วันแรก นทท. แห่ร่วมงาน ‘ลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ’ เกือบ 50,000 คน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/563681

19 พ.ย. 2566

วันแรก นทท. แห่ร่วมงาน 'ลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ' เกือบ 50,000 คน

‘สมศักดิ์’ ปลื้ม นักท่องเที่ยวแห่ร่วมงาน ‘ลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ’ สุโขทัย วันแรกเกือบ 50,000 คน จองที่พักทะลุ 80% ชวนร่วมงาน 27 พ.ย. ‘นายกรัฐมนตรี’ มาเยือน

10 วัน 10 คืน งานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย ประจำปี 2566 ระหว่างวันที่ 18 – 27 พ.ย.นี้ 

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันแรกของงานเมื่อวานนี้ (18 พ.ย.) มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้าร่วมงานจำนวนมากถึง 47,064 คน ทำให้เกิดการกระตุ้นการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เพราะขณะนี้โรงแรมทั่วเมืองสุโขทัย มียอดการจองมากถึง 80% แล้ว

งานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัยงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย

ซึ่งคาดว่าปีนี้จัดสร้างรายได้ให้กับจังหวัดสุโขทัยถึง 800 ล้านบาท เพราะมั่นใจว่า จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาร่วมงานในปีนี้ถึง 750,000 คน เพราะถือเป็น 1 ในกิจกรรม Thailand Winter Festivals ที่รัฐบาลต้องการผลักดันการท่องเที่ยวทั่วประเทศ เพื่อช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยว และเศรษฐกิจ โดยดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาร่วมกิจกรรมที่มีประเพณีวัฒนธรรมโดดเด่น อย่างที่จังหวัดสุโขทัย 

” รู้สึกดีใจแทนคนสุโขทัย ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติ ให้ความสนใจ และมาร่วมงานมากขึ้น ถือว่า เป็นอีกกิจกรรมที่มีเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาร่วมงานได้” รองนายกรัฐมนตรี กล่าว 

นอกจากนี้ นายสมศักดิ์ กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ความสำคัญดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวที่มาร่วมงาน เพราะถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เนื่องจากเป็นหน้าเป็นตาของจังหวัดสุโขทัย สร้างความประทับใจและกลับมาอีก นายสมศักดิ์ ยังมั่นใจว่า งานลอยกระทงปีนี้นักท่องเที่ยวจะมามากที่สุดคือวันที่ 27  พฤศจิกายน เนื่องจากนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน จะเดินทางมาร่วมกิจกรรมลอยกระทงด้วย เชื่อนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ อยากมาร่วมลอยกระทงกับนนายกรัฐมนตรี

งานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัยงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรีนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรีงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัยงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย

‘กมธ.กฎหมาย’ เตรียมลงใต้ประชุมคดี ‘เสี่ยแป้ง’ ป้องกันเหตุซ้ำรอย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/563667

19 พ.ย. 2566

'กมธ.กฎหมาย' เตรียมลงใต้ประชุมคดี 'เสี่ยแป้ง' ป้องกันเหตุซ้ำรอย

‘กมธ.กฎหมาย’ เตรียมประชุมคดี ‘เสี่ยแป้ง’ พรุ่งนี้ ถอดบทเรียนหามาตราการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย ชี้แจงอำนาจคุมตัวผู้ต้องขัง คือ ‘กรมราชทัณฑ์’

นายวิทยา แก้วภราดัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ในฐานะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ในวันที่ 20 พ.ย.คณะกรรมาธิการฯ จะเดินทางไป จ.นครศรีธรรมราช เพื่อประชุมร่วมกับหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง กรณีการหลบหนีออกจากโรงพยาบาลระหว่างถูกคุมขังของนายเชาวลิต ทองด้วง หรือ เสี่ยแป้ง นาโหนด  ซึ่งเรื่องนี้สะเทือนความรู้สึกของประชาชนทั้งประเทศ ผู้หลบหนีเป็นผู้มีอิทธิพลถึงขั้นตำรวจต้องใช้กำลังกว่า 200 นายออกตามล่า ถือว่าสิ้นเปลืองงบประมาณจำนวนมาก

นายวิทยา กล่าวว่า คณะกรรมาธิการฯ จะไปประชุมร่วมกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง นำโดยผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ตัวแทนกรมราชทัณฑ์ ผอ.โรงพยาบาล เพื่อเป็นกรณีศึกษาหามาตรการระมัดระวัง ไม่ให้ผู้ต้องขังที่ไปรักษาตัวในโรงพยาบาลใช้กระบวนการต่างๆ หลบหนีอีก อย่างน้อยเพื่อให้รู้ข้อเท็จจริงว่า กรณีการอนุญาตผู้ต้องขังออกจากเรือนจำเพื่อไปรักษาตัวนั้น กระบวนการการตัดสินใจเบื้องต้นในการอนุญาต ใครเป็นผู้รับผิดชอบ เพราะเบื้องต้นน่าจะเป็นฝ่ายควบคุม หัวหน้าแดน รวมถึงผู้บัญชาการเรือนจำ

นายวิทยา กล่าวด้วยว่า การควบคุมตัวผู้ต้องขังไปโรงพยาบาล ไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของโรงพยาบาลแน่นอน แต่เป็นความรับผิดชอบของกรมราชทัณฑ์ทั้งหมด เพราะการจะปล่อยใครออกไปอยู่ข้างนอก ต้องมีเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ติดตามไปควบคุม ดูแล และเมื่อไปแล้วเกิดมีปัญหาเช่น กรณีของ แป้ง นาโหนด จึงต้องหามาตรการป้องกันอุดรอยรั่วตรงนี้ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำซาก กรรมาธิการฯ จึงตัดสินใจเดินทางไปประชุมร่วมกับทางจังหวัด เมื่อได้ข้อสรุปอย่างไรแล้วก็จะเสนอให้สภาฯพิจารณาวางมาตรการป้องกันต่อไป
 

นายวิทยา แก้วภราดัยนายวิทยา แก้วภราดัย

นายวิทยา เล่าว่า สมัยก่อนเคยมีผู้ต้องขังหนีโดยโหนสลิงออกจากเรือนจำ ส่วนใหญ่เป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด เพราะมีผู้สนับสนุนมาก แต่ในกรณีของ แป้ง นาโหนด คงทำธุรกิจหลายเรื่อง มีเงินมาก น่าจะใช้เงินในการเบิกทาง จะกลายเป็นเรื่องที่คนรวยติดคุกไม่ติดจริงหนีได้ง่าย ซึ่งไม่ควรจะเกิดขึ้น เพราะจะทำให้ระบบราชการเราไม่เข้มแข็ง กระบวนการยุติธรรมปลายน้ำก็จะมีปัญหา จึงจำเป็นต้องหาทางแก้ไข

โดยหลังประชุมแล้วกรรมาธิการฯจะมีข้อสังเกต และข้อสรุปให้แต่ละหน่วยงานนำไปปฏิบัติ เพราะเรื่องนี้ประชาชนหวาดวิตกมาก ขณะนี้คดีดังกล่าว ใช้เวลามากว่า 20 วัน ยังตามจับตัว แป้ง นาโหนด กลับมาไม่ได้ถือว่า ไม่ธรรมดา ปกติติดตามคนร้ายใช้เวลาไม่เกิน 7 วันก็จับได้ แต่นี่เวลาล่วงเลยมานาน ดังนั้นต้องหามาตรการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยในวันข้างหน้า

‘นายกรัฐมนตรี’ ย้ำ 3 แนวทางในเวที ‘เอเปค 2023’ ยั่งยืน-เปิดกว้าง-เชื่อมโยง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/563640

18 พ.ย. 2566

‘นายกรัฐมนตรี’ ย้ำ 3 แนวทางในเวที ‘เอเปค 2023’ ยั่งยืน-เปิดกว้าง-เชื่อมโยง

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้เสนอ 3 มุมมองที่เป็นประโยชน์ ต่อเวทีผู้นำ ‘เอเปค 2023’ ความยั่งยืน-การค้าการลงทุนที่เปิดกว้าง-ความเชื่อมโยง เชื่อมั่นจะเป็นแนวทางที่มีพลัง ฟื้นตัวได้ และสงบสุข เผย อนาคตเตรียมเยือน สหภาพยุโรป-อินเดีย

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ในรูปแบบ Retreat (APEC Economic Leaders’ Retreat (Session II)) ในหัวข้อ “Interconnectedness and Building Inclusive and Resilient Economies” พร้อมร่วมรับรองเอกสารผลลัพธ์การประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคครั้งที่ 30 โดยนายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้สรุปสาระสำคัญดังนี้

‘นายกรัฐมนตรี’ ย้ำ 3 แนวทางในเวที ‘เอเปค 2023’ ยั่งยืน-เปิดกว้าง-เชื่อมโยง

ท่ามกลางความไม่แน่นอนของโลก ประเทศไทยยังคงมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ต่อระบบการค้าพหุภาคีและเอเปค เพื่อมุ่งสู่ประชาคมเอเชีย-แปซิฟิกที่เปิดกว้าง ยืดหยุ่น และสงบสุข โดยวานนี้ ได้มีการหารือและสนทนาเกี่ยวกับวิธีการต่อสู้กับปัญหาสภาพภูมิอากาศ ซึ่งนายกฯ เห็นพ้องกับผู้นำทุกคนว่า ถึงเวลาที่ต้องลงมือแล้ว โดยเพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว นายกฯ ได้เสนอ 3 มุมมองที่เป็นประโยชน์ต่อเอเปค

1. ให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสานต่อพัฒนาการเป้าหมายกรุงเทพฯ ว่าด้วยเศรษฐกิจ BCG ซึ่งเอเปคมีความก้าวหน้าอย่างมากในปีนี้ จากโครงการมากกว่า 280 โครงการที่ตอบสนองต่อเป้าหมายฯ นี้ ในขณะที่ ABAC เดินหน้าผลักดันการจัดทำ BCG Pledge รวมถึงการจัดการประชุม Sustainable Future Forum ครั้งแรก เพื่อกระตุ้นธุรกิจและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่น ๆ

‘นายกรัฐมนตรี’ ย้ำ 3 แนวทางในเวที ‘เอเปค 2023’ ยั่งยืน-เปิดกว้าง-เชื่อมโยง

2. เปิดการค้าและการลงทุนอย่างเติบโตและรุ่งเรือง เอเปคสนับสนุนระบบการค้าพหุภาคีที่ยึดกฎเกณฑ์ โดยมี WTO เป็นแกนกลางนั้น ถือเป็นกุญแจสำคัญ ซึ่งรวมถึงการมีส่วนร่วมไปสู่ผลลัพธ์ที่มีความหมายในการประชุมรัฐมนตรีครั้งต่อไป (the Thirteenth Ministerial Conference (MC13) ซึ่ง ไทย ผลักดันความพยายามอย่างต่อเนื่องในเรื่องเขตการค้าเสรีเอเชีย-แปซิฟิก (FTAAP) เพื่อความก้าวหน้าในการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค และ ไทยจะเร่งเจรจา FTA อื่นๆ ในเชิงรุก รวมทั้งยกระดับการเจรจาที่มีอยู่เพื่อรับมือกับความท้าทายทางการค้าที่จะเกิดขึ้นใหม่

3. เสริมสร้างความเชื่อมโยง เพื่อเศรษฐกิจและห่วงโซ่อุปทานที่มีความยืดหยุ่น โดย ไทยกำลังเดินหน้าโครงการ Landbridge เชื่อมมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิก รวมทั้งยังได้อนุมัติวีซ่าฟรี เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว และสนับสนุนความต่อเนื่องของบัตรเดินทางสำหรับนักธุรกิจเอเปค (APEC Business Travel Card) ให้ครอบคลุมมากขึ้น เพื่อสนับสนุน MSMEs และสตาร์ทอัพอีกด้วย

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ยังกล่าวผ่านสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ว่า กลับถึงประเทศไทยคราวนี้ คงพักการเยือนต่างประเทศเอาไว้ก่อน แต่มีแผนจะเยือนกลุ่มสหภาพยุโรป(European Union: EU) และอินเตีย ในอนาคต

ทั้งนี้ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เข้าร่วมประชุมผู้นำเอเปค หรือ APEC 2023 ระหว่างวันที่ 12-19 พ.ย.2566 ที่รัฐซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา และจะเดินทางกลับประเทศไทยในวันที่19 พ.ย. นี้ 

‘นายกรัฐมนตรี’ ย้ำ 3 แนวทางในเวที ‘เอเปค 2023’ ยั่งยืน-เปิดกว้าง-เชื่อมโยง
‘นายกรัฐมนตรี’ ย้ำ 3 แนวทางในเวที ‘เอเปค 2023’ ยั่งยืน-เปิดกว้าง-เชื่อมโยง

‘ภูมิธรรม’ อัดกลับ ‘ธนาธร’ อย่าพูดลอยๆ ปม ‘เงินดิจิทัล’ ใช้เงิน 5 แสนล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/563624

18 พ.ย. 2566

‘ภูมิธรรม’ อัดกลับ ‘ธนาธร’ อย่าพูดลอยๆ ปม ‘เงินดิจิทัล’ ใช้เงิน 5 แสนล้าน

หักเหลี่ยมเฉือนคม ระหว่างนักการเมืองเก๋าเกม อย่าง ‘ภูมิธรรม’ เพื่อไทย อัดกลับ นักการเมืองนอกสภา ‘ธนาธร จึงรุ่งเรื่องกิจ’ ประธานคณะก้าวหน้า แนะให้เสนอความเห็น ‘เงินดิจิทัล’ อย่างสร้างสรรค์ ชี้พูดลอยๆ ไม่ได้ เย้ย ข้อเสนอธนาธรไม่เป็นประโยชน์ อาจจะทำให้มีทัวร์ลงได้

ควันหลงหลังจากนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า กล่าวบรรยายสาธารณะ ในหัวข้อ “ประเทศไทยควรได้อะไร หากต้องใช้ 5 แสนล้าน” เมื่อวานนี้(17 พ.ย.) โดยหากมีเงินในมือจำนวน 5 แสนล้านบาท จะนำไปสร้างรถเมล์ไฟฟ้าได้ทุกจังหวัด เกิดระบบแพทย์ทางไกล น้ำประปาดื่มได้ทั่วประเทศ โรงเรียนถูกเพิ่มงบ และมีการจัดการขยะ ซึ่งยืนยันว่าสามารถทำได้ภายใต้งบประมาณปกติ เป็นจริงได้ภายใน 8 ปี

ล่าสุด เมื่อวันที่ 18 พ.ย. 2566 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า แสดงความเห็นว่าไม่เห็นด้วยกับการกู้เงินเพื่อมาใช้ในโครงการดิจิทัลวอเลต พร้อมเสนอแนวทางหากเป็นไปได้ให้นำเงินดังกล่าวไปพัฒนาการศึกษารวมถึงระบบสาธารณูปโภคว่าการที่นายธนาธร ออกมาพูดถึงเรื่องการใช้เงินก้อน 5 แสนล้านบาทนั้น ถือเป็นสิทธิของนายธนาธรที่จะแสดงความเห็นได้ซึ่งรัฐบาลเราก็รับฟัง แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญ มองว่า นายธนาธรพูดจะต้องแยกส่วนกัน เพราะไม่สามารถพูดถึงเงิน 5 แสนล้านบาทลอยๆ ไปทำเรื่องนั้นๆ ที่พูดถึงได้ เพราะรัฐบาลก็ทำอยู่แล้ว โดยจะต้องพูดบนฐานที่มีองค์ประกอบ และความจำเป็นทั้งหมดที่ต้องทำ

หากมีเงินจำนวนนี้ สิ่งที่แตกต่างกันคือ นายธนาธร อยากเอาเงินมากระจายก่อน และให้เติบโตมาด้วยกันแต่เราไม่เห็นด้วย โดยเห็นว่าต้องทำให้สมบูรณ์ก่อน เราถึงมากระจายให้เกิดการเติบโตขึ้น ทำให้การที่จู่ๆ จะทำรัฐสวัสดิการ คิดหรือไม่ว่ารัฐใช้เงิน 5 แสนล้าน มากกว่า 5.4 แสนล้านไปใช้และผูกพันทุกปี ของเราใช้เงินแค่ช่วงกระตุ้นเศรษฐกิจเท่านั้น แต่หากทำรัฐสวัสดิการ อันนั้นจะเป็นงบผูกพันทุกปี ปัญหาที่จะเดือดร้อนคือ กลุ่มคนชนชั้นกลาง ผู้ประกอบการทั้งหลายต้องเสียภาษี คนไทยพร้อมหรือไม่ เพื่อให้รัฐนำไปดูแลรัฐสวัสดิการ เวลาพูดต้องพูดให้ครบ ไม่ได้ปฎิเสธสิ่งที่เขาทำ เราอยากทำแต่ต้องพูดให้หมด

“จะมาบอกว่าเศรษฐกิจจะไม่วิกฤต ก็พูดได้ในระดับหนึ่งในฐานะของนายธนาธร แต่หากไปถามชาวบ้านชาวนา นักธุรกิจผู้ประกอบการทั้งหลายเขาเผชิญกับสภาวะแบบนี้มานาน เป็นการพูดที่ไม่ได้มองให้กว้างไปถึงทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง”นายภูมิธรรมกล่าว

จึงให้ข้อเสนอเพื่อนายธนาธรจะได้พิจารณา ไม่ได้ไม่เห็นด้วย แต่อยากให้มองกว้างมากขึ้น ทำทุกอย่างเพื่อช่วยกันแก้ปัญหา อย่ามองว่ามันเป็นเกมการเมืองช่วงชิงความนิยมจากพี่น้องประชาชน มองว่าตรงนั้นไม่ได้สร้างสรรค์ ไม่เกิดประโยชน์ หากมาร่วมกันทำ มาคุย เปิดโต๊ะคุยกันน่าจะดีกว่าการไปพูดในที่สาธารณะให้มีภาพพจน์ที่ดูดี ซึ่งอันนั้นมองว่าไม่ดีพูดแบบนี้ทัวร์ก็จะลงได้แต่พูดจากใจจริง อยากเห็นการเสนอแนะที่แก้ปัญหา

‘ราเมศ’ เปิด 2 ชื่อชิงตำแหน่ง ‘หัวหน้า ปชป.’ มั่นใจประชุม 9 ธันวา ไม่ล่มแน่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/563616

18 พ.ย. 2566

‘ราเมศ’ เปิด 2 ชื่อชิงตำแหน่ง ‘หัวหน้า ปชป.’ มั่นใจประชุม 9 ธันวา ไม่ล่มแน่

ราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เปิด 2 ชื่อชิงตำแหน่ง ‘หัวหน้า ปชป.’ มั่นใจประชุมใหญ่วิสามัญ 9 ธันวา ไม่ล่มเป็นครั้งที่ 3 แน่

ที่พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้(18 พ.ย. 2566)นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงการเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหาร (กก.บห.) ชุดใหม่ ว่า เป็นที่ชัดเจนว่าให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญ ในวันที่ 9 ธ.ค.นี้ ที่ รร.มิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น หลักสี่ โดยให้เพิ่มองค์ประชุมสำรอง 150 คนตามข้อบังคับพรรค เพื่อแก้ปัญหาองค์ประชุมไม่ครบ และให้สมาชิกมีส่วนร่วมในการประชุมใหญ่วิสามัญในการเลือก “หัวหน้า ปชป.” และ กก.บห.

อย่างไรก็ตามกรณีจำนวนองค์ประชุมทั้งหมดตามข้อบังคับพรรค 19 กรณี แต่ 1-18 ซึ่งมีทั้ง กก.บห. สมาชิกพรรค สส.พรรค อดีตสส. อดีตรัฐมนตรี อดีตหัวหน้าพรรค หรืออดีตเลขาธิการพรรคสมาชิกที่เป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด สมาชิก อบจ. สก. ตัวแทนสาขาพรรคประจำจังหวัด จำนวน 346 คน 

โดยองค์ประชุมต้องไม่น้อยกว่า 250 คน แต่หากองค์ประชุมครบ 250 คน ก็จะใช้องค์ประชุมที่สำรอง150 คน เพื่อให้ครบองค์ประชุม เพื่อป้องกันไม่ให้องค์ประชุมล่มอีก เป็นครั้งที่3

เปิด 2 ชื่อ ‘นราพัฒน์-มาดามเดียร์’ ชิงหัวหน้า ปชป.

นายราเมศ กล่าวต่อว่า ส่วนผู้แข่งขันชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคนั้น ขณะนี้มีนายนราพัฒน์ แก้วทอง รักษาการรองหัวหน้าพรรคฯ ดูแลภาคเหนือ และที่ปรากฎเป็นข่าว มีชื่อของ น.ส.วทันยา บุนนาค ซึ่งถือว่าเป็นสีสันในการแข่งขัน เชื่อว่าหลังจากได้หัวหน้าพรรคคนใหม่แล้ว จะเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูพรรค ให้พรรคก้าวไปข้างหน้าอย่างมีเอกภาพ

นายราเมศ กล่าวด้วยว่า ส่วนที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์​ ลาออกจากรักษาการหัวหน้าพรรคฯนั้น ก็เพื่อให้สิ้นข้อสงสัยทางข้อกฏหมาย เพราะที่ผ่านมาทางกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง สำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้ง(กกต.)ลงมูลผิดพลาด โดยมีชื่อนายนราพัฒน์ เป็นรักษาการหัวหน้าพรรคฯ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจนายจุรินทร์ เพราะตามกฎหมายพรรคการเมือง ระบุว่าหากหัวหน้าพรรคลาออก ก็ให้เป็นไปตามข้อบังคับพรรคการเมืองนั้นๆ ซึ่งข้อบังคับพรรคประชาธิปัตย์ระบุว่า นายจุรินทร์ สามารถรักษาการหัวหน้าพรรคได้จนกว่าจะมีหัวหน้าพรรคและกก.บห.ชุดใหม่

เศรษฐา พูดคุย สี จิ้นผิง ยินดีผลฟุตบอลโลก จีนชนะทีมชาติไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/563602

18 พ.ย. 2566

เศรษฐา พูดคุย สี จิ้นผิง ยินดีผลฟุตบอลโลก จีนชนะทีมชาติไทย

“เศรษฐา” ชวน “สี จิน ผิง” คุยออกรส หลังบอลไทยแพ้ทีมชาติจีนคาบ้าน ส่วนผู้นำจีน โชว์สเต็ปเตะบอลทิพย์ อวด “นายกฯ”

จากกรณี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้เข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคคร้ังที่30 ที่ นครซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ช่วงเช้าตามเวลาท้องถิ่น  นายเศรษฐา จะเข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ในหัวข้อ “การสร้างเศรษฐกิจ ที่ครอบคลุมและยืดหยุ่นจากความเชื่อมโยง” 

เศรษฐา พูดคุย สี จิ้นผิง ยินดีผลฟุตบอลโลก จีนชนะทีมชาติไทย

นายกรัฐมนตรี ได้พบกับ นายสี จิ้น ผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน พูดคุยกันอย่างเป็นกันเองใกล้ชิด หนึ่งในหลายประเด็นที่หยิบยกขึ้นพูดคุย คือ ผลการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 2 กลุ่มซี นัดแรก ที่ราชมังคลากีฬาสถาน เมื่อวันที่ 16 พ.ย.66 ทีมชาติไทย แพ้ให้กับทีมชาติจีน 1-2 

เศรษฐา พูดคุย สี จิ้นผิง ยินดีผลฟุตบอลโลก จีนชนะทีมชาติไทย

“ผมแสดงความยินดีต่อประธานาธิบดี สี ของจีน ที่ทีมฟุตบอลจีนชนะไทยในรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก และท่านฯก็อวยพรให้ทีมไทยชนะและผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลกเช่นกัน” นายกรัฐมนตรี กล่าว

เศรษฐา พูดคุย สี จิ้นผิง ยินดีผลฟุตบอลโลก จีนชนะทีมชาติไทย

วัดใจ เฉลิมชัย ศรีอ่อน  ส่ง มวยแทน – ตัดใจลงสู้ชิงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/563568

17 พ.ย. 2566

วัดใจ  เฉลิมชัย ศรีอ่อน   ส่ง มวยแทน  - ตัดใจลงสู้ชิงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

9 ธ.ค. ลุ้นกันต่อว่า “ประชาธิปัตย์” จะก้าวไปต่ออย่างไร กับตำแหน่งหัวหน้าพรรคคนใหม่ ที่จะมีการเลือกตั้ง โดยตัวยืนในขณะนี้คือ “นราพัฒน์ แก้วทอง” ขณะที่เสียงในพรรค เริ่มก่อตัวเพื่อกดดันให้ “เฉลิมชัย ศรีอ่อน” ลงแข่งขันเพื่อชิงตำแหน่งประมุขพรรค เช่นกัน

 วันเสาร์ที่  9 ธ.ค. 2566  สำหรับพรรคการเมืองที่ชื่อว่า  “ประชาธิปัตย์ ” นี่คือก้าวย่างต่อไปที่น่าจับตาอย่างยิ่ง  เพราะเป็นการประชุมใหญ่ เพื่อเลือกหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรค ประเด็นที่เป็นความเคลื่อนไหวภายในพรรคประชาธิปัตย์ก็คือ การที่ นราพัฒน์ แก้วทอง  ที่มีความคุ้นเคย  กับ เฉลิมชัย ศรีอ่อน  อดีตเลขาธิการพรรค    จะลงแข่งขันเพื่อชิงเก้าอี้ผู้นำพรรค  อย่างไรก็ตามสิ่งที่ท้าทายต่อ นราพัฒน์ แก้วทอง ก็คือ “กระดูกในทางการเมือง”  ที่อาจจะไม่แกร่งมากพอ   ยิ่งสถานการณ์ที่ประชาธิปัตย์ต้องการผู้มากอบกู้ ในยามที่พรรคตกตํ่า

จึงกลายเป็นคำถามใน“ประชาธิปัตย์”ว่า ทําไม่ เฉลิมชัย ศรีอ่อน  เลือกที่จะให้เกิดความเสี่ยง   เพราะหากให้การสนับสนุน  “นราพัฒน์  แก้วทอง”  แต่กลายเป็นว่าสถานการณ์ภายในพรรคไม่ดีขึ้น ใครจะรับผิดชอบ ทั้งที่มีบคลากรอีกหลายราย ที่พร้อมเป็นหัวหน้า พรรคประชาธิปปัตย์  ทั้ง  “มาดามเดียร์” วทันยา บุนนาค , “ดร. เอ้”  สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์    ขณะเดียวกันสิ่งที่คนในพรรค “แม่ธรณีบีบมวยผม” เรียกร้องก็คือ
การให้ เฉลิมชัย ศรีอ่อน   ลงชิงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  เพราะที่ผ่านมา ส.ส ที่ได้รับการเลือกตั้ง ก็ได้รับการดูแลจาก   เฉลิมชัย   ศรีอ่อน  แทบทุกคน  ดังนั้นด้วยศักยภาพแล้ว จึงเหมาะอย่างยิ่ง

อย่างไรก็ตาม การลั่นวาจาเอาไว้ว่า ถ้าได้ส.ส น้อยกว่าเดิม จะไม่รับตำแหน่งในทางการเมือง
ได้กลายเป็นสิ่งที่ทำให้ ” เฉลิมชัย ศรีอ่อน” เดินไปข้างหน้าก็ไม่ได้ หันกลับหลังก็ลำบาก   ขณะที่ประชาธปัตย์อยู่ในภาวะที่คนในพรรคทยอยออกจากพรรค หรือที่เรียกว่าเลือดไหลออกไม่หยุด   ดังนั้น 9  ธ.ค.  จึงเป็นทางสองแพร่งที่ เจ้าตัวต้องเลือกนั่นก็คือ
หนุนหลัง นราพัฒน์ แก้วทอง ต่อไป หรือ ตัดสินใจ ลงสู้เอง โดยมีความท้าทายที่ไม่ว่าใครก็ตามที่เข้ามาทำหน้าที่ คือการนำพาประชาธิปัตย์ให้กลับคืนสู่ความมั่นคง

วัดใจ  เฉลิมชัย ศรีอ่อน   ส่ง มวยแทน  - ตัดใจลงสู้ชิงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

เฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์

‘ภูมิธรรม’ เปิดเหตุผล ‘อุ๊งอิ๊ง’ เข้าพบ ‘เฉลิม’ ไม่ใช่การเคลียร์ใจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/563511

17 พ.ย. 2566

'ภูมิธรรม' เปิดเหตุผล 'อุ๊งอิ๊ง' เข้าพบ 'เฉลิม' ไม่ใช่การเคลียร์ใจ

‘ภูมิธรรม’ เปิดเผยภาพ ‘อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร’ พบ ‘เฉลิม’ ไม่ใช่การเคลียร์ใจ หลังเคยประกาศ ตัดขาด ‘ทักษิณ’ ทุกคนยังเป็นกำลังหลักของ เพื่อไทย

เป็นภาพฮือฮา เมื่อ “วัน อยู่บำรุง” โพสต์ภาพ ขณะที่ “อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร” หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เข้าพบ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ที่บ้านพักริมคลอง และมีการถ่ายภาพร่วมกัน พร้อมระบุว่า “อยู่บำรุง ครอบครัวเพื่อไทย ครอบครัวใจถึงพึ่งได้” จนเป็นที่จับตาว่า เป็นการเคลียร์ใจหรือไม่ หลังก่อนหน้านี้ ร.ต.อ.เฉลิม ได้ออกมาประกาศตัดขาดกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมท้าให้ไล่ออกจากพรรคเพื่อไทย

อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร เข้าพบ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุงอุ๊งอิ๊ง แพทองธาร เข้าพบ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ได้รับเลือกจากที่ประชุมใหญ่อย่างเป็นเอกฉันท์ให้เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ซึ่งที่ผ่านมา น.ส.แพทองธาร ให้ความเคารพผู้อาวุโส ซึ่งก่อนหน้านี้ ได้ไปพบผู้อาวุโสภายในพรรค เพื่อรับฟังความคิดเห็นในที่ประชุมใหญ่ หลายคนที่ป่วยหรือติดขัดในภารกิจ ไม่ได้เดินทางมาร่วมประชุม รวมถึง ร.ต.อ.เฉลิม ก็เป็นหนึ่งในนั้น

น.ส.แพทองธาร จึงเดินทางไปเยี่ยมและขอคำแนะนำ บรรยากาศก็เป็นไปด้วยดี ไม่มีปัญหาอะไร และ ร.ต.อ.เฉลิม ก็เป็นผู้ใหญ่ที่เราเคารพนับถืออยู่แล้ว การที่ น.ส.แพทองธารเดินทางไป ก็ถือว่าเป็นการทำหน้าที่หัวหน้าพรรค น้อมรับฟังความคิดเห็นของทุกส่วน

ภูมิธรรม เวชยชัยภูมิธรรม เวชยชัย

“โดยภารกิจอีกอย่างคือการพยายามเชื่อมต่อ สื่อสารคนหลายรุ่น ภายในพรรค ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของ น.ส.แพทองธารอยู่แล้ว” นายภูมิธรรมกล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า เป็นการเคลียร์ใจหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ไม่ต้องเคลียร์ใจ ความไม่พอใจ หรือเห็นต่าง เป็นเรื่องปกติ เมื่อวันเวลาผ่านไปก็เคลียร์ได้ เข้าใจได้ และหากมีโอกาส ตนก็จะเข้าไปกราบ ร.ต.อ.เฉลิมเช่นกัน และยืนยันว่า สมาชิกพรรคเพื่อไทยทุกคน ถือเป็นกำลังหลัก ร.ต.อ.เฉลิม ก็ใช้ประสบการณ์ให้คำแนะนำ ซึ่งขณะนี้ ก็ยังช่วยงานพรรค ซึ่งก็ได้นำมาปรับใช้กับความเป็นจริงที่เรากำลังเผชิญอยู่

ถุงขนมพ่นพิษ ‘สมชัย’ ฟ้อง ‘พิชิต’ เรียก 50 ล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/563383

15 พ.ย. 2566

ถุงขนมพ่นพิษ 'สมชัย' ฟ้อง 'พิชิต' เรียก 50 ล้าน

‘สมชัย’ – ‘พิชิต’ ฟ้องกันนัว คดีถุงขนมบานปลาย นัดสื่อ 10.00 น. วันศุกร์นี้ เรียกค่าเสียหาย 50 ล้านบาท พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โดนด้วย

สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง โพสเฟซบุ๊ก พร้อมร่างคำฟ้อง พิชิต ชื่นบาน ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี และ พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีต สส.พรรคเพื่อไทยในข้อหาฟ้องเท็จและหมิ่นประมาท  เรียกค่าเสียหาย 2 คดี ๆ ละ 25 ล้านบาท  รวมเป็นเงิน 50 ล้านบาท โดยจะไปพร้อมกับทีมทนายความ ที่ศาลอาญารัชดา เพื่อฟ้องดำเนินคดี กับ บุคคลทั้ง วันศุกร์ที่  17 พฤศจิกายน 2566  เวลา 10.00 น.

ร่างคำฟ้อง พิชิต ชื่นบาน และ พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ร่างคำฟ้อง พิชิต ชื่นบาน และ พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์

การฟ้องร้องครั้งนี้ มีสาเหตุมาจากเมื่อวันที่19 ก.ย. เวลา 10.00 น. นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีต สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้รับมอบอำนาจจาก นาย พิชิต ชื่นบาน  ให้ยื่นฟ้อง นาย สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. และนักวิชาการมหาวิทยาลัยชื่อดังต่อศาลอาญา ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ต่อศาลอาญา จากกรณีที่ นายพิชิต ได้รับการแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษานายกฯ เมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2566 

นายสมชัย ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนในลักษณะใส่ความ นายพิชิต ในเรื่องเดิมที่ นายสมชัย เคยโพสต์มาแล้ว เกี่ยวกับกรณีที่ นายพิชิต ได้เคยต้องคำพิพากษาในคดีละเมิดอำนาจศาล ซึ่งเรื่องดังกล่าวไม่เกี่ยวกับการให้สินบนใดๆ และไม่ใช่คดีอาญา แต่การให้สัมภาษณ์ของ นายสมชัย เพื่อให้สังคมเข้าใจว่าเรื่องดังกล่าวเป็นการให้สินบนศาล ซึ่งเป็นความเท็จ เรียกค่าเสียหายจาก นายสมชัย 50 ล้านบาท

นายกฯไม่กังวลที่มา ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ ปรับได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/563359

15 พ.ย. 2566

นายกฯไม่กังวลที่มา 'ดิจิทัลวอลเล็ต' ปรับได้

‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ อย่างไรก็ต้องผลักดันให้เกิด นายกรัฐมนตรี ขอบคุณ ทุกความห่วงใย ยันรัฐบาลฟังรอบด้าน และยังมั่นใจว่าผ่านแน่

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคคลัง ให้สัมภาษณ์เมื่อ16.00 น. ของวันที่ 14 พ.ย. ตามเวลาท้องถิ่นนครซานฟรานซิสโก ช้ากว่ากรุงเทพฯ 15 ชั่วโมง ที่โรงแรมเดอะริทซ์คาร์ลตัน ถึงแผนสำรอง หากพ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้าน ไม่ผ่านการพิจารณาจากกฤษฎีกาว่า

ไม่อยากจะบอกว่ามีแผนสำรองอย่างไร แต่เราทำงานโดยมีหลายมาตรการที่กระตุ้นเศรษฐกิจออกมา วันนี้โฟกัสเรื่องดิจิทัลวอลเล็ต และที่ผ่านมารัฐบาลแสดงจุดยืนชัดเจนที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ และมีขั้นตอนชัดเจน อีกทั้งต้องคอยฟังทางคณะกรรมการกฤษฎีกา และขออนุมัติจากรัฐสภา ที่ชัดเจนออกมาด้วย

นายกฯ ยืนยันว่า รัฐบาลน้อมรับทุกคำแนะนำ หากเกิดอะไรขึ้น เราแก้ไขปรับปรุงได้ และเชื่อมั่นว่านโยบายดิจิทัลวอลเล็ต มีความชัดเจนในการรับฟังความเห็นจากทุกฝ่าย ต้องขอบคุณความเห็นดีจากพรรคก้าวไกล เรื่องเงินดิจิทัล ไม่เฉพาะพรรคเพื่อไทยอย่างเดียวที่กังวล แต่ประชาชนที่อยู่ต่างจังหวัด ที่ประสบปัญหาสะสมมาโดยตลอดในเรื่องของจีดีพีที่ไม่เติบโตมานาน

ทุกคนมีความเป็นห่วงว่านโยบายนี้จะเป็นอย่างไร เพราะประเทศไทยอยู่ในสภาพเศรษฐกิจวิกฤตและมีความจำเป็นที่จะต้องกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต ถือเป็นนโยบายสำคัญที่เราจะผลักดันให้เกิดขึ้น และมั่นใจว่าจะมีการผลักดันให้เกิดขึ้น ให้ได้