#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
https://www.komchadluek.net/news/politics/568165
31 ม.ค. 2567

มติเอกฉันท์ศาลรัฐธรรมนูญฟัน พิธา-ก้าวไกล พฤติการณ์ล้มล้างการปกครอง สารตั้งสู่คดียุบพรรค และผิดจริยธรรมตัดสิทธิทางการเมือง
ฉากทัศน์อันตราย พิธา-ก้าวไกล เผชิญวิบากยุบพรรค และตัดสิทธิทางการเมือง หลังศาลชี้มีพฤติการณ์เข้าข่ายล้มล้างการปกครอง
ไฟต์บังคับผู้ถืออำนาจ เหตุก้าวไกลซ่อนกร่อนบ่อนทำลายสถาบัน แม้จะมีบทเรียนอนาคตใหม่ ยิ่งตียิ่งโต แต่กลุ่มอนุรักษนิยม ก็ถอยไม่ได้
ในที่สุด องค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 9 คน ได้มีคำวินิจฉัยว่าการดำเนินการของพรรคก้าวไกล ทั้งยื่นเสนอกฎหมายแก้ไข ม.112 และรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งชูนโยบายแก้ไข ม.112 ว่า เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพล้มล้างการปกครอง และสั่งการให้ผู้ถูกร้องทั้งสองเลิกกระทำ การพูด การเขียน การแสดงออกวิธีอื่นให้ยกเลิก ม.112 และไม่ให้แก้ไข ม.112 ที่ไม่ใช่กระบวนการนิติบัญญัติโดยชอบ
สรุปว่า ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการดำเนินการของพรรคก้าวไกล เป็นการกระทำที่เข้าข่ายเป็นปฏิปักษ์ หรือล้มล้างการปกครอง ซึ่งขัดบท บัญญัติรัฐธรรมนูญมาตรา 49 วรรคหนึ่ง พร้อมสั่งพรรคก้าวไกลหยุดการกระทำดังกล่าว
ในมุมนักกฎหมายมหาชน พรรคก้าวไกล ยังมีอีกวิบากการเมืองที่รออยู่เบื้องหน้าอีก 2 ด่าน
ด่านแรก ‘คดียุบพรรค’ ซึ่ง ธีรยุทธ สุวรรณเกสร ทนายความ ในฐานะผู้ร้องในคดีนี้ ยื่นคำร้องรอไว้แล้วที่ กกต.
ด่านที่สอง ‘คดีจริยธรรมร้ายแรง’ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 219 โดยคดีนี้จะเป็นอำนาจของ ป.ป.ช.ที่จะเป็นผู้พิจารณา หากมีความผิดก็จะส่งศาลฎีกาพิจารณาความผิดต่อไป
ฉากทัศน์ยุบพรรค
เมื่อมติที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พฤติการณ์ของพิธาและพรรคก้าวไกลในเรื่องการแก้ไข 112 เข้าข่ายเป็นการกลั่นเซาะ บ่อนทำลาย เป็นปฏิปักษ์ต่อสถาบันฯ
พรรคก้าวไกล ก็ต้องเผชิญกับวิบากกรรมทางการเมืองอีก 2 คดีที่ส่งสัญญาณอันตรายแก่พรรค และ สส.จำนวนหนึ่ง
1.คดียุบพรรค ฝ่ายตรงข้ามพรรคก้าวไกล จะไปยื่นต่อ กกต. เพื่อให้ กกต.ส่งคำร้องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ยุบพรรคก้าวไกลและตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรค ตาม พ.ร.บ.พรรคการเมือง มาตรา 92 (2) ที่บัญญัติว่า
“หากพรรคการเมืองใดกระทำการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองฯ ให้กกต.ยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งยุบพรรคและและเพิกถอนสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรค”
สำหรับคดีล้มล้างการปกครองที่อาจนำไปสู่การยื่นยุบพรรคก้าวไกล อาจเทียบเคียงกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญในคดีอื่นๆ
เช่นคำวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติ กรณีการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 โดยคำวินิจฉัยตอนหนึ่งระบุว่า
“สภาพการณ์เช่นนี้ ย่อมมีผลให้หลักการพื้นฐานของระบอบประชาธิป ไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของไทยที่ถือว่าพระมหากษัตริย์ทรงราชย์ แต่มิได้ทรงปกครอง ย่อมถูกเซาะกร่อนบ่อนทำลายให้เสื่อมทรามไปโดยปริยาย”
หรือคำวินิจฉัยเกี่ยวกับข้อเสนอการปฏิรูปสถาบันฯ 10 ข้อ ในการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม เมื่อวันที่ 10 ส.ค.2563 ศาลวินิจฉัยว่า
“การแก้ไขรัฐธรรมนูญและกฎหมายดังกล่าว จะส่งผลให้สถาบันพระมหากษัตริย์ไม่อยู่ในสถานะที่เคารพสักการะ อันนำไปสู่การสร้างความปั่นป่วนและกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพที่เกินความพอเหมาะเกินควร โดยมีผลทำให้กระทบกระเทือนหรือเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของรัฐ”
ฉากทัศน์ผิดจริยธรรมร้ายแรง
2.คดีผิดจริยธรรมร้ายแรง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 219 วรรคสอง มาตรา 235
ฝ่ายตรงข้ามพรรคก้าวไกล อาจจะมีการนำคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ระบุถึงพฤติการณ์ของ สส.ก้าวไกล ว่า เซาะกร่อน บ่อนทำลาย หรือเป็นปฏิปักษ์ต่อสถาบันฯ ยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช.ให้เอาผิดพิธา และ สส.พรรคก้าวไกล 44 คน ว่า กระทำการขัดมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรงของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
เนื่องจากมีการเขียนไว้ในข้อ 5 ที่ระบุว่า ต้องยึดมั่นและธำรงไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และข้อ 6 ต้องพิทักษ์ไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์
เทียบเคียงคดีที่ พรรณิการ์ วานิช ถูกร้องกรณีโพสต์ข้อความพาดพิงสถาบันฯ ก่อนที่ ป.ป.ช. จะมีมติเอกฉันท์ชี้มูลเมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2565 ว่า ช่อ พรรณิการ์ ผิดจริยธรรมร้ายแรง ตามมาตรฐานจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญฯ
จากนั้น ป.ป.ช.ยื่นศาลฎีกาวินิจฉัยคดีดังกล่าว กระทั่งศาลฎีกามีคำพิพากษาว่า พรรณิการ์ ผิดฐานฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรงตามกฎหมาย โดยให้ถอนสิทธิรับสมัครเลือกตั้งตลอดไป และไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองอีกต่อไป





นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง




ดราม่าใบ สด.43
ไทม์ไลน์ สส.หนีเกณฑ์ทหาร ขอบคุณเพจ วันนี้ก้าวไกลโกโหกอะไร