‘ปชป. ‘รุก ยื่นร่าง ‘พ.ร.บ.อากาศสะอาด ‘- ‘พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมสัตว์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561999

26 ต.ค. 2566

'ปชป. 'รุก ยื่นร่าง 'พ.ร.บ.อากาศสะอาด '- 'พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมสัตว์'

พรรคประชาธิปัตย์  ผนึก พรรคก้าวไกล และ สมาคมพิทักษ์สัตว์ (ไทย) ยื่นร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาด และร่างแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมสัตว์และการจัดสวัสดิภาพสัตว์  เข้าสู่กระบวนการทางรัฐสภา

ที่รัฐสภา นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ สส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ , น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม . พรรคประชาธิปัตย์  ,นายนิติพล ผิวเหมาะ สส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล และสส.พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายโรเจอร์ โลหะนันท์ นายกสมาคมพิทักษ์สัตว์ (ไทย) แถลงข่าวเตรียมยื่นร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาด และร่างแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมสัตว์และการจัดสวัสดิภาพสัตว์ 


น.ส.วทันยา กล่าวว่า ได้มายื่นพ.ร.บ.อากาศสะอาดต่อสส.ของพรรค เพื่อบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมสภาในสมัยประชุมนี้   จะเห็นว่า  ข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษ ระบุว่า ประเทศไทยปกคลุมด้วย PM 2.5 อยู่ในเกณฑ์สีส้มและเป็นเกณฑ์ที่กระทบต่อสุขภาพ   พรรคประชาธิปัตย์  พร้อมที่จะสู้ในเรื่องนี้ สิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์เสนอ แสดงให้เห็นว่า แม้พรรคประชาธิปัตย์จะไม่ได้สส.จากเขตกรุงเทพฯเลย แต่นโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ที่ได้สัญญาไว้กับประชาชนในช่วงเลือกตั้งที่ผ่านมา  คือการทำจริงและตั้งใจทำจริงไม่ได้เป็นนโยบายที่ทำเพื่อการโฆษณาให้ประชาชนระหว่างการเลือกตั้ง แต่ทุกนโยบายทำมาจากความตั้งใจจริง และจะพิสูจน์ให้เห็นว่าแม้จะไม่มีสส.ในกรุงเทพฯแต่ก็มุ่งมั่นทำงานเพื่อ
ประชาชน ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ในสภาหรือนอกสภา

.

ปชป.วอนรัฐให้น้ำหนักกับการดูแลคุณภาพชีวิต

.

พ.ร.บ.อากาศสะอาดน  อยากให้เป็นสัญลักษณ์หนึ่งที่เรียกร้องไปยังรัฐบาลชุดปัจจุบัน ที่เห็นปัญหาของประชาชนที่ไม่ได้มีเพียงแค่ปัญหาเศรษฐกิจ แต่มี PM 2.5 ปัญหาสุขภาพของทุกคน สิทธิที่ทุกคนควรได้รับอากาศสะอาดในการหายใจ สิทธิที่ควรจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีเหล่านี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลไม่ควรมองข้าม อย่ามุ่งเน้นเพียงแค่ปัญหาเศรษฐกิจหรือการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท แต่ปัญหาที่กำลังกระทบและหลีกเลี่ยงไม่ได้  คือคุณภาพชีวิตของทุกคน ปอดที่กำลังสูญเสียไปด้วยฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เมื่อสูญเสียไปแล้วเรียกคืนกลับมาไม่ได้ อยากให้รัฐบาลตระหนักในสิ่งเหล่านี้

  PM 2.5 นอกจากจะกระทบต่อสุขภาพ   ยังปฏิเสธไม่ได้ว่ากระทบกับเศรษฐกิจอย่างแน่นอนและกำลังจะเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่น สิ่งที่รัฐบาล คาดหวังว่าจะนำนักท่องเที่ยวเข้ามาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศไทย หากอากาศยังปกคลุมด้วย PM 2.5    เชื่อว่า
นักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะมาไทย  คงยกเลิก  ยังไม่นับถึงผลกระทบอื่นๆ ที่จะตามมาอีก ที่จะเป็นผลกระทบในเรื่องของเศรษฐกิจ 

.

ปชป. -เครือข่ายผู้พิทักษ์สัตว์ – ก้าวไกล ชู พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรม

.


นายร่มธรรม กล่าวว่า  พรรคประชาธิปัตย์และเครือข่ายผู้พิทักษ์สัตว์  ยังได้ยื่นร่างแก้ไขเพิ่มเติมพ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์   จะเห็นว่าปัจจุบันปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับสัตว์หรือปัญหาสัตว์จร   การดูแลยังมีปัญหาอยู่ ปัจจุบันมีปัญหาเรื่องสัตว์ที่ต้องเร่งแก้ไขอีกหลายประเด็น โดยร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้จะเน้นเรื่องการดูแลสัตว์เลี้ยงทั้งระบบโดยเฉพาะหมา แมว ตั้งแต่การควบคุมดูแลความศักยภาพการขึ้นทะเบียนสัตว์และผู้เลี้ยงเพื่อป้องกันการสูญหาย และป้องกันการเป็นสัตว์จรต่อไปรวมถึงการดูแลศูนย์ช่วยเหลือพักพิงสัตว์จร จะเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยเหลือสัตว์จร และการป้องกันการทารุณกรรมสัตว์

ด้านนายโรเจอร์ กล่าวว่า ร่างแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายฉบับนี้ จะแก้ปัญหาช่องโหว่ของกฎหมายเดิม เช่น การไม่เปิดช่องให้ขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยงได้ ,ไม่มีงบประมาณที่จะสนับสนุนสถานสงเคราะห์ เป็นต้น 

ส่วนนายนิติพล กล่าวว่า พรรคฝ่ายค้านเดินหน้าทำงานอย่างเต็มที่  ซึ่งมีการพูดคุยประเด็นนี้กันมานานมากแล้วจนออกมาเป็นร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ได้ ของฝากถึงพรรครัฐบาลว่าอยากให้สนับสนุนร่างแก้ไขพ.ร.บ.ฉบับนี้   เพราะเป็นการยกระดับสวัสดิภาพสัตว์ของประเทศไทยให้ทัดเทียมกับระดับสากล ที่เรียกว่าทุกฝ่ายทุกภาคส่วน ได้ประโยชน์ในส่วนนี้จริงๆ

'ปชป. 'รุก ยื่นร่าง 'พ.ร.บ.อากาศสะอาด '- 'พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมสัตว์'
'ปชป. 'รุก ยื่นร่าง 'พ.ร.บ.อากาศสะอาด '- 'พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมสัตว์'

ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ , วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม . พรรคประชาธิปัตย์  ,นิติพล ผิวเหมาะ สส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล  พร้อมด้วย โรเจอร์ โลหะนันท์ นายกสมาคมพิทักษ์สัตว์ (ไทย) แถลงข่าวเตรียมยื่นร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาด และร่างแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมสัตว์และการจัดสวัสดิภาพสัตว์   เข้าสู่กระบวนการของรัฐสภา 

‘นายกฯ’ เตรียมดึงนักลงทุนผลิตยานยนต์EVและชิ้นส่วน ดันไทยอันดับ 1 อาเซียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561981

26 ต.ค. 2566

'นายกฯ' เตรียมดึงนักลงทุนผลิตยานยนต์EVและชิ้นส่วน ดันไทยอันดับ 1 อาเซียน

‘นายกฯ’ ดันไทยฐานผลิตยานยนต์อีวีและชิ้นส่วน ทยอยปรับลดรถสันดาป พร้อมหนุนสร้างศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ เฟส 2

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เปิดเผยถึงการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมรถยนต์ทั้งแบบสันดาปและรถEV ว่า เป็นที่ทราบกันดี ประเทศไทยเป็นเบอร์ 1 ที่มีโรงงานผลิตรถยนต์อีวีและมีอัตราการใช้รถอีวีที่มีอัตราการเติบโตสูงสุด ซึ่งตนได้ให้ความมั่นใจกับนักลงทุนในสหรัฐไปว่า มีการสนับสนุนประกอบรถยนต์ EV อย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังไม่ทราบว่าสิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีจะให้ได้นานขนาดไหน ซึ่งไทยจำเป็นต้องดูแลพาร์ทเนอร์เก่ารายใหญ่ที่สุดในรอบ 50-60 ปี คือญี่ปุ่น ซึ่งเป็นรถแบบสันดาป แต่ก็กำลังค่อยๆ เฟดลงไป 

ส่วนการขับเคลื่อนโครงการสร้างศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ ที่เป็นสนามทดสอบสมรรถนะและความเร็วของรถ สร้างที่จังหวัดฉะเชิงเทราไปแล้วเฟสแรก เพื่อรองรับจะสนับสนุนการลงทุนในเฟสที่ 2 ต่อหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังไม่ทราบรายละเอียดของโครงการนี้ จึงต้องขอดูเรื่องก่อน แต่ยืนยันว่า ถ้าเป็นเรื่องที่ดี ทำให้ชีวิตของพี่น้องประชาชนดีขึ้นก็พร้อมสนับสนุน

ส่วนความคืบหน้าการก่อสร้างโครงการศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ ซึ่งสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เป็นผู้ดำเนินโครงการดังกล่าว โดยดำเนินอยู่บนพื้นที่ 1,235 ไร่ บริเวณเขตสวนป่าลาดกระทิง ตำบลลาดกระทิง อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) โดยการลงทุนของภาครัฐทั้งหมดภายใต้กรอบวงเงิน 3,705.7 ล้านบาท ก่อสร้างก่อสร้างแล้วเสร็จเกินกว่า 55 % ขณะนี้คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2569 หากแล้วเสร็จสมบูรณ์ ศูนย์ทดสอบแห่งนี้จะกลายเป็นฮับการทดสอบมาตรฐานอันดับ 1 ในอาเซียนและอันดับที่ 11 ของโลก

ก่อสร้างศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติก่อสร้างศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ

เปิดบัญชี ‘มาเฟีย’ ทั่วไทย 10 จังหวัดสีเขียว พบ 180 กลุ่มผู้อิทธิพลสีแดง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561881

25 ต.ค. 2566

เปิดบัญชี 'มาเฟีย' ทั่วไทย 10 จังหวัดสีเขียว พบ 180 กลุ่มผู้อิทธิพลสีแดง

‘กมธ.ปกครอง’ เปิดข้อมูล ‘มาเฟีย’ ทั่วไทย พบ ’10 จังหวัดสีขาว’ อีก ‘ 66 จังหวัด’ กลุ่มสีเหลือง พบผู้มีอิทธิพลระดับสีแดง 180 รายชื่อ จี้ มหาดไทย วางนโยบายปราบปราม ชม ‘ชาดา’ มีสปิริต แม้ลูกเขยโดนจับก็ไม่ยกเว้น

25 ต.ค. 2566 นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการปกครอง สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยภายหลังการประชุมกรรมาธิการฯ ที่มีวาระสำคัญในการพิจารณาศึกษามาตรการจัดระเบียบสังคม และการปราบปรามผู้มีอิทธิพล โดยมีการเชิญ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้แทนของอธิบดีกรมการปกครอง มาให้ข้อมูลกับคณะกรรมาธิการฯ 
 

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ประธานคณะกรรมาธิการการปกครอง สภาผู้แทนราษฎรนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ประธานคณะกรรมาธิการการปกครอง สภาผู้แทนราษฎร

ผู้แทนอธิบดีกรมการปกครอง ชี้แจงในที่ประชุมว่า ได้มีการส่งหนังสือให้แต่ละจังหวัดส่งรายชื่อ และคัดกรองผู้ที่มีอิทธิพลทั่วประเทศไปยังกระทรวงมหาดไทย โดยพบจังหวัดสีเขียว ปลอดผู้มีอิทธิพลจำนวน 10 จังหวัด ซึ่งไม่สามารถระบุชื่อจังหวัดได้ เนื่องจากเป็นข้อมูลความลับทางราชการ และ 84 อำเภอใน 66 จังหวัด เป็นจังหวัดสีเหลือง มีผู้อิทธิพล 805 รายชื่อ แบ่งเป็น 180 รายชื่อ เป็นผู้มีอิทธิพลสีแดง มีพฤติการณ์ใช้อิทธิพลในพื้นที่ และ 625 รายชื่อ เคยมีอิทธิพล และไม่มีพฤติการณ์ใช้อำนาจข่มเหงรังแกประชาชน ซึ่งมีการเฝ้าดูพฤติกรรมใกล้ชิด 

ส่วนคำจำกัดความผู้มีอิทธิพลของกระทรวงมหาดไทยนั้น นายกรวีร์ ระบุว่า ผู้แทนอธิบดีกรมการปกครอง ระบุว่า เป็นบุคคล หรือกลุ่มบุคคล ที่มีการกระทำ หรือสั่งการให้กระทำละเมิดกฎหมาย ใช้อำนาจการเงิน ตำแหน่งหน้าที่การงาน สถานะทางสังคม และปัจจัยอื่นไปข่มเหงรังแกประชาชนให้เดือดร้อน ทั้งทางกาย จิตใจ เสรีภาพ ชื่อเสียง และทรัพย์สิน ซึ่งการกระทำผิดกฎหมายนั้น มีทั้งหมด 16 มูลฐานที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด โดยจะต้องเป็นการใช้อำนาจ กระทำผิดกฎหมาย ข่มเหงรังแกให้ประชาชนเดือดร้อน ก็จะเข้าข่ายการเป็นผู้มีอิทธิพล

นายกรวีร์ ยังระบุด้วยว่า หลังจากนี้ผู้แทนอธิบดีกรมการปกครอง ยืนยันว่า การดำเนินการหลังจากได้รายชื่อทั้งหมดแล้ว กระทรวงมหาดไทย ระบุว่า ยังอยู่ระหว่างการคัดกรอง และรวบรวมรายชื่อผู้มีอิทธิพล และรอฝ่ายบริหาร หรือคณะกรรมการ กำหนดนโยบายการจัดการกับผู้มีอิทธิพลต่อไป ทั้งการจับกุม ปราบปราม หรือพูดคุยให้เลิกพฤติกรรมดังกล่าว 

ที่่ประชุม คณะกรรมาธิการการปกครอง สภาผู้แทนราษฎรที่่ประชุม คณะกรรมาธิการการปกครอง สภาผู้แทนราษฎร

นายกรวีร์ เปิดเผยอีกว่า กรรมาธิการฯ ได้เน้นย้ำถึงการคัดเลือก และการจัดทำรายชื่อ จะต้องดำเนินการไปด้วยความเป็นธรรม ไม่ใช้อำนาจรัฐของฝ่ายปกครอง ไปกลั่นแกล้งทางการเมือง และให้มีการประเมินผลการปราบปรามผู้มีอิทธิพลด้วย 

ส่วนกรณีการเกิดเหตุกรณีที่นายวีระชาติ รัศมี นายกเทศมนตรีตำบลตลุกดู่ จ.อุทัยธานี ลูกเขยของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นั้น นายกรวีร์ ยอมรับว่า กรรมาธิการฯ มีการพูดคุยกัน ซึ่งจะเข้าข่ายการเป็นผู้มีอิทธิพลหรือไม่นั้น ก็จะต้องไปพิจารณาตามคำจำกัดความของการเป็นผู้มีอิทธิพล และจะต้องไปต่อสู้กันในชั้นศาล ซึ่งอาจจะมีความผิดจริง แต่จะเข้าข่ายการเป็นผู้มีอิทธิพลหรือไม่ ก็จะต้องพิจารณาว่า มีการใช้อำนาจหน้าที่คุกคามรังแกประชาชนหรือไม่ หากไม่มีก็ไม่เข้าข่าย 

นายกรวีร์ ยังชื่นชมในสปีริตของนายชาดา และถือเป็นมิติใหม่ถึงการเมือง เพราะมีการตั้งคำถามถึงความเหมาะสมการนำนายชาดา มาปราบปรามผู้มีอิทธิพลนั้นเหมาะสมหรือไม่ ซึ่งแม้จะเป็นลูกเขย และใกล้ชิดรัฐมนตรี ก็มีความเด็ดขาด ไม่ได้รับการละเว้น และนายชาดา ก็ยินดีกับการตรวจสอบทั้งหมดโดยไม่ต้องเกรงใจ

‘ชาดา’ สั่งลูกเขยลาออก ‘นายกเทศมนตรี’ เปิดทางจังหวัดเลือกตั้งใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561873

25 ต.ค. 2566

'ชาดา' สั่งลูกเขยลาออก 'นายกเทศมนตรี' เปิดทางจังหวัดเลือกตั้งใหม่

‘ชาดา’ เผยสั่งลูกเขยลาออก ‘นายกเทศมนตรี’ เพื่อไม่ให้เกิดสุญญากาศ เปิดทางจังหวัดเลือกตั้งใหม่ ยิ่งคนใกล้ชิดตัวเองต้องรับผิดชอบ วอนโลกโซเชียล อย่านำรูปลูกหลานไปประจานในสังคมออนไลน์

25 ต.ค. 2566 จากกรณี ตำรวจ บก.ปปป. จับกุม นายวีระชาติ รัศมี นายกเทศมนตรีตำบลตลุกดู่ จ.อุทัยธานี ลูกเขยของ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เรียกรับสินบนจากผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการระบบประปาหมู่บ้านแบบบาดาล จำนวน 2 โครงการ จ.อุทัยธานี

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ออกมายืนยันว่า ตนเองได้สั่งให้นายวีระชาติ ที่เป็นลูกเขย ลาออกจากการเป็นนายกเทศมนตรีแล้ว ตั้งแต่คืนวานนี้ ( 24 ต.ค.) เพื่อเปิดทางให้จังหวัดจัดการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีคนใหม่ เพื่อไม่ให้เกิดสุญญากาศการบริหารท้องถิ่น เพราะหากให้ รองนายกเทศมนตรี มารักษาการแทน ท้องถิ่นก็ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ใด ๆ ได้จนครบวาระ หรือเมื่อคดีเสร็จสิ้น จึงเป็นการถ่วงความเจริญการพัฒนาท้องถิ่น 

ดังนั้น จึงต้องรักษามาตรฐานทางการเมืองท้องถิ่น และให้ประชาชนไปเลือกตั้งใหม่ ซึ่งไม่ว่าใครจะลงสมัครรับเลือกตั้ง ก็ให้เป็นไปตามระบบ และในฐานะที่ตนเป็นคนใกล้ชิดกับนายวีระชาติ ก็ยิ่งจำเป็นต้องแสดงความรับผิดชอบมากกว่าผู้อื่น เพราะไม่ว่าจะจับบุคคลใกล้ชิด หรือไม่จับ ก็ย่อมต้องถูกสังคมด่า แต่ยืนยันว่า ตนเองในครอบครัวไม่มีปัญหาใด ๆ ซึ่งตนในฐานะพ่อ ก็ต้องโอบกอดลูก ๆ ทุกคนด้วยความรัก และความอบอุ่น และเดินไปด้วยกัน ไม่ว่าทางเดินหน้าข้างจะเป็นอย่างไร แต่ครอบครัวของตนเองยังรักกัน รวมถึงตนเองก็ยังทำหน้าที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยเสร็จสิ้นแล้ว

นายชาดา ยังขอให้กลุ่มด้อมแฟนคลับ หรือ I.O. พรรคการเมืองต่าง ๆ อย่านำรูปลูกหลานของตนเองไปประจานในสังคมออนไลน์ เพราะหากยังมีการไล่ล่าในโลกออนไลน์ ตนเองหาตัวอวตารเบื้อหลังไม่เจอ ก็ตามหาบุคคลเบื้องหน้า นามสกุลอะไรบ้าง ลูกหลานมีใครบ้าง ก็จะเกิดเป็นสงครามโซเชียล เพราะทุกวันนี้ คนไทยต้องรักกัน สามัคคีกัน ไม่ทำอะไรที่ไม่สร้างสรรค์ แต่ทุกคนก็ยังสามารถด่าตนเองได้ตามมุมมอง และสักวันหนึ่งคนเหล่านั้น ก็จะรู้สึกเสียใจที่ด่าตนเอง

ส่วนการให้อิสระเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีกับลูกเขยของตนเองอย่างไรนั้น นายชาดา ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม ก่อนที่จะยุติการให้สัมภาษณ์ เพื่อเดินทางกลับ ซึ่งระหว่างการเดินทางกลับนั้น นายชาดา ได้พบกับลูกสาวตนเองที่มาช่วยงาน จึงได้หอมแก้ม 3 ครั้ง

นายกฯ ระบุจับลูกเขย ‘ชาดา ไทยเศรษฐ์’ อย่าไปไกลถึงขั้นให้ลาออกจากตำแหน่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561858

25 ต.ค. 2566

นายกฯ ระบุจับลูกเขย 'ชาดา ไทยเศรษฐ์' อย่าไปไกลถึงขั้นให้ลาออกจากตำแหน่ง

นายกฯ ยันตำรวบุกจับลูกเขย ‘ชาดา ไทยเศรษฐ์’ หากผิดจริงก็ต้องจัดการตามกฏหมาย ไม่ว่าจะเป็นญาติพี่น้องของรัฐมนตรีก็ตาม ขออย่าเพิ่งไปไกลจนถึงขั้นให้ ‘ชาดา’ รับผิดชอบลาออกจากตำแหน่ง เผยไม่แน่ใจ ‘ชาดา’ สั่งจัดการลูกเขย

25 ต.ค. 2566 กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปปป. บุกจับกุม นายวีระชาติ รัศมี นายกเทศมนตรีตำบลตลุกดู่ จ.อุทัยธานี  ลูกเขย นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมพวก เรียกรับสินบนผู้รับเหมาก่อสร้างระบบน้ำประปา ในพื้นที่จ.อุทัยธานี

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า หลังจากทราบข่าวก็รู้สึกตกใจอยู่เหมือนกัน ซึ่งก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่ถูกกล่าวหาด้วย แต่ยืนยันว่าหากกระทำผิดก็ต้องจัดการไปตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นญาติพี่น้องรัฐมนตรี 

ตำรวจบุกจับลูกชาย ชาดา ไชยเศรษฐ์ตำรวจบุกจับลูกชาย ชาดา ไชยเศรษฐ์

ผู้สื่อข่าวถามว่าเมื่อเป็นคนในครอบครัวของรัฐมนตรีเสียเองจะต้องมีการรับผิดชอบถึงขั้นลาออก จากตำแหน่ง เลยหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า คงไม่ไปถึงขนาดนั้นเพราะยังไม่รู้เลยว่าผิดจริงหรือไม่ ก็ต้องให้ความเป็นธรรมเขาด้วย ผิดมากน้อยขนาดไหนก็ต้องดูด้วยอย่าไปไกลถึงขนาดนั้นเลย 

เมื่อถามว่ากรณีดังกล่าวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล และนายชาดา ได้รายงานให้ทราบแล้วหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ยังไม่ได้รายงานซึ่งตนก็ได้ฟังจากที่เขาให้สัมภาษณ์ เขาก็ให้สัมภาษณ์ถูกต้องว่าเป็นใครก็ต้องจัดการ ซึ่งตนก็ไม่แน่ใจว่าเขาพูดจริงหรือพูดติดตลก ที่ว่าความจริงนายชาดา เป็นคนสั่งให้จัดการ 

เมื่อถามย้ำว่าที่ผ่านมานายชาดา ก็เป็นบุคคลที่ไปปราบปรามผู้มีอิทธิพลแต่เรื่องกลับมาเกิดขึ้นกับบุคคลในครอบครัวเสียเอง นายเศรษฐา ตอบว่า ท่านก็พยายามอยู่แล้ว ตนถึงบอกว่าไม่แน่ใจว่า ท่านเป็นคนสั่งไปปราบเองหรือเปล่า ตนก็ไม่ทราบเหมือนกัน 

‘เศรษฐา’ ย้ำ ทำทุกทางให้แรงงานกลับไทย ลั่นพร้อมปรับเงื่อนไขดิจิทัลวอลเล็ต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561859

25 ต.ค. 2566

‘เศรษฐา’ ย้ำ ทำทุกทางให้แรงงานกลับไทย ลั่นพร้อมปรับเงื่อนไขดิจิทัลวอลเล็ต

‘เศรษฐา’ ยันทำทุกทางให้แรงงานกลับไทย พร้อมหาทางช่วยแก้หนี้ ลั่นพร้อมปรับเงื่อนไขดิจิทัลวอลเล็ต ย้ำไม่แบ่งจ่าย 3 แน่นอน

วันที่ 25 ต.ค. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีกลุ่มฮามาสปล่อยตัวประกัน 50 คนเมื่อวานนี้ (24 ต.ค.) ว่ามีคนไทยอยู่ด้วยหรือไม่ ว่า ยังไม่ได้คุยกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายปานปรีย์ พหิทธานุกร แต่เห็นท่านบอกว่าจะมีข่าวดีเร็วๆ นี้ ท่านเองก็พยายามอย่างเต็มที่ 

เมื่อถามถึงเรื่องความมั่นคง ว่าสามารถเจาะข้อมูลเชิงลึกได้มากแค่ไหน นายเศรษฐา กล่าวว่า เจาะได้มาก ไม่มีจุดบอด ฝ่ายความมั่นคง ทั้งผู้บัญชาการทหารสูงสุด และสภาความมั่นคงแห่งชาติทำงานอย่างเต็มที่ และมีรายงานมาโดยตลอด ส่วนต้องตั้งรองนายกรัฐมนตรี เพื่อมาดูหลักเลยหรือไม่ นายเศรษฐา บอกว่าไม่จำเป็น เพราะมีสายตรงถึงตนตลอด

เมื่อถามว่าหลังจากนายกรัฐมนตรี ขอให้แรงงานเดินทางกลับ มีแรงงานแสดงความประสงค์เพิ่มมากขึ้นหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตอนนี้มีแนวทางดีขึ้น และในช่วงเที่ยงวันนี้ (25 ต.ค.) ก็จะมีการคุยกับ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ และนายกฤษฎา จีนะวิจารณะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง รวมถึงทีมงานกระทรวงการคลัง เพื่อหามาตรการช่วยเหลือแรงงาน เพราะเราก็ดูเชิงลึก ว่าแรงงานแต่ละคนที่เดินทางไปต่างประเทศ มีการกู้เงินมา เหตุผลหนึ่งที่หลายคนตัดสินใจไม่กลับ ยอมเสี่ยงชีวิตก็เป็นเพราะเรื่องเงินกู้ จึงต้องกลับมาดูว่าตนสามารถช่วยเหลือตรงไหนได้บ้าง ก่อนยืนยันเราพยายามอย่างเต็มที่ ทั้งกดดันว่าอย่าให้นายจ้างเอาเงินมาล่อ ทั้งทำให้ส่วนที่ทำได้เอง ทำทุกส่วนพร้อมกัน

เมื่อถามถึงความคืบหน้าการประชุมคณะกรรมการดิจิทัลวอลเล็ตชุดใหญ่ในครั้งต่อไปว่า เรื่องนี้ยังไม่ทราบต้องถามทางรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นายจุลพันธ์อมรวิวัฒน์

ส่วนการกำหนดไทม์ไลน์นั้นหลังเดินทางกลับจากต่างประเทศเมื่อวานนี้ได้คุยเบื้องต้น ซึ่งทีมงานได้คุยกับผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อหาวิธีการปรับแต่งเติม ตามที่ทุกภาคส่วนเสนอแนะเข้ามา ซึ่งเดี๋ยวต้องขอเจอก่อน

ส่วนที่นายกรัฐมนตรีพูดบนเวทีปาฏกถาว่าจะต้องมีการปรับเงื่อนไขในส่วนของคนรวยนั้นเป็นอย่างไร นายเศรษฐา กล่าวว่า ก็คืออย่างนั้นแหละ ใครจะบอกว่าคนรวยคือคนรวยใช่หรือไม่ ซึ่งตนรับฟังอยู่แล้วว่าต้องมีการปรับตรงนี้ โดยกำลังหาคำจำกัดความที่เหมาะสมและเป็นธรรมกับทุกฝ่ายว่าคนรวยคืออะไร พร้อมน้อมรับคำแนะนำจากผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยอยู่แล้วว่าควรที่จะเจาะจงมากขึ้น บางภาคส่วนที่ไม่เดือดร้อนอาจไม่ต้องรับซึ่งรับฟังอยู่ 

ส่วนแอปพลิเคชั่นเป๋าตังเดิมหรือแอพพลิเคชั่นอื่นสามารถพอใช้ได้หรือไม่ นายเศรษฐา ยอมรับว่า ใช้ได้ 

ส่วนขณะนี้ยังยืนยันว่าให้กู้เงินมาใช้ใน โครงการอยู่หรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า ก็ตามที่บอกไป 

เมื่อถามถึงข้อเสนอที่ขอให้รัฐบาลทบทวน การจ่ายเงินเป็น 3 งวดแทนงวดเดียวจะนำมาพิจารณาหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า พิจารณาแล้วก็คงคิดว่าไม่เอา เดี๋ยวคงจ่ายรวดเดียว เพราะอยากให้กระตุ้นเศรษฐกิจทีเดียว และเม็ดเงินมันใหญ่จะได้ทำให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชัดเจน

ส่วนที่มีดาม่าประเด็นพรรคร่วมรัฐบาลไม่ออกตัวในโครงการดังกล่าว ในที่ประชุมมีความเห็นอย่างไร นายเศรษฐา ระบุว่า ก็ไม่มีใครมีปัญหา พร้อมยืนยันว่าหนุน 

เมื่อถามถึงกรณีที่ นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ระบุว่า โครงการดิจิทัลวอลเล็ตถึงทางตันแล้ว เพราะอาจจะขัดต่อกฎหมาย นายเศรษฐาฟังคำถามแต่ไม่ตอบคำถามแต่อย่างใด

เมื่อถามย้ำว่านายกรัฐมนตรีไม่กังวลในประเด็นดังกล่าวใช่หรือไม่ นายเศรษฐา ระบุว่า ไม่ครับ

ส่วนที่มีหลายฝ่ายเดินหน้าร้องเรียนโครงการดังกล่าวกับองค์กรอิสระจะเป็นอุปสรรคหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ก็ต้องชี้แจง เพราะองค์กรอิสระก็มีหน้าที่ของเขา ตนก็มีหน้าที่ชี้แจง

เมื่อถามว่า จะทำอย่างไรเพื่อให้ประชาชนและมุมดีๆของโครงการดังกล่าวดังกว่าเสียงท้วงติง นายเศรษฐา ระบุว่า มันไม่เกี่ยวว่าดังหรือค่อยกว่า แต่อยู่ที่ว่าความจริงคืออะไร ความจริงคือ 10 ปีที่ผ่านมาจีดีพีของประเทศไทยโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 1.8% นี่ครัวเรือนขึ้นจาก 76% เป็น 90% ซึ่งสูงสุดติดท็อปเท็นของโลก เพราะฉะนั้นประเทศไทยจึงต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจ ต้นก็ต้องเดินสายชี้แจงและรับฟังข้อท้วงติง และเมื่อมีคนไปร้องตนต้องชี้แจง

เมื่อถามย้ำว่ามีแผนสองในการกระตุ้นเศรษฐกิจหรือไม่นายกรัฐมนตรีตอบทันทีว่า ผมไม่ได้มีแผนสอง ผมมีเป็น 10 แผนตามที่เคยกล่าวไปแล้ว เช่น การยกระดับเศรษฐกิจไทย การบริหารจัดการน้ำและหลายๆแผน

ส่วนกระแสข่าวอาจจะเลื่อนการแจกเงินจาก 1 ก.พ.67 ออกไปนั้น นายเศรษฐา ระบุว่ากำลังดูอยู่ ส่วนจะทันไตรมาสแรกของปี 67 หรือไม่ นายเศรษฐา ระบุว่า พยายามทำให้เร็วที่สุด ส่วนเม็ดเงินดังกล่าวขอให้มีการประชุมก่อน เพราะคำถามดังกล่าวมีเข้ามาเยอะเหลือเกินหากพูดไปก็จะเกิดความสับสน

เมื่อถามกรณีที่เรียกรัฐมนตรีสัดส่วนพรรคเพื่อไทยไปประชุมบนตึกไทยคู่ฟ้าและมีการกำชับให้ทำงานควิกวิน-ส่งการบ้านภายใน 2 สัปดาห์นั้น นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่เป็นเรื่องที่เน้นไปในที่ประชุมคณะมนตรีด้วย และมีการเน้นกับ ครม.เพื่อไทยอีกครั้ง เพราะเราต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ และอย่างที่บอกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของเรามีเยอะ หลายนโยบาย แต่ละกระทรวงก็สามารถส่งผลงานกันได้

เมื่อถามว่ารัฐมนตรีแต่ละคน พยายามที่จะเดินหน้าแต่ละงานแล้วใช่หรือไม่ นายเศรษฐา ระบุว่า เป็นเรื่องภายในขอเก็บไว้ก่อน แต่หวังว่าเขาจะเดินหน้าเต็มที่ หากไม่เดินหน้าเต็มที่ก็คงเป็นหน้าที่ตนในการบริหารจัดการให้เขาเดินหน้าอย่างเต็มที่

Dinner Talk : Thailand’s Future เศรษฐา : อยู่ตรงนี้เพื่อจะยกระดับชีวิตคนไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561834

24 ต.ค. 2566

Dinner Talk : Thailand’s Future  เศรษฐา : อยู่ตรงนี้เพื่อจะยกระดับชีวิตคนไทย

Dinner Talk : Thailand’s Future อนาคตประเทศไทย 2024 จัดโดย เนชั่นกรุ๊ป ที่ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ นายกรัฐมนตรี เปิดใจเหตุการณ์ในอิสราเอล ทำให้ตระหนัก ถึงภาพความเลื่อมล้ำในสังคม จนทำให้คนไทย ยอมที่จะเสี่ยงค้าแรงงานในอิสราเอลทั้งที่อันตราย ย้ำ “ดิจิทัลวอลเล็ต” ต้องเดินหน้า

วันที่ 24 ตุลาคม 2566 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานเปิดงาน Dinner Talk : Thailand’s Future อนาคตประเทศไทย 2024 และเสวนาหัวข้อ “รัฐบาลข้ามขั้ว สลายความขัดแย้ง ทำได้อย่างไร?”   จัดโดย  เนชั่นกรุ๊ป    ณ  คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ชั้น 22 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอก คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ

นายเศรษฐา​ กล่าวบนเวทีว่า​   เรื่องที่สะเทือนใจใน 10 วัน ที่ผ่านมาเป็นเรื่องที่ทุกคนทราบดี คือสงครามระหว่างอิสราเอลและฮามาสที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก หากไม่พูดถึง การเมืองในภาพใหญ่  พูดถึงภาพเราคงไม่ได้  ทำไมรัฐบาล  จึงต้องทำงานอย่างหนักกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อปากท้องให้ดีขึ้นและเหมาะสมและรวดเร็วที่สุด ทำไมจึงต้องซ่อมเศรษฐกิจซ่อมความเป็นอยู่

.

ห่วงความปลอดภัย อยากเห็นคนไทยกลับบ้าน

.

เหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์ที่เป็นกระจกสะท้อนให้เห็นถึง ความเหลื่อมล้ำของสังคมไทยในหลายๆ มิติ หากติดตามจากตนให้อัพเดทสถานการณ์อิสราเอล เมื่อวานนี้มีการให้สัมภาษณ์ไปว่าขอร้องวิงวอน อ้อนวอนให้คนงานที่อยู่ในอิสราเอลเดินทางกลับไทย โดยในปัจจุบันกระทรวงการต่างประเทศ​ ได้ทำงานหนักเพื่อนำคนกลับมาให้ได้วันหนึ่งเฉลี่ยประมาณ 800-1,000 คน

 แต่ว่าก็มีคนเปลี่ยนใจไม่กลับ เพราะว่าทางนายจ้างจะให้เงินเพิ่มมากขึ้น จะจ่ายเงินอีกครั้งในวันที่ 10 พฤศจิกายน  ต้องมองว่าการให้เงินเพิ่มมากขึ้นนั้นคุ้มหรือไม่กับความเสี่ยง คนที่อยู่ดินแดนที่มีความเสี่ยงจะหาเงินกลับมาจนเจอครอบครัวอีกหลายแสนหรือถึงล้าน  ไม่มีทางเลือกเพราะประสบความลำบาก​ ยอมเสียชีวิตเพื่อจะอยู่ต่อ​ ซึ่งนายจ้างจับจุดถูก​ เป็นที่น่าสลดใจ​ แต่ตนไม่รู้ว่าอีก​ 10 กว่าวันที่เหลือแรงงานจะเปลี่ยนใจกลับมาหรือไม่

Dinner Talk : Thailand’s Future  เศรษฐา : อยู่ตรงนี้เพื่อจะยกระดับชีวิตคนไทย

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

.

.
เรือธง “ดิจิทัลวอลเล็ต”ต้องเดินหน้า
.

เหตุการณ์​ดังกล่าวส่อให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำของสังคมไทย​ โดยมาตรการระยะสั้นที่รัฐบาลได้ออกไปไม่ว่าจะเป็นพักหนี้เกษตรกร ลดค่าไ ฟลดค่าน้ำมัน เหล่านี้เป็นมาตรการกระตุ้นระยะสั้น​ รวมถึงดิจิทัลวอลเล็ต​  เชื่อมั่นหลายท่านในที่นี้อาจไม่เห็นด้วย หรือเห็นด้วยแต่อาจจะอยากให้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง​ หรือเห็นด้วยหมดเลย ซึ่งรัฐบาลพร้อมฟังเสมอ​ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่จำเป็น​ เพราะเศรษฐกิจไทยต้องการการกระตุ้น 

ประชาชนที่อยู่ฐานรากประสบความลำบาก การกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ให้ครัวเรือนละ 10,000 บาท​  สามารถนำเงินเหล่านั้นไปก่อร่างสร้างตัวได้​ ส่วนที่มีการตั้งคำถามว่าทำไมต้องจำกัดระยะทาง​ ทำไมต้อง​ 4 กิโลเมตร​ เนื่องจากไม่อยากให้คนนำเงินมาใช้ในเมืองใหญ่ แต่อยากให้ร้านค้าในพื้นที่ต่างๆได้ลืมตาอ้าปากจากตรงนี้ ส่วนที่มีการตั้งคำถามว่าทำไมถึงไม่จ่ายเป็นเงินสด เพราะไม่อยากให้นำเงินมาใช้ในพื้นที่กรุงเทพฯได้ ซึ่งทุกอย่างจะค่อยๆคลี่คลายและอธิบายให้ฟังต่อไป เมื่อโครงการทั้งหมดนี้จบสิ้น​ ซึ่งมั่นใจว่าที่มาที่ไปของเงินและข้อเสนอแนะของหลายภาคส่วนที่เสนอแนะเข้ามา


ไทยเป็นประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำสูงอีกประเทศหนึ่ง หากลงไปยังพื้นที่ต่างจังหวัดพูดคุยกับประชาชนปัญหานี้เป็นปัญหาใหญ่มาก เป็นปัญหาที่ต้องการการแก้ไข เงินดิจิทัล 10,000 บาทของแต่ละคนสามารถไปเปลี่ยนอาชีพเขาได้ มีหลายเสียงบอกว่ามีแต่การกระตุ้นเศรษฐกิจประชานิยม​ ไม่ใช่เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะยาว 
 

Dinner Talk : Thailand’s Future  เศรษฐา : อยู่ตรงนี้เพื่อจะยกระดับชีวิตคนไทย

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

.

.
รัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทุกมิติ

.


แต่ตลอดระยะเวลาไม่ถึง 2 เดือนที่ผ่านมา​ รัฐบาลนี้เห็นความสำคัญของการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะกลางและระยะยาว​ ซึ่งการที่ตนเดินทางไปยังต่างประเทศ   รวมทั้งเดือนหน้าจะเดินทางไปประชุมเอเปค ก็น่าจะมีข่าวดีทั้งของบริษัท Microsoft และ Google สิ่งเหล่านี้จะเป็นการสร้างรากฐานการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะกลางและระยะยาว​ และเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา   เดินทางไปยังประเทศจีน​ มีสมาคมธนาคาร​ หอการค้าไทย​ ประธานอุตสาหกรรม​  ก็ไปพูดให้ในเวทีการประชุม ปิดห้องคุยกัน 40-50 คน  

รัฐบาลนี้จะไม่มีการเหนียมอาย ในการที่เราเอาเอกชนไป​เมื่อรัฐบาลเดินทางไปต่างประเทศ โดยรัฐบาลจะเป็นตัวกลางให้ทุกคนเข้าถึงสินค้าและการให้บริการต่างๆที่คนไทยสามารถ offer ได้  ซึ่งในปัจจุบันนี้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีการลงทุนสูงสุดในเรื่องของ EV  ซึ่งไม่ใช่ผลงานของรัฐบาลนี้​ แต่เป็นของรัฐบาลเก่า​ แต่รัฐบาลนี้มาสานต่อ ซึ่งจะมีโรงงานผลิตรถยนต์ EV อีกหลายรายจะเข้ามา โดยจะต้องส่งเสริมในลักษณะซัพพลาย​เชน​ 

Dinner Talk : Thailand’s Future  เศรษฐา : อยู่ตรงนี้เพื่อจะยกระดับชีวิตคนไทย

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

.
เล็งขยายตลาดเนื้อโคเข้าตะวันออกกลาง – ขับเคลื่อน”แลนด์บริดจ์”

.

สำหรับการเดินทางไปยังซาอุดีอาระเบีย เพื่อพบกับบริษัทชั้นนำ พร้อมที่จะมาลงทุน  เป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญ นโยบายการส่งออกเนื้อวัว  ตนไม่แน่ใจว่าวันนโยบายนี้ถูกต้องหรือไม่แต่หากมีตลาดก็ถือว่าถูกต้อง​  ไปบูรไน​ และมาเลเซีย​ รวมไปถึงซาอุดีอาระเบีย ได้ ไปพูดคุยถึงเรื่องนี้ทุกประเทศมีความต้องการเนื้อวัวสูงมาก ซึ่งจะเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรทั้งหลายให้เป็น 3 เท่าใน 4 ปี ไม่ใช่แค่การอัพราคาสินค้า​ แต่นำอาชีพไปเสริม ไม่ใช่เพียงปลูกข้าวอย่างเดียวแต่ให้เลี้ยงโคด้วย 

เรื่องการพักหนี้เกษตรกรชั่วคราว​ เพื่อให้ได้มีขวัญและกำลังใจที่จะทำธุรกิจอื่น ไม่ต้องคำนึงว่าแต่ละเดือนจะสามารถใช้หนี้ได้เท่าไร​ ซึ่งจะส่งผลทำให้เกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น​  
“เรื่องรถไฟความเร็วสูง​ ได้หารือร่วมกับ ประธานาธิบดีสี​ จิ้นผิง ของจีน เพื่อเพิ่มศักยภาพต่อจิ๊กซอว์ One Belt One Road ที่ จะทำให้ต่างชาติมั่นใจ​ และย้ายฐานการผลิตมายังที่นี่​ ซึ่งเป็นการยกระดับทำให้ไทยเป็นโลจิสติกส์ฮับระดับโลก แต่ไม่ใช่ว่าจะแย่งธุรกิจจากมะละกาหรือสิงคโปร์ แต่การที่เรามีการลงทุนตรงนี้จะร่นระยะเวลาในขนสินค้า ได้ถึง 9 วัน ซึ่งไม่แน่ใจว่า 4 ปี จะได้ลงมือหรือไม่แต่แน่นอนว่าจุดเริ่มต้น โดยรัฐบาลนี้จะเริ่ม โครงการแลนบริดจ์เพื่อ สร้างศักยภาพในการแข่งขันของคนไทยทุกคน​ “


นายเศรษฐา กล่าวว่า   ที่ตนกล่าวมาไม่ใช่เพียงแต่ประชานิยม  เป็นเรื่องที่ต้องช่วยกันให้การสนับสนุน และนโยบายการเงินการคลังที่ดี​ ไม่ใช่แค่การระมัดระวังเรื่องวินัยการเงินการคลัง แต่นโยบายการเงินการคลังที่ดี ยกระดับความเป็นอยู่ของคนไทยทุกคน​ โดยคำนึงถึงวินัยด้านการเงินการคลัง ซึ่งรัฐบาลนี้ทราบดี ว่าสถานภาพการเงินการคลังเป็นอย่างไร​  ตรงไหนที่ทำได้​  รัฐบาลยอมรับเสียงติชมมาตลอด รับฟังข้อเสนอแนะมาตลอด​ รักษาไว้ซึ่งวินัยการเงินการคลัง 

Dinner Talk : Thailand’s Future  เศรษฐา : อยู่ตรงนี้เพื่อจะยกระดับชีวิตคนไทย

.
เปิดทางเชื่อมโยงความร่วมมือเอกชนไทย –  ทุนข้ามชาติ

.

ขณะเดียวกันไม่กลัวว่าใครจะว่า   เอื้อประโยชน์ต่อเอกชนโดยรัฐบาลเป็นตัวกลางระหว่างการจับคู่เอกชนและเอกชนแต่ละประเทศ​    พร้อมเชื้อเชิญและยินดี​ ที่จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะเชื่อมเอกชนเข้าหากับบริษัทข้ามชาติต่างชาติที่อยากมาลงทุน รัฐบาลนี้เต็มใจที่จะช่วยเหลือ เพื่อยกระดับขีดความแข่งขันของประเทศไทยขึ้นไป  

อยากให้เห็นว่ารัฐบาลนี้พยายามสร้างความหวังและแรงบันดาลใจในการที่จะเดินทางไปเปิดประเทศมี​ Infar Structure ที่จะตอบโจทย์    “เราเข้าใจคนรุ่นใหม่ที่ต้องการจะเป็นเถ้าแก่เจ้าสัว ซึ่งรัฐบาลของเราช่วยเอื้อให้เขามีโอกาสและความหวัง ให้เขาถือสินเชื่อที่มีดอกเบี้ยที่เหมาะสม​ นอกจากนี้รัฐบาลพยายามทำอยู่อีกหลายเรื่อง​ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสมรสเท่าเทียมความสมัครใจเกณฑ์ทหาร​ ทำให้เขามีสิทธิเสรีภาพในการเลือก พร้อมกับกล่าวย้ำว่าเราพยายามทำอย่างเต็มที่ไม่อยู่บนความขัดแย้ง”

นายเศรษฐา​ กล่าวด้วยว่า​  เชื่อว่าหลายคนเป็นกำลังใจให้รัฐบาล และมีข้อสงสัย และไม่มั่นใจในทิศทางที่กำลังเดินไป  อยู่ด้วยกันหลายๆ ความคิด มาจากหลายๆ ที่ ความเห็นต่างเป็นเรื่องที่ควบคุมไม่ได้ แต่เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องพยายามชี้แจง และอธิบายให้ดีที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ รัฐบาลนี้จะไม่เหน็ดเหนื่อยกับการที่จะต้องอธิบายให้กับทุกท่านฟังว่า ทำไมจะต้องทำนโยบายอะไรออกมา เป็นหน้าที่ของรัฐบาลนี้  ยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่ามาอยู่ตรงนี้ เพื่อที่จะยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนคนไทยทุกคนในทุกมิติ

.
หัวใจในการทำงาน fall in love 
.

ภายหลังนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี  และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาในงาน Dinner Talk Thailand’s Future อนาคตประเทศไทย 2024  ได้มีช่วงถามตอบในบรรยากาศแบบเป็นกันเอง  โดยนายกรัฐมนตรี ได้ตอบคำถาม เรื่องการแต่งกาย ที่ชอบสวมถุงเท้าสีสันต่างๆว่า  ใส่มาตั้งนานตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว ไม่ได้เลือกว่าวันไหนต้องสีไหน แต่ก็ดูตามกาลเทศะ เป็นความสุขส่วนตัว

ส่วนการเปลี่ยนเส้นทางจากธุรกิจสู่การเมือง แตกต่างกับที่คาดคิดไว้หรือไม่  ไม่ได้เหนือความคาดหวัง เพราะรู้ว่าต้องทำงานหนัก หลายคนเล่นการเมืองก็อยากเป็นรัฐมนตรี อยากเป็นนายกตั้งแต่อายุ 30 แต่ตนอายุ  58 ถึง 59 แล้วก็ยังไม่คิด จนกระทั่ง 2 ปีก่อนมาการเมือง จึงเริ่มคิด และสิ่งหนึ่งที่ต้องมีในการทำงาน คือ fall in love (ตกหลุมรัก) เพราะต้องอยู่ตรงนี้ถึง 4 ปี หากไม่หลงรัก ไม่มีแพชชั่น ตราบใดที่ไม่หลงรักงานที่ทำก็จะไม่ทำอย่างมีประสิทธิภาพ  ก่อนที่จะมาเป็นหรือไม่เป็นไม่แตกต่างกัน เพราะมองไว้แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้น


ที่บอกว่าทำงานโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยนั้น ไม่ได้เหนื่อยเพราะทำงานเสร็จก็พักผ่อน ตื่นมาก็ทำงานต่อ ไม่ได้รู้สึกเหนื่อย และไม่ว่าวิกฤตอะไรก็พร้อมสู้ เพราะนายกฯทุกคนก็เจอวิกฤตต่างกัน  ส่วนสิ่งที่จะได้เห็นจากรัฐบาลเศรษฐาในระยะเวลา 3 เดือน 6 เดือน 1 ปี หลังจากนี้   บางเรื่องก็มีขีดจำกัดต่างกันไป เรื่องสำคัญที่สุดตอนนี้คือเรื่องปากท้อง วันนี้รัฐมนตรีพลังงานก็ประกาศลดราคาน้ำมัน เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่ดูอยู่

การกระตุ้นการท่องเที่ยวก็ยังทำต่อ อีกสองสัปดาห์ก็จะประกาศเพิ่มประเทศที่จะยกเว้นวีซ่า  อาจจะมีการเดินทางไปคุยกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เรื่องของการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโก-ลกที่จังหวัดนราธิวาส   ส่วนแผนในระยะกลางและระยะยาว อาจเห็นเรื่องของการพัฒนารถไฟรางคู่ รวมถึงแลนด์บริดจ์  และยืนยันว่าอยากให้โครงการนี้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมในรัฐบาลนี้  นายเศรษฐา  ระบุ

Dinner Talk : Thailand’s Future  เศรษฐา : อยู่ตรงนี้เพื่อจะยกระดับชีวิตคนไทย

.

ข่าวโดย  :  Nation TV

ภาพโดย : NationPhoto

‘เศรษฐา’ นำประชุม สส.เพื่อไทย ‘อุ๊งอิ๊ง’ ย้ำมีแผนปรับความพร้อมพรรคทุกด้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561823

24 ต.ค. 2566

‘เศรษฐา’ นำประชุม สส.เพื่อไทย ‘อุ๊งอิ๊ง’ ย้ำมีแผนปรับความพร้อมพรรคทุกด้าน

‘เศรษฐา’ นำประชุม สส.เพื่อไทย แนะอย่าลืมวางยุทธศาสตร์เลือกตั้งท้องถิ่นเพื่อชัยชนะระดับชาติ ด้าน ‘อุ๊งอิ๊ง’ ย้ำมีแผนปรับความพร้อมทุกด้านของพรรค

วันที่ 24 ต.ค. เมื่อเวลา 16.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วย นส.แพทองธาร ชินวัตร กรรมการบริหาร และ สส.พรรคเพื่อไทย ได้ร่วมประชุมประจำสัปดาห์ โดย นส.แพทองธาร ได้กล่าวกับที่ประชุม ว่า เราได้รับรู้การเปลี่ยนแปลงมากมาย 1-2 เดือนที่ผ่านมา จะผลงานมากมายของนายกฯ เรามีแผนที่จะปรับเปลี่ยนพรรคให้มีความพร้อมมากขึ้นในทุกด้าน ทั้งถนัดและไม่ถนัด 

“พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำหลักในการจัดตั้งรัฐบาล ตนต้องการความร่วมมือจากพรรคร่วมรัฐบาล และจากพรรคเพื่อไทย มาแลกเปลี่ยนความรู้ในแต่ละด้าน เพราะกระทรวงใดกระทรวงหนึ่งอาจจะไม่มีความรู้ในกระทรวงต่างๆ จึงอยากให้แชร์ความรู้ ประสบการณ์ ความสามารถร่วมกัน เชื่อว่า สส. ที่อยู่ในกระทรวงต่างๆ อยากจะเรียนรู้ร่วมกัน” น.ส.แพทองธาร กล่าว

ด้านนายเศรษฐา  กล่าวถึงความกังวลใจในการเลือกตั้งซ่อม สส. และการเลือกตั้งท้องถิ่น ได้เน้นย้ำให้ สส. มียุทธศาสตร์ที่ชัดเจน เมื่อเป็นรัฐบาลจะลืมการเลือกตั้งท้องถิ่น ถือว่าเป็นสัญญาณไม่ดีสำหรับการเลือกตั้งใหญ่ครั้งต่อไป

ส่วนความสัมพันธ์ของรัฐบาล-สส. หลายคนทำงานหนัก แต่ก็ต้องดูผลงานระยะสั้นเพื่อจะทำนโยบายบรรเทาทุกข์ให้กับประชาชน “ผมจะเข้าพรรคให้บ่อยขึ้น จะต้องรับฟังปัญหาของประชาชนผ่าน สส.ในพื้นที่ แก้ไขปัญหา ยกระดับความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น“ นายเศรษฐา กล่าว

ทั้งนี้นายเศรษฐา กล่าวทิ้งท้ายในที่ประชุมว่า ผมขอชวนไปดูหนังเรื่องสัปเหร่อ วันพรุ่งนี้ (25 ต.ค.) เวลา 19.45 น. ขอให้ทุกคนแต่งตัวจัดให้เต็ม ผ้าขาวม้า โจงกระเบนมาให้หมดให้เป็นซอฟต์พาวเวอร์

ครม.ไฟเขียว ‘พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ’ นั่งเลขา ป.ป.ส.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561794

24 ต.ค. 2566

ครม.ไฟเขียว 'พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ' นั่งเลขา ป.ป.ส.

ที่ประชุม คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบ “พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ” ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็น เลขาฯ ป.ป.ส. หลัง กระทรวงยุติธรรม รับโอนย้าย

24 ต.ค.2566 ที่ทำเนียบรัฐบาล การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุม มีวาระเพื่อพิจารณาที่สำคัญหลายวาระ และหนึ่งในวาระที่เป็นที่จับตา คือ การแต่งตั้งเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (เลขาป.ป.ส.) ซึ่งก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 11 ส.ค. 2566 กระทรวงยุติธรรม ได้ส่งหนังสือถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เรื่องขอรับโอนข้าราชการ โดยพิจารณาเห็นว่า พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผช.ผบ.ตร.)  เป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ จึงมีความประสงค์ขอรับโอน ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ประเภทบริหารระดับสูง 

ครม.ไฟเขียว พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ นั่งเลขาฯ ป.ป.ส.ครม.ไฟเขียว พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ นั่งเลขาฯ ป.ป.ส.

ล่าสุด นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ที่ประชุม ครม.มีมติอนุมัติแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งประเภทนักบริหารระดับสูง ตามที่กระทรวงยุติธรรมเสนอ ให้โอนข้าราชการตำรวจ พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  (ผช.ผบ.ตร.) มาดำรงตำแหน่ง เลขาธิการ (ประเภทบริหารระดับสูง) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) กระทรวงยุติธรรม โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม

ทั้งนี้ หากย้อนไปในอดีต มีผู้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ป.ป.ส. จนถึงปัจจุบัน มาแล้ว 19 คน โดยในจำนวนนี้เป็นพลเรือน 12 คน และอีก 7 คน มาจากตำรวจ โดยตำรวจที่เคยโอนมาดำรงตำแหน่ง เลขาธิการ ป.ป.ส. รายล่าสุดคือ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ เป็นเลขาธิการ ป.ป.ส. คนที่ 14 ดำรงตำแหน่งในช่วงปี 2555-2557

มท.1 ลงนามตั้ง “ไตรศุลี ไตรสรณกุล” เป็นโฆษกกระทรวงมหาดไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561798

24 ต.ค. 2566

มท.1 ลงนามตั้ง "ไตรศุลี ไตรสรณกุล" เป็นโฆษกกระทรวงมหาดไทย

รมว.มหาดไทย ลงนามคำสั่ง แต่งตั้ง น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวง เป็นโฆษกกระทรวงมหาดไทย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงนามคำสั่งแต่งตั้ง น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็น โฆษกกระทรวงมหาดไทย

มท.1 ลงนามตั้ง "ไตรศุลี ไตรสรณกุล" เป็นโฆษกกระทรวงมหาดไทย

ตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคม 2566 เป็นต้นไป เพื่อให้การดำเนินการด้านการประชาสัมพันธ์ การชี้แจงข้อมูลข่าวสาร การเผยแพร่ภารกิจและการปฏิบัติหน้าที่ราชการของกระทรวงมหาดไทยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

สำหรับประวัติของ น.ส.ไตรศุลี นั้น  เกิดเมื่อวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2532 ที่จังหวัดศรีสะเกษ เป็นบุตรสาวของนายวิชิต ไตรสรณกุล นักการเมืองท้องถิ่น นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ จบการศึกษาด้านรัฐศาสตร์ระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

มท.1 ลงนามตั้ง "ไตรศุลี ไตรสรณกุล" เป็นโฆษกกระทรวงมหาดไทย

น.ส.ไตรศุลี ได้รับการทาบทามจากพรรคภูมิใจไทยและการสนับสนุนจากบิดา จึงตัดสินใจลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อเป็นครั้งแรก ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2562 ลำดับที่ 30

แม้จะไม่ได้รับเลือกตั้งในการลงสมัครครั้งนี้ แต่น.ส.ไตรศุลี ได้รับการแต่งตั้งเป็นรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลของพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย น.ส.ไตรศุลี จึงมีบทบาททางการเมืองมากขึ้นจากการเป็นผู้แถลงข่าวหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี

ในปี 2566 ไตรศุลี ได้รับแต่งตั้งเป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และโฆษกกระทรวง