‘ตรีนุช’ลงนามประกาศตั้ง อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมฯ-มัธยมฯทั้ง 245 เขตแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/708790

'ตรีนุช'ลงนามประกาศตั้ง อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมฯ-มัธยมฯทั้ง 245 เขตแล้ว

‘ตรีนุช’ลงนามประกาศตั้ง อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมฯ-มัธยมฯทั้ง 245 เขตแล้ว

วันเสาร์ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 07.45 น.

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2566  น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.)ได้ลงนามประกาศคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เรื่อง ต้ัง อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา  จำนวน 183 เขตพื้นที่ฯ และ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา จำนวน 62 เขตพื้นที่ฯแล้ว 

ดูรายละเอียดเต็ม : ประกาศคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เรื่อง ตั้ง อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา

ประกาศคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เรื่อง ตั้ง อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา

ให้อำนาจ ผอ.! ‘ตรีนุช’สั่งโรงเรียนปิดเรียนได้ หากค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/708705

ให้อำนาจ ผอ.! 'ตรีนุช'สั่งโรงเรียนปิดเรียนได้ หากค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน

ให้อำนาจ ผอ.! ‘ตรีนุช’สั่งโรงเรียนปิดเรียนได้ หากค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน

วันศุกร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 16.42 น.

“ตรีนุช”ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 โรงเรียนพื้นที่สีส้ม เบื้องต้นให้อำนาจ ผอ.โรงเรียนปิดเรียนได้ หากค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน มีผลกระทบต่อสุขภาพ

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2566 ที่โรงเรียนวัดอมรินทราราม กรุงเทพมหานคร น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ว่า เนื่องจากหลายจังหวัด โดยเฉพาะภาคเหนือ และภาคกลาง มีค่าฝุ่น PM 2.5 สูงเกินมาตรฐานหลายแห่ง ศธ.มีความเป็นห่วงนักเรียนอย่างมาก และที่ผ่านมาได้เน้นย้ำให้สถานศึกษาเป็นสถานที่ปลอดภัยต่อนักเรียนในทุกมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมิติด้านสุขภาพ โดย PM 2.5 ส่งผลกระทบกับร่างกายของเด็ก และครูอย่างมาก เพราะส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจโดยตรง และจากการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนวัดอมรินทราราม พบว่าโรงเรียนอยู่ในเขตพื้นที่สีส้ม หรือ เป็นค่าฝุ่นที่เริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพแล้ว แต่ทางโรงเรียนสามารถเตรียมการรับมือได้ดี เช่น ให้นักเรียนสวมหน้ากากอนามัยอยู่ตลอด กรณีที่พบเด็กมีอาการระคายเคือง ก็จะล้างจมูกให้เด็กทันที ประกอบโรงเรียนได้รับการสนับสนุนจากโรงพยาบาลศิริราชที่ให้เครื่องฟอกอากาศมาติดในห้องเรียนด้วย

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า ศธ.ได้ประกาศมาตรการป้องกัน แก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ซึ่งกำหนดมาตรการเร่งด่วน และมาตรการระยะยาว เพื่อให้หน่วยงานและสถานศึกษาใช้เป็นแนวทางการปฏิบัติเดียวกัน และตนจะกำชับให้แต่ละสถานศึกษาดูว่าในพื้นที่ของตนเองนั้น ค่าฝุ่นเป็นเช่นไร และขอให้แต่ละพื้นที่ดูแล เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพื่อให้โรงเรียนสามารถจัดการเรียนการสอนได้ ส่วนโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่สีแดง และสีส้ม ก็ขอให้งดกิจกรรมกลางแจ้ง เพื่อให้ไม่ส่งผลกระทบกับสุขภาพของนักเรียน

“แต่ละพื้นที่จะมีบริบทไม่เหมือนกัน มีความรุนแรงของ PM 2.5 ไม่เหมือนกัน ดังนั้นจึงขอให้สถานศึกษาติดตามข่าวสาร และคอยอัพเดตข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษ อยู่เสมอ ทั้งนี้ ศธ.ได้ให้อำนาจผู้อำนวยการโรงเรียน พิจารณาว่าควรจะปรับรูปแบบการเรียรการสอนหรือไม่ เช่น หากพบค่าฝุ่นอยู่ในระดับสีแดง หรือ สีส้ม ก็อาจจะสั่งหยุดเรียออนไซต์ และให้เรียนออนไลน์แทน เป็นต้น แต่การพิจารณาหยุดเรียน หรือปรับการเรียนการสอนนั้น ขอให้ประสานและทำงานร่วมกับฝ่ายปกครองด้วย โดยให้ดูว่าผู้ว่าราชการจังหวัดมีคำสั่ง และมีมาตรการรับมืออย่างไร และขณะนี้ ยังไม่ได้รับรายงานว่ามีโรงเรียนใดหยุดเรียนบ้าง” น.ส.ตรีนุช กล่าว

ด้าน นางภารดี ผางสง่า ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดอมรินทราราม กทม. กล่าวว่า โรงเรียนเปิดสอนระดับอนุบาล – ประถมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียนจำนวน 1,396 คน ที่ผ่านมาโรงเรียนเน้นย้ำให้ครูและนักเรียนใส่หน้ากากอนามัยอยู่ตลอด อีกทั้งได้รับการติดตั้งเครื่องฟอกอากาศ หรือเครื่องเติมอากาศ จากโรงพยาบาลศิริราช ซึ่งเครื่องนี้จะเปลี่ยนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ให้เป็นก๊าชออกซิเจน โดยโรงพยาบาลศิริราชได้ดำเนินการติดเครื่องนี้ตั้งแต่ช่วงที่มีเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 แพร่ระบาดแล้ว จากการติดเครื่องดังกล่าวพบว่ามีจำนวนเด็กที่ติดเชื้อโควิด-19 น้อยมาก ทางโรงเรียนจึงเชื่อว่าเครื่องดังกล่าว จะช่วยแก้ปัญหาเรื่อง PM 2.5 ได้เช่นกัน ดังนั้น จึงมั่นใจได้ว่าอากาศในห้องเรียนไม่มี PM 2.5 แน่นอน

“โรงเรียนติดตามค่าอากาศอยู่ตลอด หากค่าฝุ่นสูงมาก จนเด็กไม่สามารถเดินทางมาเรียนได้ ทางโรงเรีนนก็จะหยุดการเรียนออนไซต์ และปรับเรียนแบบออนไลน์แทน ซึ่งทางโรงเรียนและนักเรียนได้เตรียมความพร้อมไว้แล้ว และ รมว.ศธ.ก็เน้นย้ำว่า ขอให้โรงเรียนดูแลนักเรียนอย่างใกล้ชิด ให้ใส่หน้ากากอนามัย ปิดหน้าต่าง และเลี่ยงจัดกิจกรรมกลางแจ้ง” นางภารดี กล่าว

– 006

ศธ.ออกประกาศมาตรการป้องกัน แก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/708622

ศธ.ออกประกาศมาตรการป้องกัน แก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5

ศธ.ออกประกาศมาตรการป้องกัน แก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5

วันศุกร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 13.46 น.

วันที่ 3 กุมภาพันธ์  2566 นายอรรถพล สังขวาสี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัดศธ.) ลงนามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง มาตรการป้องกัน แก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (pm 2.5) เมื่อวันที่ วันที่ 18 มกราคม 2566 เพื่อให้การดำเนินงานด้านป้องกัน แก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (pm 2.5) ของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และครอบคลุมทั่วประเทศ

โดยมอบหมายให้ศูนย์อำนวยการช่วยเหลือสถานศึกษาประสบภัยพิบัติกระทรวงศึกษาการจังหวัดทุกจังหวัด ซึ่งตั้งอยู่สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ทำหน้าที่เป็นศูนย์ประสานงานเพื่อเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (pm 2.5) ในส่วนภูมิภาค พร้อมทั้งกำหนดมาตรการมาตรการเร่งด่วน และมาตรการระยะยาว เพื่อให้หน่วยงานและสถานศึกษาใช้เป็นแนวทางการปฏิบัติเดียวกันต่อไป

‘ในหลวง’โปรดเกล้าฯให้ ‘พล.อ.สุรยุทธ์’ ผู้แทนวางพวงมาลา วันทหารผ่านศึก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/708588

'ในหลวง'โปรดเกล้าฯให้ 'พล.อ.สุรยุทธ์' ผู้แทนวางพวงมาลา วันทหารผ่านศึก

‘ในหลวง’โปรดเกล้าฯให้ ‘พล.อ.สุรยุทธ์’ ผู้แทนวางพวงมาลา วันทหารผ่านศึก

วันศุกร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 12.33 น.

ในหลวง-ราชินี” โปรดเกล้าฯ ให้ประธานองคมนตรี​ ผู้แทนวางพวงมาลา เนื่องใน วันทหารผ่านศึก เชิดชูเกียรติทหารกล้า

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2566​ เวลา 10.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้  พลเอก สุรยุทธ์  จุลานนท์ ประธานองคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ วางพวงมาลา เนื่องในวันทหารผ่านศึก ประจำปี 2566 ณ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ  โดยองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในฐานะหน่วยงานที่ทำหน้าที่ดูแลให้การสงเคราะห์แก่ทหารผ่านศึก ครอบครัวทหารผ่านศึก ทหารนอกประจำการ และผู้ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ ในการปกป้องอธิปไตยและรักษาความมั่นคงของชาติ ได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อสดุดีและรำลึกถึงวีรกรรม​ ความกล้าหาญของทหารผ่านศึก ที่ได้เสียสละเลือดเนื้อและชีวิตเพื่อปกปักรักษาเอกราชและอธิปไตยของชาติให้คงอยู่ตราบเท่าทุกวันนี้

และเป็นการเชิดชูเกียรติทหารผ่านศึกให้เป็นที่ประจักษ์แก่ประชาชนชาวไทย โดยมีผู้แทนส่วนราชการต่าง ๆ ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารต่างประเทศประจำประเทศไทย สมาคม ชมรม มูลนิธิ ตลอดจนทหารผ่านศึกนอกประจำการกรณีสงครามต่าง ๆ ร่วมวางพวงมาลา

ทั้งนี้ ในช่วงเช้า เวลา 07.45 น. องค์การฯ ได้จัดพิธีจุดตะเกียงโบราณ และเวลา​ 08.00 น. ได้จัดพิธีจุดตะเกียงตามประทีปและสักการะอัฐิ เวลา 08.20 น. พิธีเชิดชูเกียรติทหารผ่านศึกดีเด่น    ประจำปี​ 2566 โดยมี พลเอก สัณทัศน์  นันทิภาคย์หิรัญ ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเป็นประธานในพิธี 

และเนื่องในโอกาสวันทหารผ่านศึก ขอเชิญชวนประชาชนชาวไทยร่วมรำลึกถึงคุณงามความดีและความเสียสละของทหารผ่านศึก ผู้ยอมสละเลือดเนื้อและชีวิตเป็นชาติพลี รวมทั้งให้การยกย่อง เชิดชูเกียรติแก่ทหารผ่านศึกทั้งหลาย ในฐานะที่เป็นผู้ปกป้องประเทศชาติให้รอดพ้นจากภยันตรายทั้งปวง รวมทั้งขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือทหารผ่านศึกและครอบครัวผู้ยากไร้ โดยสามารถร่วมบริจาคได้ที่บัญชีธนาคารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) สาขาโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ชื่อบัญชี “องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก” เลขที่ 038 -​731193-9หรือบริจาคผ่าน QR Code ขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 02 3548587 ต่อ​41235  และ 41236 สำหรับเงินบริจาคสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้

‘ตรีนุช’จี้โรงเรียนเป็น’เขตปลอดบุหรี่ไฟฟ้า’ หวั่นเข้าสู่วงจรนักสูบหน้าใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/708567

'ตรีนุช'จี้โรงเรียนเป็น'เขตปลอดบุหรี่ไฟฟ้า' หวั่นเข้าสู่วงจรนักสูบหน้าใหม่

‘ตรีนุช’จี้โรงเรียนเป็น’เขตปลอดบุหรี่ไฟฟ้า’ หวั่นเข้าสู่วงจรนักสูบหน้าใหม่

วันศุกร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 10.45 น.

“ตรีนุช” จี้โรงเรียนเป็น “เขตปลอดบุหรี่ไฟฟ้า” หวั่นเข้าสู่วงจรนักสูบหน้าใหม่ ทำลายสุขภาพ

3 ก.พ.2566 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า การแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเด็กและเยาวชน ทั้งหญิงและชายกำลังเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งที่ผ่านมาก็มีข่าวว่าบุหรี่ไฟฟ้าได้เข้าถึงกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีแล้ว โดยมีนักเรียนประถมศึกษาชั้นปีที่ 5 ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมเงินกันซื้อบุหรี่ไฟฟ้ามาแบ่งกันสูบถึง 20 คน ด้วยความอยากรู้อยากลอง และเด็ก ๆ หลายคนอาจมองว่าการสูบบุหรี่ไฟฟ้าเท่ มีรูปลักษณ์สวยงาม ซื้อหาง่าย ทั้ง ๆ ที่บุหรี่ไฟฟ้าถือเป็นภัยร้ายที่จะนำไปสู่การเสพติดนิโคตินระยะยาว และเป็นการเปิดประตูสู่การสูบบุหรี่ธรรมดา และอาจนำไปสู่การเสพติดสิ่งเสพติดอื่น ๆได้ง่าย ดังนั้น ตนจึงได้สั่งการไปยังต้นสังกัดของสถานศึกษาทั้งรัฐและเอกชนทุกแห่ง ให้เร่งสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภัยที่มาจากบุหรี่ไฟฟ้า ห้ามสูบบุหรี่ไฟฟ้าในสถานศึกษา โดยยึดกฎระเบียบเช่นเดียวกับการห้ามสูบบุหรี่ธรรมดา และต้องตรวจตราอย่างเคร่งครัดด้วย

“ถึงเวลาแล้วที่เราต้องเข้มงวด กวดขัน เคร่งครัด และป้องกันการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเด็กและเยาวชน ขณะนี้เด็ก ๆหลายคนยังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อน ไม่คิดว่าบุหรี่ไฟฟ้าอันตราย ซึ่งการดำเนินการห้ามสูบบุหรี่ไฟฟ้าในสถานศึกษา สามารถทำได้ทันที โดยอ้างอิงประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่ออกมาตามความ พ.ร.บ. คุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ พ.ศ.2535 ที่ได้กำหนดให้โรงเรียนหรือสถานศึกษา เป็นสถานที่สาธารณะต้องเป็นเขตปลอดบุหรี่ทั้งหมด ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงศึกษาธิการก็ได้มีการกำหนดนโยบายโรงเรียนปลอดบุหรี่  ให้สถานศึกษาบริหารจัดการเพื่อโรงเรียนปลอดบุหรี่ จัดสภาพแวดล้อมให้โรงเรียนปลอดบุหรี่  สอดแทรกเรื่องบุหรี่ในการจัดการเรียนรู้  ให้นักเรียนมีส่วนร่วมขับเคลื่อนโรงเรียนปลอดบุหรี่ เป็นต้น ดังนั้น เมื่อเพิ่มนโยบายเรื่องให้โรงเรียนปลอดบุหรี่ไฟฟ้าเข้าไปด้วย  ก็จะช่วยป้องกันไม่ให้เด็กและเยาวชนเข้าไปสู่วงจรนักสูบหน้าใหม่ และช่วยป้องกันรักษาสุขภาพของเด็ก ๆได้”นางสาวตรีนุช กล่าว

หนีฝุ่นพิษ! ‘โรงเรียนสาธิตจุฬาฯฝ่ายประถม’ ประกาศปิดเรียน 1 วัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/708523

หนีฝุ่นพิษ! 'โรงเรียนสาธิตจุฬาฯฝ่ายประถม' ประกาศปิดเรียน 1 วัน

หนีฝุ่นพิษ! ‘โรงเรียนสาธิตจุฬาฯฝ่ายประถม’ ประกาศปิดเรียน 1 วัน

วันพฤหัสบดี ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 21.21 น.

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2566 เพจเฟซบุ๊ก “โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถม” โพสต์ข้อความระบุว่า เรียน ผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถม เรื่อง ประกาศปิดเรียน

จากรายงานดัชนีคุณภาพอากาศในเขตพื้นที่โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถม พบว่า มีค่าฝุ่นละอองในอากาศขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ในปริมาณที่เกินกว่าค่ามาตรฐานและเป็นอันตรายต่อสุขภาพ โรงเรียนมีความห่วงใยสุขภาพของนักเรียน รวมถึงเพื่อเฝ้าสังเกตสถานการณ์และแนวโน้มของค่าฝุ่นละอองในอากาศ จึงขอปิดเรียนในวันศุกร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2566 รวมเป็นเวลา 1 วัน และเปิดเรียนตามปกติในวันจันทร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2566 ในการนี้โรงเรียนจะจัดให้มีการเรียนออนไลน์ตามตารางเรียนปกติของนักเรียนผ่านระบบ CUD Smart School ในวันศุกร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2566 โดยเป็นการทำกิจกรรมหรือทบทวนบทเรียนผ่านสื่อการเรียนรู้ต่างๆ และไม่มีการนับจำนวนผู้เข้าเรียน เมื่อเปิดเรียนตามปกติอาจารย์ประจำวิชาจะเป็นผู้สอนและติดตามงานกับนักเรียนอีกครั้ง

ทั้งนี้ ในส่วนการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ของนักเรียนแต่ละระดับชั้น โรงเรียนขอแจ้งกำหนดการ ดังนี้ 1) กิจกรรมทัศนศึกษาของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ยังคงจัดในวันศุกร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2566 ตามปกติ 2) กิจกรรมการอยู่ค่ายกลางวันของลูกเสือและเนตรนารี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จากเดิมจัดในวันเสาร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2566 จะเลื่อนไปจัดในวันเสาร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2566 3) นักเรียนที่เรียนในโครงการเพิ่มพูนสมรรถนะการเรียนรู้นอกเวลาเรียนและโครงการพัฒนาทักษะกีฬาเชิงรุก (After School) จากเดิมที่เรียนในวันศุกร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2566 จะเลื่อนไปเรียนในวันศุกร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2566 จึงเรียนมาเพื่อทราบ

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายวิชาการหลักสูตรและการสอน โทรศัพท์ 02-218-0529 หน่วยประชาสัมพันธ์ โทรศัพท์ 02-218-2746 หน่วยสารบรรณ โทรศัพท์ 02-218-2783 เข้าสู่เว็บไซต์โรงเรียน https://satite.chula.ac.th/ปิดเรียน-03-02-2566/

– 006

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FSatitChula%2Fposts%2Fpfbid037YvcJ8GcstEA2NM5GSdxU5Bzj6tnZQEzrwErQrxdKZcQmjhMkME5hK9oWMSRm2Awl&width=500&show_text=true&height=582&appId

สั่งตั้งกก.สอบวินัยร้ายแรง’ผอ.โรงเรียน’เรียกรับเงิน โทษสูงสุดถึงขั้นไล่ออก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/708520

สั่งตั้งกก.สอบวินัยร้ายแรง'ผอ.โรงเรียน'เรียกรับเงิน โทษสูงสุดถึงขั้นไล่ออก

สั่งตั้งกก.สอบวินัยร้ายแรง’ผอ.โรงเรียน’เรียกรับเงิน โทษสูงสุดถึงขั้นไล่ออก

วันพฤหัสบดี ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 21.01 น.

กทม.ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง พร้อมสั่งพักราชการ ผอ.โรงเรียน ทุจริตเรียกรับเงินผู้รับเหมาโครงการอาหารเด็ก จนถูกจับกุมคาเงินของกลาง

จากกรณีกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) วางแผนจับกุม ผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่ง ย่านบางชัน มีพฤติกรรมใช้อำนาจในทางที่ไม่เหมาะสม เรียกรับเงินจากคู่สัญญาหรือผู้ประกอบการที่ชนะการเสนอราคาโครงการจ้างเหมาประกอบอาหารสำหรับนักเรียน ภาคเรียนที่  2/2565 ของโรงเรียนฯ เป็นเงิน 329,000 บาท โดยอ้างว่าจะนำไปปรับปรุงวัสดุ อุปกรณ์ โต๊ะ เก้าอี้ ภายในโรงอาหารของโรงเรียน และเรียกเก็บเพิ่มเติมเป็นเงินรายเดือนอีกเดือนละ 9,000 บาทนั้น (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ปปป.ให้ประกัน’ผอ.ร.ร.ย่านบางชัน’คดีทุจริตเงินอาหารเด็กนักเรียน)

ล่าสุด นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยว่า ในการดำเนินการสอบวินัย เป็นอำนาจของปลัดกรุงเทพมหานคร จะมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง เนื่องจากเป็นความผิดที่ชัดแจ้ง และจะมีคำสั่งให้พักราชการไว้ก่อน โดยกรอบของกรรมการสอบจะใช้เวลาไม่เกิน 30 วัน ซึ่งโทษสูงสุดก็คือการไล่ออก

โดยขั้นตอนการประมูลการได้งานของบริษัทดังกล่าวก็เป็นไปตามขั้นตอน E-bidding ผ่านกระบวนการหาตัวผู้รับจ้างตามที่กฎหมายกำหนดเป็นไปตามมาตรฐานตามโครงการอาหารของเด็ก ซึ่งโรงเรียนก็จะต้องเป็นผู้ตรวจตรา ส่วน กทม.มีการส่งที่ปรึกษาลงไปตรวจตราความถูกต้องอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเคสนี้เป็นการกระทำผิดโดยบุคคลไม่ได้ทุจริตจากขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้าง ส่วนที่มีการกล่าวอ้างว่าจะเอาเงินมาซื้อโต๊ะเก้าอี้ก็คนละเรื่องกัน คนละงบประมาณกันอยู่แล้ว

ด้าน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า เรื่องทุจริตคอรัปชันเป็นเรื่องที่รับไม่ได้และได้มีการสั่งเน้นย้ำมาโดยตลอด เชื่อว่าคนที่ทำผิดเป็นส่วนน้อยก็อยากจะให้กำลังใจคนส่วนใหญ่ คุณครูทั่วทั้ง กทม. เป็นคนดีและตั้งใจทำงาน

เฝ้าระวังPM2.5 ‘ตรีนุช’สั่งสถานศึกษาปรับกิจกรรมการเรียน พื้นที่ฝุ่นเกินมาตรฐาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/708458

เฝ้าระวังPM2.5 'ตรีนุช'สั่งสถานศึกษาปรับกิจกรรมการเรียน พื้นที่ฝุ่นเกินมาตรฐาน

เฝ้าระวังPM2.5 ‘ตรีนุช’สั่งสถานศึกษาปรับกิจกรรมการเรียน พื้นที่ฝุ่นเกินมาตรฐาน

วันพฤหัสบดี ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 17.23 น.

“ตรีนุช”สั่ง สพฐ.เฝ้าระวังสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ในสถานศึกษา พร้อมปรับกิจกรรมการเรียนในพื้นที่ฝุ่นเกินมาตรฐาน

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2566 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ในประเทศไทย ที่มีแนวโน้มค่าฝุ่นสูงเกินมาตรฐานในระดับสีแดงและสีส้มในหลายจังหวัด ว่า ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กำชับสถานศึกษาเตรียมความพร้อมและเฝ้าระวังผลกระทบด้านสุขภาพของนักเรียนจากค่าฝุ่นที่เกิดมาตรฐาน ตามมาตรการเร่งด่วนของศูนย์ประสานงานเพื่อเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ปัญหาฝุ่นฯ PM 2.5 สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เช่น สวมหน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่น งดกิจกรรมและออกกำลังกายกลางแจ้ง ปิดประตูหน้าต่างช่วงมีฝุ่นสูง รวมทั้งให้ครูสื่อสารข้อมูลสถานการณ์ฝุ่นในชั้นเรียนอย่างต่อเนื่อง พร้อมเฝ้าสังเกตอาการแพ้ต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น

“ดิฉันให้ความสำคัญต่อสุขภาพของนักเรียนและครูทุกคน ทั้งที่อยู่ในพื้นที่มีฝุ่นและพื้นที่ที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน จึงได้มอบให้ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งดูแลศูนย์ประสานงานเพื่อเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ปัญหาฝุ่นฯ PM 2.5 และเลขาธิการ กพฐ.ประสานการทำงานร่วมกับกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เพื่อช่วยในเรื่องของมาตรการดูแลและป้องกันสุขภาพ อนามัยของนักเรียนนักศึกษา ครู และบุคลากรทางการศึกษา พร้อมให้กำชับไปยังผู้บริหารสถานศึกษาให้เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ในพื้นที่ที่มีระดับค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน ที่เริ่มมีผลต่อสุขภาพและมีผลต่อสุขภาพ เพื่อปรับกิจกรรมการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับสภาพอากาศ โดยย้ำให้ดูแลผู้เรียนกลุ่มเสี่ยงที่มีโรคประจำตัวอย่างใกล้ชิด เช่น โรคหัวใจ โรคระบบทางเดินหายใจ รวมทั้งเด็กเล็ก หากมีอาการผิดปกติควรไปพบแพทย์ทันที นอกจากนี้ให้สถานศึกษาทำงานร่วมกับศูนย์อำนวยการช่วยเหลือสถานศึกษาประสบภัยพิบัติ ศธ.ที่มีอยู่ทุกจังหวัด ในการติดตามสถานการณ์และเตรียมพร้อมให้การช่วยเหลือหน่วยงานและสถานศึกษาทั่วประเทศอย่างเต็มที่” รมว.ศธ.กล่าว

สช.-สมาคมทางการศึกษาเอกชน จัดงาน’วันการศึกษาเอกชน ปี 2566′ 5ภูมิภาค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/708432

สช.-สมาคมทางการศึกษาเอกชน จัดงาน'วันการศึกษาเอกชน ปี 2566' 5ภูมิภาค

สช.-สมาคมทางการศึกษาเอกชน จัดงาน’วันการศึกษาเอกชน ปี 2566′ 5ภูมิภาค

วันพฤหัสบดี ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 16.52 น.

สช.-สมาคมทางการศึกษาเอกชน จัดงาน “วันการศึกษาเอกชน ปี 2566” 5 ภูมิภาค

2 ก.พ. 2566 นายมณฑล ภาคสุวรรณ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (เลขาธิการ กช.) พร้อมด้วย ผศ.ดร.ศุภเสฏฐ์ คณากูล นายกสมาคมคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชนและประธาน ปส.กช. จังหวัดนครราชสีมา ร่วมแถลงข่าวการจัดงาน “ วันการศึกษาเอกชน ประจำปี พ.ศ. 2566 ” โดยมี นายประพัทธ์ รัตนอรุณ รองเลขาธิการ กช. ผู้เชี่ยวชาญฯ และผู้บริหาร สช. เข้าร่วม ณ  ห้องประชุมวิเวก ปางพุฒิพงศ์ อาคาร สช.

นายมณฑล  กล่าวว่า ตามที่ ได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติโรงเรียนราษฎร์ขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2461  และนับแต่นั้นมา สช.จึงได้กำหนดให้วันที่ 10 กุมภาพันธ์ ของทุกปี เป็น “วันการศึกษาเอกชน” ซึ่งผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาเอกชน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในแต่ละภูมิภาคร่วมกันจัดกิจกรรมต่างๆ ในห้วงเวลาดังกล่าวเป็นประจำทุกปี โดยได้กำหนดการจัดงาน “ วันการศึกษาเอกชน ประจำปี พ.ศ. 2566 ” วัตถุประสงค์ของการจัดงานครั้งนี้เพื่อให้ผู้บริหาร และครูได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาการและนวัตกรรมทางการศึกษา ครูและผู้สอน ได้เผยแพร่ผลงานด้านการศึกษาสู่สาธารณชนผ่านการประชุมเชิงวิชาการ ส่วนนักเรียน ได้มีโอกาสแสดงออกถึงความรู้ ความสามารถตามศักยภาพ เป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ค้นพบความถนัดของตนเอง และสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณภาพ และมีการพัฒนาต่อยอดการเรียนรู้  และเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันซึ่งตรงกับนโยบายและเป้าหมายของกระทรวงศึกษาธิการ ที่มุ่งเน้นพัฒนาผู้เรียนให้สามารถคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหา และเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ และทักษะที่จำเป็นในโลกยุคปัจจุบัน และเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของโรงเรียน  สมาคม  และเครือข่ายทางการศึกษาเอกชน เพื่อเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนแนวทางการจัดการศึกษาเอกชนที่ดี

ผศ.ดร.ศุภเสฏฐ์ คณากูล นายกสมาคมคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชนและประธาน ปส.กช. จังหวัดนครราชสีมา กล่าวเพิ่มเติมว่า  สช. และหน่วยงานที่ดูแลการศึกษาเอกชนในส่วนภูมิภาค (ศธจ./สช.จังหวัด) ได้ร่วมกับสมาคมคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชน (ส.ปส.กช.) และคณะกรรมการปส.กช.จังหวัด สมาคมการศึกษาเอกชนจังหวัดและเครือข่ายการศึกษาเอกชนต่างๆ จัดกิจกรรม ใน 5 ภูมิภาค  ได้แก่ ภาคตะวันออก วันที่ 4 ก.พ. 2566 ณ โรงแรมทวาราวดี/โรงเรียนมัธยม วัดใหม่กรงทองในพระราชูปถัมภ์ จังหวัดปราจีนบุรี  วันที่ 5  ก.พ. 2566 ณ โรงแรมทวาราวดี จังหวัดปราจีนบุรี ภาคกลาง วันที่ 17 ก.พ. 2566 ณ โรงเรียนวินิตศึกษา จังหวัดลพบุรี วันที่ 18 ก.พ. 2566 ณ หอประชุมวิทยาลัยนาฏศิลปลพบุรี จังหวัดลพบุรี  ภาคเหนือ วันที่ 18 ก.พ. 2566 ณ โรงแรมแกรนด์ปารีสอร์ท จังหวัดลำพูน วันที่ 19 ก.พ. 2566 ณ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จังหวัดลำพูน  ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วันที่ 24-25 ก.พ. 2566 ณ โรงแรมณัฐพงษ์แกรนด์ จังหวัดหนองบัวลำภู  ภาคใต้ วันที่ 25 ก.พ. 2566 ณ โรงแรมพาราไดซ์แอนด์รีสอร์ท หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา วันที่ 26 ก.พ. 2566 ณ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

โดยภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ การประชุมสัมมนาทางวิชาการ การแสดงนิทรรศการ การแข่งขันทักษะทางวิชาการและการประกวดสิ่งประดิษฐ์ของนักเรียนโรงเรียนเอกชนในระดับประเทศ โดยสมาคม ปส.กช. ร่วมกับ สช. ดำเนินการ จัดรายการแข่งขัน 22 รายการ  51 การแข่งขัน มีนักเรียนที่เข้าร่วมการแข่งขัน 10,972 คน จาก 1,073 โรงเรียนทั่วประเทศ  มีการมอบรางวัลยกย่องเชิดชูเกียรติ ผู้บริหารและครูโรงเรียนเอกชนผู้ทำคุณประโยชน์ต่อการศึกษาเอกชน  และนักเรียนผู้สร้างชื่อเสียงระดับประเทศ 

“สำหรับกลุ่มเป้าหมายในการจัดงานในครั้งนี้ประกอบด้วย คณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชนจังหวัดทั่วประเทศ (ปส.กช.) นายกสมาคมทางการศึกษาเอกชน เครือข่ายการศึกษาเอกชน ผู้บริหาร  ครู  บุคลากรทางการศึกษาและนักเรียนโรงเรียนเอกชน ข้าราชการสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด/สำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัด ข้าราชการของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนจากทุกจังหวัดในภูมิภาคต่างๆ คาดว่าจะมีผู้ร่วมงานรวมทั้งสิ้น กว่า  10,000  คน” ผศ.ดร.ศุภเสฏฐ์ กล่าว
 

‘ตรีนุช’ย้ำทำงานการศึกษาและเยาวชนต้องโปร่งใสทุกมิติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/708425

'ตรีนุช'ย้ำทำงานการศึกษาและเยาวชนต้องโปร่งใสทุกมิติ

‘ตรีนุช’ย้ำทำงานการศึกษาและเยาวชนต้องโปร่งใสทุกมิติ

วันพฤหัสบดี ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 16.39 น.

‘ตรีนุช’ย้ำทำงานการศึกษาและเยาวชนต้องโปร่งใสทุกมิติ ปมมีผู้ร้องเรียนว่าผู้อำนวยการโรงเรียน

จากกรณี ที่มีการร้องเรียนว่าผู้อำนวยการโรงเรียนบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ เรียกรับเงินจากคู่สัญญาหรือผู้ประกอบการที่ชนะการเสนอราคาโครงการจ้างเหมาประกอบอาหารสำหรับนักเรียน ทางกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) จึงวางแผนให้ผู้ประกอบการนำเงินไปส่งมอบให้กับผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าว ก่อนนำกำลังเข้าจับกุมตัวได้พร้อมกับเงินของกลาง นั้น

2 ก.พ.2566 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.)  กล่าวว่า ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ได้มีการเน้นย้ำผู้บริหารทุกภาคส่วนและระดับทุกพื้นที่ให้ดำเนินการทุกเรื่องอย่างโปร่งใสมาโดยตลอดอยู่แล้ว ไม่เฉพาะเรื่องอาหารกลางวันเท่านั้น และเน้นเรื่องความโปร่งใสในทุกมิติ เพราะเราเป็นต้นแบบของการทำงานเรื่องการศึกษาเรื่องของเยาวชน  ซึ่งศธ.มีกระบวนการตรวจสอบและมาตรการป้องกันอย่างที่สุดแล้ว แต่หากมีการทุจริตเกิดขึ้นก็ต้องดำเนินการทางกฏหมายทันที

ขณะที่ นายมณฑล ภาคสุวรรณ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) กล่าวว่า ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ได้เข้มงวดเกี่ยวกับการจัดอาหารกลางวันให้กับนักเรียนในโรงเรียนสังกัด สช. โดย สช.มีระเบียบการจัดอาหารกลางวันควบคุมอยู่แล้วเพื่อให้โรงเรียนเบิกจ่ายเงินตามข้อเท็จจริง และสช.ก็มีการตรวจและติดตามเกี่ยวกับเงินอุหนุนค่าอาหารกลางวันเป็นปกติ รวมถึงตรวจคุณภาพการจัดอาหารกลางวันไปด้วย  ซึ่งโรงเรียนในสังกัด สช.ที่ได้รับเงินอุดหนุนค่าอาหารกลางวัน 100% ส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนการกุศล และทางโรงเรียนก็ได้ดำเนินการตามระเบียบ  ส่วนการตรวจสอบก็จะมีศึกษาธิการจังหวัด  สช.จังหวัด และ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เข้าไปตรวจสอบ  และจากสถิติที่ผ่านมา สช.ไม่พบปัญหาปัญหาเรื่องการทุจริต ทั้งเรื่องคุณภาพอาหารหรือการเบิกจ่ายเงินไม่ถูกต้อง  มีปัญหาเพียงเล็กน้อยคือมีโรงเรียนการกุศลบางโรงไม่เข้าใจระเบียบจึงเก็บเงินส่วนนี้ไว้ในบัญชี แล้วนำเงินส่วนอื่นของทางวัดที่หลวงพ่อนำมาสนับสนุนให้เป็นค่าอาหารกลางวัน จึงทำให้เงินส่วนนี้ค้างอยู่ในบัญชี้ เมื่อ สตช.ไปตรวจสอบพบ ทางโรงเรียนจึงต้องคืนเงินส่วนนี้ไป  อย่างไรก็ตามในการประชุม สช.ครั้งล่าสุดที่ผ่านมา สช.ได้มีประกาศทำความเข้าใจเกี่ยวกับระเบียบ สช.ฉบับใหม่ เพื่อให้โรงเรียนทุกแห่งเบิกจ่ายเงินไปใช้ตามวัตถุประสงค์อย่างถูกต้องแล้ว

“สช.เข้าไปตรวจสอบเงินอุดหนุนและคุณภาพอาหารกลางวับแบบสุ่มตรวจ หรือหากมีการร้องเรียนเข้ามาเราก็จะรีบไปรวจสอบ แต่ที่ผ่านมาผมยังไม่เห็นว่ามีการร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องอาหารกลางวันของโรงเรียนในสังกัด สช.เข้ามา” เลขาธิการ กช. กล่าว