‘เศรษฐา’ ให้คำมั่นจะติดตามสถานการณ์อิสราเอลใกล้ชิดเพื่อช่วยแรงงานไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560490

08 ต.ค. 2566

‘เศรษฐา’ ให้คำมั่นจะติดตามสถานการณ์อิสราเอลใกล้ชิดเพื่อช่วยแรงงานไทย

‘เศรษฐา’ ไม่นิ่งนอนใจติดตามสถานการณ์ในอิสราเอลใกล้ชิดเพื่อช่วยแรงงานไทย เผยสแตนบายเครื่องพร้อมรับกลับ 24 ชม.แต่น่านฟ้าปิด รับมีคนไทยเสียชีวิต 1 ราย

วันที่ 8 ต.ค. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ในประเทศอิสราเอล ก่อนเดินทางไปยังเขตบริหารพิเศษฮ่องกง สาธารณรัฐประชาชนจีน บรูไนดารุสซาลาม มาเลเซีย และสาธารณรัฐสิงคโปร์อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 8-12 ตุลาคม 2566 

นายเศรษฐา เผยว่า ตนได้คุยโทรศัพท์กับเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทยตั้งแต่ช่วงเช้าของวันนี้ ซึ่งตนได้ให้กำลังใจและฝากฝังให้ดูแลคนไทยในอิสราเอลด้วย ตอนนี้ มีรายงานอย่างไม่เป็นทางการว่า มีคนไทยเสียชีวิต 1 ราย และมีคนไทยถูกจับตัวนำไปกักขัง 11 คน และยังไม่มีการยืนยันว่าอยู่ส่วนไหนของประเทศ ขณะนี้ ภายในประเทศอิสราเอลมีมาตรการล็อคดาวน์ ห้ามไม่ให้ประชาชนออกจากบ้าน 

ในส่วนของครื่องบินของกองทัพอากาศ พร้อมคณะแพทย์ที่จะเดินทางไปรับคนไทยออกมา ยืนยันว่า มีความพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง แต่น่านฟ้าของประเทศอิสราเอลยังปิดอยู่ ย้ำว่าเราไม่ได้นิ่งนอนใจ

นายเศรษฐา ย้ำเพิ่มเติมว่า เรื่องนี้ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดเพื่อให้ความช่วยเหลือคนไทย โดยตนได้ให้เบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวของตนไว้กับทูตไทยในอิสราเอลเช่นกัน หากสถานการณ์มีความคืบหน้า สามารถติดต่อโดยตรงได้ตลอดเวลา โดยขอให้มีการรายงานแบบวันต่อวัน อย่างไรก็ตาม ทูตไทยเองก็ยังอยู่ภายใต้มาตรการล็อคดาวน์ และอยู่ในห้องหลบภัย ไม่สามารถเดินทางออกไปไหนได้ ยอมรับว่า สถานการณ์อยู่ในภาวะตึงเครียด และเดินหน้าไปในทิศทางที่ไม่ดีขึ้น

ส่วนแรงงานไทยที่ถูกจับตัวไป นายเศรษฐา ยืนยันว่า เราพยายามอย่างเต็มที่ที่จะให้การช่วยเหลือ เพราะถือเป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งครั้งนี้ ส่วนพื้นที่ทางตอนใต้ของอิสราเอลที่มีแรงงานไทยอยู่เป็นจำนวนมากนั้น ยังไม่ได้รับรายงานเพิ่มเติม เพราะทุกคนออกจากบ้านไม่ได้ และไม่เป็นที่แน่ชัดว่า จำนวนแรงงานที่ถูกจับตัวไปอาจจะมีมากกว่าหรือน้อยกว่า 11 คน ต้องรอรายงานยืนยันอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ทั้งนี้ในประเทศอิสราเอล มีจำนวนแรงงานไทยอยู่ราว 25,000 คน โดย 5,000 คน อาศัยอยู่ในพื้นที่ขัดแย้ง

สำหรับแนวทางในการให้ความช่วยเหลือ รัฐบาลไทยได้ตั้งศูนย์ประสานงานรับเรื่องประจำจังหวัด รวมถึงสายด่วน หากใครมีญาติหรือบุคคลใกล้ชิดสูญหาย ขอให้แจ้งข้อมูลเข้ามา สำหรับแผนอพยพคนไทย เรียกว่ามีความพร้อม 24 ชั่วโมง หากน่านฟ้าเปิดเมื่อไหร่ ก็พร้อมบินไปรับทันที โดยเครื่องบิน C130 ของกองทัพอากาศสามารถจุผู้โดยสารได้ถึง 423 คน เชื่อว่า ตอนนี้ กระทรวงการต่างประเทศ และ กองทัพอากาศกำลังประเมินสถานการณ์ในการช่วยเหลือคนไทยให้ได้เร็วที่สุด

นายเศรษฐา ให้คำมั่นว่า ระหว่างการปฎิบัติภารกิจในต่างประเทศ ตนจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยขอให้ทูตทั้งสองประเทศรายงานความคืบหน้าตลอด ขออย่าห่วง เพราะรัฐบาลนี้ให้ความสำคัญสูงสุด ส่วนตัวมีความเป็นห่วงผู้บริสุทธิ์ที่เสียชีวิต รู้สึกเสียใจและไม่อยากให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ยิ่งเป็นคนไทยที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคำขัดแย้งแล้ว เรามีความกังวลและไม่สบายใจเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ มีรายงานว่า หลังให้สัมภาษณ์ นายเศรษฐา เดินเข้าไปยังบริเวณห้องรับรองเพื่อรับฟังรายงานก่อนขึ้นเครื่องบินแต่ได้เดินกลับมาแจ้งกับสื่อมวลชนเพิ่มเติมว่า เนื่องจากสถานการณ์ในประเทศอิสราเอลมีความรุนแรงและมีความสำคัญ ตนจึงตัดสินใจในวินาทีสุดท้าย มอบหมายให้ จักรพงษ์ แสงมณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ไม่ต้องเดินทางไปร่วมปฏิบัติภารกิจกับตน แต่ให้คอยอยู่บัญชาการ ติดตามสถานการณ์อยู่ที่ประเทศไทย เป็นตัวแทนของรัฐบาล เพื่อให้ประชาชนคลายความกังวล

‘อนุทิน’ อวยพรวันเกิด ‘เนวิน ชิดชอบ’ ครบรอบ 65 ปี ด้วยจิตใจที่เคารพรัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560434

07 ต.ค. 2566

'อนุทิน' อวยพรวันเกิด 'เนวิน ชิดชอบ' ครบรอบ 65 ปี ด้วยจิตใจที่เคารพรัก

‘อนุทิน’ นำทัพ สส.พรรคภูมิใจไทย หอบเค้กอวยพรวันเกิดย้อนหลัง ‘เนวิน ชิดชอบ’ ครบรอบ 65 ปี ย้ำต้องทำงานเพื่อประชาชน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อค่ำเมื่อวานนี้(7 ต.ค.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นำทัพอวยพรวันเกิดย้อนหลัง นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่มีอายุครบ 65 ปี (เกิดเมื่อวันที่ 4 ต.ค. 2501) ซึ่งงานถูกจัดขึ้นหลังจบการสัมมนา สส.พรรคภูมิใจไทย 
 

เช้าวันนี้ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนและแกนนำพรรคพร้อมด้วยสส.ของพรรค ร่วมอวยพรวันเกิดนายเนวิน ซึ่งเราอวยพรตามประเพณีด้วยจิตใจที่เรารักเคารพ 

เมื่อถามว่า นายเนวินฝากอะไรหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราทำงานกันเป็นทีมอยู่แล้ว การเป็นพรรคการเมือง เราต้องทำงานให้ประชาชน 

เมื่อถามว่า นายเนวินวางเป้าหมายจำนวน สส.พรรคภูมิใจไทย สำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้าหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับความขยันของผู้สมัครแต่ละคน ขณะเดียวกันผู้ปฏิบัติที่เป็นฝ่ายบริหารราชการแผ่นดิน ก็ต้องทำงานเต็มที่
อวยพรวันเกิดนายเนวิน ชิดชอบอวยพรวันเกิดนายเนวิน ชิดชอบ

จับตา ‘หมออ๋อง’ ตัดสินใจเข้าพรรคเป็นธรรม 10 ต.ค. นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560473

07 ต.ค. 2566

จับตา 'หมออ๋อง' ตัดสินใจเข้าพรรคเป็นธรรม 10 ต.ค. นี้

เฟซบุ๊ก ‘พรรคเป็นธรรม’ โพสต์ภาพปริศนา วันที่ 10 เดือน 10 รัฐสภาชั้น 10 เวลา 10 โมง เปิดตัว ‘หมออ๋อง’ หลังตัดสินใจแล้ว 90%

ตามที่เพจเฟซบุ๊ก พรรคเป็นธรรม FAIR Party โพสต์ภาพที่ระบุว่า วันที่ 10 เดือน 10 ที่รัฐสภาชั้น 10 เวลา 10 โมง ซึ่งคาดว่าจะเป็นการเปิดตัว สส.ใหม่ หรือไม่ เนื่องจากพรรคเป็นธรรม เป็นอีก 1 พรรคที่จับตากันมาตลอดว่า นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาคนที่ 1 จะเข้าเป็นสมาชิก หลังจากพ้นการเป็นสมาชิกพรรคก้าวไกล และต้องหาสังกัดใหม่ใน 30 วันหรือภายในวันที่ 28 ตุลาคมนี้  

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายปดิพัทธ์ ยอมรับ ตอนนี้ตัดสินใจแล้วร้อยละ 90 ที่จะร่วมงานการเมืองกับพรรคเป็นธรรม ซึ่งจะสมัครสมาชิกพรรคเป็นธรรมวันที่ 10 ตุลาคมนี้ พร้อมระบุว่าสถานที่อาจไม่ได้ใข้ชั้น 10 แต่จะเป็นที่ใดจะแจ้งอีกที เนื่องจากเป็นชั้นห้องทำงานประธานรัฐสภาด้วย

เฟซบุ๊กพรรคเป็นธรรมเฟซบุ๊กพรรคเป็นธรรม

แกนนำเพื่อไทย ขอคนไทยเชื่อมั่น ‘เงินดิจิทัล’ เกิดประโยชน์-จีดีพีโต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560469

07 ต.ค. 2566

แกนนำเพื่อไทย ขอคนไทยเชื่อมั่น ‘เงินดิจิทัล’ เกิดประโยชน์-จีดีพีโต

แกนนำเพื่อไทย ชี้ รับฟังข้อเสนอแนะ ‘เงินดิจิทัล’ วอนคนค้านรับฟังเสียงประชาชน เผยลงพื้นที่มีแต่คำถาม ‘เมื่อไหร่จะได้เงินหมื่น’ ยันต้องกระตุ้นพื้นฐานเศรษฐกิจให้แข็งแรง ดันจีดีพีโตระยะยาว

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนักวิชาการ 99 คน ออกแถลงการณ์คัดค้านการแจกเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท เรียกร้องรัฐบาลยกเลิก เหตุได้ไม่คุ้มเสีย ว่า ตนเชื่อว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากภาคส่วนต่างๆอยู่แล้ว นักวิชาการออกมาคัดค้านถือเป็นสิทธิ รัฐบาลต้องรับฟัง

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด

เช่นเดียวกับโพลมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยและอีกหลายโพลที่ชี้ชัดว่า ประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับนโยบายนี้ ต้องการให้นโยบายแจกเงินดิจิตอลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท เกิดขึ้นโดยเร็ว ก็ต้องรับฟังด้วยเช่นกัน รัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อขับเคลื่อนนโยบายนี้ให้สำเร็จ ทุกภาคส่วนทำงานกันอย่างรอบคอบ ระมัดระวัง ยึดตามกรอบวินัยการเงินการคลังและกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ทุกคนที่เป็นคณะกรรมการล้วนมาจากทุกภาคส่วนที่หลากหลายครอบคลุม เพื่อเข้ามาขับเคลื่อนและมีส่วนร่วมในนโยบายนี้ สิ่งใดที่เป็นข้อจำกัดที่ทำให้เกิดอุปสรรคในการเข้าถึงโครงการของประชาชน ตนเชื่อว่ารัฐบาลพร้อมรับฟัง

“นโยบายเงินดิจิตอลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท จะสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้กับประเทศชาติและประชาชนอย่างมหาศาล หากมีข้อเสนอในการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงรายละเอียดใด เพื่อให้นโยบายเดินหน้า ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด รัฐบาลยินดีรับฟัง” นายอนุสรณ์ กล่าว

ปชช.ถาม เมื่อไหร่จะได้เงินหมื่น

น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ สส.แบบบัญชีรายชื่อ รองเลขาธิการ และรักษาการโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวในเรื่องเดียวกันนี้ว่า พรรคเพื่อไทยรับทราบถึงข้อคิดเห็นจากหลายฝ่ายเกี่ยวกับโครงการกระเป๋าเงินดิจิทัล หรือ ดิจิทัล วอลเล็ต 10,000 บาท ซึ่งมีทั้งบวกและลบจากทั้งนักวิชาการบางส่วน จึงขอทำความเข้าใจ ดังนี้

1.ที่มาของออกนโยบายดังกล่าว มาจากการที่พรรคเพื่อไทยได้ลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน คนหาเช้ากินค่ำ และพี่น้องเกษตรกร ต่างต้องการความช่วยเหลืออย่างมาก จากปัญหาที่สะสมมาตลอดระยะเวลาหลายปี โดยเฉพาะในช่วงโควิดที่ทำให้ชีวิตของพี่น้องประชาชนสะดุดจนติดลบ จนทำให้หนี้ครัวเรือนปี 2563 พุ่งขึ้น 10 เท่าจากปี 53 และในไตรมาส 1 ปี 2566 อยู่ที่ 90.6% ซึ่งเป็นปัญหาที่สะสมมาตั้งแต่ช่วงโควิดจนมาถึงปัจจุบัน หนี้ที่เพิ่มขึ้นเพราะประชาชนอ่อนแอเปราะบาง เป็นที่มาของการ ‘ลดรายจ่าย’

2.จากการประเมินของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยล่าสุดพบว่า โครงการดังกล่าวจะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ 2-3 รอบ (fiscal multiplier) คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ 1-1.6 ล้านล้านบาท และประเมินจีดีพีไทยในปี 2567 จะขยายตัวได้ถึง 5-7% แม้ถูกมองว่าเป็นการกระตุ้นระยะสั้น แต่พรรคเพื่อไทยมองว่าเป็นการเริ่มต้นปูพื้นฐานที่แข็งแรงให้กับเศรษฐกิจในปี 2567 เพื่อที่ในปีต่อๆ ไป การลงทุนจากต่างประเทศจะเข้ามามากขึ้น เป็นที่มาของการ ‘เพิ่มรายได้’ ผ่านดิจิทัล วอลเล็ต 10,000 บาท ค่าแรง 600 บาทใน 4 ปี และเงินเดือนปริญญา 25,000 บาท ที่กำลังจะตามมา

3.โครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ที่เป็นการลงทุนระยะยาว ยังมีหลากหลายโครงการที่รัฐบาลเตรียมการไว้ด้วยเช่นกัน เช่น โครงการสะพานเศรษฐกิจภาคใต้เชื่อมฝั่งทะเลอ่าวไทย-อันดามัน (ชุมพร-ระนอง) หรือ โครงการแลนด์บริดจ์, โครงสร้างพื้นฐาน ที่ จ.ภูเก็ต, โครงการอีอีซี และระบบขนส่งมวลชนต่างๆ โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น สามารถดำเนินควบคู่กันไปกับโครงการขนาดใหญ่ ที่เป็นโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะยาว

4.ขณะนี้ประเทศไทย อยู่ในช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น กนง.ได้ประกาศปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งล่าสุด 0.25% เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2566 จาก 2.25% เป็น 2.50% ต่อปี และเป็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยติดกัน 8 ครั้ง นับตั้งแต่ 10 สิงหาคม 2565 อาจส่งผลให้การลงทุน และการส่งออกของไทยหดตัวลงได้ ดังนั้นการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ ควบคู่การลดรายจ่ายให้กับประชาชนระดับฐานรากของสังคม และการลงทุนขนาดใหญ่ เป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องทำ เป็นทางออกที่เหมาะสม และจะช่วยทำให้เศรษฐกิจเติบโตในระยะยาวได้

น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์

“พรรคเพื่อไทยในฐานะแกนนำรัฐบาล มองภาพใหญ่ มองภาพรวม ของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ที่ สส.พื้นที่เราได้รับฟังเสียงสะท้อนมาตลอด ที่ผ่านมา ไม่มีใครบอกว่าไม่อยากได้เงินดิจิทัล 10,000 บาท มีเพียงคำถามว่า ‘เมื่อไหร่จะได้เงินหมื่น?’ ข้อกังวล เรารับทราบ ข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาโครงการเราเปิดรับเสมอ แต่อยากให้คนที่คัดค้าน ฟังเสียงประชาชนร่วมด้วย คนที่เขารอรับ เขาอาจเสันงไม่ดังเหมือนพวกท่าน แต่พวกเขาเดือดร้อนและรออยู่” น.ส.ลิณธิภรณ์ กล่าวสรุป

เด็จพี่ เชื่อ ‘เงินดิจิทัล’ จะปลุก เศรษฐกิจไทย ให้ฟื้นตัว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560468

07 ต.ค. 2566

เด็จพี่ เชื่อ ‘เงินดิจิทัล’ จะปลุก เศรษฐกิจไทย ให้ฟื้นตัว

เด็จพี่ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ เชื่อ เพื่อไทยคิดใหญ่ทำเป็น ‘เงินดิจิทัล’ จะทำสำเร็จปลุกเศรษฐกิจไทยให้ฟื้นตัว เหมือน 30 บาทรักษาทุกโรคยืนยาวถึงวันนี้ ติง อดีตผู้ว่า ธปท.ขวางโลก ย่ำอยู่กับที่อ้างมีแต่ความกลัวแล้วจะเดินต่อกันยังไง

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีต สส.บัญชีรายชื่อและอดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย แสดงความคิดเห็นกรณีอดีตผู้ว่า ธปท.นำทีมลงนามร่วมกับนักเศรษฐศาสตร์กลุ่มหนึ่ง ยื่น 6 เหตุผลให้ยกเลิกนโยบายแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาทให้ประชาชนอายุ 16 ปีขึ้นไป 560,000 ล้านบาท เฉลี่ย 56 ล้านคน โดยอ้างว่าจะเกิดประโยชน์ต่อประเทศนั้นน้อยกว่าต้นทุนที่เสียไปและจะทำให้เสียวินัยการเงินการคลังในระยะยาว เรื่องนี้นายพร้อมพงศ์ มองว่านักเศรษฐศาสตร์กลุ่มนี้ อยู่ส่วนบนของยอดปิรามิดทางเศรษฐกิจอาจมองจากมุมเดิมๆ หรือมองจากแค่มิติเดียว 

เด็จพี่ เชื่อ ‘เงินดิจิทัล’ จะปลุก เศรษฐกิจไทย ให้ฟื้นตัว

อยากให้ผู้สื่อข่าวลองไปสอบถามกรณีเงินดิจิทัล จากมุมของประชาชนส่วนใหญ่ที่ได้รับผลกระทบ จากสถานการณ์โควิคกับวิกฤติเศรษฐกิจ 9 ปีที่ผ่านมากันดูบ้างว่าคิดเห็นอย่างไรกับเงินดิจิทัลที่รัฐบาลจะแจก จะมองจากมุมนี้หรือดาวไหนก็เห็นว่าประชาชนชักหน้าไม่ถึงหลัง ยากจนเป็นหนี้กันทั่วหน้า เอสเอ็มอีล้มหายตายจากถูกฟ้องดำเนินคดีกันมากมาย

จะผิดอะไรถ้ารัฐบาลจะช่วยประชาชนให้ฟื้นตัว มันก็ต้องกระตุ้นที่หัวใจ รดน้ำที่ราก เติมเงินให้ประชาชน กระตุ้นการบริโภค กระตุ้นการผลิตครั้งใหญ่ สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน คนมีเงินก็จะกล้าเอาเงินมาลงทุน เพราะจะเกิดการจับจ่ายใช้สอยที่มากขึ้น เศรษฐกิจจะฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว 

การทำโครงการขนาดใหญ่ วันนี้ตนเชื่อว่าน่าจะยังไม่ทันกับงบประมาณปี2567 เพราะตั้งรัฐบาลช้า การจัดทำงบประมาณล่าช้าเกือบครึ่งปี ถ้าคิดแบบเดิมๆ เหมือนที่อดีตผู้ว่า ธปท.และนักเศรษฐศาสตร์กลุ่มนี้แนะนำก็จะได้ผลลัพธ์เหมือนเดิม ตนไม่อยากให้ขวางโลกหรือย่ำอยู่กับที่ เหมือนตอนที่ท่านเป็นผู้ว่า ธปท.ในยุครัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ที่เศรษฐกิจไม่ฟื้น ซึมยาวเหมือนคนป่วยหนักมาถึงทุกวันนี้

เป็นอีกหนึ่งภาระที่รัฐบาลที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจะต้องแก้ไข ผมเชื่อว่า เพื่อไทยคิดใหญ่ทำเป็น เคยทำสำเร็จมาแล้วหลายครั้งหลายหน ในอดีตการคิดนอกกรอบ การมีนโยบายใหม่ วิธีการใหม่ๆ เพื่อแก้ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ ประชาชนก็เคยเห็นกันมาแล้ว 

โครงการใหม่ๆ ในขณะนั้น เช่น โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค กองทุนหมู่บ้าน 76,000 ล้านบาท ตอนนั้นก็ถูกคัดค้านติติง บ้างก็ล้อเลียนว่าตายทุกโรค อ้างทำไม่ได้เอาเงินมาจากไหน แล้วสุดท้ายเป็นยังไง สำเร็จมาจนถึงทุกวันนี้ ได้รับคำชื่นชมจากทั่วโลกก็ตั้งมากมาย จะผ่านมาหลายรัฐบาลประชาชนก็ยังใช้กันอยู่ 

การติเพื่อก่อ ผมเชื่อว่ารัฐบาลเพื่อไทยยินดีรับฟัง แต่ถ้าอ้างว่าเป็นห่วงแต่แฝงวาระซ่อนเร้นจะทำให้ประชาชนและประเทศชาติเสียหาย เสียโอกาสในการฟื้นเศรษฐกิจ ก็ในเมื่อโลกมันเปลี่ยนเราก็ต้องรู้จักปรับ อ้างกลัวโน้นนี้นั้น แล้วจะเดินต่อกันยังไง ก็ไม่ต้องทำอะไรกันพอดี

“ผมเชื่อวันนี้ประชาชนรอดูรอพิสูจน์ผลงาน ถ้ารัฐบาลเพื่อไทยทำดีคิดถูกก็จะสนับสนุน แต่ถ้าทำผิดทำพลาด เกิดความเสียหาย ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจเองในการเลือกตั้งครั้งหน้า”

‘สมศักดิ์’ ตรวจน้ำท่วมสุโขทัย เร่งซ่อม ‘สะพานสิริปัญญารัตน์’ รับมือมวลน้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560448

07 ต.ค. 2566

'สมศักดิ์' ตรวจน้ำท่วมสุโขทัย เร่งซ่อม 'สะพานสิริปัญญารัตน์' รับมือมวลน้ำ

‘สมศักดิ์’ ตรวจน้ำท่วมสุโขทัย พบเดือดร้อน 9 อำเภอ 16,168 ครัวเรือน มอบถุงยังชีพ มอบเงินเยียวยาผู้เสียชีวิต ผลักดันระบะระบายแม่น้ำยม

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม น.ส.ณัฐธิดา เทพสุทิน บุตรสาว นายมนู พุกประเสริฐ นายก อบจ.สุโขทัย นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ สส.สุโขทัย น.ส.ประภาพร ทองปากน้ำ สส.สุโขทัย นายเขตพงศ์ กุลนาถศิริ รองนายก อบจ.สุโขทัย ลงพื้นที่น้ำท่วมสุโขทัย โดยมีนายสุชาติ ทีคะสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เข้าร่วมมอบถุงยังชีพให้แก่ผู้ประสบภัย จำนวน 2,000 ชุด ใน 2 พื้นที่ คือ วัดบ้านไร่ อำเภอศรีสำโรง และ วัดปากคลอง อำเภอเมือง 


นอกจากนี้ยังได้มอบเงินเยียวยาให้แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุอุทกภัยในจังหวัดสุโขทัย จำนวน 5 ราย เป็นค่าจัดการศพ รายละ 50,000 บาท เงินทุนเลี้ยงชีพแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต รายละ 30,000 บาท 

มอบเงินเยียวยาผู้เสียชีวิตน้ำท่วมสุโขทัยมอบเงินเยียวยาผู้เสียชีวิตน้ำท่วมสุโขทัย

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า สถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดสุโขทัย ส่งผลให้ประชาชนได้รับผลกระทบแล้ว 9 อำเภอ 16,168 ครัวเรือน และส่งผลให้พื้นที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหาย 143,295 ไร่ ทำให้รัฐบาลโดยเฉพาะนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใย จึงกำชับให้ตนเร่งช่วยเหลือเยียวยา เมื่อวานที่ผ่านมาตนได้ประชุมคณะกรรมการกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี เป็นการด่วน เพื่อเห็นชอบเงินช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำท่วม 

ส่วนการแก้ปัญหาการบริหารจัดการน้ำในระยะยาว นายสมศักดิ์ได้ผลักดันโครงการระบบระบายน้ำฝั่งขวาแม่น้ำยม ระยะทางกว่า 51 กิโลเมตร โดยจะเชื่อมโยงทั้งหมด 3 อำเภอ 11 ตำบล จะทำให้ช่วยระบายน้ำ ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยลง รวมถึงยังสามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้หน้าแล้งได้ด้วย โดยโครงการนี้ จะเชื่อมโยงตั้งแต่ คลองทางไม้ ต.ปากแคว คลองชัด ต.วังใหญ่ คลองระกำ ต.บ้านไร่  หนองซิง ต.หนองกลับ คลองพระองค์ ต.วังไม้ขอน และคลองน้ำโจน ต.ป่ากุมเกาะ ขณะเดียวกันก็กำลังผลักดันการสร้างคลองอ้อมอำเภอศรีสำโรง ขณะนี้กำลังออกแบบและทำประชาพิจารณ์ แต่ยังไม่สามารถขับเคลื่อนได้ในงบประมาณของปีนี้ ซึ่งน่าจะได้เริ่มดำเนินการในปี 2568

จึงขอให้ประชาชนเข้าใจว่า โครงการแก้ปัญหาเรื่องน้ำไม่ใช่นึกอยากทำก็สามารถทำได้ เพราะต้องผ่านหลายขั้นตอน ตั้งแต่ 1.ผู้นำท้องถิ่น เสนอโครงการ 2.ผู้ว่าราชการ ประชุมเห็นชอบ 3.หัวหน้าลุ่มน้ำ เห็นชอบ 4.คณะกรรมการน้ำแห่งชาติ ซึ่งมีผมเป็นประธาน ให้ความเห็นชอบ และ 5.เข้าสู่ขั้นตอนงบประมาณ 

นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า จากความเสียหายบริเวณทับผึ้ง ขณะนี้เราได้รับงบประมาณมาซ่อมแซมแล้ว หลังจากนี้จะผันน้ำจากจังหวัดกำแพงเพชร ผ่านคลองตาทรัพย์ มาลงหน้า อบต.ยางซ้าย เพื่อนำน้ำมาใช้ในหน้าแล้ง แต่การกั้นไม่ให้น้ำท่วมนั้น เราต้องอดทนไปอีกระยะ รอให้ได้งบประมาณมาขับเคลื่อนโครงการ ก็จะมีโอกาสแก้ไขปัญญาในระยะยาวได้ ซึ่งวันนี้เป็นโอกาสดีที่ตนเป็นรองนายกฯ กำกับดูแลทั้งถนนและน้ำ ก็จะสามารถเข้ามาช่วยเหลือประชาชนได้ เพราะตนให้ความสำคัญในทุกมิติแม้กระทั่งบ่อบาดาล 

นอกจากนี้หลังมอบถุงยังชีพ นายสมศักดิ์ ยังได้ลงพื้นที่บริเวณสะพานสิริปัญญารัตน์ อำเภอศรีสำโรง ซึ่งเป็นจุดที่เกิดสะพานขาด โดยเร่งประสานไปยังกรมทางหลวง เพื่อให้รีบเข้ามาดำเนินการแก้ไข เพราะมีความกังวลว่า อาจจะมีมวลน้ำขนาดใหญ่ไหลมาเพิ่มอีก จะส่งผลให้บริเวณจุดนี้ ได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง และกระทบกับประชาชน ที่ต้องสัญจรผ่านไปมา 

“ถึงแม้ผมจะมีอาการไม่ค่อยสบายมาหลายวันแล้ว เนื่องจากพักผ่อนน้อย จึงเกิดอาการบ้านหมุน เดินไม่ค่อยสะดวก แต่เมื่อที่ประชุมคณะกรรมการกองทุนเงินช่วยเหลือฯ มีมติเยียวยา ผมก็รีบบินด่วนกลับจังหวัดสุโขทัยทันที เพราะต้องการเยียวยาพี่น้องประชาชน ที่ได้รับผลกระทบให้ได้เร็วที่สุด ดังนั้นขอให้เชื่อมั่นว่า เมื่อเกิดปัญหา เราจะไม่ทอดทิ้งกัน ผมในฐานะนักการเมือง ก็จะทำหน้าที่ดูแลพี่น้องประชาชนให้ดีที่สุด” นายสมศักดิ์ กล่าว 

สะพานสิริปัญญารัตน์สะพานสิริปัญญารัตน์

นายสมศักดิ์ เทพสุทินนายสมศักดิ์ เทพสุทิน

มอบถุงยังชีพผู้ประสบภัยน้ำท่วมสุโขทัยมอบถุงยังชีพผู้ประสบภัยน้ำท่วมสุโขทัย

‘ราเมศ’ ย้ำ ‘เศรษฐา’ รับฟังเสียงสวรรค์ เตือนระวังลงเหว นโยบายดิจิทัลวอลเล็ต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560440

07 ต.ค. 2566

'ราเมศ' ย้ำ 'เศรษฐา' รับฟังเสียงสวรรค์ เตือนระวังลงเหว นโยบายดิจิทัลวอลเล็ต

‘ราเมศ’ ย้ำ ‘เศรษฐา’ รับฟังเสียงท้วงติงนโยบาย ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ เดินหน้าต่อ ประชาชนรับกรรม ฝากถึงคนใน ‘เพื่อไทย’ อย่ายุ่งเลือกหัวหน้า ‘พรรคประชาธิปัตย์’

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยกรที่กรณีมีข้อท้วงติงนโยบาย “ดิจิทัลวอลเล็ต” แจกเงิน 10,000 บาท ว่า ตนเคยท้วงติงตั้งแต่ช่วงแรกวันที่มีการแถลงนโยบายรัฐบาลยังแจงรายละเอียดต่อประชาชนไม่ได้ว่าจะมีหลักการใช้จ่ายงบประมาณอย่างไร ใช้จากส่วนไหน วิธีการดำเนินการยังกลับไปกลับมา 

ขณะที่อาจารย์เศรษฐศาสตร์ออกมาแถลงการณ์ให้เหตุผล ซึ่งรัฐบาลต้องรับฟังความเห็นด้วยความจริงใจ แต่ดูเหมือนนายกรัฐมนตรีไม่ได้ให้ความสนใจ ทั้งๆที่เป็นประเด็นเกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ เพราะงบประมาณที่จะต้องนำไปใช้กับโครงการดังกล่าวมีจำนวนมากถึง 560,000 ล้านบาท คำท้วงติงที่บอกว่าจะได้ไม่คุ้มเสียนายกรัฐมนตรีต้องละเอียดในการตรึกตรอง การใช้จำนวนเงินมากมายมหาศาล หากนำมาสร้างงานเพื่อให้ประชาชนได้เกิดรายได้ที่ยั่งยืนได้ 

ดังนั้นนายกรัฐมนตรีต้องคิดให้ดี เพราะหากจะเดินหน้าโดยไม่สนใจใยดี ท้ายที่สุดประชาชนก็ต้องรับผลกระทบ ต้องจ่ายภาษีเพิ่มขึ้นหรือไม่ ราคาสินค้าจะแพงขึ้นหรือไม่ จะมีผลต่อหนี้สาธารณะหรือไม่ รัฐบาลต้องคิดและอย่าเอาชีวิตประชาชนและประเทศมาเป็นตัวประกัน เพราะหากเกิดความเสียหายรัฐบาลจะรับผิดชอบอย่างไร

นายราเมศ กล่าวต่อว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ต้องไม่ลืมคำพูดของตนเองที่พูดว่า “บางทีเสียงที่เราไม่อยากได้ยินกลับเป็นเสียงสวรรค์” ดังนั้นก็ควรระลึกถึงคำพูดและปฏิบัติให้เห็นด้วย เพราะคนที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีที่ดีได้ควรรักษาคำพูด รับฟังความเห็นอย่างจริงใจสำคัญที่สุด อย่าลืมว่านายเศรษฐา เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่ประธานบริษัท จะกระทำสิ่งใดต้องยึดประโยชน์ของประชาชนและประเทศ 

มีคำเตือนอยู่ว่าข้างหน้านายกรัฐมนตรีกำลังจะพาประชาชนพาประเทศไปลงเหว ก็ควรหยุดคิดพิจารณาคำท้วงติง คำเตือน เพื่อไปปรับปรุงแก้ไข การบริหารประเทศไม่อยากให้ทำการเมืองด้วยนโยบายที่ไม่รับผิดชอบ แล้วทิ้งภาระไว้ให้ประชาชนในวันอนาคต

นายราเมศฝากถึงนายกรัฐมนตรี ขอให้เตือนคนของพรรคเพื่อไทยที่ออกมาแถลงข่าวโต้ตอบด้วยว่า อย่าทำตัวเหมือนโดนน้ำร้อนลวก ควรออกมาชี้แจงด้วยเหตุด้วยผล แต่ที่ออกมาส่วนมากจะเอาประเด็นว่า พรรคประชาธิปัตย์ไปเลือกหัวหน้าพรรคให้ได้ก่อนถึงจะวิจารณ์คนอื่นได้นั้น ในทางการเมืองพวกที่พูดเช่นนี้มีปัญหาทางสภาพจิตใจ ควรมีวุฒิภาวะในทางการเมืองให้มากกว่านี้

เรื่องเลือกหัวหน้าพรรคเป็นเรื่องภายใน เรื่องประชาธิปไตยภายในพรรคไม่มีใครมาชี้นิ้วสั่งได้ คนที่จะมาเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้ ก็ต้องมีการคัดสรร กลั่นกรองจากสมาชิก พรรค และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยมีใครกระทำการทุจริตแล้วติดคุกหรือต้องถูกยึดทรัพย์ เพราะฉะนั้นถ้าจะมาโต้ตอบในทางการเมืองควรออกมาอย่างมีวุฒิภาวะอย่างผู้มีปัญญาด้วย

นายราเมศ รัตนะเชวงนายราเมศ รัตนะเชวง

ไทย เลื่อนส่ง ‘THEOS-2’ สำรวจโลกกระทันหัน หลังพบสัญญาณผิดปกติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560436

07 ต.ค. 2566

ไทย เลื่อนส่ง 'THEOS-2' สำรวจโลกกระทันหัน หลังพบสัญญาณผิดปกติ

‘รมว.อว.’ แจ้ง เลื่อนส่ง ‘THEOS-2’ ดาวเทียมสำรวจโลกกระทัน ก่อนเพียง 14 วินาที หลังพบค่ากระแสไฟฟ้าเกินที่อุปกรณ์จรวด

จากที่เช้าวันนี้ไทยต้องส่งดาวเทียมสำรวจโลก “THEOS-2″ ขึ้นสู่วงโคจร ที่ท่าอวกาศยานเฟรนช์เกียนา ทวีปอเมริกาใต้ แต่ปรากฎระบบมีการแจ้งเตือน พบปัญหาจากอุปกรณ์บางอย่าง จึงเลื่อนการนำส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรออกไปก่อนนั้น

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม(อว.) เปิดเผยหลังจาก Arianespace แจ้งเลื่อนการนำส่งดาวเทียม THEOS-2 ก่อนนับถอยหลังเพียง 14 วินาที เนื่องจากระบบตรวจสอบพบ “ค่ากระแสไฟฟ้าเกินกว่าเกณฑ์ที่กำหนด (threshold)” ที่อุปกรณ์ Safety Management Unit ของจรวดนำส่ง 

ระบบจึงตัดการทำงานทั้งหมดโดยอัตโนมัติ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างละเอียดจาก Arianespace และคาดว่าจะทราบผลและสามารถยืนยันกำหนดการส่งได้ในช่วงเช้าวันที่ 8 ต.ค. (ตามเวลาท้องถิ่น) ส่วนความคืบหน้าในการนำส่งดาวเทียม THEOS-2 จะแจ้งให้ทราบต่อไป

ส่งดาวเทียม THEOS-2 ขึ้นสู่วงโคจรส่งดาวเทียม THEOS-2 ขึ้นสู่วงโคจร

นำส่งดาวเทียม THEOS-2 ขึ้นสู่วงโคจรนำส่งดาวเทียม THEOS-2 ขึ้นสู่วงโคจร

‘ชาดา’ เร่งปราบผู้มีอิทธิพลมิติใหม่ ตรวจสอบถอนรากถอนโคน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560429

07 ต.ค. 2566

'ชาดา' เร่งปราบผู้มีอิทธิพลมิติใหม่ ตรวจสอบถอนรากถอนโคน

‘ชาดา’ เตือน ‘ผู้มีอิทธิพล’ เจอตรวจสอบทั้งระบบ เผย 2-3 เดือนนี้ เริ่มลุยปราบอย่างเข้มข้น ยินดี ป.ป.ช. สอบอาวุธปืน 23 กระบอก

หลังกรมการปกครองจัดทำบัญชีผู้มีอิทธิพลที่พิจารณาทั้งตัวบุคคล พฤติกรรม และบริวาร รวมถึงที่ประชาชนร้องเรียนมา กว่า 700 ราย นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผย ในอดีตเคยผ่านการบริหารจัดการเรื่องนี้มาแล้ว แต่มีเพียงการส่งรายชื่อมาเท่านั้น ไม่มีประโยชน์อะไร ซึ่งขอให้เป็นการส่งข้อมูลที่ถูกต้อง อย่ากลั่นแกล้งกัน สำหรับรายชื่อที่กระทรวงต่างๆ และบุคคลทั่วไปส่งมาให้ก็จะผ่านการกลั่นกรองอีกครั้ง

ทั้งนี้มีการจัดระเบียบเป็นสีเหลือง-สีแดง โดย สีแดง คือ คนที่กระทำความผิดอยู่ในปัจจุบัน เจ้าหน้าที่ติดตามอยู่ อาจยังจับกุมไม่ได้เพราะไม่มีหลักฐาน แต่จะลงไปทั้งระบบบูรณาการอย่างเข้มข้นทั้งอาณาจักร ไม่ใช่เพียงตัวอย่างเดียว แต่จะมีหน่วยงานฝ่ายความมั่นคงเข้าไปตรวจสอบภาษี เรื่องเกี่ยวกับการฮั้วประมูล จะเข้าไปตรวจสอบดำเนินการตัดรากถอนโคน “ขอฝากคนที่คิดไม่ดี คิดไม่ถูกต้องรังแกประชาชนอยู่ ขอให้เลิก มิเช่นนั้นจะเจอกับการตรวจสอบทั้งระบบที่ไม่เคยเจอมาก่อน”

นายชาดา ยอมรับว่า ระยะการรวบรวมข้อมูลใช้เวลาพอสมควร ขณะนี้ยังคงรอหน่วยงานอื่นๆ ส่งข้อมูลมารวมกัน คาดว่าจะใช้เวลา 2-3 เดือน จึงจะเริ่มปฏิบัติการเข้มข้นไปเรื่อยๆ

ส่วนที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินพบมีอาวุธปืนในครอบครอง 23 กระบอก นายชาดา กล่าวว่า หากมีการเรียกร้องให้คืน ตนก็พร้อมคืน ยืนยันการครอบครองปืนของตน เป็นการสะสมอาวุธปืนที่มีลวดลายสวยงาม

ส่วนการครอบครองพระเครื่อง ในฐานะที่ตนเป็นอิสลามนั้น เนื่องจากมีความชอบในพระเครื่อง มีมาตั้งแต่สมัยที่เป็นนายกเทศมนตรี และอยู่ในจังหวัดอุทัยธานี มีมุสลิมจำนวนไม่มาก ซึ่งมีความผูกพันกับทั้งวัดและพระ รู้จักเซียนพระในตลาด ไม่ได้ครอบครองเพื่อปล่อยเช่า และทาง ป.ป.ช.ได้ตรวจสอบทั้งหมดแล้ว ส่วนที่บางฝ่ายมองอาจขัดกับหลักศาสนาอิสลาม มองว่า คนละเรื่องกัน

“เราไม่ได้กราบไหว้บูชา มองว่า เป็นของมงคล การกราบไหว้ทางศาสนาเป็นคนละประเด็น เพราะศาสนาทุกศาสนาสอนให้คนเป็นคนดี” นายชาดากล่าว 

ด่วน 2 รุ่นใหญ่ ‘พรรคเพื่อไทย’ ชัยเกษม-สงคราม ไขก๊อก ทิ้งเก้าอี้ สส.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560395

06 ต.ค. 2566

ด่วน 2 รุ่นใหญ่ ‘พรรคเพื่อไทย’ ชัยเกษม-สงคราม ไขก๊อก ทิ้งเก้าอี้ สส.

2 รุ่นใหญ่ ‘พรรคเพื่อไทย’ ทิ้งเก้าอี้ สส. ‘ชัยเกษม นิติศิริ’ เผย เตรียมมองหาบทบาทอื่น หวังทำประโยชน์ได้มากกว่า ส่วน ‘สงคราม’ ไม่แจ้งเหตุผล แต่ยังเป็นสมาชิกพรรค

วันที่ 6 ตุลาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้เลื่อนลำดับ สส.แบบบัญชีรายชื่อ ของพรรคเพื่อไทย 2 คน ขึ้นมาแทน สส.ที่ได้ลาออกไป คือ ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ขึ้นมาเป็น สส.แบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 30 แทน นายชัยเกษม นิติสิริ อดีต สส.แบบบัญชีรายชื่อ และ น.ส.เพ็ญชิสา หงษ์อุปถัมภ์ชัย ขึ้นมาเป็น สส.แบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 31 ขึ้นมาแทน นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ อดีต สส.แบบบัญชีรายชื่อ

แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับ นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ อดีต สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ยืนยันกับว่า สงคราม ได้ลาออกจากการเป็น สส. เมื่อวันที่ 2 ต.ค. 2566 โดยไม่ได้ชี้แจงเหตุผล แต่ยังคงเป็นสมาชิกของพรรคเพื่อไทย

นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ อดีต สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยนายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ อดีต สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย

ส่วน นายชัยเกษม นิติศิริ อดีตสส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ได้ยื่นลาออกจากการเป็น สส. เมื่อวานนี้ (5 ต.ค.2566) โดยยังไม่ได้แจ้งต่อกรรมการบริหารพรรค เพราะเห็นว่า เมื่อเป็น สส. ไม่ได้มีบทบาทอะไรมาก จึงตัดสินใจว่าจะมองหาบทบาทอื่นที่เป็นประโยชน์ต่อพรรคเพื่อไทยมากกว่า และกำลังมองหาอยู่ว่าพรรคจะมอบหมายบทบาทใดให้ พร้อมยืนยันว่า ไม่ได้มีปัญหาอะไรภายในพรรคเพื่อไทย

นายชัยเกษม นิติสิริ อดีต สส.แบบบัญชีรายชื่อและอดีตแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนที่3 ของพรรคเพื่อไทยนายชัยเกษม นิติสิริ อดีต สส.แบบบัญชีรายชื่อและอดีตแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนที่3 ของพรรคเพื่อไทย