‘Robotics for EVENT’ ก้าวที่กล้าของ‘FIBO’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/741584

‘Robotics for EVENT’ ก้าวที่กล้าของ‘FIBO’

‘Robotics for EVENT’ ก้าวที่กล้าของ‘FIBO’

วันพุธ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ในทุกการจัดงาน EVENT หรือมหกรรมต่างๆ นั้น “Showcase” คือหนึ่งในกิจกรรมที่จะสามารถใช้ประชาสัมพันธ์งาน รวมถึงเพิ่มความน่าสนใจให้กับงานที่จัดขึ้นได้เป็นอย่างดีล่าสุดในงาน “TEP x OIIO Asia Techland 2023” ที่นำเสนอความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ นวัตกรรมล้ำสมัยและโซลูชั่นแห่งอนาคตนั้น Showcase ของ “FIBO” สถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) นับเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของงานนี้ได้เช่นกัน

ฉัตรปวีณ์ ตรีชัชวาลวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทโซเชียลแล็บ จำกัด ในฐานะผู้จัดงานกล่าวว่า เนื่องจากธีมงานของเราในครั้งนี้ เป็นการสร้างพื้นที่ให้กับผู้คิดค้นหรือสร้างเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่อาจจะยังไม่สำเร็จ 100% ได้มาพบกับผู้ประกอบการหรือนักลงทุน ซึ่งหนึ่งในทิศทางของนวัตกรรมและเทคโนโลยียุคต่อไป คือการเข้าไปสร้างความน่าสนใจและมีจุดขายให้กับ Soft Power ต่างๆ ซึ่ง FIBO ได้ทำให้เห็นตัวอย่างของการนำเทคโนโลยีด้านหุ่นยนต์หรือระบบอัตโนมัติ มา Matching กับธุรกิจด้านอาหาร ซึ่งเป็นหนึ่งใน Soft Power ของประเทศไทย

บางตัวอย่างของผลงาน เช่น “Ice-creme Robot : หุ่นยนต์เสิร์ฟไอศกรีม” คือแขนกลที่ถูกติดตั้งอยู่บนรถกระบะที่ดัดแปลงเป็นร้านขายไอศกรีม หรือ Food trucks โดยมีมอเตอร์ควบคุมให้ขยับหรือหมุนแขนแต่ละส่วน เพื่อให้ปลายของแขนกลที่จับโคนไอศกรีมสามารถเคลื่อนแขนไปรับเนื้อไอศกรีมที่ไหลออกจากเครื่องหยอดที่ตั้งอยู่ภายใน แล้วนำไอศกรีมโคนกลับมาส่งให้กับลูกค้าที่ยืนรอด้านหน้าได้อย่างแม่นยำ โดยขั้นตอนทั้งหมดใช้เวลาเพียง 40 วินาทีเท่านั้น

ธัชภูมิ ธัชธัน นักศึกษา FIBO ชั้นปีที่ 4 เล่าถึงแนวคิดและการพัฒนาหุ่นยนต์แขนกลที่ใช้เวลาในพัฒนาเพียง 7 วัน ว่า เนื่องจากท้ายรถกระบะมีพื้นที่จำกัด จึงเลือกใช้แขนกล มาเป็นอุปกรณ์หลักของงานชิ้นนี้ เพราะเมื่อเรากำหนดจุดหรือตำแหน่งที่มอเตอร์แต่ละตัวต้องขยับในแต่ละขั้นตอนของการทำงานได้อย่างถูกต้องเข้าไปในโปรแกรม แขนกลก็จะทำงานไปตามระบบที่ตั้งไว้โดยอัตโนมัติ ซึ่งจากการที่ตนและเพื่อนผ่านงานเขียนโปรแกรมบังคับแขนกลของโรงงานมาแล้ว จึงได้รับมอบหมายให้ทำงานชิ้นนี้ ด้วยการใช้แขนกลในห้องปฏิบัติการของ FIBO มาติดตั้งกับรถกระบะ และเคลื่อนไหวด้วยโปรแกรมที่เราสร้างขึ้นเพื่อภารกิจนี้

สุทธิเดช ธุวะศรี เจ้าของแบรนด์ไอศกรีม “ดูคาติม” กล่าวว่า การที่นักศึกษาสามารถนำแขนกลที่ใช้เพื่อการเรียนในห้องปฏิบัติการมาพัฒนาให้เสิร์ฟไอศกรีมบนรถกระบะที่มีพื้นที่แคบได้ในเวลาเพียงสั้นๆ เช่นนี้ ทำให้มองไปถึงความเป็นไปได้การนำชิ้นงานนี้ไปใช้กับธุรกิจไอศกรีมของตนเอง โดยน้องๆ บอกว่า หากมีเวลามากกว่านี้ก็จะสามารถพัฒนาเป็นระบบสมบูรณ์ได้มากขึ้น ซึ่งทางบริษัทเองก็มองไปถึงการนำระบบแขนกลมาใช้ทำงานทุกขั้นตอนโดยอัตโนมัติ เพียงกดสั่งและชำระเงินผ่านตัวเครื่องหรือแอปพลิเคชั่นบนมือถือ ก็ยืนรอรับไอศกรีมได้เลย ซึ่งต่อไปหากเราสามารถพัฒนาตรงนี้ร่วมกับ FIBO ก็คาดว่าน่าจะสำเร็จได้ในเวลาไม่เกินครึ่งปี

“Noodle Robot : หุ่นยนต์ลวกก๋วยเตี๋ยว” เป็นอีกรูปแบบของการต่อยอดให้กับอาหารไทยด้วยเทคโนโลยีหุ่นยนต์ได้อย่างน่าสนใจ โดยหลังจากลูกค้าเลือกเมนูที่ต้องการแล้ว แขนกลของหุ่นยนต์จะยืดไปหยิบตะกร้อซึ่งใส่เส้นแล้วนำไปลวกในหม้อ ก่อนนำมาเทในชามที่เตรียมไว้เป็นลำดับแรก จากนั้นตัวแขนกลก็จะไปหยิบตะกร้อที่ใส่ลูกชิ้น ผักบุ้ง และอื่นๆ มาลวกในหม้อก๋วยเตี๋ยวตามเวลาที่กำหนดไว้ ก่อนยกขึ้นมาและเทลงไปในชาม เพื่อส่งให้ลูกค้าต่อไป

ผลงานชิ้นนี้เป็นการจับคู่กันระหว่าง ร้านก๋วยเตี๋ยวนายอ้วน กับ บริษัท แอนท์ โรโบทิกส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัท System Integrator โดยเจ้าของบริษัทคือ โชคชัย เป็งยะสา ศิษย์เก่าปริญญาโท FIBO เล่าว่า ใช้เวลาการสร้างเพียง 8 วัน ซึ่งโจทย์ของงานนี้คือการนำศาสตร์ด้านต่างๆ ที่เกี่ยวกับการพัฒนาหุ่นยนต์ที่ FIBO สอนอยู่ ทั้งระบบเคลื่อนไหว ระบบควบคุม ระบบไฟฟ้า ระบบ logic ต่างๆ ตลอดจนทักษะในการวางแผนการทำงาน ร่วมกับประสบการณ์ด้าน robotics ของบริษัท มาเลียนแบบขั้นตอนการลวกก๋วยเตี๋ยวของพ่อครัวตัวจริง ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือในการพัฒนาต่อยอด เพื่อนำไปติดตั้งและใช้งานจริงกับบางสาขาของร้านก๋วยเตี๋ยวนายอ้วนต่อไป

“แม้จะมีหลายขั้นตอนที่ต้องเปลี่ยนไปบ้าง เช่น เปลี่ยนไปใช้หม้อไฟฟ้าที่ควบคุมอุณหภูมิได้ดีกว่า การยกตะกร้อขึ้นมาสะบัดแทนการจุ่มตะเกียบลงไปคนเส้นในตะกร้อ ซึ่งจากการลองผิดลองถูกหลายต่อหลายครั้ง ด้วยข้อมูลจริง ทั้งอุณหภูมิเวลา และการเปรียบเทียบกับของจริง ทำให้ก๋วยเตี๋ยวที่ผ่านการลวกด้วยหุ่นยนต์ของเรามีรสชาติใกล้เคียงกับสูตรต้นฉบับ” โชคชัย กล่าว

นอกจากการพัฒนา “หุ่นยนต์เสิร์ฟไอศกรีม” และ “หุ่นยนต์ลวกก๋วยเตี๋ยว” ที่เกี่ยวข้องกับธีมหลักในงาน โซน Future Food Court แล้ว ยังมีผลงานเด่นๆ ของ FIBO ได้แก่ “CARVER TT : หุ่นยนต์พนักงานเสิร์ฟบนโต๊ะอาหาร” “Meta Market : การช้อปปิ้งในโลกเสมือน” และ “RoboDog : หุ่นยนต์สัตว์เลี้ยงสุดไฮเทค” รวมถึง “Virtual Fight : ชกมวยเสมือนจริง” อีกหนึ่งผลงานที่แสดงถึงศักยภาพของ FIBO ในการสร้างชิ้นงานเพื่อจัดแสดงในงานอีเวนท์ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม

Virtual Fight : ชกมวยเสมือนจริงเป็นการการนำอุปกรณ์ 2 อย่างที่ FIBO มีอยู่ คือ “Teslasuit (bodysuit ที่สามารถส่งกระแสไฟฟ้าระดับอ่อนผ่านชุดที่สวม ไปทำให้ผู้สวมใส่รู้สึกถึงการถูกช็อตในตำแหน่งที่ต้องการได้)”กับ “sensor รับแรงกระแทก” มารวมกันโดย 2 ผู้พัฒนาผลงานชิ้นนี้ เชาวลิต ธรรมทินโน นักวิจัย และ อรรถพลใจลังการ์ ผู้ช่วยนักวิจัย กล่าวว่า ไอเดียคือการสร้างระบบสื่อสารและระบบควบคุม ที่ทำให้อุปกรณ์สองชิ้นนี้ รู้จักและทำงานร่วมกันได้ เพื่อการสร้างเวทีมวยที่สามารถชกมวยโดยไม่จำเป็นต้องมีคู่ชกจริงแต่ให้ความรู้สึกเสมือนจริงได้

ผลงานชิ้นนี้มีการติดเซ็นเซอร์ไว้ที่กระสอบทรายหลายตัว โดยเซ็นเซอร์แต่ละตัวจะเปรียบเสมือนเป็นร่างกายส่วนต่างๆ ทั้งลำตัว แขน และขา เช่น เมื่อฝ่ายรุกมีการต่อยหรือเตะกระสอบทรายตรงจุดที่กำหนดเป็นแขนซ้าย เซ็นเซอร์ตรงนั้นก็จะส่งค่าความแรงที่ได้รับผ่านระบบสื่อสารมาที่ระบบควบคุม ตัวระบบจะแปลงค่าเป็นระดับการปล่อยกระแสไฟฟ้า และส่งข้อมูลนั้นผ่านระบบสื่อสารไปยัง Bodysuit บนแขนซ้าย เพื่อปล่อยกระแสไฟฟ้าออกมา ทำให้คนสวมชุด Teslasuit รู้สึกเหมือนโดนอีกฝ่ายชกที่แขนซ้ายจริงๆ

ผศ.ดร.สุภชัย วงศ์บุณย์ยงผู้อำนวยการสถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม (FIBO) มจธ. กล่าวว่าที่ผ่านมาชิ้นงาน FIBO ที่ได้ถูกนำไปจัดแสดงร่วมอยู่ในงานอีเว้นท์ต่างๆส่วนใหญ่จะถูกคิดหรือทำมาก่อน ผลงานมีแบบที่สมบูรณ์แล้ว หรืออยู่ในขั้นตอนการพัฒนา แต่สำหรับโจทย์ที่ได้รับจากผู้จัดงาน TEP x OIIO Asia Techland 2023 คือสิ่งที่ต่างออกไป

“เนื่องจากผู้จัดงานต้องการให้Showcase ของเราเป็นการ Matchingระหว่างเทคโนโลยีด้านหุ่นยนต์หรือระบบอัตโนมัติที่เรามีความรู้ความเชี่ยวชาญ กับการทำอาหารของร้านอาหารที่กำหนดไว้ เป็นโจทย์ให้ FIBO จะต้องใช้ศักยภาพของบุคลากรนักศึกษา รวมถึงเครือข่ายความร่วมมือที่มีอยู่ มาทำให้เกิดชิ้นงานใหม่ตามโจทย์ภายใต้ระยะเวลาและงบประมาณที่กำหนดไว้ให้ได้” ผศ.ดร.สุภชัย กล่าว

ผศ.ดร.สุภชัย กล่าวในตอนท้ายว่า ทั้งหุ่น Virtual Fight และ Ice-creme Robot ที่สร้างโดยบุคลากรของ FIBO เองหรือแม้แต่ Noodle Robot ที่ได้บริษัทของนักศึกษาเก่า FIBO มาทำโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายครั้งนี้ มีจุดเด่นที่สำคัญคือเป็นงานที่เน้น “ไอเดีย” และเปิดกว้างด้าน “ความคิดสร้างสรรค์” ในการนำสิ่งที่มีอยู่แล้ว มาทำให้เกิด “ชิ้นงานใหม่”ที่ทำงานได้จริงภายใต้งบประมาณและเวลาที่จำกัด

ซึ่งการทำงานลักษณะนี้นอกจากจะสร้างประสบการณ์และทักษะการทำงานอีกรูปแบบหนึ่งให้กับนักวิจัย บุคลากร และนักศึกษาของ FIBO แล้ว กิจกรรมในลักษณะนี้ยังสามารถมีส่วนสนับสนุนให้คนในสังคมเกิดการยอมรับและเห็นประโยชน์ของการสร้างเทคโนโลยีและบุคลากรด้านนี้ อันจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศในระยะยาวต่อไป!!!

‘ม.มหิดล-Tufts University’ร่วมวิจัย การเข้าถึงโปรตีนจากสัตว์-โภชนาการเด็กทั่วโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/741587

‘ม.มหิดล-Tufts University’ร่วมวิจัย การเข้าถึงโปรตีนจากสัตว์-โภชนาการเด็กทั่วโลก

‘ม.มหิดล-Tufts University’ร่วมวิจัย การเข้าถึงโปรตีนจากสัตว์-โภชนาการเด็กทั่วโลก

วันพุธ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เนื้อ นม ไข่ ฯลฯ ล้วนเป็นแหล่งโปรตีนจากสัตว์ที่สำคัญ ซึ่งเด็กในแต่ละพื้นที่ทั่วโลกมีการเข้าถึงแหล่งโปรตีนจากสัตว์ที่แตกต่างกันส่งผลต่อภาวะโภชนาการที่แตกต่างกันไปด้วย โดย รศ.ดร.นพวรรณ เปียซื่อ รองคณบดีฝ่ายส่งเสริมสุขภาพ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ร่วมกับ “Tufts University”สหรัฐอเมริกา เมื่อปี 2533-2561 ศึกษาวิจัยเด็กใน 185 ประเทศ ครอบคลุมร้อยละ 93 ของจำนวนเด็กทั่วโลก เกี่ยวกับ “การเข้าถึงแหล่งโปรตีนจากสัตว์” ซึ่งส่งผลอย่างยิ่งต่อพัฒนาการและการเจริญเติบโตของเด็ก

โดยพบเฉลี่ย 1.9 หน่วยบริโภค(170 กรัม) หรือประมาณ 12 ช้อนโต๊ะต่อวัน ในเด็กทั่วโลก ทั้งนี้ “เด็กในประเทศที่มีรายได้น้อย พบการ
เข้าถึงแหล่งโปรตีนจากสัตว์ได้น้อยกว่าเด็กในประเทศที่มีรายได้สูง”ขณะที่ในส่วนของประเทศไทยพบว่า “เด็กไทยในเมืองเข้าถึงแหล่งโปรตีนจากสัตว์ได้มากกว่าเด็กไทยในชนบท” ซึ่งหมายถึงโอกาสในการเกิดโรคในกลุ่ม NCDs (โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง) เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วยจากภาวะทุพโภชนาการ ที่ไม่ได้มีความหมายเฉพาะการขาดสารอาหาร แต่รวมถึงการมีภาวะโภชนาการเกินอีกด้วย และที่น่าเป็นห่วง คือ พบเด็กไทยอ้วนเพิ่มขึ้นตามอัตราซึ่งสอดคล้องกับอุบัติการณ์เด็กอ้วนทั่วโลก

ทีมวิจัยคาดหวังให้เกือบ 3 ทศวรรษที่ผ่านมาจากการทุ่มเทศึกษาติดตามการเข้าถึงแหล่งโปรตีนจากสัตว์ในเด็กทั่วโลก ซึ่งต่อมาได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับ Top 1%ของโลก “NatureFood” ได้มีการขยายผลสู่การกำหนดนโยบายเพื่อแก้วิกฤตที่แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ทั่วโลก โดยได้มองไปถึงการเสริมด้วย “โปรตีนทางเลือก” ซึ่งได้แก่ “แหล่งโปรตีนจากพืช (Plant Based Protein)” ในพื้นที่โลกที่ขาดแคลน

พร้อมเรียกร้องให้ทั่วโลกหันมาบริโภคโปรตีนจากสัตว์โดยคำนึงถึงสุขภาพสิ่งแวดล้อม เพื่อรักษาความสมดุลให้กับโลก และมุ่งสู่การบรรลุเป้าหมายเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนแห่งสหประชาชาติต่อไป!!!

‘สปสช.’ เตรียมเดินหน้าบริการตรวจแล็บใกล้บ้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/741586

‘สปสช.’ เตรียมเดินหน้าบริการตรวจแล็บใกล้บ้าน

‘สปสช.’ เตรียมเดินหน้าบริการตรวจแล็บใกล้บ้าน

วันพุธ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า ในปี 2566 นี้ สปสช. ได้สนับสนุนการให้บริการที่ช่วยเพิ่มความสะดวกให้กับประชาชนผู้มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) โดย “บริการตรวจทางห้องปฏิบัติการหรือแล็บ ณ คลินิกเทคนิคการแพทย์ที่เข้าร่วมให้บริการใกล้บ้าน (Lab Anywhere)” เป็นหนึ่งในบริการที่ สปสช. ได้ร่วมกับสภาเทคนิคการแพทย์เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนผู้มีสิทธิบัตรทอง และช่วยลดความแออัดในโรงพยาบาล

ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการจัดประชุมชี้แจงแนวทางการร่วมให้บริการผ่านระบบประชุมออนไลน์ มีตัวแทนจากสภาเทคนิคการแพทย์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้ประกอบการคลินิกเทคนิคการแพทย์จากทั่วประเทศเข้าร่วมรับฟัง ทั้งนี้ ภาพรวมของบริการ Lab Anywhere นี้ คลินิกเทคนิคการแพทย์จะเป็นเครือข่ายการให้บริการกับหน่วยบริการ โดยมี สปสช.เขต เป็นผู้จัดเครือข่าย

“โดยคลินิกเทคนิคการแพทย์ ที่เข้าร่วมให้บริการ จะให้บริการเจาะเลือด เก็บสิ่งส่งตรวจ พร้อมทำการตรวจวิเคราะห์ผล ทั้งกรณีมารับบริการที่คลินิกเทคนิคการแพทย์ หรือให้ไปเจาะเลือดที่บ้านใน พร้อมทำการตรวจวิเคราะห์ผลแล็บ ซึ่งจะให้บริการกรณีผู้ป่วยนอก (OP) จำนวน 22 รายการ และบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค (PP) จำนวน 2 รายการ” เลขาธิการ สปสช. กล่าว

นพ.จเด็จ กล่าวต่อว่า สำหรับกลุ่มเป้าหมายกรณีผู้ป่วยนอก (OP) มีกลุ่มเป้าหมายคือ ผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่มีใบสั่งการตรวจทางห้องปฏิบัติการจากหน่วยบริการที่ดูแล ทั้งกรณีมารับบริการที่คลินิกเทคนิคการแพทย์ หรือที่บ้าน โดยการรับบริการเก็บสิ่งส่งตรวจที่บ้าน จะเป็นกรณีที่ไม่สามารถมารับบริการที่สถานพยาบาลได้ เช่น ผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่นอนติดเตียง ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ผู้ป่วยชรา ผู้ป่วยที่มีภาวะพึ่งพิง หรือกรณีมีความจำเป็น ส่วนบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคกำหนดให้บริการ 2 รายการ คือ 1.บริการตรวจทดสอบปัสสาวะ ในกรณีสงสัยว่าการตั้งครรภ์

กับ 2.บริการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง ด้วยวิธีการตรวจหาเลือดแฝงในอุจจาระ สำหรับประชาชนอายุ 50-70 ปีทุก 2 ปี ซึ่งทั้ง 2 รายการ กลุ่มเป้าหมายสามารถเข้ารับบริการได้ที่คลินิกเทคนิคการแพทย์ที่ร่วมโครงการได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ส่วนอัตราการชดเชยค่าบริการนั้น จะชดเชยเป็นค่าบริการเก็บสิ่งส่งตรวจ และค่าตรวจวิเคราะห์ผลทางห้องปฏิบัติการตามรายการบริการที่ สปสช.กำหนด (Fee schedule) ส่วนกรณีเก็บสิ่งส่งตรวจที่บ้านจ่ายเพิ่มเติม 80 บาท ทั้งนี้จะไม่สามารถเรียกเก็บเพิ่มเติมจากผู้รับบริการได้

ทนพ.สมชัย เจิดเสริมอนันต์ นายกสภาเทคนิคการแพทย์ กล่าวว่า บริการ Lab Anywhere เป็นการเสริมบทบาทของวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ ในการร่วมดูแลสุขภาพประชาชน ซึ่งในส่วนของสภาฯ ได้มีการนำร่องการตรวจประเมินรับรองคุณภาพคลินิกเทคนิคการแพทย์ ที่จะเข้ามาเป็นหน่วยบริการในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ รวมทั้งกำกับติดตามคุณภาพการให้บริการ เพื่อสร้างความมั่นใจแก่สถานพยาบาลที่ส่งต่อคนไข้มารับบริการ

โดยบริการ Lab Anywhere ยังได้รับการสนับสนุนจาก สมาคมเทคนิคการแพทย์แห่งประเทศไทย ในการร่วมให้ความรู้ต่างๆ คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล ดำเนินการในเรื่องการทดสอบความชำนาญ และบริษัทเอกชนที่ช่วยในเรื่องการสอบเทียบเครื่องมือต่างๆ ด้วย ซึ่งสภาฯ เริ่มหารือการจัดบริการของคลินิกเทคนิคการแพทย์ตั้งแต่เดือน พ.ค. 2565 ทั้งเรื่องการวางระบบ รับรองคุณภาพ และการเข้าร่วมเป็นหน่วยบริการกับ สปสช.

“กระทั่งเดือนต.ค. 2565 คณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ สปสช. ได้เห็นชอบให้ดำเนินการบริการ Lab Anywhere และจัดทำประกาศหลักเกณฑ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมีแผนเริ่มเปิดบริการเร็วๆ นี้ ปัจจุบันมีคลินิกเทคนิคการแพทย์ที่ผ่านการรับรองและขึ้นทะเบียนกับ สปสช. แล้ว 26 แห่ง และมีคลินิกเทคนิคการแพทย์อีกหลายแห่งที่อยู่ระหว่างการสมัครเข้าร่วมเป็นหน่วยบริการในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ” ทนพ.สมชัย ระบุ

ทั้งนี้ คลินิกเทคนิคการแพทย์ที่จะร่วมให้บริการต้องผ่านการรับรองมาตรฐานสภาเทคนิคการแพทย์ (LA; Laboratory Accreditation) หรือ มาตรฐานห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (MOPH ) หรือ มาตรฐานราชวิทยาลัยพยาธิแพทย์แห่งประเทศไทย หรือ มาตรฐาน ISO 15189 ) และผ่านการพิจารณาการเข้าร่วมให้บริการจากสภาเทคนิคการแพทย์ก่อน จึงจะสามารถสมัครเข้าร่วมเป็นให้บริการได้

สำหรับบริการกรณีผู้ป่วยนอก (OP) จำนวน 22 รายการ ตามหมวดหมู่ดังนี้ 1.การตรวจหาความเข้มข้นและความผิดปกติของเม็ดเลือด (Complete Blood Count : CBC) 2.การตรวจระดับน้ำตาลในเลือด (Blood Sugar) 3.การตรวจน้ำตาลสะสม (HbA1C) 4.การตรวจระดับไขมันในเลือด (Lipid Profile : Cholesterol, HDL, LDL, Triglyceride) 5.ตรวจการทำงานของตับ (LiverFunction Test : SGOT, SGPT, ALK, Total Protein, Total bilirubin, Direct bilirubin, Albumin) 6.การตรวจหาค่ากรดยูริก (Uric Acid) 7.การตรวจการทำงานของไต (BUN, Creatinine) 8.การตรวจปัสสาวะ (Urinalysis) 9.การตรวจไวรัสตับอักเสบบี (HBsAg)

สมาคมนักข่าวฯ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น หนังสือพิมพ์เซี่ยงไฮ้เดลี่ ปรับตัวสู่สื่อผสมผสาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/741561

สมาคมนักข่าวฯ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น หนังสือพิมพ์เซี่ยงไฮ้เดลี่ ปรับตัวสู่สื่อผสมผสาน

สมาคมนักข่าวฯ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น หนังสือพิมพ์เซี่ยงไฮ้เดลี่ ปรับตัวสู่สื่อผสมผสาน

วันอังคาร ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 17.08 น.

สมาคมนักข่าวฯ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น หนังสือพิมพ์เซี่ยงไฮ้เดลี่ ปรับตัวสู่สื่อผสมผสาน มีผู้ติดตามกว่า 950 ล้านคนทั่วโลก

เมื่อวันที่ 4​ กรกฎาคม 2566 นางผุสดี คีตวรนาฏ ที่ปรึกษา​ และอดีตนายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ​​ พร้อมกับนายบรรยงค์ สุวรรณผ่อง กรรมการจริยธรรมวิชาชีพ  และคณะกรรมการฯ​ พนักงานสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เดินทางเข้าพบนาย Yu Wenming รองประธานสมาคมผู้สื่อข่าวมณฑลเจ้อเจียง​ กล่าวว่า มณฑลเจ้อเจียงเป็นเมืองที่น่าอยู่ มีการพัฒนาหัวเมืองควบคู่กับชนบท ที่คงเน้นวัฒนธรรมประเพณี อันดีงามและความเป็นธรรมชาติที่สวยงามทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวกันเป็นจำนวนมาก​ ทั้งเป็นเมืองอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของจีนแห่งหนึ่ง ซึ่งมีประชากรในพื้นที่​ และนอกพื้นที่กว่า 70 ล้านคน ทำให้เศรษฐกิจค่อนข้างเจริญเติบโตก้าวหน้ามากอีกแห่งของประเทศจีน 

จากนั้นคณะได้เดินทางไปเยี่ยมชมสถานีโทรทัศน์​ GMGโดยมี​ น.ส.xie aijun ผอ.ฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ฯให้การต้อนรับ​  และนำพาเยี่ยมชมสถานีโทรทัศน์​ พร้อมทั้งร่วมแแลกเปลี่ยน​ความคิดเห็น​การทำงานด้านงานข่าวในครั้งนี้

น.ส.xie aijun  ผอ.ฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ฯ​ กล่าวว่า มีความยินดีมากที่ให้การต้อนรับ สื่อมวลชนจากสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์​แห่ง​ประเทศไทย​ เพราะด้วยประชาชนหางโจวต่างชื่นชอบเดินทางไปท่องเที่ยวในประเทศไทย  และเราก็มีการนำศิลปินดาราในสังกัดไปร่วมกิจกรรมที่เมืองไทยอยู่บ่อยครั้ง​  และนำกิจกรรมนั้นมาออกอากาศโทรทัศน์ ZMG เพื่อเป็นการโปรโมท ประชาสัมพันธ์ กระตุ้นให้คนหางโจวไปท่องเที่ยวด้วย

ส่วนการทำหน้าที่สื่อมวลชนเรามุ่งเน้นเนื้อหาข่าวที่มีความสร้างสรรค์ต่อสังคมที่ มีพื้นที่ในการออกอากาศ 10 ช่อง ให้กับประชาชนสามารถเลือกติดตามข้อมูลข่าวสารและรายการต่างๆ​ ที่น่าสนใจของทางสถานี​ สุดท้ายนี้มีความยินดีที่จะร่วมพัฒนาการทำงานของสื่อมวลชนร่วมกับสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

ต่อมา คณะ ได้เดินทางไป มหานครเซี่ยงไฮ้ เพื่อเยี่ยมชม​ Shanghai Press Industry Group​ (หนังสือพิมพ์เซี่ยงไฮ้เดลี่)​ตามคำเชิญจากนายจิ อิง​ รองเลขาธิการคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์ และหัวหน้าบรรณาธิการของ เซี่ยงไฮ้เดลี่ ทั้งเยี่ยมชมขั้นตอนการผลิตข่าวออนไลน์​ และข่าวหนังสือพิมพ์​ ร่วมถึงมีการประชุมหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในมุมมองต่างๆ​ ร่วมกับ​นายเซี่ยจุน​ ผอ.ฝ่ายกิจการภายนอกของ Shanghai Press Industry Group​ นายหม่า เส้าชุนผอ.อาวุโสฝ่ายกิจการภายนอกของ Shanghai Press Industry Group​ นายเจียงหลา​น ผอ.อาวุโสของพรรคและสำนักงานเซี่ยงไฮ้เดลี่

นายจิ อิง​  กล่าวว่า สำหรับหนังสือพิมพ์เซี่ยงไฮ้ เดลี่อยู่คู่กับเซี่ยงไฮ้มาไม่ต่ำกว่า 80 ปี ก่อนที่จะมีการควบรวมเป็นสื่อผสมทั้งสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อออนไลน์ในปี 2013 ซึ่งมีการพัฒนาเนื้อหาตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภค และให้คนเซี่ยงไฮ้ได้รับข่าวสารให้ทันต่อสถานการณ์ในประเทศ​ และนอกประเทศ​ นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้มีช่องทางนำเสนอข่าวเพื่อสร้างตัวตนให้มีชื่อเสียงกับตัวเองภายใต้การควบคุมของบริษัทรวมกว่า 300​ แฟลต​ฟอร์ม​ ทำให้ปัจจุบันมีผู้ติดตามข่าวสารของ สื่อในสังกัดเซี่ยงไฮ้ เดลี่ มากกว่า 955 ล้านคนทั่วโลก ซึ่งมีสัดส่วนรายได้ จากธุรกิจNew media70% และสื่อสิ่งพิมพ์ 30% สุดท้ายนี้ทางหนังสือพิมพ์เซี่ยงไฮ้เดลี่มีความยินดีที่จะร่วมมือกับสื่อมวลชนไทย ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคให้ได้รับข่าวสารอย่างครอบคลุมทั่วถึงทั้งในประเทศไทย​ และประเทศจีน พร้อมส่งเสริมวิชาชีพของสื่อมวลชนทั้งสองประเทศร่วมกันในอนาคต

‘ธรรมศาสตร์’ฉลองวาระ90ปี จัดแสดง‘ศิลปนิพนธ์’กว่า100ชิ้น ตอกย้ำปณิธาน‘มหา’ลัย เพื่อปชช.’ผ่านสุนทรียะทางศิลปะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/741543

‘ธรรมศาสตร์’ฉลองวาระ90ปี จัดแสดง‘ศิลปนิพนธ์’กว่า100ชิ้น ตอกย้ำปณิธาน‘มหา’ลัย เพื่อปชช.’ผ่านสุนทรียะทางศิลปะ

‘ธรรมศาสตร์’ฉลองวาระ90ปี จัดแสดง‘ศิลปนิพนธ์’กว่า100ชิ้น ตอกย้ำปณิธาน‘มหา’ลัย เพื่อปชช.’ผ่านสุนทรียะทางศิลปะ

วันอังคาร ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 16.21 น.

‘ธรรมศาสตร์’ จัดนิทรรศการ-แฟชั่นโชว์ ศิลปนิพนธ์ผลงานนักศึกษาคณะศิลปกรรมศาสตร์ กว่า 100 ชิ้นงาน เนื่องในวาระเฉลิมฉลองก้าวเข้าสู่ปีที่ 90 ตอกย้ำปณิธานการสถาปนา ‘มหาวิทยาลัยเพื่อประชาชน’ ผ่านสุนทรียะทางศิลปะที่สะท้อนถึงความยั่งยืน

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) จัดแสดงนิทรรศการและงานแฟชั่นโชว์ “ศิลปนิพนธ์ Pastra 24” เนื่องในวาระครบรอบ 90 ปี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  โดยได้นำผลงานของนักศึกษา สาขาวิชาศิลปะการออกแบบพัสตราภรณ์  คณะศิลปกรรมศาสตร์  ชั้นปีที่ 4 กว่า 100ผลงาน มาจัดแสดง ณ อาคารอุทยานการเรียนรู้ป๋วย 100 ปี  มธ. ศูนย์รังสิต  เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2566 ท่ามกลางความสนใจของนักศึกษา คณาจารย์ คณะเอกอัครราชฑูต ผู้แทนทางการฑูต และผู้แทนจากหน่วยงานหลากหลายประเทศ กว่า 100 คน

ผศ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มธ. เปิดเผยว่า การจัดงานแสดงนิทรรศการและแฟชั่นโชว์ในครั้งนี้เป็นการนำผลงานธีสิสของนักศึกษามาจัดแสดง ซึ่งในปีนี้ต้องยอมรับว่าค่อนข้างมีความโดดเด่นทั้งในเรื่องเทคนิค แนวคิด และที่สำคัญคือการสร้างสรรค์โดยใช้วัสดุเหลือใช้ รวมถึงแต่ละชิ้นมีการสะท้อนความหมายบางอย่างในเชิงปัญหาสังคม เช่น ความเท่าเทียมทางเพศ ซึ่งถือเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนให้มหาวิทยาลัยและประเทศไทยไปสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) 

นอกจากนี้ ในทางอ้อมยังเป็นการสื่อให้เห็นถึงจิตวิญญาณของการรักประชาชนที่อยู่ในตัวนักศึกษาเองซึ่งได้รับการบ่มเพาะในมหาวิทยาลัยตลอด 4 ปี ที่ได้สอนให้รับฟังตลอดจนมีส่วนร่วมกับชุมชน อีกทั้งในยุคสมัยนี้ที่มีความเชื่อว่าทุกปัญหาทางสังคมควรจะมีการหยิบยกขึ้นมาพูดถึงได้อย่างตรงไปตรงมา โดยปราศจากความรุนแรงและวาระซ่อนเร้น เพื่อที่จะนำไปสู่การสร้างสังคมที่ทุกคนอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข

“ด้วยโลกปัจจุบันที่มีความเปลี่ยนแปลงที่เร็วและแรงทั้งจากปัจจัยต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสื่อ หรืออะไรก็ตามแต่ เราจึงอยากให้นักศึกษาได้เชื่อมต่อกับโลกและรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่เขาจะต้องอยู่ต่อไปในอนาคต ผ่านการเปิดพื้นที่ให้เขาได้สื่อสารสิ่งที่คิด สิ่งที่เชื่อ และเป็นการร่วมเฉลิมฉลองและสะท้อนความเป็นธรรมศาสตร์ผ่านวิธีการทางสุนทรียะทางศิลปะเนื่องในวาระพิเศษครบรอบ 90 ปีของ มธ. แล้วยังเป็นการครบรอบ 20 ปี ของคณะศิลปกรรมศาสตร์ด้วย” คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มธ. ระบุ

อาจารย์ ดร.วุฒิไกร ศิริผล  หัวหน้าสาขาวิชาศิลปะการออกแบบพัสตราภรณ์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มธ. กล่าวว่า ด้วยความที่ธรรมศาสตร์เป็นพื้นที่ที่โอบรับทุกความหลากหลาย ตรงนี้จึงเป็นโจทย์กว้าง ๆ ที่ให้กับนักศึกษาในการสร้างสรรค์ผลงาน ซึ่งเอาเข้าจริงมันคือการกำหนดที่ไม่กำหนด เพราะคิดว่านักศึกษาได้รับการติดอาวุธจากการเรียนรู้ทั้งจากในห้องเรียนและนอกห้องเรียนมาค่อนข้างเยอะ ฉะนั้นจึงควรให้สิทธิเขาได้เลือก เพียงแต่แจ้งมาที่อาจารย์ผู้ดูแลว่าจะทำอะไรอย่างไร

อย่างไรก็ดี จากผลงานต่าง ๆ ที่ออกมาก็ทำให้เห็นถึงจุดร่วมหลาย ๆ อย่างของนักศึกษา โดยในส่วนของแฟชั่นก็จะสื่อสารถึงเรื่องสิทธิในตัวและร่างกาย สิทธิและเสรีภาพในการแสดงออกอัตลักษณ์ทางเพศ ซึ่งมีความใกล้ตัวและเชื่อมโยงกับสิ่งที่อยู่ในสังคม ขณะเดียวกันก็บ่งบอกถึงคุณค่าของโลกสมัยใหม่ สำหรับฝั่งนิทรรศการสิ่งทอจะเป็นการนำศิลปหัตกรรมของไทยมาต่อยอดพัฒนาให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น

“ความเป็นอิสระ การมีเสรีภาพในการที่จะเลือก คือสิ่งที่เราคิดว่ามันเชื่อมร้อยจิตวิญญาณของบางสิ่งบางอย่างระหว่างธรรมศาสตร์และศิลปกรรมเข้าด้วยกัน เขาอยากแสดงออกไปในรูปแบบไหน มองวิธีที่จะนำเสนอผลงานยังไง ซึ่งคิดว่าสิ่งนี้เป็นเรื่องสำคัญที่จะนำไปนักศึกษานำไปใช้พัฒนาตัวเองในอนาคตได้ด้วย” อาจารย์ ดร.วุฒิไกร กล่าว

มท.จัดพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระกุศลและถวายพระพร วันคล้ายวันประสูติ’กรมพระศรีสวางควัฒน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/741407

มท.จัดพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระกุศลและถวายพระพร วันคล้ายวันประสูติ'กรมพระศรีสวางควัฒน'

มท.จัดพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระกุศลและถวายพระพร วันคล้ายวันประสูติ’กรมพระศรีสวางควัฒน’

วันอังคาร ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 09.03 น.

กระทรวงมหาดไทย จัดพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระกุศลและพิธีถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี 4 กรกฎาคม 2566

4 ก.ค.2566 เวลา 06.30 น. ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร เขตพระนคร กรุงเทพฯ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร. วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย เป็นประธานพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระกุศลและพิธีถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี 4 กรกฎาคม 2566 โดยมี นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม นายสมคิด จันทมฤก นายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายขจร ศรีชวโนทัย อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายเปลี่ยน แก้วฤทธิ์ รองอธิบดีกรมที่ดิน นายปรีชา เดชพันธุ์ นายอำพล พงศ์สุวรรณ นายพิเชษฐ์ ปาณะพงศ์ นายสมภพ สมิตะสิริ นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ผู้แทนหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย นางกุลทรัพย์ ชื่นโกสุม นางศลิษา ภิรมย์รัตน์ นางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ อุปนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ คณะกรรมการสมาคมแม่บ้านมหาดไทย และภาคีเครือข่าย ร่วมพิธี

โอกาสนี้ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร. วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นำผู้ร่วมพิธีถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และตักบาตรพระสงฆ์และสามเณร จำนวน 20 รูป เพื่อถวายเป็นพระกุศล โดยได้รับเมตตาจาก ท่านเจ้าคุณพระเทพวัชรเมธี อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ผู้ช่วยเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช รองเจ้าคณะภาค 6-7 (ธรรมยุต) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม นำพระภิกษุสงฆ์ สามเณร เดินบิณฑบาต เสร็จแล้ว นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ถวายธูปเทียนแพ เบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี จากนั้น นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และ ดร. วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย วางแจกันดอกไม้เบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี

โอกาสนี้ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นำผู้ร่วมพิธีฯ กล่าวถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี โดยมีใจความสำคัญว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ได้ทรงอุทิศพระองค์ปฏิบัติพระกรณียกิจนานัปการ ด้วยพระวิริยะอุตสาหะเพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่พสกนิกรชาวไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมุ่งหวังให้ประชาชนมีความสุข อยู่ดีกินดี มีความเจริญก้าวหน้าทัดเทียมอารยประเทศ ในด้านวิทยาศาสตร์และการแพทย์ ทรงแลกเปลี่ยนความร่วมมือกับต่างประเทศในการพัฒนาวิทยาศาสตร์ ทำให้เป็นที่ประจักษ์ของชาวโลก ทรงมีพระดำริให้จัดตั้งวิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ขึ้น เพื่อผลิตแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ในสาขาที่ขาดแคลนที่มีความพร้อมที่จะอุทิศตนเพื่อให้บริการทางการแพทย์ และดูแลรักษาประชาชนด้วยจิตเมตตา ทั้งในเขตเมืองและในชนบทที่ห่างไกล โดยทรงมุ่งหวังให้ประชาชนชาวไทยได้รับการดูแลด้านสุขภาพอย่างเท่าเทียมกัน ไม่เหลื่อมล้ำ ทรงก่อตั้งสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาวิจัย รวมทั้งทรงก่อตั้งโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เพื่อให้บริการทางการแพทย์แก่ผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้ป่วยมะเร็งที่ยากไร้ ทำให้ทรงได้รับการยกย่องเป็น “เจ้าฟ้านักวิทยาศาสตร์” นอกจากนี้ ยังทรงดำรงตำแหน่งประธานกิตติมศักดิ์มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) และได้เสด็จไปทรงร่วมกับหน่วยแพทย์เคลื่อนที่มูลนิธิ พอ.สว. ให้การรักษาแก่ผู้ป่วยทุกภูมิภาคของประเทศ ทั้งทรงมีพระเมตตาไปถึงสุขภาพของสัตว์เลี้ยง และสัตว์จรจัดไร้ที่พึ่งให้ปลอดจากโรคติดต่อร้ายแรงมาสู่คน โดยทรงขับเคลื่อนการดำเนินโครงการ “สัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัย จากโรคพิษสุนัขบ้า” ทรงมีพระประสงค์ให้โรคพิษสุนัขบ้าหมดไปจากประเทศไทยอย่างยั่งยืน ตามแนวทางขององค์การอนามัยโลก

“เนื่องในโอกาสอันเป็นมงคลนี้ กระทรวงมหาดไทย ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมกันถวายความจงรักภักดี ด้วยการปฏิบัติบูชาผ่านกิจกรรมจิตอาสาเราทำความ ดี ด้วยหัวใจ ในทุกจังหวัด ทั่วประเทศ และร่วมลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ  วันที่ 4 กรกฎาคม 2566 ผ่านระบบออนไลน์ ที่เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ https://wellwishes.royaloffice.th/index.php/home/index/27 ระหว่างวันที่ 3 – 5 กรกฎาคม 2566 โดยพร้อมเพรียงกัน” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวในช่วงท้าย   

มมส จับมือ เออาร์ไอที ยกระดับ ทักษะดิจิทัลและภาษาอังกฤษ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/741323

มมส จับมือ เออาร์ไอที ยกระดับ ทักษะดิจิทัลและภาษาอังกฤษ

มมส จับมือ เออาร์ไอที ยกระดับ ทักษะดิจิทัลและภาษาอังกฤษ

วันอังคาร ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส) จัดพิธีบันทึกข้อตกลงความร่วมมือพัฒนาทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และทักษะด้านภาษาอังกฤษ เพื่อเตรียมความพร้อมนิสิตสู่ตลาดแรงงาน กับ บริษัท เออาร์ไอที จำกัด โดยรองศาสตราจารย์ ดร.ประยุกต์ ศรีวิไล อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคามลงนามร่วมกับ นายวรเทพ มงคลวาทีผู้จัดการทั่วไป บริษัท เออาร์ไอที จำกัด และมีผู้บริหารทั้งสองหน่วยงานร่วมเป็นสักขีพยาน ณ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

ทั้ง 2 ฝ่าย จะร่วมมือกันดำเนินการ “โครงการพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และทักษะภาษาอังกฤษในระดับมาตรฐานสากล สำหรับนิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมสู่ตลาดแรงงาน” โดยส่งเสริม ขับเคลื่อน และพัฒนาสมรรถนะความสามารถด้านการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (IT Literacy) และพัฒนาด้านการใช้ภาษาอังกฤษ (EnglishLiteracy) ให้มีสมรรถนะเหมาะสมกับการทำงาน และนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งเน้นการพัฒนาและสนับสนุนนิสิตชั้นปีสุดท้ายของทุกคณะ ให้ทดสอบโดย ศูนย์ทดสอบทักษะด้านดิจิทัลที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล Certiport Inc. ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่มีวิชาการสอบครอบคลุมทักษะ IT และ Non-IT ที่หลากหลาย และ Pearson English Assessment ซึ่งเป็นการทดสอบที่เทียบเคียงกับระดับ Common European Framework of Reference for Languages (CEFR) ที่ประเมินด้วยมาตรฐานคะแนน Global Scale of English (GSE) จาก Pearson

มมส ได้รับการสนับสนุนจากบริษัท เออาร์ไอที จำกัด ในการจัดสอบทักษะดังกล่าวให้นิสิต เพื่อรับใบประกาศนียบัตรในหลักสูตร IC3 รวมถึงในปี 2566 ในปีงบประมาณ 2566 บริษัทได้เพิ่มการสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรตำแหน่งนักวิชาการคอมพิวเตอร์ โดยการฝึกอบรมและทดสอบเพื่อรับใบประกาศนียบัตรในหลักสูตร Data Analytics, Cybersecurity และหลักสูตร HTML and CSS อีกด้วย ซึ่งเป็นการสนับสนุนมหาวิทยาลัยในการพัฒนา Smart People เพื่อรองรับการเป็น Smart University ตามนโยบายของมหาวิทยาลัยให้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น

สพป.ตาก เขต 2 อบรม ผอ.- ครู ด้านคุณธรรมและความโปร่งใส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/741325

สพป.ตาก เขต 2 อบรม ผอ.- ครู  ด้านคุณธรรมและความโปร่งใส

สพป.ตาก เขต 2 อบรม ผอ.- ครู ด้านคุณธรรมและความโปร่งใส

วันอังคาร ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ว่าที่ร้อยตรี นราธิป สุขสุวานนท์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 2 (รอง ผอ.สพป.ตาก เขต 2) นำผู้บริหารสถานศึกษาและข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัดกล่าวคำปฏิญญาโรงเรียนสุจริต พร้อมทั้งเปิดการประชุมโครงการการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของสถานศึกษาออนไลน์(ITA Online) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566

การจัดประชุมครั้งนี้ เพื่อให้บุคลากรในโรงเรียนคุณภาพประจำตำบลและโรงเรียนคุณภาพในสังกัด จำนวน 34 โรงเรียน มีความรู้ความเข้าใจ เกิดทักษะกระบวนการในการประเมิน ITA Online โดยมี นางจันทนา ทองอ่วม ศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ จากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นวิทยากรให้ความรู้ตลอดการอบรม

มอบวิทยุธรรม 225 เครื่อง ให้บ้านบางแค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/741326

มอบวิทยุธรรม : 225 เครื่อง ให้บ้านบางแค

มอบวิทยุธรรม : 225 เครื่อง ให้บ้านบางแค

วันอังคาร ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) เป็นผู้แทน ดร.รัชนีพร พุคยาภรณ์ พุกกะมาน อธิการบดี นำวิทยุธรรมะ จำนวน 225 เครื่อง มอบแก่ผู้สูงอายุ บ้านบางแค พร้อมทั้งได้มอบขนมปังไส้สังขยา ส้มไต้หวัน และเงินบริจาคจำนวน 2,000 บาท โดยมี นางสิรินุช อันตรเสน ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านบางแค และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน เป็นผู้รับมอบ ณ ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านบางแค เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร เมื่อสิ้นเดือนมิถุนายน

มอบวุฒิบัตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/741327

มอบวุฒิบัตร

มอบวุฒิบัตร

วันอังคาร ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

โรงเรียนการเรือน มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ร่วมกับ กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จัดพิธีมอบวุฒิบัตร และปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ เพื่อการพัฒนาอาชีพด้านอาหารและโภชนาการและการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ โดยมี นางจินตนา จันทร์บำรุง อธิบดีกรมกิจการสตรีและครอบครัว มอบประกาศนียบัตรแก่ผู้เข้าอบรม ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์ ถ.สิรินธร