‘ร.อ.ธรรมนัส’ สั่งสอบคดี ขู่รีด ‘อธิบดี’ในสังกัด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/567941

27 ม.ค. 2567

‘ร.อ.ธรรมนัส’ สั่งสอบคดี ขู่รีด ‘อธิบดี’ในสังกัด

‘ร.อ.ธรรมนัส’ สั่งสอบด่วน คดีขู่รีดเงิน‘อธิบดี’ในสังกัด ยืนยันไม่เข้าข้างใคร ตระหนักถึงการวางแนวทางป้องกันการทุจริต

ความคืบหน้าคดีการจับกุม นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน หรือ นักเคลื่อนไหวชื่อดัง พร้อมเงินสดที่เก็บเอาในบ้านพักจำนวน 1 ล้านบาท , นายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก ประธานกลุ่มรวมใจรักชาติ และเป็นหนึ่งในคณะทำงานเขตราชการที่ 11 โดยจับกุมได้ในทำเนียบรัฐบาล และจับกุมอดีตผู้สมัครสส.หญิงคนหนึ่ง เมื่อวันที่ 26 ม.ค.67 ในคดีที่ถูกอธิบดีคนหนึ่ง กล่าวหาว่าร่วมกันข่มขู่เรียกเงินจำนวน 3 ล้านบาท ก่อนจะมีการเจรจาต่อรองเหลือเพียง 1.5 ล้านบาท เพื่อแลกกับการยุติเรื่องร้องเรียน เมื่อวันที่ 26 ม.ค.67 ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ประกันตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คนไป วงเงินประกันคนละ 400,000 บาทนั้น

เมื่อวันที่ 27 ม.ค. 67 น.ส.เกณิกา อุ่นจิตร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติรักแผ่นดิน ถูกดำเนินคดีกรณีมีอธิบดีคนหนึ่งในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไปยื่นเรื่องร้องเรียน  ว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และไม่ได้จะเข้าข้างบุคคลในกระทรวงของตัวเอง โดยภายหลังจากที่ ร.อ.ธรรมนัส ได้รับรายงานเกี่ยวกับเรื่องนี้ ได้กำชับให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดทันที ทั้งเรื่องการขู่รีดไถข้าราชการ และการทำงานของราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ พร้อมระบุว่า อะไรผิดก็ว่าไปตามผิด อะไรถูกต้องว่าไม่ตามนั้น ต้องให้ความยุติธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย

น.ส.เกณิกา กล่าวต่อว่า  ร.อ.ธรรมนัส ให้นโยบายหลักในการบริหารงานของกระทรวงฯว่า การทำงานของข้าราชการกระทรวงเกษตรฯต้องทำงานด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และพร้อมรับการตรวจสอบเสมอโดยตระหนักถึงความสำคัญของสถานการณ์การทุจริตในปัจจุบัน เพื่อหาแนวทางในการป้องกันการทุจริต

รทสช. ปลด ‘เจ๋ง ดอกจิก – อดีตสส.หญิง’ ทุกตำแหน่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/567929

27 ม.ค. 2567

รทสช. ปลด ‘เจ๋ง ดอกจิก – อดีตสส.หญิง’ ทุกตำแหน่ง

รทสช. ยืนยัน ปลด ‘เจ๋ง ดอกจิก-อดีตผู้สมัครสส.หญิง’ ทุกตำแหน่ง ชงขับพ้นสมาชิกพรรค ยันพรรคไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง

เจ๋ง ดอกจิกเจ๋ง ดอกจิก

เมื่อวันที่ 27 ม.ค.67 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึงกรณีที่นายยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋งดอกจิก ถูกตำรวจจับกุมตัวที่ทำเนียบรัฐบาล จากการเกี่ยวข้องกับการข่มขู่เรียกเงินจำนวน 3,000,000 บาท จากอธิบดีคนหนึ่งว่า จากกรณีดังกล่าว พรรคฯ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับพฤติกรรมที่ถูกกล่าวหา และขอสนับสนุนให้พิจารณา เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม โดยเจ้าตัวมีสิทธิ์ที่จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง และในกรณีที่มีคำสั่งแต่งตั้งนายเจ๋ง เป็นคณะทำงานนั้น ได้ถูกยกเลิกไปตั้งแต่เดือนธันวาคม 66 แล้ว รวมถึง อดีตผู้สมัคร สส.หญิงของพรรคฯ ก็ถูกยกเลิกทันทีที่ทราบข่าว

นายเอกนัฏ ยังระบุด้วยว่า กรณีที่สมาชิกคนใดไปกระทำความผิด มีหลักฐานชัดเจน กรรมการบริหารฯจะพิจารณาขับออกจากสมาชิกตามข้อบังคับ ซึ่งในกรณีนี้ จะมีการนำเข้าเพื่อพิจารณาในการประชุมกรรมการบริหารในรอบต่อไป

‘สมศักดิ์’ ปลื้มดัชนีรับรู้การทุจริตดีขึ้น ตั้งเป้าติด 1 ใน 20 ภายใรปี 2580

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/567839

25 ม.ค. 2567

'สมศักดิ์' ปลื้มดัชนีรับรู้การทุจริตดีขึ้น ตั้งเป้าติด 1 ใน 20 ภายใรปี 2580

‘รองนายกฯสมศักดิ์’ เผย ดัชนีการรับรู้การทุจริต-ร้องเรียนดีขึ้น ส่งผลปี 65 ไทยอยู่อันดับ 101 เน้นใช้หลักนิติธรรม งบน้อย ผลลัพธ์ดี

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานวันครบรอบการสถาปนา สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. ปีที่ 16 ระบุว่า ป.ป.ท. เป็นหน่วยงานหลักในการบังคับใช้กฎหมายด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ซึ่งมีบทบาทสําคัญในการแก้ไขและป้องกันปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน 

ขณะนี้ถือว่า ป.ป.ท. ทํางานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงทําให้ตัวเลขประเมินดัชนีการรับรู้การทุจริต หรือ CPI ดีขึ้น รวมถึงเรื่องร้องเรียนการทุจริตก็ลดน้อยลง ซึ่งตั้งแต่ปี 2551 จนถึงปัจจุบัน มีสถิติการรับเรื่องร้องเรียน จํานวน 39,903 เรื่อง และมีแนวโน้ม การรับเรื่องร้องเรียนน้อยลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2559 โดยการประเมินสถานการณ์การทุจริต คอร์รัปชันในระดับโลกจากองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ ได้ประเมินดัชนีการรับรู้การทุจริต หรือ CPI จาก 180 ประเทศทั่วโลกโดยใน 2564 ประเทศไทย ได้ 35 คะแนน จัดอยู่ในอันดับ ที่ 110 ของโลก แต่ในปี 2565 ประเทศไทยได้ 36 คะแนน จัดอยู่ในอันดับที่ 101 ของโลก ลดลงมา 9 อันดับ ซึ่งประเทศไทยได้ตั้งเป้าไว้ว่า จะต้องมีคะแนนประมาณ 73 คะแนน หรืออยู่อันดับ 1 ใน 20 ของโลกภายในปี 2576-2580 เพื่อขจัดปัญหาทุจริตคอร์รัปชันให้หมดไป  

นายสมศักดิ์ เทพสุทินนายสมศักดิ์ เทพสุทิน​​​​​​​

'สมศักดิ์' ปลื้มดัชนีรับรู้การทุจริตดีขึ้น ตั้งเป้าติด 1 ใน 20 ภายใรปี 2580

นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า รัฐบาลมีนโยบาย ทั้งด้านการใช้หลักนิติธรรม หรือ Rule of Law ที่เข้มแข็งมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นที่ยอมรับจากนานาประเทศ เพราะการมีหลักนิติธรรมที่น่าเชื่อถือของคนในประเทศ เป็นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทางความคิดและสังคมที่สําคัญ ทําให้ประเทศไทยมีความน่าเชื่อถือ โดยใช้งบประมาณของรัฐน้อยที่สุด แต่ได้ประสิทธิภาพมากที่สุดในการพัฒนาประเทศ และยังมุ่งเน้นการนําเทคโนโลยีเข้ามาใช้ เพิ่มประสิทธิภาพเพื่อให้เกิดความโปร่งใส ขจัดช่องโหว่ในการทุจริต ลดค่าใช้จ่าย และปรับปรุงการ ทํางานของภาครัฐ ให้เป็นรัฐบาลดิจิทัล ทําให้ประชาชนได้รับความสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

“รัฐบาล มีความยินดีที่จะส่งเสริมให้ ป.ป.ท. พร้อมกับหน่วยงานเครือข่าย รณรงค์ให้ความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชน ถึงพิษภัยและความร้ายแรงต่อการเพิกเฉยและปล่อยให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งเป็นเงินงบประมาณ ที่เกิดจากเงินภาษีของพี่น้องประชาชน พร้อมทั้งสนับสนุนให้เกิดการรวมกลุ่มเป็นเครือข่ายในการป้องกัน และเฝ้าระวังการทุจริตคอร์รัปชัน พร้อมแจ้งเบาะแสไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งการดําเนินงานที่สําคัญในการป้องกันและขจัดการทุจริตที่ประชาชนมีส่วนร่วม ซึ่งจะเห็นได้ว่า แม้ ป.ป.ท. จะเป็นองค์กรขนาดเล็ก แต่กลับมีภารกิจและ ความรับผิดชอบครอบคลุมหน่วยงานในภาครัฐทั่วประเทศ เพื่อให้งบประมาณของแผ่นดินถูกใช้อย่างคุ้มค่า ประเทศชาติได้รับการพัฒนาให้เจริญก้าวหน้า ประชาชนอยู่ดีมีสุข จึงปฏิเสธไม่ได้ว่า ป.ป.ท. เป็นองค์กรหลักที่เป็นกลไกของฝ่ายบริหารในการแก้ไขปัญหาการทุจริตของภาครัฐ ตามความคาดหวังของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ” รองนายกรัฐมนตรี กล่าว 

นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า วันที่ 25 มกราคม 2567 ถือเป็นวันคล้ายวันสถาปนาสํานักงาน ป.ป.ท. ครบรอบ 16 ปี และกําลังจะก้าวเข้าสู่ปีที่ 17 ตนขอมอบแนวทางในการดําเนินงาน สําหรับเป็นทิศทางการขับเคลื่อนงานด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตของสํานักงาน ป.ป.ท.ในอนาคต โดยแบ่งเป็นงานสําคัญ 3 ด้าน คือ ป้องกัน ป้องปราม และ ปราบปราม รวมถึงอีกประเด็นสําคัญคือ ร่าง พ.ร.บ. มาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ซึ่งร่างกฎหมายฉบับนี้ เป็นกฎหมายที่สําคัญ เพราะเป็นการเพิ่มอํานาจให้ ป.ป.ท. สามารถตรวจสอบการทํางานของฝ่ายบริหาร เป็นการยกระดับให้ประเทศมีความโปร่งใสมากขึ้น จึงขอให้ ป.ป.ท.เดินหน้าทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อช่วยทำให้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันหมดไป

'สมศักดิ์' ปลื้มดัชนีรับรู้การทุจริตดีขึ้น ตั้งเป้าติด 1 ใน 20 ภายใรปี 2580

พิธา กลับเข้าสภาวันแรก เดินหน้าทำงานต่อลั่นไม่ยึดติดตำแหน่งหัวหน้าพรรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/567823

25 ม.ค. 2567

พิธา กลับเข้าสภาวันแรก เดินหน้าทำงานต่อลั่นไม่ยึดติดตำแหน่งหัวหน้าพรรค

พิธา กลับเข้าสภาวันแรก เปิดใจปมหุ้นสื่อไอทีวีลั่นเป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้ว เดินหน้าทำงานต่อไม่ยึดติดตำแหน่งหัวหน้าพรรคและผู้นำฝ่ายค้าน

หลังจากที่เมื่อวานนี้ 24 ม.ค. 2567 ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยว่าสมาชิกภาพ สส.ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ไม่สิ้นสุดปมถือหุ้นไอทีวี ในวันนี้เวลาประมาณ 10.30 น. นายพิธา เดินทางกลับเข้ามาทำงานต่อที่รัฐสภา ให้สัมภาษณ์ว่า “ไออุ่นที่คุ้นเคย ระยะเวลากว่า 6 เดือนที่ไม่ได้มีการแถลงข่าว”

พิธาพิธา

เสียดายไหม 6 เดือนที่ผ่านมา?

เสียดายที่เป็นรูปธรรมก็คือ โอกาสในการเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งที่ 2 ก็ไม่มีใครบอกได้ว่าผลมันจะออกมาเป็นยังไง หรือครั้งที่ 2 มันดีขึ้นจะมีเป็นครั้งที่ 3 หรือไม่?

เราบริหารจัดการได้ในการพบปะพี่น้องประชาชน และทำงานร่วมกับเพื่อน สส. ตอนเราหยุดปฏิบัตหน้าที่ก็ได้ลงพื้นที่ จ.สมุทรปราการกับภูเก็ต เห็นปัญหาขยะล้นเมืองของทั้ง 2 จังหวัด จะใช้ข้อมูลที่ได้มาจากการประชุมกับผู้นำท้องถิ่นในการอภิปรายในวันพรุ่งนี้ ญัตติของพรรคภูมิใจไทยจากการเห็นมากับตาและเอาข้อมูลมาผสม ข้อมูลงบประมาณ ก็จะใช้ข้อมูลเหล่านั้นมาอภิปรายในเวลา 7 นาที เพราะฉะนั้นก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย

ส่วนภารกิจแรกหลังเข้าทำงานที่สภาฯ จะทักทายพี่น้องที่มาให้กำลังใจ ในวันพรุ่งนี้จะมีการอภิปรายเรื่องขยะ และแถลงแผนงานของพรรคก้าวไกลว่าปีที่จัถึงนี้เป้าหมายเราคืออะไร การปฏิบัติงานคืออะไร ประชาชน สมาชิกจะได้มีส่วนร่วมได้กับการทำงานในปีหน้าของพวกเรา

เรื่องครหาเกี่ยวกับคุกคามทางเพศของคนในพรรคมีแนวทางอย่างไรต่อ?

ยอมรับด้วยความเสียใจ ขอโทษประชาชน ในช่วงเกิดสถานการณ์ไม่ได้หายไปไหนเพียงแต่คุณชัยธวัชเป็นหัวหน้าพรรค ผมไม่อยากเป็นสถาบันที่มีหัวหน้าพรรค 2 คน ก็คอยให้คำปรึกษาในฐานะที่ปรึกษา และได้พูดคุยกันตลอด การป้องการ การแก้ไข รักษาเมื่อเหตุเกิดขึ้นแอคชั่นให้ไว เช่น คุณไอติมที่เป็นโฆษกออกมาชี้แจงเรื่องความเข้าใจผิดใน จ. นนทบุรี เป็นต้น เราต้องเรียนรู้ ปรับปรุงจากความผิดพลาดโดยไม่ได้แก้ตัว ยอมรับว่าต้องพัฒนาอีกเยอะ ประชาชนก็คงสัมผัสได้ถึงพัฒนาการ การเป็นสถาบันการเมืองของเรา

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีโอกาสกลับมาเป็นหัวหน้าพรรค ผู้นำฝ่ายค้านไหม?

ต้องแยกออกเป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งตามกระบวนการคือในการประชุมวิสามัญเมษา ผ่านการคัดเลือกกรรมการบริหารชุดใหม่การนำเสนอในการประชุม สมาชิกบท

ส่วนที่ 2 ผมไม่ได้ยึดติดในตำแหน่ง คุณชัยธวัชก็ทำหน้าที่หัวหน้าพรรคได้ดี ทำงานอย่างแหลมคม แต่ก็แล้วแต่สมาชิก ผมคิดว่าคุณชัยธวัชและผมไม่มีใครยึดติดตำแหน่งทั้งคู่ ส่วนเรื่องเลื่อนการประชุมวิสามัญเผยว่าไม่มีเหตุจำเป็นที่จะต้องเลื่อน เดือนเมษายนเป็นเวลาที่เหมาะสมที่กรรมการบริหารพรรคก้าวไกลครบวาระ 4 ปีก็ต้องเปลี่ยน ก็ต้องแจ้งให้ชัดว่าการประชุมวันนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดีของผม ก็ครบ 4 ปีที่ทำงานมาเวลาผ่านไปเร็วตั้งแต่แถลงกับสื่อมวลชนเมื่อตั้งพรรคก้าวไกล ครบวาระก็ต้องเปลี่ยนว่าแกนนำควรจะเป็นใคร กรรมการบริหารจะเป็นใคร

‘พิธา’ เปิดใจหลัง รอดปมหุ้นไอทีวี พร้อมกลับทำหน้าที่ในสภาฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/567784

24 ม.ค. 2567

‘พิธา’ เปิดใจหลัง รอดปมหุ้นไอทีวี พร้อมกลับทำหน้าที่ในสภาฯ

‘พิธา’ เปิดใจครั้งแรก หลังรอดปมถือหุ้นไอทีวี ลั่นพร้อมกลับไปทำหน้าที่ฝ่ายค้านเชิงรุกในสภาฯ “คิดถึงทุกคน”

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์พิธา ลิ้มเจริญรัตน์เมื่อเวลา 14.50 น. วันที่ 24 ม.ค.67 ที่ศาลรัฐธรรมนูญ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ให้สัมภาษณ์ ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยว่าสมาชิกภาพ สส.ของนายพิธา ไม่สิ้นสุด เนื่องจากมิได้ประกอบกิจการ นสพ.หรือสื่อมวลชนแล้ว ว่า ยังคงทำหน้าที่ปกติเหมือนทุกวัน ทำงานต่อไป โดยต่อไปต้องระมัดระวังเรื่องการสื่อสาร และไม่ให้คลาดเคลื่อนในข้อเท็จจริง ขอดูแผนพรรคก้าวไกลต่อไป จะทำงานเพื่อประเทศชาติในฐานะฝ่ายค้านเชิงรุก จะใช้โอกาสนี้สื่อสารกับพี่น้องประชาชน

นายพิธา กล่าวต่อว่า ส่วนจะเข้าทำหน้าที่ในรัฐสภาเมื่อไหร่นั้น จะหารือกับประธานสภาฯก่อนว่าสามารถเข้าไปได้เร็วแค่ไหน ดูวาระการประชุมไว้แล้วเรื่องขยะท้องถิ่น ตอนหยุดปฏิบัติหน้าที่ไปที่ จ.สมุทรปราการและภูเก็ต ดูเรื่องขยะมาก่อน

“คิดถึงทุกคนและจะรีบกลับไปเสริมทัพ ทำงานกับเพื่อนๆพรรคก้าวไกลทุกคนอย่างแน่นอน” นายพิธากล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าคนยังเรียกว่า “นายกพิธา” รู้สึกอย่างไร นายพิธา กล่าวว่า ตอนนี้ยังเป็นแคนดิเดต นายกรัฐมนตรี ของพรรคก้าวไกลตามลิสต์อยู่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศหลังเสร็จสิ้นการอ่านคำพิพากษา พบว่ากลุ่มประชาชนที่เดินทางมาให้กำลังใจนายพิธา ต่างส่งเสียงแสดงความยินดี

ถอดคำต่อคำ คิมห์ สิริทวีชัย ตอบผู้ถือ ‘หุ้น itv’ ชัด itv ยังทำสื่ออยู่หรือไม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550926

24 ม.ค. 2567

ถอดคำต่อคำ คิมห์ สิริทวีชัย ตอบผู้ถือ 'หุ้น itv' ชัด itv ยังทำสื่ออยู่หรือไม่

ถอดคำต่อคำ คิมห์ สิริทวีชัย ตอบคำถามผู้ถือ ‘หุ้น itv’ ชัด itv ยังดำเนินการเกี่ยวกับสื่อทีวีอยู่หรือไม่ หลังเอกสารบันทึกที่ประชุมไม่ตรงกับคลิปในที่ประชุม

หลังจากที่มีการเปิดเผยคลิปการประชุมผู้ถือ “หุ้น itv” ซึ่งพบว่ารายละเอียดในเอกสารบันทึกการประชุม ไม่ตรงกับการประชุมผู้ถือหุ้นทางออนไลน์ที่มีนายคิมห์ สิริทวีชัย ประธานที่ประชุมในวันนั้น โดยระหว่างการประชุมได้เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นซักถามข้อสังสัย 

สำหรับคลิปการประชุมผู้ถือ “หุ้น itv” ที่เปิดเผยในรายการข่าว 3 มิติ  มีรายะเอียดการตอบคำถามระหว่างประธานที่ประชุมและผู้ถือ “หุ้น itv” ดังนี้

นายคิมห์ สิริทวีชัย อ่านคำถามจาก ภานุวัฒน์ ขวัญยืน มาด้วยตนเอง  โดยนายภานุวัฒน์ ได้ถามคำถามว่า “มีการดำเนินการเกี่ยวกับสื่อหรือทีวีไหมครับ” 

นายคิมห์ สิริทวีชัย ประธานที่ประชุม ตอบว่า “ตอนนี้บริษัทยังไม่มีการดำเนินการใด ๆ รอผลคดีความให้สิ้นสุดก่อนนะครับ”

คำถามที่ 2 จาก นายวิรัตน์ คล่องประกิจ ถามว่า “หากคดีความต่างๆ จบสิ้นเรียบร้อย บริษัทจะมีปันผลไหม บริษัทจะมีแผนดำเนินงานธุรกิจต่อไป จะเข้าตลาดหลักทรัพย์อีกรึเปล่า บริษัทมีแผนชำระบัญชี หรือกิจการอื่นๆ แกผู้ถือหุ้นหรือไม่” 

 
นายคิมห์ สิริทวีชัย ประธานที่ประชุม ตอบว่า  “ผลของคดีเป็นจุดสำคัญที่สุดของบริษัทนะครับ ถ้าผลคดียังไม่ออกมามันเป็นไปได้ยากมากที่เราจะดำเนิการใดๆ กับไอทีวี ณ ขณะนี้ ในอดีตที่ผ่านมาเราได้ว่าจ้างที่ปรึกษาทางการเงินมาดู Option ต่างๆ ก็ยังไม่ได้มีทางเลือกใดๆ ที่เหมาะสม ทั้งหมดทั้งมวลต้องรอผลทางคดี ถ้าผลคดีสิ้นสุดลงแล้วทางบริษัทจะรอผลพิจารราทางที่เหมาะสมให้กับทางผู้ถือหุ้นต่อไป” 
 

ขณะเดียวกันมีการเผยแพร่เอกสารรับรองการประชุม ซึ่งมีในการบันทึกการประชุมมีบางข้อที่ไม่ตรงกับที่นายคิมห์ สิริทวีชัย ประธานที่ประชุมผู้ถือ “หุ้น itv” 

นายภาณุวัฒน์ ขวัญยืน ผู้ถือหุ้นสอบถามว่า “itv มีการดำเนินการเกี่ยวกับสื่ออยู่หรือไม่” 

ประธานในที่ประชุม ตอบว่า “ปัจจุบันบริษัทยังมีการดำเนินกิจการอยู่ ตามวัตถุประสงค์ของบริษัท และมีการส่งงบการเงินและยื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคลตามปกติ” 

เอกสารประชุมผู้ถือหุ้น itv เอกสารประชุมผู้ถือหุ้น itv

‘พิธา’รอด ปมหุ้นไอทีวี ศาลรธน. ชี้ มิได้ประกอบกิจการสื่อแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/567780

24 ม.ค. 2567

‘พิธา’รอด ปมหุ้นไอทีวี ศาลรธน. ชี้ มิได้ประกอบกิจการสื่อแล้ว

‘พิธา’ รอดปมถือหุ้นบริษัทไอทีวี ศาลรธน. ชี้ไอทีวีไม่ได้ประกอบกิจการสื่อ และไม่มีรายได้จากกิจการสื่อแล้วแล้ว

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 24 ม.ค.67 ที่ศาลรัฐธรรมนูญ ประชุมหารือ ลงมติและออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัย ในคดีที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 ว่า สมาชิกภาพ สส. ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.)  สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (6) ประกอบกับมาตรา 98 (3) หรือไม่

จากกรณีถือหุ้นในบริษัทไอทีวี จำกัด (มหาชน) จำนวน 42,000 หุ้น ประกอบกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ อยู่ในวันสมัครรับเลือกตั้ง สส.บัญชีรายชื่อ เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2566 โดยรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 98 (3) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. 2561 มาตรา 42 (3) กำหนดห้ามมิให้ผู้สมัคร สส. “เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ๆ”

โดยนายพิธา หยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. มานานกว่า 6 เดือน นับจากวันที่ 19 ก.ค. 66 ซึ่งเป็นวันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติให้รับคำร้อง “คดีถือหุ้นไอทีวี” ไว้พิจารณา และยังเป็นวันเดียวกับการประชุมรัฐสภาเพื่อลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 เป็นครั้งที่ 2 ด้วย

โดยศาลรัฐธรรมนวินิจฉัยว่า แม้การไต่สวนฟังได้ว่า บริษัทไอทีวีจัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบกิจการสถานทีโทรทัศน์ และสื่อโฆษณา แต่ตั้งแต่ปี 60-65 มีข้อมูลสอดคล้องกันว่า บริษัทไอทีวีหยุดดำเนินกิจการนับตั้งแต่ สปน. บอกเลิกสัญญา ทำให้สิทธิในคลื่นความถี่ของบริษัทไอทีวีกลับมาเป็นของสปน. และบริษัทไอทีวีไม่สามารถดำเนินกิจการได้อีกต่อไป รวมทั้งไอทีวีไม่ได้ฟ้องร้องให้คืนสิทธิคลื่นความถี่แต่อย่างใด

เห็นได้ว่าข้อพิพาทกรณีดังกล่าวหากท้ายที่สุดบริษัทไอทีวีชนะคดี ก็มิๆได้มีผลให้ได้รับคืนคลื่นความถี่และดำเนินกิจการได้อีก

ข้อเท็จจริงสรุปได้ว่าไอทีวีไม่มีสิทธิประกอบโทรทัศน์ตั้งแต่วันที่ 7มี.ค.50 และการที่ยังคงสถานะนิติบุคคลไว้เพื่อดำเนินคดีที่ค้างศาลเท่านั้น นอกจากนี้ไม่มีรายได้จากงานสื่อ

บริษัทไอทีวีไม่ได้ประกอบกิจการเกี่ยวกับสื่อมวลชน ภาพยนตร์ วิดีทัศน์ และสื่อโฆษณา ดังนั้น ณ วันที่ ผู้ถูกร้องสมัครรับเลือกตั้งสส. บริษัทไอทีวีมิได้ประกอบกิจการ นสพ.หรือสื่อมวลชน ทำให้ไม่มีลักษณะต้องห้ามมิให้สมัครรับเลือกตั้งสส.

จึงวินัจฉัยว่า สมาชิกภาพ สส.ของผู้ถูกร้อง ไม่สิ้นสุดลง

‘สุชาติ’ ฟ้อง 3 บิ๊ก DSI ปมหักหัวคิวแรงงาน เชื่อโดนกลั่นแกล้งทางการเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/567774

24 ม.ค. 2567

'สุชาติ' ฟ้อง 3 บิ๊ก DSI ปมหักหัวคิวแรงงาน  เชื่อโดนกลั่นแกล้งทางการเมือง

“เสี่ยเฮ้ง” “ฟ้อง 3 บิ๊ก DSI” กล่าวหา หักหัวคิวแรงงานไปฟินแลนด์ ชี้ คดีส่ง ป.ป.ช.ไปเเล้ว เเต่มาเเถลงย้อนหลัง ศาลนัดฟังคำสั่งชั้นตรวจฟ้อง 6 ก.พ. 2567

24 ม.ค. 2567 ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เขตตลิ่งชัน นายสุชาติ ชมกลิ่น อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อม สส.14 คน เดินทางเข้ายื่นฟ้องต่อศาลฯ กรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ กล่าวหา อดีตรัฐมนตรี 2 คน และผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงแรงงาน 2 คน  รวม 4 คน ในความผิด มาตรา 149 และ 157 หลังพบหลักฐานเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับการค่าหักหัวคิว แรงงานที่ไปเก็บผลไม้ป่าที่ ประเทศฟินแลนด์ จำนวน 12,000 คน ระหว่าง ปี 2563-2566 คนละ 3,000 บาท รวมค่าเสียหาย 36 ล้านบาท

นายสุชาติ เปิดเผยว่า วันนี้มาดำเนินการฟ้อง 3 เจ้าหน้าที่ ดีเอสไอ คือ อธิบดีดีเอสไอ คนก่อน ที่เซ็นเอกสารในขณะนั้น , รักษาการอธิบดีดีเอสไอคนปัจจุบัน , ผอ.กองคดีค้ามนุษย์ ในข้อหา ม.157 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และ ม.200 เป็นเจ้าหน้าที่รัฐกลั่นแกล้งให้รับโทษทางคดีอาญา รวมถึงอีก 7-8 มาตราที่เกี่ยวข้อง

เสี่ยเฮ้ง อดีต รมว.แรงงาน ฟ้อง 3 บิ๊ก DSI ปมหักหัวคิวแรงงานไปฟินแลนด์ เสี่ยเฮ้ง อดีต รมว.แรงงาน ฟ้อง 3 บิ๊ก DSI ปมหักหัวคิวแรงงานไปฟินแลนด์

ทั้งนี้ นายสุชาติ ยืนยันไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว โดยมองว่า การที่ ดีเอสไอ ออกมาแถลงข่าว ส่งผลให้ตนเอง ครอบครัวได้รับความเสียหาย แม้ว่าจะไม่มีการเอ่ยชื่อ แต่ได้พูดว่ารัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งในช่วงปี 2563 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ตนดำรงตำแหน่งอยู่ ทำให้ประชาชนและหลายคนเข้าใจว่าเป็นตน


นายสุชาติ ยังตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมไม่ดูผลงาน สมัยที่ตนดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน แก้ปัญหาให้ประชาชนที่ไปทำงานต่างประเทศมากมายขนาดไหน นายจ้างทั้งหมดไม่ให้โกง ไม่ให้เอาเปรียบลูกจ้าง ซึ่งมีหลักฐานอยู่ที่ธนาคารทั้งหมด และนี่คือสิ่งหนึ่งที่ต้องดูว่า ตนทำงานเพื่อประเทศชาติและบ้านเมือง ซึ่งตนภาคภูมิใจมากเพราะไม่เคยเอาอำนาจหน้าที่ไปกลั่นแกล้งใคร และอยากฝากถึงนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กำกับดูแล กรมสอบสวนคดีพิเศษ ต้องลงมาดู ขอให้หน่วยงานดังกล่าวให้ความเป็นธรรมกับประชาชน ซึ่งวันนี้ที่ตนเองมายื่นเรื่องก็มาในฐานะประชาชนคนหนึ่งต้องปกป้องสิทธิ์มาขอความเป็นธรรมจากศาล

เสี่ยเฮ้ง อดีต รมว.แรงงาน ฟ้อง 3 บิ๊ก DSI ปมหักหัวคิวแรงงานไปฟินแลนด์ เสี่ยเฮ้ง อดีต รมว.แรงงาน ฟ้อง 3 บิ๊ก DSI ปมหักหัวคิวแรงงานไปฟินแลนด์

วันนี้ตนได้นำเอกสารที่รวบรวมมาจำนวนมาก เพราะมีข้าราชการน้ำดีในดีเอสไอ ซึ่งเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมก็ส่งมาให้ ยืนยันว่าไม่ได้กล่าวหาเจ้าหน้าที่ดีเอสไอทั้งหมด ในหน่วยงานมีดี 80-90% แต่ยังมีข้าราชการที่เลวร้าย ทำลายประชาชน คนเหล่านี้ต้องรับโทษและต้องเป็นบทเรียน 

เสี่ยเฮ้ง อดีต รมว.แรงงาน ฟ้อง 3 บิ๊ก DSI ปมหักหัวคิวแรงงานไปฟินแลนด์ เสี่ยเฮ้ง อดีต รมว.แรงงาน ฟ้อง 3 บิ๊ก DSI ปมหักหัวคิวแรงงานไปฟินแลนด์

นายสุชาติ เชื่อว่า การที่ดีเอสไอออกมาแถลงเป็นการ กลั่นแกล้งทางการเมือง เนื่องจากคดีสำคัญที่ประชาชนได้รับผลกระทบกลับไม่แถลง แต่มาแถลงคดีตัวเองที่มีการยื่นสำนวนให้ ป.ป.ช.ไปเมื่อปลายเดือนตุลาคมปีที่แล้ว แต่ยังกลับมาแถลงข่าว ทั้งที่เข้าสู่กระบวนการป.ป.ช.ไปแล้ว

อีกทั้งก่อนหน้านีั ยังไม่เคยมีการเรียกตนเองและบุคคลที่เกี่ยวข้องไปสอบถาม หากมีข้อกล่าวหากับข้าราชการระดับสูงหรืออดีตรัฐมนตรีว่าการ ต้องสอบถามก่อน เพราะหากกล่าวหาไปแล้ว แต่ข้อเท็จจริงไม่ใช่ ใครจะมาชดใช้ในสิ่งที่เขาเสียหาย 

นอกจากนี้ นายสุชาติ ยังยอมรับว่าในช่วงที่ดำรงตำแหน่งเมื่อปี 2563 มีการร้องเรียนเรื่องการเรียกรับสินบนในลักษณะที่ถูกกล่าวหา  และได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงไปแล้ว เป็นบริษัทเอกชนกับเอกชน ซึ่งมองว่าถ้าข้าราชการทำตนจะตั้งคณะกรรมการสอบทำไม

เสี่ยเฮ้ง อดีต รมว.แรงงาน ฟ้อง 3 บิ๊ก DSI ปมหักหัวคิวแรงงานไปฟินแลนด์ เสี่ยเฮ้ง อดีต รมว.แรงงาน ฟ้อง 3 บิ๊ก DSI ปมหักหัวคิวแรงงานไปฟินแลนด์

นายสุชาติ ย้ำว่า หลักฐานที่ตนมี ขอให้ไปเจอกันในสภา ตนจะอภิปรายเองเรื่องในกระบวนการยุติธรรม พร้อมท้าให้ดูหลักฐานที่มีขะชัดเจนขนาดไหน 

“วันนี้ใครทำอะไรไว้ก็ต้องรับผลกรรมแบบนั้น ทุกเรื่องกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างที่เกี่ยวข้องทั้งหมดของหน่วยงาน วันนี้ผมบอกแล้วว่าเจอกันในสภา ซึ่ฃจะส่งทุกอย่างไป ป.ป.ช. ตามที่คุณทำกับผม และดูสิง่าหลักฐานที่ผมมีจะชัดเจนขนาดไหน”  นายสุชาติกล่าว 


ทั้งนี้ ภายหลังยื่นฟ้องต่อศาล ศาลได้รับคำฟ้องเเล้ว นัดฟังคำสั่งชั้นตรวจคำฟ้องในวันที่ 6 ก.พ. 2567 นี้ หลังจากนี้หากศาลมีคำสั่งขอเอกสารเพิ่มเติมก็พร้อมนำมายื่นเเละหากศาลมีคำสั่งรับฟ้องในชั้นตรวจคำฟ้อง ตนก็เตรียมพยานซึ่งเป็นข้าราชการในกรมเเรงงานเเละผู้ที่เคยไปใช้เเรงงานขึ้นไต่สวนในชั้นไต่สวนมูลฟ้องด้วย 

‘พิธา’ ยิ้มแย้ม ถึงศาลรธน. ลั่นไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร จะทำเพื่อประชาชนต่อไป

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/567771

24 ม.ค. 2567

‘พิธา’ ยิ้มแย้ม ถึงศาลรธน. ลั่นไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร จะทำเพื่อประชาชนต่อไป

‘พิธา’ ถึงศาลรธน. สีหน้ายิ้มแย้ม ลั่นไม่ว่าผลคำวินิจฉัย จะเป็นคุณหรือโทษ จะเดินหน้าทำเพื่อประชาชน แถลงโรดแมปพรรคก้าวไกลต่อไป

เมื่อเวลา 12.50 น. วันที่ 24 ม.ค.67 ที่ศาลรัฐธรรมนูญ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.)  เดินทางมาถึงศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อฟังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เวลา 14.00 น. ในคดีที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 ว่า สมาชิกภาพ สส. ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.)  สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (6) ประกอบกับมาตรา 98 (3) หรือไม่

จากกรณีถือหุ้นในบริษัทไอทีวี จำกัด (มหาชน) จำนวน 42,000 หุ้น ประกอบกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ อยู่ในวันสมัครรับเลือกตั้ง สส.บัญชีรายชื่อ เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2566 โดยรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 98 (3) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. 2561 มาตรา 42 (3) กำหนดห้ามมิให้ผู้สมัคร สส. “เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ๆ”

โดยนายพิธา หยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. มานานกว่า 6 เดือน นับจากวันที่ 19 ก.ค. 66 ซึ่งเป็นวันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติให้รับคำร้อง “คดีถือหุ้นไอทีวี” ไว้พิจารณา และยังเป็นวันเดียวกับการประชุมรัฐสภาเพื่อลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 เป็นครั้งที่ 2 ด้วย

ทั้งนี้ นายพิธา ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่า ยังคงรู้สึกมั่นใจในความบริสุทธิ์ของตนเอง ขอขอบคุณประชาชน และสมาชิกพรรค รวมถึง สส.ที่ให้กำลังใจตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา และขอบคุณทีมกฎหมายของพรรคฯ ที่ได้ทำงานอย่างหนักเพื่อแถลงปิดคดี พร้อมยังมั่นใจในคำวินิจฉัยบรรทัดฐานของศาลรัฐธรรมนูญ รวมถึงศาลปกครองที่เคยมีในการเลือกตั้งที่ผ่านมา โดยได้นำข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นทั้งหมด เสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญไปแล้ว 

นายพิธา ยังระบุด้วยว่า ไม่ว่าศาลรัฐธรรมนูญ จะมีคำวินิจฉัยออกมาในทางเป็นโทษ หรือเป็นคุณ พรรคก้าวไกลและตนเอง ก็ได้วางกำหนดการการทำงานไว้ตลอดทั้งปีแล้ว เพื่อแสดงความพร้อมในการทำงานต่อไป ในวันพรุ่งนี้ (25 ม.ค.67) มีกำหนดพบกับแขกต่างประเทศ และในวันเสาร์อาทิตย์ที่จะถึงนี้ มีกำหนดลงพื้นที่ที่ภาคเหนือ จึงขอประชาชนไม่ต้องกังวล

ส่วนหากศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยให้พ้นผิด และยังคงสามารถดำรงตำแหน่ง สส.บัญชีรายชื่อได้อยู่ จะกลับไปปฏิบัติหน้าที่เมื่อใดนั้น นายพิธา ระบุว่า จะต้องรอหารือกับประธานสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้ง เนื่องจากจะต้องรอเอกสารคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่อาจจะต้องแจ้งผลคำวินิจฉัยของศาลฯ ไปยังสภาผู้แทนราษฎรก่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการเดินทางมาฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรนูญของนายพิธา ในวันนี้ มีนายชัยธวัช ตุลาธน ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะหัวหน้าพรรคก้าวไกล เดินทางมาเป็นกำลังใจให้ด้วย และตลอดทางที่นายพิธา เดินเข้าสู่ศาลรัฐธรรมนูญนั้น มีมวลชนมามอบดอกไม้ และสวมกอด ตะโกนให้กำลังใจ “นายกพิธา” ก่อนที่จะเดินเข้าห้องพิจารณาคดี เพื่อรับฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ท่ามกลางมาตรการการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

ลุ้นศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ชะตา ‘พิธา’ คดีหุ้นไอทีวี บ่าย2 วันนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/567751

24 ม.ค. 2567

ลุ้นศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ชะตา ‘พิธา’ คดีหุ้นไอทีวี บ่าย2 วันนี้

ลุ้นศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ชะตา ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ พ้น-ไม่พ้น สมาชิกภาพการเป็น สส. กรณีถือหุ้นไอทีวี บ่ายวันนี้

ลุ้นศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ชะตา ‘พิธา’ คดีหุ้นไอทีวี บ่าย2 วันนี้เมื่อวันที่ 24 ม.ค.67 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศช่วงเช้า ที่ศาลรัฐธรรมนูญ ถนนแจ้งวัฒนะ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย นำแผงเหล็กจำนวนมากมาวางไว้ ป้องกันพื้นที่รอบศาล เนื่องจากวันนี้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ประชุมหารือ ลงมติและออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัย ในคดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่งคำร้องขอให้พิจารณาวินิจฉัยว่า สมาชิกภาพ สส.ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์  อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (6) ประกอบกับมาตรา 98 (3) หรือไม่ โดย กกต.อ้างถึงการถือหุ้นในบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) ซึ่งประกอบกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดใดอยู่ในวันสมัครรับเลือกตั้ง สส.บัญชีรายชื่อ

โดยเมื่อวันที่ 20 ธ.ค.2566 ศาลรัฐธรรมนูญได้ไต่สวนพยาน 3 ปาก ประกอบไปด้วย นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. นายพิธา และนายคิมห์ สิริทวีชัย โดยพยานทั้ง 3 ปาก ได้ตอบข้อซักถามของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและของคู่กรณี คดีเป็นอันเสร็จสิ้นการไต่สวนและศาลนัดฟังคำวินิจฉัยในวันนี้ เวลา 14.00 น.

น.ส.วรรณวิภา ไม้สน สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้โพสต์  X ส่วนตัว แจ้งกำหนดการของนายพิธา ว่า เวลา 12.45 น. นายพิธา จะเดินทางเข้ารับฟังการอ่านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ในคดีหุ้นไอทีวี ด้วยตัวเอง