ยูเนสโกขึ้นทะเบียน’เมืองโบราณศรีเทพ’ เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ของไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/757673

ยูเนสโกขึ้นทะเบียน'เมืองโบราณศรีเทพ' เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ของไทย

ยูเนสโกขึ้นทะเบียน’เมืองโบราณศรีเทพ’ เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ของไทย

วันอังคาร ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2566, 16.13 น.

วันที่ 19 กันยายน 2566 ที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลก (World Heritage Committee) สมัยสามัญ ครั้งที่ 45 ณ กรุงริยาด ซาอุดีอาระเบีย มีมติให้ขึ้นทะเบียนแหล่งเมืองโบราณศรีเทพเป็นมรดกโลก ภายในอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองมรดกโลกทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติ ค.ศ. 1972 (Convention Concerning the Protection of the World Cultural and Natural Heritage หรืออนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก) ขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก (UNESCO) โดยแหล่งเมืองโบราณศรีเทพเป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโกลำดับที่ 7 ของไทย ก่อนหน้านี้ ไทยมีมรดกโลกที่ได้รับการขึ้นทะเบียนแล้ว ๖ แหล่ง ได้แก่ (1) เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร (2) นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาและเมืองบริวาร (3) เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร – ห้วยขาแข้ง (4) แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง (5) ผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ และ (6) กลุ่มป่าแก่งกระจาน

เมืองโบราณศรีเทพตั้งอยู่ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ประกอบด้วยแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม 3 แหล่งที่สัมพันธ์และเกี่ยวข้องกัน คือ เมืองโบราณศรีเทพ โบราณสถานเขาคลังนอก และโบราณสถานถ้ำเขาถมอรัตน์ มีอายุมากกว่า 1,500 ปี และด้วยสภาพภูมิประเทศที่มีความเหมาะสม จึงมีการอยู่อาศัยของมนุษย์มาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน อีกทั้งเป็นเมืองโบราณในวัฒนธรรมทวารวดีที่มีลักษณะโดดเด่นเฉพาะตัว มีผังเมืองที่มีอัตลักษณ์แตกต่างไปจากผังเมืองสมัยทวารวดีทั่วไป และยังมีรูปแบบศิลปกรรมที่โดดเด่น และแตกต่างจากเมืองสมัยทวารวดีในที่อื่น ๆ จนได้รับการยกย่องให้เป็นศิลปกรรมในสกุลช่างศรีเทพ

การขึ้นทะเบียนมรดกโลกครั้งนี้เป็นความภาคภูมิใจของไทยและถือเป็นการสร้างความตระหนักรู้ในระดับสากลต่อคุณค่าและความสำคัญของแหล่งเมืองโบราณศรีเทพในฐานะมรดกโลกทางวัฒนธรรม รวมถึงเป็นจุดเริ่มต้นของการผสานความร่วมมือในการดำเนินงานร่วมกันของภาคส่วนต่าง ๆ ในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู คุ้มครอง และป้องกัน เมืองโบราณศรีเทพให้เป็นแหล่งเรียนรู้และสมบัติของคนรุ่นใหม่และคนทั้งโลกต่อไป

อนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก ค.ศ. 1772 ได้รับการรับรองในที่ประชุมสมัยสามัญของยูเนสโกเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2515 โดยมีแรงบันดาลใจจากการที่นานาประเทศได้ร่วมกันบริจาคเงินกว่า 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่านยูเนสโกให้แก่อียิปต์และซูดาน เพื่อเคลื่อนย้ายและบูรณะวิหาร Abu Simbel ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกน้ำท่วมภายหลังการก่อสร้างเขื่อนอัสวาน ปัจจุบัน มีรัฐภาคี 195 ประเทศ การเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกแสดงถึงความมุ่งมั่นของรัฐภาคีที่จะสงวนรักษาความโดดเด่นทางธรรมชาติและวัฒนธรรมไว้สำหรับคนรุ่นหลัง รวมถึงการสร้างความตระหนักรู้แก่สาธารณชน

ขอบคุณภาพ : สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

‘เพิ่มพูน’มอบนโยบาย ผอ.สพท. ฝากการบ้านผู้บริหารเดินหน้า‘เรียนดี มีความสุข’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/757615

‘เพิ่มพูน’มอบนโยบาย ผอ.สพท. ฝากการบ้านผู้บริหารเดินหน้า‘เรียนดี มีความสุข’

‘เพิ่มพูน’มอบนโยบาย ผอ.สพท. ฝากการบ้านผู้บริหารเดินหน้า‘เรียนดี มีความสุข’

วันอังคาร ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2566, 13.43 น.

‘เพิ่มพูน’มอบนโยบาย‘ผอ.สพท.’ทั่วประเทศ เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง‘เรียนดี มีความสุข’ พร้อมช่วยให้การทำงานง่ายขึ้น เบาขึ้น

19 กันยายน 2566 ที่ศูนย์ประชุม NICE สวนนงนุชพัทยา จังหวัดชลบุรี พล.ต.อ.เพิ่มพูน  ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวมอบนโยบายในการประชุมผู้อำนวยการ และรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ รวมถึงเปิดงาน 2 ทศวรรษ “สานต่อพื้นฐานการศึกษา พัฒนาอนาคตเด็กไทย” โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ให้การต้อนรับ และผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เข้าร่วม ได้แก่ นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) นางเกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการ กพฐ. นายพัฒนะ พัฒนทวีดล รองเลขาธิการ กพฐ. นายธีร์ ภวังคนันท์ รองเลขาธิการกพฐ. รวมถึงผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา จำนวน 245 เขตทั่วประเทศ และผู้ปฏิบัติงานด้านการศึกษาในพื้นที่ รวมทั้งสิ้นกว่า 1,000 คน เข้าร่วมในพิธี

พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าวตอนหนึ่ง ว่า ตนรู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้มาพบกับผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกคนในวันนี้ หลังจากที่ได้พบและพูดคุยผ่านระบบออนไลน์ ในการมอบนโยบาย เมื่อวันที่ 14 กันยายน ที่ผ่านมา นับเป็นโอกาสอันดีที่จะได้สื่อสารนโยบายของศธ.แก่ทุกคนอีกครั้ง ซึ่งถือว่าทุกคนเป็นผู้นำทางการศึกษาในพื้นที่ และถือเป็นโซ่ข้อกลางที่สำคัญ ในการเชื่อมต่อนโยบายสู่การปฏิบัติให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม ทำให้เกิดคุณภาพทางการศึกษา สู่สถานศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยมีเป้าหมายสำคัญสูงสุด คือ ตัวผู้เรียน ในการทำอย่างไรให้ “เรียนดี มีความสุข”

รมว.ศธ. กล่าวต่อว่า ศธ.จึงกำหนดนโยบายเพื่อขับเคลื่อนการศึกษาขั้นพื้นฐาน ใน 3 ด้าน ได้แก่

1. ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง สามารถเรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา (Anywhere Anytime) มีระบบหรือแพลตฟอร์มการเรียนรู้ โดยผู้เรียนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย และลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา (1 นักเรียน 1 Tablet)

2. มุ่งเน้นเรื่องโรงเรียนคุณภาพ ตั้งเป้าที่ 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ โดยทำให้โรงเรียนมีคุณภาพเท่าเทียมกัน เพื่อเป็นการสร้างโอกาสให้กับเด็กในชนบทได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพเท่าเทียมกับเด็กในเมือง

3. ระบบแนะแนวการเรียน (Coaching) และเป้าหมายชีวิต ทำอย่างไรให้เด็กนักเรียนรู้จักตนเอง ในที่นี้หมายถึง รู้จักความถนัดและความสามารถของตน เพื่อจะนำไปสู่การเลือกเรียนในสาขาวิชาต่าง ๆ อย่างเหมาะสม นำพาไปสู่การมีงานทำ มีอาชีพ มีรายได้เลี้ยงดูตนเองและครอบครัวในอนาคต ส่งเสริมการมีรายได้ระหว่างเรียน จบแล้วมีงานทำ (Learn to Earn) โดยเฉพาะกลุ่มเด็กที่อาจจะไม่มีความถนัดทางด้านวิชาการ แต่มีความสามารถและความถนัดทางด้านวิชาชีพ คหกรรม โดยส่งเสริม สนับสนุน ให้สามารถสร้างงาน สร้างอาชีพได้ด้วยตนเอง โดยมีครูผู้สอนเป็นโค้ชแนะแนวทาง พร้อมกับการสร้างเครือข่ายในชุมชนและท้องถิ่น เพื่อแสวงหาพื้นที่ในการประกอบอาชีพหรือหารายได้ระหว่างเรียนให้กับผู้เรียน

“ผมอยากเน้นย้ำนโยบาย “เรียนดี มีความสุข” ทั้งความสุขของนักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา ตลอดจนผู้ปกครองและชุมชน และไม่ใช่แค่ความสุขในปัจจุบันเท่านั้น แต่ยังหมายถึงความสุขในอนาคต  ดังนั้นขอฝากผู้บริหารทุกระดับให้นำนโยบายไปคิดว่า ในภาระหน้าที่ของตนเองจะร่วมกันขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวอย่างไร ทั้งนี้ ในการทำงาน ผมเสมอว่า เมื่อมาเป็นเสมา 1 แล้ว จะต้องไม่เพิ่มภาระให้ใคร แต่จะต้องเข้ามาช่วยให้การทำงานง่ายขึ้น เบาขึ้น ผมและทีมงานจะไม่มาสร้างภาระให้ทุกคน อย่างแน่นอน ทั้งนี้จากการดูกิจกรรมภายในงาน พบว่าปัจจัยความสำเร็จ คือต้องมีหัวใจ ที่จะทำงาน ซึ่งอยากให้ทุกคนไปขับเคลื่อนให้ครูและนักเรียน มีหัวใจที่จะทำงานสอนและเด็กรักที่จะเรียน “ พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าว

ด้านนายอัมพร  พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) กล่าวว่า  รมว.ศธ. ได้เยี่ยมชม นิทรรศการสรุปผลงาน 20 ปีของ สพฐ. โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายเดิมที่ สพฐ.ทำเมื่อปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความปลอดภัย โอกาสทางการศึกษา รวมถึงเรื่องคุณภาพ ประสิทธิภาพ ใน 4 ด้าน  ซึ่งรัฐมนตรีให้ความชื่นชม และได้ขอให้สพฐ.ไปจัดทำสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อจะได้วิเคราะห์และเผยแพร่ให้คนเห็นได้ง่าย นอกจากนี้ รมว.ศธ. ยังย้ำนโยบายลดภาระครู นักเรียนและผู้ปกครอง และตอนท้ายรมว.ศธ. ยังย้ำว่า สิ่งสำคัญ คือ  กระบวนการที่จะนำไปสู่การปฏิบัติ โดยได้ยกประเด็นของ อริยสัจ 4 ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค เน้นในเรื่องของ เหตุ โดยให้ดูว่าเกิดจากอะไร เมื่อรู้สาเหตุแล้วจะมีวิธีแก้อย่างไร ซึ่งจะต้องเรียบง่ายและประหยัด โดยยกตัวอย่างเรื่องความปลอดภัย อาจไม่จำเป็นต้องติดกล้องวงจรปิด แค่รณรงค์ให้เด็ก ไม่เดินคนเดียว ไปไหนมาไหนไปกับเพื่อน ก็จะเพิ่มความปลอดภัยมากขึ้น เป็นต้น

เบิกเนตร‘หยก’!โบว์หวังลึกๆรู้ตัวกลับบ้าน ก่อนไม่เหลือคำว่า‘เด็ก’ให้ใครหาประโยชน์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/757531

เบิกเนตร‘หยก’!โบว์หวังลึกๆรู้ตัวกลับบ้าน ก่อนไม่เหลือคำว่า‘เด็ก’ให้ใครหาประโยชน์

เบิกเนตร‘หยก’!โบว์หวังลึกๆรู้ตัวกลับบ้าน ก่อนไม่เหลือคำว่า‘เด็ก’ให้ใครหาประโยชน์

วันอังคาร ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2566, 08.42 น.

เบิกเนตร‘หยก’!โบว์หวังลึกๆรู้ตัวกลับบ้าน ก่อนไม่เหลือคำว่า‘เด็ก’ให้ใครหาประโยชน์ ไม่มีคำว่า‘เด็ก’เป็นเกราะคุ้มกันอีกต่อไป

19 กันยายน 2566 น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ พิธีกรรายการวิเคราะห์ข่าว และนักกิจกรรมเพื่อสิทธิมนุษยชน โพสต์ทวิตเตอร์ Bow Nuttaa Mahattana ระบุว่า…

“แทนที่ บุ้ง จะสนับสนุนให้ หยก กลับบ้าน บุ้งกลับสนับสนุนให้หยกออกจากบ้าน แล้วย้ายมาอยู่กับตัวเอง และเปิดบัญชีบริจาคให้คนโอนเงินสนับสนุนกิจกรรมของกลุ่มทะลุวัง เพื่อจะป่วนไปทั่ว สะสมคดีความ ดับอนาคต .. อีกสองสามปีหยกก็จะบรรลุนิติภาวะ ไม่มีคำว่าเด็กเป็นเกราะคุ้มกันอีกต่อไป ในวันที่คดีความของบุ้งสิ้นสุดและเดินเข้าคุก .. หวังว่าหยกจะรู้ตัว กลับบ้าน หรือยอมเข้ากระบวนการช่วยเหลือของรัฐ ไม่ใช้คำว่าเด็กสิ้นเปลืองเกินไปจนหมดเวลา

ถ้าหยกอายุต่ำกว่า 9 ปี รัฐจะสามารถดำเนินคดีพ่อแม่ข้อหาทอดทิ้งบุตรได้ แต่เมื่ออายุเกิน 9 ปี กระบวนการช่วยเหลือจึงซับซ้อนกว่านั้น และยากขึ้นไปอีกเมื่อเด็กไม่ให้ความร่วมมือ จนถึงยากที่สุดเมื่อมีกลุ่มการเมืองคอยจับผิดและพร้อมจะมีปัญหากับหน่วยงานรัฐ ในขณะที่มีเด็กอีกมากมายที่ต้องการและสมควรได้รับการช่วยเหลือและทุ่มเททรัพยากร

ความร่วมมือของหยกเองซึ่งเป็น “นางสาว” แล้วไม่ใช่ “เด็กหญิง” จึงเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งในการคลี่คลายปัญหาด้วย แต่ที่ผ่านมา หยก ปฏิเสธทุกอย่าง เพราะมีแนวร่วมและกลุ่มการเมืองคอยทำให้เขาเชื่อว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่นั้นคือความกล้าหาญที่น่ายกย่อง … แต่สุดท้ายคนที่จะต้องรับผลของการตัดสินใจเลือกนั้นคือตัวหยกเอง และโดยลำพัง ในวันที่ไม่เหลือคำว่าเด็กไว้ให้ใครหาประโยชน์อีกต่อไป”

โต้จัดฉาก!‘หยก’เหวี่ยงกลับที่โรงเรียน-สังคมทำ อันไหนรุนแรงหยาบคายกว่ากัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/757530

โต้จัดฉาก!‘หยก’เหวี่ยงกลับที่โรงเรียน-สังคมทำ อันไหนรุนแรงหยาบคายกว่ากัน

โต้จัดฉาก!‘หยก’เหวี่ยงกลับที่โรงเรียน-สังคมทำ อันไหนรุนแรงหยาบคายกว่ากัน

วันอังคาร ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2566, 08.18 น.

ว้าวุ่นหนัก!‘หยก’โต้จัดฉาก เหวี่ยงกลับที่โรงเรียน-สังคมทำ อันไหนรุนแรงหยาบคายกว่ากัน ยัน‘บุ้ง’ไม่ได้บังคับ

19 กันยายน 2566 เฟซบุ๊ก Thanalop Phalanchai ของ “หยก” สมาชิกกลุ่มทะลุวัง โพสต์ข้อความเมื่อวันที่ 18 ก.ย.66 ระบุว่า…

วันนี้หนูนั่งที่เดิมตรงที่เคยมีนักสิทธิมนุษยชนไปโพสต์ว่าหนูจัดฉาก แล้วคุณสรยุทธเอาวิดิโอตัวสั้นตัดมาไม่นานมาลง มีเสียงพี่บุ้งบอกให้หนูเขียนข้อความ

ข้อความที่พี่บุ้งบอกหนูคิดมาแล้วว่าจะเขียนถ้าครูปฏิเสธ แต่ถ้าใครดูตัวเต็มวิดิโอ จะเห็นเหตุการณ์ที่แตกต่าง มันเริ่มจากหนูเขียนกระดาษเสียไปหลายใบเพราะลายมือไม่สวยซะที จนพี่บุ้งบอกหนูว่าหนูต้องเขียนข้อความสี่คำนี้แบบไหน เว้นวรรคยังไงถึงจะชัด โดยหนูบอกว่าลายมือไม่สวย ๆ พี่บุ้งก็มาช่วย

ที่จริงถ้ากล้องหน้าโรงเรียนมีครบน่าจะมีให้ดูตอนที่พี่บุ้งบอกให้กลับบ้านด้วย แต่หนูตอบว่าไม่ แต่หลายๆครั้งกล้องไม่ลงตัวเต็มหนูก็ไม่รู้เหมือนกันว่ากล้องของใครและตัดมาทำไมเท่านี้

เรื่องที่มีนักสิทธิมนุษยชนมาโพสต์ให้สังคมเข้าใจว่าหนูจัดฉากก็เหมือนกัน จริงๆแล้วหนูก็นั่งจริงๆนั่นแหละแต่นั่งในห้องประชาสัมพันธ์ แล้ววันนั้นพอจะถ่ายรูปหนูก็เลยออกมาถ่ายเป็นเชิงสัญลักษณ์เนื่องจากไม่สามารถถ่ายภายในห้องนั้นได้เพราะคุณครูไม่อนุญาตให้พี่ๆนักข่าวถ่ายรูปในห้องประชาสัมพัทธ์ แต่การนั่งเพื่อประท้วงโดยสันติแต่ถูกเมินเฉยของหนูยังคงมีต่อไปเรื่อยๆ ตอนนี้คิดว่าจะไม่นั่งข้างในห้องประชาสัมพันธ์แล้ว ถึงพี่บุ้งจะยังเป็นห่วงเรื่องสุขภาพ

เรื่องของหนูหนูเข้าใจว่าหลายคนไม่เห็นด้วย ไม่ว่าจะเพราะไม่ชอบพี่บุ้ง หรือเพราะอะไร แต่หนูเป็นคนที่ขอมาอยู่กับพี่เขาสมัครใจที่อยู่กับพี่เขาและที่สำคัญเค้าไม่ได้บังคับหนู แต่ทุกคนไม่เคยมีใครมาถามหนูสัมภาษณ์หนูเหมือนกันว่าเรื่องจริงคืออะไร แต่มีแต่เอาคลิปวิดิโอไม่กี่วินาทีมาลง

หนูไม่แน่ใจว่า ที่โรงเรียน พวกคุณ สังคมทำ

กับที่หนูทำอันไหนรุนแรงดูหยาบคายกว่ากัน

ม.สวนดุสิต สุพรรณบุรี ร่วมมือวิชาการเอกชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/757445

ม.สวนดุสิต สุพรรณบุรี ร่วมมือวิชาการเอกชน

ม.สวนดุสิต สุพรรณบุรี ร่วมมือวิชาการเอกชน

วันอังคาร ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.วรานี เวสสุนทรเทพ รองอธิการบดีฝ่ายวิทยาเขตสุพรรณบุรี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ร่วมกับ นายวีระ ตั้งวุทฒิไกรวิทย์ ประธานหอการค้าจังหวัดสุพรรณบุรี และ นางสาวราชพฤกษ์ อุบลศรี ผู้อำนวยการเขตศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์สุพรรณบุรี ร่วมลงนามความร่วมมือทางวิชาการเชิงบูรณาการ เพื่อดำเนินงานเพื่อทำงานเชิงรุกในการบูรณาการด้านการศึกษา ด้านการท่องเที่ยวและด้านการเกษตรปลอดภัย ณ โรงแรมสองพัน จังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อเร็วๆ นี้

มมส. และมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ มอบถุงพระราชทานฯ นักเรียนทุน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/757450

มมส. และมูลนิธิราชประชานุเคราะห์  มอบถุงพระราชทานฯ นักเรียนทุน

มมส. และมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ มอบถุงพระราชทานฯ นักเรียนทุน

วันอังคาร ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส.) จัดพิธีมอบถุงพระราชทานและเยี่ยมติดตามผลนักเรียนทุนพระราชทาน เพื่อการศึกษาสงเคราะห์จังหวัดมหาสารคาม มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.ประยุกต์ ศรีวิไล อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมงาน นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ในนามประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ประจำจังหวัดมหาสารคาม เป็นประธานในพิธีมอบถุงพระราชทานให้แก่นักเรียนทุนพระราชทานเพื่อการศึกษาสงเคราะห์ มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่กำลังศึกษาอยู่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม จำนวน 16 ราย ณ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

ปัจจุบันมีนักเรียนและนิสิตนักศึกษาที่ได้รับทุนพระราชทานเพื่อการศึกษาสงเคราะห์ จากมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ 28 ราย เป็นนักเรียนเรียนดีจากโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 22 ราย และเด็กกำพร้าที่บิดาหรือมารดาเสียชีวิตจากสาธารณภัยและภัยพิบัติต่างๆ6 ราย

ซี-วิท เสริมวิตามินซีเด็กนักเรียน และมอบอุปกรณ์กีฬาทั่วประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/757446

ซี-วิท เสริมวิตามินซีเด็กนักเรียน  และมอบอุปกรณ์กีฬาทั่วประเทศ

ซี-วิท เสริมวิตามินซีเด็กนักเรียน และมอบอุปกรณ์กีฬาทั่วประเทศ

วันอังคาร ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ซี-วิท (C-vitt) ผนึกกำลังมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทยและมูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทยฯ สานต่อโครงการ “C-vitt สู่อนาคตที่สดใส ไปด้วยกันปีที่ 2” มอบ ซี-วิท มินิ 1,281,600 กล่อง ให้เด็กไทยกว่า 5 หมื่นคนในพื้นที่ 250 โรงเรียนทั่วประเทศ พร้อมนำร่อง 9 โรงเรียนห่างไกล ได้ดื่มวิตามินซีทุกวัน ตั้งเป้าภายในปี 2025 จะช่วยให้เด็กไทยทั่วประเทศมีสุขภาพร่างกายและจิตใจที่ดีขึ้นกว่า 2 แสนคนพร้อมมอบอุปกรณ์กีฬาให้นักเรียนกว่า 47,000 คน และได้นำทีมพนักงานลงพื้นที่ทำกิจกรรมให้ความรู้เรื่องวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกาย เพื่อสุขภาพร่างกายที่ดีขึ้น แข็งแรง สดใส เจ็บป่วยน้อยลง

นอกจากนี้ กิจกรรมครั้งนี้ ยังเป็นการสานต่อและยกระดับการสนับสนุนด้านสุขภาพของเยาวชนในมูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทยฯ กว่า 700 คน ที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเด็กโสสะทั้ง 5 แห่งทั่วประเทศไทย ได้แก่ บางปู สมุทรปราการ, หาดใหญ่ สงขลา, หนองคาย, เชียงราย และภูเก็ต

จุฬาฯ ร่วมมือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พัฒนาวิชาการอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/757449

จุฬาฯ ร่วมมือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  พัฒนาวิชาการอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

จุฬาฯ ร่วมมือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พัฒนาวิชาการอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

วันอังคาร ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์  กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการเพื่อสนับสนุน ส่งเสริม และร่วมกันออกแบบกระบวนการเรียนรู้ตลอดชีวิต พัฒนาหลักสูตรและการจัดอบรมองค์ความรู้ด้านอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการพัฒนาบุคลากรทุกภาคส่วนให้มีความรู้และความสามารถรับมือกับความเสี่ยงและภัยคุกคามจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนทางวิชาการ อาทิ การสร้างและพัฒนารายวิชาศึกษาทั่วไป การสร้างและพัฒนากิจกรรมเสริมหลักสูตรการศึกษาทั่วไประยะสั้น การผลิตสื่อการสอน การผลิตชุดกิจกรรมรวมถึงการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ ฯลฯ สนับสนุนการดำเนินงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อสร้างความรอบรู้ด้านอาชญากรรมทางเทคโนโลยีแก่นักเรียน นิสิตนักศึกษา และประชาชนที่สนใจ  เมื่อวันก่อน ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาฯ กล่าวว่า เทคโนโลยีออนไลน์สามารถทำให้เราเข้าถึงความรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา จุฬาฯ มีระบบเครดิตแบงก์ เมื่อเข้ามาเรียนรู้และผ่านการทดสอบแล้ว จะมีการเก็บเป็นหน่วยกิตสะสมไว้ในธนาคารหน่วยกิตของจุฬาฯ หลักสูตรจากความร่วมมือในครั้งนี้จะเผยแพร่ผ่านจุฬาฯ นิวรอน (Chula Neuron) ซึ่งเป็นระบบคลังความรู้ดิจิทัลของศูนย์การศึกษาทั่วไปของจุฬาฯ โดยนิสิต นักศึกษาและประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงระบบนี้ได้ ความร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกคนในการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และการรู้เท่าทันกลโกงในโลกออนไลน์มากขึ้น สามารถหาวิธีป้องกันและรับมือกับภัยทางด้านอาชญากรรมทางดิจิทัลเทคโนโลยีได้เป็นอย่างดี

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงความสำคัญและความจำเป็นของความรู้เกี่ยวกับอาชญากรรมทางไซเบอร์ในการสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชนไม่ถูกหลอกลวง และเพื่อป้องกันตนเอง เนื่องจากคดีออนไลน์เป็นภัยคุกคามที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ริเริ่มตั้งคณะทำงานวัคซีนไซเบอร์ โดยมีคณาจารย์จุฬาฯ ร่วมเป็นคณะทำงานด้วย ความร่วมมือทางวิชาการระหว่างจุฬาฯ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติในครั้งนี้จะเป็นแนวทางในการเผยแพร่หลักสูตรความรู้ในเชิงวิชาการด้านอาชญากรรมทางไซเบอร์แก่นิสิตนักศึกษาและประชาชน    

ผศ.ดร.สุวิธิดา จรุงเกียรติกุล ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาทั่วไป จุฬาฯ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาศูนย์การศึกษาทั่วไป จุฬาฯ ได้จัดกิจกรรมภายใต้ธีม “สร้างเสริมภูมิคุ้มกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี The series” ผ่านกิจกรรมเสริมหลักสูตรการศึกษาทั่วไประยะสั้น (CUVIP) 2 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรม “รู้ทันกลโกงหลอกลวงบนโลกออนไลน์” เพื่อให้ผู้เรียนได้รู้จักและเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ โดยเน้นเรื่องการรู้ทันกลโกง 18 รูปแบบจากมิจฉาชีพ โดยเปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษา และผู้สนใจเข้ามาเรียนได้ฟรี พร้อมทั้งรับประกาศนียบัตรหลังจบหลักสูตร นอกจากนี้ได้นำกิจกรรมดังกล่าวไปเป็นส่วนหนึ่งในการเรียนการสอนผ่านแพลตฟอร์ม Chula Neuron ในรายวิชาการเรียนรู้เพื่อชีวิต (Learningfor Life) นอกจากนี้ยังจัดกิจกรรม “สตรีกับการปกป้องตนเองจากภัยรอบตัว” ซึ่งเป็นหลักสูตร CUVIP โดยความร่วมมือระหว่าง CUVIP กับสมาคมสตรีอุดมศึกษาแห่งประเทศไทยฯสมาคมนักเรียนเก่าราชินีฯ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ในอนาคต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีโครงการการพัฒนาหลักสูตรร่วมกัน อาทิ รายวิชาศึกษาทั่วไป จำนวน 3 หน่วยกิต มีเนื้อหาเกี่ยวกับความรู้ด้านอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (Cyber Security) รวมถึงการพัฒนาบุคลากรทุกภาคส่วน และมีการนำกรณีศึกษาที่เกิดขึ้นจริงมาเป็นบทเรียน โดยมีรูปแบบการเรียนการสอนเป็น Blended Learning บนแพลตฟอร์ม Chula Neuron กลุ่มผู้เรียนจะมีทั้งนิสิตจุฬาฯ และบุคคลทั่วไป ความร่วมมือกันในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกฝ่ายในการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี การรู้เท่าทันกลโกงในโลกออนไลน์มากขึ้น รวมถึงวิธีการป้องกันและรับมือสถานการณ์อันตรายต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันผ่านการพัฒนาหลักสูตรและกิจกรรมการเรียนรู้ที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต

ม.ศรีปทุมจัดงานวันเกิดอธิการบดี ไถ่ชีวิตโค-กระบือ และถวายปัจจัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/757444

ม.ศรีปทุมจัดงานวันเกิดอธิการบดี  ไถ่ชีวิตโค-กระบือ และถวายปัจจัย

ม.ศรีปทุมจัดงานวันเกิดอธิการบดี ไถ่ชีวิตโค-กระบือ และถวายปัจจัย

วันอังคาร ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.รัชนีพร พุคยาภรณ์ พุกกะมาน อธิการบดี มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) จัดพิธีทำบุญอายุวัฒนมงคล ถวายจตุปัจจัยไทยธรรม และถวายภัตตาหารเพล แด่พระภิกษุสงฆ์เนื่องในวันคล้ายวันเกิด เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2566 จากนั้นได้นำคณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร นักศึกษาร่วมทำพิธีไถ่ชีวิตโค-กระบือ จำนวน 31 ตัว พร้อมด้วยเงินบริจาคร่วมทำบุญ จำนวน 841,254.99 บาท เพื่อนำไปมอบให้กับเกษตรกร ณ มหาวิทยาลัยศรีปทุม บางเขน กรุงเทพมหานคร

ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ ดร.รัชนีพร พุคยาภรณ์ พุกกะมาน อธิการบดี และผู้มีจิตศรัทธาร่วมไถ่ชีวิตโค-กระบือไปแล้วทั้งสิ้น 735 ตัว จากนั้นมีกิจกรรมบิ๊กเซอร์ไพรส์วันคล้ายวันเกิด ด้วยโชว์จากนักศึกษาและบุคลากร และของขวัญเซอร์ไพรส์ Clip อวยพรจากคุณแม่ ดร.มาลินี พุคยาภรณ์

ม.วลัยลักษณ์ เปิดศูนย์ฯ High Scope นำร่องแห่งแรกของภาคใต้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/757447

ม.วลัยลักษณ์ เปิดศูนย์ฯ High Scope  นำร่องแห่งแรกของภาคใต้

ม.วลัยลักษณ์ เปิดศูนย์ฯ High Scope นำร่องแห่งแรกของภาคใต้

วันอังคาร ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลไทยบุรี เปิด “ศูนย์สาธิตการจัดการเรียนรู้แบบ High Scope ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กนำร่องแห่งแรกของภาคใต้” ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กวัดโคกเหล็ก องค์การบริหารส่วนตำบลไทยบุรี อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อยกระดับขีดความสามารถและปิดช่องว่างทางการศึกษาของเด็กปฐมวัยในท้องถิ่น ด้วยการจัดการเรียนการสอนแบบ “High Scope” โดยมี นายปราโมทย์ ศรีวิสุทธิ์ ท้องถิ่นจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานเปิดงานผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อมรศักดิ์ สวัสดี ผู้อำนวยการศูนย์บริการวิชาการม.วลัยลักษณ์ และนายเกรียงศักดิ์ ผดุงกาญจน์ นายกองค์การบริหาร ส่วนตำบลไทยบุรี อาจารย์ ดร.พงศ์พันธุ์ คำพรรณ์ หัวหน้าสาขาวิชาครุศาสตร์ สำนักวิชาศิลปศาสตร์ ม.วลัยลักษณ์ พร้อมด้วยคณะครู อาจารย์ บุคลากรในพื้นที่และผู้ปกครองร่วมงาน เมื่อกลางเดือนกันยายน

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อมรศักดิ์ สวัสดี ผู้อำนวยการศูนย์บริการวิชาการ ม.วลัยลักษณ์ กล่าวว่า การเป็น “ศูนย์สาธิตการจัดการเรียนรู้แบบ High Scope ในครั้งนี้ เป็นแห่งแรกของภาคใต้ เพื่อยกระดับขีดความสามารถและปิดช่องว่างผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของเด็กปฐมวัยในท้องถิ่นด้วยการจัดการเรียนการสอนแบบ “High Scope” สร้างความรู้ความเข้าใจและการยอมรับการพัฒนาของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กต้นแบบ โดยจัดทำ Pilot project นำร่อง ตามแนวทางของโครงการด้วยกระบวนการอบรมและศึกษาดูงาน พร้อมทั้งทดลองดำเนินการจัดกิจกรรมการสอนตามแนวทาง High scope มีการเก็บข้อมูล การสำรวจสถานการณ์เด็กปฐมวัยในจังหวัดนครศรีธรรมราช ผ่านแบบสำรวจความพร้อมในการเข้าสู่ระบบการศึกษา

จากผลการดำเนินงาน ทำให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กวัดโคกเหล็ก ผ่านการประเมินด้วยผลคะแนนกว่าร้อยละ 95 จากผู้ประเมินศูนย์อบรม High Scope ต้นแบบ “ไรซ์ไทยแลนด์” โรงเรียนสมานคุณวิทยาทาน อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และเกิดผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา มีทักษะ Executive Functions : EF หรือทักษะสมองเพื่อจัดการชีวิตให้สำเร็จเพิ่มขึ้นร้อยละ 40 นับเป็นการบูรณาการความร่วมมือที่นำมาสู่ผลงานเชิงประจักษ์ด้านการส่งเสริมการศึกษาและพัฒนาการของเด็กปฐมวัยในท้องถิ่น และยังสอดคล้องกับตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ Sustainable Development Goals (SDGs) เป้าหมายที่ 4 ความเสมอภาคทางการศึกษาอีกด้วย

“การจัดการเรียนการสอนแบบ “High Scope” เป็นการสอนที่เน้นการเรียนรู้จากการลงมือทำผ่านการเล่น และสื่อกิจกรรมที่เหมาะสม
กับพัฒนาการตามวัยของเด็ก พร้อมเสริมสร้างทักษะการแก้ปัญหาและให้โอกาสเด็กมีความคิดริเริ่มในการออกแบบการเล่นได้ด้วยตัวเองอย่างอิสระ ตามทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของเปียเจต์ นักการศึกษาคนสำคัญของโลก ซึ่งการสร้างองค์ความรู้ของผู้เรียนเป็นพื้นฐานที่สำคัญ โดยเฉพาะการเรียนรู้แบบลงมือทำ (Active Learning) ทำให้เด็กได้เรียนรู้จากประสบการณ์โดยตรง สร้างกระบวนการคิดและความเข้าใจมีองค์ความรู้และทักษะการแก้ปัญหาด้วยตนเอง” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อมรศักดิ์ กลาว