มทร.ธัญบุรี พร้อมรับ นศ.พิการ ภายใน 5 ปี รับแล้วกว่า 135 คน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/715811

วันพุธ ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) เปิดเผยว่า ในแต่ละปีมหาวิทยาลัยมีนโยบายรับนักศึกษาพิการเข้าศึกษาต่อในมทร.ธัญบุรี เพื่อเป็นการเปิดโอกาสทางการศึกษา โดยตั้งแต่ปี 2561-2565 มีการรับนักศึกษาพิการเข้าเรียนต่อทั้งสิ้น 135 คน ส่วนในปีการศึกษา 2565 มีนักศึกษาพิการศึกษาอยู่ 23 คน แบ่งเป็น ผู้พิการทางการได้ยิน 7 คน ผู้พิการทางการเคลื่อนไหว 13 คน ออทิสติก 2 คน พิการทางการเรียนรู้ 1 คน ส่วนในการศึกษา 2566 มีแผนที่จะรับนักศึกษาพิการ จำนวน 45 คน 8 คณะโดยในแต่ละคณะที่มีความพร้อมจะรับนักศึกษาพิการจะทำการพิจารณาคัดเลือกผู้พิการที่สนใจเข้าศึกษาต่อ เพื่อดูความพร้อมในการเรียน และการใช้ชีวิต ซึ่งในแต่ละปีจำนวนรับนักศึกษาพิการเข้าเรียนอาจมีการปรับเปลี่ยนขึ้นอยู่ความพร้อมของคณะสำหรับการรับนักศึกษาพิการเข้าเรียนต่อ จะเปิดรับผ่าน ระบบ TCAS สำหรับ กลุ่ม ม. 6 / กศน. สายสามัญ และ กลุ่ม ปวช. / ปวส. /กศน.สายอาชีพ ดูรายละเอียดได้ที่ http://www.oreg.rmutt.ac.th เมนูสมัครเข้าศึกษาต่อ

ทั้งนี้ การรับนักศึกษาพิการเข้าศึกษาต่อนั้น มทร.ธัญบุรีได้มีการจัดตั้งศูนย์บริการนักศึกษาพิการขึ้น เพื่อเป็นศูนย์ช่วยเหลือด้านสิ่งอำนวยความสะดวกสื่อ บริการ การให้คำปรึกษา และความช่วยเหลืออื่นๆ ทางการศึกษา ซึ่งการบริการสนับสนุนทางการศึกษาสำหรับนักศึกษาพิการนั้น จะพิจารณาจากลักษณะเฉพาะของแต่ละความพิการและความจำเป็นอย่างสมเหตุสมผล ส่วนแผนการดูแลนักศึกษานั้น มทร.ธัญบุรีมีการวางแผนพัฒนาศักยภาพของนักศึกษา ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพเพิ่มเติมองค์ความรู้ในด้านต่างๆ เพื่อให้นักศึกษาได้รับประสบการณ์ระหว่างศึกษา หลังจบการศึกษา รวมถึงส่งเสริมการมีงานทำโดยดูแลช่วยเหลือ ให้คำปรึกษาด้านการเรียน การใช้ชีวิตและการจัดหางานให้กับนักศึกษาพิการ รวมถึงเตรียมความพร้อมให้กับนักศึกษาพิการก่อนออกไปทำงานจริง

“การรับนักศึกษาพิการเข้าเรียนต่อเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของมหาวิทยาลัยที่มีต่อสังคม ที่ทุกคนจะต้องมีความเสมอภาคด้านการศึกษา เป็นการสร้างความเข้มแข็งให้สังคมไทยและสร้างอนาคตให้กับเด็ก เพราะเด็กพิการจะได้รับโอกาสที่ไม่เท่าเทียมกับเด็กปกติ การที่มทร.ธัญบุรีส่งเสริม สร้างศักยภาพให้เด็กพิการจะทำให้เด็กประสบความสำเร็จ แต่การรับนักศึกษาพิการเข้าเรียนต่อจะต้องขึ้นอยู่ภายใต้ศักยภาพที่มทร.ธัญบุรีจะต้องดำเนินการให้ได้คุณภาพด้วยเช่นกัน” อธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าวในที่สุด

คิกออฟใหญ่ 11 มี.ค. ‘นายกฯ’ร่วมกิจกรรมรณรงค์’ปิดเทอมสร้างสรรค์ อัศจรรย์วันว่าง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/715669

คิกออฟใหญ่ 11 มี.ค. 'นายกฯ'ร่วมกิจกรรมรณรงค์'ปิดเทอมสร้างสรรค์ อัศจรรย์วันว่าง'

คิกออฟใหญ่ 11 มี.ค. ‘นายกฯ’ร่วมกิจกรรมรณรงค์’ปิดเทอมสร้างสรรค์ อัศจรรย์วันว่าง’

วันอังคาร ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2566, 15.18 น.

นายกรัฐมนตรี ร่วมกิจกรรมรณรงค์ “ปิดเทอมสร้างสรรค์ อัศจรรย์วันว่าง” สสส. สานพลัง ภาคี-เยาวชน นำตัวอย่างศักยภาพเด็กไทยที่ค้นพบช่วงปิดเทอมโชว์ ครม. เตรียมคิกออฟใหญ่ 11 มี.ค. ต่อยอดสู่เมืองแห่งการเรียนรู้ 4 จังหวัดนำร่อง 25 จังหวัดเครือข่าย ครอบคลุมทุกภูมิภาค

เมื่อวันที่ 7 มี.ค. 2566 ที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เยี่ยมชมกิจกรรมรณรงค์ “ปิดเทอมสร้างสรรค์ อัศจรรย์วันว่าง” โดยมี ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) น.ส.ศศิวิมล เสียงแจ้ว กรรมการผู้จัดการ Daywork และตัวแทนเด็ก เยาวชน เข้าพบนายกรัฐมนตรี รณรงค์กิจกรรมปิดเทอมสร้างสรรค์ อัศจรรย์วันว่าง โดย นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอบคุณ สสส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ร่วมกันทำให้ช่วงปิดเทอมของเด็กและเยาวชนเป็นช่วงเวลาที่สร้างสรรค์ ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และสร้างรายได้เพื่อตนเองและครอบครัว ขณะที่รัฐบาลเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างหลายด้านเพื่อรองรับความก้าวหน้าของประเทศ พร้อมฝากเยาวชนให้ช่วยกันดูแลเพราะนี่คือประเทศไทยอของเรา

ดร.สุปรีดา กล่าวว่า สสส. ร่วมกับภาคีเครือข่าย สนับสนุนให้เด็กไทยใช้วันว่างกว่า 150 วันต่อปี มีทางเลือกทำกิจกรรมนอกเวลาเรียนตามความสนใจ เปลี่ยนวันว่างให้กลายเป็นโอกาสแห่งการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ มีการพัฒนาแพลตฟอร์ม http://www.ปิดเทอมสร้างสรรค์.com รวบรวมข้อมูลและเชื่อมร้อยกิจกรรมจากทุกหน่วยงานไว้ในที่เดียวกัน ทลายข้อจำกัดเรื่องเวลา (time) และขั้นตอนต่างๆ ที่เป็นช่องว่าง (SPACE) ให้กิจกรรมสร้างสรรค์เข้าถึงตัวเด็กได้โดยตรง มีกิจกรรมสร้างสรรค์ กว่า 2,000 กิจกรรมต่อปี มีพื้นที่เรียนรู้กว่า 500 แหล่งทั่วประเทศ มีเด็ก เยาวชนเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 100,000 คน ฝึกอาชีพ ฝึกงาน ทำงานพาร์ทไทม์ กว่า 1,000 ตำแหน่ง และปีนี้จะมีกิจกรรมเปิดตัวในวันที่ 11 มี.ค. ต่อยอดสู่เมืองแห่งการเรียนรู้ 4 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ กรุงเทพฯ อุตรดิตถ์ นครราชสีมา และยะลา กับ 25 จังหวัดเครือข่าย ครอบคลุมทุกภูมิภาค เป็นพื้นที่ที่มีความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และแหล่งเรียนรู้ในชุมชน ขับเคลื่อนกิจกรรมดังกล่าวอย่างต่อเนื่องด้วยตัวเอง ซึ่งจะทำให้กิจกรรมเกิดความยั่งยืน

จากนั้น นายกรัฐมนตรี เยี่ยมชมผลงานของเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการฯ โดยมี นายณภัทร อัสสันตชัย ศิลปิน Doodle Art ที่เปลี่ยนวันว่างทำงานศิลปะขายออนไลน์ มาโชว์ภาพวาด “ปิดเทอมสร้างสรรค์X Doodle Art” และมอบให้ นายกรัฐมนตรี เพื่อเป็นตัวแทนเยาวชนส่งสัญญาณขอโอกาสเข้าถึงพื้นที่ทำกิจกรรมสร้างสรรค์ของเด็ก เยาวชนไทย น.ส.ธัญญรัตน์ วัฒนธรรม tiktoker ที่มีผู้ติดตามหลักแสน ขอถ่ายรูปเซลฟี่กับนายกรัฐมนตรีพร้อมทั้งทำท่า “ปิดเทอมสร้างสรรค์” มีกลุ่มเยาวชนที่ได้ฝึกงาน หารายได้เสริมจากกิจกรรมวันว่างที่สนใจ เช่น พนักงานเสิร์ฟในร้านอาหาร พนักงานในโรงภาพยนตร์ ในห้างสรรพสินค้า และแม่ค้าขายอาหาร เครื่องดื่มตามตลาดนัด แต่งกายด้วยเครื่องแบบในอาชีพของตน ร่วมกิจกรรมและถ่ายรูปกับนายกรัฐมนตรีด้วย-001

‘ตรีนุช’ย้ำรับนักเรียนปี66 ต้องโปร่งใส ห้ามรีด‘แป๊ะเจี๊ยะ’ ยันเด็กทุกคนต้องมีที่เรียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/715605

‘ตรีนุช’ย้ำรับนักเรียนปี66 ต้องโปร่งใส ห้ามรีด‘แป๊ะเจี๊ยะ’ ยันเด็กทุกคนต้องมีที่เรียน

‘ตรีนุช’ย้ำรับนักเรียนปี66 ต้องโปร่งใส ห้ามรีด‘แป๊ะเจี๊ยะ’ ยันเด็กทุกคนต้องมีที่เรียน

วันอังคาร ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2566, 13.07 น.

‘ตรีนุช’ กำชับโรงเรียนแข่งขันสูงจัดสอบโปร่งใส ยุติธรรม ไม่มี ‘แป๊ะเจี๊ยะ’ แลกที่นั่งเรียน ฝากผู้ปกครอง-นักเรียนหากสอบไม่ติดโรงเรียนดัง มั่นใจลูกมีที่เรียนแน่นอน

7 มีนาคม 2566 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ใกล้ถึงช่วงเวลาการรับนักเรียนเข้าเรียน ปีการศึกษา 2566 แล้ว โดยรับสมัครเข้าเรียนชั้น ม.1 วันที่ 11-12 มีนาคม 2566  สอบ/คัดเลือก 25 มีนาคม  2566 ประกาศผลและรายงานตัว 29 มีนาคม 2566 มอบตัว 1 เมษายน 2566  ส่วนชั้น ม.4 ที่เปิดสอน ม.ต้น และ ม.ปลาย นักเรียนที่จบชั้น ม.3 โรงเรียนเดิม สมัครเข้าเรียนตามที่โรงเรียนกำหนด ประกาศผลและรายงานตัวตามที่โรงเรียนเดิมกำหนด  มอบตัว 2 เม.ย. สมัครสอบคัดเลือก (นักเรียนที่จบ ม.3)จากโรงเรียนอื่น และโรงเรียนเดิม วันที่ 11-15 มีนาคม สอบ/คัดเลือก  26 มีนาคม ประกาศผลและรายงานตัว 30 มีนาคม  มอบตัว 2 เมษายน   และโรงเรียนที่เปิดสอนเฉพาะ ม.ปลาย (ยกเว้นโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา) รับสมัคร 11-15 มีนาคม สอบ/คัดเลือก 26 มีนาคม  ประกาศผลและรายงานตัว 30 มีนาคม มอบตัว 2 เมษายน  2566 

“ตนได้กำชับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ให้ดูแลการรับนักเรียน ปีการศึกษา 2566 ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยเฉพาะกลุ่มโรงเรียนแข่งขันสูงที่มีกว่า 200 แห่งทั่วประเทศ ให้โรงเรียนจัดขบวนการจัดสอบด้วยความโปร่งใส ยุติธรรม ไม่มีการใช้เงินแลกที่นั่งเรียน  และหากมีการร้องเรียนมา ศธ.ก็จะดำเนินการตรวจสอบ หากพบใครทำผิดก็จะดำเนินการตามระเบียบขั้นสูงสูด” น.ส.ตรีนุช กล่าว

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า สำหรับเป้าหมายของศธ.ในการรับนักเรียน ปีการศึกษา 2566 คือ เด็กทุกคนจะต้องเข้าถึงการศึกษา ดังนั้น นักเรียนที่สอบไม่ติด ม.1  และ ม.4 ในโรงเรียนแข่งขันสูง ผู้ปกครอง และนักเรียน ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีที่เรียน สพฐ.จะจัดให้นักเรียนได้มีที่เรียน ได้ศึกษาต่อโรงเรียนในเขตพื้นที่บริการครบทุกคน เช่นเดียวกัน การรับนักเรียนระดับชั้นอื่น ๆโดยเฉพาะ การรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่จะไม่มีการเปิดสอบแข่งขัน โดยใช้วิธีการจับสลาก ซึ่งสพฐ.ได้เตรียมเขตพื้นที่บริการเพื่อสนับสนุนให้เด็กเรียนใกล้บ้านแล้ว ดังนั้น ขอให้ผู้ปกครองมั่นใจได้ว่า สพฐ.มีโรงเรียนรองรับเด็กทุกคน

“หากได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการรับนักเรียน ศธ.ก็พร้อมตรวจสอบทันที หากพบว่ามีความผิดก็จะดำเนินการตามระเบียบที่กำหนดไว้อย่างสูงสุด อย่างไรก็ตาม ปีการศึกษา 2566 จะมีการปรับลดจำนวนนักเรียนต่อห้องลง จากเดิม 45 คนต่อห้อง  เหลือ 40 คนต่อห้อง และจะล็อกไม่ให้มีการขยายจำนวนนักเรียนเพิ่มอีก โดยที่ผ่านมา สพฐ.ให้โรงเรียนลดจำนวนนักเรียนต่อห้องลงตั้งแต่ปีการศึกษา 2563 และลดต่อเนื่องมาจนถึงปี 2566 ให้เหลือ 40 คนต่อห้องเป็นปีแรก สาเหตุที่ต้องลดจำนวนนักเรียนต่อห้องลง เพื่อให้การจัดการศึกษามีประสิทธิภาพมากที่สุด เพราะอัตราครูกับจำนวนนักเรียนต่อห้องก็มีผลอย่างมากในการจัดการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ ดังนั้น การลดจำนวนนักเรียนต่อห้องลง เพื่อให้ครูสามารถดูแลเด็กได้อย่างเหมาะสมและทั่วถึงขึ้น และส่วนหนึ่งก็เกิดจากจำนวนประชากรที่ลดลงด้วย แต่การจัดการศึกษาที่เหมาะสมเด็กจะต้องไม่หนาแน่นจนเกินไป” รมว.ศธ. กล่าว

ม.สงขลานครินทร์ หาดใหญ่ ดูงานที่ ม.ศรีปทุม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/715480

ม.สงขลานครินทร์ หาดใหญ่ ดูงานที่ ม.ศรีปทุม

ม.สงขลานครินทร์ หาดใหญ่ ดูงานที่ ม.ศรีปทุม

วันอังคาร ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

รศ.ดร.วศิน สุวรรณรัตน์ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นำบุคลากรศูนย์กีฬาและสุขภาพ จำนวน 21 คนเข้าศึกษาดูงานด้านบริหารจัดการศูนย์กีฬาและงานด้านกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยศรีปทุม โดยมี ดร.โสภิตภาโนมัย รองอธิการบดี พร้อมด้วย อ.สุรศักดิ์ ทรัพย์เพิ่ม ผู้อำนวยการกลุ่มงานกิจการนักศึกษา ต้อนรับพร้อมนำเยี่ยมชมและเข้าศึกษาดูงานในด้านต่างๆ ณ มหาวิทยาลัยศรีปทุม กรุงเทพฯ

อาลีบาบา จัดประชุมพันธมิตร ขับเคลื่อนการศึกษาเศรษฐกิจดิจิทัล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/715482

อาลีบาบา จัดประชุมพันธมิตร  ขับเคลื่อนการศึกษาเศรษฐกิจดิจิทัล

อาลีบาบา จัดประชุมพันธมิตร ขับเคลื่อนการศึกษาเศรษฐกิจดิจิทัล

วันอังคาร ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

อาลีบาบา จัดประชุมตัวแทนจากพันธมิตร โครงการ Alibaba Global Digital Talent (GDT) หลักสูตรฝึกอบรมเรือธงภายใต้แพลตฟอร์มการค้าอิเล็กทรอนิกส์แบบหลายฝ่าย (eWTP) ของอาลีบาบา กรุ๊ป (Alibaba Group) สำหรับเยาวชน ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และผู้หญิงทั่วโลก โดยการฝึกอบรมแก่อาจารย์และการสร้างเครือข่ายแก่สถาบันการศึกษาในหลักสูตร เช่น การค้าปลีกรูปแบบใหม่ โลจิสติกส์อัจฉริยะ การตลาดดิจิทัล การลงทุนตลอดจนการจัดหาเงินทุนแก่สตาร์ทอัพนอกจากนี้ ยังสนับสนุนสถาบันต่างๆในเครือข่ายด้วยแพลตฟอร์มการฝึกอบรม การวัดผลประเมินผลนักศึกษา ตลอดจนให้การรับรองแก่นักศึกษาด้วย

ทั้งนี้ ในระหว่างงานประชุม ทาง GDT ยังได้ลงนามข้อตกลงกับ INTI International University & Colleges มาเลเซีย และ NTUC LearningHub Pte Ltd สิงคโปร์ และมีพิธีมอบรางวัลยกย่องสถาบันพันธมิตร อาจารย์ และนักศึกษาที่มีความเป็นเลิศ ที่ได้สร้างแบบอย่างของนวัตกรรมและการมีส่วนร่วมในโครงการ GDT สำหรับประเทศไทยที่ได้ทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) และในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โครงการริเริ่ม GDT ได้สร้างอาจารย์ 1,400 คน และนักศึกษาหลายหมื่นคนจากมหาวิทยาลัยและสถาบันฝึกอบรม 30 แห่งทั่วโลก

คุณหญิงกัลยา เคาะผลการประชุม คกก. คนพิการต้องได้รับการศึกษาเสมอภาค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/715476

คุณหญิงกัลยา เคาะผลการประชุม คกก.  คนพิการต้องได้รับการศึกษาเสมอภาค

คุณหญิงกัลยา เคาะผลการประชุม คกก. คนพิการต้องได้รับการศึกษาเสมอภาค

วันอังคาร ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิชรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ (คกก.) ครั้งที่1/2566 กล่าวว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบแผนการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2566-2570) ที่มีเป้าหมายสำคัญเพื่อให้คนพิการได้รับการศึกษาทุกระดับทุกระบบอย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ ด้วยรูปแบบวิธีการที่หลากหลายเหมาะสม ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ ทักษะวิชาการ ทักษะชีวิต และประกอบอาชีพตามความสามารถ พึ่งตัวเองได้ สามารถเรียนรู้ตลอดชีวิตด้วยวิถีพอเพียง และอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข

โดยกลุ่มคนพิการ ได้แก่ กลุ่มคนพิการทุกประเภท (บกพร่องทางการเห็น บกพร่องการได้ยิน บกพร่องสติปัญญา บกพร่องทางร่างกาย หรือการเคลื่อนไหว หรือทางสุขภาพ บกพร่องทางการเรียนรู้บกพร่องทางการพูดและภาษา บกพร่องทางพฤติกรรมหรืออารมณ์) ออทิสติก และบุคคลพิการซ้อน ต้องได้รับการศึกษาและได้รับความช่วยเหลือทางการศึกษาตั้งแต่แรกเกิดหรือแรกพบความพิการ เน้นการสร้างโอกาสให้ได้รับการศึกษาทั่วถึงเสมอภาค และมีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาตามความพิการแต่ละประเภท พร้อมทั้งได้รับสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการ และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษา

“การขับเคลื่อนการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการในประเทศไทย มีพัฒนาการมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 20 ปี โดยความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและเอกชน อาศัยปัจจัยสำคัญทั้งเชิงนโยบาย ทรัพยากร งบประมาณ บุคลากร และกลไกทางกฎหมาย ตลอดจนระเบียบต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพสำหรับคนพิการให้เกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรม นำไปสู่การพัฒนาคนพิการให้ได้เรียนรู้อย่างเต็มศักยภาพและมีคุณภาพชีวิตที่ดี อิสระ ปลอดภัยรู้เท่าทันโลกยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างสมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ต่อไป” ดร.คุณหญิงกัลยา กล่าว

มทร.รัตนโกสินทร์ จัดงานฉลอง บัณฑิตกิตติมศักดิ์ของสถาบัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/715478

มทร.รัตนโกสินทร์ จัดงานฉลอง  บัณฑิตกิตติมศักดิ์ของสถาบัน

มทร.รัตนโกสินทร์ จัดงานฉลอง บัณฑิตกิตติมศักดิ์ของสถาบัน

วันอังคาร ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ (มทร.รัตนโกสินทร์) นำโดย พลเอกจรัล กุลละวณิชย์ นายกสภามหาวิทยาลัย พร้อมด้วย รศ.ดร.อุดมวิทย์ไชยสกุลเกียรติ อธิการบดี ดร.สมศักดิ์วาทินชัย ประธานชมรมบัณฑิตกิตติมศักดิ์ และ ดร.สุขุม มีพันแสน และคณะผู้บริหาร ร่วมเลี้ยงฉลองบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มทร.รัตนโกสินทร์ ปีการศึกษา 2562-2564

ในงานเลี้ยงร่วมแสดงความยินดีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ในครั้งนี้ ได้มีการมอบของที่ระลึกแด่บัณฑิตกิตติมศักดิ์ ท่ามกลางบรรยากาศงานที่อบอุ่น ที่จัดขึ้น ณ โรงแรมอมตลันตา รีสอร์ท สุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา

ม.มหาสารคาม MOU สถาบันขงจื่อ พัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/715477

ม.มหาสารคาม MOU สถาบันขงจื่อ พัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน

ม.มหาสารคาม MOU สถาบันขงจื่อ พัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน

วันอังคาร ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

รองศาสตราจารย์ ดร.ประยุกต์ ศรีวิไล อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส) ลงนามบันทึกความเข้าใจด้านวิชาการและด้านการวิจัย กับ Mr.Lin Haoye ผู้อำนวยการสถาบันขงจื่อ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (ฝ่ายจีน)

ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงร่วมมือสนับสนุนการจัดกิจกรรม สร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการและการวิจัย พร้อมทั้งร่วมมือแลกเปลี่ยนนิสิตระดับปริญญาตรี ระดับบัณฑิตศึกษา บุคลากรสายวิชาการและบุคลากรสายสนับสนุน การทำวิจัยและการตีพิมพ์ ตลอดจนสร้างความร่วมมือในการใช้ทรัพยากรทางการวิจัย ทั้งด้านเครื่องมือ อุปกรณ์ สถานที่ บุคลากร และปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งยังร่วมกันประสานงานในการรับสมัครนิสิตชาวไทยและนักศึกษาชาวจีน พัฒนาหลักสูตร และพัฒนาสื่อการเรียนการสอนร่วมกัน โดยบันทึกข้อตกลงความเข้าใจฉบับนี้มีระยะเวลา 5 ปี

ยูนิเซฟเรียกร้องพรรคการเมืองไทย มุ่งสร้างโอกาสเท่าเทียมเพื่อเด็กทุกคน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/715475

วันอังคาร ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นางคยองซอน คิม ผู้แทนองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าวว่าการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงคือโอกาสสำคัญของประเทศไทยที่จะกำหนดวิสัยทัศน์สำหรับอนาคตที่เท่าเทียมและเจริญรุ่งเรือง โดยเป็นอนาคตที่เด็กทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างเต็มศักยภาพไม่ว่าพวกเขาจะเป็นใครหรือมาจากไหน การพัฒนาเด็กถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งในยามที่ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างรวดเร็ว เมื่อเราพูดถึงอนาคตของประเทศ ไม่มีใครสำคัญไปกว่าเด็กอีกแล้ว ดังนั้นเราต้องทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่สูญเปล่าสำหรับเด็ก 13.7 ล้านคน ในประเทศไทย ถึงเวลาที่พวกเราทุกคนรวมถึงพรรคการเมืองทุกพรรคและผู้มีอำนาจตัดสินใจ ต้องร่วมกันยืนหยัดและแสดงมุ่งมั่นอย่างจริงจังในการสร้างอนาคตที่สดใสและเท่าเทียมสำหรับเด็กทุกคน

นางคยองซอนกล่าวต่อไปว่า ยูนิเซฟมีข้อเรียกร้อง 7 วาระสำหรับการเลือกตั้งในประเทศไทย ซึ่งมีข้อมูลเชิงวิเคราะห์พร้อมสถิติและข้อเสนอแนะในเรื่องต่างๆ ที่กำลังส่งผลกระทบต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของเด็กในประเทศไทย ได้แก่ การพัฒนาเด็กปฐมวัย การศึกษา นโยบายสังคม การพัฒนาวัยรุ่น เด็กพิการ ความปลอดภัยในโลกออนไลน์และการคุ้มครองเด็ก ทั้งหมดนี้ต้องอาศัยความมุ่งมั่นและการแก้ปัญหาอย่างจริงจังจากผู้กำหนดนโยบาย โดยทั้ง 7 วาระได้วาระที่ 1 บริการดูแลเด็กที่มีคุณภาพในราคาเข้าถึงได้สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปีทุกคน วาระที่ 2 พลิกโฉมการศึกษาเพื่อพัฒนาเด็กให้มีสมรรถนะและทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 วาระที่ 3 เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดถ้วนหน้า วาระที่ 4 พัฒนาศักยภาพของเยาวชนที่ไม่ได้อยู่ในระบบการศึกษา การทำงาน หรือการฝึกอบรม (NEET) วาระที่ 5 บริการที่ครอบคลุมสำหรับเด็กพิการ วาระที่ 6 เสริมสร้างความปลอดภัยในโลกออนไลน์สำหรับเด็ก วาระที่ 7 เพิ่มการลงทุนในการพัฒนากำลังคนด้านสังคมสงเคราะห์

“การแก้ปัญหาเหล่านี้ถือเป็นเรื่องสำคัญและเร่งด่วนกว่าเดิม เนื่องจากประเทศไทยได้เข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุและมีอัตราการเกิดลดลงเรื่อยๆ โดยอัตราการพึ่งพิงของประเทศไทยจะสูงเกินกว่าร้อยละ 50 ภายในปี 2588 นั่นหมายความว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องลงทุนในการพัฒนาเด็กและเยาวชนอย่างเร่งด่วน เพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาจะมีทักษะและสรรพกำลังที่จำเป็นในการนำพาประเทศไปสู่การเป็นสังคมที่เจริญรุ่งเรือง ยั่งยืน สงบสุขและเท่าเทียมในอนาคต” นางคยองซอนกล่าวทิ้งท้าย

ธ.ยูโอบี จัดโครงการส่งเสริมโภชนาการ เด็กไทยในพื้นที่ห่างไกล ภาคเหนือ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/715479

วันอังคาร ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย และโครงการฟูด ฟอร์ กู๊ด (FOOD FOR GOOD) โดยมูลนิธิยุวพัฒน์ ร่วมกันส่งเสริมโภชนาการที่ดีให้เด็กไทยในพื้นที่ห่างไกลทางภาคเหนือของประเทศไทย
โดยได้ระดมทุนเพื่อสนับสนุนการเติมเต็มมื้ออาหารให้ครบถ้วนตามหลักโภชนาการ

โดยโรงเรียนที่ได้รับการสนับสนุน ได้แก่โรงเรียนขนาดเล็กและขนาดกลาง 5 แห่ง ในจังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย พร้อมสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพคุณครูและแม่ครัวให้สามารถวางแผนมื้ออาหารที่ถูกหลักโภชนาการ ครบถ้วน หลากหลาย และเพียงพอตามช่วงวัย รวมถึงวิธีการดูแลเด็กนักเรียนรายบุคคลให้พ้นจากภาวะทุพโภชนาการ