รอดแล้ว 1 สส. ‘คุกคามทางเพศ’ ที่ถูก ‘ขับออกจากพรรค’ ก้าวไกล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564352

29 พ.ย. 2566

รอดแล้ว 1 สส. 'คุกคามทางเพศ' ที่ถูก 'ขับออกจากพรรค' ก้าวไกล

ปูอัด ไชยามพวาน หาพรรคสังกัดได้แล้ว ทันเส้นตาย หาพรรคใหม่ ในสามสิบวัน หลังถูก ‘ขับออกจากพรรค’ ก้าวไกล ด้วยข้อหา ‘คุกคามทางเพศ’

ปูอัด ไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ อดีตสส.ก้าวไกล สามารถหาพรรคการเมืองใหม่สังกัด ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ พรรคก้าวไกลมีมติขับออกจากข้อกล่าวหา คุกคามทางเพศ ได้แล้ว โดยไปสังกัดพรรคไทยก้าวหน้า ได้ทันเวลาที่กฎหมายให้หาพรรคใหม่สังกัด ภายใน 30 วัน ซึ่งจะครบเส้นตาย วันที่ 6 ธ.ค. 2566นี้

ภาพอัปเดตหน้าปกเฟซบุ๊ก  ปูอัด ภาพอัปเดตหน้าปกเฟซบุ๊ก ปูอัด


ข้อมูลจากเว็บไซต์ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ระบุว่า พรรคไทยก้าวหน้า ที่รับ ปูอัด ไชยามพวาน เข้าสังกัด หัวหน้าพรรค คือ ดร.วัชพล บุษมงคล ส่วนเลขาธิการพรรค คือ นายภูชิสส์ ศรีเจริญ ปัจจุบันทางมีสมาชิกทั้งหมด 5,022 แบ่งเป็น ภาคเหนือ 652, ภาคกลาง 979, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2,760 และ ภาคใต้ 631

โดยการเลือกตั้ง เมื่อพฤษภาคมที่ผ่านมา ได้คะแนนกว่า 3.4 หมื่นคะแนน นดยบายส่วนใหญ่เน้นทางด้านรัฐสวัสดิการ อาทิ  ค่าดำรงชีพประชาชนเดือนละ 5,000 บาท (ระบบแอปพลิเคชันดิจิทัล) / กองทุนเงินสดประชาชน เสียชีวิตทุกกรณี 500,000 บาท / เงินสงเคราะห์บุตรประชาชนเดือนละ 2,000 บาท (แรกเกิดถึงอายุ 10 ปี)

ขณะที่ วุฒิพงษ์ ทองเหลา สส.ปราจีนบุรี ที่ถูกขับออกจากพรรคก้าวไกล ก่อนหน้า ปูอัด ไชยามพวาน ไม่กี่วัน ด้วยข้อกล่าวหา คุกคามทางเพศ เช่นเดียวกัน ยังไม่ปรากฏข้อมูลว่า ย้ายไปสังกัดพรรคการเมืองใด และเวลาในการหาพรรคการเมืองใหม่เข้าสังกัด ใกล้หมดลงแล้ว

09.30 น. ศาลรัฐธรรมนูญ’ นัดชี้ชะตา ‘ไอซ์ รักชนก ศรีนอก’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564275

29 พ.ย. 2566

09.30 น. ศาลรัฐธรรมนูญ' นัดชี้ชะตา 'ไอซ์ รักชนก ศรีนอก'

‘ไอซ์ รักชนก ศรีนอก’ ลุ้น ‘ศาลรัฐธรรมนูญ’ ตีความคดีอาญาที่ถูกฟ้อง 2 ข้อหา ทั้งมาตรา 112 และ มาตรา 116 ขัดรัฐธรรมนูญ หรือไม่

เวลา 09.30 น. วันนี้ ศาลรัฐธรรมนูญนัดพิจารณา  คดีที่ ไอซ์ รักชนก ศรีนอก สส.ก้าวไกล ยื่นตีความว่า พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 และมาตรา 34 หรือไม่  ซึ่งศาลเห็นว่า พยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้ จึงยุติการไต่สวนฯ และนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือและลงมติ

รัฐธรรมนูญ มาตรา 26 มีสาระสำคัญระบุว่าการตรากฎหมายที่มีผลเป็นการจํากัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ในกรณีที่รัฐธรรมนูญมิได้บัญญัติเงื่อนไขไว้

กฎหมายดังกล่าวต้องไม่ขัดต่อหลักนิติธรรม ไม่เพิ่มภาระหรือจํากัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลเกินสมควรแก่เหตุและจะกระทบต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของบุคคลมิได้ รวมทั้งต้องระบุเหตุผลความจําเป็นในการจํากัดสิทธิและเสรีภาพไว้ด้วย

ขณะที่มาตรา 34 มีสาระสำคัญ เรื่องเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น การจํากัดเสรีภาพดังกล่าวจะกระทํามิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ตราขึ้นเฉพาะเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ เพื่อคุ้มครองสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเพื่อป้องกันสุขภาพของประชาชน

ข้อมูลของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนระบุว่าคดีอาญาของไอซ์ รักชนก ศรีนอก ที่มีการยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เป็นคดีที่เธอถูกดำเนินคดีในตอนที่ยังเป็นสมาชิกกลุ่ม คลับเฮ้าส์เพื่อประชาธิปไตย และอัยการได้ฟ้องด้วยข้อหา หมิ่นประมาทกษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และข้อหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ

หลังถูก มณีรัตน์ เลาวเลิศ ประชาชนชาวจังหวัดสมุทรสาคร เข้าแจ้งความที่ บก.ปอท.ให้ดำเนินคดีผู้ใช้ทวิตเตอร์บัญชีชื่อ ไอซ์ ซึ่งทวิตข้อความวิจารณ์รัฐบาลเรื่องการผูกขาดวัคซีนโควิด-19 พร้อมติดแท็ก #28กรกฎาร่วมใจใส่ชุดดํา และรีทวีตข้อความพร้อมภาพถ่ายป้ายข้อความในการชุมนุม #16ตุลาไปแยกปทุมวัน ปี 2563

มติศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้ จะเป็นบรรทัดฐาน การพิจารณาคดีอาญา ที่ไอซ์ รักชนก ศรีนอก ถูกแจ้งข้อกล่าวหาไว้ที่ บก.ปอท.

ถือฤกษ์ 09.09 น. ‘มาดามเดียร์’ เปิดตัว ลงชิง ‘หัวหน้าพรรค ปชป.’คนที่ 9

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564336

28 พ.ย. 2566

ถือฤกษ์ 09.09 น. ‘มาดามเดียร์’ เปิดตัว ลงชิง ‘หัวหน้าพรรค ปชป.’คนที่ 9

‘มาดามเดียร์’ วทันยา บุนนาค นัดแถลงเปิดตัวลงแข่งชิง ‘หัวหน้าพรรค ปชป.’ คนที่ 9 พรุ่งนี้ ที่ลาน พระแม่ธรณีบีบมวยผม พรรคประชาธิปัตย์ ถือฤกษ์ 09.09 น. 29 พ.ย. หลังเลือกตั้งหัวหน้าพรรค ล่มไม่เป็นท่าถึง 2 ครั้ง

วันที่ 28 พ.ย. 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าในการสรรหาหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) คนใหม่ แทน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ที่ได้ประกาศลาออกจากการเป็น หัวหน้าพรรค ปชป. เพื่อรับผิดชอบความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งทั่วไป หลังทราบผลเลือกตั้งตอน 23.00 น. ของคืนวันที่ 14 พ.ค. 2566 ที่ผ่านมา โดยอยู่รักษาการในตำแหน่งหัวหน้าพรรค ปชป. ซึ่งพรรคได้จัดการประชุมใหญ่วิสามัญประจำปี 2566 เพื่อคัดเลือกคณะกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรค และหัวหน้าพรรคคนใหม่ มาถึง 2 ครั้ง แต่องค์ประชุมล่ม

ว่ากันว่า สาเหตุมาจากความขัดแย้งภายในของผู้มีอำนาจในพรรค 2 ขั้ว คือ ขั้วกลุ่มเพื่อนเฉลิมชัย ที่มี นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการหัวหน้าพรรค ปชป.และรักษาการเลขาธิการพรรคเป็นแกนนำ พร้อม นายกชาย หรือ นายเดชอิศม์ ขาวทอง รักษาการรองหัวหน้าภาคใต้และ สส.สงขลา รวมถึง นายชัยชนะ เดชเดโช รักษาการรองเลขาธิการพรรค และ สส.นครศรีธรรมราช ที่มี สส.ในมือรวม 21 เสียง

ส่วนอีกขั้วเป็นกลุ่มผู้อาวุโสและอดีตหัวหน้าพรรค ปชป. ที่มี นายชวน หลีกภัย นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ที่สนับสนุนให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค ปชป. ให้กลับมานั่งตำแหน่ง หัวหน้าพรรค ปชป.อีกครั้ง เพื่อกอบกู้พรรค โดย นายอภิสิทธิ์ เรียกร้องให้พรรคมีความเป็นเอกภาพ แต่ไม่ได้รับการตอบรับจาก สส.ปัจจุบันในพรรค

เมื่อวันที่ 28 พ.ย. 2566 น.ส.วทันยา บุนนาค หรือ มาดามเดียร์ ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กรุงเทพมหานคร (กทม.) พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งยอมรับว่า สนใจที่จะลงสมัครแข่งขันชิงเก้าอี้ หัวหน้าพรรค ปชป. เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และได้นัดสื่อมวลชนเพื่อแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ หลังได้ตัดสินใจแน่วแน่ว่า จะลงสมัครเป็นหัวหน้าพรรค ปชป. คนที่ 9 ที่บริเวณลานพระแม่ธรณีบีบมวยผม ในเวลา 10.00 น. ของวันที่ 29 พ.ย. 2566 

โดย น.ส.วทันยา จะเดินทางเข้าพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อกราบสักการะพระแม่ธรณีบีบมวยผม สัญลักษณ์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำพรรค ในเวลา 09.09 น. ของวันที่ 29 พ.ย. ก่อนการแถลงข่าวเปิดตัวชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์อย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์ กำหนดจะจัดการประชุมใหญ่วิสามัญประจำปี 2566 เพื่อคัดเลือกคณะกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรค และหัวหน้าพรรคคนใหม่ เป็นครั้งที่ 3 ในวันที่ 9 ธันวาคม 2566 คาดว่าจะใช้สถานที่เดิมเมื่อครั้งประชุมรอบก่อนหน้านี้ ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร

‘ศาลรัฐธรรมนูญ’ นัดชี้ชะตา ‘ไอซ์ รักชนก ศรีนอก’ วันพรุ่งนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564275

28 พ.ย. 2566

'ศาลรัฐธรรมนูญ' นัดชี้ชะตา 'ไอซ์ รักชนก ศรีนอก' วันพรุ่งนี้

‘ไอซ์ รักชนก ศรีนอก’ ลุ้น ‘ศาลรัฐธรรมนูญ’ ตีความคดีอาญาที่ถูกฟ้อง 2 ข้อหา ทั้งมาตรา 112 และ มาตรา 116 ขัดรัฐธรรมนูญ หรือไม่

ศาลรัฐธรรมนูญนัดพิจารณา  คดีที่ ไอซ์ รักชนก ศรีนอก สส.ก้าวไกล ยื่นตีความว่า พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 และมาตรา 34 หรือไม่  ซึ่งศาลเห็นว่า พยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้ จึงยุติการไต่สวนฯ และนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือและลงมติในวันพุธที่ 29 พฤศจิกายน 2566 เวลา 09.30 น.

ข้อมูลของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนระบุว่าคดีอาญาของไอซ์ รักชนก ศรีนอก ที่มีการยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เป็นคดีที่เธอถูกดำเนินคดีในตอนที่ยังเป็นสมาชิกกลุ่ม คลับเฮ้าส์เพื่อประชาธิปไตย และอัยการได้ฟ้องด้วยข้อหา หมิ่นประมาทกษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และข้อหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ

หลังถูก มณีรัตน์ เลาวเลิศ ประชาชนชาวจังหวัดสมุทรสาคร เข้าแจ้งความที่ บก.ปอท.ให้ดำเนินคดีผู้ใช้ทวิตเตอร์บัญชีชื่อ ไอซ์ ซึ่งทวิตข้อความวิจารณ์รัฐบาลเรื่องการผูกขาดวัคซีนโควิด-19 พร้อมติดแท็ก #28กรกฎาร่วมใจใส่ชุดดํา และรีทวีตข้อความพร้อมภาพถ่ายป้ายข้อความในการชุมนุม #16ตุลาไปแยกปทุมวัน ปี 2563

รัฐธรรมนูญ มาตรา 26 มีสาระสำคัญระบุว่าการตรากฎหมายที่มีผลเป็นการจํากัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ในกรณีที่รัฐธรรมนูญมิได้บัญญัติเงื่อนไขไว้

กฎหมายดังกล่าวต้องไม่ขัดต่อหลักนิติธรรม ไม่เพิ่มภาระหรือจํากัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลเกินสมควรแก่เหตุและจะกระทบต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของบุคคลมิได้ รวมทั้งต้องระบุเหตุผลความจําเป็นในการจํากัดสิทธิและเสรีภาพไว้ด้วย

ขณะที่มาตรา 34 มีสาระสำคัญ เรื่องเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น การจํากัดเสรีภาพดังกล่าวจะกระทํามิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ตราขึ้นเฉพาะเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ เพื่อคุ้มครองสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเพื่อป้องกันสุขภาพของประชาชน

มติศาลรัฐธรรมนูญในวันพรุ่งนี้ จะเป็นบรรทัดฐาน การพิจารณาคดีอาญา ที่ไอซ์ รักชนก ศรีนอก ถูกแจ้งข้อกล่าวหาไว้ที่ บก.ปอท.

‘เลือกตั้ง66’ กกต.เปิดสถิติ ร้องทุจริตเพียบ ยังมีลุ้นอีก 77 เรื่อง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564264

27 พ.ย. 2566

‘เลือกตั้ง66’ กกต.เปิดสถิติ ร้องทุจริตเพียบ ยังมีลุ้นอีก 77 เรื่อง

‘เลือกตั้ง66’ ผ่านมานาน 6 เดือน กกต. เปิดสถิติร้องเรียนทุจริตเลือกตั้ง สส. มีจำนวน 365 เรื่อง เทียบกับปี 62 ลดลง เผยสั่งไม่รับ 159 คำร้อง ยื่นศาล 2 สำนวน ยังลุ้นอีก 77 เรื่อง

ปิดฉากจัด เลือกตั้ง66 ผ่านมานานร่วม 6 เดือน ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวจาก สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. หน่วยงานหลักที่รับผิดชอบจัดการเลือกตั้ง เมื่อ 14 พ.ค. 2566

โดยเมื่อวันที่ 27 พ.ย. 2566 กกต.ได้ ออกเอกสารเผยแพร่สถิติเปรียบเทียบการดำเนินการเกี่ยวกับคำร้อง สำนวน การวินิจฉัย และการดำเนินคดี ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป ปี 2562 และปี 2566 ข้อมูล ณ วันที่ 24 พ.ย. 2566 พบว่า การเลือกตั้ง สส. เมื่อวันที่ 24 มี.ค. 2562 มีคำร้อง ความปรากฎ ข้อมูลเบาะแส จำนวน 592 เรื่อง แบ่งเป็น คำร้อง 497 เรื่อง, ความปรากฎ 78 เรื่อง, ข้อมูลเบาะแส 17 เรื่อง

โดยดำเนินการเสร็จหมดทั้ง 592 เรื่อง แยกเป็นการพิจารณา คำร้อง 307 เรื่อง สั่งไม่รับ 289 เรื่อง สั่งยุติเรื่อง 15 เรื่อง ดำเนินคดีอาญา 3 เรื่อง ส่วนการวินิจฉัยชี้ขาด 285 สำนวน พบว่า ยกคำร้อง 262 สำนวน ระงับสิทธิ 1 สำนวน ดำเนินคดีอาญา 20 สำนวน ยื่นคำร้องต่อศาล 2 สำนวน

ขณะที่การเลือกตั้ง สส. เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2566 พบว่า มีคำร้อง ความปรากฎ ข้อมูลเบาะแส จำนวน 365 เรื่อง แบ่งเป็น คำร้อง 283 เรื่อง ความปรากฎ 41 เรื่อง ข้อมูลเบาะแส 41 เรื่อง ดำเนินการเสร็จแล้ว 288 เรื่อง

โดยแยกเป็นการพิจารณา คำร้อง 240 เรื่อง สั่งไม่รับ 159 เรื่อง สั่งยุติเรื่อง 81 เรื่อง ยังไม่มีเรื่องส่งดำเนินคดีอาญา ส่วนการวินิจฉัยชี้ขาด 48 สำนวน ยกคำร้อง 43 สำนวน ดำเนินคดีอาญา 3 สำนวน ยื่นคำร้องต่อศาล 2 สำนวน และอยู่ระหว่างดำเนินการ 77 เรื่อง

ทั้งนี้ สำนักงานกกต.ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเป็นอย่างดี ทั้งหน่วยงานสนับสนุน ภาคีเครือข่าย สื่อมวลชน พรรคการเมือง ผู้สมัครรับเลือกตั้ง และประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ในการสนับสนุน ยึดถือปฏิบัติตามกฎหมาย และเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการเลือกตั้ง ทำให้เรื่องร้องเรียน คำร้อง หรือ การกระทำฝ่าฝืน หรือ ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย มีจำนวนลดลง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การที่ กกต. พยายามชี้แจง หลังถูกกกดดันว่าการพิจารณาสำนวนคำร้อง เกี่ยวกับการทำผิดกฎหมายเลือกตั้งล่าช้า โดยเฉพาะการเอาผิดกับการทุจริตเลือกตั้ง เพื่อแจกใบเหลือง แจกใบแดง กับ สส. ที่ชนะการเลือกตั้ง แต่ที่ผ่านมามีแต่การดำเนินการกับผู้สมัคร สส.เท่านั้น และเป็นผู้สมัคร สส. สอบตก อีกด้วย

‘เสี่ยแป้งนาโหนด’ – ‘ทายาทกระทิงแดง’ สองกรณีสะเทือนกระบวนการยุติธรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564239

27 พ.ย. 2566

'เสี่ยแป้งนาโหนด' - 'ทายาทกระทิงแดง' สองกรณีสะเทือนกระบวนการยุติธรรม

อดีต สส.พัทลุง ชี้ กระบวนการยุติธรรม ต้องทบทวน หลังเกิดกรณี ‘เสี่ยแป้งนาโหนด’ และ ‘ทายาทกระทิงแดง’ สะเทือนตำรวจ อัยการ

นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตสส.พัทลุง ตั้งคำถามถึงกระบวนยุติธรรม เปรียบเทียบระหว่าง เสี่ยแป้งนาโหนด กับ ทายาทกระทิงแดง ระบุ ในฐานะคนพัทลุงด้วยกัน เชื่อว่า สิ่งที่เสี่ยแป้งนาโหนด พูดนั้น เกิดจาก ความคับแค้นใจ จะผิด หรือ ถูก อย่างไร เราห่างข้อเท็จจริงจึงไม่สามารถไปวิเคราะห์ได้ เป็นเรื่องที่เขาต้องไปพิสูจน์ แต่เสี่ยแป้งสะท้อนตัวตนของคนพัทลุง ที่เป็นนักสู้

แต่สิ่งที่อยากจะสื่อไปถึงเสี่ยแป้ง และ สื่อถึงผู้เกี่ยวข้อง คือจงฟังสิ่งที่ เสี่ยแป้งนาโหนดพูด นำสิ่งที่เขาพูดไปพิจารณาและให้ความเป็นธรรม โดยอัยการ และ ตำรวจ ต้องสอดส่องดูแลกระบวนการยุติธรรมขั้นต้นของตนเองเสียใหม่ ก่อนที่จะฉุดสายธารแห่งกระบวนการยุติธรรมล้มให้ล้มลงทั้งกระดาน

หากคำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ มีความไม่ชอบด้วยเหตุผล และ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้สำนักงานอัยการสูงสุดทบทวนคำสั่งนี้ เปรียบเหมือนคำสั่งไม่ฟ้องกรณีทายาทกระทิงแดง ซึ่งต่อมามีการทบทวนและสั่งฟ้อง ซึ่งเสี่ยแป้งเองก็ต้องทราบว่า การทบทวนคำสั่งของอัยการจะใช้เวลานานเหมือนกรณีของทายาทกระทิงแดง

กรณีนี้ต้องหาทางมอบตัว อย่าต่อสู้ อย่าให้แต่ละฝ่ายเสียเลือดเนื้อ เพราะไม่จำเป็นที่ต้องทำแบบนั้นเลย เพราะหาก ฝ่ายไหนใช้ความรุนแรงก่อน ฝ่ายนั้นจะเป็นผู้แพ้

อดีตสส.พัทลุง สรุปว่าสุดท้ายสิ่งไหนผิด สิ่งไหนถูก ถ้าอยู่ในภาวะวิกฤติให้เชื่อสัญชาติญาณของตัวเอง เหมือนที่เคยกล่าวไว้ ว่า ความอยุติธรรม เลวร้ายกว่าความตาย ไม่ว่าใครจะอยู่ในสถานะไหน ต่างก็ต้องการความยุติธรรมทั้งสิ้น เพียงสังคมเราจะมีให้เขาหรือเปล่า

นายกรัฐมนตรีเตรียมขอมาเลเซีย ช่วยเจรจาปล่อย ‘ตัวประกัน’ ‘คนไทย’ เพิ่มอีก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564194

27 พ.ย. 2566

นายกรัฐมนตรีเตรียมขอมาเลเซีย ช่วยเจรจาปล่อย 'ตัวประกัน' 'คนไทย' เพิ่มอีก

เยือนมาเลเซียวันนี้ นายกฯเศรษฐา ยอมรับว่า จะขอให้มาเลเซีย ช่วยเจรจา ให้มีการปล่อย ‘ตัวประกัน’ ‘คนไทย’ ในอิสราเอล เพิ่มอีก

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี  ยืนยันว่าจะดูแลคนไทย ที่ได้รับการปล่อยตัวจากอิสราเอล อย่างใกล้ชิด ทุกคนปลอดภัยดี โดยภาพรวมถือว่าดี และจะพยายามดำเนินการต่อไป เพื่อนำพาออกมาให้หมด โดยในวันนี้เข้าใจว่านายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จะเดินทางไปรับด้วยตัวเอง

ส่วนการเดินทางไปพบนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย วันนี้ จะพูดคุยเรื่องการช่วยเหลือตัวประกันเพิ่มอีก เพราะก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีมาเลเซียส่วนร่วมทำให้ตัวประกันของคนไทยถูกปล่อยตัวมา และเข้าใจว่าช่วงการหยุดยิง ก็จะครบกำหนดภายใน 24 ชั่วโมงนี้ แล้ว ฉะนั้นก็จะ พยายามพูดคุยและขอร้องให้นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง  

การปล่อยตัวประกันที่เหลือมีสัญญาณที่ดีหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า เราพยายามทำอยู่ เรื่องนี้ค่อนข้างละเอียดอ่อน จึงไม่อยากพูดไปก่อน เพราะฉะนั้นขอให้รอดูไป และจนถึงวันนี้ก็มีการปล่อยตัวประกันทุกวัน ตั้งแต่ 10 คน และ 3 ถึง4 คน ตามมา พร้อมยืนยันว่าก็จะพยายามทำต่อไปอย่างต่อเนื่อง

อนึ่ง ฝ่ายความมั่นคงโดยผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้มีการติดตามอย่างใกล้ชิด และกำชับ ลงรายละเอียดอย่างมาก ฉะนั้น ขอความกรุณาในการเผยแพร่ข้อมูลซึ่งไม่อยากพูดเท่าไหร่  เพราะเป็นเรื่องความปลอดภัยของตัวประกัน 

‘ตัวประกัน’ ‘คนไทย’ ได้รับการปล่อยตัวอีก 3 คน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564188

27 พ.ย. 2566

'ตัวประกัน' 'คนไทย' ได้รับการปล่อยตัวอีก 3 คน

นายกรัฐมนตรี ดีใจ ‘คนไทย’ ใน ‘อิสราเอล’ ที่ถูกจับเป็น ‘ตัวประกัน’ ได้รับการปล่อยตัวอีก 3 คน รวมเกือบ 20 รายแล้ว ทุกคนปลอดภัยดี

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์ข้อความผ่าน X แสดงความยินดีกับตัวประกันคนไทย ที่ได้รับการปล่อยตวเพิ่มอีก 3คน จากเหตุรุนแรง ในอิสราเอล มีเนื้อหาว่า  เมื่อวันที่ 26 พ.ย.66 เวลา 20:36 (เวลาท้องถิ่น) ตัวประกันไทย ได้เดินทางโดยรถยนต์ถึงด่าน Kerem Shalom check-point

ซึ่งจากการตรวจสอบมีรายชื่อตัวประกันไทยที่ได้รับการปล่อยตัว 3 คน คือ 1. นายวิเชียร เต็มทอง, นายสุรินทร์ เกสูงเนิน และ  นายพรสวรรค์ ปินะกาโล

นายกรัฐมนตรี ระบุว่า จากการตรวจร่างกายในเบื้องต้น ทุกคนสุขภาพดี ไม่มีใครต้องการการรักษาพยาบาลเร่งด่วน, ทุกคนพูดคุยและเดินได้ปกติ, นายวิเชียรมีอาการเจ็บช่องท้องเวลาที่หายใจลึกๆ เนื่องจากต้องอยู่ในพื้นที่ที่มีอากาศหายใจลำบาก และทุกคนดีใจที่ได้รับการปล่อยตัว โดยรวมสุขภาพจิตใจยังดี พูดคุยได้ปกติ

โพส X ของนายกรัฐมนตรี ดีใจคนไทยถูกปล่อยตัวเพิ่มอีก โพส X ของนายกรัฐมนตรี ดีใจคนไทยถูกปล่อยตัวเพิ่มอีก

‘อัครแสนคีรี’ เผยข่าวดีของ ชาวชัยภูมิ เดินหน้าดัน ‘งบขุดลอกเขื่อนลำปะทาว’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564176

26 พ.ย. 2566

'อัครแสนคีรี' เผยข่าวดีของ ชาวชัยภูมิ เดินหน้าดัน 'งบขุดลอกเขื่อนลำปะทาว'

‘อัครแสนคีรี โล่ห์วีระ’ สส.ชัยภูมิ เขต 7 พรรคพลังประชารัฐ เผยข่าวดีของ ชาวชัยภูมิ งบประมาณโครงการขุดลอกเขื่อนลำปะทาว บรรจุใน แผนกระทรวงพลังงานปี 2567 แล้ว เตรียมเดินหน้าผลักดันให้สำเร็จ

นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ สส.ชัยภูมิ เขต 7 พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการการพลังงาน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการประชุมกรรมาธิการว่า จากกรณีที่ตนได้หารือในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรไปหลายครั้งถึงโครงการขุดลอกเขื่อนลำปะทาวและขยายกำลังการผลิตไฟฟ้า โดยเขื่อนลำปะทาวซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของกรมพัฒนาพลังงานทดแทน สังกัดกระทรวงพลังงาน 

นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ สส.ชัยภูมิ เขต 7 พรรคพลังประชารัฐ นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ สส.ชัยภูมิ เขต 7 พรรคพลังประชารัฐ

ซึ่งขณะนี้เขื่อนลำปะทาว กำลังพบเจอปัญหาวิกฤติ คือการที่ไม่สามารถเก็บน้ำในเขื่อนได้ ดังนั้น เมื่อเกิดเหตุน้ำท่วม หรือช่วงพายุเข้าก็จะทำให้น้ำที่อยู่ในเขื่อนไหลทะลัก และเข้าท่วมจังหวัดชัยภูมิ แต่หากมีการดำเนินการขุดลอกเขื่อนลำปะทาวทั้งเขื่อนบนและเขื่อนล่าง ก็จะบรรเทาน้ำท่วมจังหวัดชัยภูมิ พื้นที่อำเภอคอนสวรรค์ และเพิ่มปริมาณน้ำในอำเภอแก้งคร้อได้ด้วย

สส.อัครแสนคีรี โล่ห์วีระสส.อัครแสนคีรี โล่ห์วีระ

”การประชุมกรรมาธิการพลังงานช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้ทวงถามกระทรวงพลังงานถึงโครงการดังกล่าว จนตอนนี้ทราบว่าโครงการได้บรรจุอยู่ในแผนกระทรวงพลังงานปี 2567 แล้ว และจะมีการนำเข้าสู่การพิจารณางบประมาณในชั้นกรรมาธิการงบประมาณ ซึ่งผมจะติดตามและผลักดันให้โครงการผ่านงบประมาณ และสามารถดำเนินการแล้วเสร็จให้กับชาวชัยภูมิให้ได้“นายอัครแสนคีรี กล่าว

นายอัครแสนคีรี กล่าวต่อว่า ที่ประชุมยังได้พิจารณาแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก และแผนอนุรักษ์พลังงาน โดยได้เชิญกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน เข้าให้ข้อมูล ซึ่งทำให้ทราบถึงการดำเนินการสำคัญตามแผน AEDP 2018 เพื่อเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น

โดยแบ่งกลุ่มพลังงานทดแทน และพลังงานทางเลือก เป็น 3 กลุ่มคือ กลุ่มพลังงานไฟฟ้า กลุ่มพลังงานความร้อน และเชื้อเพลิงชีวภาพ สามารถดำเนินการส่งเสริม เพื่อให้เกิดการจัดหาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกได้ตามแผน

‘ชัยชนะ’ เรียกร้อง ปภ. ลงมามีบทบาทช่วยเหลือชาวใต้ หวั่น น้ำท่วมฉับพลัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564174

26 พ.ย. 2566

'ชัยชนะ' เรียกร้อง ปภ. ลงมามีบทบาทช่วยเหลือชาวใต้ หวั่น น้ำท่วมฉับพลัน

‘ชัยชนะ’ เรียกร้อง ปภ. ลงมามีบทบาทช่วยเหลือประชาชนภาคใต้ ตลอดช่วงฤดูฝน หลัง ‘กรมอุตุ- สทนช.’ ประเมินสถานการณ์มีน้ำท่วมฉับพลัน – น้ำป่าไหลหลาก ในหลายพื้นที่

นายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราชและรองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงสภาพอากาศในพื้นที่ภาคใต้ที่ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องว่า เป็นประจำทุกปีที่ภาคใต้จะมีฤดูฝนในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ ซึ่งแตกต่างจากภาคอื่นๆ 

โดยขณะนี้ ทางกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศฉบับที่ 6 เตือน 14 จังหวัดภาคใต้ ฝนตกหนักถึงหนักมาก คลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทยตอนล่าง ในช่วงวันที่ 26-27 พฤศจิกายนนี้

รวมทั้ง สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ก็ได้ระบุว่า ให้เฝ้าระวังในพื้นที่ จังหวัด นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส จะเกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ ดังนั้น โดยความห่วงใยพี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ ตนจึงได้ดำเนินการเปิดหมายเลขโทรศัพท์เพื่อให้ประชาชนได้รายงานสถานการณ์ฝนฟ้าอากาศ และประสานงานในการช่วยเหลือเบื้องต้น

นายชัยชนะ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ นอกจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะต้องมีบทบาทสำคัญในการดูแลสถานการณ์และป้องกันไม่ให้ชาวบ้านในพื้นที่ถูกน้ำท่วมแล้ว ทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ก็จะต้องลงมามีบทบาทในการช่วยเหลือประชาชนมากขึ้น โดยเฉพาะการสนับสนุนเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัย เช่น เครื่องสูบน้ำ เครื่องขุดลอก เรือท้องแบน เป็นต้น 

ซึ่งถึงแม้ว่า นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้มีการประสานงานในจังหวัดภาคใต้ที่มีความเสี่ยงในการเกิดอุทกภัย พร้อมกับแจ้งเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำ และเตรียมพร้อมอพยพหากสถานการณ์มีความรุนแรง แล้วก็ตาม เพราะฉะนั้น 

“ผมจึงอยากให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้เข้ามาในพื้นที่ เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้ผ่านพ้นสถานการณ์น้ำท่วมในตลอดฤดูฝนของปีนี้”นายชัยชนะ กล่าว