SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

สนง.พัฒนาชุมชน อุตรดิตถ์ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการสร้างรายได้จากกิจการอาหารปลอดภัย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/433277?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_lifestyle

สนง.พัฒนาชุมชน อุตรดิตถ์ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการสร้างรายได้จากกิจการอาหารปลอดภัย

สนง.พัฒนาชุมชน อุตรดิตถ์ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการสร้างรายได้จากกิจการอาหารปลอดภัย

สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดอุตรดิตถ์จัดประชุมเชิงปฏิบัติการสร้างรายได้จากกิจการอาหารปลอดภัย

ที่ห้องคัทลียา 1 ชั้น4 โรงแรมฟรายเดย์ ต.ท่าอิฐ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ นางสาวนิตยาวรรณ เลื่อนลอย พัฒนาการจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการสร้างรายได้จากกิจการอาหารปลอดภัยโดยมีนายจักรพงษ์  เทียมเพ็ง  หัวหน้ากลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดอุตรดิตถ์ นางรัตนาวดี นาคมูล หัวหน้ากลุ่มงานอำนวยการพร้อมกลุ่มเป้าหมาย มีรายได้จากการจำหน่ายสินค้าชุมชนเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 กลุ่ม จำนวน 33 คนเข้าร่วมในการจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการในวันนี้ รัฐบาลกำหนดนโยบายในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐโดยการเน้นให้กลไกในพื้นที่ได้เกิดการบูรณาการกัน ได้แก่ภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาสังคมทุกระดับร่วมมือกันขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากในระดับพื้นที่ยึดความต้องการของประชาชนในพื้นที่และน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อให้เกิดความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน

ผลิตพืชผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์เพื่อการบริโภคที่ปลอดภัย ต่อยอดขยายผล  การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากแก่กลุ่มเป้าหมายเน้นหนักด้วยกลไกประชารัฐสร้างเครือข่ายผลิตอาหารปลอดภัยเชื่อมโยงเครือข่ายการตลาดสู่ 4 ร หมายถึงโรงพยาบาล โรงเรียน โรงแรมและร้านอาหารนั่นเอง วัตถุประสงค์ของโครงการ 1. สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการกำหนดทิศทาง การวิเคราะห์ศักยภาพชุมชนและภาคีเครือข่ายประชารัฐ ในการส่งเสริมสนับสนุนการสร้างรายได้ในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากเชิงพื้นที่ 2. เพื่อพัฒนา ต่อยอด ขยายผลการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากแก่กลุ่มเป้าหมายเน้นหนักด้วยกลไกประชารัฐ สร้างเรือข่ายการผลิตอาหารปลอดภัย เชื่อมโยงเครือข่ายการตลาดสู่โรงพยาบาล โรงเรียน โรงแรมและร้านอาหาร (4ร) ซึ่งสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดคัดเลือกกลุ่มเป้าหมายจากฐานข้อมูลประจำปี 2562 จากชุมชนและเครือข่ายที่มีศักยภาพโดดเด่นในการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยหรือเกษตรอินทรีย์ เช่น พืชผัก ผลไม้ ประมง  ปศุสัตว์  กลุ่มเป้าหมายด้านการแปรรูป เช่น ข้าวเพื่อสุขภาพ  เมล็ดมะม่วงหิมพานต์ปรุงรส สับปะรดแปรรูป

กลุ่มเป้าหมายหมู่บ้านท่องเที่ยวโดยชุมชน จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนา ต่อยอด ขยายผล  เพื่อสร้างเครือข่ายอาหารปลอดภัยเชื่อมโยง การผลิตของชุมชนสู่การสร้างรายได้จากกิจการอาหารปลอดภัย รวมทั้งจัดทำฐานข้อมูลการผลิตสินค้าอาหารปลอดภัย หรือเกษตรอินทรีย์  กลุ่มแปรรูปหรือกลุ่มท่องเที่ยวโดยชุมชนเข้าประชุเพื่อวิเคราะห์ศักยภาพ ปัญหาความต้องการ จัดประเภท  เพื่อออกแบบกิจกรรมเชื่อมโยงการตลาดในลักษณะการเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Matching)และจัดกิจกรรมประชุมเชิงปฏิบัติการสร้างรายได้จากกิจการอาหารปลอดภัยเชื่อมโยงกับกลไกประชารัฐ โดยประสานภาคีเครือข่ายภาครัฐ เอกชน ภายใต้กลไก คสป. เช่น เกษตร สาธารณสุข และบริษัทประชารัฐรักสามัคคีจังหวัด (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด เชื่อมโยงผลผลิตสู่โรงพยาบาล โรงเรียน โรงแรม ร้านอาหาร (4 ร) เพื่อสร้างความต่อเนื่อง ยั่งยืน ในการผลิตอาหารปลอดภัยสู่ตลาดโดยกลไกประชารัฐตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง ปลายทาง กลุ่มเป้าหมาย 5 กระบวนการ 1) การเข้าถึงปัจจัยการผลิต 2) การสร้างองค์ความรู้ 3) การตลาด 4) การสื่อสารสร้างการรับรู้เพื่อความยั่งยืน 5) การบริหารจัดการ ในการเตรียมความพร้อมและจับคู่ธุรกิจเพื่อให้เกิดการซื้อขาย กลุ่มเป้าหมายเน้นหนัก ปี 2562 จำนวน 11 กลุ่ม ผลที่คาดว่าจะได้รับ กลุ่มเป้าหมายเน้นหนัก ปี 2562 จาก 3 กลุ่มงาน เกษตร แปรรูป ท่องเที่ยวโดยชุมชน ได้รับการพัฒนา ต่อยอด ขยายผล การพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก เชื่อมโยงผลผลิตของชุมชนสู่ โรงพยาบาล โรงเรียน โรงแรม ร้านอาหาร และมีรายได้เพิ่มขึ้น

ณัฐวัฒน์ ราชประสิทธิ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาคจังหวัดอุตรดิตถ์

ธรรมชาติได้ฟื้นฟู เตรียมรับนักท่องเที่ยว หลังงดเที่ยวช่วงโควิดกว่า 2 เดือน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/433275?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_lifestyle

ธรรมชาติได้ฟื้นฟู เตรียมรับนักท่องเที่ยว หลังงดเที่ยวช่วงโควิดกว่า 2 เดือน

ธรรมชาติได้ฟื้นฟู เตรียมรับนักท่องเที่ยว หลังงดเที่ยวช่วงโควิดกว่า 2 เดือน

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ได้สำรวจแหล่งท่องเที่ยวดำน้ำดูะการัง หมู่เกาะห้า ระบบนิเวศน์ ปะการังฟื้นตัวต่อเนื่อง หลังปิดช่วงการระบาดโควิด19 เป็นระยะเวลา กว่า 2 เดือน

วันที่ 8 มิ.ย.2563 เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา จังหวัดกระบี่ เผยผลการดำน้ำสำรวจ ปะการัง บริเวณเกาะห้า ตำบลเกาะลันตาใหญ่ อำเภอเกาะลันตา เขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา จ.กระบี่ ซึ่งเป็นแหล่งดำน้ำที่มีความสวยงาม อีกแห่งของงหวัดกระบี่ เพื่อสำรวจความอุดมสมบูรณ์ ในช่วง2 สัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์พืช ประกาศ ปิดห้ามทำกิจกรรมท่องเที่ยว ช่วงวิกฤตโควิด 19 เป็นระยะเวลา กว่า 2 เดือน พบว่า ปะการัง ดอกไม้ทะเล มีความสมบูรณ์ เช่น ปะการังเขากวางวัยอ่อน กัลปังหาเจริญเติบโตต่อเนื่อง ไม่พบปะการังมีการฟอกขาว มีเต่าทะเล ปลาหมึกยักษ์ ปลาสลิดหินลายบั้ง หอยมือเสือ ปลาการ์ตูน และปลาชนิดต่างๆ อาศัยหากินตามปะการังเป็นจำนวนมาก ระบบนิเวศน์ฟื้นดี

นายวีระศักดิ์ ศรีสัจจัง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา จังหวัดกระบี่ เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ยังไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าในพื้นที่ คาดว่า ประมาณกลางเดือน ต.ค.นี้ ก็จะเปิดให้เข้านักท่องเที่ยวขาพื้นที่ได้ภายใต้แนวทางท่องเที่ยวแบบใหม่ New Normal

ข่าว/ภาพ บัญฑิต รอดเกิด ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ. กระบี่

สร้างรอยยิ้ม แบ่งปันความสุข ร.9 พัน.2 ส่งมอบบ้านหลังใหม่ให้กับผู้ป่วยติดเตียง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/433274?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_lifestyle

สร้างรอยยิ้ม แบ่งปันความสุข ร.9 พัน.2 ส่งมอบบ้านหลังใหม่ให้กับผู้ป่วยติดเตียง

สร้างรอยยิ้ม แบ่งปันความสุข ร.9 พัน.2 ส่งมอบบ้านหลังใหม่ให้กับผู้ป่วยติดเตียง

กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 9 สร้างรอยยิ้ม แบ่งปันความสุข ส่งมอบบ้านหลังใหม่ให้กับผู้ป่วยติดเตียง ภายใต้โครงการสร้างบ้านเฉลิมพระเกียรติฯ

วันที่ 8 มิถุนายน 2563 พันเอก วุทธยา จันทมาศ ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 9 เป็นประธานพิธีมอบบ้านในโครงการสร้างบ้านเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ์ พระบรมราชินี เฉลิมพระชนมพรรษา 42 พรรษา ในวันที่ 3 มิถุนายน 2563 พร้อมทั้งมอบพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี รวมทั้งสิ่งของเครื่องใช้อุปโภค บริโภค ให้แก่ นายประสงค์ เกตุแก้ว อายุ 47 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 7/1 บ้านดงเสลา ตำบลด่านแม่แฉลบ อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งป่วยเป็นโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ได้รับเงินช่วยเหลือประชารัฐ 200 บาท/เดือน และเงินคนพิการ 800 บาท/เดือน ปัจจุบันมี นางอรุณ ดนตรี ภรรยา เป็นผู้ดูแล มีอาชีพรับจ้างทำไร่ และมีบุตรสาวที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับ ปวส. ฐานะทางบ้านยากจนมาก โดยมี พันโท กวินทร์ณัช เกิดสุข ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 9 กล่าววัตถุประสงค์ รวมทั้งมีส่วนราชการ เขื่อนศรีนครินทร์ อำเภอศรีสวัสดิ์ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ ร่วมเป็นเกียรติในพิธีมอบบ้านเฉลิมพระเกียรติฯ ครั้งนี้

พันเอก วุทธยา จันทมาศ ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 9 กล่าวว่า การดำเนินโครงการสร้างบ้านเฉลิมพระเกียรติฯ ให้กับผู้ยากไร้ โดยกองทัพบกได้ตระหนักและเล็งเห็นความสำคัญของประชาชนที่ประสบความทุกข์ยากเดือดร้อนที่อยู่อาศัยและด้อยโอกาส ฐานะยากจน เพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชนให้มีคุณภาพชีวิตอละความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น อีกทั้งถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ์ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ในวันที่ 3 มิถุนายน 2563 รวมถึงเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี การร่วมมือร่วมใจกันของส่วนราชการ หน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

นอกจากนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณ จากกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 9 ส่วนราชการ อำเภอศรีสวัสดิ์ เขื่อนศรีนครินทร์ อบต.หนองเป็ด อบต.ด่านแม่แสลบ และพ่อค้าประชาชนในพื้นที่ โดยจัดชุดช่างจิตอาสา กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 9 ร่วมกับ ประชาชนจิตอาสา เข้าดำเนินการก่อสร้างบ้านภายในระยะเวลา 14 วัน เป็นบ้านชั้นเดียวยกสูง ทั้งนี้ได้สร้างความปราบปลื้มให้กับ นายประสงค์ และครอบครัวเป็นอย่างมากที่มีหน่วยทหารเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชน

วุฒิเดช ก้อนทองคำ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ. กาญจนบุรี

กรมอุตุฯ พยากรณ์อากาศ ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/433264?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_lifestyle

กรมอุตุฯ พยากรณ์อากาศ ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส

กรมอุตุฯ พยากรณ์อากาศ  ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส

กรมอุตุฯ พยากรณ์อากาศ ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส

วันที่ 9 มิ.ย.63 ผู้สื่อข่าวรายงานจากกรมอุตุนิยมวิทยาว่า พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง กับมีฝนตกหนักบางแห่งในบริเวณภาคตะวันออก กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมทั้งภาคใต้ฝั่งตะวันตก เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณอ่าวเบงกอลตอนบน และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยเริ่มมีกำลังแรงขึ้น ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากได้ สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น โดยทะเลอันดามันตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นมา มีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร   บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร   ขอให้ชาวเรือบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และควรหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง จนถึงวันที่ 10 มิ.ย.63

บริเวณภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ พระนครศรีอยุธยา นครปฐม สุพรรณบุรี และสมุทรสงคราม อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส   อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส  ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่  ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. อุณหภูมิสูงสุดวันนี้ 35 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิต่ำสุดวันพรุ่งนี้ 25 องศาเซลเซียส ปริมาณน้ำฝน ตั้งแต่เวลา 07.00 น. เมื่อวานนี้  จนถึง เวลา 07.00 น. วันนี้  วัดได้ 6.5 มิลลิเมตร ปริมาณน้ำฝนรวม ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม  ถึง เวลา 07.00 น. วันนี้  วัด 281.9 มิลลิเมตร  อุณหภูมิสูงสุดเมื่อวานนี้วัดได้ 34.6 องศาเซลเซียส   อุณหภูมิต่ำสุดเมื่อเช้าวันนี้วัด 24.0 องศาเซลเซียส

ขอบคุณภาพ ข้อมูลจากนายวิรชาติ  บัวแช่ม  ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาพระนครศรีอยุธยา

ข่าว- เกียรติยศ  ศรีสกุล ผู้สื่อข่าวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

บิณฑ์-ไทด์ ใจพระ ตลุยเมืองกาญจน์ พร้อมขบวนอาหารกว่า100ตัน ช่วยเหลือทั้งคนและสัตว์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/433260?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_lifestyle

บิณฑ์-ไทด์ ใจพระ ตลุยเมืองกาญจน์ พร้อมขบวนอาหารกว่า100ตัน ช่วยเหลือทั้งคนและสัตว์

บิณฑ์-ไทด์ ใจพระ ตลุยเมืองกาญจน์ พร้อมขบวนอาหารกว่า100ตัน ช่วยเหลือทั้งคนและสัตว์

มาช่วยแล้ว บิณฑ์- เอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ พร้อมพร้อมขบวนรถอาหารกว่า100ตัน และทีมงานมูลนิธิร่วมกตัญญู ลุยเมืองกาญจน์ เข้าช่วยเหลือคนและสัตว์ ที่ได้รับผลกระทบไวรัสโควิด19 ต้องปิดบริการกว่า2เดือน

วันที่ 8 มิถุนายน 2563 ผู้สื่อข่าว รายงานว่า นายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ พระเอกคนดังจิตอาสา พร้อมนายเอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ นายวุฒิเดช ก้อนทองคำ นายกสมาคมสื่อมวลชน จังหวัดกาญจนบุรี นายวสันต์ สุนจิรัตน์ กำนัน ต.ช่องสะเดา อ.เมือง จ.กาญจนบุรี นายสุภาพ กอฟัก กำนัน ตำบลสิงห์ อ. ไทรโยค จ. กาญจนบุรี และทีมงานมูลนิธิร่วมกตัญญู พร้อมขบวน รถขนผักและผลไม้ กล้วย อ้อย ข้าวโพด สับปะรดรวมกันมากกว่า 100 ตัน เดินทางไปยัง โรงเรียนหมู่บ้านเด็ก มูลนิธิเด็ก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี มอบนม ขนม ข้าวสารอาหารแห้ง ข้าวของเครื่องใช้ อาหารเงินสนับสนุน 20,000 บาท จากนั้นเดินทางต่อไปยังแค้มป์ช้างทวีชัย มอบอาหารและเงิน สนับสนุน 200,000 บาท, ช. ช้างชรา มอบอาหารและเงินสนับสนุน 100,000 บาท พื้นที่ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี จากนั้นเดินทางต่อไปยังปางช้างธรรรมชาติและปางอื่น ๆบริเวณ ใกล้เคียงมอบอาหารและเงินสนับสนุน 60,000 บาท พื้นที่ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี วัดหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน หรือวัดเสือ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี มอบอาหารและเงินสนับสนุน 200,000 บาท นอกจากผักผลไม้ อาหารสัตว์ต่าง ๆ ยังมีไก่อีก 300 ตัว สำหรับเจ้าสิงโตตัวผู้ชื่อเพชร อายุ 13-14 ปีอีกด้วย โดยโครงการทั้งหมดนี้ เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชน ช้างและสัตว์อื่น ๆ หลังจากที่ปางช้างแต่ละแห่ง ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด 19 ต้องปิดกิจการนานกว่า2เดือน

นายบิณฑ์ บันลือฤทธิ์ พระเอกคนดัง กล่าวว่า ตั้งใจจะไปเยียวยาให้กับทุกจังหวัดที่มีสวนสัตว์และปางช้างพร้อมด้วย สุนัข แมว ที่ขาดแคลนอาหาร ผมไปที่เพนียดช้างที่อยุธยามาแล้วครับสองครั้ง ทำให้ได้ทราบเลยว่า ช่วงโควิด19 เกือบ3เดือน ไม่มีรายได้ ไม่มีเงินเยียวยาจากที่ไหนเลยเข้ามาช่วย เพื่อนๆครับผมขอเป็นสะพานบุญให้กับทุกๆท่านในหน้าแฟนเพจผมนะครับ ผมมีทุนอยู่ 1ล้านบาท เมื่อวันเกิดผมมีน้อง ต๋อง ศิษย์ฉ่อยหรือ วัฒนา อยู่โอบอ้อม พร้อมคุณแม่ มามอบเงินให้ผม 3แสนบาท คุณพี่ พรพิมลมั่นฤทัย เจ้าของบริษัทโคลิเซี่ยม ผู้สร้างผมขึ้นมาในวงการ ได้มอบเงินให้อีก 3แสนบาท คุณยิ่งยง ยอดบัวงาม อีก 1 แสนบาท ผมได้เอาเงินทั้งหมดไปเปิดบัญชีเพื่อสัตว์โดยเฉพาะพร้อมด้วยเงินผมอีก 3 แสนบาท เป็นเงิน 1 ล้านบาทในตอนนี้ วันที่ 8-9 มิถุนายน ผมและเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูจะไปทำหน้าที่แทนเพื่อนๆทุกๆคนนะครับ ต้องใช้เวลา 2 วันครับ ที่เมืองกาญฯ ผมต้องใช้รถเยอะมากๆครับ โดยทาง บริษัท MG ประเทศไทย ได้มอบรถ MG ในภารกิจนี้ 20 คัน มาใช้งานในการขนผักและผลไม้ ยังมีรถ 10 ล้อ อีก 3คันครับ ที่จะต้องขนทั้ง กล้วย อ้อย ข้าวโพด สับปะรดฯลฯ ของทุกอย่างรวมกันมากกว่า100ตัน ใช้เงินเยอะครับ ก็อยากให้เพื่อนๆช่วย กล้วยคนล่ะหวี ข้าวโพดคนล่ะฝัก สับปะรดคนล่ะลูกนะครับ ยังมีอาหารสุนัขและแมวอีกจำนวนมากครับ.หลายจังหวัดเริ่มขอมากันเยอะครับ ก็ฝากบุญมายังเพื่อนๆด้วยนะครับ ถ้าท่านใดอยากช่วยเหลือก็โอนเข้า บัญชีผมได้เลยครับชื่อ บัญชี บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ธนาคาร กสิกรไทย ออมทรัพย์ เลขที่ บัญชี 4 9 0 1 0 1 7 7 5 7 กราบขอบพระคุณอย่างสูงครับ ขอให้ทุกท่านโชคดีมีความสุขตลอดไปครับ ซึ่งยอดเงินสนับสนุนรวมกับทุนเดิม ณ ขณะนี้ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 4,500,0000 บาท

อย่างไรก็ตาม ในวันพรุ่งนี้ 9 มิ.ย. 2563 จะเดินทางต่อไปยัง ปางช้างไทรโยค, แคมป์ช้างวังโพธิ์, มหาวังช้างแค้มป์ช้าง อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี เพื่อนำอาหารมามอบให้ นอกจากนี้ ยังจะทำการสำรวจเพิ่มเติมว่ามีสถานที่ใดตกหล่น ยังต้องการความช่วยอีกหรือไม่ เพื่อทำการช่วยแหลือต่อไป ท่ามกลางเสียงสรรเสริญ และคำขอบคุณจากเจ้าของปางช้าง รวมทั้งชาวบ้านที่ทราบข่าวอย่างล้นหลาม

วุฒิเดช  ก้อนทองคำ/ วิริยา บุญสูง ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ. กาญจนบุรี

กำลังใจให้ด่านหน้า นครปฐมแจกถุงยังชีพ อสม. สร้างขวัญกำลังใจในการทำหน้าที่ในช่วงโควิด-19 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/433254?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_lifestyle

กำลังใจให้ด่านหน้า นครปฐมแจกถุงยังชีพ อสม. สร้างขวัญกำลังใจในการทำหน้าที่ในช่วงโควิด-19

กำลังใจให้ด่านหน้า นครปฐมแจกถุงยังชีพ อสม. สร้างขวัญกำลังใจในการทำหน้าที่ในช่วงโควิด-19

กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับ แมคโคร นำถุงยังชีพ จำนวน 300 ชุด มอบให้กับ อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) เทศบาลนครนครปฐม เพื่อสร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนในช่วงสถานการณ์โควิด-19

วันนี้ 8 มิถุนายน 2563 ที่เทศบาลนครปฐม อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม นายพงศ์สุธี สุขศิริ พาณิชย์จังหวัดนครปฐม ได้รับมอบหมายจากนายจุรินทร์  ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้ดำเนินการแจกถุงยังชีพ ให้กับอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) เทศบาลนครนครปฐม จำนวน 300 ชุด  เพื่อช่วยเหลือประชาชนในช่วงสถานการณ์โควิด-19

โดยการประสานงานจากพันโทด็อกเตอร์สินธพ แก้วพิจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนครปฐม เขต 1 และนายสุนทร แก้วพิจิตร ประธานสภาเทศบาลนครนครปฐม พร้อมด้วย นายเสรินทร์ แก้วพิจิตร อดีตนายกเทศมนตรีนครนครปฐม คณะผู้บริหาร สมาชิกสภา คณะกรรมการ และสมาชิกกลุ่มสันติธรรม เข้าร่วมพิธีแจกถุงยังชีพในครั้งนี้ ซึ่งภายในถุงยังชีพ 300 ชุด  ประกอบด้วย ข้าวสาร น้ำมันพืช ปลากระป๋อง ซี้อิ้วขาว และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

นอกจากนี้ นายสุนทร แก้วพิจิตร ประธานสภาเทศบาลนครนครปฐม และนายเสรินทร์ แก้วพิจิตร อดีตนายกเทศมนตรีนครนครปฐม ในนามของกลุ่มสันติธรรม ยังได้นำไข่ไก่ จำนวน 300 ชุด มาสมทบในการมอบถุงยังชีพให้กับ อาสาสมัครสาธารณสุขเทศบาลนครนครปฐม  เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 นี้ด้วย

ภาพ/ข่าว  นายสมคิด  พรมมี  ผัูสื่อข่าวภูมิภาค จ.นครปฐม

ชาวเน็ตแห่ให้กำลังใจ สาวทำงาน 8 ปี แต่ถูกให้ออกหลังลาคลอด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/433251?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_lifestyle

ชาวเน็ตแห่ให้กำลังใจ สาวทำงาน 8 ปี แต่ถูกให้ออกหลังลาคลอด

ชาวเน็ตแห่ให้กำลัง ใจหนุ่มที่โพสต์เฟสบุ๊คพร้อมรูปแฟนสาว ลาคลอดลูกเพิ่งเกิดได้2วัน บริษัทแจ้งให้มาเซ็นใบลาออกแบบฟ้าผ่าหลังทำงานมา 8 ปี เจ้าตัวเผยแทบช๊อกเดือดร้อนหนักทั้งพิษโควิดทั้งแฟนสาวถูกให้ออกแบบฟ้าฝ่าแทบหมดหวัง

หลังจากที่ผู้ใช้เฟสบุ๊คชื่อว่า เสาร์ ฟิชชิ่ง ได้โพสรูปภาพกำลังอุ้มลูกน้อยกับแฟนสาว พร้อมข้อความว่า “แฟนพึ่งคลอดลูกได้สองวัน ได้รับโทรศัพท์ว่าให้ไปเซ็นรับทราบ รับเงิน 12,000 คือเลิกจ้างอ่ะ #ลาคลอดอยู่แท้ๆ แฟนทำโรงนี้มา 8 ปี ซัพเถื่อน หรือ โรงงานเถื่อนคับ #มีใครโดนแบบนี้บ้าง ” จนมีชาวเน็ทแห้ให้กำลังใจมากมายและแนะนำให้หาวิธีต่างๆเพื่อเรียกร้องสิทธิ์ที่จะได้รับต่างๆ

ต่อมาเมื่อวันที่ 8 มิ.ย. 63 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังร้านขายอุปกรณ์ตกปลา ร้านเสาร์ ฟิชชิ่ง ตั้งอยู่ริมถนนบ้านเก่า-หนองตำลึง หมู่ 7 ตำบลหนองตำลึง อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี พบกับนายจิรศักดิ์ บานบัว อายุ 27 ปี  คนโพสต์เฟสบุ๊ค และนางสาววิลัยลักษณ์ มิลาวรรณ อายุ 27 ปีแฟนสาวกำลังเลี้ยงลูกน้อยวัย 8 วันภายในร้านขายอุปกรณ์ตกปลา

สอบถามนางสาววิลัยลักษณ์  มิลาวรรณ เปิดเผยว่า ตนได้ลาคลอดตามสิทธิ์ของบริษัทคือที่กำหนดไว้ 98 วันตนได้ลามาคลอดเมื่อวัน  18 พ.ค.จนกระทั่งวันที่ วันที่ 1 มิ.ย. ตนได้คลอดบุตรและนอนที่ห้องพักฟื้นของโรงพยาบาล ต่อมาวันที่ 2 มิ.ย.ทางบริษัทได้โทรมาหาตนบอกว่าให้เข้ามาที่บริษัทเพื่อเซ็นรับเงิน 12,000 บาท กับการให้ออกพ้นสภาพการเป็นพนักงานซึ่งทำให้ตนตกใจช๊อก เพราะตนทำงานมา 8 ปี จู่ๆมาให้ไปเซ็นใบลาออกทั้งๆ ที่ลาคลอดตามกฎของบริษัท แต่ตนก็ยังไม่ได้ไปเพราะว่าเพิ่งคลอดลูกมายังไปไหนไม่ได้แต่ตนก็จะได้ไปปรึกษากับสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานถึงเรื่องสิทธิที่ตนจะได้รับเพราะทำงานมาตั้ง 8 ปีได้แค่นี้คงไม่พอเลี้ยงลูกแน่ๆ

ทางด้านนายจิรศักดิ์ บานบัว เล่าว่า ตั้งแต่เชื้อไวรัส โควิด 19 ระบาดร้านก็ขายของไม่ได้พอเริ่มปลดล๊อคสถานที่ต่างๆ ลูกค้าก็ยังเงียบไม่ค่อยมีลูกค้ามาซื้อเหมือนเดิมอยู่แล้ว  ช้ำหนักเมื่อรู้ข่าวแฟนกำลังจะถูกบริษัทที่เคยทำงานมา 8 ปีจะปลดออกยิ่งทำให้เครียดเป็น 2 เท่า  เพราะรายได้ของแฟนที่เคยมาหนุนจับจ่ายใช้สอยในครอบครัว ตอนนี้ก็ไม่มีแล้วไหนจะค่าเช่าร้านไหนจะเงินหมุนในการเลี้ยงดูครอบครัววอนถึงบริษัทหากเห็นใจก็อย่าปลดออกเพราะตอนนี้ก็เดือดร้อนมาก ด้านชาวเน็ตแห่ให้กำลัง

อำนาจ ลลิตลาวัณย์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค ประจำจังหวัดชลบุรี

อ้างว่าเป็นพยาบาลแต่งงานกับตำรวจ เรื่องแดง ถูกพยาบาลจริงจับโกหกได้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/433240?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_lifestyle

อ้างว่าเป็นพยาบาลแต่งงานกับตำรวจ เรื่องแดง ถูกพยาบาลจริงจับโกหกได้

อ้างว่าเป็นพยาบาลแต่งงานกับตำรวจ เรื่องแดง ถูกพยาบาลจริงจับโกหกได้

อ้างว่าเป็นพยาบาลแต่งงานกับตำรวจแต่เรื่องแดงพยาบาลจริงจับโกหกได้ สร้างเรื่องลวงโลกว่าเป็นพยาบาลไปหลอกคบหาตำรวจหนุ่มอนาคตไกล เตือนให้หยุดพฤติกรรมแต่โดนด่าสวน

เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.2563   ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ศรีสะเกษว่า  การที่ขณะนี้กำลังเป็นที่วิพากวิจารณ์กันเป็นอย่างมากในโลกโชเซี่ยล เกี่ยวกับกรณีที่มีหญิงสาวคนหนึ่งสวมชุดพยาบาลแล้ว ไปถ่ายภาพพรีเวดดิ้งกับนายตำรวจคนหนึ่ง  เนื่องจากว่า มีการนำเอาภาพดังกล่าวไปลงในเพจเกี่ยวกับแฟนตำรวจ  และมีการเรียกร้องว่า  ให้มีการตรวจสอบว่า หญิงสาวผู้ที่สวมชุดพยาบาลเป็นพยาบาลจริงหรือไม่  อีกทั้งหญิงสาวคนดังกล่าวมีการสวมชุดพยาบาลเต้นรำภายในห้องนอนของตนเองอีกด้วย  ปรากฏว่า มีพยาบาลทั่วประเทศเข้ามาแสดงความเห็นจำนวนมาก  ขณะเดียวกันมีบุคคลที่รู้จักหญิงสาวผู้ที่สวมชุดพยาบาลให้ข้อมูลว่า  หญิงสาวคนดังกล่าวเรียนจบ ม.3 แต่เวลาผ่านไปไม่นานอ้างว่าเรียนจบพยาบาลและทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลชื่อดังแห่งหนึ่ง ทำให้ผู้ที่ทำงานอยู่ในแวดวงพยาบาลพากันแสดงความเห็นและวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง

น.ส.พัด  (นามสมมุติ) พยาบาลวิชาชีพที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเขตพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า  ตนพบเห็นภาพของหญิงสาวคนดังกล่าวในชุดพยาบาลกำลังเต้นรำอยู่ในห้อง ตนจึงได้สอบถามไปว่า เป็นพยาบาลที่ใด  เรียนจบพยาบาลจากไหน  มีใบประกอบวิชาชีพหรือไม่  ซึ่งหญิงสาวคนดังกล่าว ได้โพสต์ข้อความตอบตนมาว่า  เรียนจบจากสถาบันพยาบาลแห่งหนึ่ง โดยเรียนจบรุ่นที่ 9 แต่ว่า  เมื่อตนสอบถามจากรุ่นพี่พยาบาลทำงานอยู่ที่เดียวกันซึ่งเรียนจบรุ่น 9 จากสถาบันที่หญิงคนดังกล่าวแอบอ้าง  ก็ทราบข้อเท็จจริงว่า  ไม่ใช่เพื่อนเรียนพยาบาลรุ่นเดียวกัน อีกทั้งพยาบาลที่จบรุ่น 9 อายุได้ 40 ปีแล้ว ขณะที่หญิงคนดังกล่าวอายุเพียง 24 ปีเท่านั้น   ต่อมาไม่นานหญิงคนดังกล่าว ได้โพสต์ภาพพรีเวดดิ้งสวมชุดพยาบาลกับนายตำรวจคนหนึ่ง มีการส่งรูปภาพไปลงในเพจแฟนตำรวจ ซึ่งการแต่งกายชุดพยาบาลเครื่องแบบสังกัดไม่ถูกต้อง ตนเลยสอบถามหญิงคนดังกล่าวไปอีกว่า จบพยาบาลจากไหน  หญิงคนดังกล่าวได้ตอบสวนมาว่า ไม่ใช่เรื่องของตนเองไม่ต้องมาสาระแน เป็นเรื่องส่วนตัว  และมีการสอบถามไปยังเพจแฟนตำรวจของไทย “แฟนนายสิบทุกรุ่น” ว่า พยาบาลในภาพเป็นพยาบาลจากไหน  แต่ว่าไม่สามารถตอบได้  ทางเพจแฟนตำรวจจึงได้โพสต์ข้อความว่า “คู่รักตำรวจพยาบาล ก่อนส่งรูปเข้ามาที่เพจ โปรดเช็คว่าตนเองเป็นพยาบาลปลอมหรือเปล่าด้วยครับ”

น.ส.พัด  กล่าวต่อไปว่า  หลังจากที่ตนทราบความจริงแล้วว่า หญิงคนดังกล่าวเป็นพยาบาลปลอม จึงได้ส่งข้อความไปหาหญิงคนดังกล่าวเพื่อเตือนว่าควรเลิกพฤติกรรมดังกล่าวได้แล้ว  แต่ปรากฏว่าโดนด่าสวนกลับมา  ตนกับเพื่อนพยาบาลจึงได้ช่วยกันสืบหาข้อมูล  ทำให้ทราบว่า  หญิงคนดังกล่าวมีภูมิลำเนาอยู่ที่ จ.นครราชสีมา  เคยแอบอ้างว่า เป็นพยาบาลไปหลอกทหารคนหนึ่งอยู่ที่ภาคใต้  อ้างว่า หากจะให้แต่งงานด้วยจะต้องโอนเงินมาให้จำนวน 100,000 บาท  เพื่อนำเอาไปใช้ทุนที่ไปเรียนพยาบาล  เมื่อทหารจากแดนใต้โอนเงินมาให้100,000 บาทก็จะปิดเฟส ปิดมือถือหายไป  ล่าสุดไปหลอกทหารอีกคนหนึ่ง ให้มาแต่งงานด้วย เงินสินสอด 200,000 บาท ทองหนัก 2 บาท พออยู่กันได้ 2 สัปดาห์ก็หาเรื่องเลิกกัน และมีเหยื่อของพยาบาลปลอมคนนี้อีกหลายราย  ล่าสุดมีการสวมชุดพยาบาลไปถ่ายภาพพรีเวดดิ้งกับตำรวจหนุ่มอนาคตไกล ทำให้มีการแสดงความคิดเห็นกันถึงความไม่เหมาะสมมากมาย และมีการเรียกร้องให้ สภาการพยาบาลช่วยปลดล็อคระบบตรวจสอบสถานภาพผู้ประกอบวิชาชีพฯ ดังเช่นวิชาชีพด้านสาธารณสุขอื่น ๆ ที่ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ว่า เป็นผู้ประกอบวิชาชีพพยาบาลจริงหรือไม่ผ่านทางเว็บไซต์  ซึ่งหน้าเว็บไชต์ตอนนี้กดดำเนินการใดๆไม่ได้ หากมีการตรวจสอบได้จะเป็นประโยชน์สาธารณะกับประชาชนอย่างมาก จะได้ไม่ต้องเกิดมีกรณีสาวเชียร์เบียร์หน้าตาดี สร้างเรื่องลวงโลกว่าเป็นพยาบาลไปหลอกคบหาตำรวจหนุ่มอนาคตไกลแบบนี้

ศิริเกษ   หมายสุข ผู้สื่อข่าวภูมิภาค ประจำ จ. ศรีสะเกษ  ภาพ/ข่าว

ระยองจัดกิจกรรมเนื่องใน “วันทะเลโลก” ปีที่ 7 พร้อมปล่อยพ่อแม่พันธุ์ปลาตีนป่าชายเลน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/433230?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_lifestyle

ระยองจัดกิจกรรมเนื่องใน “วันทะเลโลก” ปีที่ 7 พร้อมปล่อยพ่อแม่พันธุ์ปลาตีนป่าชายเลน

8 มิถุนายน 2563 – 20:37 น.

ระยองจัดกิจกรรมเนื่องใน “วันทะเลโลก” ปีที่ 7 เพื่อกระตุ้นจิตสำนึกของทุกภาคส่วนให้ตระหนักถึงการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเล ป่าชายเลน รักษ์และหวงแหนในท้องทะเล

สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 จับมือภาคเอกชนในจังหวัดระยอง จัดกิจกรรมเนื่องในวันทะเลโลก ปีที่ 7 ปล่อยพ่อแม่พันธุ์ปลาตีนป่าชายเลน หลังพบมีปริมาณน้อยลงอย่างน่าใจหาย บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ป่าชายเลนจังหวัดระยองที่ลดลง
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 8 มิ.ย.63 ที่สวนสาธารณะโขดปอ ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง ว่าที่ร้อยตรีพิรุณ เหมะรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานเปิดกิจกรรมเนื่องในวันทะเลโลก ประจำปี 2563 ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 มีนายภุชงค์ สฤษฎีชัยกุล ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 กรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภาคเอกชน ผู้นำชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก ภายในงานมีการปล่อยพันธุ์ปลากะพง จำนวน 100,000 ตัว ปูม้า จำนวน 200,000 ตัว และการปล่อยพ่อแม่พันธุ์ปลาตีน ลงในพื้นที่สาธิตเพาะพันธุ์ปลาตีน จำนวน 100 ตัว รวมทั้งมีนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และการปล่อยทุ่นกักขยะ (Bom) ลงในแม่น้ำระยอง

นายภุชงค์ สฤษฎีชัยกุล ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 กล่าวว่า กิจกรรมเนื่องในวันทะเลโลกที่จัดขึ้นดังกล่าว มีวัตถุประสงค์ เพื่อกระตุ้นจิตสำนึกของทุกภาคส่วนให้ตระหนักถึงการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเล ป่าชายเลน รักษ์และหวงแหนในท้องทะเล ภายใต้หัวข้อในการจัดกิจกรรมปีนี้ คือ Innovation for a Sustainable Ocean นวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนของมหาสมุทร ซึ่งไฮไลท์ของงานในวันนี้คือ การปล่อยพ่อแม่พันธุ์ปลาตีน จำนวน 100 ตัว ลงในพื้นที่สาธิตเพาะพันธุ์ปลาตีน

ซึ่งไฮไลท์ของงานในวันนี้คือ การปล่อยพ่อแม่พันธุ์ปลาตีน จำนวน 100 ตัว ลงในพื้นที่สาธิตเพาะพันธุ์ปลาตีน ซึ่งนำพันธุ์มาจากจังหวัดจันทบุรี และชลบุรี ทั้งนี้จากการสำรวจพื้นที่ป่าชายเลนในจังหวัดระยอง พบว่าปลาตีนมีจำนวนลดลงอย่างน่าใจหาย ซึ่งเป็นการบ่งบอกและเป็นตัวชี้วัดถึงความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศป่าชายเลนในจังหวัดระยอง ซึ่งการนำพ่อแม่พันธุ์ปลาตีนมาปล่อยลงพื้นที่สาธิตดังกล่าว จะเป็นการสร้างจิตสำนึกในการร่วมอนุรักษ์พื้นที่ป่าชายเลนให้ยั่งยืนต่อไป.

ราชัญ กองทองผู้สื่อข่าวภูมิถาคจ.ระยอง

“ธนาคารน้ำใต้ดิน” ทางรอดเกษตรกรไทย แนวทางการจัดการน้ำอย่างยั่งยืน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/433224?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_lifestyle

“ธนาคารน้ำใต้ดิน” ทางรอดเกษตรกรไทย แนวทางการจัดการน้ำอย่างยั่งยืน

"ธนาคารน้ำใต้ดิน" ทางรอดเกษตรกรไทย แนวทางการจัดการน้ำอย่างยั่งยืน

ธนาคารน้ำใต้ดิน แนวทางการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน ของ อบต.บ้านผึ้ง จ.นครพนม เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้งในพื้นที่ได้แล้วยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในด้านต่าง ๆ

ธนาคารน้ำใต้ดิน เป็นหนึ่งในแนวทางการบริหารจัดการน้ำที่ยั่งยืนเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง วันนี้เรามาดูว่าองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านผึ้ง จังหวัดนครพนม มีแนวคิดและแนวทางการปฏิบัติอย่างไรจึงประสบผลสำเร็จดาบตำรวจ พิทักษ์ ต่อยอด นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านผึ้ง เปิดเผยว่า คำว่าธนาคารน้ำใต้ดินหมายถึงการที่เรา มีทั้งการฝากและถอนน้ำจากใต้ดิน ซึ่งในปัจจุบันนี้เรามีแต่ถอนอย่างเดียวไม่มีการฝากหรือการเติมน้ำลงไปเก็บไว้ใต้ดิน เวลาฝนตกเยอะๆ ทุกคนก็จะระบายน้ำออกจากตำบลของตัวเองลงไปสู่แม่น้ำโขงแล้วไหลลงสู่ทะเล ไม่ได้มีการบริหารจัดการน้ำที่เก็บไว้หรือฝากไว้ใต้ดิน จึงทำให้น้ำใต้ดินของเราขาดแคลน

โดยเฉพาะน้ำบาดาลซึ่งชาวบ้านนำมาใช้ในการบริโภค เพราะฉะนั้นเมื่อประสบปัญหาเช่นนี้ ทางองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านผึ้ง ก็นำมาวิเคราะห์ว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไร เนื่องจากเดิมเราต้องขนน้ำไปให้ชาวบ้านได้ใช้ เพราะน้ำใต้ดินที่ดูดจากประปาบาดาลนั้นน้อย เค็ม และกร่อย เป็นสนิม ไม่สามารถที่จะนำมาใช้ได้ จากนั้นจึงได้นำเอาปัญหาไปศึกษาโดยไปดูเรื่องราวของน้ำของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ท่านทรงดำรัสไว้ว่าน้ำคือชีวิต น้ำคือความมั่นคง จากนั้นเราก็ไปดูว่าที่ไหนมีการบริหารจัดการน้ำด้วยระบบธนาคารน้ำใต้ดิน ซึ่งก็ได้กลับมาวางแผนและกำหนดจุดในการที่จะขุดบ่อระบบเปิด จำนวน 18 บ่อ หลังจากขุดไป 1 ปี ปรากฏว่ามีการชาร์จน้ำลงไปที่บ่อริชาร์จและบ่อดัก ทำให้พื้นที่ตำบลบ้านผึ้งและตำบลข้างเคียงมีน้ำบาดาลใช้อย่างเพียงพอ ไม่เค็ม ไม่กร่อย ไม่เป็นสนิม เดิมถ้าน้ำท่วมจะต้องใช้เวลาประมาณ 6-7 วันน้ำถึงจะลง ส่งผลให้พืชผลทางการเกษตรเสียหาย แต่หลังจากบริหารจัดการด้วยระบบธนาคารน้ำใต้ดินแล้ว ไม่เกิน 2 วันน้ำก็จะลดลงเป็นปกติ ทำให้องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านผึ้งไม่ต้องนำเงินไปช่วยเหลือในส่วนนี้ อันนี้คือข้อดีของธนาคารน้ำใต้ดินระบบเปิด

ซึ่งในการบริหารจัดการน้ำ ในระยะที่ผ่านมาองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านผึ้ง ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานเอกชน หน่วยงานรัฐ ซึ่งก็ต้องขอขอบคุณเจ้าคุณสมาน สิริปัญโญ พร้อมทีมงาน AGS และนักวิชาการหลายๆ หน่วยงาน เช่น กรมน้ำบาดาล สำนักงานทรัพยากรน้ำธรรมชาติ ชลประทาน มหาวิทยาลัยขอนแก่น แล้วก็มูลนิธิพลังที่ยั่งยืนของ ปตท. ที่ได้ให้เงินมาทำการวิจัย และหน่วยอีกหลายๆ หน่วยงานที่ไม่ได้เอ่ยถึง ก็ต้องขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่ช่วยทำ และอยากให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ทำธนาคารน้ำใต้ดิน มันจะยั่งยืนในอนาคต

เราจะเห็นว่าธนาคารน้ำใต้ดินขององค์การบริหารส่วนตำบลบ้านผึ้ง นอกจากจะแก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้งในพื้นที่ได้แล้วยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในด้านต่าง ๆ ทำให้หน่วยงานมีงบประมาณเหลือจ่าย นำไปพัฒนาในส่วนอื่น ๆ เพื่อสร้างความสุขให้กับประชาชนมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

ข่าว/ภาพ ประทีป วชิระธัญญากุล ผุ้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดนครพนม