นายกฯ ถอด ‘กรรมการประชามติรธน.’ ดึง ‘วุฒิสาร-ดร.เอ้-ปลัด ดีอีเอส’ ร่วมทีม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560375

06 ต.ค. 2566

นายกฯ ถอด ‘กรรมการประชามติรธน.’ ดึง ‘วุฒิสาร-ดร.เอ้-ปลัด ดีอีเอส’ ร่วมทีม

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เซ็นคำสั่งเปลี่ยนตัว ‘กรรมการประชามติรธน.’ ถอด ชูศักดิ์ ศิรินิล สลับกับ กฤช เอื้อวงศ์ อดีตรองเลขาฯ กกต. โควตาเพื่อไทย เสริม 3 ศาสตราจารย์ ‘วุฒิสาร-ดร.เอ้-ปลัด ดีอีเอส’ ร่วมทีม

พันธกิจรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน หนึ่งในนั้นคือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่เพื่อสร้างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ดูเหมือนว่ารายชื่อกรรมการประชามติรัฐธรรมนูญ “กรรมการประชามติรธน.” ที่ปรากฏรายชื่อตามสื่อต่างๆ ถูกกระแสสังคมท้วงติงถึงการขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนจากทุกภาคส่วนในสังคม รวมทั้งขาดบุคคลที่มีความเป็นกลาง ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวในเรื่องนี้

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี

มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2566 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ลงนามยกเลิกคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 256/2566 เรื่อง คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางในการทำประชามติ เพื่อแก้ไขปัญหาความเห็นที่แตกต่างในเรื่องรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ลงวันที่ 3 ตุลาคม และลงนามคำสั่งนายกฯที่ 264/2566 แต่งตั้งคณะกรรมการชุดดังกล่าวใหม่จำนวน 34 คน

โดยมีการปรับเปลี่ยนตัวบุคคลบางส่วนที่จะเข้ามาร่วมเป็นคณะกรรมการ ภายหลังจากที่พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ไม่ส่งตัวแทนเข้าร่วม สำหรับรายชื่อบุคคลใหม่ที่จะเข้ามาร่วมเป็นคณะกรรมการ 4 คน ประกอบด้วย

1.ศ.วุฒิสาร ตันไชย อดีตเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า เป็นรองประธานกรรมการคนที่ 1

ศ.วุฒิสาร ตันไชยศ.วุฒิสาร ตันไชย

2.ดร.เอ้- ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อดีตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาธิปัตย์

ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์

3.ศ.พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ศ.พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถศ.พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ

4.นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีต สส.นครพนม จากพรรคไทยสร้างไทย

5.นายเจือ ราชสีห์ จากพรรครวมไทยสร้างชาติ

6.นายกฤช เอื้อวงศ์ อดีตรองเลขาฯ กกต. ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย

สำหรับบุคคลที่ถูกปรับเปลี่ยน ประกอบด้วย รศ.ชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ,ดร.นพดล ปัทมะ สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย, น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ โฆษกพรรคเพื่อไทย, นายเดชอิศม์ ขาวทอง รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์.,ดร.ธนกร วังบุญคงชนะ รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ และนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย

ทั้งนี้ ในส่วนของตำแหน่งประธาน รองประธาน กรรมการ เลขานุการ และผู้ช่วยเลขานุการ ยังเป็นบุคคลเดิมที่ได้รับแต่งตั้งไปก่อนหน้านี้

ล่าสุด ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการเปลี่ยนรายชื่อในคณะกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางในการทำประชามติเพื่อแก้ไขปัญหาความเห็นที่แตกต่างในเรื่องรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ว่า “เข้าใจว่าอย่างนั้น เพราะสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาท้วงติงมา ก็ต้องฟัง ไม่เกี่ยวกับเรื่องบุคคล แต่เป็นเรื่อง สส.ร่วมเป็นคณะกรรมการไม่ได้”

บทเรียน ‘6 ตุลา’ ‘ธนาธร’ ชี้แค่เห็นต่างก็ถูกผลักเป็นปีศาจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560376

06 ต.ค. 2566

บทเรียน '6 ตุลา' 'ธนาธร' ชี้แค่เห็นต่างก็ถูกผลักเป็นปีศาจ

‘ธนาธร’ เทียบสองเหตุการณ์สลายการชุมนุม ‘6 ตุลา’ 2519 กับ การชุมนุมปี 53 มีการปล่อยข่าว กระพือความเกลียดชัง ไม่ต่างกัน

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ร่วมเสวนาวิชาการในหัวข้อ บทเรียน 6 ตุลา: การเมือง อำนาจ และความเปลี่ยนแปลง ซึ่งจัดโดยโรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เริ่มด้วยการตอบคำถามผู้ร่วมเสวนา ที่เทียบว่าพรรคก้าวไกลเป็นสายล่อฟ้า เป็นปีศาจตัวใหม่ที่อาจทำให้ผู้มีอำนาจหวาดกลัวและทำให้การเมืองไทยวนกลับไปยุค 6 ตุลาอีกครั้ง

เสวนา บทเรียน 6 ตุลา ฯ ม.สวนดุสิตเสวนา บทเรียน 6 ตุลา ฯ ม.สวนดุสิต

ธนาธร กล่าวว่า หากว่าการเรียกร้องความเปลี่ยนแปลง ทำให้เรากลายเป็นปีศาจ กลายเป็นสายล่อฟ้า ก็ยอม แต่ขอตั้งคำถามสาเหตุใดการยืนยันในสิ่งที่ถูกต้อง การเรียกร้องประเทศที่ดีกว่านี้ สังคมที่ดีกว่านี้สำหรับคนรุ่นต่อไป จึงทำให้ผู้เรียกร้องความเปลี่ยนแปลงต้องถูกผลักเป็นปีศาจ

ธนาธรยังได้ถามนักศึกษาที่มาร่วมฟังเสวนา ว่าใครคิดว่าอนาคตตนเองสดใส มีงานมีอาชีพมั่นคงรออยู่ในประเทศนี้ ให้ยกมือขึ้น ซึ่งมีนักศึกษายกมือเพียง 2 คน จากผู้ร่วมฟังนับร้อย จากนั้นจึงกล่าวต่อไปว่า ถามนิสิตนักศึกษาทุกที่ที่มีโอกาส ได้รับคำตอบแบบเดียวกันทุกครั้ง

ในเมื่อประชาชนในปัจจุบันไม่มีใครพอใจในสภาพสังคมที่เป็นอยู่ ทำไมเราจึงต้องลดข้อเรียกร้องของเราในการสร้างประเทศไทยที่เสรี ก้าวหน้า เท่าเทียมกว่านี้

ธนาธรยังกล่าวเทียบเหตุการณ์ 6 ตุลา กับเหตุสังหารคนเสื้อแดงในปี 2553 กับเหตุการณ์ 6 ตุลา ในด้านการโหมกระพือความเกลียดชังในสังคมจนกระทั่งการเข่นฆ่าผู้เห็นต่างเป็นสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม เป็นการปกป้องชาติบ้านเมือง

ในเหตุการณ์ 6 ตุลา มีกลุ่มนวพล กระทิงแดง ชมรมแม่บ้าน มีบุคคลมีชื่อเสียงอย่างทมยันตี มีวิทยุยานเกราะ หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ โหมกระพือความเกลียดชังต่อนักศึกษา จนการสังหารหมู่กลางเมืองกลายเป็นสิ่งที่ได้รับการยกย่องเชิดชู ไม่ต่างจากการจัดบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ และบรรยากาศเฉลิมฉลองของคนกรุงเทพหลังการสังหารหมู่คนเสื้อแดงในเดือนเมษา-พฤษภา 53

การสร้างประเทศที่เป็นประชาธิปไตย คือประเทศที่มีพื้นที่ให้คนเห็นต่าง แม้มีความคิดทางการเมืองไม่ตรงกัน แต่อยู่ร่วมกันในสังคมได้ ซึ่งต้องเริ่มจากการมีรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย เขียนขึ้นโดยประชาชน และแก้ไขเอาองคาพยพที่ไม่เป็นประชาธิปไตยออกไป

การที่รัฐบาลปัจจุบันตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษาการแก้รัฐธรรมนูญ ทั้งที่เป็นอำนาจนายกฯ ที่จะสามารถกำหนดให้มีประชามติแก้รัฐธรรมนูญได้เลย ทำให้มองว่า เป็นเพียงการซื้อเวลาเท่านั้น

‘ราชกิจจานุเบกษา’ ประกาศตั้ง ‘กรรมการการเลือกตั้ง’ คนใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560365

06 ต.ค. 2566

'ราชกิจจานุเบกษา' ประกาศตั้ง 'กรรมการการเลือกตั้ง' คนใหม่

ประกาศแต่งตั้ง ‘กรรมการการเลือกตั้ง’ คนใหม่ แทน ธวัชชัย เทอดเผ่าไทย ที่ครบวาระ เผยแพร่ในเวปไซด์ ‘ราชกิจจานุเบกษา’ แล้ว

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ประกาศแต่งตั้ง กกต.คนใหม่ มีเนื้อหาดังนี้พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประกาศว่าตามที่ ได้มีพระบรมราชโองกรโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายธวัชชัย เทอดเผ่าไทย เป็นกรรมการการเลือกตั้ง ตามประกาศลงวันที่ 12 สิงหาคม 2561 นั้น

ต่อมา นายธวัชชัย เทอดเผ่าไทยได้พ้นจากตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง เนื่องจากมีอายุครบเจ็ดสิบปี เป็นเหตุให้ตำแหน่งว่างลง
บัดนี้ วุฒิสภาได้ให้ความเห็นชอบ นายชาย นครชัย ผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง ตามมาตรา 222 (1) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 222 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบมาตรา 8 และมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายชาย นครชัย เป็นกรรมการการเลือกตั้ง

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ 6 ตุลาคม พุทธศักราช 2566 เป็นปีที่ 8 ในรัชกาลปัจจุบัน

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

พรเพชร วิชิตชลชัย

ประธานวุฒิสภา

ราชกิจจานุเบกษา ประกาศแต่งตั้ง กกต.คนใหม่ ราชกิจจานุเบกษา ประกาศแต่งตั้ง กกต.คนใหม่

ส่อง ทรัพย์สิน ‘บรู๊ค ดนุพร-กบ สุวนันท์’ รวย 500 ล้าน ‘อิ่ม ธีรรัตน์’ พอกรุบกริบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560350

06 ต.ค. 2566

ส่อง ทรัพย์สิน 'บรู๊ค ดนุพร-กบ สุวนันท์' รวย 500 ล้าน 'อิ่ม ธีรรัตน์' พอกรุบกริบ

ป.ป.ช. เปิด บัญชีทรัพย์สิน ‘บรู๊ค ดนุพร-กบ สุวนันท์’ อู้ฟู่ 507 ล้านบาท ขณะที่ ‘อิ่ม ธีรรัตน์’ สส กทม.หนึ่งเดียว โสดและรวย 43 ล้านบาท มีปืน 4 กระบอก

สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรณีเข้ารับตำแหน่ง สส. โดย “บรู๊ค ดนุพร” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย แจ้งบัญชีรายการบัญชีทรัพย์สิน และหนี้สิน พร้อมภรรยา “กบ สุวนันท์” และบุตรยังไม่บรรลุนิติภาวะ มีทรัพย์สินรวม 593,384,630.50 บาท แจ้งมีหนี้สินรวม 2,381,848.71 บาท แบ่งเป็นทรัพย์สินส่วนตัว 507,646,311.46 บาท

โดยทรัพย์สินส่วนใหญ่ของ ดนุพร ปุณณกัณต์ อยู่ในรูปของที่ดิน 429,957,075 บาท เงินฝาก 38,662,038.11 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง มูลค่า 13,000,000 บาท ยานหาหนะ 3 คัน มูลค่า 12,400,000 บาท แจ้งว่ามีทรัพย์สินอื่นมูลค่า 8,973,000 บาท โดยเป็นพระเครื่อง 44 รายการ นาฬิกา 14 เรือน สร้อยคอทองคำรวม 2 เส้น หนัก 5 บาท ป้ายทะเบียนรถยนต์ 2 ป้าย รวมมูลค่า 1,150,000 บาท และมีวัว 12 ตัว มูลค่า 460,000 บาท

ขณะที่ทรัพย์สินของ “กบ สุวนันท์ คงยิ่ง” ภริยา อาชีพเจ้าของธุรกิจและนักแสดง  มีทรัพย์สิน 68,381,137.01 บาท โดยทรัพย์สินส่วนใหญ่อยู่ในรูปของเงินลงทุน โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง และรายการทรัพย์สินอื่น เช่น นาฬิกา กระเป๋าแบรนด์เนม ต่างหูเพชร แหวนเพชร

วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์

น.ส.วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ สส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินพร้อมคู่สมรส นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.พรรคเพื่อไทย และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ มีทรัพย์สินรวม 98,477,863.02 บาท แบ่งเป็นทรัพย์สินส่วนตัว 40,275,400 บาท ไม่มีหนี้สิน โดยเป็นเงินลงทุน 23,015,400บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง เป็นห้องชุด อ.ถลาง จ.ภูเก็ต  9,00,000 บาท ที่ดิน ใน อ.เมืองพาน จ.เชียงใหม่ มูลค่า 1,500,000 บาท  ขณะที่รายการทรัพย์สินอื่นมูลค่ารวม 5,340,000 บาท เป็นกระเป๋า 7 ใบ มูลค่า 2,300,000 บาท และนาฬิกาข้อมูล 7 เรือน รวมมูลค่า 3,040,000 บาท ขณะที่คู่สมรส 57,798,134.52 บาท มีหนี้สิน เป็นเงินเบิกเกินบัญชี  105,295.12 บาท  

ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์

น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สส.กทม.หนึ่งเดียวของพรรคเพื่อไทย สถานภาพโสด แจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน 43,876,532.02 บาท มีหนี้สินเบิกเกินบัญชี 463,759.93 บาท โดยทรัพย์สินส่วนใหญ่อยู่ในรูปของบัญชีเงินฝาก 9 บัญชี รวม 18,983,932.98บาท เงินลงทุนในรูปกองทุน ตลาดเงินและตราสารตลาดเงิน  4,250,876.08 บาท ที่ดิน 2 แห่ง ในพื้นที่ลาดกระบัง กรุงเทพฯ ได้มาจากมรดก เมื่อปี 2545 มูลค่ารวม  3,210,000 บาท ยานพาหนะ  2 คัน มูลค่ารวม 8,000,000 บาท สิทธิและสัมปทาน 5,949,722.96 บาท และมีทรัพย์สินอื่น 3,282,000 บาท ประกอบด้วย นาฬิกา 6 เรือน อาวุธปืน 4 กระบอก ได้มาเมื่อปี 2556 มูลค่ารวม 312,000 บาท กระเป๋าแบรนด์เนม รวม 18 ใบ สร้อยคอทองคำ 4 เรือน รูปถ่ายหลวงพ่อเดิม เลี่ยมทองมูลค่า 100,000 บาท และเขี้ยวเสือหลวงพ่อปาน 1 องค์ ได้มาเมื่อปี 2560 มูลค่า 1,000,000 บาท 

ทั้งนี้ แจ้งมีรายได้ต่อปี 2,415,720 บาท เป็นเงินเดือน 1,362,720บาท เบี้ยประชุม 153,000 บาท ขณะที่รายจ่ายต่อปี รวม 682,322.81 บาท อาทิ เป็นค่าสำนักงานและเบ็ดเตล็ด 600,000 บาท  พนักงานประจำ 180,000 บาท ค่าท่องเที่ยว 50,000 บาท และเงินบริจาค 100,000 บาท

หลังถูกขับจาก ‘ก้าวไกล’ ‘หมออ๋อง’ ยังไม่ตัดสินใจ เลือกพรรคใหม่สังกัด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560347

06 ต.ค. 2566

หลังถูกขับจาก 'ก้าวไกล' 'หมออ๋อง' ยังไม่ตัดสินใจ เลือกพรรคใหม่สังกัด

เส้นตาย 28 ตุลาคมนี้ ที่ ‘หมออ๋อง’ ต้องหาสังกัดใหม่ หลังถูก ‘ก้าวไกล’ ขับออกจากพรรค เพื่อรักษาตำแหน่งรองประธานสภาฯ

หลังพรรคก้าวไกลมีมติขับนายปดิพัทธ์ สันติภาดา หรือ หมออ๋อง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ออกจากการเป็นสมาชิกพรรคและมีเวลา ในการหาพรรคการเมืองใหม่สังกัดภายใน30 วัน หรือวันที่ 28 ตุลาคมนี้ ตัวบอกว่า กำลังพิจารณา 2—3 พรรคการเมือง ซึ่งมีทั้งพรรคที่มีสส. ในสภา และพรรคการเมืองนอกสภา

หมออ๋อง อธิบายว่าที่ยังไม่ได้มีการตัดสินใจใด ๆ เพราะตั้งแต่เกิดมา ไม่ได้คิดจะทำการเมืองในนามพรรคการเมืองอื่น และเมื่อไปเจรจาพูดคุยแล้ว ก็มีนโยบายพรรค กรรมการบริหารพรรค และข้อบังคับพรรค ที่ต้องใช้เวลาพูดคุย แต่ตนเองก็ยังมีเวลาตัดสินใจ แต่จะไม่ให้ล่าช้าเกินไป เพราะการเป็น สส.ที่ไม่ได้สังกัดพรรคการเมือง อาจจะไม่ใช่เรื่องดีนัก

ส่วนจะเป็นพรรคเป็นธรรม หรือพรรคการเมืองอื่น ๆ ตามที่มีกระแสข่าวก่อนหน้านี้หรือไม่นั้น ตอนนี้ มีทั้งพรรคการเมืองที่อยู่ทั้งในสภา และนอกสภา ประมาณ 2-3 พรรคการเมือง และย้ำว่า ไม่ใช่พรรคร่วมรัฐบาลแน่นอน ซึ่งการเป็นพรรคการเมืองนอกสภา ที่ไม่มี สส. กับพรรคการเมืองในสภา ที่มี สส.อยู่แล้ว ก็มีข้อได้เปรียบเสียเปรียบต่างกัน จึงอยู่ระหว่างการพิจารณา

การเลือกสังกัดพรรคการเมืองใด ต้องพิจารณา​ให้รอบคอบให้แนวทางการทำงานร่วมกับพรรคการเมืองใหม่ ต้องทำงานร่วมกันได้ ไม่ปิดกั้นความตั้งใจ ในการเดินหน้าพัฒนารัฐสภาโปร่งใส รวมถึงจะต้องพิจาร​ณาถึงความคาดหวังในแต่ละพรรคการเมืองที่มีต่อตนเองด้วย

‘เพื่อไทย’ ดักคอ ‘ก้าวไกล’ ระวังขัดแย้งรอบใหม่จากกฎหมาย ‘นิรโทษกรรม ‘

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560329

06 ต.ค. 2566

'เพื่อไทย' ดักคอ 'ก้าวไกล' ระวังขัดแย้งรอบใหม่จากกฎหมาย 'นิรโทษกรรม '

‘เพื่อไทย’ มองว่ากฎหมาย ‘นิรโทษกรรม’ อาจไม่ใช่คำตอบ ของการยุตินิติสงคราม ตามนิยามของพรรค ‘ก้าวไกล’ หากตีความประเด็นสำคัญ กันคนละทาง

นายชูศักดิ์ ศิรินิล หัวหน้าพรรคเพื่อไทย มองว่าการยื่นเสนอร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ของพรรคก้าวไกล เมื่อวานนี้ ต้องระมัดระวังไม่ให้ร่างกฎหมายนั้น ไปสร้างความขัดแย้งในสังคมมากขึ้น จนกลายเป็นประเด็นใหม่ของความขัดแย้งในสังคม เพราะปัญหาการตีความคดีการเมือง หรือการแสดงออกทางการเมืองยังไม่ชัดเจน

รวมถึงความครอบคลุมการนิรโทษกรรม เช่น คดีความผิดที่เกี่ยวข้องกับประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 หรือคดีชุมนุมทางการเมืองอื่น ๆ ที่ควรต้องหารือร่วมกันเพื่อให้ตกผลึกก่อน

ในส่วนของพรรคเพื่อไทยยังไม่ได้มีการหารือกันว่า เสนอร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม คู่ขนานไปกับพรรคก้าวไกลหรือไม่ เพราะความคิดเห็นของพรรคยังคงมีความหลากหลาย และพรรคเพื่อไทย ก็เคยตกเป็นจำเลยในประเด็นดังกล่าวในอดีต จึงต้องหารือกันในพรรคก่อนว่า ควรจะดำเนินการอย่างไร

ส่วนที่พรรคก้าวไกลเห็นว่าเรื่องดังกล่าว จะเป็นก้าวแรกของการหยุดนิติสงครามนั้นโดยหลักการแล้ว ความขัดแย้งหากยุติลงได้ก็ถือเป็นเรื่องดี แต่ปัญหาที่จะต้องตอบ คือ สามารถยุติลงจริงได้หรือไม่ หรือจะกลายเป็นประเด็นความขัดแย้งเพิ่มเติมมากขึ้น ซึ่งเรื่องดังกล่าวต้องคิดให้รอบคอบ

ม. ‘ธรรมศาสตร์’ จัดงานรำลึก 47 ปี ‘6 ตุลา’ 2519

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560325

06 ต.ค. 2566

ม. 'ธรรมศาสตร์' จัดงานรำลึก 47 ปี '6 ตุลา' 2519

ผู้แทนจากทุกภาคส่วน เข้าร่วมงาน รำลึก 47 ปี ‘6 ตุลา’ 2519 ที่จัดขึ้นภายใน ม. ‘ธรรมศาสตร์’ อย่างคึกคัก ตั้งแต่ช่วงเช้า

ครบรอบ 47 ปี 6 ตุลาฯ 2519 ประจำปี 2566 วันที่ 6 ตุลาคม 2566 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์  มีพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 19 รูป และการขานนามรายชื่อผู้ที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 รวมถึงพิธีวางพวงหรีด และวางช่อดอกไม้ บริเวณประติมานุสรณ์ 6 ตุลาฯ 2519

การจัดงาน รำลึก 6 ตุลาฯ วันนี้ มีผู้แทนนายกรัฐมนตรี ผู้แทนประธานรัฐสภา ผู้แทนประธานศาลฎีกา ผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ญาติวีรชน องค์กรนักเรียน นิสิต นักศึกษา รวมถึงผู้แทนจากหลากหลายพรรคการเมือง อาทิ นางสาว วทันญา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กรุงเทพฯ พรรคประชาธิปัตย์

วทันยา บุนนาต ประธานนวัตกรรมการเมืองกรุงเทพฯ พรรคประชาธิปัตย์วทันยา บุนนาต ประธานนวัตกรรมการเมืองกรุงเทพฯ พรรคประชาธิปัตย์

นอกจากนี้ ยังกลุ่ม สส.พรรคเพื่อไทยอย่าง สุธรรม แสงประทุม และ ธีรรัตน์ สำเร็จวานิชย์ , พรรคก้าวไกล นำโดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคฯ แกนนำพรรคประชาชาติ และ น.ต. ศิธา ทิวารี แกนนำพรรคไทยสร้างไทย มาร่วมงานด้วย

รศ.ดร.สุรัตน์ ทีฆาภิบาล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฝ่ายบริหารท่าพระจันทร์ และวิเทศสัมพันธ์ ระบุว่า การจัดงานรำลึกวีรชน 6 ตุลาฯ 2519 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้จัดกิจกรรมต่อเนื่องทุกปี เพื่อรำลึกเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ 2519 ในอดีต และรำลึกถึงผู้ที่เสียชีวิตจากเหตุดังกล่าว

6 ตุลาฯ เป็นวันสำคัญของมหาวิทยาลัยที่ไม่อาจลืมเลือนได้ และจะเก็บบทเรียนดังกล่าวในฐานะพลเมืองของประเทศที่เป็นประชาธิปไตย เป็นเป้าหมายสูงสุด

ปลัดมท.เผย ลงนามหนังสือให้ ‘ผู้ว่าฯตรัง’ ลาออก สู้คดีอัลฟ่า6

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560308

05 ต.ค. 2566

ปลัดมท.เผย ลงนามหนังสือให้ ‘ผู้ว่าฯตรัง’ ลาออก สู้คดีอัลฟ่า6

สุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดมท. เผย ลงนามหนังสือขอออกจากราชการ ให้ ขจรศักดิ์ เจริญโสภา ‘ผู้ว่าฯตรัง’ ลาออก ก่อนเกษียณ เซ่นปมจัดซื้ออัลฟ่า 6 เมื่อปี2551 เหตุป.ป.ช.ชี้มูลความผิดอาญาและวินัยร้ายแรง

ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย(ปลัดมท.) กล่าวถึงกรณีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง นายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ยื่นหนังสือลาออกจากราชการ ก่อนจะครบวาระเกษียณอายุ 1 ปี หลังถูก คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดทางอาญาและวินัยร้ายแรง โดยให้ลงโทษปลดออกหรือไล่ออก กรณีทุจริตจัดซื้อเครื่องตรวจหาวัตถุระเบิดอัลฟ่า 6 จำนวน 2 ชุด ขณะดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการดำเนินการในโครงการ เมื่อครั้งรับราชการที่จังหวัดตรัง เมื่อปี 2551 ว่า ตนได้เซ็นหนังสือลาออกแล้ว ซึ่งไม่ใช่การลาออกแต่เนื่องจาก ผู้ว่าราชการจังหวัดตรังมีเรื่องที่ถูก ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดทางวินัย อย่างร้ายแรง ในคดีจัดซื้ออัลฟ่า 6

ส่วนจะมีผลในเรื่องสวัสดิการต่างๆ หรือไม่ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า คดียังไม่สิ้นสุด เพราะคำสั่งทางปกครอง สามารถใช้สิทธิ์ในการต่อสู้ได้ จริงๆ ตนเชื่อว่าไม่ได้เกิดจากการทุจริต เพราะตอนนั้นท่านเป็นหัวหน้าฝ่าย และเป็นกรรมการตรวจรับ เท่านั้น

ทั้งนี้นายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ได้ร่อนเอกสารชี้แจงปมถูกออกจากราชการ ทั้งที่เหลืออายุราชการอีก 1 ปี ว่าเนื่องมาจากป.ป.ช.ชี้มูลความผิดทางอาญาและวินัยร้ายแรง คดีซื้อเครื่องมือตรวจหาวัตถุระเบิดอัลฟา6 แต่ใช้งานไม่ได้ที่จังหวัดยะลา เมื่อปี 2551 ตัดพ้อข้าราชการระดับล่างถูกรังแก ประกาศเดินหน้ายื่นศาลปกครองเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ต่อไป

นายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดตรังนายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง

ในช่วงท้ายของเอกสาร  ระบุว่า โอกาสนี้ ผมขอขอบคุณท่านหัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ หัวหน้าหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่ได้ให้ความร่วมมือในการขับเคลื่อนงานของรัฐบาล กระทรวง และจังหวัดตรังอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดผลสัมฤทธิ์จนเป็นที่ประจักษ์และได้รับการยอมรับจากภาคส่วนต่าง ๆ ในวงกว้าง และจังหวัดตรังได้รับรางวัลต่าง ๆ ในระดับประเทศ ระดับภาคในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่พี่น้องประชาชนจังหวัดตรัง และขอขอบคุณพี่น้องประชาชนชาวตรังทุกท่านที่ให้ความร่วมมือในการขับเคลื่อนงานต่าง ๆ ของจังหวัดตรังจนบรรลุผลสำเร็จ มา ณ โอกาสนี้ด้วย

ปลัดมท.เผย ลงนามหนังสือให้ ‘ผู้ว่าฯตรัง’ ลาออก สู้คดีอัลฟ่า6
ปลัดมท.เผย ลงนามหนังสือให้ ‘ผู้ว่าฯตรัง’ ลาออก สู้คดีอัลฟ่า6

‘เศรษฐา’ มั่นใจ แต่งตั้ง ‘ผบ.ตร.’ ทำตามรัฐธรรมนูญ ไม่ได้ลุแก่อำนาจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560305

05 ต.ค. 2566

‘เศรษฐา’ มั่นใจ แต่งตั้ง ‘ผบ.ตร.’ ทำตามรัฐธรรมนูญ ไม่ได้ลุแก่อำนาจ

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี มั่นใจ แต่งตั้ง ‘ผบ.ตร.’ ไม่ลุแก่อำนาจ ทำตามรัฐธรรมนูญ ปฏิเสธตอบตั้งทีมทนายสู้หรือไม่ หลัง เสรีพิศุทธิ์ ร้อง ป.ป.ช.

ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เตมียเวช หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทยและอดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ถึงการที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. กับพวกรวม 10 คน ปฏิบัติหน้าที่แต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือ ผบ.ตร. ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 258 ง.(4) ที่ให้ปฏิรูปตำรวจเป็นอิสระในการทำงาน และการเสนอพล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล เป็น ผบ.ตร. ไม่เป็นไปตามลำดับอาวุโส โดยนายกรัฐมนตรี ตอบสั้นๆ ว่า มั่นใจว่า ไม่ได้ลุอำนาจและทำตามรัฐธรรมนูญ 

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมลพล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล

นายกรัฐมนตรี ยังปฏิเสธตอบคำถามว่าจะตั้งทีมกฎหมายให้มาดูเรื่องนี้หรือไม่ ก่อนจะขึ้นรถยนต์เดินทางกลับทันที

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี  และ รมว.คลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ

‘นฤมล’ ดีใจรับ ‘ที่ปรึกษานายกฯ’ ขอโฟกัสงาน ‘การค้าการลงทุน’ ดันสู่เวทีโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560294

05 ต.ค. 2566

‘นฤมล’ ดีใจรับ ‘ที่ปรึกษานายกฯ’ ขอโฟกัสงาน 'การค้าการลงทุน' ดันสู่เวทีโลก

‘นฤมล‘ ดีใจรับ ‘ที่ปรึกษานายกฯ’ ด้านการค้าการลงทุน เผยอยากจะผลักดัน สู่เวทีโลก ปัดพูดการเมือง ขอไม่ตอบบอกลาลุงป้อม ก่อนลาออกจากพลังประชารัฐ หรือไม่

ที่ทำเนียบรัฐบาล ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ อดีตเหรัญญิกพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า ตนได้รับการแต่งตั้งเป็น “ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี” ในรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน ตนขอโฟกัสที่งาน หลังได้รับมอบหมาย ให้ดูแลด้านการค้าไทยและการลงทุน ซึ่งมีความตั้งใจที่จะเข้ามาทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน ตามที่ได้รับมอบหมาย

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ด้านการค้าการลงทุนศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ด้านการค้าการลงทุน 

ส่วนตัวรู้สึก ดีใจที่ได้เจอพี่ๆ น้องๆ สื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล ทั้งใหม่และเก่า ซึ่งตนเองก็เคยเจอกันมาแล้วเมื่อช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ดีใจที่ได้กลับมาเจอกัน มีอะไรที่ให้สามารถสนับสนุน ส่วนตัวก็ยินดี

เมื่อถามว่าการมาดำรงตำแหน่งเป็น “ที่ปรึกษานายกฯ” ในครั้งนี้ได้ลาขาด จากพรรคพลังประชารัฐแล้วหรือไม่ ส่วนตัวได้ชี้แจงไปแล้ว ซึ่งมีผลทางกฎหมายไปแล้ว เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2566 

‘นฤมล’ ดีใจรับ ‘ที่ปรึกษานายกฯ’ ขอโฟกัสงาน 'การค้าการลงทุน' ดันสู่เวทีโลก

ส่วนได้ปรึกษาพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ก่อนลาออกหรือไม่ ตนเองขอชี้แจงว่า ตอนนี้ตนเองไม่ได้อยู่ที่พรรคพลังประชารัฐแล้ว ขออนุญาต ที่จะไม่พูดถึงแล้วกัน อยากจะพูดเรื่องงานที่จะทำ

โดยนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ก็ได้มอบหมายให้หลายส่วนด้วยกัน หลังจากได้เข้ามาหารือเมื่อวานนี้(4 ตุลาคม 2566) ซึ่งจะต้องเข้ามาหารือกับอีกหลายคนที่เกี่ยวข้องกับเนื้องานที่นายกฯ เศรษฐาได้มอบหมาย

ศ.ดร.นฤมล กล่าวอีกว่า ตนมีความตั้งใจ และฝากประชาสัมพันธ์อีกครั้งว่ารัฐบาล อยากจะผลักดัน สู่เวทีโลกด้านการค้าการลงทุนในมิติต่างๆ ซึ่งจะต้องได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่าย ซึ่งตั้งใจที่จะผลักดันให้เป็นรูปธรรม ภายใต้นโยบายของรัฐบาลเศรษฐา ซึ่งไม่สามารถที่จะคิดหรือทำอะไรได้เอง เพราะจะต้องอยู่ในกรอบของรัฐบาลไทย