“แบงค์ ศุภณัฐ” ของขึ้น ท้าเพจดัง แน่จริงขุดข้อมูล “หนีทหาร” อย่าแค่ราคาคุย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/568254

01 ก.พ. 2567

"แบงค์ ศุภณัฐ" ของขึ้น ท้าเพจดัง แน่จริงขุดข้อมูล "หนีทหาร" อย่าแค่ราคาคุย

“แบงค์ ศุภณัฐ” สส.ก้าวไกล ของขึ้น ท้าเพจดัง โพสต์ให้ชัดว่า”หนีทหาร” อย่าดีแต่ตั้งคำถาม จะได้ฟ้องถูกคน ยืนยัน เข้าเกณฑ์ทหาร 3 เม.ย. 56 ทำถูกต้องตามกระบวนการ แน่จริงขุดข้อมูลต่อ อย่าแค่ราคาคุย

เมื่อวันที่ 1 ก.พ.2567 ที่อาคารรัฐสภา “แบงค์ ศุภณัฐ” มีนชัยนันท์ สส.กทม.พรรคก้าวไกล เปิดเผยถึงกรณีที่เพจวันนี้ก้าวไกลโกหกอะไรออกมาแซะเรื่องการเกณฑ์ทหาร โดยนำรูปออกมาโชว์ว่า “หนีทหาร” และถูกตัดสินโทษจำคุก รอลงอาญา ว่า ถ้ามั่นใจ พูดมาให้ชัด ว่า “ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ไม่ได้เกณฑ์ทหารแน่นอน ไม่ได้รับเกณฑ์ทหารจนอายุถึงทุกวันนี้ ถ้าคุณกล้าพูดคุณพูดเลย”

แบงค์ ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม.พรรคก้าวไกล

ส่วนที่ไปลงรูปตัวเองในเพจสุดท้ายก็เป็นการยืมมือประชาชน ตั้งคำถามเฉยๆ แต่ถ้าคุณกล้าพูดคุณพูดออกมาเลยครับ ยืนยัน ตนได้ผ่านกระบวนการเกณฑ์ทหารเรียบร้อย วันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2556 ได้เข้าไปเกณฑ์ทหารในค่าย มีเอกสารครบ และวันนั้นหากจำไม่ผิดพล.อ.อ.​สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลงไปตรวจด้วย และตนก็อยู่ตรงนั้น เพราะตอนนั้นเป็นรัฐบาลสมัยน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

แบงค์ ศุภณัฐ ยังถามกลับว่า ถ้าเขาอยากจะเห็นสูติบัตรของตน จำเป็นจะต้องเอามาโชว์หรือไม่ หรือ ถ้าวันนี้บอกว่าผมกับคุณแม่ไม่ใช่ครอบครัวเดียวกัน ต้องตรวจ DNA หรือไม่ ซึ่งไม่ว่าใครจะถามอะไรก็แล้วแต่หากเป็นประโยชน์ต่อประชาชนตนยินดีตอบ เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวอะไร นี่คือข้อที่ 1 

ส่วนข้อที่ 2 สิ่งที่คุณกำลังพูดอยู่ คุณต้องเอาหลักฐานมา มิเช่นนั้นก็ตั้งคำถามได้เป็นร้อยเรื่อง ถ้าคุณมั่นใจว่าใช่คุณพูดออกมาเลยอย่าตั้งเป็นประโยคคำถาม ขอให้พูดเป็นประโยคบอกเล่า เป็นการกล่าวหาไปเลย ตนจะได้ฟ้องถูกตัว แต่ทุกวันนี้คุณตั้งคำถามและหลอกให้ประชาชนที่ไม่รู้กฎหมายเข้ามาแสดงความคิดเห็น ปัญหาคือประชาชนเกิดความเสี่ยง แต่ตัวคนตั้งเรื่องไม่เสี่ยง

“ขอให้พูดเลยว่า “ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ อายุ 32 ปีไม่เคยผ่านการเกณฑ์ทหาร คุณกล้าพูดหรือไม่ ถ้าคุณหาหมายศาลได้ คุณก็หาเอกสารต่อได้ ง่ายจะตาย หากทหารอยากเปิดเผยข้อมูลผมก็ยินดี ขณะเดียวกันผมก็จะได้เริ่มของ สส. คนอื่น ยัน ครม.” นายศุภณัฐกล่าว

ส่วนเรื่องนี้ จะเป็นการขุดข้อมูลการเกณฑ์ทหารของ สส. ทุกคนมาเปิดเผยเลยใช่หรือไม่ แบงค์ ศุภณัฐ กล่าวว่า ถ้าทหารยินดีเปิด ตนก็จะถามข้อมูลของ สส.ทั้งหมด เอาประวัติของทุกคนขึ้นไปในระบบคลาวด์ และต่อไปการเกณฑ์ทหารตนแนะนำ ให้ถ่ายรูปทุกคนบรรจุลงไปในระบบ การขายใบ สด.43 ข้างนอก ที่เป็นธุรกิจจะได้จบลง

ส่วนที่เพจดังกล่าวจงใจที่จะทำลายชื่อเสียงใช่หรือไม่ ตนไม่ได้มองขนาดนั้น แต่พูดตรงๆคือมันเป็นเพจไอโอ ต้องหาคอนเทนต์​หาเพจสื่อ ไม่งั้นก็จะอยู่ไม่ได้ คุณไปดูได้เลย สส.ตัวเล็กไม่มีแสงก็ไม่โจมตี แต่สำหรับตน ตนมั่นใจผ่านกระบวนการเรียบร้อย ถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ

เมื่อถามว่าจับได้ใบดำใช่หรือไม่ นายศุภณัฐ กล่าวว่า “ผมผ่านกระบวนการเรียบร้อย ไม่ขอตอบคำถามต่อ เขาเก่งนี่ก็ไปหาต่อได้ จะได้รู้ว่าทักษะของเพจไอโอมีความสามารถแค่ไหน หรือที่ผ่านมาก็มีแค่ราคาคุย”

เมื่อถามว่า นี่โกรธหรือเปล่า แบงค์ ศุภณัฐ ปฏิเสธว่าไม่ได้โกรธ แต่แค่รีบเดินมาประชุม..แล้วเหนื่อย

‘สมศักดิ์’ เตรียมแฉขบวนการ ‘วัวเถื่อน’ ทำราคาตกต่ำ-นำเข้าเชื้อโรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/568250

01 ก.พ. 2567

'สมศักดิ์' เตรียมแฉขบวนการ 'วัวเถื่อน' ทำราคาตกต่ำ-นำเข้าเชื้อโรค

‘สมศักดิ์’ ตอบกระทู้สภาปัญหาราคาวัวตกต่ำ เตรียมส่งรายชื่อ ‘วัวเถื่อน’ ให้กระทรวงเกษตรฯ เชื่อ ‘โคล้านตัว’ ช่วยได้

เมื่อวันที่ 1 ก.พ.2567 เวลา 10.30 น. ที่รัฐสภา มีการกระชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่ง เป็นประธานการประชุม วาระเพื่อพิจารณากระทู้ถามสด โดย น.ส.สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ สส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วันนี้เกษตรกรมีปัญหาราคาวัวตกต่ำที่เป็นปัญหาร้ายแรงของประชาชน เพราะวัวคือตู้เอทีเอ็มเคลื่อนที่ของประชาชน เวลาเขาอยากได้เงินก็เอาวัวไปขาย ทุกครั้งที่ตนเดินทางไปที่ตลาดนัดโคกระบือทางภาคอีสาน เพื่อดูและให้กำลังใจ พบว่าราคาวัววันนี้ตกต่ำมาก จากเดิมตัวละ 50,000 เหลือแค่ 10,000 – 30,000 บาทเท่านั้น

นายสมศักดิ์ เทพสุทินนายสมศักดิ์ เทพสุทิน

พี่น้องประชาชนเริ่มหมดความหวังในการเลี้ยงวัวเพื่อเลี้ยงชีพตัวเอง แต่วันนี้ตนเริ่มมีความหวัง กับโครงการวัวแสนล้าน ที่รัฐบาลเตรียมดำเนินการ จะเป็นโครงการที่เป็นความหวังกับประชาชน อยากทราบว่าเมื่อไรโครงการนี้จะเกิดขึ้น นอกจากนี้ตนคิดว่าควรจะต่อยอดการพัฒนาสายพันธุ์ที่จะทำให้ราคาวัวดีขึ้น และขอฝากปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นหากโครงการนี้สำเร็จ วัวจะมากขึ้น โรคปากเท้าเปื่อยขอให้รัฐบาลเตรียมรับมือเอาไว้ด้วย

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี ตอบกระทู้ว่า โครงการวัวแสนล้าน ของกองทุนหมู่บ้านดำเนินการ จัดหาหรือนำโคมาเลี้ยงนั้น จะไม่มีปัญหาในเรื่องที่จะเกิดเรื่องไม่ชอบมาพากลอย่างแน่นอน เพราะจะให้สมาชิกกองทุนหมู่บ้านได้กู้เงิน มาจาก ธกส. 50,000 บาท เพื่อนำไปซื้อวัวเอง ครอบครัวหนึ่งก็จะเลี้ยง 2 ตัว ซื้อเอง เลือกเองว่าจะเป็นสายพันธุ์ที่ชอบอย่างไร หากโครงการนี้เกิดขึ้นการจัดหาหรือการซื้อวัวของเกษตรกรพร้อมๆกัน ราคาวัวที่ตกต่ำก็จะขึ้น และอีกส่วนคือ ตนได้ให้ สำนักงาน ป.ย.ป. ร่างกฎหมายการส่งเสริมปศุสัตว์ คือการพัฒนาพันธุ์การแข่งขัน สร้างกติกา สนามแข่งให้ได้มาตรฐาน รวมถึง พ.ร.บ.การพนัน ที่ปรับให้มีความทันสมัยขึ้น หากเรามีกฎหมายแข่งขัน เหมือนในยุโรปที่มีการเลี้ยงม้าแข่งตัวที่ได้แชมป์ราคาสูงถึง 10 ล้านดอลลาร์ เราอาจจะได้เห็นวัวบ้านเราราคาตัวละ 10-20 ล้านบาทได้ โดยร่างกฎหมายนี้คาดว่าจะเสร็จช่วง เม.ย.-พ.ค. 

นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ปัญหาวัวราคาตกต่ำขณะนี้เพราะ วัวเถื่อนวัวเข้ามา เนื้อแช่แข็งและเป็นตัวมีชีวิต โดยสถิติการเลี้ยงวัวในประเทศ มีผู้เลี้ยงประมาณ 1.4 ล้านคน มีวัว 9 ล้านกว่าตัว ซึ่งการบริโภคในประเทศปีละ 97 เปอร์เซ็นต์ แล้วเป็นไปได้อย่างไรที่มีวัวส่งออกตามชายแดน 2-3 แสนตัว เป็นขายแบบไม่ขออนุญาต แล้วส่วนเกนนั้นมากจากไหน ตนก็ได้ไปสืบหาข้อมูลทราบว่า มีวัวที่นำเข้าตามชายแดน มีหลายพื้นที่ มีวัวแช่แข็งและมีหมูแช่แข็งเข้ามาด้วย มีอยู่หลายพื้นที่ ในมือตนมีรายชื่อแล้ว เดี๋ยวจะส่งให้ นายไชยา พรหมารมช.เกษตรฯ ได้นำไปดำเนินการปราบปรามวัวเถื่อนตรงนี้ และตนจะไปหารือกับนายกภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ ที่กำกับดูแลเรื่องกลไกตลาดและการนำเข้า ส่งออกด้วย ซึ่งปัญหาวัวเถื่อนนอกจากทำให้ราคาวัวในประเทศตกต่ำแล้ว ยังนำโรคเข้ามาด้วย หากเราบล็อกให้อยู่โรคก็จะไม่เข้ามา ต้องฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง

2 พรรคใหญ่ “เพื่อไทย-ก้าวไกล” จับมือยื่นแก้ไข ร่าง พ.ร.บ.ประชามติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/568237

01 ก.พ. 2567

2 พรรคใหญ่ “เพื่อไทย-ก้าวไกล” จับมือยื่นแก้ไข ร่าง พ.ร.บ.ประชามติ

2 พรรคการเมืองใหญ่ “เพื่อไทย-ก้าวไกล” จับมือยื่นแก้ไข ร่าง พ.ร.บ.ประชามติ หวังแก้ปมเสียงข้างมาก 2 ชั้น เพิ่มความยืดหยุ่น กกต. จัดทำประชามติวันเดียวกับวันเลือกตั้งได้ มั่นใจแม้ต่างฝ่าย แต่ร่วมผลักดันเพื่อประโยชน์

เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2567 ที่อาคารรัฐสภา ประธานสภาผู้แทนราษฎร วันมูหะมัดนอร์ มะทา รับยื่นร่างแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ประชามติ 2 ฉบับ คือฉบับจากพรรคร่วมรัฐบาล ที่พรรคเพื่อไทยเป็นผู้เสนอ และอีกฉบับจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่พรรคก้าวไกลเป็นผู้เสนอ

2 พรรคใหญ่ “เพื่อไทย-ก้าวไกล” จับมือยื่นแก้ไข ร่าง พ.ร.บ.ประชามติ

โดยประธานสภาฯ ระบุว่า จะนำร่างทั้ง 2 ฉบับนี้ให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ดำเนินการตามขั้นตอนและบรรจุเป็นระเบียบวาระการประชุมต่อไป ซึ่งน่าจะเสร็จโดยเร็ว เพราะเรามีเวลาในสมัยประชุมอีกไม่มาก ประมาณ 2 เดือน 10 กว่าวันเท่านั้น

ด้าน นายชูศักดิ์ ศิรินิล  สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีนี้เป็นเรื่องที่สมาชิกพรรคเพื่อไทย 129 คน ร่วมกันลงชื่อ เพื่อขอแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประจำมติปี 2564 เนื่องจากกฎหมายฉบับปัจจุบันกำหนดให้การออกเสียงประชามติ เป็นเสียงข้างมาก 2 ชั้น 

โดยชั้นที่ 1 คือผู้มาใช้สิทธิ์ต้องเป็นเสียงข้างมากของผู้มีสิทธิ์ทั้งหมด และชั้นที่ 2 คือผู้ที่มาออกเสียง ต้องเป็นเสียงข้างมากของผู้ใช้สิทธิ์ จึงสุ่มเสี่ยงกรณีหากประชาชนไม่ออกมาใช้สิทธิ์ หรือไม่ประสงค์ใช้สิทธิ์ จะทำให้การออกเสียงประชามติเกิดปัญหาขึ้นในอนาคต

“สมาชิกของพรรคเพื่อไทยจึงเห็นพ้องต้องกันว่าสมควรแก้กฎหมาย โดยให้ใช้เสียงเข้ามาตามหลักทั่วไป เพียงกำหนดเงื่อนไขของพรรคเพื่อไทยให้เป็นเสียงข้างมากควรจะเกินเสียงของผู้ไม่ประสงค์จะใช้สิทธิ์ออกเสียง เพื่อความถูกต้องชอบธรรม”นายชูศักดิ์ กล่าว

นายชูศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ยังมีอีก 3 ประเด็นที่ควรแก้ไปพร้อมกัน คือเห็นว่าการออกเสียงลงคะแนน ต้องใช้งบประมาณแผ่นดิน ราว 3,000 ล้านบาท จึงคิดว่าหากการออกเสียงประจำมติใกล้เคียงกับวันเลือกตั้งทั่วไปหรือวันเลือกตั้งท้องถิ่น จึงน่าจะจัดไปพร้อมกันในวันเดียวได้ เพื่อประหยัดงบประมาณ และประชาชนก็ไม่ต้องออกมาหลายครั้ง ส่วนอีกประเด็นคือ เห็นว่าควรใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่มาพัฒนาวิธีการออกเสียงลงมติ นอกจากการไปกาบัตร เช่น การส่งไปรษณีย์ หรือออนไลน์

ทั้งนี้ ยังเห็นว่า การออกเสียงประชามติควรมีการรณรงค์ จึงควรเขียนไว้ให้ชัดในกฎหมายว่าสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จำเป็นต้องทำ รวมถึงเปิดโอกาสให้ฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยมาแสดงความคิดเห็นได้โดยเสมอภาค จะทำให้การออกเสียงประชามติได้รับการรับรู้รับทราบของประชาชน

ด้าน นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า อยากให้ประชาชนมองว่าการแก้ไขกฎหมายประชามติในครั้งนี้คือการปรับปรุงกฎหมายให้มีความเป็นธรรม มีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นประจำมติหัวข้อใดก็ตาม ซึ่งฉบับของภาคก้าวไกลประกอบไปด้วยการแก้ไขใน 3 ประเด็น

ประเด็นที่ 1 คือ ทำให้กติกามีความเป็นธรรมมากขึ้น เนื่องจากข้อกังวลของ หลักการเสียงข้างมาก 2 ชั้น เราเข้าใจว่าผู้ออกกติกานี้ตั้งใจให้ประชามติมีผลต่อประชาชนจำนวนมาก แต่มีความเสี่ยงเปิดช่องให้ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับประเด็นที่ถูกถาม ใช้วิธีการนอนอยู่บ้าน ไม่ออกมาใช้สิทธิ์เพื่อคว่ำประชามติ ถึงก็เปลี่ยนกติกาให้เป็นเสียงเกินกึ่งหนึ่ง 1 ชั้น คือ ให้เสียงประชาชนผู้เห็นชอบมีเกินกึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิ์

ประเด็นที่ 2 คือ ปลดล็อคให้ กกต. สามารถจัดประชามติในวันเดียวกันกับการเลือกตั้งอื่นๆได้อย่างสะดวกมากขึ้น เพื่อประหยัดงบประมาณ และยังเป็นประเด็นที่สอดคล้องกับพรรคเพื่อไทย และทำให้ กกต. ยืดหยุ่นมากขึ้น ขณะเดียวกันก็เพื่อป้องกันไม่ให้คณะรัฐมนตรีใช้เป็นข้ออ้างในการเลื่อนวันทำประชามติออกไป

ประเด็นที่ 3 คือทำให้ประชามติมีความทันสมัยมากขึ้น ให้ประชาชนออกเสียงประชามติผ่านช่องทางออนไลน์ได้ เพราะปัจจุบันการเข้าชื่อต้องพิมพ์เอกสารออกมาแล้วลงชื่อเท่านั้น ไม่สามารถทำผ่านออนไลน์ได้ พรรคเก้าไกลจึงต้องการประกันสิทธิ์ของประชาชนให้สามารถเข้าชื่อทางออนไลน์ได้

ขณะที่อีก 2 ประเด็นเพิ่มเติมของพรรคเพื่อไทย เราเห็นด้วยในหลักการอยู่แล้ว จะดูรายละเอียดในตัวร่างเพิ่มเติมว่าจะปรับปรุงให้รัดกุมยิ่งกว่าฉบับปัจจุบันได้อย่างไร ทั้งนี้ ทั้ง 2 พรรคได้ประสานงานกันตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว เพราะทั้งสองฝ่ายก็เห็นความจำเป็นในการนำเสนอการแก้ไขประชามติในทิศทางและค่อนข้างสอดคล้องกัน หวังว่าการแถลงข่าวครั้งนี้จะเป็นทั้งตัวอย่างและนิมิตหมายที่ดี

“แม้ว่าทั้งสองพรรคอาจจะอยู่กันคนละฝั่งในระบบรัฐสภา แต่ก็พร้อมร่วมมือกันในประเด็นที่เห็นด้วยส่วนประเด็นที่เห็นต่างก็พร้อมแข่งขันกันเต็มที่ เพราะเป็นแนวทางที่ท้ายสุดประโยชน์สูงสุดตกอยู่กับประชาชน” นายพริษฐ์ กล่าว

ส่วนความเห็นของ สว. ต่อร่างกฎหมายที่เสนอไปนั้น พริษฐ์ ระบุว่า หากร่างแก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าวถูกตีความว่าเป็นกฎหมายปฏิรูป ก็จะต้องเข้าสู่การประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มี สว. ร่วมพิจารณาด้วย ซึ่งคิดว่าปัญหาเสียงข้างมาก 2 ชั้น ไม่ใช่ประเด็นใหม่สำหรับสมาชิกรัฐสภา ส่วนประเด็นที่เกี่ยวกับ กกต. นั้น ก็ได้เคยเชิญหน่วยงานเข้าหารือแล้ว

พิษล้มล้าง ‘พิธา-ก้าวไกล’ ไม่หยุดย้ายร่างสร้าง ‘พรรคใหม่’ ฆ่าไม่ตาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/568211

01 ก.พ. 2567

พิษล้มล้าง ‘พิธา-ก้าวไกล’ ไม่หยุดย้ายร่างสร้าง ‘พรรคใหม่’ ฆ่าไม่ตาย

ไม่หยุดยั้ง พิธา-ก้าวไกล ฝ่าคมดาบสองดาบสาม ยุบพรรค พ่วงฟันจริยธรรมตัดสิทธิการเมือง เตรียมย้ายร่าง สู่พรรคสีส้มเวอร์ชั่น 3

ผลคดีล้มล้าง พิธา-ก้าวไกล ฝ่าคมดาบสองดาบสาม ยุบพรรค พ่วงฟันจริยธรรมตัดสิทธิการเมือง เตรียมย้ายร่าง สู่พรรคสีส้มเวอร์ชั่น 3


แกนนำก้าวไกล ยืนยันไม่ได้เซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบัน กังวลคำวินิจฉัย 31 ม.ค.นี้ ส่งผลให้เกิดความขัดแย้งในสังคมไทย


เป็นไปตามความคาดหมาย ธีรยุทธ สุวรรณเกษร ทนายความ ซึ่งร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการเสนอแก้ไข ม.112 ของพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ และพรรคก้าวไกล เป็นการใช้สิทธิ์เสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองฯ ได้เดินทางไปยังสำนักงาน กกต. เพื่อไปยื่นคำร้องต่อประธาน กกต. และ กกต.เพื่อขอให้พิจารณาดำเนินการกับพรรคก้าวไกล เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2567
 

นั่นหมายความว่า กระบวนการยุบพรรคก้าวไกล อันเนื่องมาจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกรณีล้มล้างการปกครองฯ ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว


คาดว่า ขั้นตอนการดำเนินการตามกฎหมายเลือกตั้งจาก กกต. ไปถึงศาลรัฐธรรมนูญ คงใช้เวลา 2-3 เดือน และกว่าศาลจะได้อ่านคำวินิจ ฉัยก็คงเป็นช่วงปลายปี 2567


ส่วนคดีผิดจริยธรรมร้ายแรง ที่เกี่ยวข้องกับ 44 สส.พรรคก้าวไกล เป็นคดีที่ ป.ป.ช.จะดำเนินการส่งต่อไปที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คงต้องใช้เวลา 2-3 ปี

ปฏิกิริยาก้าวไกล
เย็นวันที่ 31 ม.ค. 2566 ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคดีล้มล้างการปกครองฯเสร็จสิ้นลง พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วยชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรค ได้ร่วมกันแถลงข่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด


สรุปใจความได้ว่า การเสนอแก้ไข ม.112 ของพรรคก้าวไกล ไม่ได้มีเจตนาเพื่อเซาะกร่อนบ่อนทำลายหรือแยกสถาบันพระมหากษัตริย์ ออกจากชาติแต่อย่างใด


แกนนำพรรคก้าวไกล ยังมีความกังวลอยู่ 2 ประเด็นคือ คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อการเมืองไทยในระยะยาว
 

คำวินิจฉัยดังกล่าว อาจก่อให้เกิดปัญหาทางดุลยภาพระหว่างประชาธิปไตย และสถาบันพระมหากษัตริย์ ในระบอบการเมืองไทยในอนาคต 


อย่างไรก็ตาม แกนนำพรรคก้าวไกล ขอศึกษาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญโดยละเอียดอีกครั้ง เพื่อเตรียมความพร้อมในการต่อสู้คดียุบพรรค และคดีผิดจริยธรรมร้ายแรง


ล่าสุด เช้าวันที่ 1 ม.ค.นี้ ชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้ไปพูดคุยในรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอ ยืนยันว่า พิธาและก้าวไกลยังไม่จบ ทุกคนยังรู้สึกเบิกบานและไม่เครียด 


หัวหน้าชัยธวัช เชื่อว่า พิธาเป็นแคนดิเดตนายกฯที่ดีที่สุด พวกเราจะโฟกัสการทำงาน จับมือกันให้แน่น บรรยากาศดีกว่าตอนยุบพรรคอนาคตใหม่เสียอีก

ฆ่าไม่ตาย
ในวิกฤตย่อมมีโอกาส พรรคก้าวไกลได้ใช้จังหวะที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการเสนอแก้ไข ม.112 เข้าข่ายล้มล้างการปกครอง เปิดรับบริจาคและรับสมาชิกพรรคทันที 


แอดมินเพจพรรคก้าวไกล – Move Forward Party โพสต์ว่า ส้มหยุด อะไรก็ฉุดไม่อยู่..เราขอเชิญชวนท่านสมาชิกเก่าที่บัตรหมดอายุ หรือใครที่ยังไม่เคยสมัครสมาชิกก้าวไกล สมัครเลยวันนี้ เพื่อรับบัตรสมาชิกลาย super limited ลายส้มหยุด 

พิษล้มล้าง ‘พิธา-ก้าวไกล’ ไม่หยุดย้ายร่างสร้าง ‘พรรคใหม่’ ฆ่าไม่ตาย


ก่อนหน้านั้น เพจพรรคก้าวไกล ได้โพสต์ว่า หากท่านมีความฝันเดียว กับเรา เดินต่อไปด้วยกัน สนับสนุนพรรคก้าวไกล เพื่อยืนยันว่านี่คือพรรคที่ประชาชนไทยต้องการ..บริจาคเงินให้ก้าวไกลผ่านการตัดบัตรเครดิต ทั้งแบบรายครั้ง และรายเดือน ที่นี่


แกนนำพรรคก้าวไกล ต่างแสดงความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า การยุบพรรคอนาคตใหม่ในเดือน ก.พ.2563 ไม่สามารถหยุดยั้งกลุ่มคนที่มีความเชื่อและอุดมการณ์เดียวกันให้เลิกล้มการเดินทางไปสู่เป้าหมายสังคมไทยใหม่ได้


สิ้นพรรคอนาคตใหม่ก็เกิดพรรคก้าวไกล จากการเลือกตั้งปี 2562 อนาคตใหม่ ได้ สส. 81 ที่นั่ง และการเลือกตั้งปี 2566 ก้าวไกล ได้ สส.151 ที่นั่ง


กูรูการเมืองประเมินว่า พรรคก้าวไกลอาจกำลังเตรียมการย้ายร่างไปอยู่พรรคใหม่ เพราะมีคนที่จดทะเบียนตั้งพรรคกับ กกต.ไว้มากมาย


คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ 31 ม.ค.นี้ มิอาจหยุดยั้งพรรคก้าวไกล และมีแนวโน้มจะเติบโตกว่าการเลือกตั้ง 14 พ.ค.2566 

“เรืองไกร” จ่อยื่น กกต.ร้องยุบ “พรรคก้าวไกล” ตัดสิทธิ์ ลงเลือกตั้ง สส. 10 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/568189

31 ม.ค. 2567

“เรืองไกร” จ่อยื่น กกต.ร้องยุบ “พรรคก้าวไกล” ตัดสิทธิ์ ลงเลือกตั้ง สส. 10 ปี

เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิก พปชร.ยัน พรุ่งนี้ ไปกกต.ยื่นร้องยุบ “พรรคก้าวไกล” ตัดสิทธิ์ลงเลือกตั้ง สส.10 ปี มีความผิด ล้มล้างการปกครองหรือไม่ ชี้ คำวินิจฉัย ศาลรัฐธรรมนูญ มีผลผูกพันทุกองค์กร แม้ก้าวไกลในอนาคต จะไม่ได้กระทำการเกี่ยวกับ ม.112 แล้วก็ตาม

เมื่อวันที่ 31 ม.ค. 2567 นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้(1 ก.พ.2567) เวลา 10.00 น. ตนจะเดินทางไป คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เพื่อยื่นยื่นเรื่องว่า พรรคก้าวไกลมีความผิดในมาตรา 91 (1) ว่า พรรคก้าวไกลล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือไม่ โทษคือขั้นยุบพรรคและตัดสิทธิ์ทางด้านการเมือง 10 ปี

โดยจะนำข่าวของศาลรัฐธรรมนูญ ที่มีคำวินิจฉัยในวันนี้(31ม.ค.2567) ไปยื่นประกอบ ซึ่งตนเคยยื่นไปที่สำนักงาน กกต. และ ป.ป.ช.ก่อนหน้านี้แล้ว แต่ถูกตีกลับคำร้อง โดยกกต.บอกว่าไม่เข้าเงื่อนไข ไม่สามารถดำเนินการได้

แต่ครั้งนี้มั่นใจว่า ครั้งนี้วินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ มีความผูกพันอย่างแน่นอน และทางด้านกกต. จะต้องมีการรับคำร้อง เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยต่อไป ซึ่งแม้ว่าพรรคก้าวไกลในอนาคตจะไม่ได้กระทำการเกี่ยวกับ มาตรา 112 แต่คำวินิจฉัยในวันนี้ จะผูกพันว่า มีความผิดตามมาตรา 91 (1) หรือไม่

แต่ล่าสุด คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ระบุชัดเจนว่าการแก้ไขมาตรา 112 ของพรรคก้าวไกล เข้าข่ายล้มล้างการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข จึงถือว่าเข้าเงื่อนไขตามมาตรา 92 ของพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง เรื่องการกระทำล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ที่กกต.จะต้องรับเรื่องไปพิจารณายุบพรรคก้าวไกล 

“ผมจะขอให้กกต.รีบดำเนินการไต่สวนเรื่องนี้เป็นการเร่งด่วน เพราะมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญออกมาอย่างชัดเจนแล้ว ยืนยันว่าเป็นการดำเนินการตามกฎหมาย ไม่มีใครสั่งให้ผมมาขยายผลยุบพรรคก้าวไกลต่อ”นายเรืองไกร กล่าวยืนยัน

กลุ่มศปปส.เฮ “ศาลรัฐธรรมนูญ” ฟันก้าวไกลเข้าข่ายล้มล้างฯ ป้องม.112 สำเร็จ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/568184

31 ม.ค. 2567

กลุ่มศปปส.เฮ “ศาลรัฐธรรมนูญ” ฟันก้าวไกลเข้าข่ายล้มล้างฯ ป้องม.112 สำเร็จ

ด้อมส้มเศร้า ผิดหวังคำวินิจฉัย “ศาลรัฐธรรมนูญ” ฟันพรรคก้าวไกลเข้าข่ายล้มล้างการปกครอง ขณะที่ กลุ่มศปปส.ฮึ่ม ขู่แจ้งความคนจ้องแก้ ม.112-นิรโทษกรรม ประกาศ ดีใจปกป้องสถาบันสำเร็จ

เมื่อวันที่ 31 ม.ค.2567 ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ มีกลุ่มมวลชนมารอติดตามรับฟังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ในการกระทำของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ครั้งดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค และพรรคก้าวไกลดำเนินการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เข้าข่ายล้มล้างการปกครองฯ หรือไม่

มวลชนมาให้กำลังใจ นายพิธา และพรรคก้าวไกลมวลชนมาให้กำลังใจ นายพิธา และพรรคก้าวไกล

โดยมวลชนบางส่วนมานั่งรอ ได้เขียนป้ายข้อความสนับสนุนการดำเนินการของพรรคก้าวไกล รวมถึงนายทวี ไกรคุปต์ บิดาน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ อดีต สส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ เดินทางมาติดตามฟังคำวินิจฉัยด้วยเช่นกัน พร้อมกับชูป้ายข้อความ และสนับสนุนแนวคิดของพรรคก้าวไกลด้วยเช่นเดียวกัน 

ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ศาล ได้ขอความร่วมมือให้กลุ่มมวลชนออกจากพื้นที่ เนื่องจาก เป็นพื้นที่อำนาจศาล แต่ว่ามวลชนไม่ยินยอม ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะต้องเชิญตัวออกจากพื้นที่

กลุ่มศปปส.เฮ “ศาลรัฐธรรมนูญ” ฟันก้าวไกลเข้าข่ายล้มล้างฯ ป้องม.112 สำเร็จ

ขณะเดียวกัน ยังมีมวลชนกลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน หรือ ศปปส. มาติดตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยเสร็จสิ้น กลุ่มมวลชน ที่สนับสนุนการดำเนินการของพรรคก้าวไกล ได้แสดงความรู้สึกผิดหวังเสียใจต่อคำวินิจฉัยของศาล และขอให้พรรคก้าวไกลสู้ต่อไป

นายอานนท์ กลิ่นแก้ว แกนนำกลุ่ม ศปปส.นายอานนท์ กลิ่นแก้ว แกนนำกลุ่ม ศปปส.

ส่วนมวลชน กลุ่มศปปส. ที่นำโดยนายอานนท์ กลิ่นแก้ว แกนนำกลุ่ม ศปปส. กล่าวภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยดังกล่าว โดยมั่นใจว่า “คนไทยทั้งประเทศรู้สึกดีใจ พร้อมกับพวกผมที่ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ และไม่เสียแรงเปล่าที่ได้ดำเนินกิจกรรมมา ผมขอส่งข้อความถึงคนไทยทั่วประเทศว่าสถาบันพระมหากษัตริย์ ยังคงอยู่กับคนไทย และกฎหมาย มาตรา 112 จะปกป้องคุ้มครองพระมหากษัตริย์ของพวกเรา”

แกนนำกลุ่ม ศปปส.ดีใจหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ฟันพรรคก้าวไกลเข้าข่ายล้มล้างการปกครอง เหตุเสนอแก้ ม.112แกนนำกลุ่ม ศปปส.ดีใจหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ฟันพรรคก้าวไกลเข้าข่ายล้มล้างการปกครอง เหตุเสนอแก้ ม.112

นายอานนท์ ระบุ อีกว่า ส่วนผู้ใดต้องการแก้ไขกฏหมาย มาตรา 112 หรือเสนอกฎหมายนิรโทษกรรม ในความผิดดังกล่าว กลุ่ม ศปปส. ก็จะเคลื่อนไหวตอบโต้ ด้วยการแจ้งความดำเนินการทางกฎหมายต่อไป

เปิดชื่อ 44 สส. ยื่นแก้ ม.112 ชนวนสำคัญ “ศาลรัฐธรรมนูญ” ฟัน “พิธา-ก้าวไกล”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/568179

31 ม.ค. 2567

เปิดชื่อ 44 สส. ยื่นแก้ ม.112 ชนวนสำคัญ "ศาลรัฐธรรมนูญ" ฟัน "พิธา-ก้าวไกล"

เปิดชื่อ 44 สส.ก้าวไกล เข้าชื่อแก้ไข ม.112 ชนวนสำคัญ “ศาลรัฐธรรมนูญ” มติเอกฉันท์ 9 : 0 ชี้ ‘พิธา-พรรคส้ม’ ล้มล้างการปกครอง สั่งยุติการกระทำทันที

ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเอกฉันท์ 9:0 ว่า การกระทำของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ ประธานที่ปรึกษาพรรคก้าวไกล และพรรคก้าวไกล มีพฤติการณ์เข้าข่ายล้มล้างการปกครอง จากนโยบายหาเสียงแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยศาลมีคำสั่งให้ยุติการกระทำดังกล่าวนั้น ต่อมาพรรคก้าวไกล โดยนายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาเพื่อเซาะกร่อนบ่อนทำลายหรือแยกสถาบันพระมาหากษัตร์ย์ ออกจากชาติแต่อย่างใด นั้น

สาระสำคัญตอนหนึ่ง ในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ คือ พฤติการณ์ของนายพิธา ร่วมกับ สส.ก้าวไกล รวม 44 คน ที่เข้าชื่อเสนอร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ฉบับที่ .. พ.ศ. …. แก้ไขความผิดฐานหมิ่นประมาท ยื่นต่อประธานสภาฯ ระหว่างการหาเสียงเลือกตั้ง สส. เป็นการทั่วไปปี 2566 โดยในร่างแก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าว มีการแก้ไขมาตรา 112 ด้วย

เปิดชื่อ 44 สส.ก้าวไกล ยื่นแก้ ม.112

รายงานข่าวแจ้งว่า รายชื่อ สส.ก้าวไกล จำนวน 44 คนที่ร่วมลงชื่อเสนอร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112  นั้น เป็น สส.จากการเลือกตั้งปี 2562 ได้แก่

1.นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล

2.นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

3.นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

4.น.ส.ญาณธิชา บัวเผื่อน ส.ส.จันทบุรี

5.น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ

6.นายกัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี ส.ส.บัญชีรายชื่อ

7.น.ส.เบญจา แสงจันทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

8.พ.ต.ต.ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

9.นายนิติพล ผิวเหมาะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

10.นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ส.ส.กทม.

11.นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม.

12.นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ

13.นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก

14.นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ

15.นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

16.นายปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

17.นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ

18.นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.กทม.

19.น.ส.ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

20.น.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา ส.ส.นครปฐม

21.นายวรภพ วิริยะโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

22.นายคำพอง เทพาคำ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

23.นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ ส.ส.กทม.

24.นายทองแดง เบ็ญจะปัก ส.ส.สมุทรสาคร

25.นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา

26.นายจรัส คุ้มไข่น้ำ ส.ส.ชลบุรี

27.นายสุเทพ อู่อ้น ส.ส.บัญชีรายชื่อ

27.นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

29.นายอภิชาติ ศิริสุนทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ

30.นายองค์การ ชัยบุตร ส.ส.บัญชีรายชื่อ

31.พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

32.นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

33.นายศักดินัย นุ่มหนู ส.ส.ตราด

34.นายมานพ คีรีภูวดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ

35.นายวาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อ

36.น.ส.วรรณวิภา ไม้สน ส.ส.บัญชีรายชื่อ

37.นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ

38.นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิส.ส.บัญชีรายชื่อ

39.นายทวีศักดิ์ ทักษิณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

40.นายสมชาย ฝั่งชลจิตร ส.ส.บัญชีรายชื่อ

41.นายสมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุลส.ส.บัญชีรายชื่อ

42.นายวุฒินันท์ บุญชู ส.ส.สมุทรปราการ

43.นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ

44.นายสุรวาท ทองบุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

‘พิธา’ไม่กังวล‘เรืองไกร’ร้องยุบพรรคก้าวไกล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/568180

31 ม.ค. 2567

‘พิธา’ไม่กังวล‘เรืองไกร’ร้องยุบพรรคก้าวไกล

ด้อมส้มให้กำลังใจ ‘พิธา’ เจ้าตัวไม่กังวล บอกกำลังใจยังดี รอดูคำร้อง ‘เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ’ ขอกกต. ยุบพรรคก้าวไกล

ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า นโยบายการหาเสียงของพรรคก้าวไกล ที่ให้แก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เข้าข่ายล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และให้หยุดการกระทำ

เวลา 17.50 น. ที่ห้องโถงรัฐสภา นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ลงพบปะกับมวลชนที่เดินทางมาให้กำลังใจภายหลังศาล โดยมวลชนต่างตะโกนว่า  “นายกพิธา นายกในดวงใจของประชาชน” “ไม่ว่าเขาจะแขวนไว้ตรงไหนเราจะยังรักและศรัทธาคุณ” พร้อมทั้งเข้าสวมกอดให้กำลังใจ หอมแก้ม และขอลายเซ็น ถ่ายรูปกับนายพิธา

นายพิธา กล่าวว่า วันนี้อยากมาขอบคุณทุกคนทราบว่าประชาชนเดินทางมาจากหลายจังหวัด วันนี้สติดี และกำลังใจยังดี มีสมาธิในการแก้ไขปัญหา ถ้ามีสถานการณ์อะไรมาก็ค่อยๆแก้กันไป ถ้าไม่มีสติแล้วกังวลใจมากเกินไปก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ขอให้ไม่ต้องกังวลใจอะไร

“ไม่ได้กังวลใจที่ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ จะไปยื่นร้องกับ กกต. และต้องดูคำร้องก่อน”นายพิธากล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เปิดเผยว่า ในวันที่ 1 ก.พ.67 เวลา 10.00 น. นายเรืองไกร จะเดินทางไปที่ กกต. เพื่อยื่นคำร้องขอให้ยุบพรรคก้าวไกล

ศาลรัฐธรรมนูญ เตือนวิจารณ์คำวินิจฉัย ‘พิธา-ก้าวไกล’ เสี่ยงโทษทั้งจำ-ปรับ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/568174

31 ม.ค. 2567

ศาลรัฐธรรมนูญ เตือนวิจารณ์คำวินิจฉัย 'พิธา-ก้าวไกล' เสี่ยงโทษทั้งจำ-ปรับ

ศาลรัฐธรรมนูญ เตือนประชาชน วิจารณ์-เสียดสีคำวินิจฉัยศาลฯ แสดงความอาฆาตมาตร้าย ระวังโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท รวมถึงโทษจำคุก

นายวรวิทย์ กังศศิเทียม ประธานศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวภายหลังศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเป็นเสียงเอกฉันท์ให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ครั้งดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคฯ รวมไปถึงพรรคก้าวไกล เลิกการกระทำ การแสดงความคิดเห็น และการสื่อความหมายอื่น ๆ อันเป็นการเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และห้ามมีการแก้ไขกฎหมายดังกล่าว เพราะเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพ เพื่อล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขว่า

“คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ มีทั้งผู้ที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย แต่ขอให้ตระหนักว่า การวิจารณ์คำวินิจฉัยโดยไม่สุจริต และใช้ถ้อยหยาบคาย เสียดสี หรืออาฆาตมาตร้าย จะมีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดด้วยวิธีพิจารณาศาลรัฐธรรมนูญ มีโทษตั้งแต่การตักเตือน, ปรับไม่เกิน 50,000 บาท รวมถึงโทษจำคุก”

แฮชแท็ก #ศาลรัฐธรรมนูญ พุ่งอันดับ 1 หลังมีคำวินิจฉัย “พิธา-ก้าวไกล” ไม่รอด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/568166

31 ม.ค. 2567

แฮชแท็ก #ศาลรัฐธรรมนูญ พุ่งอันดับ 1 หลังมีคำวินิจฉัย “พิธา-ก้าวไกล” ไม่รอด

แฮชแท็ก #ศาลรัฐธรรมนูญ พุ่งติดเทรนด์อันดับ 1 ในทวิตเตอร์ (x) หลังมีคำวินิจฉัย นโยบายหาเสียงแก้ ม.112 ของพรรคก้าวไกล ล้มล้างการปกครอง พร้อมสั่งให้ “พิธา-ก้าวไกล” ห้ามพูด-เขียน-พิมพ์ และไม่ให้มีการแก้ไขมาตรา 112 ในอนาคต

กลายเป็นคดีระดับชาติ เมื่อนายธีรยุทธ สุวรรณเกษร (ผู้ร้อง) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 ว่า การกระทำของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ (ผู้ถูกร้องที่ 1) และพรรคก้าวไกล (ผู้ถูกร้องที่ 2) ที่เสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. เพื่อยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยใช้เป็นนโยบายในการหาเสียงเลือกตั้ง และยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคหนึ่ง หรือไม่

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดให้มีการไต่สวนพยานบุคคล โดยมีผลการพิจารณาว่า ดังนี้ ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนพยาน รวม 2 ปาก คือ นายพิธา และนายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล โดยตอบข้อซักถามของศาลและของคู่กรณี คดีเป็นอันเสร็จการไต่สวน ศาลนัดแถลงการณ์ด้วยวาจา ประชุมปรึกษาหารือ และลงมติในวันพุธที่ 31 มกราคม 2567 เวลา 09.30 น. กับนัดฟังคำวินิจฉัย เวลา 14.00 น.

ล่าสุด เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 31 ม.ค. 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากศาลรัฐธรรมนูญ ได้อ่านคำวินิจฉัยคดี “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์-พรรคก้าวไกล” ล้มล้างการปกครองหรือไม่ หลังเสนอยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เป็นนโยบายหาเสียงเลือกตั้งและดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัย นโยบายหาเสียงแก้ มาตรา112 ของพรรคก้าวไกล ล้มล้างการปกครอง พร้อมสั่งให้ พิธา-ก้าวไกล ห้ามพูด-เขียน-พิมพ์ และไม่ให้มีการแก้ไขมาตรา 112 ในอนาคตอีกด้วย

ทำให้แฮชแท็ก #ศาลรัฐธรรมนูญ พุ่งติดเทรนด์อันดับ 1 ในทวิตเตอร์ (x) หลังมีคำวินิจฉัย นโยบายหาเสียงแก้ ม.112

แฮชแท็ก #ศาลรัฐธรรมนูญ พุ่งอันดับ 1 หลังมีคำวินิจฉัย “พิธา-ก้าวไกล” ไม่รอด