ร้อง ‘กกต.’ สอบรัฐมนตรีเพื่อไทย ‘ถือหุ้น’ เกินกฎหมายกำหนด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562785

06 พ.ย. 2566

ร้อง 'กกต.' สอบรัฐมนตรีเพื่อไทย 'ถือหุ้น' เกินกฎหมายกำหนด

เรืรองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตคนคุ้นเคย ร้อง ‘กกต.’ รัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย มาแนวเดียวกับ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ ‘ถือหุ้น’ เกินกฎหมาย

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เยื่นหนังสือให้ กกต. ตรวจสอบรัฐมนตรี 2 คนของพรรคเพื่อไทย คือ นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ และนายสุทิน คลังงแสง รมว.กลาโหม เนื่องจากตรวจสอบพบความผิดปกติในการยื่นบัญชีทรัพย์สิน และหนี้สิน

โดยพบว่า อาจมีการครอบครองหุ้นในห้างหุ้นส่วนจำกัด เกิน 5 % ตามที่กฎหมายกำหนด เข้าข่ายลักษณะต้องห้ามเป็นผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (5) ประกอบมาตรา 187 หรือไม่ เนื่องจากรัฐธรรมนูญมาตราดังกล่าว กำหนดครอบคลุมไปถึงคู่สมรสด้วย 

เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ

ในส่วนของนายไชยา นั้นตรวจสอบข้อเท็จจริง จากเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีรับตำแหน่งรมช.เกษตรฯ เมื่อวันที่ 1 ก.ย. 2566 ซึ่งแจ้งข้อมูลที่ค่อนข้างแปลก เพราะในวันที่ 16 ก.ย. 2566

ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าปรากฎชื่อนางอัญชลี พรหมา คู่สมรส เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ศรีบุญเรืองวัฒนา ได้รับชำระเงินลงหุ้น เป็นเงิน 400,000 บาท ต่อมาได้เปลี่ยนเป็นชื่อของน.ส.อธิษฐาน พรหมา ซึ่งเป็นลูกสาว เพื่อชำระเป็นเงินลงหุ้น

โดยแจ้งว่าเป็นการเพิ่มทุนของห้างหุ้นส่วนจำกัด ศรีบุญเรืองวัฒนา สรุปเป็นการชำระเป็นเงินสดลงหุ้น 400,000 บาท ไว้ โดยไปเอามูลค่าของห้างหุ้นส่วนจำกัดรวมกำไรสะสม ซึ่งควรจะเป็นของห้าง ไม่ใช่เป็นของตัวเองมายื่น จึงมีเหตุอันควรตรวจสอบว่า

ในช่วงระหว่างวันที่ 1 – 16 ก.ย. ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีเข้าข่ายความผิดมาตรา 187 ว่า รัฐมนตรีต้องไม่คงไว้ซึ่งหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือความเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท จำกัด เกิน 5% พ.ร.บ.การจัดการหุ้นส่วน และหุ้นของรัฐมนตรี 2543 คล้ายกับกรณีของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ

ส่วนการยื่นบัญชีทรัพย์สินของนายสุทิน ก็พบว่ามีการยื่นบัญชีที่แปลกเช่นกัน โดยครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 ก.ค. ซึ่งเป็นวันที่เข้ารับตำแหน่ง ยื่นว่าคู่สมรสมีเงินลงทุนในห้างหุ้นส่วนจำกัดคลังแสงอีสาน 1.5 ล้านบาท แล้วพบว่ามีเศษสตางค์ด้วย แต่เมื่อย้อนไปดูเมื่อเดือน 20 มี.ค. 2566 ก็พบว่า ลงไว้ 1 ล้านบาท แล้ว 5 แสนบาทนี้เพิ่มมาจากที่ไหน

ซึ่งจากการตรวจสอบงบกำไร ขาดทุนปี 2565 พบว่า 1.5 ล้านบาท เป็นยอดรวมของหุ้นส่วนกับหนี้สินถือว่าผิด แต่ป.ป.ช.ตรวจสอบกลับไปเอะใจอะไร อย่างไรก็ตาม เมื่อดูที่ข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่า ภรรยานายสุทินถือว่าเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ  ยังถือหุ้นอยู่ ต่างจากของนายไชยาที่เปลี่ยนไปเป็นชื่อของลูกสาวแล้ว

แต่ของนายสุทินยังเป็นชื่อของภรรยา อยู่และถือในระยะเวลาเกิน 2 เดือน ถือว่าเกิน 30 วันตามกฎหมาย ดังนั้นเป็นเหตุให้มีการตรวจสอบโดยเร็วว่า ณ วันที่ 3 พ.ย. 2566 นายสุทิน ในฐานะรมว.กลาโหม ยังคงไว้ซึ่งความเป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนจำกัด คลังแสงอีสาน 1 ล้านบาท ในนามคู่สมรส เกิน 5% หรือไม่

ซึ่งหากพบว่า ยังมีการคงไว้ จะเป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีของนายสุทิน สิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (5) ประกอบมาตรา 187 หรือไม่ 

‘ก้าวไกล’ ถูกร้อง ‘ป.ป.ช.’ ทำผิดจริยธรรมอีก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562780

06 พ.ย. 2566

'ก้าวไกล' ถูกร้อง 'ป.ป.ช.' ทำผิดจริยธรรมอีก

ชัยธวัช – รักชนก ตัวตึง ‘ก้าวไกล’ ถูกสนธิญา สวัสดี อดีตที่ปรึกษากรรมาธิการกฎหมายฯร้อง ‘ป.ป.ช.’ ผิดจริยธรรม เผยแพร่คำอภิปรายในโซเชี่ยล

นายสนธิญา สวัสดี อดีตที่ปรึกษากรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ยื่นหนังสือให้ ป.ป.ช. สอบจริยธรรม นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล และน.ส.รักชนก ศรีนอก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคก้าวไกล นำกรอภิปรายในสภา ไปโพสต์ลงสื่อสังคมออนไลน์

สนธิญา สวัสดี อดีตที่ปรึกษา กมธ.กฎหมายฯ สภาผู้แทนราษฎร สนธิญา สวัสดี อดีตที่ปรึกษา กมธ.กฎหมายฯ สภาผู้แทนราษฎร

สนธิญา ระบุว่า สส.ก้าวไกลทั้งสองคนได้กระทำการที่ผิดต่อจริยธรรมจำนวน 2 ฉบับ จากคำพูดที่ว่า ประยุทธ์คิด เศรษฐาทำ ไอ้โม่งสั่ง ข้อความดังกล่าว เป็นการเจตนากระทำการที่ผิดต่อพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์หรือไม่ การร้องป.ป.ช.วันนี้เป็นเรื่องของจริยธรรมของ สส.

การกล่าวหาพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรีทำให้ประเทศไทยวิบัติในรอบ 9 ปีที่ผ่านมา ส่วนมากไม่เป็นความจริง ฉะนั้นจึงนำเรื่องดังกล่าวยื่นให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบข้อมูล เพื่อพิจารณาโทษ โดยก่อนหน้านี้ได้ไปแจ้งความตำรวจ ปอท.มาแล้ว เมื่อวันที่ 2 พ.ย. ที่ผ่านมา

ราชทัณฑ์ ‘พักโทษ’ เทพไท เสนพงศ์ ใส่ ‘กำไลEM’ 8 เดือน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562775

06 พ.ย. 2566

ราชทัณฑ์ 'พักโทษ' เทพไท เสนพงศ์  ใส่ 'กำไลEM' 8 เดือน

พี่น้องตระกูลเสนพงศ์ นครศรีธรรมราช ‘เทพไท เสนพงศ์’ และมาโนช ได้รับการ ‘พักโทษ’ทุจริตเลือกตั้ง แต่ต้องใส่ ‘กำไลEM’ ต่อ อีก 8เดือน

วัชระ เพชรทอง อดีตสส.พรรคประชาธิปัติย์ โพส ภาพถ่ายคู่กับ อดีตสส.เทพไท  เสนพงศ์และนายมาโนช เสนพงศ์ โดยระบุว่าทั้งคู่เดินทางออกจากเรือนจำนครศรีธรรมราช เวลา 1030 น.มาถึงสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดนครศรีธรรมราชเพื่อใส่กำไลEMก่อนจะได้รับการปล่อยตัว

นายเทพไทและนายมาโนช เสนพงศ์ อดีตนายก อบจ.นครศรีธรรมราช ถูกจำคุกในเรือนจำกลางนครศรีธรรมราชในคดีทุจริตการเลือกตั้งมาเป็นเวลา 16 เดือนแล้ว และเข้าเกณฑ์ได้รับการพักโทษ หลังถูกจำคุกมาแล้ว 2 ใน 3
เรือนจำกลางนครศรีธรรมราชจะปล่อยตัวทั้งสองคนโดยมีเงื่อนไขใส่กำไล EM ที่ข้อเท้าเป็นเวลา 8 เดือน

จากนั้น ทั้งนายเทพไทและนายมาโนชจะวิ่งแก้บนจากเรือนจำกลับมายังบ้านพักระยะทาง 10 กม. โดยมีญาติพี่น้องและเพื่อนพ้องรอรับที่บ้านพัก จำนวนมาก

มาตามสัญญา ‘ศรีสุวรรณ’ ร้อง ‘ป.ป.ช.’ สอบมาตรฐานจริยธรรม สส.’ก้าวไกล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562774

06 พ.ย. 2566

มาตามสัญญา 'ศรีสุวรรณ' ร้อง 'ป.ป.ช.' สอบมาตรฐานจริยธรรม สส.'ก้าวไกล'

‘ศรีสุวรรณ’ ใช้ มติที่ประชุมของพรรค ‘ก้าวไกล’ เป็นหลักฐานสำคัญ ร้องให้ ‘ป.ป.ช.’ เอาผิด 2 สส.ที่ถูกกล่าวหาคุกคามทางเพศ

ศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดินยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยลงโทษ 2 สส.ของพรรคก้าวไกล กรณีที่พรรคก้าวไกลได้ประชุม สส.ร่วมกับกรรมการบริหารพรรค ซึ่งได้มีมติลงโทษ สส.ของพรรคที่ถูกกล่าวหาว่าคุกคามทางเพศ 2 คน คือ สส. ปราจีนบุรี และ สส.กทม. ฝั่งธนบุรีนั้น เข้าข่ายฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่

ศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติรักแผ่นดินศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติรักแผ่นดิน

คณะกรรมการบริหารและ สส.ของพรรคก้าวไกลได้ประชุมร่วมกันเมื่อวันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมาและมีข้อสรุปว่า สส.ทั้ง 2 คนที่ถูกร้องเรียนมีพฤติกรรมคุกคามทางเพศจริง ขัดต่อวินัยพรรคขั้นร้ายแรง จึงมีมติขับ สส.ปราจีนบุรี ออกจากสมาชิกพรรค ส่วน สส.ฝั่งธนบุรีให้ตัดสิทธิ์พึงมีทั้งหมด และคาดโทษไปตลอดสมัยประชุมนี้

หากมีพฤติกรรมใดๆ เข้าข่ายคุกคามจะต้องให้พ้นจากสมาชิกพรรค เพื่อให้มีการยอมรับผิดและขอโทษจากการกระทำ หาก สส.รายดังกล่าวยืนยันว่าไม่ได้กระทำผิด ไม่ยินดีขอโทษหรือชดใช้เยียวยาความผิด ที่ประชุมร่วมฯ จะมีมติกันใหม่ เพื่อมีมติขับออกจากสมาชิกพรรค

มติของพรรคก้าวไกลทั้ง 2 กรณีเป็นหลักฐานยืนยันว่า 2 สส.ที่ถูกกล่าวหามีพฤติกรรมคุกคามทางเพศจริง อันถือเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมฯอย่างร้ายแรง ตามที่รัฐธรรมนูญ 2560 ม.219 กำหนดให้มีมาตรฐานจริยธรรมฯไว้คอยกำกับ ควบคุม ดูแล และลงโทษเหล่านักการเมืองไว้ โดยเฉพาะในข้อ 20 ที่ระบุว่า

สส.ต้องไม่กระทําการอันมีลักษณะเป็นการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศ จนเป็นเหตุทําให้ผู้ถูกกระทําได้รับความเดือดร้อนเสียหายหรือกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ โดยผู้ถูกกระทําอยู่ในภาวะจําต้องยอมรับในการกระทํานั้น

องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน จึงนำความพร้อมพยานหลักฐานมาร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้ดำเนินการไต่สวนและมีความเห็นว่าการกระทำของ สส.ทั้ง 2 คนของพรรคก้าวไกล ถือได้ว่าเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมฯอย่างร้ายแรงหรือไม่ หากวินิจฉัยว่าฝ่าฝืนจักได้ส่งให้อัยการยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาเพื่อพิพากษาเพิกถอนตำแหน่ง สส.และตัดสิทธิ์ทางการเมืองตามครรลองของกฎหมาย เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างของสังคมต่อไป

ส่วน สส.บางคนถูกขับออกจากสมาชิกพรรคฯด้วยเหตุเยี่ยงนี้ หากพรรคการเมืองใดรับเข้าเป็นสมาชิก อาจถูกร้องเรียนให้ยุบพรรคได้ เพราะอาจขัดต่อข้อบังคับพรรคและขัดต่อ พรป.พรรคการเมือง 2560

ในเวลาไล่เลี่ยกัน นาย สนธิญา สวัสดี   อดีตที่ปรึกษากรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ได้เข้ายื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้ตรวจสอบนโยบาย ที่เผยแพร่ของพรรคก้าวไกลขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ด้วย 

‘เต้ 007’ อ้าแขนรับ ‘สส.แจ้’ ร่วม ‘ไทยศรีวิไลย์’ 3 ปีพิสูจน์ตัวเอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562742

05 พ.ย. 2566

‘เต้ 007’ อ้าแขนรับ ‘สส.แจ้’ ร่วม ‘ไทยศรีวิไลย์’ 3 ปีพิสูจน์ตัวเอง

‘เต้ 007’ พร้อมอ้าแขนรับ ‘สส.แจ้’ สส.ก้าวไกลเข้าร่วม ‘ไทยศรีวิไลย์’ เผยเป็นคนสองแคว จ.พิษณุโลกเหมือนกัน ชี้โทษเบากว่า สส.ปูอัด เยอะ ควรให้โอกาสพิสูจน์ตัวเองในสภา

นายมงคลกิตต์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ เปิดเผย ถึงการพูดคุยกับนายวุฒิพงศ์ ทองเหลา สส.ปราจีนบุรี อดีตสมาชิกพรรคก้าวไกล หรือ สส.แจ้ ถูกพรรคก้าวไกลมีมติขับออกจากพรรคว่า ในฐานะคนบ้านเดียวกันเกิดจังหวัดพิษณุโลก เคยเรียนโรงเรียนเดียวกัน และยังจบปริญญาตรีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ(มจพ.) เช่นกัน 

และ สส.แจ้ได้ชี้แจงข้อกล่าวหาคุกคามทางเพศให้ตนได้ทราบว่า เป็นอย่างไร ซึ่งไม่ถึงขั้นเป็นการคุกคามทางเพศ และเท่าที่ดูก็เป็นโทษที่เบากว่านายไชยยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สส.กรุงเทพฯ พรรคก้าวไกล

และเห็นว่า นายวุฒิพงษ์ ควรมีโอกาสพิสูจน์ตัวเองอีก 3 ปี ในช่วงที่เป็น สส.อยู่ในสภา และหากพ้นสมาชิกภาพไปก็จะต้องเสียเงินค่าเลือกตั้งใหม่ จึงได้พูดคุยกับผู้ใหญ่ในพรรค และ เห็นตรงกันว่า พร้อมจะยอมรับนายวุฒิพงษ์ เข้ามาเป็น สส.พรรคไทยศรีวิไลย์ เพราะดูแล้ว เรื่องราวที่เกิดขึ้นไม่ได้รุนแรงถึงขั้นทุจริตคอรัปชัน หรือกระทำความผิดอาญา

สส.แจ้ สส.แจ้

นายมงคลกิตต์ ระบุด้วยว่า กรณีของสมาชิกพรรคก้าวไกลน่าจะมีอีกหลายคน ซึ่งมีคนมาร้องเรียนที่ตนหลายเคส เป็นผู้สมัครจากพื้นที่อีสาน โดนข้อหาข่มขืนซึ่งศาลชั้นต้นพิพากษาแล้วหลุดคดี ตอนนี้อยู่ระหว่างการอุทธรณ์ ดังนั้น จึงเห็นว่า กรณีของ สส.แจ้ เบากว่าเยอะ และไม่กังวลว่า การที่รับเข้าพรรคฯ จะกระทบต่อภาพลักษณ์ของพรรค จึงควรให้โอกาส แต่ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ สส.แจ้ ด้วย

เต้ 007เต้ 007

‘วุฒิพงศ์’ ขู่แฉกลับ ‘ผู้ช่วยสส.ก้าวไกล’ เอี่ยวรับใต้โต๊ะ โรงงานกำจัดขยะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562737

05 พ.ย. 2566

‘วุฒิพงศ์’ ขู่แฉกลับ 'ผู้ช่วยสส.ก้าวไกล' เอี่ยวรับใต้โต๊ะ โรงงานกำจัดขยะ

‘วุฒิพงศ์’ โวยถูกไล่ตีไม่เลิก แม้ถูกขับพ้นพรรคก้าวไกลแล้ว ชี้หากพรรคยังปล่อยปะ ขู่งัดหลักฐานฉะ ผู้ช่วย สส.กรรมการบริหารก้าวไกล พัวพันเอื้อรับผลประโยชน์ โรงงานกำจัดขยะ ลั่นต้องการสร้างการเมืองไร้ทุจริต

เมื่อวันที่ 5 พ.ย.2566 นายวุฒิพงศ์ หรือแจ้ ทองเหลา สส.ปราจีนบุรี พรรคก้าวไกล ซึ่งโดนขับพ้นพรรคก้าวไกล จากกรณีแชตคุกคามทางเพศทีมงาน โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุ ว่า “ผมหยุดให้ข่าวไปหลังจากแถลงไปวันเเรก แต่ ผช.สส.ของกรรมการบริหารพรรคบางท่าน ยังคงไล่ตีผมไม่หยุด หรือต้องให้ผมพูดทั้งหมด ตามข้อมูลหลักฐานที่ผมเคยให้พรรคไป ผู้ช่วย สส.ของปราจีนบุรี จากโควต้าของพรรค คนนี้ เกี่ยวพันกับการเอื้อรับผลประโยชน์จากโรงงานกำจัดขยะหลายล้านบาท

ส่วนเรื่องจะทุจริตหรือไม่ทุจริตก็ไปว่ากันในพรรค ซึ่งผมเดินออกมาแล้ว คงไม่ขอก้าวล่วงกระบวนการ แต่หากพรรคยังปล่อยปะ ให้ผู้ช่วยของกรรมการบริหารพรรค ปล่อยข่าวมูลต่างๆ และสร้างความเสียหายกับผมเช่นนี้ ผมอาจจำเป็นต้องชี้แจงจากหลักฐานทั้งหมด ผมต้องการทำ และสร้างการเมืองที่ไม่ทุจริต

‘วุฒิพงศ์’ ขู่แฉกลับ 'ผู้ช่วยสส.ก้าวไกล' เอี่ยวรับใต้โต๊ะ โรงงานกำจัดขยะ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวุฒิพงศ์ หรือแจ้ ทองเหลา สส.ปราจีนบุรี พรรคก้าวไกล หลังพรรคก้าวไกลมีมติขับออกจากพรรค จะต้องหาพรรคการเมืองใหม่ สังกัดภายใน 30 วัน 

ด่วน ‘ก้าวไกล’ นัดประชุมขับออก ‘ปูอัด’ 6 พ.ย. ซัดไม่ยอมรับผิด-ขอโทษเหยื่อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562735

05 พ.ย. 2566

ด่วน ‘ก้าวไกล’ นัดประชุมขับออก ‘ปูอัด’ 6 พ.ย. ซัดไม่ยอมรับผิด-ขอโทษเหยื่อ

กรรมการบริหารพรรคก้าวไกลพิจารณา ‘ปูอัด ไชยามพวาน’ ไม่ยอมรับผิด-ไม่ขอโทษผู้เสียหายอย่างจริงใจ ถือเป็นการฝ่าฝืนมติพรรค นัดประชุมขับออกจากพรรค 6 พ.ย.นี้

เมื่อวันที่ 5 พ.ย. 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาสัมพันธ์พรรคก้าวไกล ได้แจ้งผ่านกลุ่มไลน์ผู้สื่อข่าวพรรคก้าวไกล ระบุว่าจากการที่คณะกรรมการบริหารพรรคก้าวไกลมีมติว่า ไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สส.กรุงเทพฯ กระทำการฝ่าฝืนวินัยสมาชิกพรรคอย่างร้ายแรง กรณีแสดงออกในทางตรงข้ามกับอุดมการณ์อันเป็นค่านิยมที่สําคัญของพรรค และกระทําการล่วงเกิน คุกคาม หรือก่อความเดือดร้อนรําคาญทางเพศต่อบุคคลอื่น

โดยในที่ประชุมร่วมกันระหว่าง สส.และคณะกรรมการบริหารพรรคเมื่อวันพุธที่ 1 พ.ย. 2566 ได้มีมติให้ลงโทษด้วยการตัดสิทธิที่พึงมีในฐานะสมาชิกพรรค และกำหนดเงื่อนไขให้ดำเนินการ ซึ่งหนึ่งในเงื่อนไขกำหนดว่า ต้องแถลงยอมรับผิดและขอโทษในทางสาธารณะต่อสังคมกับผู้เสียหายทั้งสามรายอย่างจริงใจต่อการกระทําผิดทางวินัยดังกล่าว โดยต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในวันเสาร์ที่ 4 พ.ย.2566 และให้ยุติการก่อความเสียหายต่อผู้เสียหายทั้งสามรายโดยทางตรงและทางอ้อมโดยพลันนับแต่ได้รับแจ้งคำสั่ง

ในวันนี้(5 พ.ย.) เวลา 13:00 น. คณะกรรมการบริหารพรรคก้าวไกลได้นัดประชุมและลงความเห็นว่า การแถลงข่าวของไชยามพวานเมื่อวันศุกร์ที่ 3 พ.ย. ไม่ได้แสดงให้เห็นถึงการสำนึกหรือยอมรับว่าพฤติการณ์ของตนเข้าข่ายเป็นการคุกคามทางเพศ 

อีกทั้งยังไม่ได้ขอโทษต่อผู้เสียหายอย่างจริงใจ ตลอดจนยังได้กระทำการก่อความเสียหายต่อผู้เสียหายโดยการเปิดเผยข้อมูลของผู้เสียหายด้วย คณะกรรมการบริหารพรรคจึงมีมติว่า ให้ส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการวินัยและจรรยาบรรณเพื่อดำเนินกระบวนการวินัยสมาชิกพรรคต่อไปตามข้อบังคับพรรค 

โดยมีบทลงโทษขั้นสูงสุดคือการพิจารณาขับพ้นจากการเป็นสมาชิกพรรคในที่ประชุมร่วมกันระหว่าง สส.และคณะกรรมการบริหารพรรค ซึ่งจะเกิดขึ้นได้เร็วสุดในวันจันทร์ที่ 6 พ.ย.นี้

‘พักโทษ’ 2 พี่น้อง ‘เทพไท-มาโนช’ คดีทุจริตเลือกตั้ง ติดกำไล EM 8 เดือน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562733

05 พ.ย. 2566

'พักโทษ' 2 พี่น้อง 'เทพไท-มาโนช' คดีทุจริตเลือกตั้ง ติดกำไล EM 8 เดือน

2 พี่น้อง ‘เทพไท-มาโนช เสนพงศ์’ ได้รับการพักโทษ คดีทุจริตเลือกตั้ง นายก อบจ.นครศรีธรรมราช ปี 2557 ปล่อยตัวพรุ่งนี้ มีเงื่อนไขติดกำไล EM 8 เดือนแทน ทั้งคู่เตรียมวิ่งจากเรือนจำกลับบ้านแก้บน

คืบหน้าหลังจากเมื่อวันที่ 6 ก.ค. 2565 ศาลฎีกาได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีหมายเลขดำที่ 174/2562 หมายเลขแดงที่ 485/2563 มี นายพิชัย บุณยเกียรติ อดีตนายก อบจ.นครศรีธรรมราช น้องชายนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ สส.นครศรีธรรมราช เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายมาโนช เสนพงศ์ อดีตนายก อบจ.นครศรีธรรมราช จำเลยที่ 1 และนายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พี่ชายนายมาโนช จำเลยที่ 2 คดีกระทำผิด พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ทุจริตเลือกตั้งนายก อบจ.นครศรีธรรมราช เมื่อปี 2557 ซึ่งศาลฎีกาได้พิพากษาจำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นเวลา 2 ปี และตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 10 ปี ก่อนถูกคุมตัวไปจำคุกที่เรือนจำกลางนครศรีธรรมราช

ล่าสุด เมื่อวันที่ 5 พ.ย.66 นายครรชิต เสนพงศ์ น้องชายของนายเทพไท ระบุว่า หลังจาก นายเทพไท เสนพงศ์ และนายมาโนช เสนพงศ์ ได้ถูกจำคุกในเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช มาเป็นเวลา 16 เดือนแล้ว และเข้าเกณฑ์ได้รับการ พักโทษ หลังถูกจำคุกมาแล้ว 2 ใน 3 ตนและญาติๆ ได้รับแจ้งจากกรมราชทัณฑ์ว่า ในวันพรุ่งนี้ (6 พ.ย.) เวลา 09.00 น. ทางเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช จะมีการปล่อยตัว นายเทพไท และนายมาโนช เสนพงศ์ พร้อมกันทั้ง 2 คน โดยมีเงื่อนไขต้องใส่กำไล EM ที่ข้อเท้าเป็นเวลา 8 เดือน ซึ่งข่าวดังกล่าวสร้างความดีใจให้ญาติๆ คนในครอบครัวในตระกูลเสนพงศ์ รวมทั้งพรรคพวกเพื่อนฝูงต่างดีใจ

นายครรชิต ระบุว่า ในพรุ่งนี้(6พ.ย.2566) ทางญาติๆและกองเชียร์และชาวบ้านจำนวนมากจะเดินทางไปรับนายมาโนชและนายเทพไท เสนพงศ์ ออกจากเรือนจำกลางนครศรีธรรมราชด้วยความคึกคักแน่นอน เพราะนายเทพไท มีคนที่รักใคร่จำนวนมาก และทราบจากนายเทพไท ว่าหลังจากเสร็จขั้นตอนใส่กำไล EM แล้ว และออกจากเรือนจำแล้วทราบว่านายเทพไทและนายมาโนช เสนพงศ์ พี่ชายของตนเองจะวิ่งออกจากเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช มุ่งหน้าสู่บ้านพักที่สี่แยกหัวถนนศาลามีชัยระยะทาง 10 กิโลเมตร(กม.)เพื่อเป็นการแก้บนอีกด้วย

วันชัย จี้เพื่อไทย รีบชง ‘พ.ร.บ.นิรโทษกรรม’ ประกบก้าวไกลเปิดประชุมสมัยหน้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562728

05 พ.ย. 2566

วันชัย จี้เพื่อไทย รีบชง ‘พ.ร.บ.นิรโทษกรรม’ ประกบก้าวไกลเปิดประชุมสมัยหน้า

วันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา มอง สส.ก้าวไกล คุกคามทางเพศเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ควรได้รับการอภัย ชี้ต่างจากคดีการเมือง จี้รัฐบาลเพื่อไทยรีบชง ‘พ.ร.บ.นิรโทษกรรม’ ประกบ ก้าวไกล เปิดประชุมสภาสมัยหน้า

นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. แสดงความคิดเห็นถึงเรื่องความผิดของ สส.พรรคก้าวไกล เรื่องการละเมิดทางเพศ กับเรื่องการชุมนุมทางการเมือง ใครควรได้รับการนิรโทษว่า การข่มขู่คุกคามทางเพศของ สส.พรรคก้าวไกล เป็นการกระทำที่ทั้งพรรคและสังคมประนาม 

ทั้งเป็นการกระทำที่เป็นเรื่องส่วนตัวของ สส.ไม่ใช่เป็นเรื่องของประเทศชาติ และประชาชน หรือเรื่องทางการเมืองแต่อย่างใด จะถูกขับไล่ หรือจะถูกสังคมประนาม หรือถูกดำเนินคดีอาญาก็เป็นเรื่องของ สส.คนนั้น ไม่ควรที่จะได้รับการอภัย หรือนิรโทษกรรมแต่อย่างใด เพราะหากผิด ก็ต้องผิด และต้องว่ากันให้สุด ๆ


แต่การเคลื่อนไหวและการชุมนุมทางการเมืองของคนเสื้อเหลือง เสื้อแดง นปช. กปปส. ตลอดจนกลุ่มการเมืองต่าง ๆ นายวันชัย มองว่า เป็นการกระทำ และเป็นการต่อสู้ทางการเมืองเพื่อประเทศชาติ และประชาชน ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของใครคนใดคนหนึ่ง ไม่ได้มีจิตคิดชั่ว แม้จะผิดกฎหมายอาญา กฎหมายแพ่งไปบ้าง แต่ก็เป็นเรื่องการเมือง ไม่ควรจะเอาเป็นเอาตาย 

เพราะปัจจุบันเกือบสองทศวรรษ หรือ 20 ปีแล้ว จะโกรธเกลียด ห้ำหั่นกันด้วยสาเหตุใด และผู้มีอำนาจบางคนบางพวก ก็ได้ดิบได้ดี ได้เสวยสุขเสวยอำนาจ

ดังนั้น จบได้ควรจบ เลิกได้ควรเลิก โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นแกนนำรัฐบาล กินอยู่กับปากอยากอยู่กับท้อง รู้เช่นเห็นชาติเกี่ยวกับ

เรื่องนี้เป็นอย่างดี แทนที่จะเป็นคนเริ่มต้น กลับให้พรรคก้าวไกลเขาทำแทน ซึ่งนายวันชัย มองว่า น่าอาย 

ดังนั้น หากรัฐบาล จะเสนอกฎหมายนิรโทษกรรมแบบใด ก็ควรรีบดำเนินการประกบเข้าไป หรือเปิดประชุมสมัยหน้า ก็รีบเสนอเข้าสภาให้จบในสมัย เพราะหาก เอ้อเร่อ เอ้อเต่อต่อไป เดี๋ยวก็ไม่ได้ทำ

นายกฯ เตรียมตั้ง ’คณะกรรมการเร่งรัด’ สร้างความเชื่อมั่น พื้นที่ EEC

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562727

05 พ.ย. 2566

นายกฯ เตรียมตั้ง ’คณะกรรมการเร่งรัด’ สร้างความเชื่อมั่น พื้นที่ EEC

“ชนินทร์” เผย ‘นายกฯ’ เร่งสร้างความพร้อมพื้นที่ EEC ดึงดูดการลงทุน เตรียมตั้ง ’คณะกรรมการเร่งรัด’ สร้างความเชื่อมั่นใน60วัน

นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง กล่าวถึงการเดินทางไปตรวจราชการในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี ของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังว่า ตนได้มีโอกาสร่วมคณะในฐานะตัวแทนของรองนายกภูมิธรรม เวชยชัย ที่ติดภารกิจไปร่วมเปิดงานแสดงสินค้านานาชาติที่ประเทศจีน หรือ CIIE โดยการตรวจราชการครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีมีความมุ่งมั่นที่จะเร่งรัดการการลงทุนจริงของภาคเอกชนในพื้นที่อีอีซีให้เกิดขึ้นโดยเร็ว เพื่อเร่งสร้างงาน สร้างการผลิต และมูลค่าการเติบโตทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ จึงมีความจำเป็นต้องให้หน่วยงานต่างๆบูรณาการการทำงาน และสื่อสารความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานต่างๆให้ชัดเจน

นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง

ทั้งการเดินทาง การขนส่งสินค้า การบริการน้ำ การบริการไฟฟ้า และสิทธิประโยชน์ต่างๆ เป็นต้น เพื่อสร้างความมั่นใจให้เอกชนต่างๆที่นายกรัฐมนตรีได้เชิญชวนมาร่วมลงทุนในประเทศในช่วงที่ผ่านมา และที่เตรียมการจะเชิญชวนต่อในเร็วๆนี้

นายชนินทร์กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ นายกได้สั่งการให้การท่าเรือแห่งประเทศไทย หาแนวทางที่จะเร่งรัดการก่อสร้างท่าเรือแหลมฉบังส่วนต่อขยายให้ดำเนินการได้ตามแผน เพื่อสร้างความมั่นใจว่าจะมีโครงสร้างพื้นฐานในการขนส่งสินค้ารองรับเพียงพอ และได้รับทราบแนวทางการบริหารจัดการน้ำในเขตพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม ว่าได้มีการปรับแผนการผันน้ำเพื่อรองรับช่วงที่คาดว่าน้ำจะน้อยลงแล้ว จึงสามารถมั่นใจได้ว่าจะมีน้ำเพียงพอต่อการใช้งานทั้ง 4 วัตถุประสงค์

ได้แก่ การอุปโภคบริโภค การเกษตร อุตสาหกรรม และการดำรงระบบนิเวศทางธรรมชาติ รวมถึงเป็นสักขีพยามการประกาศความร่วมมือในการบริหารจัดการน้ำร่วมกันระหว่างรัฐและเอกชนผู้ได้รับสัมปทานทั้ง 2 รายคือ บริษัท วงษ์สยามก่อสร้าง จำกัด และบริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรืออีสท์ วอเตอร์ อีกด้วย

“เพื่อเร่งคลี่คลายปัญหาการจัดเตรียมโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ และการลดอุปสรรคที่ขวางการตัดสินใจลงทุนของเอกชนในต่างประเทศ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการเร่งรัดการลงทุนในพื้นที่อีอีซี เพื่อหาข้อสรุปทุกกรณีให้ชัดเจนภายใน 60 วันก่อนกลับลงมาตรวจราชการในพื้นที่นี้อีกครั้งหนึ่ง” นายชนินทร์กล่าว