นิด้าโพล เผย ปปช.สะท้อนความเห็น ปม แจกเงินดิจิทัล ชี้ไม่ควรมีเกณฑ์เงินเดือน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562726

05 พ.ย. 2566

นิด้าโพล เผย ปปช.สะท้อนความเห็น ปม แจกเงินดิจิทัล ชี้ไม่ควรมีเกณฑ์เงินเดือน

นิด้าโพล เป็นความคิดเห็นประชาชน ไม่เห็นด้วย ที่กำหนดเกณ์เงินเดือนถึง 50.08 % ระบุควรจ่ายทุกกลุ่ม สามารถใช้จ่ายได้ทั่วประเทศ

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง “หลักเกณฑ์การแจกเงินดิจิทัลวอลเลต” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม ถึง 2 พฤศจิกายน 2566 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับหลักเกณฑ์การแจกเงินดิจิทัลวอลเลต การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0

นิด้าโพล เผย ปปช.สะท้อนความเห็น ปม แจกเงินดิจิทัล ชี้ไม่ควรมีเกณฑ์เงินเดือน

จากการสำรวจเมื่อถามประชาชนถึงหลักเกณฑ์การแจกเงินดิจิทัลวอลเลต 10,000 บาท พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 50.08 ระบุว่า จ่ายทุกกลุ่มโดยไม่ต้องมีเกณฑ์เงินเดือน หรือเงินฝากในบัญชีมาเป็นข้อจำกัด รองลงมา ร้อยละ 26.64 ระบุว่า จ่ายเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ซึ่งมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ร้อยละ 14.66 ระบุว่า ตัดสิทธิ์ผู้ที่มีรายได้เกินเดือนละ 50,000 บาท หรือมีเงินฝากในบัญชีตั้งแต่ 5 แสนบาท ร้อยละ 8.01 ระบุว่า ตัดสิทธิ์ผู้ที่มีรายได้/เงินเดือน เดือนละ 25,000 บาท หรือมีเงินฝากในบัญชีตั้งแต่ 1 แสนบาท และร้อยละ 0.61 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

ด้านเกณฑ์พื้นที่/รัศมีการใช้จ่ายเงินดิจิทัลวอลเลต 10,000 บาท พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 69.85 ระบุว่า ควรใช้จ่ายในร้านค้าใดก็ได้ ในประเทศไทย โดยไม่มีข้อจำกัดด้านพื้นที่/รัศมีมากำหนด รองลงมา ร้อยละ 14.50 ระบุว่า ต้องใช้จ่ายในร้านค้าภายในจังหวัด (ตามทะเบียนบ้าน) ร้อยละ 13.59 ระบุว่า ต้องใช้จ่ายในร้านค้าภายในอำเภอ (ตามทะเบียนบ้าน) และร้อยละ 2.06 ระบุว่า ต้องใช้จ่ายในร้านค้ารัศมี 4 กิโลเมตร (ตามทะเบียนบ้าน)

ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงระยะเวลาในการใช้จ่ายเงินดิจิทัลวอลเลต 10,000 บาท พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 62.60 ระบุว่า ต้องใช้จ่ายเงินภายใน 6 เดือน รองลงมา ร้อยละ 37.09 ระบุว่า ต้องใช้จ่ายเงินภายใน 1 ปี และร้อยละ 0.31 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ      


เมื่อพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 8.55 มีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพฯ ร้อยละ 18.55 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคกลาง ร้อยละ 18.01 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคเหนือ ร้อยละ 33.44 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 13.74 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคใต้ และร้อยละ 7.71 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออก ตัวอย่าง ร้อยละ 48.09 เป็นเพศชาย และร้อยละ 51.91 เป็นเพศหญิง

ตัวอย่าง ร้อยละ 12.90 อายุ 18-25 ปี ร้อยละ 17.79 อายุ 26-35 ปี ร้อยละ 18.93 อายุ 36-45 ปี ร้อยละ 26.64 อายุ 46-59 ปี และร้อยละ 23.74 อายุ 60 ปีขึ้นไป ตัวอย่าง ร้อยละ 94.81 นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 3.82 นับถือศาสนาอิสลาม และร้อยละ 1.37 นับถือศาสนาคริสต์และศาสนาอื่น ๆ

ตัวอย่าง ร้อยละ 33.43 สถานภาพโสด ร้อยละ 63.82 สมรส และร้อยละ 2.75 หม้าย หย่าร้าง แยกกันอยู่ ตัวอย่าง ร้อยละ 24.43 จบการศึกษาประถมศึกษาหรือต่ำกว่า ร้อยละ 37.78 จบการศึกษามัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 8.17 จบการศึกษาอนุปริญญาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 25.42 จบการศึกษาปริญญาตรีหรือเทียบเท่า และร้อยละ 4.20 จบการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า

ตัวอย่าง ร้อยละ 8.32 ประกอบอาชีพข้าราชการ/ลูกจ้าง/พนักงานรัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 17.48 ประกอบอาชีพพนักงานเอกชน ร้อยละ 21.07 ประกอบอาชีพเจ้าของธุรกิจส่วนตัว/อาชีพอิสระ ร้อยละ 11.91 ประกอบอาชีพเกษตรกร/ประมง ร้อยละ 15.72 ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป/ผู้ใช้แรงงาน ร้อยละ 20.23 เป็นพ่อบ้าน/แม่บ้าน/เกษียณอายุ/ว่างงาน และร้อยละ 5.27 เป็นนักเรียน/นักศึกษา

ตัวอย่าง ร้อยละ 23.28 ไม่มีรายได้ ร้อยละ 20.92 รายได้เฉลี่ยต่อเดือนไม่เกิน 10,000 บาท ร้อยละ 27.63 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 10,001-20,000 บาท ร้อยละ 9.92 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 20,001-30,000 บาท ร้อยละ 5.04 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 30,001-40,000 บาท ร้อยละ 3.82 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 40,001 บาทขึ้นไป และร้อยละ 9.39 ไม่ระบุรายได้

ชัยธวัช เผย เตรียมลงดาบ ‘สส.ปูอัด’ หลัง เวทีเสวนาพรรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562721

05 พ.ย. 2566

ชัยธวัช เผย เตรียมลงดาบ 'สส.ปูอัด' หลัง เวทีเสวนาพรรค

พรรคก้าวไกล เตรียมใช้เวทีสัมมนา สส.-กก.บห. ลงดาบ “สส. ปูอัด” หลังพ้นเดดไลน์ไม่รับผิด – รอชี้แจงสังคมหลังจบงาน


ความคืบหน้ากรณีร้อนปมการคุมคามทางเพศในพรรคก้าวไกล ที่ลุกลามกลายเป็นประเด็นที่สังคมจับตา ล่าสุด นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้ให้สัมภาษณ์ถึงการดำเนินการของพรรค หลังจากที่ส่งหนังสือมติพรรคฯ ถึงนายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สส.กทม.พรรคก้าวไกล หรือ สส.ปูอัด ให้แถลงยอมรับผิด-ขอโทษ-เยียวยาเหยื่อกรณีการคุกคามทางเพศว่า มติของคณะกรรมการบริหาร และ สส.พรรค ขีดเส้นตายให้นายไชยามพยาน แสดงท่าทีขอโทษต่อผู้เสียหาย และเยียวยา ภายในวานนี้ (4 พ.ย.) 

ชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล ชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล

ซึ่งถือว่า ขั้นตอนได้จบไปแล้ว และวันนี้ (5 พ.ย.) จะมีการประชุมกรรมการบริหารพรรคโดยผ่านระบบออนไลน์ เพื่อพิจารณาในเรื่องนี้ว่าการแถลงดังกล่าว เป็นไปตามมติของที่ประชุม สส. และกรรมการบริหารพรรคหรือไม่ ซึ่งหากไม่เป็นไปตามมติ 

ไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สส.กทม.พรรคก้าวไกล หรือ สส.ปูอัด ไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สส.กทม.พรรคก้าวไกล หรือ สส.ปูอัด

และเห็นว่า ขัดต่อวินัยร้ายแรงถึงขั้นจะต้องขับออกจากการเป็นสมาชิกพรรคก้าวไกลนั้น ก็จะต้องเรียกประชุม สส.ร่วมกับกรรมการบริหาร ซึ่งในวันที่ 6-8 พฤศจิกายนนี้ จะมีการสัมมนา และประชุม สส.ที่ต่างจังหวัดพอดี จึงคิดว่า จะหยิบยกเรื่องนี้มาหารือ และมีมติร่วมกับกรรมการบริหารพรรคได้เลย

ทั้งนี้ นายชัยธวัช ยังมองว่า สิ่งที่นายไชยามพวาม แถลงออกมา เป็นการไม่ยอมรับการกระทำความผิดของตัวเอง แต่ตนต้องระมัดระวังในการแสดงความเห็นที่อาจจะกระทบกับข้อกฎหมาย ที่จะไปพูดก่อนมีข้อสรุปของกรรมการบริหารพรรคไม่ได้

ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นจะมีการทำความเข้าใจกับผู้ที่สนับสนุนพรรค และสังคมอย่างไรนั้น นายชัยธวัช ระบุว่า หลังจากที่มีการดำเนินการขั้นตอนต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว จะต้องมีการทำความเข้าใจกับสมาชิก และผู้สนับสนุนพรรค รวมทั้งสังคม พร้อมยอมรับว่า กรณีที่เกิดขึ้นดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของพรรคอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยจะต้องมีคำถาม และมีผลกระทบอย่างแน่นอน เพราะเป็นการกระทำของ สส ในพรรคฯ แต่พรรคไม่ได้นิ่งเฉย และยังเอาจริงเอาจังโดยมีกระบวนการในการตรวจสอบ และพิจารณาโทษ จึคิดว่า จะทำให้ประชาชนเห็นได้ว่า พรรคก้าวไกล ไม่ได้มีวัฒนธรรมที่จะปกปิด เรื่องเหล่านี้ และมีมาตรการขั้นเด็ดขาด

‘สมศักดิ์’ พบ ‘เยาวชนโลกอิสลาม’ หนุนพัฒนาการศึกษา นำสู่สันติสุขในพื้นที่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562703

04 พ.ย. 2566

'สมศักดิ์' พบ 'เยาวชนโลกอิสลาม' หนุนพัฒนาการศึกษา นำสู่สันติสุขในพื้นที่

‘สมศักดิ์’ พบ ‘เยาวชนโลกอิสลาม’ เน้นย้ำความสำคัญการศึกษา สร้างคน ความเท่าเทียม นำสู่สันติสุขในพื้นที่ พาไทยสู่ระดับโลกดันสมาคมนิสิตนักศึกษาไทยมุสลิม เป็นสมาชิกลำดับที่ 65

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายเสก นพไธสง รองอธิบดีกรมเอเชียใต้ฯ กระทรวงการต่างประเทศ นายนันทพงศ์ สุวรรณรัตน์ ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. ต้อนรับนายตาฮา อัยฮาน ประธานใหญ่องค์การความร่วมมือเยาวชนโลกอิสลาม นายราซูล โอมารอฟ ผู้อำนวยการใหญ่องค์การความร่วมมือเยาวชนโลกอิสลาม นายสินัน คาร์ชิยากะ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารองค์การความร่วมมือเยาวชนโลกอิสลาม ผู้แทนสมาคมนิสิตนักศึกษาไทย  สมาคมยุวมุสลิมแห่งประเทศไทย และคณะ เพื่อหารือการส่งเสริมพัฒนาศักยภาพของเยาวชนมุสลิมทั้งด้านการศึกษา วัฒนธรรม เศรษฐกิจ และสังคม ที่ทำเนียบรัฐบาล 

นายสมศักดิ์ มีความเชื่อมั่นว่า เยาวชนสมาคมนิสิตนักศึกษาไทยมุสลิม มีความมุ่งมั่นและตั้งใจที่จะทำเพื่อประเทศชาติ ซึ่งตนมองเห็นถึงความสำคัญขององค์การความร่วมมือเยาวชนโลกอิสลาม ที่เป็นสะพานเชื่อมต่อระหว่างโลกมุสลิม และความเข้าใจในสังคมพหุวัฒนธรรม โดยที่ผ่านมาหน่วยงานภาครัฐน้อมนำหลักปรัชญา “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ของในหลวง ร.9 ในการกำหนดนโยบาย และปฏิบัติ ทำให้ทุกหน่วยงานต้องดำเนินงานอย่างรอบด้าน

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน

นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า ตนกำกับดูแล ศอ.บต. ได้ดำเนินงานตามหลักปรัชญานี้ และยินดีให้คณะองค์การความร่วมมือเยาวชนโลกอิสลาม ลงพื้นที่ไปศึกษาดูงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ เพื่อทำความเข้าใจสังคมพหุวัฒนธรรมได้ดียิ่งขึ้น รวมถึง ศอ.บต. ยังได้สนับสนุนทุนการศึกษา และการแลกเปลี่ยนตามโครงการสานใจไทย สู่ใจใต้ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ เพราะเชื่อว่า การศึกษาจะนำพาซึ่งความรู้ การพัฒนาคน สร้างความเท่าเทียม และสันติสุขในพื้นที่ พร้อมหวังว่าสมาคมนิสิตนักศึกษาไทยมุสลิม จะได้เข้าร่วมเป็นสมาชิก ลำดับที่ 65 ในเร็ววันนี้ 

เช่นเดียวกับ นายตาฮา อัยฮาน มีความประสงค์ ที่จะเสนอชื่อให้สมาคมนิสิตนักศึกษาไทยมุสลิม เป็นสมาชิกลำดับที่ 65 ยืนยันองค์การความร่วมมือเยาวชนโลกอิสลามยินดีจะสนับสนุนบทบาทของเยาวชนไทยในพื้นที่ และมีความเชื่อมั่นในศักยภาพของเยาวชนมุสลิมไทย รวมถึงเชื่อในความเป็นสังคมพหุวัฒนธรรมของไทย และเล็งเห็นถึงความสำคัญของไทยในฐานะตัวอย่างสังคมพหุวัฒนธรรม อันก่อให้เกิด “การพัฒนาเชิงสันติภาพ” ซึ่งเรามีความยินดีที่จะสนับสนุนเป็นสะพานเชื่อมระหว่างเยาวชนมุสลิมไทยกับโลกมุสลิม
'สมศักดิ์' พบ 'เยาวชนโลกอิสลาม' หนุนพัฒนาการศึกษา นำสู่สันติสุขในพื้นที่

'สมศักดิ์' พบ 'เยาวชนโลกอิสลาม' หนุนพัฒนาการศึกษา นำสู่สันติสุขในพื้นที่
'สมศักดิ์' พบ 'เยาวชนโลกอิสลาม' หนุนพัฒนาการศึกษา นำสู่สันติสุขในพื้นที่

‘กิตติธัช’ เผยรอยร้าวใน ‘ก้าวไกล’ อนาคต สส. อาจเผ่นหนี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562701

04 พ.ย. 2566

'กิตติธัช' เผยรอยร้าวใน 'ก้าวไกล' อนาคต สส. อาจเผ่นหนี

‘กิตติธัช’ เผย สส.ปูอัดอยู่ต่อ ยิ่งสร้างรอยร้าว ‘ก้าวไกล’ สส.กลุ่มสตรีอาจเผ่นหนี เพราะอุดมการณ์ไม่ตรงกัน จี้เปิดหลักฐานและระดับคุกคามให้สังคมรู้

ดร.กิตติธัช ชัยประสิทธิ์ นักวิเคราะห์การเมืองและภูมิรัฐศาสตร์ เปรียบเทียบบทลงโทษ 2 สส.พรรคก้าวไกลคุกคามทางเพศว่า กรณีของ สส.แจ้ ปราจีนบุรี หลักฐานชัดเจนมีภาพหลุดออกมาลักษณะลามกอนาจาร ปฏิเสธไม่ได้ต้องออกขับ ส่วน สส.ปูอัด กทม. ยังไม่เห็นภาพหลักฐานชัดเจนว่าคุกคามระดับไหน ดังนั้นก็อาจจะมองว่าการตัดสินก็อาจจะไม่เหมือนกัน จนกว่าจะมีหลักฐานออกมาว่าเป็นความผิดระดับเดียวกับ สส.แจ้ อันนี้แบบบยุติธรรมก่อนขั้นแรก

อีกส่วนหนึ่งสังคมก็มีการตั้งคำถาม เนื่องจาก สส.ปูอัด อาจมีความสัมพันธ์กับใกล้ชิดกับไอติม พริษฐ์ วัชรสินธุ ที่ย้ายมาจากพรรคประชาธิปัตย์ด้วยกัน และขณะนี้ไอติมก็มีฐานะเป็นโฆษกพรรคก้าวไกล จึงปฏิเสธไม่ได้ว่ามีผล
 

ทั้งนี้หากเทียบกับกรณีอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กระทำผิดทางเพศ ที่ประกาศลาออกจากทุกตำแหน่ง ไม่เชิงเหมือนกัน เพราะมีการดำเนินคดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่พรรคก้าวไกลยังไม่ถึงขั้นนั้น ผู้เสียหายไม่ได้เข้าแจ้งความ รวมถึงไม่ได้ร้อง ป.ป.ช. และ ก.ก.ต. เข้ามาตรวจสอบ ดังนั้นเรื่องก็จบ ในขั้นตอนพรรคเท่านั้น 

แต่หากมองในแง่ของมวลชนนักกิจกรรม จะเห็นได้ว่า กรณีพรรคก้าวไกลไม่ค่อยมีกลุ่มนักกิจกรรมเข้าไปกดดัน โดยเฉพาะกลุ่มสีดาลุยไฟ ที่เคยออกมากดดันหน้าที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ แต่ครั้งนี้กลับไม่เคลื่อนไหว จนเกิดการตั้งคำถาม จนมีแกนนำเสื้อเหลือง-เสื้อแดงจับกลุ่ม ทำกิจกรรมสีดาจะไม่ทนพร้อมกับแซะกลุ่มสีดาลุยไฟ ไม่มา งั้นกลุ่มสีดาจะไม่ทนจะมาแทน
 

ดร.กิตติธัช ระบุถึงรอยร้าวในพรรคก้าวไกล เกิดขึ้นแล้ว แต่ฐานแฟนคลับจะไม่เสื่อมความนิยม เพราะเขามองว่าพรรคนี้ ตอบโจทย์การเมืองปัจจุบันของคนรุ่นใหม่ ไม่เหมือนกับพรรคการเมืองอื่นๆในประเทศตอนนี้ ดังนั้นคนที่เลือกเค้าชอบและมีจุดยืนนี้ บุคคลอาจมีปัญหา แต่ก็จะไม่ไปเลือกพรรคอื่น 

แต่สิ่งที่วิเคราะห์ คนแรกที่จะมีปัญหา คือ คณะทำงานของพรรค โดยเฉพาะคณะทำงานเรื่องสิทธิสตรีและความหลากหลายทางเพศ ตอบสังคมไม่ได้กับสิ่งที่เรียกร้องมาตลอดกลับเกิดขึ้นภายในพรรคเอง 

“กรณีนี้จะไม่เป็นปัญหารุนแรง ไม่มีรอยร้าว ถ้า สส.ปูอัด ถูกขับออกจากพรรค เพราะ สส. ส่วนใหญ่เห็นว่ามีความผิดควรขับออก 106 เสียง โดยกฎหมายรธน.ใหม่ ระบุไว้ 3 ใน 4 ทำให้รอดฉิวเฉียดหวุดหวิด ซึ่งคนในพรรคเห็นหลักฐานแล้วค่อนข้างไม่พอใจ คณะทำงานสิทธิสตรีจะไปเดินหน้ากล้าสู้ได้อย่างไร ในเมื่อพรรคยังไม่ยอมขับคนเหล่านี้ออก และสุดท้ายเสื่อมศรัทธาในอุดมการณ์ของพรรค”


ดร.กิตติธัช กล่าวต่อว่า ขณะที่หากพรรคเพื่อไทยสามารถตอบโจทย์ได้มากกว่า ชัดเจนเรื่องสิทธิและสตรี บางทีกลุ่มคณะทำงานด้านนี้ของพรรคก้าวไกลอาจไปอยู่กับพรรคเพื่อไทยหรือพรรคอื่นๆที่สามารถตอบโจทย์ได้ดีกว่า

ดังนั้นทางออกพรรคก้าวไกล คือ เปิดหลักฐานให้ชัดเจนว่า การตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร คุกคามระดับไหน เกิดขึ้นต้องขับออก อันนี้คือการแก้เกม แทนที่จะมานั่งเปิดว่าใครโหวตไม่โหวต ซึ่งจะเป็นการกดดันตัวผู้ลงคะแนนและเป็นการลงคะแนนลับด้วย ไม่ควรที่จะต้องเปิดเผย แต่ตอนนี้คือไม่ทำ แค่คาดโทษ ทำให้พรรคก้าวไกลเสียรังวัดไปเหมือนกัน 

นายกรัฐมนตรี สั่ง ‘กรมเจ้าท่า’ แจงขยาย ‘ท่าเรือ’ ‘EEC’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562687

04 พ.ย. 2566

นายกรัฐมนตรี สั่ง 'กรมเจ้าท่า' แจงขยาย 'ท่าเรือ' 'EEC'

ขยาย ‘ท่าเรือ’ ‘EEC’ สะดุด นายกรัฐมนตรีสั่ง ‘กรมเจ้าท่า’ ชี้แจงสัปดาห์หน้า มอบหมายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมคุมทั้งระบบ

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มอบหมายให้กรมเจ้าท่าไปทำแผนว่าจะเรื่องการขยายท่าเรือ EEC ที่มีความล่าช้า ว่าจะ  Catch Up ดีเลย์อย่างไร และให้จัดแถลงอธิบายให้ทุกคนรับทราบ ภายในสัปดาห์หน้า

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลังเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง

ส่วนเรื่องรถไฟที่จะเชื่อมต่อทั้งหมด ได้สั่งการให้ไปเร่งจัดการให้ดำเนินการได้ โดยเฉพาะการบริหารสัญญาฉบับแรก ควรจะต้องมีความเรียบร้อย เพื่อเป็นโมเดลการบริหารที่จะขยายไปยังสัญญาอื่น ๆ ให้สำเร็จโครงสร้างพื้นฐาน การเชื่อมต่อทั้งหมดนี้จะเป็นสินทรัพย์ที่สร้างรายได้ ลดรายจ่าย และขยายโอกาสให้กับประเทศ

ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้ นาย สุริยะ จึงรุ่งเรื่องกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ให้มีแผนชัดเจน เพื่อปลดล็อคประเด็นต่าง ๆ เช่น เรื่องภาษี ที่ดิน กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ไปจนถึงระบบที่จะสร้างความมั่นใจให้นักลงทุน เพื่อให้พร้อมรับนักลงทุนมากยิ่งขึ้น

นายกฯบอกว่าได้ใช้เวลา 2 ชั่วโมงระหว่างเดินทาง บนรถไฟ ได้ติดตามงานด้านโครงสร้างพื้นฐานและการเชื่อมต่อใน EEC, เรื่องน้ำ ,ไฟฟ้า ,ถนน ,ระบบราง ,ท่าเรือ ,พลังงาน และสนามบินอู่ตะเภาเพราะเรื่อง EEC ถือว่าเป็นขุมทรัพย์ใประเทศนายกน

เหยื่อ ‘ปูอัด’ จดหมายเปิดผนึก ขอความเป็นธรรม ‘ก้าวไกล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562672

04 พ.ย. 2566

เหยื่อ 'ปูอัด' จดหมายเปิดผนึก ขอความเป็นธรรม 'ก้าวไกล'

3 อดีตผู้ช่วยหาเสียง สส. ‘ปูอัด’ จดหมายเปิดผนึก ถามกรรมการบริหารพรรค`ก้าวไกล’ บทลงโทษเป็นธรรมหรือไม่ แค่โค้งคำนับไม่มีความหมาย

ผู้เสียหายที่ถูก สส. ปูอัด ไชยามพวาน คุกคามทางเพศ ส่งจดหมายเปิดผนึก ถึงกรรมการบริหารและสส.พรรคก้าวไกล
22 คน ที่ลงมติไม่ขับออก-ไม่ร่วมประชุม ต้องมีหลักฐานมากขนาดไหน จึงจะเหมาะสมกับความผิดจนสามารถขับออกจากพรรคได้

จดหมายเปิดผนึกจากอดีตผู้ช่วยหาเสียง ถึงกรรมการบริหารพรรค และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสังกัดพรรคก้าวไกล ถูกโพสโดยผู้ใช้ทวิตเตอร์ หรือ X รายหนึ่ง มีทั้งข้อความพร้อมรูปภาพระบุว่า เป็นผู้เสียหายสามรายที่ถูก สส.ปูอัด ไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ พรรคก้าวไกลคุกคามทางเพศ

จากการตรวจสอบได้รับคำยืนยันว่าเป็นจดหมายเปิดผนึก ของผู้เสียหาย ที่ถูกนายไชยามพวาน หรือ ปูอัด คุกคามทางเพศทั้ง3คน ร่วมกันทำจดหมายเปิดผนึกขึ้นมาจริง เพื่อส่งถึงกรรมการบริหารพรรคก้าวไกล และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกล ภายหลังจากที่พรรคก้าวไกลมีมติคำสั่งส่งไปยังนายไชยามพวาน จนต้องออกมาแถลงข่าวเมื่อวานนี้

ใจความในจดหมายเปิดผนึก ระบุว่า ในฐานะอดีตผู้ช่วยหาเสียงของพรรคก้าวไกล รู้สึกเสียใจอย่างยิ่ง ต่อการแสดงออกของ สส. ที่ปรากฎในหน้าข่าวเกี่ยวกับพฤติกรรมล่วงละเมิดทางเพศ และการตัดสินใจของเพื่อนสมาชิกพรรคก้าวไกล  การตัดสินครั้งนี้เต็มไปด้วยคำถามนับไม่ถ้วน ทั้งจากผู้สนับสนุน และไม่สนับสนุนพรรคก้าวไกล ซึ่งสร้างความรู้สึก น่าเสียใจ เป็นอย่างยิ่ง

ในฐานะของอดีตผู้ช่วยหาเสียงของพรรคก้าวไกล คณะทำงานของพรรคก้าวไกล รู้สึกว่า คุ้มค่าไหมกับการเดินทางร่วมกับพรรคก้าวไกลที่ผ่านมา เพื่ออุทิศให้กับอุดมการณ์พรรค และช่วยเหลืองานแก่ผู้แทนฯ ที่เราเชื่อมั่น

บทลงโทษที่สาสม แก่ผู้ที่กระทำการล่วงละเมิดทางเพศ การขับออกจากพรรค หรือ การลาออกจาก สส. คงไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดสักทาง เพราะบาดแผลที่ท่านก่อ ยังคงสร้างความจดจำแก่เหยื่อ และตั้งคำถามว่า เขาผิดอะไร ทำไมพรรคที่เขารักจึงทำกับเขาแบบนี้


ทั้ง 3 รายไม่คาดหวังว่า พรรคก้าวไกลจะแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างยั่งยืน หากตราบาปอย่าง สส.ผู้ก่อเหตุ และ 22 สส.ที่นิ่งเฉย ยังมีบทบาทในสภาฯก้มโค้งจนหลังหัก ขอโทษจนหมดเสียง ก็ไม่สามารถชดเชยอะไรได้  และลงท้ายจดหมายฉบับนี้ด้วยความผิดหวัง และคำหยาบคายที่อยากกล่าวอีกมากมาย  

จากผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล

อยากได้ก็จัดให้ ‘ศรีสุวรรณ’ ร้อง ‘ป.ป.ช.’ ตรวจสอบ ‘ปูอัด’ วันจันทร์นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562658

04 พ.ย. 2566

อยากได้ก็จัดให้ 'ศรีสุวรรณ' ร้อง 'ป.ป.ช.' ตรวจสอบ 'ปูอัด' วันจันทร์นี้

หลักฐานชัด ‘ปูอัด’ ล่วงละเมิดทางเพศ ‘ศรีสุวรรณ’ อาศัย มติก้าวไกล ร้อง ‘ป.ป.ช.’ พิจารณา จริยธรรมนักการเมืองวันจันทร์นี้

บทสรุปบทลงโทษ สส.ของพรรคก้าวไกลที่ถูกกล่าวหาว่าคุกคาม และล่วงละเมิดทางเพศ 2 กรณี ได้ แจ้ สส. ปราจีนบุรี และ ปูอัด สส.กทม. ฝั่งธนบุรี .ในการประชุม สส.และกรรมการบริหารพรรคที่รัฐสภาเมื่อวันที่ 1 พ.ย ที่ผ่านมา เข้าทาง ศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน

ศรีสุวรรณ บอกว่า มติของพรรคก้าวไกลทั้ง 2 กรณีเป็นหลักฐานยืนยันว่า 2 สส.ที่ถูกกล่าวหามีพฤติกรรมคุกคามทางเพศจริง อันถือเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมฯอย่างร้ายแรง ตามที่รัฐธรรมนูญ ม.219 กำหนดให้ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระร่วมกันกำหนดไว้          

ดังนั้นในวันจันทร์ที่ 6 พ.ย.66 เวลา 10.00 น .องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน จึงจะนำความไปร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้ดำเนินการไต่สวนและมีความเห็นว่าการกระทำของ สส.ดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมฯอย่างร้ายแรงหรือไม่

หากวินิจฉัยว่าฝ่าฝืนจักได้ส่งให้อัยการยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาเพื่อเพิกถอนตำแหน่ง สส.และตัดสิทธิ์ทางการเมืองตามครรลองของกฎหมายต่อไป

ก่อนหน้านี้ องค์กรฯได้ยื่นตรวจสอบจริยธรรม วุฒิพงศ์ ทองเหลา สส.ปราจีนบุรี พรรคเดียวกันนี้มาแล้ว และจะได้นำมติพรรคก้าวไกลไปยื่นเป็นหลักฐานเพิ่มเติม ต่อ ป.ป.ช. ด้วย ขณะที่ ปูอัด ไชยามพวาน สส.กทม.พรรคก้าวไกล เรียกร้องให้มีคนกลางมาตัดสิน

‘ชัยธวัช’ ฟาดแรง ‘ปูอัด ’ไร้สำนึก-ไม่จริงใจ ส่อถก กก.บห.ไล่พ้นพรรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562645

03 พ.ย. 2566

‘ชัยธวัช’ ฟาดแรง ‘ปูอัด ’ไร้สำนึก-ไม่จริงใจ ส่อถก กก.บห.ไล่พ้นพรรค

ชัยธวัช สุดทนฟาด ‘ปูอัด’ แถลงไร้สำนึกยอมรับผิด ไม่ขอโทษอย่างจริงใจ ก่อความเสียหายซ้ำผู้ถูกกระทำทั้ง 3 ราย จ่อเรียกประชุมด่วน กก.บห.ก้าวไกล ส่อขับพ้นพรรค

เมื่อเวลา 17.41 น. ของวันที่ 3 พ.ย.2566 นายชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความภายหลังได้ฟังการแถลงของ “ปูอัด” หรือนายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สส.กทม. พรรคก้าวไกล ซึ่งถูกคาดโทษและตัดสิทธิพึงมี จากกรณีคุกคามทางเพศ มีความเห็นส่วนตัว ว่าแม้ นายไชยามพวาน จะแถลงว่าน้อมรับมติของพรรคและขอโทษ หากเห็นว่าการกระทำของตนเองถือเป็นการคุกคามทางเพศ แต่เมื่อพิจารณาสาระสำคัญในการแถลงแล้ว จะเห็นได้ว่า นายไชยามพวาน ไม่ได้สำนึกหรือยอมรับว่าพฤติการณ์ของตนนั้น เข้าข่ายเป็นการคุกคามทางเพศแม้แต่น้อย และไม่ได้ขอโทษต่อผู้เสียหายอย่างจริงใจ

นายชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล นายชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล

ขณะเดียวกัน นายไชยามพวาน นำข้อความของผู้เสียหายรายที่หนึ่งมาแสดงต่อสาธารณะ โดยเจตนาจะแสดงให้เห็นว่า ตนเองกับผู้เสียหายมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ดังนั้น การล่วงเกินทางเพศที่มีต่อผู้เสียหายคนดังกล่าวตามที่ถูกกล่าวหา จึงเกิดขึ้นโดยความยินยอม หรืออย่างน้อยผู้เสียหายก็ไม่ได้แสดงการต่อต้านหรือความไม่พอใจใดๆ หลังเกิดเหตุ ต่อมา ยังได้แสดงข้อมูลเพื่อแสดงให้เห็นว่า การถ่ายรูปและคลิปของผู้เสียหายรายที่ 2 นั้น ไม่น่าจะถือเป็นการคุกคามทางเพศ และสุดท้าย นายไชยามพวาน ยืนยันว่า ตนเองแตะเนื้อต้องตัวผู้อื่นเป็นประจำ การแตะเนื้อต้องตัวผู้เสียหายรายที่สามนั้นเป็นไปในฐานะเพื่อนร่วมงาน ไม่ได้มีเจตนาหรือเป้าประสงค์ทางเพศ

นายชัยธวัช ระบุต่อไปว่า ในฐานะที่เป็นกรรมการบริหารพรรคคนหนึ่งของพรรคก้าวไกล ขอชี้แจงว่า คณะกรรมการบริหารพรรคทราบข้อเท็จจริงและข้อโต้แย้งข้อกล่าวหาทั้งหมดของ นายไชยามพวาน โดย นายไชยามพวาน พยายามแสดงหลักฐานเพื่อสื่อว่าการล่วงเกินทางเพศต่อผู้เสียหายรายที่ 1 นั้น เกิดขึ้นโดยอีกฝ่ายไม่เคยแสดงอาการไม่ยินยอมใดๆ เลย ซึ่งคณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณาแล้วเห็นว่า การล่วงเกินทางเพศเกิดขึ้นโดยผู้เสียหายอยู่ในสภาพมึนเมา ย่อมไม่อยู่ในสถานะที่สามารถให้การยินยอมหรือไม่ยินยอมได้ นอกจากนี้ นายไชยามพวาน ยังมีพฤติกรรมที่ส่อเจตนาไม่บริสุทธิ์ โดยการพาผู้เสียหายไปที่คอนโดมีเนียมของตนเอง

สส.ปูอัดสส.ปูอัด

ทั้งนี้ แม้ความสัมพันธ์ระหว่าง นายไชยามพวาน กับผู้เสียหายก่อนและหลังเกิดเหตุการณ์ล่วงเกินทางเพศจะดูเป็นปกติหรือดีต่อกัน แต่ผู้เสียหายรายที่ 1 ไม่เคยยินยอมให้ นายไชยามพวาน มีสัมพันธ์ลึกซึ้งด้วยอีกเลย เพราะย่อมต้องได้รับความยินยอมจากอีกฝ่าย การมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันไม่ได้หมายความว่าฝ่ายชายสามารถจะมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับฝ่ายหญิงได้ตามใจชอบ อีกทั้งความสัมพันธ์อันดีอาจเกิดจากความต้องการทำงานร่วมกับพรรคและ สส.ของพรรคในอนาคต เมื่อ นายไชยามพวาน ได้เป็น สส.แล้ว ได้ลดการมอบหมายงานให้ผู้เสียหายรายที่ 1 ภายหลังจากที่ผู้เสียหายรายที่ 2 เข้ามาเป็นทีมงาน

สำหรับกรณีผู้เสียหายรายที่ 2 คณะกรรมการบริหารพรรคไม่ได้พิจารณาความผิดจากข้อเท็จจริงเรื่องการถ่ายรูปและคลิปตามที่ นายไชยามพวาน กล่าวถึง เนื่องจากเห็นว่ารับฟังไม่ได้ว่าเป็นการคุกคามทางเพศจริง แต่คณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณาจากข้อเท็จจริงที่ว่า นอกจากจะมีพฤติการณ์แตะเนื้อต้องตัวผู้เสียหายแล้ว ขณะที่ นายไชยามพวาน เป็น สส. ยังได้ชักชวนผู้เสียหายรายที่ 2 ไปต่างจังหวัดสองต่อสอง 2 ครั้ง โดยไม่เกี่ยวข้องกับงานในความรับผิดชอบของผู้เสียหาย ซึ่งผู้เสียหายปฏิเสธทั้ง 3 ครั้ง ขณะที่กรณีผู้เสียหายรายที่ 3 ผู้เสียหายเห็นว่า นายไชยามพวาน มีพฤติกรรมพยายามเข้าหาและพูดคุยในลักษณะที่ทำให้รู้สึกถูกคุกคามทางเพศ จนทำให้ต้องขอลาออกจากทีมงานหลังเข้ามาทำงานได้ไม่ถึง 1 เดือน

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการบริหารพรรค พิจารณาพฤติการณ์และข้อเท็จจริงทั้ง 3 รายประกอบกัน ซึ่งมีลักษณะต่อเนื่องและมีรูปแบบทำนองเดียวกัน จึงเห็นว่า นายไชยามพวาน มีพฤติกรรมคุกคามทางเพศต่อผู้เสียหายทั้ง 3 ราย และล่วงละเมิดทางเพศต่อผู้เสียหาย 1 ราย โดยผู้เสียหายทั้งหมดมีสถานะเป็นอาสาสมัครหรือผู้ช่วยดำเนินงานของ นายไชยามพวาน ซึ่งด้วยความที่ นายไชยามพวาน มีอำนาจหรือสถานะเหนือกว่าผู้เสียหาย สามารถให้คุณให้โทษต่อผู้เสียหายได้ จึงส่งผลให้ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่าง นายไชยามพวาน กับผู้เสียหายในระยะเวลาหนึ่ง อาจเกิดจากเนื่องจากปัจจัยด้านสถานะการจ้างงาน ความมั่นคงทางรายได้ หรือความต้องการทำงานร่วมกับพรรคและ สส.ของพรรค

อีกทั้ง ข้อเท็จจริงที่ว่า ผู้เสียหายทั้ง 3 ราย เป็นอาสาสมัครและ/หรือผู้ช่วยดำเนินงานของ นายไชยามพวาน ยังส่งผลเสียหายร้ายแรงต่อระบบอาสาสมัครของพรรค ทำให้การทำงานเป็นอาสาสมัครหรือทีมงานของพรรคไม่เป็นพื้นที่ปลอดภัย ซึ่งควรต้องปลอดจากการคุกคามหรือล่วงละเมิดทางเพศในทุกรูปแบบ

“ผมเห็นว่า การแถลงของคุณไชยามพวานในวันนี้ นอกจากจะไม่สำนึกยอมรับผิดและขอโทษต่อผู้เสียหายอย่างจริงใจแล้ว ยังอาจเป็นการก่อความเสียหายซ้ำเติมต่อผู้ถูกกระทำทั้ง 3 รายอีกด้วย ดังนั้น หลังจากวันเสาร์นี้ (4 พฤศจิกายน 2566) ผมในฐานะหัวหน้าพรรคก้าวไกล จะเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อให้พิจารณาว่า นายไชยามพวาน กระทำการให้เป็นไปตามมติของคณะกรรมการบริหารพรรคหรือไม่

หากคณะกรรมการบริหารพรรคเห็นว่า คุณไชยามพวาน กระทำการขัดต่อมติของคณะกรรมการบริหารพรรค ก็จะนำไปสู่กระบวนการทางวินัยจากฐานการฝ่าฝืนมติคณะกรรมการบริหารพรรคดังกล่าว อันเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง และหากมีความผิดจริงก็จะนำไปสู่การจัดประชุมร่วมระหว่างคณะกรรมการบริหารกับ สส.ของพรรค เพื่อมีมติให้คุณไชยามพวาน พ้นจากการเป็นสมาชิกพรรคก้าวไกลหรือไม่ ต่อไป”

กกต.แจงร้อง ‘ทุจริตเลือกตั้ง66’ ยอมรับมีการ ยกคำร้อง ไปจำนวนมาก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562639

03 พ.ย. 2566

กกต.แจงร้อง ‘ทุจริตเลือกตั้ง66’ ยอมรับมีการ ยกคำร้อง ไปจำนวนมาก

แสวง บุญมี แจง กกต. วินิจฉัยเรื่องร้องเรียน ‘ทุจริตเลือกตั้ง66’ กันทุกสัปดาห์ ยอมรับมีการยกคำร้องไปจำนวนมาก ลั่นไม่ใช่เป็นการร้องเพื่อกลั่นแกล้งกัน มองในแง่ดี ให้ประชาชนมีส่วนร่วมตรวจสอบ ทำให้การเลือกตั้งสุจริต

นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. เปิดเผย ถึงเรื่องร้องเรียนการเลือกตั้งสส.ปี2566 หรือ “ทุจริตเลือกตั้ง66” ที่ผ่านมากว่า 6 เดือน ว่า กกต.มีการพิจารณาเรื่องร้องเรียนทุจริตเลือกตั้งกันทุกสัปดาห์ ถ้าเรื่องที่ไม่สลับซับซ้อน กกต.ก็จะมีมติไม่รับบ้าง ยกคำร้องไปบ้าง แล้วก็จะเหลือเรื่องที่ต้องพิจารณาให้ได้ข้อเท็จจริง จนให้สิ้นกระแสความ

นายแสวง บุญมี เลขาฯ กกต.นายแสวง บุญมี เลขาฯ กกต.

“ อย่างที่บอกว่าการพิจารณาเรื่องการทุจริตเลือกตั้ง กฎหมายได้ออกแบบการทำงานให้เกิดความเป็นธรรม กับผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ซึ่งแต่ก่อนเราเคยใช้มาตรฐานคดีเลือกตั้ง แค่มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า เราก็ส่งเรื่องให้ศาลตัดสิน แต่ว่ากฎหมายใหม่นั้น ถ้าจะส่งศาลต้องให้ปราศจากข้อสงสัย”

กล่าวคือ มาตรฐานคดีอาญา เพราะถ้าจะให้ใบแดง ต้องดำเนินคดีอาญาด้วย ต้องเรียกค่าใช้จ่ายด้วย หมายความว่าการส่งคดีให้ศาลต้องเป็นไปตามมาตรฐานคดีอาญา

ส่วนที่มีการยกคำร้องไปกว่า 270 คำร้องนั้น ผู้ที่ร้องอาจมองเป็นการกลั่นแกล้งกันได้หรือไม่ นายแสวง อธิบายว่า เรื่องการเลือกตั้งมองได้หลายมิติ อาจจะเป็นการมาช่วยกันตรวจสอบการเลือกตั้ง การทำให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแจ้งเบาะแส ไม่ได้เป็นการมองว่าเขาร้องเรียนเท็จหรือมากลั่นแกล้งกัน 

เพราะเมื่อเราไปสอบตอนที่เขามาร้อง หรือเมื่อมีเหตุให้ต้องมาร้องเรียนนั้น ก็คงมีเหตุให้สงสัยว่ามีการกระทำความผิดจริงๆ เป็นเรื่องที่ดีที่คนถูกร้องก็จะได้มาพิสูจน์ตัวเองว่าไม่ได้กระทำผิด

ส่วนคนที่มาร้องก็ไม่ได้มีเจตนาไม่ดี เราก็ถือว่าเป็นเรื่องดี ที่ทำให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์และเที่ยงธรรม

‘ปูอัด’ แถลงเปิดใจขอโทษ 3 คู่กรณี ยันยัง ‘ไม่ลาออก’ รอ กกต.ตัดสิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562627

03 พ.ย. 2566

‘ปูอัด’ แถลงเปิดใจขอโทษ 3 คู่กรณี ยันยัง ‘ไม่ลาออก’ รอ กกต.ตัดสิน

‘ปูอัด’ ไชยามพวาน สส.ก้าวไกล แถลงเปิดใจครั้งแรก หลังถูกพรรคก้าวไกล ลงมติคาดโทษ หอบหลักฐาน แจงยิบทั้ง 3 กรณี พร้อมขอโทษทั้งคู่กรณี-สส.ก้าวไกล ยันยังไม่ลาออก รอ กกต.ตัดสิน

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 3 พ.ย.2566 ที่สำนักงาน สส.เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร “ปูอัด” หรือ นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สส.เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล แถลงข่าวเปิดใจเป็นครั้งแรก เพื่อปฏิบัติตามคำสั่งของกรรมการบริหารพรรคก้าวไกล หลังถูกลงโทษกรณีคุกคามทางเพศ ว่า ตนได้รับเอกสารจากพรรคก้าวไกล เมื่อคืนนี้ โดยขอให้ตนยอมรับและขอโทษต่อสังคม และชดเชยเยียวยาผู้เสียหายทั้ง 3 ราย

‘ปูอัด’ แถลงเปิดใจขอโทษ 3 คู่กรณี ยันยัง ‘ไม่ลาออก’ รอ กกต.ตัดสิน
‘ปูอัด’ แถลงเปิดใจขอโทษ 3 คู่กรณี ยันยัง ‘ไม่ลาออก’ รอ กกต.ตัดสิน

ตนตั้งใจมาชี้แจงและนำเสนอหลักฐานต่อประชาชน ในข้อกล่าวหาตามคำร้องของผู้ร้อง ตนได้ส่งให้กรรมการบริหารพรรคก้าวไกล(กก.บห.) พิจารณาแล้ว หากเป็นการคุกคามทางเพศ โดยใช้อำนาจบีบบังคับจริง ให้ตนต้องขอโทษสังคมและพร้อมยอมรับในมติพรรค โดยมีผู้ร้อง 3 คน ขอชี้แจงดังนี้

‘ปูอัด’ แถลงเปิดใจขอโทษ 3 คู่กรณี ยันยัง ‘ไม่ลาออก’ รอ กกต.ตัดสิน

กรณีผู้ร้องที่ 1 ระบุมีการใช้อำนาจคุกคามทางเพศ ซึ่งเป็นผู้ช่วยทำพื้นที่ในเขตจอมทอง โดยได้เปิดเผยข้อความในแชท ซึ่งมีการพูดคุยดูแลกันมาตลอด มีช่วยเหลือเรื่องเงิน และเนคไทอันนี้ก็เป็นของพ่อของเขา ในส่วนนี้ตนจะไปชี้แจงต่อ ป.ป.ช.เพิ่มเติม ตนได้แจ้งต่อกรรมการวินัยพรรคไปแล้ว

‘ปูอัด’ แถลงเปิดใจขอโทษ 3 คู่กรณี ยันยัง ‘ไม่ลาออก’ รอ กกต.ตัดสิน

กรณีผู้ร้องที่ 2 ขอชี้แจงว่าคลิปผูกเนคไทและรูปดังกล่าว จัดทำขึ้นเพื่อเป็นคอนเทนต์ลงโซเชียลว่าเราเป็น สส.หน้าใหม่ ผูกเนคไทไม่เป็น ส่วนภาพอื่นๆส่งให้ผู้ร้องลงโซเชียล จากคลิปอัดไว้ มีการสนทนากับตนตลอด เห็นจากเงามีผู้ช่วยคนอื่นอยู่ด้วยไมไ่ด้อยู่กับเพียงสองคน ส่วนสลิปเป็นเงินช่วยเหลือระหว่างการว่างงาน

กรณีผู้ร้องที่ 3 แตะเนื้อต้องตัวเป็นการคุกคามทางเพศ ตนทราบตัวเองดีว่าเวลาลงพื้นที่ ตนมีการสัมผัสตัวคนอื่นค่อนข้างมาก แต่ไม่มีเป้าประสงค์ทางเพศ และการสัมผัสเป็นการแตะตัวในฐานะเพื่อนร่วมงาน หากตนผิดพลาดที่อาจเป็นการคิดไม่รอบคอบว่าแต่ละคนอาจมีขอบเขตการยอมรับแตกต่างกัน ตนขออภัยมา ณ ที่นี้

หากการกระทำของตนทำให้ผู้ร้องไม่สบายใจ และไม่เปิดให้ผู้ร้องสะท้อนความรู้สึกไม่สบายใจนั้นไม่ดีพอ ตนขออภัยและจะระมัดระวังตัวให้มากขึ้น

ตนเคารพในการตัดสินใจมติพรรค ฝากสื่อและประชาชนพิจารณาตามเอกสารด้วยว่าเป็นพฤติกรรมคุกคามทางเพศและเข้าข่ายหรือไม่ และท้ายที่สุดขอโทษเพื่อนๆที่ทำให้พรรคมีรอยร้าวขึ้นมา ขอโทษประชาชนในพื้นที่ที่วันนี้เพิ่งนำหลักฐานมาให้ทราบ และหลังจากเสร็จแถลงข่าว ตนจะไปลงพื้นที่ต่อ เพื่อประชาชนที่ตนรักทุกคน

‘ปูอัด’ แถลงเปิดใจขอโทษ 3 คู่กรณี ยันยัง ‘ไม่ลาออก’ รอ กกต.ตัดสิน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างการพูดถึงผู้ร้องแต่ละกรณี นายไชยามพวาน ได้ลุกขึ้นโค้งขอโทษ และมีดวงตาแดงกล่ำ เสียงสั่นเครือ ตลอดเวลา

‘ปูอัด’ แถลงเปิดใจขอโทษ 3 คู่กรณี ยันยัง ‘ไม่ลาออก’ รอ กกต.ตัดสิน
‘ปูอัด’ แถลงเปิดใจขอโทษ 3 คู่กรณี ยันยัง ‘ไม่ลาออก’ รอ กกต.ตัดสิน

เมื่อถามว่า จะยังทำหน้าที่ สส.ต่อ ไม่ลาออกแน่นอนใช่หรือไม่ นายไชยามพวาน กล่าวว่า “มีบางท่านไปร้องตนที่ กกต. ตอนนี้อยู่ในกระบวนการที่ กกต.จะเรียกไปสอบสวน ขอพูดอีกครั้งว่า เมื่อ กกต.ตรวจสอบ ถ้าผมบริสุทธิ์ ก็ต้องว่าไปตามบริสุทธิ์ แต่ถ้าผมผิดอย่างสิ้นข้อสงสัย ในการพิจารณาตรงนี้ ผมก็พร้อมที่จะพิจารณาลาออกจากพรรคก้าวไกล”

‘ปูอัด’ แถลงเปิดใจขอโทษ 3 คู่กรณี ยันยัง ‘ไม่ลาออก’ รอ กกต.ตัดสิน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “ปูอัด” ใช้เวลาแถลงเปิดใจ ตั้งแต่เวลา 13.30 น.-14.07 น.ถึงลุกออกจากจุดสัมภาษณ์ ปรากฏว่ามีประชาชนในพื้นที่เขตจอมทอง กรุงเทพฯ จำนวนมากมาฟังการแถลงเปิดใจของ “สส.ปูอัด” และต่างทยอยลุกเดินมาแตะมือ และสวมกอดให้กำลัง สส.ปูอัด

‘ปูอัด’ แถลงเปิดใจขอโทษ 3 คู่กรณี ยันยัง ‘ไม่ลาออก’ รอ กกต.ตัดสิน