SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

“สกายวอร์ค”แลนด์มาร์คแห่งใหม่เมืองเชียงคานเสร็จแล้ว แต่ยังไม่อนุญาตให้ขึ้นเที่ยว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/433202?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_lifestyle

“สกายวอร์ค”แลนด์มาร์คแห่งใหม่เมืองเชียงคานเสร็จแล้ว แต่ยังไม่อนุญาตให้ขึ้นเที่ยว

"สกายวอร์ค"แลนด์มาร์คแห่งใหม่เมืองเชียงคานเสร็จแล้ว แต่ยังไม่อนุญาตให้ขึ้นเที่ยว

“สกายวอร์ค”แลนด์มาร์คแห่งใหม่เมืองเชียงคานเสร็จแล้ว แต่ยังไม่อนุญาตให้ขึ้นเที่ยว ต้องปรับปรุงภูมิทัศน์และด้านบริหารจัดการ”ยังไม่อนุญาตขึ้นเที่ยว”  ในขณะนี้

เมื่อวันที่ 8  มิ.ย.2563   ”สกายวอร์คแลนด์มาร์คแห่งใหม่เมืองเชียงคาน”ตั้งอยู่ที่พระใหญ่ภูคกงิ้ว   บ้านท่าดีหมี หมู่ 4 ต.ปากตม อ.เชียงคาน จ. เลย   ฝั่งแม่น้ำโขงและแม่น้ำเหืองชายแดนไทย-สปป.ลาว  หรือที่เรียกว่า”ดินแดนแม่น้ำสองสี”คือแม่น้ำเหืองไหลมาบรรจบกับแม่น้ำโขง ห่างจากตัวเมืองเลย   70 กม.และห่างจาก อ.เชียงคาน 19 กม.บนถนนชายโขง หรือเส้นทางยุทธศาสตร์ ลาดยางการเดินทางสะดวกตลอดเส้นทาง    ที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ประกอบด้วย อุดรธานี หนองบัวลำภู บึงกาฬ หนองคาย และ จ.เลย  โครงการสนับสนุนพัฒนาท่องเที่ยวแห่งใหม่ ดำเนินการออกแบบและควบคุมการก่อสร้างโดย สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดเลย  ด้วยงบประมาณ  28,698,000 บาท บนความสูงจากแม่น้ำโขง 80 เมตร ความยาว 100 เมตร กว้าง 2 เมตร ส่วนยื่นจากพื้นดิน 80 เมตร.

สกายวอร์คแลนด์มาร์คแห่งใหม่เมืองเชียงคาน     เป็นจุดที่มองเห็นแม่น้ำเหืองไหลมาบรรจบกับแม่น้ำโขงเป็นแม่น้ำ 2 สี ที่ชัดเจน  เป็นจุดชมวิว ชมดวงอาทิตย์ตกและธรรมชาติแม่น้ำ ป่า ภูเขาทั้งไทยและลาว ที่สวยงามทุกฤดูกาล  แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวสูงในขณะนี้ เพราะเป็นแหล่งท่องเที่ยวสร้างใหม่ที่เชื่อมโยงการท่องเที่ยวทั้งไทยและลาว โดยเฉพาะถนนเส้นดังกล่าวนี้มีแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้หลายแห่งและระยะทางไม่ไกลนัก ของ อ.เชียงคาน ทั้ง ภูทอก แก่งคุดคู้ ถนนคนเดินหรือชุมชนบ้านไม้เก่า   ต.เชียงคาน   หาดนางคอย และ  สกายวอร์ค ต.ปากตม  ต่อถึงสะพานมิตรภาพน้ำเหืองไทย-ลาว ที่ อ.ท่าลี่  ได้สะดวก  อีกด้วย

สำหรับที่สกายวอร์ค อยู่ในชุมชนสินค้าโอท็อปของที่ระลึก ของฝากทั้งมะพร้าวแก้วอันลือชื่อของเชียงคานแล้ว ยังมีผลิตภัณฑ์ลดโลกร้อน  โอท็อปนวัตวิถีที่บ้านท่าดีหมีฯ    แต่ขณะนี้   นักท่องเที่ยวที่ชมภาพชมการนำเสนอทางสื่อหลายแขนง/สาขา หลายรูปแบบรวมทั้งทางโซเชียล รวมทั้งการจัดงานจัดกิจกรรมของทางจังหวัดก่อนหน้านี้  จึงเดินทางเพื่อการท่องเที่ยวต้องกลับรถเดินทางออกไปวันจำนวนมากในแต่ละวัน เพราะคิดว่าเปิดบริการแล้ว  ซึ่งที่จริง”ยังไม่อนุญาต”  ทั้งไว้พระใหญ่ภูคกงิ้วและเที่ยวสกายวอร์ค”  แต่อย่างใด   เนื่องจากอยู่ระหว่างการปรับปรุงภูมิทัศน์ พัฒนาสิ่งแวดล้อม ปรับสถานที่ 20 ไร่ด้านล่างเพื่อจอดรถ สร้างห้องสุขา ตลาดหรือแหล่งขายสินค้าที่ระลึก สินค้าโอท็อปของท้องถิ่น  อาหาร น้ำ  การบริหารจัดการรถยนต์นำขึ้นเที่ยว อย่างเป็นระบบมีระเบียบ   อีกด้วย  ทางผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชนต้อง”ปิดทางขึ้น”  ไว้        ซึ่งคาดว่าน่าจะเปิดบริการท่องเที่ยวได้อย่างเป็นทางการได้ในช่วงเดือน ต.ค.2563 หรือปลายปี 2563   นี้แน่นอน ขอให้นักท่องเที่ยวอดใจรอ ชมความงามและความเสียวไว้ก่อน

บุญชู  ศรีไตรภพ  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.เลย

โควิดพ่นพิษ พลิกวิกฤตเป็นโอกาส หยุดสอนเทวันโด เปิดร้านกาแฟโชว์ของสะสม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/433199?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_lifestyle

โควิดพ่นพิษ พลิกวิกฤตเป็นโอกาส หยุดสอนเทวันโด เปิดร้านกาแฟโชว์ของสะสม

โควิดพ่นพิษ พลิกวิกฤตเป็นโอกาส หยุดสอนเทวันโด เปิดร้านกาแฟโชว์ของสะสม

เพชรบูรณ์ – ครูสอนเทควันโด้เจอพิษโควิดรายได้กลายเป็นศูนย์ เปิดร้านกาแฟโบราณ นำของสะสมออกมาโชว์ไม่เน้นขาย เน้นคุยกับลูกค้าแก้เครียด

วันที่ 8 มิถุนายน 2563 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีครูสอนเทควันโด้ท่านหนึ่งเจอพิษโควิดต้องปิดโรงเรียนตามคำสั่งของรัฐบาลทำให้ไม่มีรายได้ จึงนำของเก่าสะสมออกมาจัดเรียงอย่างสวยงามพร้อมทั้งตกแต่งเปิดเป็นร้านขายกาแฟโบราณ มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนไปชมและถ่ายรูปเป็นจำนวนมากจึงเดินทางไปตรวจสอบ

ร้านดังกล่าวตั้งอยู่บ้านป่าแดงเลขที่ 155 หมู่ 5 ต.ป่าเลา อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ เป็นลักษณะคล้ายกับบ้านแถวชนบทที่เป็นบ้านไม้ใต้ถุนสูงโดยใต้ถุนได้เปิดเป็นร้านกาแฟโบราณ ตกแต่งด้วยของสะสมที่แต่ละชิ้นมีอายุไม่ต่ำกว่า 30 ปี ไปจนถึงอายุนับร้อย ปีเลยทีเดียว  เช่นของเล่น หนังสือ โปสเตอร์หนัง รูปภาพ ข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์ พัดลม วิทยุ เชี่ยนหมาก โต๊ะ เก้าอี้ เป็นต้น ส่วนชั้นบนซึ่งจะต้องเดินขึ้นบันไดแบบโบราณโดยก่อนที่จะขึ้นจะต้องล้างเท้าในอ่างล้างเท้าแบบโบราณด้วย สำหรับชั้นบนตกแต่งด้วยภาพพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 รูปภาพบุคคลสำคัญต่าง ๆ ของโลก รวมทั้งผู้ที่มีความเกี่ยวข้องเกี่ยวพันกับจังหวัดเพชรบูรณ์

นายยุทธภูมิ เปี่ยมศิริ กล่าวว่าตนเองเปิดโรงเรียนสอนเทควันโด้ อยู่ในตัวเมืองเพชรบูรณ์ต่อมาเกิดการระบาดของโควิด19 รัฐบาลได้สั่งปิดโรงเรียนทำให้ไม่มีรายได้เลย แต่ก็พอมีเงินเก็บอยู่บ้าง โดยในระยะแรกที่ล้อคดาวน์แทบจะออกไปไหนไม่ได้เลยจึงทำให้เกิดความเครียด ประกอบกับก่อนหน้านั้นตนมีความตั้งใจที่จะเปิดร้านกาแฟ เมื่อไม่มีอะไรทำจึงได้ปรับปรุงบ้านเก่าเป็นร้านกาแฟโบราณ พร้อมทั้งนำเอาของเก่าที่สะสมไว้ออกมาจัดเรียงเป็นหมวดเป็นหมู่เป็นระเบียบตามแนวคิดของตนเอง สิ่งของที่ตนสะสมมีอายุน่าจะตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไป ส่วนชิ้นที่ภูมิใจและคาดว่าน่าจะมีอายุมากที่สุดคือเสื้ออย่างน้อยที่คาดว่าน่าจะอยู่ในยุคสมัยรัชกาลที่ 5

สำหรับของสะสมเหล่านี้ตนได้สะสมมานานแล้ว โดยแต่ละชิ้นที่สะสมนั้นจะต้องมีเรื่องราว มีที่มาที่ไป หากไม่ทราบตนก็จะค้นคว้าให้ได้รู้ประวัติเหล่านั้นให้ได้ และนอกจากนั้นยังได้สะสมสิ่งต่างที่มีความเกี่ยวพันกับจังหวัดเพชรบูรณ์โดยเฉพาะประวัติบ้านป่าแดงที่ตนอาศัยอยู่แห่งนี้ก็มีประวัติที่น่าสนใจโดยได้เป็นที่ตั้งของโรงเรียนนายร้อย จปร.เมื่อครั้งที่ จอมพล ป.พิบูลสงคราม มีดำริที่จะย้ายเมืองหลวงมาอยู่ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ รวมทั้งเรื่องราวต่าง ๆ ที่น่าสนใจ ร้านกาแฟที่ตนเปิดไม่เน้นการขายแต่เน้นที่จะให้มีการพูดคุยและเปลี่ยนความคิดเห็นกันมากกว่า ตนมีความสุขที่ได้พูด ได้คุยถึงเรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับสิ่งของที่สะสมมากกว่ายอดขายที่จะได้รับ

ชัยวัฒน์ ปานนิล ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดเพชรบูรณ์

เก็บกระเป๋าด่วน นักท่องเที่ยว แห่ขึ้นภูทับเบิก สุดฟินกับบรรยากาศสุดโรแมนติค #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/433193?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_lifestyle

เก็บกระเป๋าด่วน นักท่องเที่ยว แห่ขึ้นภูทับเบิก สุดฟินกับบรรยากาศสุดโรแมนติค

เก็บกระเป๋าด่วน นักท่องเที่ยว แห่ขึ้นภูทับเบิก สุดฟินกับบรรยากาศสุดโรแมนติค

เก็บกระเป๋าด่วน นักท่องเที่ยว แห่ขึ้นภูทับเบิก สุดฟินกับบรรยากาศสุดโรแมนติค เพื่อสัมผัสกับบรรยากาศที่หนาวเย็นในช่วงฤดูฝน ทำให้แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ บนภูทับเบิกเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะจุดวัดอุณหภูมิซึ่งเป็นจุดสูงสุดของภูทับเบิก

วันที่ 8 มิถุนายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ภูทับเบิก อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของจังหวัด ได้มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก เพื่อสัมผัสกับอากาศเย็น และหมอกที่ลงจัดในช่วงฤดูฝน ทำให้แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ บนภูทับเบิกเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะจุดวัดอุณหภูมิ ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของภูทับเบิก โดยสูงกว่าระดับน้ำทะเล ถึง 1,768 เมตร มีนักท่องเที่ยวมาถ่ายรูปเป็นจำนวนมาก โดยมีหมอกลอยมาสัมผัสตัวเป็นระยะๆ และมีอากาศที่เย็นสบายจนถึงหนาว สำหรับอุณหภูมิขณะที่บันทึกภาพในเวลาประมาณ 10.00 น. เครื่องวัดอุณหภูมิวัดได้ 19 องศาเซลเซียส แต่ถ้าหากเป็นในช่วงเวลาเช้าจะอยู่ที่ประมาณ 14 – 16 องศา เท่านั้น

และนอกจากนั้นที่แปลงกะหล่ำปลีของเกษตรกรชาวทับเบิก ซึ่งเป็นแปลงกะหล่ำที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ก็กำลังเติบโตเขียวขจีอย่างสวยงาม ซึ่งนักท่องเที่ยวก็ไม่พลาดที่จะถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก ส่วนแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งบนภูทับเบิกที่กำลังได้รับความนิยมและสวยงาม คือ ผาหัวสิงห์ ที่เป็นหน้าผายื่นออกไปลักษณะคล้ายภูชี้ฟ้า จังหวัดเชียงราย เมื่อนักท่องเที่ยวไปยืนอยู่จุดดังกล่าวจะสามารถมองเห็นวิวภูเขา เกือบ 180 องศา และสามารถมองไปเห็นวัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว และทุ่งกังหันลมที่ อ.เขาค้อได้อย่างชัดเจน

นักท่องเที่ยวหนุ่มสาวคู่หนึ่งเปิดเผยว่า มาเที่ยวที่ภูทับเบิกนี้กว่า 10 ครั้งแล้ว เนื่องจากติดใจในความสวยงาม ความเย็นสบายของอากาศ ซึ่งที่ภูทับเบิกแต่ละฤดูจะมีความสวยงามไม่เหมือนกัน โดยในฤดูฝนจะมีสีเขียวขจี สวยงาม สบายตา หมอกหนา อากาศเย็นสบายไม่หนาวจัด แต่ถ้าเป็นฤดูหนาวอากาศก็จะค่อนข้างหนาวมาก แต่ท้องฟ้าจะมองเห็นดวงดาวได้อย่างชัดเจน สำหรับการมาเที่ยวในครั้งนี้ก็เหมือนเป็นการปลดปล่อยหลังจากที่โรคโควิดระบาดและต้องกักตัวอยู่ในบ้านและในพื้นที่เป็นเวลานาน เมื่อมีการปลดล็อคจึงได้ออกมาเที่ยวเพื่อผ่อนคลาย

ในส่วนของร้านค้าก็คึกคักเป็นพิเศษนักท่องเที่ยวต่างจอดรถจับจ่ายซื้อข้าวของ ผลไม้และของฝาก ของที่ระลึก จนทำให้การจราจรติดขัด ทำให้บรรยากาศของทับเบิกกลับมาคึกคักอีกครั้งหลังจากเงียบเหงาไปนาน และนอกจากนั้นการเดินทางมาเที่ยวภูทับเบิกก็สามารถเดินทางได้ปกติแล้ว เนื่องจากแขวงการทางเพชรบูรณ์ ได้ทำการซ่อมแซมและก่อสร้างถนนทางขึ้นที่ทรุดตัวจนสามารถเปิดใช้เงินได้ตามปกติแล้ว

ชัยวัฒน์ ปานนิล ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดเพชรบูรณ์

เด็กยอดกตัญญู วัย 10 ขวบ รับจ้างบวชหน้าไฟ หาเงินเลี้ยงดูแม่ตาบอด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/433186?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_lifestyle

เด็กยอดกตัญญู วัย 10 ขวบ รับจ้างบวชหน้าไฟ หาเงินเลี้ยงดูแม่ตาบอด

เด็กยอดกตัญญู วัย 10 ขวบ รับจ้างบวชหน้าไฟ หาเงินเลี้ยงดูแม่ตาบอด

เด็กกตัญญู วัย 10 ขวบ รับจ้างบวชหน้าไฟ หาเงินเลี้ยงดูแม่ตาบอด ทำทุกอย่างแทนคุณ ทุกครั้งที่ได้เงินมาก็จะให้แม่จนหมด

เฟสบุ๊ค สมรัก โคกขำ โพสต์เล่าถึงเหตุการณ์หนึ่งในพื้นที่บ้านนาถัง ตำบลถ้ำกระต่ายทอง อำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร โดยมีเนื้อความว่า “สุดยอดของเด็กชายคนนี้ เด็กป.4ไปรับจ้างเขาบวชเณรได้เงินมา300 ปั่นจักรยานพาแม่มากินก๋วยเตี๋ยว แม่ตาบอด คือทำให้แม่ทุกอย่าง หนูคือเด็กกตัญญูที่สุด” หลังจากโพสต์ดังกล่าวได้ออกสู่สายตาประชาชนที่เป็นเพื่อนอยู่ในทางเฟซบุ๊ก เข้าแสดงความคิดเห็นไปในทางชื่นชมเด็กที่ได้มีการแสดงความรักต่อมารดา และมีการแชร์ออกไปอย่างต่อเนื่อง

จากการลงพื้นที่ไปยังบ้านเลขที่ 128/3 หมู่ที่ 13 ตำบลถ้ำกระต่ายทอง อำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร เพื่อพบกับนางบุญแทน บุญสวัสดิ์ อายุ 39 ปี ซึ่งเป็นมารดาของเด็กชายชานุพงษ์ คำขาว อายุ 10 ปี หรือ น็อต ที่รับจ้างบวชเณรหน้าไฟ หารายได้มาเลี้ยงมารดาที่ตาบอด โดยได้เงินมาเท่าไหร่ก็จะนำมาให้ผู้เป็นแม่เก็บไว้ สอบถามนางบุญแทน บุญสวัสดิ์ เล่าว่า ตนพิการตาบอดมาเป็นเวลา สิบปีแล้ว เนื่องจากตนเคยไปทำงานรับจ้างล้างจานที่ร้านอาหารในอำเภอลานกระบือ จังหวัดกำแพงเพชร ปรากฏว่าขณะที่จะเดินทางกลับบ้าน ภายในร้านดังกล่าว มีเหตุการณ์วัยรุ่นทะเลาะวิวาทใช้อาวุธปืนยิงใส่กัน ตนเองถูกลูกหลงกระสุนปืนพุ่งเข้ามาใส่ใบหน้าของตนและดวงตา จนตาบอดไปหนึ่งข้าง

หลังจากรักษาหายแล้วก็ได้รับจ้างทำงานมาเรื่อยๆจนกระทั่งช่วงประมาณ 4 เดือนที่ผ่านมาตาอีกข้างเริ่มเลือนราง จึงพาลูกชาย มาอาศัยอยู่กับลูกสาวที่อำเภอพรานกระต่าย โดยอาศัยอยู่ชั้นล่างของบ้านซึ่งมีสภาพรก เนื่องจากไม่สามารถเดินขึ้นลงบ้านได้ ตนและลูกชายจึงมาอาศัยนอนกางมุ้งอยู่ใต้ถุนบ้านส่วนที่ลูกชายของตนไปรับจ้างบวชเณรหน้าไฟนั้นตนทราบดี เพราะลูกชายได้มาบอกว่า ให้แม่อยู่กับบ้านนะ อย่าไปไหน เดี๋ยวจะออกไปรับจ้างบวชเณรเอาเงินมาให้ โดยหลังจากบวชเณรแล้ว ก็ได้นำเงินจำนวน 300 บาทมาให้กับตน ตนรู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่ลูกของตนเป็นเด็กดีขยันทำงาน ไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย โดยปกติแล้วก็จะชอบรับจ้างคนแถวบ้านไปซื้อของร้านค้าบ้าง รับจ้างทำงานบ้าง เมื่อได้เงินก็จะนำมาให้กับตนเป็นประจำ โดยจะขอไปใช้เล็กน้อยเท่านั้น จากนั้นผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังงานศพแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลตำบลพรานกระต่าย เพื่อพบกับ สามเณรชานุพงษ์ คำขาว อายุ 10 ปี หรือ น็อต ซึ่งกำลังรอนำศพไปฌาปนกิจ จึงเข้าไปสอบถามถึงเรื่องราวการบวชเณรเลี้ยงดูแม่ สามเณรน็อต กล่าวว่าเป็นเรื่องจริง เพราะอยากช่วยแม่ อยากหาเงินไว้เพื่อดูแลแม่ ทุกครั้งที่ได้เงินมาก็จะให้แม่จนหมด ไม่เก็บไว้เอง อยากได้อะไรก็ไปขอแม่ แต่ก็ขอแค่พอใช้ เมื่อถามว่าอยากได้อะไรเหมือนเด็กทั่วไปหรือไม่ ตอบว่าอยากได้ แต่ ไม่เอาดีกว่า เก็บเงินไว้ให้แม่ดีกว่า

วิทยา จตุรภาค ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดกำแพงเพชร

เกษตรกรกว่า 300 รวมตัวทวงถามการแก้ไขปัญหาฝายยาง หลังชำรุดร่วมปีแต่ชลประทานไม่แก้ไข #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/433180?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_lifestyle

เกษตรกรกว่า 300 รวมตัวทวงถามการแก้ไขปัญหาฝายยาง หลังชำรุดร่วมปีแต่ชลประทานไม่แก้ไข

8 มิถุนายน 2563 – 14:49 น.

เกษตรกรกว่า 300 คน รวมตัวทวงถามการแก้ไขปัญหาฝายยาง ต.โพธิ์ทอง อ.ปางศิลาฯ กับชลประทานกำแพงเพชรหลังชำรุดตั้งแต่ปีที่แล้วแต่ไม่ได้รับการแก้ไข

เมื่อเวลา 09.00 น. เกษตรกรในพื้นที่ อ.คลองขลุง – อ.ปางศิลาทอง กว่า 300 คน ได้รวมตัวกันที่บริเวณฝายยางคลองวังไทร ม.3 (บ้านท่าขึ้น) ต.โพธิ์ทอง อ.ปางศิลาทอง จ.กำแพงเพชร เพื่อเรียกร้องให้กรมชลประทานกำแพงเพชร ช่วยเหลือเรื่องน้ำในการทำการเกษตร และแก้ไขปัญหาของระบบฝายยางที่ชำรุดและใช้การไม่ได้ โดยเมื่อปีที่ผ่านมากลุ่มเกษตรกรดังกล่าวได้เดินทางมาร้องขอให้กรมชลประทานกำแพงเพชร แก้ไขฝายยางจุดดังกล่าวแล้วแต่ไม่ได้รับการแก้ไขในส่วนของปีนี้เริ่มเข้าสู่ฤดูการเพาะปลูก แหล่งน้ำที่จะทำการเกษตรในพื้นที่รอยต่อ อ.ปางศิลาทอง – อ.คลองขลุง ที่มีเส้นทางน้ำไหลผ่าน ต.โพธิ์ทอง อ.ปางศิลาทอง – ต.วังไทร – ต.คลองขลุง – ต.แม่ลาด อ.คลองขลุง และ ต.โค้งไผ่ อ.ขาณุวรลักษบุรี โดยมีภาคเกษตรกรกว่าหลายพันไร่ ที่ต้องการใช้น้ำในการทำการเกษตร โดยก่อนหน้านี้ฝายยางดังกล่าวสามารถใช้งานได้ปกติ และมีการจัดระบบการสูบลมฝายยางเพื่อผันน้ำให้แต่ละพื้นที่ทั้ง 2 อำเภอได้ใช้อย่างเท่าเทียมกัน แต่เนื่องจากอายุการใช้งานของฝายยางนั้นหมดลงและชำรุดจึงไม่สามารถใช้งานได้

นายเตียง เขตกัน อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3 ม.12 ต.คลองขลุง อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร เกษตรกรผู้ทำนากว่า 90 ไร่ ที่เดินทางมาร้องขอความช่วยเหลือครั้งนี้ กล่าวว่า ได้เดินทางมาร้องเรียนกับฝายยาง ของชลประทานกำแพงเพชร เป็นครั้งที่ 2 แล้ว ซึ่งตนเองและเพื่อนเกษตรกรที่มาวันนี้มีความต้องการใช้น้ำเป็นอย่างมาก ที่ผ่านมาไม่ได้รับการแก้ไขจึงอยากจะขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาช่วยเหลือให้สามารถมีน้ำในการทำการเกษตรต่อไปต่อมานายอนันต์ ผลอำนวย ส.ส.กำแพงเพชร เขต 3 และประธานกรรมธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร ได้เดินทางมาพูดคุยกับเกษตรกรที่รวมตัวกันในครั้งนี้ ว่าตนเองรับทราบปัญหาของพี่น้องเกษตรกรทุกท่านเป็นอย่างดี พยายามประสาน ผลักดันทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน อาจจะล่าช้าบ้างนั่นก็เกิดจากข่วงนี้ประเทศไทยกำลังต่อสู้กับวิกฤตโควิด 19 ตนเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจที่จะเสนอปัญหาในทุกๆด้านให้รัฐบาลแก้ไขเพื่อปากท้องของพี่น้องประชาขน ส่วนปัญหาวันนี้อยากให้ทุกท่านหารือร่วมกับ ชลประทานกำแพงเพชรเพื่อหาทางออกร่วมกัน

นายอนันต์ โฆษิตพิพัฒน์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานกำแพงเพชร กล่าวว่า ความต้องการของพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่นั้น ทางชลประทานกำแพงเพชร ไม่ได้นิ่งนอนใจแม่แต่อย่างใด โดยหลังจากปีที่ผ่านมาชลประทานกำแพงเพชรได้สำรวจความเดือดร้อนและปัญหาจากพี่น้องเกษตรกรแล้ว ซึ่งในปี 2564 จะมีงบประมาณในการสร้างฝายพับแบบใหม่ แทนฝายยางเดิมให้พี่น้องเกษตรกร และปัญหาของการจัดการน้ำก็จะดีขึ้น ส่วนฝายยางเดิมยังสามารถใช้งานได้แต่ไม่สมบูรณ์ หากจะแก้ไขให้สามารถใช้งานได้ชั่วคราวก่อน ก็จะสนับสนุนงบในการสูบลมให้ฝายยางใช้งานได้ชั่วคราว ทั้งนี้อยากให้ผู้นำของเกษตรมาร่วมหารือแนวทางจัดการน้ำด้วยกันเพื่อการแก้ไขในฤดูการเพาะปลูกนี้ให้ผ่านไปก่อน หลังจากนั้นเกษตรกรกว่า 300 คน ที่เดินทางมาร้องเรียนฝายยางลมครั้งนี้ ก็ได้เดินทางกลับและยอมรับเงื่อนไขการแก้ปัญหาร่วมกันของชลประทานกำแพงเพชร ด้วยดี และหลังจากนี้จะได้มีการหารือแนวทางการสูบลมใส่ฝายยาง และจัดระบบการแบ่งน้ำในทิศทางต่างๆในแต่ละพื้นที่อย่างเท่าเทียมกันอีกครั้ง

วิทยา จตุรภาค ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดกำแพงเพชร

ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ หาดนางคอย เชียงคาน นทท.แห่เล่นน้ำ คลายร้อน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/433178?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_lifestyle

ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ หาดนางคอย เชียงคาน นทท.แห่เล่นน้ำ คลายร้อน

ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ หาดนางคอย เชียงคาน นทท.แห่เล่นน้ำ คลายร้อน

ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ หาดนางคอย เชียงคาน นทท.แห่เล่นน้ำ คลายร้อน หลังจากผ่อนคลายเปิดแหล่งท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวต่างหลบอากาศที่ร้อนและคลายเครียดจากภัยโควิดลงเล่นน้ำและชมหาดทรายขาวบริสุทธิ์

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 6 มิ.ย.2563  ผู้สื่อข่าวเดินทางไปสัมผัสบรรยากาศการท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่”หาดนางคอย” บ้านคกงิ้ว หมู่ 5 ต.ปากตม อ.เชียงคาน จ.เลย ริมฝั่งแม่น้ำโขงชายแดนไทย-สปป.ลาว เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 6 มิ.ย.2563  ผู้สื่อข่าวเดินทางไปสัมผัสบรรยากาศการท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่”หาดนางคอย” บ้านคกงิ้ว หมู่ 5 ต.ปากตม อ.เชียงคาน จ.เลย ริมฝั่งแม่น้ำโขงชายแดนไทย-สปป.ลาว

ด้วยระยะทางจากตัวเมืองเลย 63 กม. ห่างจาก อ.เชียงคาน 13 กม.บนถนนชายโขงหรืออเส้นทางยุทธศาสตร์ลาดยางตลอดเส้นทาง ไป-มา สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย     นักท่องเที่ยวและประชาชนต่างเดินทางไปเที่ยวจำนวนมากในวันธรรมดาเฉลี่ย 500 คน-วัน.ส่วนวันหยุดสุดสัปดาห์และช่วงเทศกาลอยู่ที่1,000-1,200  คน/วัน.  มีทั้งนักท่องเที่ยวชาว จ.เลย  ชาวไทยและชาวต่างชาติ  ต่างชวนเพื่อนๆ เป็นหมู่คณะ  เป็นครอบครัว หนุ่ม-สาว  คู่รัก  หลบจากอากาศร้อนและหลีกเลี่ยงภัยโควิด-19  ไปสูดเอาอากาศที่บริสุทธิ์สัมผัสธรรมชาติสองฝั่งแม่น้ำโขง ซึ่งช่วงที่ผ่อนคลายนี้  ทางท้องถิ่นได้จัดตั้งกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชน  จัดระเบียบ ออกกฎเกณฑ์เขเมข้น  งกลับภูมิลำเนาจำนวนมาก  ต่างหลบหนีโรคเชื้อไวรัสโควิด-19   มีระบบมีเจ้าหน้าที่ ตำรวจเฝ้ารักษาความปลอดภัย กำชับนักท่องเที่ยว  มีการคัดกรองวัดไข้ ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์และสวมหน้ากากทุกราย และมาตรเข้มห้ามกลุ่มแม่ค้า ร้านค้าจำหน่าย/จ่ายแจกเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด นทท.รายใดนำมาด้วยก็ห้ามนำลงไปที่ชายหาด   มีผ้าห้ามเตือนไว้หลายจุดด้วยกัน  ยิ่งช่วงนี้สถานศึกษายังไม่เปิดเทอมส่วนใหญ่จึงเป็นกลุ่มวัยรุ่นจำนวนมากกว่ากลุ่มอื่น ๆ

นักท่องเที่ยวได้เข่ามาจอดรถยังสถานที่จัดไว้อย่างเป็นระเบียบ จากนั้นนำสิ่งของ อาหาร เสื่อปูนั่งลงไปที่ชาดหาด  หาดไม่ได้นำมาด้วยก็มีบริการทั้งระบบ  ทั้งอาหาร สินค้าที่ระลึก ห่วงยาง เสื้อชูชีพและเสื่อปูนั่งและนอนริมชายหาด   ซุ้มรับประทานอาหาร ซุ้มนอนพักผ่อนจำนวนมาก ไว้รองรับ  มีเรือหางยาว พนักงาน ไว้เฝ้าระวังและกู้ภัยตลอดเวลา         ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว นทท./ประชาชน    จะรอจนพลบค่ำเพื่อชมดวงอาทิตย์ตกลับขอบฟ้าที่ริมโขงและยอดภูเขาสวยงามแสงสุดท้ายของวัน ที่เปิดบริการลงเล่นน้ำเวลา 18.00 น.ส่วนด้านอาหารจะปิดเวลา 19.00 น. จากนั้นก็เดินทางไปเที่ยวต่อที่ถนนคนเดินถนนชายโขง ชุมชนบ้านไม้เก่าเมืองเชียงคาน และพักแรมที่ อ..ชียงคาน

บุญชู   ศรีไตรภพ  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.เลย

แม่ฮ่องสอนเข้ม ตรวจยึดไม้สักเถื่อน มูลค่ามหาศาลมอดไม้หลบหนีตามระเบียบ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/433175?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_lifestyle

แม่ฮ่องสอนเข้ม ตรวจยึดไม้สักเถื่อน มูลค่ามหาศาลมอดไม้หลบหนีตามระเบียบ

แม่ฮ่องสอนเข้ม ตรวจยึดไม้สักเถื่อน มูลค่ามหาศาลมอดไม้หลบหนีตามระเบียบ

ผู้บังคับกรมทหารพราน สั่งเข้มงวดเรื่องการตัดไม้ทำลายป่า ล่าสุดสนธิกำลังร่วมหลายหน่วยฯ เข้าตรวจยึดไม้สักแปรรูปใหม่และสดยังไม่ผ่านการแปรรูปใดๆ ซุกซ่อนอยู่ในพงหญ้า

ผู้บังคับกรมทหารพราน สั่งเข้มงวดเจ้าหน้าที่ฯเรื่องการตัดไม้ทำลายป่า ล่าสุดสนธิกำลังร่วมหลายหน่วยฯ เข้าตรวจยึดไม้สักแปรรูปใหม่และสดยังไม่ผ่านการแปรรูปใดๆ ซุกซ่อนอยู่ในพงหญ้า เร่งหามอดไม้มาดำเนินคดี

พ.อ.สมรรถชัย แปงสาย ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่36  ค่ายเทพสิงห์ ได้มอบหมายให้ ร.อ.นิพนธ์ ทรายแก้ว ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 3601 ร่วมทำการลาดตระเวนในพื้นที่ตามที่ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าว ได้บูรณาการกำลังร่วมกับ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง, หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ มส.6 ( อำเภอสบเมย ) พร้อมผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านสบโขง ร่วมทำการลาดตระเวนในพื้นที่ตามที่ได้รับแจ้ง ว่ามีการลักลอบตัดโค่นไม้สักทอง บริเวณพื้นที่ บ้านสบโขง หมู่10 ต.แม่สวด อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน

เมื่อไปถึงพิกัด บริเวณป่าของหมู่บ้านสบโขง หมู่10 ต.แม่สวด อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน เจ้าหน้าที่ตรวจพบไม้สักทองที่ได้ทำการลักลอบตัดโค่น และแปรรูปแล้วขนาดต่างๆ อยู่ในบริเวณดังกล่าว โดยไม่พบผู้ลักลอบกระทำความผิด จึงได้ร่วมกันตรวจยึดของกลางดังกล่าวประกอบด้วย ไม้สักท่อน จำนวน 4 ท่อน ขนาด ยาวตั้งแต่ 250 ซม.โต 210 – 322 ซม. โต 230 ซม. ยาว. 322 ซม. โต 235 คละกัน และไม้สักแปรรูป 9 แผ่น/เหลี่ยม ซึ่งเป็นไม้สักแปรรูปใหม่และสดยังไม่ผ่านการแปรรูปใดๆ ไม่ได้ตัวผู้กระทำผิด ซึ่งชำนาญพื้นที่สามารถหลบหนี ไปได้ก่อนเจ้าหน้าที่จะมาถึง

ทั้งนี้ พ.อ.สมรรถชัย แปงสาย ผบ.กรม ทพ.ที่36  เผยว่ากระบวนการลักลอบตัดไม้ยังมีอยู่ในพื้นที่ เพราะ ปชช.ยังขาดจิตสำนึกไม่ได้สนใจว่า ปัญหาป่าไม้ จะส่งผลอะไรบ้างทั้งความแห้งแล้ง น้ำป่าไหลหลาก ยังสนใจแค่ ตัดไม้ ขายไม้ ได้เงินมาเท่านั้น  ซึ่งจ.แม่ฮ่องสอน มีพื้นที่ป่ากว้างใหญ่ หาก ปชช.ในพื้นที่ ยังขาดจิตสำนึก กำลัง จนท.ก็ไม่เพียงพอที่จะดูแลผืนป่าได้หมด และคาดว่าไม้ที่ตรวจยึดได้นี้ คงเตรียมเพื่อแปรรูปเป็นเฟอร์นิเจอร์จำหน่าย หรือส่งนายทุน น่าจะแปรสภาพในพื้นที่ก่อน นำออกไปแบบนี้ จะผ่านด่านยากคงจะแปรสภาพในพื้นที่  ซึ่งมีความผิดตามพรบ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 14 ฐาน “ทำไม้หรือทำด้วยประการใดๆอันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติโดยมิได้รับอนุญาต” จึงได้ตรวจยึดและรวบรวมหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ส่ง พงส.สภ.สบเมย  เพื่อหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ชนานันท์ เง่าสุวรรณ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดแม่ฮ่องสอน

สบายไปเลย หลังนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามา ลิงปาร์ตี้ผลไม้มะม่วง เงาะ อย่างอิ่มหนำสำราญ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/433153?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_lifestyle

สบายไปเลย หลังนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามา ลิงปาร์ตี้ผลไม้มะม่วง เงาะ อย่างอิ่มหนำสำราญ

8 มิถุนายน 2563 – 11:19 น.

สีสัน ลิงปาร์ตี้ผลไม้มะม่วง เงาะและแก้วมังกร อย่างอิ่มหนำสำราญ หลังมีการปลดล๊อคระยะที่ 3 นักท่องเที่ยวและผู้ใจบุญเดินทางมาท่องเที่ยวและให้อาหารลิงอย่างมีความสุข วันนี้ทั้งนกและลิงบริเวณช่องเขาตังกวนอิ่มท้องไปตามๆกัน แม้นักท่องเที่ยวมาเลเซียยังไม่เข้ามาชาว

          สีสัน ลิงเขาน้อยและเขาตังกวนรวมทั้งนกพิราบ  หลังมีการปลดล๊อคระยะที่ 3 ไม่เงียบเหงา มีนักท่องเที่ยวซึ่งเป็นพี่น้องชาวไทยพุทธและชาวไทยมุสลิม จากต่างจังหวัดเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดสงขลา แวะเยี่ยมลิงเขาน้อยและเขาตังกวน ซื้ออาหารให้นกและลิง กินอย่างอิ่มหนำสำราญ ก่อนที่จะเดินทางกลับ

                                                                                                                                       

ในส่วนของนกพิราบ ก็มีพี่น้องชาวไทยมุสลิมจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ นำบุตรหลาน ลงมาซื้อ ข้าวโพด ให้นกพิราบกิน อย่างมีความสุข เนื่องจากบรรยากาศแบบนี้ ที่อื่นไม่มี นกพิราบ มาจิกอาหารจากมือนักท่องเที่ยวกิน โดยไม่มีการบินหนีแต่อย่างใด ทำให้นักท่องเที่ยวมีความเพลิดเพลิน ซื้ออาหารให้นกพิราบกินอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งถ่ายภาพกลับไปเป็นที่ระลึก เพื่อนำไปให้ ญาติพี่น้องได้เห็น ถึงความน่ารักของสัตว์ ที่บริเวณช่องเขาต้องกวน จังหวัดสงขลา ที่มีลิงและนกพิราบ เป็นสัญลักษณ์ ของคนรักสัตว์ ที่บริเวณช่องเขาน้อยและช่องเขาตังกวนแห่งนี้                                                                                                                                                             

         ในขณะเดียวกัน มีสาวน้อยใจบุญ 2 คน ซื้อผลไม้ มีทั้งมะม่วง เงาะและแก้วมังกร ใส่ถุงขนาดใหญ่นำมาวางให้ลิงกิน เหมือนปาร์ตี้ผลไม้ย่อมๆ เนื่องจาก ที่ผ่านมาก็เคยนำผลไม้มาให้ลิงกินเป็นประจำ วันนี้ตั้งใจมาโดยซื้อมะม่วงเงาะและแก้วมังกร มาให้ลิงกินอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากเห็นว่า ช่วงนี้มะม่วงออกมาเยอะ ราคาไม่แพง รวมทั้งเป็นการอุดหนุนพ่อค้าแม่ค้าด้วย ลิงจะได้กินมะม่วง เงาะและแก้วมังกร แทนกล้วย ซึ่งที่ปกติลิงก็ได้กินกล้วยจากนักท่องเที่ยวทุกวันอยู่แล้ว เมื่อมีผลไม้โปรดของลิงมาวาง ก็คือ มะม่วงสีเหลือง ฝูงลิงจะตรูเข้ามาหยิบมะม่วงกินทั้งมะม่วง ทั้งเงาะ สวนแก้วมังกรตั้งไว้ก่อน เนื่องจากมะม่วงเงาะกินง่ายกว่า โดยลิงจะปลอกเปลือกมะม่วงออกเหมือนคน กัดกินเนื้อมะม่วงส่วนเปลือกทิ้ง ลิงตัวเล็กและลิงตัวใหญ่ ปาร์ตี้ผลไม้กันอย่างสนุกสนานและอิ่มหนำสำราญไปทั่วหน้าทุกตัว

                                                                                                                            

นภาลัย   ชูศรี   ผู้สื่อข่าวภูมิภาค  จังหวัดสงขลา

สมุทรสงคราม มาวัดเดียวเหมือนได้ชมของดีทั้งจังหวัด ผ่านภาพจิตรกรรมฝาผนังร่วมสมัย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/433149?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_lifestyle

สมุทรสงคราม มาวัดเดียวเหมือนได้ชมของดีทั้งจังหวัด ผ่านภาพจิตรกรรมฝาผนังร่วมสมัย

สมุทรสงคราม มาวัดเดียวเหมือนได้ชมของดีทั้งจังหวัด ผ่านภาพจิตรกรรมฝาผนังร่วมสมัย

สมุทรสงคราม มาวัดเดียวเหมือนได้ชมของดีทั้งจังหวัด ผ่านภาพจิตรกรรมฝาผนังร่วมสมัย เป็นการเล่าเรื่องวิถีชีวิตของชุมชน

ที่วัดดอนมะโนรา ต.ดอนมะโนรา อ.บางคนที  จ.สมุทรสงคราม  พระปลัดเจริญ คเวสโก เจ้าอาวาสวัดดอนมะโนรา ได้ให้ช่างวัดภาพจิตรกรรมฝาผนังร่วมสมัย ที่มีแนวคิดดีและสร้างสรรค์ ในลักษณะมาเที่ยววัดเดียวได้ชมของดีจังหวัดสมุทรสงคราม และวิถีชีวิตชุมชนของตำบลดอนมะโนราจนครบในครั้งเดียว โดยด้านขวามือพระประธานเขียนเรื่องราวพุทธประวัติ สอดแทรกเรื่องราวประกอบเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวหรือของดีเมืองสมุทรสงคราม โดยประยุกต์ให้รวมอยู่กับเรื่องราวพุทธประวัติ และแสดงให้เห็นวิถีชีวิตความเป็นอยู่ในสมัยโบราณ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ชีวิตชาวบ้านมีการปลูกบ้านเรือนอาศัยอยู่ริมแม่น้ำ มีเรือแจวขายของ การสัญจรทางน้ำแบบโบราณเขียนดำเนินเรื่องต่อกันไปทั้งผนัง โดยรวมเรื่องราวพุทธประวัติไว้ด้านบน เริ่มเรื่องพุทธประวัติเป็นตอนๆ รวม 13 ตอน เช่น พระอินทร์ทูลเชิญพระโพธิสัตว์จุติ, จนถึงประสูติเจ้าชายสิทธัตถะ  และพระมหาโคดมเข้าศึกษาที่สำนักอุทธกะรามบุตีดาบสจนสำเร็จวิชาชั้นสูงสุด โดยมีของดีเมืองสมุทรสงครามที่นำมาเขียนสอดแทรกลงในภาพจิตกรรมพุทธประวัติด้านขวามือของพระประธาน 9 สถานที่ คือ หลวงพ่อบ้านแหลม วัดเพชรสมุทรวรวิหาร, อนุสรณ์สถานแฝดอินจัน, ตลาดน้ำอัมพวา,ดอนหอยหลอด, อุทยาน ร.2, ประตูน้ำบางนกแขวก, อาสนวิหารแม่พระบังเกิดบางนกแขวก, โบสถปรกโพธิ์ วัดบางกุ้ง และชีวิตชาวบ้าน สวนลิ้นจี่ และสวนส้มโอ

 —ส่วนภาพจิตรกรรมฝาผนังด้านซ้ายมือพระประธาน รวมเรื่องราวพุทธประวัติไว้ด้านบนรวม 21 ตอน เริ่มตั้งแต่ พระพุทธเจ้าทรงบำเพ็ญทุกขกิริยา, นางสุชาดาถวายข้าวมธุปายาสนำมาถวายพระพุทธเจ้า, กระทั่งตรัสรู้ที่ต้นศรีมหาโพธิ์,  ออกเผยแพร่พระพุทธศาสนา จนเสด็จปรินพพาน ถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้า จนถึงแบ่งพระบรมธาตุ เพื่อเป็นที่สักการะสืบต่อมาตลอดจนทุกวันนี้ สอดแทรกวิถีชีวิตชาวชุมชนดอนมะโนรา 9 เรื่องราว คือ การปลูกมะม่วงอกร่องหอมหวาน, การทำยาจืด, การทำน้ำตาลมะพร้าว, ตลาดน้ำดอนมะโนรา, การทำนาเกลือ, ตลาดร่มหุบ, ผ้าป่าซาเล้งวัดดอนมะโนรา, บิณฑบาตทางเรือ และ ออกพระเมรุรัชกาลที่ 9

พระปลัดเจริญ คเวสโก เจ้าอาวาสวัดดอนมะโนรา กล่าวว่า แนวคิดที่สร้างจิตรกรรมฝาผนังร่วมสมัยรวมเรื่องราวพุทธประวัติสอดแทรกของดีจังหวัดสมุทรสงคราม และวิถีชีวิตของชุมชนดอนมะโนราที่นับวันจะถูกลืมเลือนไป เพื่อจารึกประวัติวิถีชีวิตของชุมชนดอนมะโนราให้อนุชนรุ่นหลังได้ทราบว่าบรรพบุรุษของเราแต่ดั่งเดิมที่เคยทำมา เช่น การทำยาจืด ที่เดิมตำบลดอนมะโนราเป็นแหล่งผลิตยาจืดส่งออกไปทั่วประเทศ แต่ปัจจุบันเหลือเพียง 1-2 ราย ส่วนการทำน้ำตาลมะพร้าว ก็กำลังถูกลืมเลือนไป เช่นกัน ทางวัดจึงอยากจารึกให้อนุชนรุ่นหลังได้ดูและศึกษาของดีในจังหวัดสมุทรสงคราม และวิถีชีวิตของชาวดอนมะโนรา   เพื่อให้นักเรียนหรือนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมโบสถ์วัดดอนมะโนรา จะได้ชมภาพพุทธประวัติอย่างละเอียด สอดแทรกด้วยของดีในจังหวัดสมุทรสงคราม และวิถีชีวิตของชาวดอนมะโนรา

— ส่วนกรณีความเหมาะสมหรือไม่นั้น เจ้าอาวาสวัดดอนมะโนรา กล่าวว่า การเขียนภาพพุทธประวัตินี้เป็นหลักใหญ่โดยรอบโบสถ์ตั้งแต่พระอินทร์ทูลเชิญมาจุติ, ประสูติ ตรัสรู้ จนถึงปรินิพาน รวม 34 ตอน เป็นการนำเสนอชีวิตประจำวันขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า การที่นำเอาวิถีชีวิตของจังหวัดและชุมชนที่แฝงเข้าไปจะเป็นการบันทึกประวัติศาสตร์ของชุมชนดอนมะโนรา และจังหวัดสมุทรสงคราม โดยที่ทางวัดไม่ได้เน้นตัวบุคคลแต่เน้นส่วนรวมของชุมชนดอนมะโนรา และจังหวัดสมุทรสงคราม

ด้านนายภักดี จันทร์สุวรรณ อายุ 52 ปี ช่างจิตรกรรมฝาผนัง ซึ่งมีประสบการกว่า 30 ปี กล่าวว่า การเขียนภาพพุทธประวัติสอดแทรกความสำคัญของจังหวัดสมุทรสงคราม และชุมชนวัดดอนมะโนรา มาผสมผสานกันเป็นเรื่องยากที่จะดำเนินเรื่องให้ต่อเนื่องตลอดทั้งผนังโบสถ์ ต้องใช้ความพยายาม ใช้ความคิดสร้างสรรค์ ใช้เวลาสเก็ตภาพ ร่างแบบ นานมาก เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ.2558 มาถึงวันนี้ ใช้ช่างเขียนภาพ 3 คน โดยใช้เทคนิคสมัยใหม่ควบคู่กับแบบโบราณคือ การปิดทองคำเปลวแล้วตัดเส้น ซึ่งขณะนี้วาดมาแล้ว 70 เปอร์เซ็นต์ เหลือตัดเส้นเก็บลายละเอียดใบหน้า ลายผ้าต่างๆ  คาดว่าจะใช้เวลาอีก 1 ปี จึงจะเสร็จสมบูรณ์

นพพร บุญทนาวงศ์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสมุทรสงคราม

สุดคึกคัก แห่ล่องแพหนองหวาย นครพนม ชมธรรมชาติ เล่นน้ำ ผ่อนคลายโควิด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/433146?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_lifestyle

สุดคึกคัก แห่ล่องแพหนองหวาย นครพนม ชมธรรมชาติ เล่นน้ำ ผ่อนคลายโควิด

สุดคึกคัก แห่ล่องแพหนองหวาย นครพนม ชมธรรมชาติ เล่นน้ำ ผ่อนคลายโควิด

สุดคึกคัก แห่ล่องแพหนองหวาย นครพนม ชมธรรมชาติ เล่นน้ำ ผ่อนคลายโควิด ทำเงินสะพัด กระตุ้นท่องเที่ยว เข้มคัดกรอง จำกัดคนลงแพ งดขายน้ำเมา

            เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม บรรยากาศการท่องเที่ยวทางธรรมชาติ กลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังมีการคลายล็อกระยะที่ 3  ส่งผลให้แหล่งท่องเที่ยวอันซีนทางธรรมขาติหนองหวาย พื้นที่ ต.ฝั่งแดง อ.ธาตุพนม จ.นครพนม กลับมาคึกคักอีกครั้ง ในชาวงวันหยุด ทำให้มีประชาชน นักท่องเที่ยว ต่างเดินทางมาท่องเที่ยว พักผ่อน ล่องแพชมธรรมชาติ ชิมเมนูอีสาน และเล่นน้ำคลายร้อน ผ่อนคลายสู้โควิด  ทำให้ชาวบ้าน ในพื้นที่ กลับมามีรายได้อีกครั้ง หลังจากได้รับผลกระทบจากโรคโควิดระบาด ต้องปิดบริการท่องเที่ยว มานานร่วมครึ่งปี โดยทางชาวบ้านกลุ่มผู้ล่องแพ ยังคงมีมาตรการเข้ม ในการเข้มงวดดูแล ตามมาตรการควบคุมป้องกันโรคโควิดระบาด ทั้งการคัดกรอง ตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเข้าพื้นที่ รวมถึง การจำกัดจำนวนคนลงแพไม่เกิน 10 คน นอกจากนี้ยังมีการงดจำหน่าย เครื่องดื่มแอลกอฮอล์  ไปจนถึงการวางมาตรการป้องกันอันตราย จัดเตรียมเสื้อชูชีพให้ ประชาชนนักท่องเที่ยว ทุกราย กำชับให้สวมชูชีพก่อนลงเล่นน้ำ และมีเรือลาดตระเวนดูแลตลอดทั้งวัน

ด้าน นายเหรียญ  ชิตภักดิ์ อายุ 60 ปี ประธานกลุ่มล่องแพหนองหวาย กล่าวว่า  สำหรับหนองหวาย เป็นแหล่งน้ำธรรมชาติ เดิม ที่ ชาวบ้าน ใช้ทำการเกษตร มีเนื้อที่ กว่า 100 ไร่ เชื่อมกับสายน้ำก่ำ ก่อนไหลลงน้ำโขง จากนั้น ได้ รับการพัฒนาขุดลอก เพื่อให้มีน้ำเก็บกักตลอดปี มาต่อเนื่อง จากนั้น ชาวบ้าน จึงได้ หารือกัน วางแนวทางในการพัฒนา เป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ นวัตวิถี จึงมีการจัดตั้งกลุ่มล่องแพขึ้น เพื่อบริการประชาชน นักท่องเที่ยว ได้ มาเที่ยวพักผ่อนล่องแพ ชมธรรมชาติ ชิมเมนูอาหารอีสาน และเล่นน้ำคลายร้อน เพื่อให้ชาวบ้านมีงานมีรายได้ ตลอดปี  ทำให้ปัจจุบันมีการพัฒนา เปิดแพบริการ มากถึง 10 หลัง แต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ได้รับผลกระทบจากโควิดระบาด ตั้งปิดบริการชั่วคราวไปหลายเดือน แต่พอมีการผ่อนคลายระยะที่ 3 ทำให้สามารถเปิดบริการได้อีกครั้ง  และมีประชาชน นักท่องเที่ยว กลับมาเที่ยวล่องแพคึกคัก โดยเฉพาะในช่วงวันหยุด แต่ทางกลุ่มล่องแพ ยังคงวามาตรการเข้มงวดในการคัดกรอง วัดอุณหภูมิ ก่อนใช้บริการ  อีกทั้งยังมีการจำกัดคนลงแพไม่เกิน 10 คน และห้ามจำหน่าย หรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

นายเหรียญ  ชิตภักดิ์ กล่าวอีกว่า  ที่สำคัญในการบริการล่องแพ จะมีการเข้มงวดการจัดเสื้อชูชีพ กำชับให้ประชาชน นักท่องเที่ยว สวมชูชีพก่อนเล่นน้ำ และจุดเรือลาดตระเวนดูแลต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ส่วนราคาค่าบริการ ชั่วโมงแรก 250 บาท หลังจากนั้น ชั่วโมงละ 100 บาท  หากเหมาจ่ายวันละ 1,050 บาท  ซึ่งทำให้ชาวบ้าน มีรายได้เสริม นอกจากการทำไร่ทำนา  ซึ่งในการจัดสรรรายได้ จะแบ่งเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 3 -4 คน  ทุกเดือนจะมีการสรุปรายได้ หักค่าใช้จ่าย กองกลาง เก็บ กลุ่มละ 250 บาท ต่อแพ 1 ลำ เพื่อนำมาเข้ากองทุนพัฒนาหมู่บ้าน  เหลือจากต้นทุนจะแบ่งผลกำไรในกลุ่ม ทำให้ชาวบ้านมีรายได้ เดือนละประมาณ 5,000 – 10,000 บาท ต่อคน  อย่างไรก็ตามหลังมีการเปิดบริการอีกครั้ง ขอให้ประชาชน นักท่องเที่ยว ปฏิบัติตามกฎระเบียบเข้มงวด เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด ให้สามารถเปิดบริการได้ต่อเนื่อง  นอกจากจะเป็นการสร้างรายได้ให้ชุมชน ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวสู้โควิด ให้ มีแหล่งเที่ยวพักผ่อน ช่วงวันหยุดอีกด้วย

ทวี อภิสกุลชาติ ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครพนม