจสู้ภัย Covid – 19 ปี 2563 และ “การจัดจำหน่ายสินค้าชุมชน“ โครงการร่วมค้าประชารัฐชุมชน ปี 2563 โดยมี นางณัฐพร มหาไพบูลย์ พาณฺชย์จังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมหัวหน้ากลุ่มงาน นางสาวนิตยาวรรณ เลื่อนลอย พัฒนาการจังหวัดอุตรดิตถ์ นางจรรยา รัตนเลขา ผอ.สนง.พระพุทธศาสนาจังหวัดอุตรดิตถ์ นางสุชญา การงาน คลังจังหวัดอุตรดิตถ์ ผู้แทนเกษตร หอการค้าจังหวัดอุตรดิตถ์พร้อมผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกิจกรรม

ในการจัดงานในครั้งนี้ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันที่มีโรค Covid – 19 ทำให้มีผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจทั่วประเทศและทั่วโลก  ผู้ผลิต / ผู้ประกอบการในพื้นที่    ไม่สามารถจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางปกติได้   ประชาชนมีความกังวลต่อสถานการณ์จึงทำให้มีการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการครองชีพในปริมาณมาก จนทำให้สินค้าบางชนิดปรับราคาสูงขึ้น  ซึ่งกระทบกับค่าครองชีพของประชาชนในภาพรวมรองนายกรัฐมนตรี /รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายจุรินทร์  ลักษณวิศิษฎ์) ได้มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ โดยให้ สำนักงานพาณิชย์จังหวัด  ทั่วประเทศจัดกิจกรรมลดค่าครองชีพของประชาชน ให้ครอบคลุม กว่า 800 อำเภอ  ในพื้นที่ 76 จังหวัด โดยขอความร่วมมือกับห้างขนาดใหญ่ หรือห้างท้องถิ่นในพื้นที่เข้าร่วมโครงการลดราคาสินค้าระยะที่ 2 (Lot 2) และระยะที่ 3 (Lot 3) นำสินค้าไปจำหน่ายให้กับประชาชนในระดับอำเภอเป็นระยะที่ 4 (Lot 4)  สำนักงานพาณิชย์จังหวัดอุตรดิตถ์ จึงประสานบูรณาการร่วมกับห้างสรรพสินค้าฟรายเดย์  จึงได้กำหนดจัดงาน “ พาณิชย์ลดราคา ช่วยประชาชน Lot 4 ภายใต้โครงการพาณิชย์ร่วมใจสู้ภัย Covid – 19 ปี 2563  ระหว่างวันที่ 7-9 มิถุนายน 2563 จัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการครองชีพ อาทิเช่น ไข่ไก่ น้ำมันพืช น้ำตาลทราย ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน น้ำปลา ฯลฯ  ในราคาชดเชยต่ำกว่าท้องตลาด  25 – 30% ซึ่งจะกำหนดจัดกระจายไปแต่ละอำเภอ ทั้ง 9 อำเภอ ในช่วงเดือนมิถุนายน 2563

และสำหรับผู้ผลิตผู้ประกอบการสินค้าชุมชน ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ Covid – 19 เช่นกัน สำนักงานฯ  ก็ได้ประสานขอความร่วมมือ กับทางห้างสรรพสินค้า ฟรายเดย์ จัดพื้นที่ให้จัดจำหน่ายสินค้าชุมชน  ระหว่างวันที่ 6 – 10 มิถุนายน 2563  ภายใต้โครงการร่วมค้าประชารัฐชุมชน ปี 2563” มีผู้ประกอบการกลุ่มวิสาหกิจชุมชน/OTOP/Biz Club อุตรดิตถ์ เข้าร่วมจำหน่ายสินค้า จำนวน 12 ราย ประเภทสินค้าเกษตร/สินค้าชุมชน อาทิ ทุเรียนหมอนทอง ทุเรียนหลง-หลินลับแล  เม็ดมะม่วงหินพานต์  สับประรดห้วยมุน (GI)  และผลิตภัณฑ์ผ้าทอมือ  เป็นต้น สำนักงานพาณิชย์จังหวัดอุตรดิตถ์ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนซื้อสินค้าลดค่าครองชีพในโครงการดังกล่าว ระหว่างวันที่ 7-9 มิถุนายน 2563 เวลา 17.00 น.ของทุกวัน จนกว่าสินค้าจะหมด  สำหรับสินค้าอุปโภค บริโภคที่จำเป็นต่อการครองชีพ พาณิชย์ลดราคา น้ำมันปาล์มมรกต ขนาด 1 ลิตร ลดเหลือ      25.50 บาท น้ำตาลทรายมิตรผล 1 กก.เหลือ 18 บาท ข้าวสาร 100 เปอร์เซนต์ ตราแสนดี 5 กิโลกรัม เหลือเพียง 100 บาท ปลากระป๋อง TCB ราคาเหลือกระป๋องละ 12 บาท น้ำยาล้างจานซันไลน์ เหลือเพียง  12 บาท ผงซักฟอกโอโมพลัส 900 กรัม เหลือ 44 บาท ซีอิ๋วขาวตราเด็กสมบูรณ์ สูตร 1 เหลือเพียง 27 บาท น้ำปลาตราปลาหมึก เหลือเพียง 18.75 บาท มาม่าบิ้กแพ็ค 4 ซอง เหลือ 21 บาท ไข่ไก่(ไข่ธงฟ้าช่วยประชาชน) 10 ฟองต่อแพ็ค ราคา 20 บาท อย่าลืมต้องซื้อตั้งแต่เวลา 17.00 น.เท่านั้น ของวันที่กำหนดหรือจนกว่าของจะหมด

ณัฐวัฒน์  ราชประสิทธิ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดอุตรดิตถ์

สสว.อุตรดิตถ์จัดอบรมโครงการพัฒนาผู้ประกอบการรายใหม่ปี2563 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/433278?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_lifestyle

สสว.อุตรดิตถ์จัดอบรมโครงการพัฒนาผู้ประกอบการรายใหม่ปี2563

สสว.อุตรดิตถ์จัดอบรมโครงการพัฒนาผู้ประกอบการรายใหม่ปี2563

สสว.อุตรดิตถ์จัดอบรมโครงการพัฒนาผู้ประกอบการรายใหม่ปี2563

ที่ห้องคัทลียา 3 ชั้น 4 โรงแรมฟรายเดย์ ต.ท่าอิฐ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ นางธัญชนก จอมทรักษ์ ผู้จัดการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม จังหวัดอุตรดิตถ์ ร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดอบรมผู้ประกอบการ ในโครงการพัฒนาผู้ประกอบการรายใหม่ปี 2563โดยมีผู้ประกอบการ เข้าร่วมจำนวน 70 คน แบ่งออกเป็น 2 ช่วงคือ ภาคเช้าและภาคบ่ายในการจัดการอบรมในวันนี้สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ดำเนินโครงการพัฒนาผู้ประกอบการใหม่ปีงบประมาณ 2553

เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพให้ผู้ประกอบการสามารถสร้างความเข้มแข็งทางธุรกิจได้อย่างยั่งยืนโครงการดำเนินการอบรมพัฒนาและสร้างผู้ประกอบการที่มีศักยภาพทักษะความรู้อย่างมีระบบสามารถใช้เครื่องมือในการวิเคราะห์ภาพรวมธุรกิจอีกครั้งพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการในเชิงลึกโดยที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญอาทิ การพัฒนาศักยภาพเชิงลึกในการดำเนินธุรกิจ เช่น ด้านมาตรฐานการปรับปรุงกระบวนการผลิต การออกแบบปรับปรุงเครื่องจักรเพื่อลดต้นทุนหรือลดขั้นตอนกระบวนการผลิต เป็นต้น การพัฒนาสินค้าหรือบริการให้เป็นที่ต้องการของตลาด รวมถึงการเชื่อมโยงแหล่งเงินทุน  การทดสอบตลาดและการขยายช่องทางการตลาด ซึ่ง สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมมีพื้นที่ดำเนินการ 11 จังหวัด ในภาคเหนือคือ 1 เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และจังหวัดตาก

โดยคุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการ ซึ่งผู้ประกอบการที่ยังไม่จดทะเบียนนิติบุคคล หรือจะไปเบียนนิติบุคคลตามกฎหมายไม่เกิน 3 ปีครึ่ง หรือผู้ประกอบการใหม่ที่เคยเข้าร่วมโครงการในปี 2559 2560 2561 2562 แต่ยังไม่ผ่านเข้าสู่กิจกรรมการสร้างและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการในเชิงลึก สำหรับ smes ทั่วไป และผู้ประกอบการภาคการผลิตภาคการค้าภาคบริการและภาคเกษตรเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์ คือผู้ประกอบการที่ยังไม่ได้จดทะเบียนธุรกิจใดๆ วิสาหกิจชุมชน หรือเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน นักเรียนอาชีวะ นักศึกษาที่กำลังศึกษาหรือจบการศึกษาหรือบุคคลทั่วไปที่มีความสนใจอยากที่จะเริ่มธุรกิจ ผู้ที่ดำเนินธุรกิจมาแล้วไม่เกิน 35 ปีมีสัญชาติไทยหรือมีผู้ถือหุ้นเป็นสัญชาติไทยร้อยละ 51 ขึ้นไป ไม่เคยเป็นบุคคลล้มละลายหรืออยู่ระหว่างถูกดำเนินคดี กิจการไม่เป็นกิจการในเครือของบริษัทแม่ และเป็นธุรกิจที่ไม่ขัดต่อศีลธรรม

ณัฐวัฒน์ ราชประสิทธิ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัะดอุตรดิตถ์