ร่างพ.ร.บ.’กู้เงิน’ โครงการ ‘เงินดิจิทัล’ ถึงมือกฤษฎีกาแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/563304

14 พ.ย. 2566

ร่างพ.ร.บ.'กู้เงิน' โครงการ 'เงินดิจิทัล' ถึงมือกฤษฎีกาแล้ว

ภูมิธรรม ไม่หวั่น ‘เงินดิจิทัล’ ไม่ผ่านสภา เชื่อทุกฝ่ายเห็นถึงความจำเป็น และส่งร่างกฎหมาย ‘กู้เงิน’ ให้คณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว

นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า ไม่ได้นิ่งนอนใจกรณีหลายฝ่ายออกมาแสดงความเห็นคัดค้านการกู้เงินมาใช้ในโครงการเงินดิจิทัลและรับฟังความคิดเห็นมาโดยตลอด แต่ขอให้พิจารณาว่าตั้งแต่พรรคเพื่อไทยหาเสียงเลือกตั้ง ก็ได้มีการนำเสนอนโยบายนี้ต่อประชาชน

ดังนั้น ในการวิพากษ์วิจารณ์ จึงขอให้ยอมรับสิ่งที่ประชาชนได้ตัดสินใจเลือกเข้ามา และรัฐบาลก็ได้ทำตามเจตนารมย์ประชาชน และพร้อมปรับวิธีการ รับฟังผู้เห็นต่างเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา   และขณะนี้ เลขาธิการกฤษฎีกา ได้รับร่างพระราชบัญญัติเงินกู้ 500,000 ล้านบาท สำหรับดำเนินนโยบายเงินดิจิทัล จำนวน 10,000 บาทไว้พิจารณาแล้ว

รักษาการนายกรัฐมนตรีต ยืนยัน่าเศรษฐกิจไทยในขณะนี้ติดลบ ไม่ได้ดีอย่างที่หลายคนคาดการณ์ และตัวเลขมีการปรับตัวลดต่ำลง ดังนั้น ต้องให้ความเป็นธรรมกับประชาชนและพรรคเพื่อไทย ที่ทุกคนต้องการเงินในภาวะที่เศรษฐกิจตกต่ำ นโยบายนี้ จะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยประชาชน และหวังว่า กระบวนการต่าง ๆ จะเดินหน้า

 เดิมทีรัฐบาลไม่ได้คิดกู้เงินมาใช้ในโครงการเงินดิจิทัล แต่ก็ได้มีการรับฟังความเห็นจากทุกฝ่าย และ และเมื่อมีการหาเสียงไว้แล้ว ก็จะต้องทำตามนโยบายที่ได้หาเสียงไว้กับประชาชน ดังนั้น ผู้ที่คัดค้าน รวมถึงพรรคการเมืองบางพรรค ก็จะต้องรับฟังเสียงตามระบบประชาธิปไตย แต่หากทำแล้วล้มเหลว ก็ต้องว่ากันไปตามสถานการณ์

เชื่อว่า พรรคร่วมรัฐบาลจะไม่มีปัญหาการพิจารณากฎหมายดังกล่าว เช่นเดียวกับสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งได้มีการพูดคุยถึงเหตุผลความจำเป็นที่ออก กฎหมายฉบับนี้ไปบ้างแล้ว

‘กู้เงิน’ มาใช้ ในโครงการ ‘เงินดิจิทัล’ ระวังซ้ำรอย ยิ่งลักษณ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/563302

14 พ.ย. 2566

'กู้เงิน' มาใช้ ในโครงการ 'เงินดิจิทัล' ระวังซ้ำรอย ยิ่งลักษณ์

ย้อนเส้นทาง พ.ร.บ. ‘กู้เงิน’ 2 ล้านล้าน เปรียบเทียบโครงการ ‘เงินดิจิทัล’ สุดท้ายเศรษฐา อาจซ้ำรอย ยิ่งลักษณ์ ที่ศาลรัฐธรรมนูญ

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2556 นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีกับคณะรัฐมนตรีขณะนั้น มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. …. ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา และต่อมาสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิวุฒิสภาได้มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว

แต่มีสมาชิกของทั้งสองสภาจำนวน 66 คน ร่วมกันเข้าชื่อเสนอความเห็นต่อประธานรัฐสภา เพื่อให้ส่งความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ประธานรัฐสภาจึงได้มีหนังสือลงวันที่ 26 พฤศจิกายน 2556 ส่งเรื่องดังกล่าวให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

12 มีนาคม 2557 ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยที่ 3-4/2557 ว่าร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. …. ตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ และมีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 169 วรรค 1 และมาตรา 170 วรรค 2 เป็นสาระสำคัญมีผลให้ร่างพระราชบัญญัตินี้ ตกไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 154 วรรค 3

แนวคิดการออก พ.ร.บ.เงินกู้มาใช้ในโครงการเงินดิจิทัลแม้ ไม่เกินกรอบกฏหมายที่ขยายเพดานหนี้สาธารณะขึ้นไปถึง 70 % ของจีดีพี  แต่สาระสำคัญ พระราชบัญญัติ วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 มาตรา 53 วรรค 1 ระบุว่าการกู้เงินของรัฐบาลนอกเหนือจากที่บัญญัติไว้ในกฎหมายว่าด้วยการบริหารหนี้สาธารณะ

ให้กระทรวงการคลังกระทําได้ก็แต่โดยอาศัยอํานาจตามกฎหมายที่ตราขึ้นเป็นการเฉพาะและเฉพาะกรณีที่มีความจําเป็นที่จะต้องดําเนินการโดยเร่งด่วนและอย่างต่อเนื่องเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤติของประเทศ โดยไม่อาจตั้งงบประมาณ รายจ่ายประจําปีได้ทัน เท่านั้น

นโยบายเงินดิจิทัลของรัฐบาลนอกจากจะถูกนาย ศรีสุวรรณ จรรยา ร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 140 หรือไม่ ทั้งที่เป็นเพียงแนวคิดแล้ว  ยังมี ป.ป.ช.ที่ตั้งคณะกรรมการเพื่อศึกษาเงินดิจิทัลเตรียมขอข้อมูลเพิ่มเติมจากกระทรวง การคลัง และเมื่อร่างกฎหมายผ่านสภา อาจถูกสมาชิกเข้าชื่อกันยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ เช่นเดียวกับ ร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้าน ในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์

ขณะที่หลายฝ่ายมองว่าการดำเนินโครงการเงินดิจิทัลเป็นเรื่องผิดกฎหมาย แต่นพ. พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี หัวเรือใหญ่ในเรื่องนี้ กลับไม่มองว่า หากร่าง พ.ร.บ.กู้เงินดิจิทัล ซ้ำรอย  พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะกลายเป็นจุดกำหนดเกมการเมือง เพราะได้เรียนรู้จากของเก่า มีบทเรียนที่ผ่านมาว่าเป็นอย่างไร จึงต้องปรึกษาคณะกรรมการกฤษฎีกาและหน่วยงานต่างๆ ให้รอบคอบ

ถ้ามั่นใจ ให้รีบแจก ‘เงินดิจิทัล’ กรณ์ เตือน ซ้ำรอย ‘เงินกู้’ 2 ล้านล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/563290

14 พ.ย. 2566

ถ้ามั่นใจ ให้รีบแจก 'เงินดิจิทัล' กรณ์ เตือน ซ้ำรอย 'เงินกู้' 2 ล้านล้าน

เตือนที่มา ‘เงินดิจิทัล’ ซ้ำรอย ‘เงินกู้’ 2 ล้านล้านรัฐบาลเพื่อไทย นิพิฏฐ์ ยุ ถ้ามั่นใจ ให้รีบแจกแลกกับเสี่ยงติดคุก

นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติเชียร์ให้ รัฐบาล รีบแจกเงินดิจิทัล และทำตามนโยบายที่ประกาศไว้ตอนหาเสียง ถ้าไม่ทำจะกลายเป็นการหลอกลวงประชาชน แลกกับคะแนนเสียง แต่ให้ระวังติดคุก และถ้าขึ้นศาล ให้รัฐบาลระวัง ความเห็นของธนาคารแห่งประเทศไทย และ กฤษฎีกา เพราะความเห็นของ 2 หน่วยงานนี้ จะมีน้ำหนักมากว่าศาลจะวินิจฉัยไปทางไหนโดยเฉพาะ พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 โดยเฉพาะมาตรา 6 และ มาตรา 9

นอกจากนี้อาจมีการโยงไปยัง พรบ.พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา57 และ มาตรา 73 เนื่องจากหากสร้างบรรทัดฐาน ว่าแจกได้ ต่อไปพรรคการเมืองก็สามารถหาเสียงว่า จะแจก(เงินหลวง) หลังเลือกตั้ง แต่คราวนี้จะแจกเป็นเงินสด คนละ 15,000 บาท ต้องวัดใจศาล ทั้งศาลรัฐธรรมนูญ และ ศาลฎีกา ว่าจะวินิจฉัยอย่างไร

นิพิฏฐ์ บอกว่าเชียร์ให้นายกฯ และ ครม.ให้ใจกล้า    เสนอพรบ.เงินกู้ 500,000 ล้านบาท แต่ให้พึงระวังว่า ในโลกนี้ มี 2 อย่าง ที่เขาไม่นำมาทดลองกับมนุษย์ คือ ยา และกฎหมาย ยาจะไม่นำมาทดลองกับมนุษย์เมื่อทดลองกับสัตว์จนปลอดภ้ยแล้ว จึงนำมาใช้กับมนุษย์

กฎหมาย จะไม่ทดลองกับมนุษย์ ว่า ถ้าทำอย่างนั้น ทำอย่างนี้ จะผิดหรือไม่ กรณีเงินดิจิทัลนายกรัฐมนตรีและครม.กำลังจะทดลองกฎหมาย ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง เพราะมีความเสี่ยงอยู่เยอะ

กู้มาแจกเงินดิจิทัล ซ้ำรอยเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท

กรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุไว้ในเฟซบุ๊ก ว่า การเสนอพ.ร.บ.กู้มาแจก ไม่เคยมีใครทำ และไม่ควรทำ พรรคเพื่อไทยรู้ดีเพราะเป็นรัฐบาลที่2 ที่คิดจะออก พ.ร.บ.กู้เงิน (กรณีกู้เงิน 2 ล้านล้าน) และเขาเป็นหนึ่งในคนที่ทำเรื่องยื่นศาลรัฐธรรมนูญร่วมกับอีกหลายท่าน ซึ่งขณะนี้ ก็นั่งอยู่ในพรรคร่วมของรัฐบาลเศรษฐาด้วย

ผลสุดท้าย ศาลรัฐธรรมนูญก็ตีกฎหมายนี้ตกไป เพราะขัดต่อรัฐธรรมนูญหมวดวินัยการคลัง จึงขอยืนยันตามความคิดเดิมที่พูดไว้ตั้งแต่มีการหาเสียงนโยบายนี้ว่า อันตราย และยิ่งเมื่อยืนยันแล้วว่าเงินไม่มี ต้องอาศัยเงินกู้ ยิ่งต้องหลีกเลี่ยงด้วยเหตุผลทั้งปวง

เฟซบุ๊ก ‘ศาลรัฐธรรมนูญ’ เตือนนักการเมืองห้ามยุ่งเกี่ยว ‘งบประมาณ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/563267

13 พ.ย. 2566

เฟซบุ๊ก 'ศาลรัฐธรรมนูญ' เตือนนักการเมืองห้ามยุ่งเกี่ยว 'งบประมาณ'

‘ศาลรัฐธรรมนูญ’ เตือนนักการเมือง ห้ามยุ่งเกี่ยวกับการใช้เงิน ‘งบประมาณ’ มีโทษถึงขั้นถอดถอนและตัดสิทธิทางการเมือง

เฟซบุ๊กสำนักงาน ศาลรัฐธรรมนูญขึ้นคำเตือน ห้าม สส. สว. และกรรมาธิการ ยุ่งเกี่ยว หรือ มีส่วนได้ส่วนเสีย กับการใช้จ่ายงบประมาณ โดยยกรัฐธรรมนูญที่บัญญัติว่า ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายนั้น

การเสนอ การแปรญัตติหรือการกระทำด้วยประการใด ๆ ที่มีผลให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภาหรือกรรมาธิการมีส่วนไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ในการใช้งบประมาณรายจ่าย จะกระทำมิได้ กรณีมีข้อสงสัยว่ามีการฝ่าฝืนข้อห้ามดังกล่าวหรือไม่ สามารถส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้

ในกราฟฟิค ประกอบ ข้อมูลนี้ มีการแสดงขั้นตอนการร้องเรียน  หากผู้ใดพบว่า บุคคลต้องห้ามดังกล่าว มีส่วนเกี่ยวข้องกับการใชข้จ่ายงบประมาณ โดยผู้มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ประกอบด้วย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 1 ใน 10 ของจำนวนสมาชิก

หรือ  สมาชิกวุฒิสภาจำนวนที่เท่ากับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และเจ้าหน้าที่รัฐ สามารถยื่นเรื่องให้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ  ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาได้

หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้วเสร็จภายใน 15 วัน จะมีผลต่อผู้กระทำการ ต้องรับโทษ  โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) หรือสมาชิกวุฒิสภา (สว.) คือ สมาชิกสิ้นสุดลง / ถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง / ต้องรับผิดชดใช้เงินคืนพร้อมดอกเบี้ย

ส่วนคณะรัฐมนตรี ต้องพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ / ถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง / ต้องรับผิดชดใช้เงินคืนพร้อมดอกเบี้ย เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่าไม่ได้อยู่ในที่ประชุมขณะมีมติ

กราฟฟิค ศาลรัฐธรรมนูญกราฟฟิค ศาลรัฐธรรมนูญ

อนุสรณ์ ติง จุรินทร์ ด้อยค่า ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ – ไล่ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ปท.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/563270

13 พ.ย. 2566

อนุสรณ์  ติง จุรินทร์  ด้อยค่า  'ดิจิทัลวอลเล็ต' - ไล่ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ปท.

สส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ตีความการอออกมาวิพากษ์วิจารณ์ ต่อ “ดิจิทัลวอลเล็ต” ของอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ขาดความรู้ทั้งที่ รัฐบาลมุ่งตอบโจทย์การกระตุ้นเศรษฐกิจ กระจายทุกคน ทุกกลุ่ม แนะหากจะวิจารณ์ด้านลบ ควรหันมาเสนอในสิ่งที่เป็นประโยชน์จะดีกว่า

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ( สส.) บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.)    เปิดเผยว่า  การที่  นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส. บัญชีรายชื่อ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า รัฐบาลกลืนน้ำลายตัวเอง จุดเริ่มต้นของการเดินไปสู่การล้มละลายทางความน่าเชื่อถือของรัฐบาล โดยมีที่มาจากการเปิดตัวโครงการ “ดิจิทัลวอลเล็ต”      การวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลของนายจุรินทร์ถือเป็นสิทธิ์ แต่อาจเป็นประโยชน์มากกว่านี้ หากนายจุรินทร์ได้ศึกษาและทำความเข้าใจ วิวัฒนาการในการทำงานของรัฐบาล  


เพราะผู้ที่วิจารณ์  “ดิจิทัลวอลเล็ต”    อาจไม่เข้าใจสถานการณ์ รัฐบาลพยามมุ่งตอบโจทย์กระตุ้นเศรษฐกิจ ตอบโจทย์คนทุกคน ทุกกลุ่ม ไม่มีการละทิ้งกลุ่มใด โจทย์ใหญ่เร่งด่วนของรัฐบาลคือการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ หลังประเทศเกิดวิกฤตนานหลายปี แต่เพราะระหว่างทาง มีข้อเสนอ ข้อแนะนำ เกิดขึ้นมากมาย รัฐบาลไม่รับฟังไม่ได้ รัฐบาลยินดีรับฟังเพื่อให้โครงการดิจิตอลวอลเล็ตเดินหน้าและสามารถเกิดขึ้นได้โดยเร็ว น่าจะเป็นประโยชน์มากกว่านี้ หากนายจุรินทร์ได้เสนอแนะในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อโครงการ มากกว่าการตั้งข้อสังเกตเพื่อด้อยค่ารัฐบาล จนอาจส่งผลกระทบกับโครงการดิจิทัลวอลเล็ต

“คุณจุรินทร์ เป็นผู้ใหญ่ มีประสบการณ์ทางการเมือง ควรเป็นผู้ที่แนะนำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ ต่อประเทศชาติและประชาชน  นอกเหนือจากการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล   หรือถ้าพอจะมีเวลา ควรแบ่งเวลาไปหาวิธี เพื่อให้ได้มาซึ่งการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ให้ได้ ซึ่งนั่นน่าจะเป็นภารกิจหลักที่ต้องเร่งทำให้เกิดขึ้นโดยเร็ว ” นายอนุสรณ์ กล่าว

กู้ ‘เงินดิจิทัล’ อาจถูก ‘ศาลรัฐธรรมนูญ’ ตีความ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/563220

13 พ.ย. 2566

กู้ 'เงินดิจิทัล' อาจถูก 'ศาลรัฐธรรมนูญ' ตีความ

ศรีสุวรรณ เริ่มแล้ว ส่งคำร้องให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน ยื่นให้ ‘ศาลรัฐธรรมนูญ’ตีความการออก พ.ร.บ.เงินกู้ในโครงการ ‘เงินดิจิทัล’ ผิดกฎหมายหรือไม่

ศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินขอให้ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ ม.231(1) ประกอบ ม.23(1) แห่ง พรป.ว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน 2560 เพื่อเสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่า พรบ.กู้เงิน 5 แสนล้านบาทที่จะนำมาใช้ในโครงการเงินดิจิทัล ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ 2560 ม.140 ประกอบ พรบ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ 2561 ม.53 หรือไม่

โครงการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาทให้กับประชาชนที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป โดยต้องเป็นผู้มีรายได้ต่ำกว่า 7 หมื่นต่อเดือนและมีเงินฝากต่ำกว่า 7 แสนบาทในระยะ 6 เดือนที่ซึ่งมีที่มาจาก พรบ.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท อาจขัดต่อ ม.9 วรรคสาม แห่ง พรบ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ 2561

อีกทั้งไม่เข้าข่ายเป็นกรณีที่มีความจําเป็นที่จะต้องดําเนินการโดยเร่งด่วนและอย่างต่อเนื่องเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤติของประเทศ โดยไม่อาจตั้งงบประมาณรายจ่ายประจําปีได้ทันตาม ม.53 ของกฎหมายดังกล่าวแต่อย่างใด

การจะออกกฎหมายกู้เงินดังกล่าว ซึ่งเป็นกฎหมายการเงิน จะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารหนี้สาธารณะ 2548 โดยเคร่งครัดด้วย โดยเฉพาะใน ม.20 และ ม.22 และยังอาจไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 140 ที่บัญญัติไว้ชัดเจนว่า

การจ่ายเงินแผ่นดินจะกระทําได้เฉพาะที่ได้อนุญาตไว้ในกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่าย กฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ หรือกฎหมายเกี่ยวด้วยการโอนงบประมาณ กฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง หรือกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ เว้นแต่ในกรณีจําเป็นรีบด่วนเท่านั้น

การที่รัฐบาลของนายเศรษฐา จะกู้เงินมาแจกในโครงการเงินดิจิทัลจึงเป็นการเลี่ยงบาลี เพื่อต้องการสร้างภาพในการตอบสนองนโยบายที่พรรคของตนเคยหาเสียงไว้ในช่วงเลือกตั้งเท่านั้น แต่คนไทยทั้ง 70 ล้านคนจะต้องมาร่วมกันแบกรับหนี้ เพื่อร่วมกันใช้ดอกเบี้ย ร่วมกันใช้หนี้ในอนาคตกันทุกคนไม่ว่าจะรวยหรือจน

จึงเป็นการสร้างภาระให้กับคนในอนาคตทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ นายเศรษฐาพูดมาโดยตลอดว่าจะไม่กู้เงินมาดำเนินการโครงการนี้แต่อย่างใด อันถือเป็นการตระบัดสัตย์ของผู้นำประเทศ ที่ทำให้สังคมวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างรุนแรง       การกลืนน้ำลายตัวเอง โดยใช้ช่องทางในการกู้เงินมาแจกดังกล่าว เป็นไปเพื่อสร้างความนิยมทางการเมือง

กรรมาธิการความมั่นคง พบ. ‘ผบ.ตร.’ ถกแก้ปัญหา ‘ส่วยรถบรรทุก’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/563215

13 พ.ย. 2566

กรรมาธิการความมั่นคง พบ. 'ผบ.ตร.' ถกแก้ปัญหา 'ส่วยรถบรรทุก'

รังสิมันต์ โรม นำคณะ บุกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอพบ ‘ผบ.ตร.’ ถกประเด็นร้อน ทั้งแก้ปัญหา ‘ส่วยรถบรรทุก’ ตำรวจจีนคุมนักท่องเที่ยว

รังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการความมั่งคงแห่งรัฐ กิจการชายแดน ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร หรือ กมธ. ความมั่นคงฯ เปิดเผยก่อนประชุมร่วมกับ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ว่าจะมีการหารือในหลายประเด็น ทั้งเรื่องส่วยรถบรรทุก การนำตำรวจจีนเข้ามาดูแลความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวจีนในประเทศไทย และ การช่วยเหลือคนไทยที่ติดอยู่ในเมืองเล่าก์ก่าย ย่างกุ้ง ในประเทศเมียนมา

การเข้าพบครั้งนี้เป็นลักษณะของการบูรณาการการทำงาน เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติเป็นที่ตั้ง ไม่อยากให้มองว่าเป็นการกดดัน โดยเฉพาะประเด็นการช่วยเหลือคนไทยที่ติดอยู่ในเมืองเล่าก์ก่าย ซึ่งจะมีการประสานกระทรวงการต่างประเทศ กลาโหม และตำรวจ เพื่อเร่งรัดช่วยเหลือคนไทย กลับประเทศให้ปลอดภัย ซึ่งหวังว่าจะสามารถทำได้ก่อนวันพฤหัสบดีนี้

ส่วนการนำตำรวจจีนเข้ามาในประเทศไทย เรื่องนี้มีผลกระทบในหลายมิติ มีทั้งข้อดีและข้อเสีย โดยในประเทศอิตาลี ที่เคยใช้วิธีดังกล่าว มีการยกเลิกไปแล้ว ดังนั้นต้องมีการพูดคุยถึงรายละเอียดว่า หากไทยนำวิธีนี้มาใช้ จะคุ้มค่าหรือไม่ และตำรวจไทยมีแนวทางอย่างไร ทั้งนี้ประเด็นดังกล่าวยังเป็นเพียงแนวคิดของรัฐบาลเท่านั้น

ขณะที่เรื่องส่วยรถบรรทุก ซึ่งเป็นปัญหาที่สังคมไทยทราบมาตลอด รับรู้ว่ามันมีมานาน  กมธ.จะสอบถามแนวทางการแก้ปัญหาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งทางนายปิยรัฐ จงเทพ สส.เขตพระโขนง พรรคก้าวไกล ได้เตรียมข้อมูลและหลักฐานมาสอบถามอย่างเต็มที่ รวมถึงความคืบของคดีรถบรรทุกน้ำหนักเกินจนทำให้ตกหลุมบ่อพักสายไฟเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาด้วย

‘นายกรัฐมนตรี’ มั่นใจ ‘เงินดิจิทัล’ ผ่านฉลุย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/563208

13 พ.ย. 2566

'นายกรัฐมนตรี' มั่นใจ 'เงินดิจิทัล' ผ่านฉลุย

เชื่อมั่น 320 เสียง ดันเงินกู้ผ่านสภาได้ ‘นายกรัฐมนตรี’ แจงความจำเป็นโครงการ ‘เงินดิจิทัล’ ต้องเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจ

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังพร้อมคณะ ที่เดินทางไปร่วมประชุม APEC  ถึงซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 12 พ.ย.ตามเวลาท้องถิ่นยังคงมั่นใจว่า 320 เสียงรัฐบาล จะหนุน พ.ร.บ.เงินกู้ ที่จะนำมาใช้ในโครงการเงินดิจิทัล ผ่านสภา ไม่เป็นไปตามการคาดการของ ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล

นายกฯพร้อมคณะ ร่วมประชุม APEC ที่สหรัฐอมเริกานายกฯพร้อมคณะ ร่วมประชุม APEC ที่สหรัฐอมเริกา

รัฐบาลยืนยันว่าทำถูกต้องทั้งหมด และทางคณะกรรมการกฤษฎีกาคงจะให้ข้อคิดเห็นในเชิงที่เป็นบวกและเราสามารถทำโครงการนี้ได้ ภาวะและความจำเป็นที่ต้องทำคือเราไม่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่ประเทศอื่นโตกว่าเรา 2 เท่า  รัฐบาลเชื่อว่าเราอยู่ในวิกฤตที่ต้องการการกระตุ้น แม้คนอื่นจะบอกว่าไม่จำเป็น

ส่วนเรื่องการกำหนดเกณฑ์ ผู้ได้รับเงินดิจิทัล ต้องมีเงินเดือนไม่เกิน7หมื่น เงินเก็บเกิน 5 แสนบาทนั้น  รัฐบาลได้ออกโครงการอีรีฟัน หากมีการใช้จ่ายจะได้เงินคืนประมาณ 1 หมื่นบาท เทียบเท่ากับเงินในโครงการเงินดิจิทัลวอลเล็ตแล้ว

โดยเงินฝากจะไม่นับรวมสลากออมสิน หุ้นกู้ กองทุนรวม และเงินเกษียณ ส่วนเงินเกษียณ ถ้าเข้าในบัญชีก็นับรวมด้วย จะเริ่มตรวจสอบเงินในบัญชีตั้งแต่เดือนก.ย.66 เป็นต้นไป

“ ผมเป็นนายกรัฐมนตรีที่มาจากพรรคอะไร พรรคเพื่อไทย สื่อก็บอกว่าหาเงินได้ใช้เงินเป็น ผมก็มั่นใจว่าผมหาเงินได้ใช้เงินเป็น ส่วนเรื่องที่มาของการออกจะเป็นพ.ร.บ.เงินกู้ ทางผู้ว่าธปท.ได้บอกเองว่านายกฯกู้ดีกว่า ตอนนี้จาก 61% เป็น64% เพราะเพดานเงินกู้อยู่ที่ 70% ให้กู้เลย ถ้านำมาใส่โครงการฯบวกกับโครงการอื่น และหากยกระดับจีดีพีขึ้นไป สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีจะลดตามไป แม้หนี้จะเพิ่มแต่ถ้าจีดีพีมากกว่าหนี้จะลดลง” นายกฯกล่าว


นอกจากตารางงาน แน่นเอี้ยด ระหว่างร่วมประชุม APECแล้ว นายกรัฐมนตรี มีวาระสำคัญในการกล่าวปาฐกถาในช่วงที่ 6 หัวข้อ ‘Summit Addresses by APEC Leaders and CEOs’ และพบปะหารือกับบริษัทเอกชนสหรัฐฯ รวมถึงหารือนายคิชิดะ ฟูมิโอะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น  ในวันที่ 15 พ.ย. 2566 และมีกำหนดกลับถึงไทยวันที่ 19 พ.ย. 2566 เวลา 07.00 น.

‘นายกรัฐมนตรี’ เรียกประชุมติดตามงานก่อนบินไป ‘APEC’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/563192

12 พ.ย. 2566

'นายกรัฐมนตรี' เรียกประชุมติดตามงานก่อนบินไป 'APEC'

เป็นห่วงหลายปัญหา ‘นายกรัฐมนตรี’ เรียกคุยติดตามการแก้ส่วยสติ๊กเกอร์ หมูเถื่อนที่ไม่มีความคืบหน้า ก่อนบินไปร่วมประชุม ‘APEC’

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในปัญหาต่างๆ ได้แก่ ส่วยสติ๊กเกอร์ทางหลวง การแก้ไขปัญหาลักลอบนำเข้าหมูเถื่อน และมาตรการรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยว ก่อนไปปฏิบัติราชการต่างประเทศ

โดยวงประชุมปัญหาหมูเถื่อนนั้น มีผู้เข้าร่วมหารือประกอบด้วย ผู้บัญชาการสอบสวนกลาง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI  ร่วมหารือด้วย  ซึ่งในวงหารือนี้ นายกรัฐมนตรีได้สอบถามถึงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาอย่างเคร่งเครียด และกล่าวอย่างมีอารมณ์ว่า ได้สั่งการในการแก้ปัญหาไปแล้ว เหตุใดไม่มีความคืบหน้า

นายกฯฉุน ไม่มีความคืบหน้าแก้ปัญหาหมูเถื่อนนายกฯฉุน ไม่มีความคืบหน้าแก้ปัญหาหมูเถื่อน

เรื่องส่วยทางหลวง ได้หารือร่วมกับพล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล อธิบดีกรมทางหลวง อธิบดีกรมการขนส่งทางบก รวมถึงสมาพันธ์และสมาคมรถบรรทุก ในเรื่องการตรวจสอบน้ำหนักรถบรรทุกบนโครงข่ายทางหลวงหลัก เช่น ถนนพหลโยธินถนนเพชรเกษม ถนนสุขุมวิท ถนนพระราม 2 ถนนสายเอเชีย รวมถึงเรื่องการตรวจสอบสภาพรถ

ส่วนวงหารือถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยว มีผู้ร่วมหารือได้แก่ ผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ผู้บัญชาการสอบสวนกลาง ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะ มีกำหนดการร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 30 (2023 APEC Economic Leaders’ Meeting) และกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง ระหว่างวันที่ 12 – 19 พฤศจิกายน 2566 ณ นครซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา

‘ประชาธิปัตย์’ อัดรัฐบาลกลืนน้ำลายตัวเอง เรื่อง ‘เงินดิจิทัล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/563167

12 พ.ย. 2566

'ประชาธิปัตย์' อัดรัฐบาลกลืนน้ำลายตัวเอง เรื่อง 'เงินดิจิทัล'

รัฐบาลกลืนน้ำลาย นโยบาย ‘เงินดิจิทัล’ ‘ประชาธิปัตย์’ ชี้ เป็นจุดเริ่มต้น ของการล้มละลายทางความเชื่อ สร้างภาระหนี้

จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์  รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มองว่าการเตรียมออก พรบ.เงินกู้ 5 แสนล้านบาท เพื่อนำไปแจกตามโครงการ เงินดิจิทัล  ว่าจุดเริ่มต้นของการเดินไปสู่การล้มละลายทางความน่าเชื่อถือของรัฐบล เพราะนายกฯยืนยันมาโดยตลอดว่าจะไม่กู้ สุดท้ายก็กลับลำ

นอกจากกลืนน้ำลายตัวเอง และยังจะเป็นภาระหนี้ให้กับประเทศและประชาชนต่อไปในอนาคตอีกถึง 5 แสนล้านบาท เพียงเพื่อสนองนโยบายหาเสียง ซึ่งก็เหมือนกันกับเรื่องที่ออกมาตอกย้ำหลายรอบว่าจะฟื้นฟูหลักนิติธรรมที่เข้มแข็ง

รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ระบุอีกว่า เงินดิจิทัล
กลายเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับพรรคการเมืองที่มุ่งแต่จะหาเสียงแบบประชานิยม และหากมีการเสนอร่าง พรบ.เงินกู้ 5 แสนล้านบาท เข้าสภา จะผิดกฎหมายหรือไม่

รัฐบาลจะอ้างเป็นเหตุโทษคนอื่นไม่ได้ เพราะเป็นหน้าที่รัฐบาลที่จะต้องหาช่องทางอื่นที่ถูกต้องและถูกกฎหมาย