‘อดิศร’ ร่ายกลอนถึง ‘ก้าวไกล’ หลังออกตัวค้านดิจิทัลวอลเล็ต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/563128

11 พ.ย. 2566

‘อดิศร’ ร่ายกลอนถึง ‘ก้าวไกล’  หลังออกตัวค้านดิจิทัลวอลเล็ต

’อดิศร‘ ร่ายกลอนถึง ’ก้าวไกล‘ “ก้าวไม่ถึงความจริงเสมอมา” หลังค้านดิจิทัลวอลเล็ต ส่อขัดรัฐธรรมนูญและ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง

วันที่ 11 พ.ย. นายอดิศร เพียงเกษ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ได้แต่งกลอนถึงกรณี พรรคก้าวไกล นำโดย น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค ออกมาประกาศค้านโครงการดิจิทัลวอลเล็ต โดยที่มาของเงินมาจาก พ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท มองว่า รัฐบาลเลือกเส้นทางนี้ถือว่า สุ่มเสี่ยงขัดมาตรา 140 ของรัฐธรรมนูญ และมาตรา 53 ของ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังนั้น

โดยนายอดิศร ระบุว่า

ก้าวไกล ไม่เอา เงินดิจิตัล 
จน “ไหม” ลั่น “ศาลรัฐธรรมนูญ” จะคว่ำทิ้ง
ก็ค้านไป เคืองไป ให้ประวิง
ก้าวไม่ถึง ความจริง เสมอมา…. 

‘บิ๊กป้อม’ เป็นประธานกฐินทอดถวายวัดเกาะแก้ว-วัดโพธิ์เผือก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/563126

11 พ.ย. 2566

‘บิ๊กป้อม’ เป็นประธานกฐินทอดถวายวัดเกาะแก้ว-วัดโพธิ์เผือก

‘บิ๊กป้อม ประธานกฐิน ทอดถวาย วัดเกาะแก้ว-วัดโพธิ์เผือก จ.อยุธยา ศรัทธามุ่งมั่น สืบทอดพระพุทธศาสนาให้ยั่งยืนสืบไป

วันที่ 11 พ.ย. เวลา 09.00น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พร้อมคณะ ได้เดินทางไปเป็นประธานพิธีทอดกฐินสามัคคี ในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ณ วัดเกาะแก้วและวัดโพธิ์เผือก เพื่อสืบทอดพุทธประเพณี และสืบต่อพระพุทธศาสนาให้ยั่งยืน สืบไป พร้อมทั้งได้ถวายจตุปัจจัยสมทบทุน บูรณะปฏิสังขรณ์เสนาสนะ สถานของทั้ง2วัด สำหรับ ณ วัดโพธิ์เผือก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ยังได้ประกอบพิธี ทักษิณานุประทานอุทิศส่วนบุญส่วนกุศล แด่ คุณแม่สายสนี วงษ์สุวรรณ ด้วยในโอกาสเดียวกัน

ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณได้เดินทางมาทอดกฐินสามัคคี ณ วัดเกาะแก้วและวัดโพธิ์เผือก  อ.พระนครศรีอยุธยา จ. พระนครศรีอยุธยา ทั้ง2แห่งนี้ เป็นประจำทุกปี พร้อมทักทายประชาชน สาธุชน ด้วยความกระฉับกระเฉง ที่มาร่วมทำบุญในโอกาสอันเป็นมงคลนี้  ท่ามกลางบรรยากาศให้การต้อนรับอย่างเป็นกันเอง และอบอุ่น

‘จุรินทร์’ เย้ย ผลงานรัฐบาล 2 เดือน ‘สอบตก’ แค่เอาภาษีมาลดราคาให้ปชช.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/563097

10 พ.ย. 2566

‘จุรินทร์’ เย้ย ผลงานรัฐบาล 2 เดือน ‘สอบตก’ แค่เอาภาษีมาลดราคาให้ปชช.

‘จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์’ เปรียบแถลงผลงาน 2 เดือนรัฐบาล เหมือน “แถลงนโยบายภาคสอง” ยังทำได้แค่เอาภาษีประชาชนมาลดราคาให้ประชาชน ชี้เฉพาะเรื่องนักโทษสองมาตรฐานก็สอบตกแล้ว

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส.บัญชีรายชื่อและรักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวถึงการแถลงผลงาน 2 เดือนของรัฐบาลว่า ผิดความคาดหวังเพราะคนส่วนใหญ่คิดว่าจะเป็นเรื่องของการตั้งโต๊ะแถลงผลงานและเปิดโอกาสให้นักข่าวได้ซักถาม แต่พอเอาเข้าจริงกลายเป็นแค่นายกฯ คนเดียวนั่งอัดเทปถามตอบกับพิธีกรออกทีวีแล้วมาเปิดให้ประชาชนดู และถ้าติดตามโดยละเอียด จะพบว่าเนื้อหาส่วนใหญ่ ยังวนเวียนอยู่กับการบอกว่าคิดจะทำอะไร เหมือนการแถลงนโยบายภาค 2

ส่วนเรื่องการลดรายจ่ายส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่องของการเอาเงินภาษีประชาชนมาชดเชยการลดราคาให้ประชาชน เหมือนแค่เอาอัฐยายมาซื้อขนมยาย หลายเรื่องยังแค่ตั้งกรรมการศึกษา ยังไม่มีผลสัมฤทธิ์ที่แท้จริงที่จะเอาออกมาแสดงได้ว่าเป็นอย่างไร แม้แต่เรื่องเกษตรกรก็ไม่มีอะไรใหม่แถมเกษตรกรยังได้น้อยกว่าเดิม

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะให้คะแนนเท่าไหร่ นายจุรินทร์ตอบว่าคงไม่ให้คะแนนให้ประชาชนเป็นผู้ให้คะแนน ส่วนตนในฐานะฝ่ายค้านก็ขอทำหน้าที่ในการตรวจสอบรัฐบาลแทนประชาชนต่อไป ส่วนเรื่องสอบได้สอบตก อย่างน้อย 2 เดือนที่ผ่านมา แค่เรื่องที่ประกาศขึงขังว่าจะทำหลักนิติธรรมให้เข้มแข็ง เฉพาะเรื่องนักโทษสองมาตรฐานก็สอบตกแล้ว

‘ป.ย.ป.’ ได้ไปต่อ หลัง ‘สภาพัฒน์’ ประเมินผลงานให้ยุบทิ้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/563098

10 พ.ย. 2566

'ป.ย.ป.' ได้ไปต่อ หลัง 'สภาพัฒน์' ประเมินผลงานให้ยุบทิ้ง

‘รองนายกฯสมศักดิ์’ มอบภารกิจใหม่ให้ ‘ป.ย.ป.’ แสดงฝีมือ ทำกฎหมายส่งเสริมกีฬาสัตว์ สร้างรายได้เข้าประเทศ 6 หมื่นล้าน หลังถูกประเมินยุบทิ้ง ไร้ผลงาน งานซ้ำซ้อน

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี ประชุมร่วมกับ นางชุติมา หาญเผชิญ ผู้อำนวยการสำนักงานขับเคลื่อนการปฎิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง หรือ ป.ย.ป. นายวันฉัตร สุวรรณกิตติ รองเลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือถึงผลการประเมินความคุ้มค่าของสำนักงาน ป.ย.ป. หลังครบกำหนด 5 ปี จากที่จัดตั้งตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 19/2561 เมื่อวันที่ 26 พ.ย.61 

ผลการประเมินโดยสภาพัฒน์ เห็นว่า ป.ย.ป. ขาดความคุ้มค่าการปฎิบัติภารกิจของรัฐ เนื่องจากมองว่า ผลการดำเนินงานของ ป.ย.ป. เป็นภารกิจของหน่วยงานอื่นที่มีการดำเนินงานอยู่แล้วทั้งสิ้น จึงมีความซ้ำซ้อน รวมถึงยังไม่มีการให้บริการประชาชนโดยตรง ถึงแม้จะมีการช่วยขับเคลื่อนกฎหมายใหม่ แต่ก็ยังไม่พบว่า ประชาชนได้ประโยชน์ที่ชัดเจน 

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ส่วนหน่วยงานอื่นที่ร่วมประเมินความคุ้มค่า ก็ให้ความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า ควรเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลว่า ควรยุบ ป.ย.ป. หรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องของฝ่ายบริหาร โดยเมื่อตนได้รับฟังทุกภาคส่วนแสดงความคิดเห็นแล้ว ก็เห็นทางออกว่า ถ้าหางานให้ขับเคลื่อน และสามารถหารายได้เข้าประเทศได้ จะถือว่า ป.ย.ป. มีผลงานและผ่านการประเมินของสภาพัฒน์หรือไม่ เพราะในอดีต ขณะตนดำรงตำแหน่ง รมว.ยุติธรรม ก็ได้ขับเคลื่อนแก้กฎหมายยาเสพติด 24 ฉบับ มาเป็นฉบับเดียว จนนำไปสู่การยึดอายัดทรัพย์เข้าประเทศหลักหมื่นล้านบาท

ดังนั้นตนมอบหมายให้ ป.ย.ป. บูรณาการแก้กฎหมาย เพื่อสร้างรายได้เข้าประเทศได้ จึงอยากให้โอกาสลองแสดงฝีมืออีกหน่อย โดยทำกฎหมายอีก 2-3 ฉบับ เกี่ยวกับการเสริมปศุสัตว์ โดยเฉพาะกีฬาสัตว์ ทำกฎหมายเพียง 6 เดือน แต่จะสามารถหาเงินเข้าประเทศได้กว่า 6 หมื่นล้านบาท จากการเก็บภาษีคนเล่นกีฬาสัตว์ มีรายได้จากการท่องเที่ยว ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาชมได้ รวมถึงสามารถยกระดับสัตว์ให้มีมูลค่าเหมือนม้าของสหรัฐอเมริกาได้ ขณะนี้ได้เสนอ ครม.ในเบื้องต้นแล้ว

'ป.ย.ป.' ได้ไปต่อ หลัง 'สภาพัฒน์' ประเมินผลงานให้ยุบทิ้ง

‘ก้าวไกล’ มั่นใจ ‘เงินดิจิทัล’ แท้งแน่ เพราะเลือกใช้วิธีการกู้เงิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/563083

10 พ.ย. 2566

'ก้าวไกล' มั่นใจ 'เงินดิจิทัล' แท้งแน่ เพราะเลือกใช้วิธีการกู้เงิน

นายกฯเลือกใช้วิธีการที่ยากที่สุด ‘ก้าวไกล’เชื่อ ‘เงินดิจิทัล’ แท้ง เพราะไม่มีเหตุเร่งด่วน ซ้ำรอย เงินกู้ 2 ล้านล้าน ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์

นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล มั่นใจว่า แม้รัฐบาลจะกำหนดเงื่อนไขให้บุคคลที่มีเงินเดือนไม่เดิน 70,000 บาท หรือเงินในบัญชีเงินฝากไม่เกิน 500,000 บาท ได้รับเงินดิจิทัล แต่ก็ยังคงเสี่ยงที่บุคคลเหล่านี้ จะไม่ได้รับเงิน เพราะในการออกพระราชบัญญัติเงินกู้ดังกล่าว อาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลัง เนื่องจากการออกเงินกู้ จะสามารถทำได้ในเฉพาะกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วนเท่านั้น

วันนี้ ยังไม่ได้ปรากฏความจำเป็นเร่งด่วนใด ๆ จึงมองโดยไม่ได้คาดหวังว่า จะเกิดการยื่นให้องค์กรอิสระตีความ และเห็นว่า ฝ่ายการมือง ควรแสดงความรับผิดชอบ ให้กฤษฎีกาตีความการออกพระราชบัญญัติการกู้เงิน นำมาใช้ในโครงการเงินดิจิทัล สามารถทำได้หรือไม่ เพื่อป้องกันไม่ต้องให้องค์กรอิสระมาวินิจฉัยตีความ เพราะมีความสุ่มเสี่ยง และไม่เชื่อว่ารัฐบาลไม่ทราบมาก่อน

เพราะลักษณะเช่นนี้ อาจเข้าข่ายพระราชบัญญัติเงินกู้ 2,000,000 ล้านบาท ที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทย สมัยนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เคยถูกศาลรัฐธรรมนูญตีตกมาในอดีต

นางสาวศิริกัญญา ยังเชื่อว่า เหตุที่นายกรัฐมนตรี เลือกเส้นทางที่ยากที่สุดในการออกพระราชบัญญัติเงินกู้ เพื่อระดมเงินมาใช้จ่ายในโครงการเงินดิจิทัล น่าจะเห็นหนทางแล้วว่า นโยบายดังกล่าว ไม่สามารถเดินไปต่อได้จริง ๆ จึงเตรียมออกพระราชบัญญัติเงินกู้ เพื่อให้เป็นทางลงของโครงการ ที่ไม่ได้ผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนการหาเสียงนี้  

นั่นจึงทำให้เข้าทางเกิดการตีความ เพื่อเป็นทางออกของโครงการดังกล่าว แต่ความเสี่ยงที่จะถูกองค์กรอิสระตีความนี้ จะไม่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้น หากร่างพระราชบัญญัติเงินกู้ ถูกทำแท้งโดยกฤษฎีกาก่อน

‘ป.ป.ช.’ เปิด ‘บัญชีทรัพย์สิน’ รมว.ท่องเที่ยว มั่งคั่งกว่า 800 ล้านบาท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/563068

10 พ.ย. 2566

'ป.ป.ช.' เปิด 'บัญชีทรัพย์สิน' รมว.ท่องเที่ยว มั่งคั่งกว่า 800 ล้านบาท

สมฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวฯ รวยกว่า 800 ล้านบาท ‘ป.ป.ช.’ เปิด ‘บัญชีทรัพย์สิน’ กรณีก่อนเข้ารับตำแหน่ง สส.

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรรือ ป.ป.ช. เปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรณีเข้ารับตำแหน่ง พบว่านางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล เข้ารับตำแหน่ง สส. มีบัญชีทรัพย์สินทั้งสิ้น 805,400,298 บาท มีหนี้สิน 195,015,587 บาท

นอกจากนี้ยังมีรายการบัญชีเงินฝาก 25 บัญชีเงินฝาก 22,977,584 บาท และยังมีรายการเงินลงทุน5 รายการ มูลค่า 1,069,804 บาทซึ่งมีรายการขายหุ้นแต่ยังไม่ได้รับเงินเป็นวงเงิน 459,304,000 บาท  โดยมีนางสาววีรียา หวังศุภกิจโกศล โอนเงิน 375,900,000 บาท และขายหุ้นให้นายชาคริต หวังศุภกิจโกศล จำนวนที่ขายหุ้นให้มูลค่า 63,525,000 บาท และขายหุ้นให้นายศิลป์ อุบลแย้ม วงเงินซื้อขายหุ้น 16,200,000 บาท และนายบัณฑิต ยลถวิล มูลค่าขายหุ้นให้ 21,525,000 บาท และ ขายหุ้นให้นายประสาท รัตนศรี มูลค่า 60,770,000 บาท

นอกจากนี้ยังมีที่ดิน  56 แปลง มูลค่า 216,934,380 บาท โดยเป็นทั้งโฉนดที่ดิน และ น.ส.3 ก. ในอำเภอโชคชัย, อำเภอเสิงสาง , อำเภอเมือง, อำเภอหนองบุญมาก  จังหวัดนครราชสีมา และที่ดิน ในกรุงเทพมหานครอีก 1 แปลง และยังมีบ้านและห้องชุด 5 หลัง มูลค่า 62,034,853 บาท ในเขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 1 หลัง , ในอำเภอเมืองจังหวัดนครราชสีมา 2 หลัง และห้องชุดในเขตราชเทวี 2 ห้อง

ยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินที่เป็นยานพาหนะรถจำนวน 5 คัน มีสิทธิและสัมปทาน 16 รายการมูลค่า 25,164,676 บาท   รวมถึงยังมีทรัพย์สินอื่นอีก 11 รายการมูลค่า 7,555,000 บาทประกอบไปด้วย ต่างหูเพชร 4 คู่ มูลค่า  5 ล้านบาท , นาฬิกา Louis Vuitton 1 เรือน มูลค่า 120,000 บาท,นาฬิกา Cartier 1 เรือน มูลค่า 120,000 บาท ,นาฬิกา Rolex 1 เรือน มูลค่า 1,100,000 บาท ,นาฬิกา BVLGARI 1 เรือน มูลค่า 390,000 บาท นาฬิกา Franck Muller 1 เรือน มูลค่า 380,000 บาท , กำไลข้อมือ Cartier 1 อันมูลค่า 430,000 บาท และมีปืน 1 กระบอก มูลค่า 65,000 บาท

ขณะที่นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ยื่นพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2566 แจ้งมีสถานะโสด โดยแจ้งบัญชีทรัพย์สินพร้อมกับบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ  มีทรัพย์สินรวมทั้งสิ้น 118,573,634 บาท  มีหนี้สิน 728,016 บาท  แจ้งว่าเป็นทรัพย์สินรวมมูลค่า 77,491,134 บาท ประกอบด้วย

เงินฝาก 1,673,423 บาท แบ่งเป็นเงินฝากธนาคาร 7 บัญชี   เงินลงทุน 7,785,162 บาท เป็นการลงทุนในสถาบันการเงิน  ที่ดินมูลค่า 23,771,500 บาท  แบ่งเป็นที่ดินจำนวน 11 แปลงที่จังหวัดสิงห์บุรี 6 แปลง กรุงเทพมหานคร 3 แปลง  และสงขลาและสระบุรี จังหวัดละ 1 แปลง และจังหวัดฉะเชิงเทรา 1 แปลงเป็นของบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ  

ขณะที่โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างมูลค่า 13,587,000 บาท
แจ้งว่ามีบ้าน คอนโดและอาคารพาณิชย์ จำนวน 4 หลัง และอาคารพาณิชย์ของบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ 1 หลัง  ส่วนรายการยานพาหนะมูลค่า 3,384,048 บาท เป็นรถยนต์ 2 คัน   สิทธิและสัมปทานมูลค่า 1,620,000 บาท เป็นการทำประกันชีวิตของตนเอง 3 กรมธรรม์และบุตร 2 กรมธรรม์ 

รายการทรัพย์สินอื่นที่แจ้งมีมูลค่ารวม 25,670,000 บาท รายการที่น่าสนใจคือทองคำแท่ง 700 แท่ง มูลค่ากว่า 22 ล้านบาท  และนาฬิกา 2 เรือน

‘ผลงานรัฐบาล’ แค่ 60 วัน ยังพิสูจน์ไม่ได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/563058

10 พ.ย. 2566

'ผลงานรัฐบาล' แค่ 60 วัน ยังพิสูจน์ไม่ได้

แค่ 60 วันไม่พอ ‘ก้าวไกล’ ให้รออีก 6 เดือน พิสูจน์ ‘ผลงานรัฐบาล’ เป็นรูปธรรมหรือไม่ พร้อมกางปฏิทินการเมืองรอพิสูจน์จุดยืน

พริษฐ์ วัชระสินธุ โฆษกพรรคก้าวไกล มองว่าการแถลงผลงานรัฐบาลในช่วง 60 วันแรกค่ำวานนี้ ไม่สามารถสรุปได้อย่างชัดเจนว่าผลงานของรัฐบาลในห้วง 60 วันที่ผ่านมา จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นระบบ และยั่งยืน ตามที่ประชาชนคาดหวังได้จริงหรือไม่  เนื่องจากบทพิสูจน์ที่แท้จริง น่าจะขึ้นอยู่กับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในช่วง 6 เดือน ข้างหน้า (ธ.ค. 66 – พ.ค. 67) ที่อยากชวนประชาชนทุกคนร่วมกันจับตามองประกอบไปด้วย

  1. มาตรการ “quick wins” ของรัฐบาล ที่เป็นการลดค่าครองชีพ จะถูกพิสูจน์ว่ามีความยั่งยืนหรือไม่
    ค่าไฟที่ลดไปได้ด้วยการยืดหนี้ กฟผ. มีความเสี่ยงจะเด้งกลับขึ้นมาหากไม่มีปรับโครงสร้างราคา-ตลาด
  2. ค่าน้ำมัน ที่ลดไปได้ด้วยการลดภาษีสรรพสามิต จะเจอแรงกดดันหลายทางจากรายได้รัฐที่หายไปและราคาน้ำมันที่อยู่ในขาขึ้น
    ค่ารถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ที่ทำสำเร็จในสายสีม่วงกับสีแดง จะถูกพิสูจน์ว่าสามารถขยายไปสู่สายที่มีผู้โดยสารใช้เยอะที่สุด เช่น สายสีเขียว ได้หรือไม่
  3. นโยบายเรือธงที่เดิมพันสูงอย่าง เงินดิจิทัล 10,000 บาทจะเริ่มดำเนินการและเริ่มเห็นผลลัพธ์เบื้องต้น
    รายละเอียดทั้งหมดของโครงการจะถูกเคาะ เช่น เงื่อนไขการใช้จ่ายของประชาชน / เงื่อนไขการแปลงเป็นเงินสดของร้านค้า / เครื่องมือหรือเทคโนโลยีที่จะใช้  – โดยหลายส่วนน่าจะรวมอยู่ในแถลงบ่ายนี้ ซึ่งจะทำให้การประเมินข้อดี-ข้อเสียนโยบาย ทำได้บนข้อมูลที่ครบถ้วน
    ในส่วนของประโยชน์  หากเริ่มแจกได้จริงใน ไตรมาส 1 ของ 2567 ตามที่เคยสัญญา เราจะเริ่มเห็นถึงผลกระทบเบื้องต้นต่อการใช้จ่ายและการกระตุ้นเศรษฐกิจว่าเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้หรือไม่
    ในส่วนของต้นทุน หากยังเป็นการให้ประชาชนทุกคน 10,000 บาท ตามที่เคยสัญญา เราจะเห็นว่างบประมาณ 560,000 ล้านบาทที่ต้องใช้ จะมาจากช่องทางไหน และแลกมาด้วยอะไร เช่น การปรับลดงบส่วนอื่น? ผลกระทบต่อวินัยการเงินการคลัง?
  4. นโยบายหลักด้านการเมือง จะเจอเส้นตาย ที่ทำให้เห็นการตัดสินใจของรัฐบาล
    รัฐธรรมนูญ: ภายใน ม.ค. 67 รัฐบาลจะต้องมีข้อสรุปจากคณะกรรมการศึกษาแนวทางประชามติฯ ว่าจะเดินหน้าต่อเรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อย่างไร ประชามติครั้งแรกจะเกิดขึ้นหรือไม่-ด้วยคำถามแบบไหน และรัฐบาลคาดว่าประเทศจะได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ภายในเมื่อไหร่
     

เกณฑ์ทหาร: ภายใน เม.ย. 67 เราจะเห็นว่าประเทศจะยังมีเยาวชนกี่คนที่ถูกบังคับไปเป็นทหารโดยที่ไม่อยากเป็น ซึ่งจะแปรผันตามเจตจำนงของรัฐบาลในการลดหรือเลิกการเกณฑ์ทหาร

กฎหมาย 30+ ฉบับที่ก้าวไกลเสนอ จะเรียงกันเข้าสภาฯมาเป็น คลื่น ที่ทำให้รัฐบาลต้องตัดสินใจว่าจะมีจุดยืนอย่างไรในหลายประเด็นที่รัฐบาลยังไม่แสดงออก เช่น เห็นด้วยกับร่างก้าวไกล vs. เสนอร่างของ ครม. เอง ที่แตกต่างออกไปในรายละเอียด vs. ไม่เห็นด้วยทั้งหมด

ปฏิทินการเมืองจะมีหมุดหมายสำคัญหลายเหตุการณ์ ที่เป็นบทพิสูจน์เสถียรภาพและความเป็นเอกภาพระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล เช่นพ.ร.บ. งบประมาณ 2567 ซึ่งจะพิจารณาในสภาฯช่วง ม.ค.-เม.ย. 67 จะเป็นบทพิสูจน์ว่างบประมาณจะถูกจัดสรรให้กับนโยบายของทุกพรรคร่วมรัฐบาล อย่างเป็นธรรมและเป็นที่น่าพึงพอใจของทุกพรรคหรือไม่ ภายใต้เงื่อนไขว่างบประมาณจำนวนมากต้องใช้ไปกับนโยบาย เงินดิจิทัล 10,000 บาท ของพรรคแกนนำฯ

การเปิดอภิปรายทั่วไปโดยฝ่ายค้าน ไม่ว่าจะเป็น ตามมาตรา 152 ที่เป็นการซักถาม-เสนอแนะ หรือ ตามมาตรา 151 ที่มีการลงมติไม่ไว้วางใจซึ่ง คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงก่อนปิดปีแรกของการประชุมสภา (เม.ย. 67) และจะเป็นครั้งแรกของรัฐบาลชุดนี้

การหมดอายุลงของบทเฉพาะกาลของ รธน. 2560 ซึ่งรวมถึง อำนาจ สว. ในการเลือกนายกฯ ตาม มาตรา 272 ในเดือน พ.ค. 67 จะทำให้เงื่อนไขสำคัญที่พรรคแกนนำเคยอ้างว่าเป็นเหตุผลที่ทำให้ต้องรวมตัวกับพรรคอื่นที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองหรือจุดยืนทางนโยบายที่แตกต่างกันในอดีต หายจากสมการ

60 วัน ที่ผ่านมา ยังพิสูจน์ผลงานรัฐบาลได้ยาก แต่ 6 เดือน ข้างหน้า จะเป็นบทพิสูจน์จริง

‘อุ๊งอิ๊ง’ ปัดดินเนอร์พรรคร่วมปูทางสู่นายกฯ ย้ำ รบ.ผลงานชัดเจน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/563052

10 พ.ย. 2566

‘อุ๊งอิ๊ง’ ปัดดินเนอร์พรรคร่วมปูทางสู่นายกฯ ย้ำ รบ.ผลงานชัดเจน

‘อุ๊งอิ๊ง’ ดินเนอร์พรรคร่วมปัดคุยเรื่องนั่งนายกฯ คนต่อไป มอง 2 เดือนผลงานรัฐบาลชัดเจนทำงานเข้มข้น เผยยังไม่ได้เคาะงบทำซอฟต์พาวเวอร์

วันที่ 10 พ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีดินเนอร์พรรคร่วมรัฐบาลจะถือเป็นการปูทางไปสู่การเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปหรือไม่ โดยนางสาวแพทองธาร ปฏิเสธว่าไม่ใช่ ซึ่งตนเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และไปทานข้าวในฐานะหัวหน้าพรรค ยืนยันว่าไม่มีการเรื่องปูทางเป็นนายกทั้งสิ้น โดยหัวหน้าพรรคร่วมทั้งหมดก็ได้มาพูดคุยกัน เพื่อให้รู้จักกันมากขึ้น นอกเหนือจากเรื่องการทำงาน ซึ่งตนก็เป็นหัวหน้าพรรคที่ไม่ได้เข้าสภาฉะนั้นจึงเป็นเรื่องดีมากที่ได้เจอทุกท่าน และก็พร้อมรับฟังประสบการณ์จากทุกคนที่ได้เคยผ่านมา ว่าเป็นอย่างไรบ้างซึ่งถือว่าได้ความรู้ 

เมื่อถามว่าในฐานะที่เป็นหัวหน้าพรรคการเมือง ได้มีการรับฟังหรือแนะแนวการทำงานของรัฐบาลอย่างไรบ้าง นางสาวแพทองธาร ตอบว่า ไม่ได้มีการแนะนำอะไร มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเล็ก พร้อมย้ำว่าไม่ได้มีประเด็นเรื่องการเมืองหรือหัวข้ออะไรสำคัญ เหมือนเป็นการทำความเข้าใจในเรื่องการทำงานซึ่งกันและกันเท่านั้น 

เมื่อถามว่ามองการทำงาน 2 เดือนของรัฐบาลอย่างไร น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า เป็นผลที่เห็นได้ชัดเจน โดยเฉพาะการ เพิ่มรายได้ ลดรายจ่ายของประชาชน นอกจากนี้ยังมีการเริ่มต้นผลักดันหลายๆโครงการแล้ว ซึ่งหลายโครงการก็ต้องใช้ระยะเวลา แต่ก็เห็นได้ว่ารัฐบาลทำงานกันอย่างเข้มข้น

เมื่อถามว่าโครงการหนึ่งครอบครัวหนึ่งซอฟต์พาวต์เวอร์ต้องใช้งบประมาณเท่าไหร่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการเคาะงบประมาณในเรื่องนี้ออกมา เพราะการดำเนินงานต้องมีแผนงานต่างๆ ซึ่งขณะนี้ก็กำลัง ดำเนินการเรื่องกฎหมายและแผนงานต่างๆ โดยภาคเอกชนก็เข้ามาช่วยเป็นจำนวนมาก และเมื่อมาทำงานร่วมกับภาครัฐก็จะเกิดประโยชน์อย่างมากให้กับประชาชน 

3 ราย รวยเกินร้อยล้าน ‘ป.ป.ช.’ เปิด’บัญชีทรัพย์สิน’ รัฐมนตรี รัฐบาลลุงตู่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/563045

10 พ.ย. 2566

3 ราย รวยเกินร้อยล้าน 'ป.ป.ช.' เปิด'บัญชีทรัพย์สิน' รัฐมนตรี รัฐบาลลุงตู่

‘ป.ป.ช.’ เปิด ‘บัญชีทรัพย์สิน’ฯ หลังพ้นตำแหน่ง สุพัฒนพงศ์ วิษณุ ศักดิ์สยาม รวยเกินร้อยล้านบาท ไมมีข้อมูลการถือครองหุ้น

สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กรณีพ้นจากตำแหน่งทางการเมือง 3 ราย รวยระดับ ร้อยล้าน ประกอบด้วย

นายวิษณุ เครืองาม กรณีพ้นจากตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี มีบัญชีทรัพย์สินรวมของคู่สมรส 118,935,550 บาท ไม่มีหนี้สิน
โดยมีบัญชีเงินฝาก 26 บัญชีรวมมูลค่า เกือบ 32 ล้านบาท และมีรายการเงินลงทุนประมาณ 30 ล้านบาท มีที่ดิน 98 แปลงมูลค่า 45 ล้านบาท มีบ้าน 5 หลังมูลค่า 10 ล้านบาท

มีรายการสิทธิ์และสัมปทานมูลค่า 260,000 บาท ซึ่งเป็นสิทธิ์งานเขียนหนังสือให้มามูลค่า 80,000 บาทและค่าให้เช่าที่ดิน ขอคู่สมรสจำนวน 180,000 บาท ทั้งนี้ คู่สมรส ยังได้รับมรดกจากมารดาปี 2562 มูลค่า 600,000 บาทประกอบไปด้วย สร้อยคอทองคำ-กระเป๋าถมทองกำไรทอง-แหวนทองฝังเพชร

นายสุพัฒนพงษ์  พันธ์มีเชาว์ กรณีพ้นจากตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ของตนเองและคู่สมรส  โดยมีทรัพย์สินรวมทั้งสิ้น 153,062,738 บาท มีหนี้สิน 188,794 บาท โดยมีเงินฝาก 28 บัญชีมูลค่า 82,985,857 บาท และมีรายการเงินลงทุนมูลค่ากว่า 39 ล้านบาท

มีสิทธิ์และสัมปทาน 7 รายการ มูลค่า 2,312,303 บาท โดยมีทรัพย์สินอื่น มูลค่า 14,044,000 บาทประกอบไปด้วย อัญมณีเครื่องประดับ 10 รายการ มูลค่า 4,960,000 บาท , นาฬิกา8 เรือน มูลค่า 6,050,000 บาท , งานศิลป พระเครื่อง พระบูชา วัตถุมงคล 22ชิ้น มูลค่า 2,880,000 และมีทองคำสองรายการมูลค่า 154,000 บาท

นอกจากนี้ ยังมีบ้าน 2 หลังมูลค่า 1,300,000 บาทที่จังหวัดนนทบุรี มีรายการที่ดิน4 แปลงมูลค่า 7 ล้านบาท ซึ่งประกอบไปด้วยที่ดินอำเภอลำลูกกาจังหวัดปทุมธานี 2 แปลงและ ที่ดินในอำเภอบางกอกน้อย กรุงเทพ 2 แปลง และยังมีรถยนต์ 3 คัน ซึ่งมีรถยนต์ยี่ห้อ BMW รุ่น X3 มูลค่า 890,000 บาท ,ยี่ห้อ Alphard Hybrid มูลค่า 2,400,000 บาท และยี่ห้อ Honda stepwagon มูลค่า 1,900,000 บาท

ส่วนนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กรณีพ้นจากตำแหน่ง โดยมีทรัพย์สินทั้งสิ้น 111,110,565 บาทโดยไม่มีหนี้สิน มีรายการเงินฝาก 2 บัญชีรวม 68,762,865 บาท ไม่ปรากฏข้อมูลการซื้อหุ้น-ถือหุ้นใด โดยมีที่ดิน 19 แปลง ที่ตำบลสะแก อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ มูลค่า 34,248,450 บาท และยังมีรถยนต์ 2 คันมูลค่า 2,100,000 บาท

โดยยังมีทรัพย์สินอื่นอีกมูลค่า 4,399,250 บาทประกอบไปด้วย พระเครื่องเลี่ยมทอง 1 องค์  มูลค่า 1,500,000 บาท งาช้าง 1 คู่ ได้มาเมื่อ 19 มีนาคม 2558 มูลค่า 1,400,000 บาท และยังมีสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 5 บาท 1 เส้น มูลค่า 159,750 บาท มีพระเครื่องเลี่ยมทองอีก 1 องค์ สร้อยคอทองคำหนัก 10 บาท 1 เส้น มูลค่า 319,500 บาท

นอกจากนี้ ยังมีปืนลูกโม่ขนาด .38 ยี่ห้อมสมิธ 1 กระบอก , มีปืนสั้นกึ่งอัตโนมัติขนาด 9 มม. นี่ห้อซิกซาวเออร์ 1 กระบอกมูลค่า 50,000 บาทและปืน 9 มม.ยี่ห้อ กล็อก 1 กระบอก มูลค่า 50,000 บาท  นาฬิกาโรเล็กซ์หนึ่งเรือนมูลค่า 200,000 บาท และแหวนเพชรหนึ่งวงมูลค่า 500,000 บาท

อ้วน ‘ภูมิธรรม’ การันตี ‘โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี’ ทำงานดีแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/563035

10 พ.ย. 2566

อ้วน 'ภูมิธรรม' การันตี 'โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี' ทำงานดีแล้ว

ถือหาง ‘โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี’ ทำงานตรงตามหน้าที่ ‘ ภูมิธรรม’ บอกฝ่ายค้าน ครบ 100 วัน จะเห็นผลงานรัฐบาลอย่างเป็นรูปธรรม

ภูมิธรรม เวชชยชัย รองนายกรัฐมนตรี  กล่าวถึงการโจมตีโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่ไม่มีประสิทธิภาพของ ของวรชัย เหมะ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทยว่า เป็นเรื่องนานาจิตตัง หากใครที่เป็นหน่วยรุก รบ ให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมืองมากหน่อย ก็มองว่าอาจไม่ทันใจ 

เชื่อว่าทางโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คงรับฟังเรื่องนี้แล้ว และปรับปรุงให้มีคุณภาพมากขึ้น ที่ผ่านมามองว่า โฆษกฯทำงานได้ดี มีความชัดเจน มีรายละเอียด และตรงกับหน้าที่ของตนเอง

การเป็นโฆษกฯ ไม่ได้หมายความว่า จะต้องแถลงอย่างมีความได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมือง ซึ่งรัฐบาลพยายามทำงานอย่างตรงไปตรงมา และเข้าใจตามบุคลิกของนายกรัฐมนตรี นายเศรษฐา ทวีสิน ที่มีความตรงไปตรงมา บางครั้งอาจจะไม่ลื่นหูใครบ้าง แต่ตนคิดว่าข้อสำคัญที่เป็นปัญหาอยู่ ณ ตอนนี้ คือการนำข้อเท็จจริงมาพูดให้หมด พร้อมรับฟังทัศนะคติ หรือความเห็น

ส่วนการวิพากษ์วิจารณ์ ผลงานรัฐบาล 60 วัน  ไม่มีอะไรใหม่ชองฝ่ายค้าน ถือเป็นธรรมดา และต้องพยายามบอกฝ่ายค้านว่า เราทำงานสร้างสรรค์อย่าคิดว่าเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ซึ่งอะไรที่รัฐบาลทำและจะเป็นผลดีกับอนาคตก็อย่าซีเรียส อย่ามองทุกอย่างเป็นการเมืองหมด แต่สามารถออกความเห็นได้ เพราะจะได้เป็นกระจกสะท้อนรัฐบาล

ฝ่าวค้านต้องอดทนรอการดำเนินงานของรัฐบาล เมื่อครบ 100 วัน จะแถลงได้อย่างเป็นรูปธรรม ผลงานรัฐบาลที่เกิดขึ้นแล้วมีอะไรบ้าง และเรื่องไหนที่ดำเนินการแล้วจะเดินหน้าอย่างไรก็จะแถลงในวันนั้น ดังนั้นขอให้ใจเย็นนิดหนึ่งก็จะเห็นภาพชัดเจนขึ้นที่สุด