‘หมอวรงค์’ อัด ‘เศรษฐา’ ดิสเครดิตประเทศหาก ‘ทักษิณ’ นั่งที่ปรึกษา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559183

22 ก.ย. 2566

‘หมอวรงค์’ อัด ‘เศรษฐา’ ดิสเครดิตประเทศหาก ‘ทักษิณ’ นั่งที่ปรึกษา

‘หมอวรงค์’ อัด ‘เศรษฐา’ ทำลายเครดิตรัฐบาลหากให้ ‘ทักษิณ’ นั่งที่ปรึกษา ต่าชาติอาจมองว่าประเทศหาคนดีคนเก่งไม่ได้แล้วหรือ

วันที่ 22 ก.ย.นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นกรณีที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างชาติว่าจะให้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีมาเป็นที่ปรึกษาหลังจากพ้นโทษแล้ว ว่า “ดูแล้วท่านนั่นแหละ ที่จะทำให้รัฐบาลเสื่อม… ผมคิดว่า สื่อต่างชาติคงมองว่า เมืองไทยคงหาคนเก่งที่ซื่อสัตย์ สุจริตไม่ได้แล้วหรือ จึงต้องไปรอนักโทษคดีทุจริตมาเป็นที่ปรึกษา”

นายกฯ ควรพูดกับสื่อต่างประเทศว่า จะให้จำคุกเหมือนประชาชนทั่วไป เพื่อหลักนิติรัฐ นิติธรรม ความเท่าเทียม ซึ่งจะทำให้ภาพของนายกรัฐมนตรีไทยดูดีในสายตาชาวโลกทันที 

“สุดท้ายแล้ว ท่านอย่าไปโทษใครเลย ท่านนั่นแหละที่เป็นผู้ทำลายเครดิต ความน่าเชื่อถือรัฐบาลท่านเอง ที่สำคัญนี่เป็นเพียงช่วงเริ่มต้น ผมยังแอบให้กำลังใจท่าน แต่ดูแล้วท่านยังต้องผ่านอีกหลายเรื่อง น่าจะลำบากมาก”

‘มหาดไทย’ ตั้งแล้วคณะกรรมการอำนวยการปราบ ‘ผู้มีอิทธิพล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559179

22 ก.ย. 2566

'มหาดไทย' ตั้งแล้วคณะกรรมการอำนวยการปราบ 'ผู้มีอิทธิพล'

อนุทิน – ชาดา หัวชบวนปราบ ‘ผู้มีอิทธิพล’ มท.1 สะบัดปากกา เซ็นต์คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการแล้ว อำนาจล้น เชิญเจ้าหน้าที่ ชี้แจงได้

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) ลงนามคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 2739/2566 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามผู้มีอิทธิพล

โดยมี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นรองประธาน ร่วมกับข้าราชการระดับสูง เช่นปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปลัดกระทรวงแรงงาน

คณะกรรมการฯ ที่แต่งตั้งในครั้งนี้ มีหน้าที่และในการกำหนดนโยบาย แนวทาง และมาตรการในการป้องกันและปราบปรามผู้มีอิทธิพล อำนวยการ ประสาน และบูรณาการการปฏิบัติงานของส่วนราชการและองค์กรต่าง ๆ ในการป้องกันและปราบปรามผู้มีอิทธิพล

โดยให้ตรวจสอบ กลั่นกรองข้อมูล และการข่าว เกี่ยวกับบุคคลต้องสงสัยที่มีพฤติการณ์เป็นผู้มีอิทธิพล และเร่งรัด กำกับดูแล ตรวจสอบ ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของส่วนราชการและองค์กรต่าง ๆ ในการป้องกันและปราบปรามผู้มีอิทธิพล

นอกจากนี้ ยังสามารถเชิญเจ้าหน้าที่ของส่วนราชการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม ชี้แจงข้อมูล หรือส่งเอกสารหลักฐานเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการ นอกจากนี้ยังสามารถแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ และคณะทำงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง


เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินการป้องกันและปราบปรามผู้มีอิทธิพล รายงานผลการปฏิบัติงาน ข้อเสนอแนะ และปัญหาอุปสรรคต่อรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยทราบทุกระยะ

รายชื่อคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามผู้มีอิทธิพลรายชื่อคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามผู้มีอิทธิพล'มหาดไทย' ตั้งแล้วคณะกรรมการอำนวยการปราบ 'ผู้มีอิทธิพล'

โฆษกรัฐบาลมอง ‘เศรษฐา’ กัดไม่ปล่อยเปิดเกมรุกดึงการลงทุน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559177

22 ก.ย. 2566

โฆษกรัฐบาลมอง 'เศรษฐา' กัดไม่ปล่อยเปิดเกมรุกดึงการลงทุน

โฆษกรัฐบาลชม ‘เศรษฐา’ กัดไม่ปล่อยเปิดเกมรุกดึงการลงทุนจากยักษ์ใหญ่ มองนโยบายฟรีวีซ่าเกาถูกที่กระตุ้นการท่องเที่ยว

วันที่ 22 ก.ย. นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงนโยบายด้านการท่องเที่ยวของรัฐบาลว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ครม.ตั้งเป้าจะฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยให้ได้อย่างเห็นหน้าเห็นหลัง  โดยกลยุทธ์จะเริ่มจากภาคธุรกิจที่สามารถกระตุ้นได้ในระยะสั้น “Quick Win” ได้ผลไว ดังนั้นรัฐบาลจึงได้ประกาศตั้งแต่การประชุม ครม.นัดแรกว่าจะ ให้  Visa-Free กับนักท่องเที่ยวจีนและคาซัคสถาน ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่มีศักยภาพสูง โดยที่รัฐบาลไม่ต้องใช้งบประมาณเพียงแต่เปลี่ยนกฎกติกา ทำให้การมาเมืองไทยง่ายขึ้น ทำให้นักท่องเที่ยวจีนตื่นเต้นมาก  นักท่องเที่ยวจีนที่จะมาในเดือนตุลาคมนี้มีมากถึง 590,000 คน  เมื่อเทียบกับเดือนสิงหาคมมีมากขึ้น 77% และมากกว่าเดือนกันยายน 61% มีเที่ยวบินตรงเข้ามาถึงไทยเพิ่มขึ้น44% 

นายชัย มองว่านโยบายนี้เวิร์คแน่ “เกาถูกที่คัน” เพราะเรามีเป้าหมายว่าปีนี้ต้องการดึงนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาไทย 5.3 ล้านคน นับจากมกราคมถึงเดือนกันยายน นักท่องเที่ยวจีนเข้ามาในประเทศไทยแล้ว 2.2 ล้านคน ส่วนที่หลายคนกังวลว่านักท่องเที่ยวจีนเข้ามาในแล้วเราจะไม่ได้อะไร เนื่องจากโรงแรมและสายการบินก็เป็นของคนจีน ก็ได้ตระหนักเรื่องนี้ ไทยอาจได้ผลประโยชน์ไม่เต็มร้อย แต่เรามีวิธีคิดว่าเราจะเอาด้านดีมาก่อน หากนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาล้านคน แม้จะมีข้อบกพร่องบ้าง เช่น มีทัวร์ศูนย์เหรียญ พาไปกินร้านอาหารและช้อปปิ้งในบริษัทเครือคนจีน แต่เราจะไม่ยกเอาข้อจำกัดนี้มาปิดการนักท่องเที่ยวอื่น ๆ เราจะไม่เผาบ้านทั้งหลังเพื่อแลกกับหนู 3 4 ตัว จุดใหญ่คือ เราจะต้องดึงนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาให้เยอะที่สุด บกพร่องตรงไหนค่อยไปตามแก้ ซึ่งการเปิดVisa-Free สำหรับคนจีน และคาซัคสถานจะทดลองในระยะเวลา 5 เดือน ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2566-25 กุมภาพันธ์ 2567 คาดว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวจีนมากขึ้น เนื่องจากความไม่สะดวกของวีซ่า เป็นเหตุผลหนึ่งที่นักท่องเที่ยวจีนไม่อยากมาไทย

เมื่อถามถึงประเด็นที่นายเศรษฐา ได้เจรจาการลงทุนกับบริษัท  Microsoft นายชัยกล่าวว่า มีโอกาสเป็นจริงสูงมาก แต่ไม่สามารถบอกรายละเอียดได้ ซึ่งต้องเป็นไปตามกฎกติกาที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(BOI) กำหนด 

สำหรับสไตล์การบริหารเศรษฐกิจของนายเศรษฐา  ในการประชุมประชุมสมัชชาสหประชาชาติสมัยสามัญครั้งที่ 78 (UNGA78) จะเห็นว่าเป็นการเปิดเกมดึงบริษัทระดับโลกมาเจรจา ทั้ง Tesla, SpaceX, BalckRock, J.P.Morgan และ estee Lauder ซึ่งนายเศรษฐากล่าวว่า จะต้องเจอกันอีกรอบในการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ที่ซานฟรานซิสโก เดือนพฤศจิกายนนี้ เป็นสไตล์การทำงานที่เริ่มแล้วไม่หยุดแค่นี้ จะติดตามจนกว่าจะเห็นผล ทำให้การทำงานเห็นผลเป็นรูปธรรมชัดเจน ไม่ใช่ประเภทที่ว่าเปิดเกมมาสวยหรู จากนั้นแล้วแต่กระบวนการ

“นายกฯ คนนี้กัดไม่ปล่อย เริ่มต้นไปแล้วต้องติดตาม กำกับดูแลจนกว่าจะเห็นผล ขอให้พี่น้องประชาชนคนไทยเชื่อมั่นในนายกฯ คนนี้ รัฐบาลนี้ที่มุ่งหวังจะฟื้นฟูเศรษฐกิจเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของพี่น้องประชาชนอย่างจริงจังและจริงใจ” นายชัย กล่าว

ป.ป.ช. เปิดบัญชีทรัพย์นักการเมือง ‘วันนอร์’ รวยเกือบ 16 ล้าน แต่หนี้มากกว่า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559167

22 ก.ย. 2566

ป.ป.ช. เปิดบัญชีทรัพย์นักการเมือง 'วันนอร์' รวยเกือบ 16 ล้าน แต่หนี้มากกว่า

ป.ป.ช. เปิดบัญชีทรัพย์นักการเมือง ‘วันนอร์’ รวยเกือบ 17 ล้าน หนี้ 31 ล้าน ขณะที่เพื่อไทย ‘พชร’ รวย 17 ล้าน ‘ศักดิ์ดา’ 27 ล้าน

สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรณีเข้ารับตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา มีทรัพย์สิน 16,995,668.69 บาท และมีหนี้สิน 31,340,019.48บาท  โดยแบ่งเป็นเงินฝาก ของตนเอง 4,220,668.69 บาท คู่สมรส 10,200,019.48 บาท ที่ดินของตนเอง 26 แปลง ของคู่สมรส 6 แปลง มูลค่ารวม18,275,600 บาท รถยนต์ 4 คันมูลค่ารวม 1,050,000 บาท

ขณะที่ทรัพย์สินอื่นของตนเองและคู่สมรส รวม 2,790,000 อาทิ นาฬิกา 5 เรือน มูลค่า 720,000 บาท แหวน 10 วงมูลค่า 700,000 บาททองคำแท่ง 15 บาท มูลค่า 450,000 บาท เป็นต้น 

นายพชร จันทรวงทอง สส.พรรคเพื่อไทย มีทรัพย์สิน 17,551,720.61 บาท และมีหนี้สิน 2,040,550.63 บาท และมีเงินกู้ยอดคงเหลือ 1,985,604.24 โดยแบ่งเป็น เงินฝาก 6 บัญชี มูลค่ารวม 68,570.12 บาท ที่ดิน 3 แปลง มูลค่ารวม 1,320,000 บาท คอนโดและบ้านรวม 3 หลัง มูลค่ารวม 6,941,667 บาท 

นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ สส.พรรคเพื่อไทย อดีตอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล มีทรัพย์สินรวมคู่สมรสและบุตร 27,728,973.22 บาท ไม่มีหนี้สิน โดยทรัพย์สินแบ่งเป็นเงินฝากของตนเองคู่สมรสและบุตรรวม3,354,829.45บาท ที่ดิน 6 แปลงรวม 4,571,800บาท บ้านพักที่กาญจนบุรี 1 หลัง มูลค่า 3,645,000 บาท รถยนต์ 2 คัน 1,900,000 บาท 

ขณะที่มีทรัพย์สินอื่น ของตนเอง คู่สมรส และบุตรรวม 12,856,000 บาท อาทิ พระเครื่อง 22 องค์ มูลค่ารวม 1,320,000 บาท สร้อยเพชรสร้อยคอทองคำ สร้อยมุก สร้อยข้อมือ 24 เส้น มูลค่ารวม 1,000,000บาท วัว 167 ตัวมูลค่ารวม 8,350,000 บาท 

‘ธนกร’ เยี่ยม ‘ลุงตู่’ อดีตนายกฯ เจ้านายที่เคารพรัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559173

22 ก.ย. 2566

'ธนกร' เยี่ยม 'ลุงตู่' อดีตนายกฯ เจ้านายที่เคารพรัก

เยี่ยม ‘ลุงตู่’ อย่าโยงการเมือง ‘ธนกร’ ระบุคิดถึงจึงมาหา คนจริงผู้ทำงานแบบปิดทองหลังพระ ไม่ยุ่งเกี่ยวการเมืองแล้ว

ธนกร วังบุญคงชนะ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดภาพ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี หลังพ้นตำแหน่ง หน้าตาสดใส โดยโพสในเฟซบุ๊ก มีเนื้อหาว่าอคิดถึงจึงมาหา…ไปเยี่ยมเยียนตามปกติในฐานะเป็นคนที่เคารพรักอย่าโยงเรื่องการเมือง

ธนกรบอกว่าไม่ได้เจอลุงตู่มานานนับเดือน แต่ได้ไลน์คุยกันทุกวัน วันนี้จึงไปเยี่ยมด้วยความคิดถึง พูดคุยกันนานร่วม 2 ชั่วโมง   เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความสุข ท่านสดชื่นมาก สุขภาพดีมาก ยิ้มแย้มแจ่มใส่ และยังถามถึงทุกๆ คน ที่เคยทำงานร่วมกันมา

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี และ ธนกร วังบุญคงชนะ สส.รวมไทยทสร้างชาติพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี และ ธนกร วังบุญคงชนะ สส.รวมไทยทสร้างชาติ


วันนี้ ลุงตู่ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวการเมืองแล้วแต่ยังคงเป็นห่วงบ้านเมือง ในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่อยากเห็นบ้านเมืองเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน  ท่านยังฝากความห่วงใย ฝากความคิดถึง ฝากความปรารถนาดีมายังพี่น้องคนไทยทุกคนครับ

ผมสอบถามว่า ได้ดู ติ๊กต่อกบ้างไหม  ลุงตู่บอกได้ดูบ้าง ผมบอกมีแต่คนคิดถึงท่าน ผลงานท่านถูกนำออกมาโพสต์เต็มไปหมด ไม่ถูกด้อยค่าเหมือนสมัยตอนเป็นนายกเลย   ท่านถามเพราะอะไร

ผมบอกสงสัย AI เลิกทำงาน ท่านหัวเราะ ผมเรียนท่านว่า สิ่งที่เราเห็นในติ๊กต๊อกตอนนี้ คือของจริงที่ประชาชนแสดงออก ยืนยันว่า ท่านทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง มีผลงานชัดเจน

วันนี้ มีความสุขมาก ที่ได้เจอลุงตู่ จริงๆ แล้วไม่อยากไปรบกวนท่านเพราะช่วงนี้ท่านคงอยากพักผ่อน   ผมชวนท่านไปไหว้พระ พักผ่อนต่างจังหวัดบ้าง ท่านบอกว่า ช่วงนี้ขอให้เวลากับครอบครัวก่อน เพราะที่ผ่านมาทำงานให้ประเทศชาติอย่างเต็มที่  ไม่ได้ใช้เวลากับครอบครัวเลย จากนี้แล้วค่อยว่ากัน 

ธนกรบอกว่าสำหรับแล้ว ลุงตู่เป็นผู้มีพระคุณ เป็นผู้หลักผู้ใหญ่เขาเคารพรักตลอดชีวิต  เป็น สุภาพบุรุษผู้ปิดทองหลังพระ  ตั้งใจ ทุ่มเท ทำงาน ไม่พูด ไม่อวด  ถึงวันนี้  แผ่นทอง คือ ผลงานของท่าน ถูกกล่าวขาน ชื่นชม  นำเสนอทั้งในโลกโซเซียว ว่า  ผลงานนี่ สร้างคุณประโยชน์ต่อประเทศและคนไทยทุกคน

เปิดทรัพย์สิน 3 รัฐมนตรี ‘สุริยะ’ อู้ฟู่ 1,722 ล้าน ไร้หนี้สิน ที่ดินเพียบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559170

22 ก.ย. 2566

เปิดทรัพย์สิน 3 รัฐมนตรี 'สุริยะ' อู้ฟู่ 1,722 ล้าน ไร้หนี้สิน ที่ดินเพียบ

อู้ฟู่มาก เปิดทรัพย์สิน 3 รัฐมนตรี ใน คณะรัฐมนตรีเศรษฐา 1 ‘สุริยะ’ มั่งคั่ง 1,722 ล้านบาท ไร้หนี้สิน ที่ดินเพียบ ‘ประเสริฐ’ รวย 40 ล้านบาท

สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เปิดเผย บัญชี ทรัพย์สิน และหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรณีเข้ารับตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็น รัฐมนตรี ใน คณะรัฐมนตรีเศรษฐา 1 จำนวน 3 คน ประกอบด้วย นาย ‘สุริยะ’ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มี ทรัพย์สิน มูลค่าทั้งสิ้นกว่า 1,722 ล้านบาท ไม่มีหนี้สิน โดยรายละเอียดทรัพย์สินมีเงินฝากจำนวน 1,298 ล้านบาท มีโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 92 ล้านบาท มีที่ดินมูลค่า 45,700,000 บาท ใน จ.สมุทรปราการ สระบุรี เชียงราย เพชรบุรี โดยมียานพาหนะของคู่สมรสจำนวน 15 คันมูลค่า 52 ล้านบาท

นอกจากนี้ยังมีรายการสมาชิกสนามกอล์ฟ 7 แห่งมูลค่า 5,960,000 บาท และมีพระบรมรูปหล่อครึ่งประองทองแดง 26 นิ้ว มูลค่า 900,000 บาทและหมายเลขทะเบียนรถ ษง 9999 มูลค่า 4 ล้านบาท ขณะที่คู่สมรสมีรายการเครื่องประดับ 27 รายการมูลค่ารวม 32,700,000 บาท

สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ

ส่วนของ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และคู่สมรส มี ทรัพย์สิน รวมทั้งสิ้น 40,608,547 บาท มีหนี้สิน 1,203,918 บาท โดยมีเงินฝาก 23 รายการมูลค่ากว่า 12 ล้านบาท และยังมี โฉนดที่ดิน จำนวน 16 แปลงมูลค่าเกือบ 7,000,000 บาท และยังมีตึกแถวบ้านที่อยู่อาศัยจำนวน 11 หลังรวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีประกันชีวิตจำนวน 9 รายการมูลค่ารวมกว่า 8 ล้านบาท ยังมีปืนเดี่ยวลูกซองยาว 5 นัด ขนาด 12 มูลค่า 22,000 บาท

ประเสริฐ จันทรรวงทองประเสริฐ จันทรรวงทอง

ขณะที่ นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะ เข้ารับตำแหน่ง สส.เพื่อไทย มี ทรัพย์สิน มูลค่ารวมทั้งสิ้น 101,168,204.82 บาท ไม่มีหนี้สิน ซึ่งมีเงินฝากในธนาคารจำนวนกว่า 37,600,000 บาท  และมีโฉนดที่ดินสี่แปลง มูลค่ารวม 54,937,500 บาท และมีบ้านที่จังหวัดนนทบุรีมูลค่า 2 ล้านบาท และมีทรัพย์สินอื่นเป็นโค-กระบือ 312 ตัว มูลค่า 6,590,000 บาท

‘ไชยชนก ชิดชอบ’ ลูกชาย ‘เนวิน’ รวยมาก 161 ล้าน นาฬิกาหรู 5 เรือน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559171

22 ก.ย. 2566

'ไชยชนก ชิดชอบ' ลูกชาย 'เนวิน' รวยมาก 161 ล้าน นาฬิกาหรู 5 เรือน

ป.ป.ช. เปิดบัญชีทรัพย์สิน ‘ไชยชนก ชิดชอบ’ ลูกชาย ‘เนวิน’ รวยมาก 161 ล้าน หนี้สินเกือบ 20 ล้าน มีนาฬิกาหรู 5 เรือนเกือบ 27 ล้าน

นายไชยชนก ชิดชอบ สส.พรรคภูมิใจไทย มีทรัพย์สิน 161,625,029.76 บาท และมีหนี้สิน 19,934.24 บาท

โดยแบ่งเป็นเงินฝาก 50,536,446.29 บาท เงินลงทุน 12,987,940.85 บาท ที่ดิน 7 แปลง มูลค่ารวม 24,108,000 บาท โรงเรียนและสิ่งปลูกสร้าง 2 หลังมูลค่ารวม 3,632,950 บาท รถยนต์ 6 คัน รถจักรยานยนต์ 1 คัน มูลค่ารวม 14,500,000 บาท ประกันชีวิต มูลค่ารวม 27,409,692.62 บาท นาฬิกา 5 เรือนมูลค่ารวม 26,950,000 บาท 

สำหรับ ““ไชยชนก ชิดชอบ” เป็นลุกชายของ “เนวิน ชิดชอบ” ซึ่งเลือกตั้งปี 2566 ก้าวลงสู่สนามการเมืองครั้งแรกในชีวิต ก็ได้รับชัยชนะ สส.บุรีรัมย์ เขต 2 สังกัดพรรคภูมิใจไทย

“นก ไชยชนก” เกิดเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2532 อายุ 34 ปี เป็นบุตรชายของนายเนวิน และคุณกรุณา ชิดชอบ ประธานบริหารสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และอดีต ส.ส.บุรีรัมย์ อดีตรัฐมนตรีหลายสมัย

โดยนก ไชยชนก ใช้ชีวิตและศึกษาอยู่ต่างแดน ประเทศอังกฤษตั้งแต่ 8 ขวบ ปัจจุบันกลับมาช่วยงานดูแลทีมฟุตบอล “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และสนามแข่งรถสนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต บุรีรัมย์ ในฐานะรองผู้อำนวยการสายงานการตลาด และการสื่อสาร บริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จํากัด

‘ปีใหม่ ศิริกุล’ เคลื่อนไหวแล้ว ส่งตรงถึงคู่แค้น ‘เจี๊ยบ อมรัตน์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559168

22 ก.ย. 2566

'ปีใหม่ ศิริกุล' เคลื่อนไหวแล้ว ส่งตรงถึงคู่แค้น 'เจี๊ยบ อมรัตน์'

มวยถูกคู่ ‘ปีใหม่ ศิริกุล’ เคลื่อนไหว ส่งตรงถึงคู่แค้น ‘เจี๊ยบ อมรัตน์’ ตัวตึงก้าวไกล ชนิดที่เรียกว่า เชือดนิ่มๆ

กำลังเป็นประเด็นเดือดในโลกออนไลน์ หลังจากที่ “เจี๊ยบ อมรัตน์” โชคปมิตต์กุล กรรมการบริหารพรรคก้าวไกล ปะทะฝีปาก ผ่านโซเชียลมีเดียอย่างเผ็ดร้อนกับ “ปีใหม่ ศิริกุล” ที่ถูกเรียกว่าเป็น นางแบกเพื่อไทย จนนำไปสู่ปฎิบัติการ ล่าแม่มด แต่ที่ผ่านมา เราก็มักจะเห็นความเคลื่อนไหวในฟากฝั่งของ “เจี๊ยบ อมรัตน์” ทั้งออกมาขอโทษ และแสดงความรับผิดชอบด้วยการไม่รับตำแหน่งใดๆ ในก้าวไกล

เจี๊ยบ อมรัตน์เจี๊ยบ อมรัตน์

ล่าสุด มีความเคลื่อนไหวจาก “ปีใหม่ ศิริกุล” ที่โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก ปีใหม่ ปีใหม่ เพื่อชี้แจงแบบเชือดนิ่มๆ โดยระบุว่า เรียนชี้แจงคุณอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล และ สังคม เห็นคุณอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ให้สัมภาษณ์หลายสื่อว่า “เหลืออด” กับรูปตัดต่อกำนันนก จึงต้องใช้วิธีนอกกฎหมายไล่ล่าแม่มดปีใหม่ ปีใหม่ก็อยากชี้แจงต่อคุณอมรัตน์ และ สังคมเพื่อความชัดเจนว่า

1. รูปนั้นปีใหม่ไม่ได้เป็นคนตัดต่อเอง วันนั้นเห็นรูปนั้นว่อนโซเชียล และ เห็นว่าปากแดง แก้มแดง จนหน้ากำนันนกดูตะมุตะมิแปลกตาแบบตลกดี ตอนแรกมองไม่ออกด้วยซ้ำว่าเป็นรูปใคร เลยเอามาโพสต์ขำๆ ให้เข้ากับกระแสข่าวดัง และ ก็เห็นว่าวันเดียวกัน คุณอมรัตน์เองก็รีทวีตรูปเดียวกันจากคนอื่น โดยไม่ได้แสดงอาการโกรธแค้นแต่อย่างใด

จึงรู้สึกแปลกใจที่ได้ยินคำให้สัมภาษณ์ของคุณอมรัตน์ต่อสื่อเมื่อวาน ว่า รูปนั้นเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้คุณอมรัตน์โกรธจนต้องใช้วิธีคุกคามปีใหม่ถึงที่ทำงาน ถึงที่บ้าน โกรธไปถึงแม่ของปีใหม่ผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรด้วย

ถ้าทำให้คุณอมรัตน์หายโกรธ และคืนความรู้สึกปลอดภัยให้ครอบครัวปีใหม่ได้ “ปีใหม่ก็ขอโทษ” ขออภัยจากใจที่ทำร้ายจิตใจคุณอมรัตน์ โดยไม่ได้ตั้งใจ และได้แสดงความรับผิดชอบต่อคุณอมรัตน์แล้ว ด้วยการซ่อนโพสต์นั้น ขอคุณอมรัตน์อภัยให้ปีใหม่ด้วยนะคะ และ ขอสัญญาว่าจะไม่แชร์ภาพตัดต่อของใครอีก

โพสต์ของ ปีใหม่ ศิริกุลโพสต์ของ ปีใหม่ ศิริกุล

2️. สาเหตุที่ปีใหม่แชร์ภาพนั้นจากบุคคลอื่นมาอีกที เพราะปีใหม่เห็นว่า คุณอมรัตน์เป็นบุคคลสาธารณะ เป็นนักการเมือง ซึ่งบุคคลที่อยู่ ณ ตำแหน่งนี้ในสังคม ถูกตัดต่อรูปล้อเลียนขำๆ มากมาย พี่โทนี่ก็โดนตัดต่อล้อเลียนหยาบคาย ใส่หน้าอาชญากรระดับโลกด้วยซ้ำมาต่อเนื่องตั้งแต่ 20 ปีก่อน พี่โทนีก็ไม่เห็นโกรธใคร นายอภิสิทธิ์ก็โดน  พล.อ.ประยุทธ์ก็โดน ทุกคนโดนเยอะมาก แต่ไม่เห็นท่านเหล่านี้จะซีเรียสอะไรมากมายกับเรื่องนี้ เพราะเมื่อลงสนามการเมืองก็ต้องเจอเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว

คุณอมรัตน์เอง รวมถึงพวกพ้องของคุณอมรัตน์ ก็เคยโพสต์รูปตัดต่อหน้านักการเมืองคนอื่นไว้เยอะมาก หรือบางครั้งก็ดูเหมือนจะตัดต่อเพื่อล้อเลียน “ใครบางคน” ที่อยู่ระดับสูงขึ้นไป ก็มี เอาเท่าที่ปีใหม่จำได้

1. รังสิมันต์ โรม โพสต์รูปตัดต่อหน้าคุณเศรษฐา เอาดวงตาของพลเอกประยุทธ์มาใส่ เจตนาจะสื่อว่าพลเอกประยุทธ์ชักใยอยู่เบื้องหลังคุณเศรษฐาเหรอคะ? ก็ไม่เห็นคุณเศรษฐาจะว่าไง

ก่อนหน้านั้นไม่นาน คุณวิโรจน์สมาชิกพรรคเดียวกันกับคุณอมรัตน์ ก็เพิ่งโดนกล่าวหาว่าปล่อยเฟกนิวส์ เพราะไปให้สัมภาษณ์ออกสื่อ ในทำนองว่า พล.อ.ประยุทธ์พ้นตำแหน่งนายกแล้ว แต่ยังเป็นประธานยุทธศาสตร์ชาติ มีอำนาจคุมนายก

ถ้าทั้งคุณเศรษฐา และ พล.อ.ประยุทธ์ sensitive เหมือนคุณอมรัตน์ ป่านนี้คุณรังสิมันต์ กับ คุณวิโรจน์ คงโดนฟ้องไปแล้ว

ปีใหม่ ศิริกุลปีใหม่ ศิริกุล

2. เมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2566 ที่ผ่านมา คุณอมรัตน์โพสต์รูปหน้า พล.อ.ประวิตร ที่ตัดต่อเอารูปใครก็ไม่รู้เต็มซะหมดมาใส่ไว้ พร้อมข้อความเสียดสี ทำนองว่า สว.มีไว้ทำไม ก็ไม่ทราบเหมือนกันนะว่า รูปนี้คุณอมรัตน์ทำเอง หรือ เอาจากไหนมาเผยแพร่ 

3. เมื่อวันที่ 21 ก.ค. 2565 คุณอมรัตน์โพสต์รูปตัดต่อที่มีหน้าตัวเองใส่ชุดอวกาศ ขณะเดียวกันก็มี พล.อ.ประยุทธ์ลอยอยู่ไกลๆ พร้อมคำโปรย “ดูจากดาวอังคารยังรู้เลยว่าโกง” คือถ้าจะว่าใครโกงเนี่ย มันต้องมีหลักฐานที่เพียงพอดำเนินคดีกับเขาได้นะคะ แต่คุณประวิตรแกก็ไม่ได้ take it serious

4. เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 2664 คุณอมรัตน์โพสต์รูปตัดต่อ ที่มีหน้าคุณเพชร กรุณพล พรรคเดียวกับคุณอมรัตน์ ยิ้มหราอยู่ ขณะเดียวกันก็มีหน้านักการเมืองอีกคน ที่โดนตัดต่อมา อยู่ในแว่นขยาย ใส่ตาขาวด้วย ดูแล้วคล้ายคุณสิระ เจนจาคะ พร้อมคำโปรยว่า “ช่วยเพชร กรุณพล หาเสียง จับโกงเลือกตั้ง” รูปนี้ดูแล้วคุณอมรัตน์คงไม่ได้ตั้งใจจะสื่อว่าคุณเพชรโกงเลือกตั้งหรอกใช่ไหมคะ  ถ้างั้นคุณอมรัตน์จะสื่อว่าใครโกง? มีหลักฐานอะไรถึงไปเอารูปเขามาประกอบข้อความลักษณะนั้น

5. เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 63 คุณอมรัตน์โพสต์รูปตัดต่อหน้าตัวเอง ใส่ชุดครอปท็อป เรียกยอดไลค์ ยอดกดขำจากแฟนคลับคุณอมรัตน์ได้หลายพัน คุณอมรัตน์ยังยอมรับกับแฟนคลับเองว่านี่เป็นรูปตัดต่อ ปีใหม่สงสัยอยู่อย่างว่ารูปนี้คุณอมรัตน์จงใจล้อเลียน  “ใคร?” ณ เวลานั้น

ทั้งหมดนี้คือเท่าที่พอจะนึกออก เรื่องของคุณอมรัตน์และพวกพ้องกับรูปตัดต่อ ซึ่งเป็นต้นแบบให้ปีใหม่เข้าใจว่าเป็นเรื่องทำได้ เพราะคุณอมรัตน์และพวก ซึ่งเป็นนักการเมืองยังทำได้

3. สำหรับโพสต์อื่นๆ เช่นคำว่า “อีเจี๊ยก” ที่คุณอมรัตน์อ้างว่าปีใหม่ “กระทำ” ต่อคุณอมรัตน์นั้น ปีใหม่ขอยืนยันในความบริสุทธิ์ใจว่า ไม่ได้ดูหมิ่นคุณอมรัตน์ ทุกถ้อยคำไม่มีคำใดเกี่ยวข้องกับคุณอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล จึงไม่ขอโทษ และไม่ซ่อนโพสต์ ยืนยันทุกโพสต์ตรงตามตัวอักษรที่ลง

ซึ่งพฤติกรรมนี้ คุณอมรัตน์ให้วัมภาษณ์สื่อว่า “เลี่ยงบาลี” เอาผิดทางกฎหมายไม่ได้ อยากจะชี้แจงว่า ปีใหม่ไม่ได้มีเจตนาเลี่ยงกฎหมาย แต่สารภาพว่าปีใหม่ลอกเลียนแบบอย่างพฤติกรรมของคุณอมรัตน์มา เพราะคุณอมรัตน์ทำบ่อยประเภทโพสต์ลอยๆ

ส่วนคำหยาบคาย ปีใหม่ก็ลอกเลียนแบบมาจากคุณอมรัตน์ เพราะคุณอมรัตน์เป็น role model ของคนรุ่นใหม่ เคยบอกว่า “ไม่ประณามคำหยาบ” และคุณอมรัตน์ยังโพสต์ยืนยันว่าการด่าไม่บาป ด่าได้ไม่มีลิมิต ไม่มีวันหมดอายุ เป็นความชอบธรรม นึกได้ตอนไหนก็ด่า เหนื่อยก็พัก

ดังนั้น ปีใหม่จึงขอสงวนสิทธิ์ “คงไว้” ซึ่งโพสต์ลอยๆ โพสต์คำหยาบ เพราะปีใหม่ไม่ได้ว่าคุณอมรัตน์ และ เป็นสิ่งที่คุณอมรัตน์เองก็เคยทำและสนับสนุนให้สังคมทำ

แต่ปีใหม่ยืนยันว่า เห็นด้วยอย่างยิ่ง และ สนับสนุนการต่อต้านการคุกคามประชาชน การใช้อำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐคุกคามประชาชน ที่คุณอมรัตน์เคยรณรงค์ และ แถลงไว้

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fpermalink.php%3Fstory_fbid%3Dpfbid02wSbaMBA71LnuWCM3ekitrLJCRuCQdXLKZ9bLsqcwrnbJPKq2bPUk76CdxgVjHwoxl%26id%3D100009093048764&show_text=true&width=500

ทั้งนี้ ปีใหม่ ศิริกุล เรียกได้ว่าเป็นด้อมเพื่อไทย โดยเฉพาะ โทนี่ ทักษิณ ที่มักจะออกมาเคลื่อนไหวผ่านทางเฟซบุ๊ก จนเกิดวิวาทะกับ เจี๊ยบ อมรัตน์ จนลงทุนขุดคุ้ยจนได้ชื่อ ที่อยู่ของปีใหม่ ศิริกุล ว่าทำงานอยู่แถวโรงทอผ้า อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร 


ช่วงปี 2564-2566 ปีใหม่ ศิริกุล ในฐานะนางแบกเพื่อไทย ได้ใช้เฟซบุ๊กเป็นเครื่องมือโฆษณาความคิดความอ่านของโทนี่ วู้ดซั่ม หรือทักษิณ ชินวัตร ตอบโต้ผู้ที่เห็นต่างจากโทนี่ และเพื่อไทย

ขอบคุณที่มา : ปีใหม่ ปีใหม่

หนุนตั้ง ‘ทักษิณ’ เป็น ‘ที่ปรึกษานายกฯ’ เมื่อพ้นโทษ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559161

22 ก.ย. 2566

หนุนตั้ง 'ทักษิณ' เป็น 'ที่ปรึกษานายกฯ' เมื่อพ้นโทษ

รักษาการนายกรัฐมนตรี ไม่ติด หากเศรษฐา จะตั้ง ‘ทักษิณ’ เป็น ‘ที่ปรึกษานายกฯ’ เพราะมีประสบการณ์ บริหารราชการแผ่นดิน

นายภูมิธรรม​ เวชยชัย​ รักษาการนายกรัฐมนตรี  กล่าวถึงการให้สัมภาษณ์ สำนักข่าว บลูมเบริก์ทีวี ของนายเศรษฐา​ ทวีสิน​ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง  ที่จะให้ นายทักษิณ ชินวัตร มีบทบาทในรัฐบาลนี้เมื่อพ้นโทษ โดยอาจจะดำรงตำแหน่งประธานที่ปรึกษานายกฯ ซึ่งเป็นตำแหน่งใหม่ในรัฐบาลชุดนี้​ ว่า​

เป็นความเห็นของนายกรัฐมนตรีที่อยากได้ประสบการณ์ความรู้ความสามารถ ของนายทักษิณ ก็ต้องไปดูว่ามีข้อติดขัดอะไรทางด้านกฎหมาย ซึ่งยังไม่ทราบว่าจะมีปัญหาตรงนี้อย่างไร แต่คิดว่าหากพ้นทุกอย่างแล้ว การให้ข้อคิดเห็นข้อแนะนำ เป็นบทบาทที่นายทักษิณทำได้

เพราะเคยพูดอยู่เสมอ ว่า กลับมาคราวนี้ถ้าทุกอย่างเรียบร้อย ก็จะอยู่กับครอบครัว ส่วนเรื่องของประเทศชาติไม่ว่าจะเรื่องใดก็ตาม ถ้าสามารถช่วยได้ก็ยินดี ซึ่งคิดว่าเป็นไปได้ ถ้าเป้าหมายอยู่ที่ประเทศชาติดีขึ้น

ภูมิธรรมมองว่านายทักษิณมีประสบการณ์ บริหารราชการแผ่นดินสามารถบริหารมา 6 ปีต่อเนื่อง ถือเป็นประชาชนคนหนึ่งที่ห่วงใยบ้านเมือง และให้ข้อคิดเห็นอะไรที่เป็นประโยชน์กับนายกรัฐมนตรีได้

‘หมอสุภัทร’ ขู่เอาคืน ‘ปลัดกระทรวงสาธารณสุข’ เล่นไม่เลิก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559157

22 ก.ย. 2566

'หมอสุภัทร' ขู่เอาคืน 'ปลัดกระทรวงสาธารณสุข' เล่นไม่เลิก

ถูกสั่งตั้งตั้งกรรมการสอบ ในยุคหลังอนุทิน ‘หมอสุภัทร’ เตรีบมเอาคืน ‘ปลัดกระทรวงสาธารณสุข’ ยังไม่ปิดดีลอดีตเจ้ากระทรวง

หมอสุภัทร หรือ นายแพทย์ สุภัทร  ฮาสุวรรณกิจ ผอ.โรงพยาบาลสะบ้าย้อย ประธานชมรมแพทบ์ชนบท โพส คำสั่งสอบวินัย ลงนามโดยรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ฉบับล่าสุดว่าเป็นจุดเปลี่ยน ที่ทำให้ต้องเริ่มออกมาตอบโต้บ้าง

สาระสำคัญในโพสล่าสุดของประธานชมรมแพทย์ชนบท ระบุว่าได้รับจดหมาย(ลับ) ที่คิดว่าจะไม่มีมาอีกแล้ว  คำสั่งสอบวินัยชุดนี้น่าจะเป็นฉบับที่ 8หรือ9 ที่สั่งสอบในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา มากจนนับไม่ค่อยถูก แต่ที่สำคัญคือ  นี่เป็นฉบับแรกหลังพ้นยุค รมต.อนุทิน

คำสั่งตั้งกรรมการสอบวินัย หมอสุภัทรคำสั่งตั้งกรรมการสอบวินัย หมอสุภัทร'หมอสุภัทร' ขู่เอาคืน 'ปลัดกระทรวงสาธารณสุข' เล่นไม่เลิก

หมอสุภัทรยังขอบคุณรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ที่ดำเนินการแต่งตั้งกรรมการสอบสวนวินัยอีกชุด  เพราะสะท้อนชัดถึงความคิด ความแค้นเคืองและภารกิจที่ยังไม่เสร็จสิ้นของปลัดโอภาสแอนด์เดอะแก๊งส์ (บุรีรัมย์คอนเนคชั่น) ที่ว่า แม้เปลี่ยนเจ้ากระทรวงแล้ว แต่ดีลที่รับมายังไม่เคยลืม


การวิพากษ์ทักท้วงเจ้านายหรือนโยบายกัญชาบ้าง วัคซีนบ้าง อื่นใดบ้าง เป็นสิ่งที่อนุทินและปลัดโอภาสรับไม่ได้ ถือว่าผิดวินัย คงต้องมอบดอกไม้หรืออวยออกสื่อเท่านั้นจึงจะเป็นที่โปรดปรานและได้ดิบได้ดี

ประธานชมรมแพทย์ชนบทระบุว่าที่ผ่านมาที่เงียบไปก็เพราะไม่อยากทำลายบรรยากาศการเริ่มต้นและมุ่งสมานฉันท์สมานพลังทุกๆฝ่ายของ รมต.ชลน่าน เพื่ิอร่วมขับเคลื่อนงานสาธารณสุขที่ชะงักงันมาแสนนานเพราะโควิดและกัญชา

แตยืนยันได้ว่า บุรีรัมย์คอนเนคชั่น ที่นำโดยปลัดโอภาส คือหายนะของธรรมาภิบาลในกระทรวงสาธารณสุข คนดีคนเก่งถูกดอง คนชะเลียหรือเป็นพวกพ้องกลับโตเร็วได้ดิบได้ดี 
ในฐานะลูกน้อง ต้องขอบคุณปลัดโอภาสซึ่งเป็นผู้สั่งการเอามีดเล่มที่ 9 นี้มาปักหลังจนทำให้ตาสว่างมากขึ้น

ต้องขออภัยรัฐมนตรีชลน่านล่วงหน้า ที่อาจทำให้เสียบรรยากาศการเริ่มต้นขับเคลื่อนงานในกระทรวงไปบ้าง