‘สมชัย’ ตามบี้ ที่มา ‘เงินดิจิทัล’ ผิดกฎหมาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561142

16 ต.ค. 2566

'สมชัย' ตามบี้ ที่มา 'เงินดิจิทัล' ผิดกฎหมาย

ค้านเลขาธิการนายกฯ แจงที่มา ‘เงินดิจิทัล’ ผิดกฎหมายวินัยการเงินการคลัง ‘สมชัย’ ชี้ ต้องศึกษาให้ดีก่อนสื่อสารกับประชาชน

สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมาธิการงบประมาณฯ โพสเฟซบุ๊ก อธิบายเรื่องเงินดิจิทัล ที่น.พ. พรหมมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี บอกว่าจะมาจากสามแหล่งประกอบด้วย งบประมาณแผ่นดิน  เงินยืมรัฐวิสาหกิจ และ เงินกู้ เป็นเรื่องที่ผิดพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง ฯ

สมชัยอธิบายว่า งบประมาณแผ่นดิน ในหมวดจัดซื้อเครื่องมือ เครื่องจักรในรายการที่ไม่จำเป็น โดยยังไม่ซื้อแต่ตั้งงบฯซ่อมบำรุงแทน  และจากโครงการขนาดใหญ่ที่อาจทบทวนไม่ทำ แต่จะเลื่อนไปทำในปีถัดไป เป็นเรื่องที่น่าจะไม่ได้อ่าน พรบ. วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 มาตรา 20 ที่กำหนดเงื่อนไขประการหนึ่งว่า งบประมาณแผ่นดินที่เป็นงบลงทุน ต้องมีไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี

แปลว่า  ไม่ซื้อรถถัง ไม่ซื้อเครื่องบิน ไม่ซื้อเรือดำน้ำได้  แต่ต้องเอาเงินที่ตัดออกมาใช้ในงบลงทุนอื่น ๆ เช่น ซื้อเครื่องจักรทางการเกษตร สร้างถนน สร้างโรงเรียน สร้างฝายกั้นน้ำ  ไม่สามารถเอามาแจกเป็นเงินดิจิทัลได้ เพราะไม่ใช่รายการงบลงทุน

ส่วนที่บอกว่า โครงการขนาดใหญ่ให้เลื่อนไปทำในปีถัดไป  สมมติว่า เอามา 560,000 ล้าน มาแจกเงินดิจิทัล แล้วบอกว่าจะใช้คืนใน 3 ปี แต่ละปีต้องตั้งงบฯใช้คืนพร้อมดอกเบี้ยประมาณ 200,000 ล้าน  โครงการใหญ่ที่จะดำเนินการในปีถัดไป ก็คงยังไม่มีเงินอีกเป็นแน่  ทั้งหมดนี้ เป็นเรื่องที่ต้องคิดให้รอบคอบ และต้องสื่อสารกับประชาชนอย่างถูกต้อง

แนะเพิ่มการเช่าเหมาลำเครื่องบินพาณิชย์ รับ ‘แรงงานไทย’ กลับจาก ‘อิสราเอล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561133

16 ต.ค. 2566

แนะเพิ่มการเช่าเหมาลำเครื่องบินพาณิชย์ รับ 'แรงงานไทย' กลับจาก 'อิสราเอล'

หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ห่วงสถานการณ์สู้รบ ใน ‘อิสราเอล’ ยืดเยื้อ แนะรัฐบาลเพิ่มการเช่าเหมาลำ นำ ‘แรงงานไทย’ กลับโดยเร็ว

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย เสนอรัฐบาล ให้เช่าเหมาลำเครื่องบินพาณิชย์ เพิ่มวันละ 5-6 เที่ยว เพื่อระดมบินไปรับแรงงานไทยที่ต้องการกลับบ้าน นอกจากใช้เครื่องบินของกองทัพอากาศ ไปรับวันละเที่ยว เพื่อให้จบภายในหนึ่งสัปดาห์ ก่อนเหตุการณ์ในอิสราเอลจะรุนแรงมากขึ้นไปกว่านี้ เพราะจะทำให้ชีวิตคนไทยตกอยู่ในอันตรายมากขึ้น

นอกจากนี้ยังต้องสร้างความมั่นใจให้แรงงานไทยว่าเมื่อสงครามจบรัฐบาลไทยจะช่วยพาพวกเขากลับไปทำงานที่ อิสราเอลได้ โดยช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่าย และใบอนุญาตเข้าเมือง และทำงาน อย่างถูกกฏหมาย เพราะจากการพูดคุยกับญาติของแรงงานไทย หลายส่วนกังวลว่าเมื่อเดินทางกลับมาแล้วจะไม่มีโอกาสได้กลับไปทำงานอย่างประเทศอิสราเอลเพื่อนำเงินมาใช้จ่ายและชำระหนี้สินได้

กระทรวงการต่างประเทศ รายงานสถานะคนไทยที่ได้รับผลกระทบ จากสงครามระหว่างอิสราเอล และฮามาส ซึ่งมียอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีก 4 ราย ทำให้มียอดรวมในขณะนี้ มีผู้เสียชีวิต 28 ราย บาดเจ็บ 16 ราย และถูกจับไปเป็นตัวประกันเพิ่มขึ้นอีก 1 ราย ทำให้ยอดรวมมีผู้ที่ถูกจับเป็นตัวประกันจนถึงตอนนี้รวม 17 ราย

คุณหญิงสุดารัตน์ บอกอีกว่า การลงพื้นที่ จังหวัดร้อยเอ็ด และจังหวัดยโสธร วานนี้ ได้ไปเยี่ยมให้กำลังใจญาติของแรงงานไทยในอิสราเอลพบว่า หลายคนเสียขวัญและกังวลใจ เพราะแรงงานส่วนใหญ่ยังไม่สามารถเดินทาง กลับสู่ประเทศไทยตามความประสงค์ได้ ขณะที่การสู้รบ ยังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง จึงกังวลว่าแรงงานไทยที่อยู่ในอิสราเอล อาจสูญเสียเพิ่มมากขึ้น

‘กองทัพบก’ แจงไวรัล ‘สุทิน คลังแสง’ นั่งบน ‘ปืนใหญ่’ แค่จุดถ่ายภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561127

16 ต.ค. 2566

'กองทัพบก' แจงไวรัล 'สุทิน คลังแสง' นั่งบน 'ปืนใหญ่' แค่จุดถ่ายภาพ

ถูกจับตาทุกฝีก้าว สำหรับ ‘สุทิน คลังแสง’ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ล่าสุด ‘กองทัพบก’ ต้องออกมาชี้แจง นั่งถ่ายภาพบน ‘ปืนใหญ่’ ใครๆก็ทำ

การเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์กองทัพบกเฉลิมพระเกียรติของคณะนายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม  เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์ ถึงความเหมาะขณะนั่งถ่ายภาพบนปืนใหญ่ ได้รับการชี้แจงจาก พ.อ.ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก เป็นภาพภายในห้องโหมรอนราญมีพื้นที่จัดแสดงปืนแก็ตลิ่ง (Gatling gun) ซึ่งเริ่มสั่งซื้อจากต่างประเทศเข้ามาใช้ในราชการสมัยรัชกาลที่ 5 กองทัพบกจึงได้เรียนเชิญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก

พื้นที่จัดแสดงปืนแก็ตลิ่ง พื้นที่จัดแสดงปืนแก็ตลิ่ง

จุดนี้เป็นหนึ่งในจุดถ่ายภาพสำหรับการต้อนรับคณะบุคคลทั้งในประเทศและมิตรประเทศ อาทิ คณะหลักสูตรผู้กำกับนักศึกษาวิชาทหาร คณะนักศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร คณะรองผู้บัญชาการกองทัพบกสหรัฐอเมริกาภาคพื้นแปซิฟิก คณะผู้บัญชาการทหารบกสิงคโปร์ และคณะผู้บัญชาการทหารบกมาเลเซีย

จากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้เยี่ยมชมห้องจอมทัพไทยซึ่งห้องนิทรรศการเกี่ยวกับความสำคัญของพระมหากษัตริย์ในฐานะจอมทัพไทยผ่านทางการจัดแสดงธงชัยเฉลิมพลซึ่งเริ่มใช้ในราชการของกองทัพบกเพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจของทหารตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เป็นต้นมา และได้ไป สักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หล่อด้วยสัมฤทธิ์ขนาดเท่าพระองค์จริง ซึ่งประดิษฐาน ณ ห้องพระบารมีปกเกล้าฯ

จากนั้นเยี่ยมชมคทาจอมพลซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานคทาจอมพลให้แก่ทหารเพื่อสื่อถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อทหารที่ทำหน้าที่ปกป้องรักษาเอกราชอธิปไตยของชาติ

กองทัพบกให้ความสำคัญแก่การเสริมสร้างความรู้ด้านประวัติศาสตร์ทหารให้แก่กำลังพลและประชาชนทั่วไป อีกทั้งยังได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการรำลึกถึงความกล้าหาญความเสียสละของคนในชาติซึ่งธำรงไว้ซึ่งแผ่นดินมาตุภูมิมาจนถึงปัจจุบัน โดยพิพิธภัณฑ์กองทัพบกเฉลิมพระเกียรติเปิดให้เยี่ยมชมในวันเวลาราชการ สามารถติดต่อได้ที่กรมยุทธการทหารบก กองบัญชาการกองทัพบก ถ.ราชดำเนินนอก เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 หมายเลขโทรศัพท์ 0-2297-7380 และ 0-2297-8058

รมว.’กลาโหม’ เชื่อมีทางออกที่ดีเรื่อง ‘เรือดำน้ำ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561123

16 ต.ค. 2566

รมว.'กลาโหม' เชื่อมีทางออกที่ดีเรื่อง 'เรือดำน้ำ'

1 เดือน บนเก้าอี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ‘กลาโหม’ สุทิน คลังแสง ชี้ มีทางออกที่ดีเรื่อง ‘เรือดำน้ำ’ ไม่สนใครครหาว่าถูกครอบงำ

สุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมซึ่งมีกำหนดร่วมคณะนายกรัฐมนตรี เดินทางเยือนจีน ระหว่างวันที่ 16-19 ตุลาคมนี้ เปิดเผยกับคมชัดลึก เรื่องเรือดำน้ำของกองทัพเรือว่า จะมีข่าวดีในเร็วนี้ โดยแนวทางที่พูดคุยกับกองทัพเรือ มีแนวโน้มเปลี่ยนสัญญาจากการซื้อเรือดำน้ำมาเป็น เรือปราบเรือดำน้ำแทน ขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจา แต่ไม่ว่าจะออกทางไหน กองทัพเรือต้องไม่สูญเสียความเข้มแข็ง และประชาชนได้ประโยชน์

สุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม สุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยังอธิบายถึงความจำเป็นในการจัดซื้ออาวุธของแต่ละเหล่kทัพว่า เป็นเรื่องที่ถูกจับตาทุกครั้งที่บ้านเมืองอยู่ในภาวะข้าวยากหมากแพง เพราะถูกมองเป็นแดนสนธยา ที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ จึงให้นโยบายไปว่า กองทัพต้องจัดซื้อเท่าที่จำเป็น โปร่งใส ตรวจสอบได้ เพื่อการเข้าถึงงบประมาณได้ง่ายขึ้น

ส่วนความจำเป็นในการจัดซื้ออาวุธ มีเหตุผลที่สำคัญ คือเรื่องอายุการใช้งาน ทุกเหล่าทัพ อยู่ในข่ายต้องปลดระหวาง เหมือนยาหมดอายุ ต้องจัดหาใหม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่หนักใจอยู่  ส่วนการทำงานในหน้าที่ ได้รับความร่วมมืออย่างดี จากบรรดาพี่น้อง ทหารหาญ ทั้งคณะทำงานและที่ปรึกษา และไม่กังวล ใครจะมองว่า ถูกครอบงำหรือเป็นหุ่นเชิด

ส่วนสถานการณ์สู้รบกันที่ อิสราเอล กลาโหม ช่วยประชาชนมากที่สุดด้วยการขนกลับ โดยมีแนวคิดจะส่งเรือไปรับแรงงานไทย แทนที่จะลำเลียงทางอากาศเพียงทางเดียว  เนื่องจากการใช้เครื่องบินทหารต้องทำแผนการบินขออนุญาตทุกประเทศ แต่หากขนย้ายทางเรือโดยกองทัพเรือ นำเรือไปรอรับ แรงงานไทย ย้ายจากพื้นที่เสี่ยงภัยมาอยู่ในเรือก่อน เพื่อรอการส่งกลับ ก็ช่วยคลี่คลายสถานการณ์ได้

‘นิพิฏฐ์’ ค้าน จัดทำ ‘บัญชีรายชื่อ’ ‘ผู้มีอิทธิพล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561118

16 ต.ค. 2566

'นิพิฏฐ์' ค้าน จัดทำ 'บัญชีรายชื่อ' 'ผู้มีอิทธิพล'

ค้านรัฐบาล จัดทำ ‘บัญชีรายชื่อ’ ‘ผู้มีอิทธิพล’ ไม่มีกฎหมายรองรับ ‘นิพิฏฐ์’ ยกตัวอย่างรัฐบาลทักษิณก็ไปไม่รอด รัฐบาลลุงตู่ยังไม่ทำ

นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสเฟซบุ๊ก มีเนื้อหาถึงการจัดทำบัญชีรายชื่อผู้มีอิทธิพล ว่าจะทำให้รัฐบาลตกอยู่ในความเสี่ยง หากใครถูกจัดเป็นผู้มีอิทธิพล และ มีรายชื่อหลุดออกมา โดยไม่มีกฎหมายรับรอง รัฐบาลจะกลายเป็นผู้มีอิทธิพลเสียเอง เพราะรัฐบาลมีความชอบธรรม ที่จะปกป้องคนดี ปกป้องสุจริตชน และจัดการผู้กระทำความผิดตามกฎหมาย

นิพิฏฐ์บอกว่า สมัย ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี เคยมีนโยบายจัดทำรายชื่อผู้มีอิทธิพล นายอำเภอเป็นคนจัดทำบัญชีรายชื่อ ผ่านทางผู้ใหญ่บ้าน และ กำนัน เป็นช่องว่างให้กำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน ที่ไม่ชอบใคร ส่งรายชื่อคู่ขัดแย้งให้นายอำเภอ นายอำเภอจะเรียกให้ไปรายงานตัว ใครไม่ไปก็เกรงว่าจะได้รับอันตราย เมื่อไปรายงานตัวก็เท่ากับยอมรับว่า ตัวเองเป็นผู้มีอิทธิพล

ตอนนั้นเขาก็คัดค้านนโยบายนี้ และ บอกนายอำเภอว่า นายอำเภอไม่มีสิทธิเรียกใครมาสอบสวนในข้อหาผู้มีอิทธิพล สุดท้ายนโยบายนี้ก็ถูกยกเลิกไป โลกสมัยใหม่ การจัดทำบัญชีรายชื่อผู้มีอิทธิพล รัฐบาลยิ่งไม่มีสิทธิ รัฐบาลที่อ้างว่าเป็นประชาธิปไตย ใช้อำนาจอะไรบอกว่าใครคือผู้มีอิทธิพล รัฐบาลประยุทธ์ที่ท่านอ้างว่าเป็นเผด็จการ ก็ไม่กล้าทำเรื่องแบบนี้

หากรัฐบาลคิดว่านโยบายนี้ถูกต้อง ให้ลองดูในสภาก่อน อาจจะเจอผู้มีอิทธิพลตัวจริงนั่งอยู่ในสภาครึ่งหนึ่ง

‘พิพัฒน์’ เผย รัฐบาลเตรียมอพยพคนไทยเพิ่มวันละ 400 คน คาดหมดต้น พ.ย.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561085

15 ต.ค. 2566

'พิพัฒน์' เผย รัฐบาลเตรียมอพยพคนไทยเพิ่มวันละ 400 คน คาดหมดต้น พ.ย.

‘พิพัฒน์’ เผย ปัญหาอพยพคนไทย บางคนพลาสปอร์ตหาย เตรียมระดมสายการบิน พากลับเพิ่มวันละ 400 คน คาดหมดต้น พ.ย. ด้าน ‘รมว.ยุติธรรม’ ส่ง จนท. ดูแลปัญหาหนี้สิน

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่ากระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงการอพยพแรงงานไทยในอิสราเอลว่า วันพรุ่งนี้กองทัพอากาศจะพาแรงงานกลับมาอีก 137 คน ซึ่งนายกรัฐมนตรีกำลังหาวิธีระดมเครื่องบินเพิ่มให้ได้มากที่สุด แต่ขณะนี้ติดปัญหา แรงงานพาสปอร์ตหายระหว่างหลบหนี โดยทางกระทรวงการต่างประเทศเตรียมพาสปอร์ตสำรอง 8 พันเล่ม หลังจากนี้ไม่เกิน 3-4 วัน จะเดินทางกลับได้ไม่ต่ำกว่าวันละ 400 คน 

ขณะเดียวกันได้ส่งเจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานที่มีความชำนาญในอิสราเอลเพิ่ม 4-5 คน จากกระทรวงต่างประเทศ 10 คน เพื่อให้การทำงานรวดเร็วขึ้น เชื่อว่าต้นเดือนหน้า (พ.ย.) จะกลับมาได้ทั้งหมด ขอให้เเรงงานไทยดูเเลตัวเองให้ดีที่สุด ฟังประกาศเตือนจากอิสราเอลให้ดี มั่นใจว่าจะกลับมาอย่างปลอดภัยทุกคน 

ซึ่งคนที่ประสงค์เดินทางกลับและต้องการกลับไปอีกครั้ง หากใครที่ยังไม่หมดสัญญา ทางกระทรวงเเรงงานจะประสานให้กลับไปทำงานอีกครั้ง หรือ อาจจะจัดหางานในประเทศอื่นที่มีรายได้ใกล้เคียงกันให้ เพราะหลายคนต้องกู้หนี้ยืมสิน ทั้ง ค่าเอเจนต์ ค่าเดินทาง ยืนยัน จะพยายามช่วยเหลือให้ได้มากที่สุด ส่วนหากจะทำงานในไทย ขอให้เเจ้งที่กรมการจัดหางาน เพื่อหางานที่ถนัด บรรจุเข้าทำงานให้ได้ก่อน 


ด้านพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ระบุว่า ต้องการให้เเรงงานไทยปลอดภัยทุกคน รับปากว่าจะเข้าไปช่วยเหลือดูเเลเรื่องหนี้สินของเเรงงานให้ได้รับความเป็นธรรม จะส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปดูเเลเเรงงานตามบ้านที่ลงทะเบียนไว้ ทั้งนี้แรงงานที่มีปัญหา ขอให้ส่งข้อมูลมาถึงรัฐบาล จะนำข้อมูลร่วมกันช่วยเหลือ โดยเฉพาะคนเจ็บเ รวมถึงอยู่ระหว่างหาทางช่วยเหลือคนไทยที่ถูกจับเป็นตัวประกัน

รัฐบาลไทย ออกค่าตั๋วแรงงานไทยใน ‘อิสราเอล’ เดินทางกลับเอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561082

15 ต.ค. 2566

รัฐบาลไทย ออกค่าตั๋วแรงงานไทยใน 'อิสราเอล' เดินทางกลับเอง

‘รมช.กต.’ เผย รัฐบาลไทยออกค่าตั๋วเครื่องบิน แรงงานไทยใน ‘อิสราเอล’ เดินทางกลับเอง พร้อมเชิญชวน ‘เอกชน’ สนับสนุนภารกิจ

ความคืบหน้าการช่วยเหลือชาวไทยใน “อิสราเอล” กว่า 30,000 คน นายจักรพงษ์ แสงมณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า วันนี้รัฐบาลมารอต้อนรับผู้อพยพเป็นครั้งที่ 3 จํานวน 90 คน และรัฐบาลได้ออกมาตรการช่วยเหลือ เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบในอิสราเอล ดังนี้
 

1. เยียวยาแรงงานไทยในอิสราเอลในกรณีบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากสงคราม เป็นไปตาม สิทธิประโยชน์ที่ได้รับจากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทํางานในต่างประเทศ ซึ่งมีการเยียวยาคนที่เดินทางกลับประเทศเนื่องจากภาวะสงคราม รวมถึงกรณีพิการและเสียชีวิต และค่าใช้จ่ายในการจัดการศพใน ต่างประเทศเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 40,000 บาท (แต่ในกรณีของอิสราเอล ทางการอิสราเอลจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการส่งร่างผู้เสียชีวิตกลับภูมิลำเนาด้วย)

2. ท่านนายกรัฐมนตรีได้มีบัญชาให้รัฐบาลไทยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการซื้อบัตรโดยสารเครื่องบินของพี่น้องชาวไทยที่ออกเงินค่าบัตรโดยสารเครื่องบินกลับประเทศไทยเอง ตั้งแต่มีการ ประกาศภาวะสงครามในอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ที่ผ่านมา 

3. มีเอกชนรายแรก คือ โรงแรมเอสซีปาร์ค ติดต่อเข้ามาเพื่อขออาสา บริการสนับสนุนรัฐบาลในรูปแบบของค่ารถรับส่ง ค่าห้องพักและอาหารสําหรับคนไทยที่อพยพและต้องการมาพักที่กรุงเทพฯ ก่อนกลับภูมิลําเนา นอกจากนั้น AIS ได้บริจาค SIM สนับสนุนภารกิจให้เจ้าหน้าที่ และ AIS กับ TRUE/DTAC ได้ช่วยส่งข้อความข่าวสารทาง SMS ให้กับพี่น้องคนไทยในอิสราเอลที่ใช้บริการ roaming นับตั้งแต่เมื่อวาน ซึ่งเป็นการช่วยกระจายข่าวสารให้กว้างขวางขึ้น ซึ่งภาคเอกชนท่านใดที่ประสงค์จะสนับสนุนในรูปแบบต่าง ๆ ตามความสะดวกก็สามารถติดต่อมาได้ รัฐบาลขอยืนยันว่าได้ทํางานตลอด 24 ชม. ทุกวิถีทางเพื่อให้คนไทยได้กลับบ้านสู่ครอบครัว

ช่วยเหลือแรงงานไทยเดินทางกลับจากอิสราเอลช่วยเหลือแรงงานไทยเดินทางกลับจากอิสราเอล

ช่วยเหลือแรงงานไทยเดินทางกลับจากอิสราเอลช่วยเหลือแรงงานไทยเดินทางกลับจากอิสราเอล

ช่วยเหลือแรงงานไทยเดินทางกลับจากอิสราเอลช่วยเหลือแรงงานไทยเดินทางกลับจากอิสราเอล

‘ตรีชฎา’ ยืนยัน ‘แจกเงินดิจิทัล’ ได้ไปต่อ ‘เพื่อไทย’ ศึกษามาดีก่อนออกนโยบาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561077

15 ต.ค. 2566

'ตรีชฎา' ยืนยัน 'แจกเงินดิจิทัล' ได้ไปต่อ 'เพื่อไทย' ศึกษามาดีก่อนออกนโยบาย

‘ตรีชฎา’ ยืนยันแจก ‘เงินดิจิทัล 10,000’ ได้ไปต่อ เผย ‘เพื่อไทย’ ศึกษามาดี ไม่เป็นภาระงบประมาณ ก่อนออกนโยบายหาเสียง

พรรคเพื่อไทย ยืนยัน โครงการเงินดิจิทัล 10,000 บาทเดินหน้าต่อ โดยนางสาวตรีชฎา ศรีธาดา รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จะไม่มีการระงับหรือยุติโดยเด็ดขาด มีแต่จะเดินหน้าต่อไปเพื่อทำให้โครงการนี้ประสบผลสำเร็จ ตามที่รัฐบาลได้กำหนดเป็นนโยบายรัฐบาลและแถลงต่อรัฐสภา ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามนโยบายพรรคเพื่อไทยที่ได้หาเสียงไว้ในการเลือกตั้ง รายละเอียดและเงื่อนไขต่างๆ จะมีความชัดเจนภายในเดือนตุลาคมนี้ 

ขอให้คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการเงินดิจิทัลได้สรุปแนวทางและเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่เพื่อพิจารณาให้รอบคอบเกิดความรอบคอบและเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนมากที่สุด
 

นางสาวตรีชฎา ยืนยัน หลักการของโครงการจะไม่เปลี่ยนแปลง แต่จะปรับเปลี่ยนบ้างในรายละเอียด เงื่อนไขบางเรื่อง ซึ่งนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง พูดชัดเจนแล้วว่า รัฐบาลรับฟังเสียงสะท้อนจากทุกฝ่ายไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็น รวมทั้งจะนำข้อเสนอแนะที่สร้างสรรค์มาพิจารณา ซึ่งจะเกิดประโชน์ต่อส่วนรวมดังที่ทุกฝ่ายต้องการ 

ส่วนที่มาของเงิน 5.6 แสนล้านบาทจะนำมาจากไหนนั้น เชื่อว่าคณะกรรมการที่ขับเคลื่อนเรื่องนี้จะมีความชัดเจนออกมาอย่างแน่นอน ขอให้ทุกฝ่ายอย่ากังวล เพราะพรรคเพื่อไทยในฐานะเจ้าของนโยบายยืนยันว่าจะยึดมั่นวินัยทางการเงินและการคลังอย่างรัดกุม ที่ผ่านมาในการดำเนินนโยบายต่างๆ ของพรรคตั้งแต่พรรคไทยรักไทยมาจนถึงพรรคเพื่อไทย ยึดมั่นเรื่องวินัยการเงินการคลังมาโดยตลอด 

รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยไม่ได้ดื้อดึงหรือดันทุรังอย่างปราศจากเหตุผล แต่ตรงกันข้ามพรรคได้ศึกษานโยบายแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท จากผู้เชี่ยวชาญต่างๆ มาโดยตลอด ตั้งแต่ริเริ่มกระทั่งได้ข้อสรุปว่าสามารถปฏิบัติได้จริง ไม่เป็นภาระทางงบประมาณแล้ว จึงมีการนำเสนอนโยบายต่อพี่น้องประชาชนในการเลือกตั้ง  

เมื่อเข้ามาเป็นรัฐบาลบริหารประเทศ นายกรัฐมนตรี ซึ่งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายจุลพันธ์ ซึ่งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง รับดูแลรับผิดชอบด้านการเงินการคลังของประเทศ เมื่อรับฟังข้อมูลและเสียงสะท้อนอย่างครบถ้วนรอบด้านแล้ว เชื่อว่าจะวางแนวทางการดำเนินนโยบายได้อย่างรัดกุมแน่นอน 

อีกทั้งการได้อดีตปลัดกระทรวงการคลังคนล่าสุด คือนายกฤษฎา จีนะวิจารณะ มาเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังทำให้มั่นใจเพิ่มมากขึ้นว่าโครงการนี้จะมีประสิทธิภาพและเกิดผลตามนโยบายที่สร้างประโยชน์ให้พี่น้องประชาชนอย่างแน่นอน 

“โครงการเงินดิจิทัล 10,000 บาทเปรียบเหมือนการปั้มหัวใจ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวจะเกิดพายุหมุนทางเศรษฐกิจและมีเรี่ยวแรงขยับขับเคลื่อนเดินหน้าไปได้ ประชาชนมีกำลังใช้จ่าย ร้านค้าร้านขายมีสภาพคล่อง ได้เงินเข้ามาหมุนเวียน ประชาชนสามารถสร้างอาชีพได้อย่างมั่นคง เศรษฐกิจฟุบมาหลายปี คนเดือดร้อนกันทั่ว ซึ่งก็เห็นๆ กันอยู่ ขอให้พี่น้องประชาชนอย่ากังวลใจ จะทำตามที่หาเสียงไว้กับพี่น้องประชาชน สร้างประโยชน์ให้พี่น้องประชาชนทุกคน และสร้างเศรษฐกิจประเทศให้กลับมากินดีอยู่ดีกันอีกครั้ง” รองโฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าว

‘พวงเพ็ชร’ เตรียมจับมือสื่อใหญ่จีน ป้องกันอาชญากรรมทางไซเบอร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561067

15 ต.ค. 2566

'พวงเพ็ชร' เตรียมจับมือสื่อใหญ่จีน ป้องกันอาชญากรรมทางไซเบอร์

‘พวงเพ็ชร’ เตรียมเซ็น MOU สื่อใหญ่จีน วางแนวทางระหว่าง 2 ประเทศ ป้องกันข่าวลวง-อาชญากรรมทางไซเบอร์-แก็งค์ Call center

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงวันที่ 18-20 ตุลาคมนี้ นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มีกำหนดเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือ (MOU)  ด้านสื่อสารมวลชนและสารสนเทศระหว่าง กรมประชาสัมพันธ์กับกลุ่มสื่อแห่งชาติจีน (China Media Group : CMG) ซึ่งเป็นโอกาสเดียวกับที่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ตามคำเชิญของจีน

นางพวงเพ็ชร กล่าวว่า ที่ผ่านมาไทยและจีน มีความสัมพันธ์และความร่วมมือในทุกมิติ ซึ่งเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา ตน และนายหาน จื้อเฉียง (Mr. Han Zhiqiang) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจําประเทศไทย ได้พบปะ และหารือกันในประเด็นที่รัฐบาลไทยและจีนให้ความสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการจัดการข่าวลวง การปราบปรามอาชญากรรมทางไซเบอร์ และปัญหาแก็งค์ Call center ที่มีอย่างต่อเนื่อง 
 

ทั้งนี้เราเห็นตรงกันว่าสื่อไทย-จีน ควรร่วมมือและแบ่งปันข่าวสารกัน เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นจากปัญหาที่กล่าวมา โดยในการเดินทางเยือนสาธารณประชาชนจีนอย่างเป็นทางการครั้งนี้ ตนจะหารือกับ นายเซิ่น ไห่สง ผู้อำนวยการและบรรณาธิการใหญ่  CMG  เพื่อวางแนวทางการให้ความร่วมมือกันระหว่าง 2 ประเทศ

รัฐบาล ยืนยัน ก.แรงงาน ไม่มีนโยบายเก็บค่ารถบัสแรงงานไทยทำงาน ‘อิสราเอล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561059

15 ต.ค. 2566

รัฐบาล ยืนยัน ก.แรงงาน ไม่มีนโยบายเก็บค่ารถบัสแรงงานไทยทำงาน 'อิสราเอล'

‘รองโฆษกรัฐบาล’ ยืนยัน ก.แรงงาน ไม่มีนโยบายเก็บค่ารถบัสไปสนามบิน จากแรงงานไทยเดินทางทำงาน ‘อิสราเอล’ พร้อมแจงรายละเอียดที่ต่้องจ่าย 71,020 บาท

กรณีที่มีผู้โพสต์ข้อมูลระบุว่า จะไปทำงานที่ “อิสราเอล” ต้องเตรียมค่าใช้จ่ายกว่า 70,000 บาท และมีค่ารถบัสจากกระทรวงแรงงาน (ดินแดง กทม.) ไปสนามบินสุวรรณภูมิ จำนวน 2,500 บาท

นายคารม กล่าวว่า กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่ถูกต้อง เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปทำงานในรัฐอิสราเอลทั้งหมดเป็นเงินจำนวนประมาณ 71,020 บาท (ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน) และจะไม่มีค่าใช้จ่ายอื่น นอกจากรายการดังนี้

1. ค่าใช้จ่ายก่อนการเดินทาง เท่าที่จ่ายจริง ได้แก่ 
-ค่าธรรมเนียมการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม 100 บาท 
-ค่าธรรมเนียมการขอรับหนังสือเดินทาง 1,500 บาท 
-ค่าตรวจสุขภาพ 3,250 บาท 
-ค่าบัตรโดยสารเครื่องบินเที่ยวเดียวจากประเทศไทยไปยังอิสราเอล ประมาณ 25,000 บาท 
-ค่าสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ 400 บาท

2. ค่าใช้จ่ายหลังจากเดินทางไปถึงรัฐอิสราเอล ภายใต้โครงการความร่วมมือไทย-อิสราเอลเพื่อการจัดหางาน ได้แก่ ค่าธรรมเนียมจัดหางานที่ต้องจ่ายให้แก่บริษัทจัดหางานในรัฐอิสราเอลและค่าธรรมเนียมของโครงการความร่วมมือไทย-อิสราเอล รวมประมาณ จำนวน 3,549 เชคเกลอิสราเอล หรือประมาณ 40,000 บาท ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยนในขณะนั้น ตามข้อกฎหมายแห่งรัฐอิสราเอล ซึ่งต้องจ่ายเมื่อเดินทางไปถึงรัฐอิสราเอล

“รัฐบาลม่งส่งเสริมให้ประชาชนมีงานทำ มีคุณภาพชีวิตที่ดี  ส่งเสริมสนับสนุนให้แรงงานไปทำงานต่างประเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมาย สำหรับผู้ที่ต้องการมีงานทำ สามารถใช้บริการผ่านเว็บไซต์ “ไทยมีงานทำ.doe.go.th” หรือทาง Mobile Application “ไทยมีงานทำ””นายคารม ย้ำ