บอร์ด ก.ค.ศ. เห็นชอบรายชื่อ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา 245 เขต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/708423

บอร์ด ก.ค.ศ. เห็นชอบรายชื่อ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา 245 เขต

บอร์ด ก.ค.ศ. เห็นชอบรายชื่อ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา 245 เขต

วันพฤหัสบดี ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 16.29 น.

บอร์ด ก.ค.ศ. เห็นชอบรายชื่อ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา 245 เขต

2 ก.พ.2566 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกะทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 1/2566  ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบ เห็นชอบรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกและผู้ได้รับการเสนอชื่อและแต่งตั้งเป็นคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษา  จำนวน 245 เขตพื้นที่ฯ ตามที่ อ.ก.ค.ศ. วิสามัญเฉพาะกิจคัดเลือกบุคคลเพื่อเสนอ ก.ค.ศ. แต่งตั้งเป็นอนุกรรมการใน อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา จำนวน 3 คณะ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่ง อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ได้ดำเนินการพิจารณาบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อ เพื่อแต่งตั้งเป็นประธานอนุกรรมการ อนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ อนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา อนุกรรมการผู้แทนคณะศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) อนุกรรมการนายอำเภอหรือผู้แทน อนุกรรมการผู้อำนวยการเขตหรือผู้แทน และอนุกรรมการผู้แทน ก.ค.ศ. ใน อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2566 เป็นต้นไป และมีเงื่อนไข ว่า หากตรวจสอบภายหลังพบ ว่า ประธานอนุกรรมการหรืออนุกรรมการรายใด มีคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม หรือมีกรณีใดกรณีหนึ่ง ที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด จะถูกเพิกถอนการดำรงตำแหน่งประธานอนุกรรมการหรืออนุกรรมการใน อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้สำนักงาน ก.ค.ศ. ตรวจสอบความถูกต้องก่อนแจ้งให้ส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบต่อไป

“ต่อไป หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะปฐมนิเทศเพื่อมอบนโยบายและ ทาง ก.ค.ศ. จะจัดลำดับงานว่า อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ทั้ง 245 เขตพื้นที่ฯ ควรจะดำเนินการอะไรบ้าง ทั้งนี้ พบว่าผู้ที่เป็นประธาน อ.ก.ค.ศ. มาจากหลากหลายอาชีพ เช่น เป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัด, อธิการบดีมหาวิทยาลัย อดีตผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา เป็นต้น การที่มีคนหลากหลายเข้ามาเป็นประธานและคณะกรรมการ อ.ก.ค.ศ. นั้น จะทำให้การกระจายอำนาจไปสู่พื้นที่ ตอบโจทย์คุณภาพพื้นที่ และมีความโปร่งใส” น.ส.ตรีนุช กล่าว 

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุมมีมติเห็นชอบ รายละเอียดการดำเนินการเกี่ยวกับการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสถานศึกษา และผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ตามที่ สพฐ. ขอให้พิจารณารายละเอียดการดำเนินการเกี่ยวกับการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา ตามหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา และผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัด สพฐ.  (ว16/2565) เนื่องจากปัจจุบัน สพฐ. ไม่มีบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือกฯ ประกอบกับจะต้องนำตำแหน่งว่างมากำหนดสัดส่วนเพื่อใช้ในการรับย้ายและสำหรับการคัดเลือกเพื่อให้การบริหารงานบุคคลเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ และได้ผู้บริหารสถานศึกษามาทำหน้าที่ในการบริหารการศึกษาโดยเร็ว 

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า ก.ค.ศ. จึงเห็นควรให้มีการดำเนินการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา และผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัด สพฐ. ตามหลักเกณฑ์และวิธีการฯ ว 16/2565 ที่ ก.ค.ศ. กำหนด โดยได้ปรับปรุงรายละเอียด  การดำเนินการเกี่ยวกับการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งฯ ในส่วนของหลักสูตรการคัดเลือก ให้สอดคล้องกับมาตรฐานตำแหน่ง และมาตรฐานวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา (ว 10/2564) โดยมีรายละเอียดสาระสำคัญ ดังนี้ ภาค ก ความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงานในหน้าที่ โดยปรับเนื้อหาการประเมินให้สอดคล้องกับลักษณะงานที่ปฏิบัติของตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา ตามมาตรฐานตำแหน่งของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ว 3/2564) ซึ่งต้องมีการบูรณาการงานทั้ง 5 ด้าน ให้เชื่อมโยงและสอดคล้องกัน

รมว.ศธ. กล่าวเพิ่มเติมว่า ภาค ข ผลงาน ประเมินจากผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรฐานตำแหน่งที่มีผลใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน และ ภาค ค วิสัยทัศน์และแนวคิดในการบริหารจัดการสถานศึกษาในการที่จะปฏิบัติงานในตำแหน่งที่สมัครเข้ารับการคัดเลือก โดยกำหนดองค์ประกอบ/ตัวชี้วัด ประเด็นท้าทายเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ครู และสถานศึกษา ที่แสดงให้เห็นถึงการปรับประยุกต์ แก้ไขปัญหา ริเริ่ม พัฒนา คิดค้น ปรับเปลี่ยน หรือสร้างการเปลี่ยนแปลง ตามที่กำหนดไว้ในหลักเกณฑ์ ว 10/2564 

-009
 

บอร์ด ก.ค.ศ.เห็นชอบรายชื่อ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา 245 เขต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/708358

บอร์ด ก.ค.ศ.เห็นชอบรายชื่อ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา 245 เขต

บอร์ด ก.ค.ศ.เห็นชอบรายชื่อ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา 245 เขต

วันพฤหัสบดี ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 14.40 น.

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2566 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกะทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 1/2566 ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกและผู้ได้รับการเสนอชื่อและแต่งตั้งเป็นคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษา จำนวน 245 เขตพื้นที่ฯ ตามที่ อ.ก.ค.ศ.วิสามัญเฉพาะกิจคัดเลือกบุคคลเพื่อเสนอ ก.ค.ศ.แต่งตั้งเป็นอนุกรรมการใน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา จำนวน 3 คณะ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่ง อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา ได้ดำเนินการพิจารณาบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อ เพื่อแต่งตั้งเป็นประธานอนุกรรมการ อนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ อนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา อนุกรรมการผู้แทนคณะศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) อนุกรรมการนายอำเภอหรือผู้แทน อนุกรรมการผู้อำนวยการเขตหรือผู้แทน และอนุกรรมการผู้แทน ก.ค.ศ.ใน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2566 เป็นต้นไป และมีเงื่อนไขว่า หากตรวจสอบภายหลังพบว่า ประธานอนุกรรมการหรืออนุกรรมการรายใดมีคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม หรือมีกรณีใดกรณีหนึ่ง ที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ.กำหนด จะถูกเพิกถอนการดำรงตำแหน่งประธานอนุกรรมการหรืออนุกรรมการใน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้สำนักงาน ก.ค.ศ.ตรวจสอบความถูกต้องก่อนแจ้งให้ส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบต่อไป

“ต่อไปหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะปฐมนิเทศเพื่อมอบนโยบาย และทาง ก.ค.ศ.จะจัดลำดับงานว่า อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา ทั้ง 245 เขตพื้นที่ฯ ควรจะดำเนินการอะไรบ้าง ทั้งนี้ พบว่าผู้ที่เป็นประธาน อ.ก.ค.ศ.มาจากหลากหลายอาชีพ เช่น เป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัด , อธิการบดีมหาวิทยาลัย อดีตผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา เป็นต้น การที่มีคนหลากหลายเข้ามาเป็นประธานและคณะกรรมการ อ.ก.ค.ศ.นั้น จะทำให้การกระจายอำนาจไปสู่พื้นที่ ตอบโจทย์คุณภาพพื้นที่ และมีความโปร่งใส” น.ส.ตรีนุช กล่าว

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบ รายละเอียดการดำเนินการเกี่ยวกับการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสถานศึกษา และผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ตามที่ สพฐ.ขอให้พิจารณารายละเอียดการดำเนินการเกี่ยวกับการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา ตามหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา และผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัด สพฐ. (ว16/2565) เนื่องจากปัจจุบัน สพฐ.ไม่มีบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือกฯ ประกอบกับจะต้องนำตำแหน่งว่างมากำหนดสัดส่วนเพื่อใช้ในการรับย้ายและสำหรับการคัดเลือกเพื่อให้การบริหารงานบุคคลเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ และได้ผู้บริหารสถานศึกษามาทำหน้าที่ในการบริหารการศึกษาโดยเร็ว

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า ก.ค.ศ.จึงเห็นควรให้มีการดำเนินการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา และผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัด สพฐ.ตามหลักเกณฑ์และวิธีการฯ ว 16/2565 ที่ ก.ค.ศ.กำหนด โดยได้ปรับปรุงรายละเอียด การดำเนินการเกี่ยวกับการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งฯ ในส่วนของหลักสูตรการคัดเลือก ให้สอดคล้องกับมาตรฐานตำแหน่ง และมาตรฐานวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา (ว 10/2564) โดยมีรายละเอียดสาระสำคัญ ดังนี้ ภาค ก ความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงานในหน้าที่ โดยปรับเนื้อหาการประเมินให้สอดคล้องกับลักษณะงานที่ปฏิบัติของตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา ตามมาตรฐานตำแหน่งของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ว 3/2564) ซึ่งต้องมีการบูรณาการงานทั้ง 5 ด้าน ให้เชื่อมโยงและสอดคล้องกัน

รมว.ศธ.กล่าวเพิ่มเติมว่า ภาค ข ผลงาน ประเมินจากผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรฐานตำแหน่งที่มีผลใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน และ ภาค ค วิสัยทัศน์และแนวคิดในการบริหารจัดการสถานศึกษาในการที่จะปฏิบัติงานในตำแหน่งที่สมัครเข้ารับการคัดเลือก โดยกำหนดองค์ประกอบ/ตัวชี้วัด ประเด็นท้าทายเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ครู และสถานศึกษา ที่แสดงให้เห็นถึงการปรับประยุกต์ แก้ไขปัญหา ริเริ่ม พัฒนา คิดค้น ปรับเปลี่ยน หรือสร้างการเปลี่ยนแปลง ตามที่กำหนดไว้ในหลักเกณฑ์ ว 10/2564

ผู้ว่าฯกาฬสินธุ์พบนักเรียนหน้าเสาธงชวนตั้งก๊วนต้านยาเสพติด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/708342

ผู้ว่าฯกาฬสินธุ์พบนักเรียนหน้าเสาธงชวนตั้งก๊วนต้านยาเสพติด

ผู้ว่าฯกาฬสินธุ์พบนักเรียนหน้าเสาธงชวนตั้งก๊วนต้านยาเสพติด

วันพฤหัสบดี ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 13.56 น.

ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เดินสายพบนักเรียนหน้าเสาธง พร้อมโชว์เกี่ยวก้อยสร้างพันธะสัญญาไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ตั้งใจเรียนและเป็นคนดีให้กับสังคม ขณะที่ภาคเอกชนหนุนสมทบแจกหมวกกันน๊อคเยาวชนต้นแบบขับขี่ปลอดภัย

เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2566 ที่โรงเรียนสหัสขันธ์ศึกษา อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมด้วยนางสาวแววตา นระทัดนายอำเภอสหัสขันธ์ นายชุมพล แสบงบาล สาธารณสุขอ.สหัสขันธ์ พร้อมส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมกิจกรรมหน้าเสาธง เคารพธงชาติ สวดมนต์ ร่วมกับนักเรียน เพื่อขับเคลื่อนกิจกรรมหมู่บ้าน/ชุมชนสีขาวปลอดยาเสพติด โดยศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยมีนายนิคม วิชัยโย ผู้อำนวยการโรงเรียนสหัสขันธ์ศึกษา นำบุคลากรทางการศึกษาและนักเรียน กว่า 1,000 คน เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง

โดยนายศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ร่วมกิจกรรมหน้าเสาธง ร้องเพลงชาติ สวดมนต์ และแผ่เมตตา จากนั้นได้ให้โอวาทภายใต้กรอบการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งจะขับเคลื่อนกิจกรรมหลัก 3 ป.ที่ประกอบด้วย ป้องกัน ปลูกฝัง และปราบปราม พร้อมมอบหมวกกันน๊อคนิรภัยที่ได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชน ให้กับเยาวชนต้นแบบขัยขี่ปลอดภัย จำนวน 10 คน ทั้งนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้เข้าไปพูดคุยกับนักเรียนอย่างเป็นกันเอง และชวนเกี่ยวก้อนเพื่อสร้างพันธะสัญญาไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด สร้างความประทับใจให้กับนักเรียนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการให้คำแนะนำการเรียนต่อระดับอุดมศึกษากับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 และเชิญชวนร่วมสแกนคิวอาร์โค้ด ตอบโจทย์ปัญหา “อยากให้ผู้ว่าฯจัดกิจกรรมอะไรให้เด็กๆ” จากนั้นได้ร่วมประชุมตรวจติดตามหมู่บ้าน/ชุมชนสีขาว อำเภอสหัสขันธ์ ที่หอประชุมอำเภอสหัสขันธ์

นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า การขับเคลื่อน 3 ป.ที่ประกอบด้วย ป้องกัน ปลูกฝังและปราบปราม ในส่วนของจังหวัดกาฬสินธุ์ จะเดินหน้าปราบปรามยาเสพติดเพื่อลดปัญหาการส่งบำบัดให้น้อยลงภายใน 31 มีนาคมนี้ โดยทุกกิจกรรมของจังหวัดที่ดำเนินการสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาจังหวัด 3 ร่ำรวย 3 ใจ คือ เข้าใจ ไว้ใจ และร่วมใจ ส่วนการสแกน คิวอาร์โค้ด อยากให้ผู้ว่าฯจัดกิจกรรมอะไรให้กับเด็ก ๆ เป็นการเปิดรับฟังความคิดเห็นของเด็ก ๆ เยาวชนเพื่อเปิดโอกาสให้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาจังหวัดกาฬสินธุ์ ให้ครอบคลุม – 003

มจธ. ต่อยอดเชิงพาณิชย์ งานวิจัย 3D print ทางการแพทย์ ‘วัสดุทดแทนกระดูก’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/708151

มจธ. ต่อยอดเชิงพาณิชย์ งานวิจัย 3D print  ทางการแพทย์ ‘วัสดุทดแทนกระดูก’

มจธ. ต่อยอดเชิงพาณิชย์ งานวิจัย 3D print ทางการแพทย์ ‘วัสดุทดแทนกระดูก’

วันพฤหัสบดี ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผศ.ดร.พชรพิชญ์ พรหมอุปถัมภ์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) เปิดเผยว่า ได้นำองค์ความรู้ทางด้านเครื่องกลและเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ ที่สามารถขึ้นรูปทรงที่มีความซับซ้อนได้ มาศึกษาวิจัย “วัสดุทดแทนกระดูก” โดยออกแบบและขึ้นรูป พัฒนาขึ้นเป็น “วัสดุทดแทนกระดูกประเภทมีรูพรุนเฉพาะ” สำหรับผู้ป่วยที่ต้องการปลูกถ่ายกระดูกบริเวณขากรรไกรและใบหน้า ซึ่งจะช่วยให้การผ่าตัดมีประสิทธิภาพ สะดวก แม่นยำ และรวดเร็วมากขึ้น โดยเฉพาะการผ่าตัดศัลยกรรมกราม ขากรรไกร และใบหน้า โดยต้นปี 2565 ที่ผ่านมา ได้ร่วมมือกับคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำผลงานไปใช้ในการผ่าตัดผู้ป่วย พบว่าสามารถใช้งานได้ดีและมีประสิทธิภาพ ทำให้มีความต้องการเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากมีผู้ป่วยขากรรไกรใบหน้าในประเทศไทยที่รอการผ่าตัด มีอยู่จำนวนมากอย่างน้อยปีละ 3,000-5,000 รายจึงนำมาสู่การจัดตั้ง บริษัท ออสซีโอแล็บส์ จำกัด ขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคม 2565 เพื่อต่อยอดและขยายผลในเชิงธุรกิจ ในฐานะเป็นบริษัท Spin-off ของ มจธ. และเพื่อรองรับกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นต่อไปในอนาคต

ดร.วิกรม อาฮูยา CEO และ Co-Founder บริษัท ออสซีโอแล็บส์ จำกัด (OsseoLabs) กล่าวว่า ตนเองอยู่ในธุรกิจสตาร์ทอัพ และทำงานร่วมกับผศ.ดร.พชรพิชญ์ มานาน จึงอยากผลักดันงานของนักวิจัยไทยที่มีศักยภาพในระดับสากลให้ต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ และผลงานวิจัย “วัสดุทดแทนกระดูกประเภทมีรูพรุนเฉพาะ” นี้ บริษัทมีความมั่นใจว่าจะเป็นประโยชน์ทางการแพทย์อย่างมาก หากมีการผลิตขายในเชิงพาณิชย์ และเชื่อว่าจะสามารถทำการรักษาผู้ป่วยได้เพิ่มขึ้นกว่าพันรายต่อปี นอกจากยังมีแผนที่จะขยายไปต่างประเทศโดยเน้นที่สหรัฐอเมริกา โดยจะมีการระดมทุน การสร้างการรับรู้ การจัดหาสถานที่ผลิตที่ได้มาตรฐาน ISO ภายใน 6 เดือน และเร่งดำเนินการขึ้นทะเบียน อย. เพื่อให้สามารถผลิตเชิงพาณิชย์ต่อไป โดยขณะนี้การดำเนินงานผลิตต้องขออนุญาตเป็นรายๆ ไป

ทั้งนี้ บริษัท ออสซีโอแล็บส์ จำกัด (OsseoLabs)ล่าสุด ได้เข้าร่วมการแข่งขัน Startup Pitching for Smart Hospital 2022 เมื่อเดือนตุลาคม 2565ที่ผ่านมา ภายใต้โจทย์ “Convergent Technology for Emerging Smart Healthcare” เพื่อนำเสนอผลงานนวัตกรรมสำหรับการวินิจฉัยและการมีส่วนร่วมของผู้ป่วย การวิเคราะห์ข้อมูลสำหรับการบริการ กระบวนการลดขั้นตอนการทำงานเพื่อประสิทธิภาพที่ดีขึ้น การตรวจติดตามสุขภาพเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง และการดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืน โดยผลงานการวางแผนผ่าตัดด้วยระบบคอมพิวเตอร์เพื่อผลลัพธ์ที่แม่นยำ Virtual surgical planning for highly precise surgery และวัสดุทดแทนกระดูกประเภทมีรูพรุนเฉพาะ Osseo-enhanced TPMS™ porous implants ของบริษัท ออสซีโอแล็บส์ ติด 1 ใน 5 ทีมสุดท้าย ใน 5 สาขาและได้รับรางวัลขวัญใจมหาชน (Popular vote) พร้อมทุนสนับสนุนมูลค่า 50,000 บาท จากบริษัทกรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน)

นักเรียนรร.ราษฎร์อุปถัมภ์ ได้รับรางวัล ตอบคำถามสารานุกรมไทยระดับประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/708153

นักเรียนรร.ราษฎร์อุปถัมภ์ ได้รับรางวัล  ตอบคำถามสารานุกรมไทยระดับประเทศ

นักเรียนรร.ราษฎร์อุปถัมภ์ ได้รับรางวัล ตอบคำถามสารานุกรมไทยระดับประเทศ

วันพฤหัสบดี ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสรณพงศ์ ใยดี ผู้อำนวยการโรงเรียนราษฎร์อุปถัมภ์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2 เปิดเผยว่าโรงเรียนราษฎร์อุปถัมภ์ ได้นำนักเรียนเข้าร่วมแข่งขันตอบคำถามสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ ครั้งที่ 26 ระดับประถมศึกษาตอนปลาย (ป.4-6) รอบชิงชนะเลิศ ระดับประเทศปีพ.ศ.2565 ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในฐานะตัวแทนภาคเหนือ

สำหรับผลการแข่งขัน ตัวแทนนักเรียนได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ด.ญ.ณัฐสุดา ใจตึก นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ด.ญ.พรรนิภา ภู่บึงพร้าว นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ด.ญ.พัชรีรัตน์อ่อนบึงพร้าว นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยมี นางสันฐิตา บัวคง เป็นครูผู้ฝึกสอน และเข้ารับรางวัลเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2566 ที่ผ่านมา ณ หอประชุมกองทัพเรือ กรุงเทพมหานคร

เคหะสุขประชา-ม.เกษตรฯ พัฒนาอาชีพ ผู้มีรายได้น้อยและครัวเรือนเปราะบาง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/708154

เคหะสุขประชา-ม.เกษตรฯ พัฒนาอาชีพ  ผู้มีรายได้น้อยและครัวเรือนเปราะบาง

เคหะสุขประชา-ม.เกษตรฯ พัฒนาอาชีพ ผู้มีรายได้น้อยและครัวเรือนเปราะบาง

วันพฤหัสบดี ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายพิษณุพร อุทกภาชน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เคหะสุขประชา จำกัด (มหาชน) เผยว่า วัตถุประสงค์หลักของบริษัทคือสนับสนุนการพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ร่วมกับการเคหะแห่งชาติ ภายใต้กระบวนการและแผนงานที่มีคุณภาพ โดยที่ผ่านมาได้มีการผนึกกำลังกับพันธมิตรภาคส่วนต่างๆ หลายด้าน ส่วนด้านงานวิชาการได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พัฒนาหลักสูตรสร้างทักษะความรู้ เพื่อสร้างระบบการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนอย่างครบวงจรและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและครัวเรือนเปราะบาง ในโครงการบ้านเช่าพร้อมอาชีพ พร้อมกับร่วมกันสร้างโครงการฝึกอบรม สัมมนา กิจกรรมพัฒนาความรู้ โดยจะดึงผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิเข้าสนับสนุนงานวิชาการด้านต่างๆ นำสู่การสร้างระบบพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนที่ครบวงจร ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยได้อย่างยั่งยืน

การบันทึกข้อตกลงทางวิชาการของเคหะสุขประชาและมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในครั้งนี้ใช้เป็นกรอบและแนวทางในการทำงานร่วมกันเพื่อพัฒนาหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับ 6 รูปแบบอาชีพหลักในโครงการบ้านเช่าพร้อมอาชีพ คือ อาชีพเกษตรอินทรีย์, ปศุสัตว์, ตลาด, ศูนย์การค้าปลีกค้าส่ง, การบริการในชุมชน และอุตสาหกรรมขนาดเล็ก ให้มีความเหมาะสมมีคุณภาพตามมาตรฐานวิชาการ มีความทันสมัยเป็นสากล เพื่อนำสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตในการอยู่อาศัย และสร้างสิ่งแวดล้อมในชุมชนและสังคมที่ดี ให้แก่ประชาชนกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและครัวเรือนเปราะบางพร้อมเป็นต้นแบบให้แก่กลุ่มอื่นๆ ต่อไป

แผนงานหลักที่ทั้งสองหน่วยงานจะร่วมมือกันคือ จะมุ่งเน้นไปที่การศึกษาวิจัยและพัฒนาหลักสูตรที่สร้างเนื้อหาที่เข้าใจง่ายให้แก่กลุ่มเป้าหมาย เพื่อดึงศักยภาพของผู้อยู่อาศัยได้ตรงตามแนวทางอาชีพที่มี ตลอดจนยังมีการร่วมกันดำเนินโครงการฝึกอบรม สัมมนา หรือกิจกรรมพัฒนาความรู้ทักษะที่ช่วยสนับสนุนการยกระดับองค์ความรู้รอบด้านตามที่เคหะสุขประชาและมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เห็นสมควร อีกทั้งยังมีการร่วมกันรับผิดชอบงานด้านการประสานงานผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ทรงคุณวุฒิทั้งภายในและภายนอก เข้ามาสนับสนุนงานด้านวิชาการต่างๆ ในโครงการอีกด้วย

ทั้งนี้ เคหะสุขประชายังได้จัดตั้งหน่วยงานภายใต้บริษัท อย่าง “ศูนย์พัฒนาเศรษฐกิจสุขประชา” หรือ DEET เข้ามารับผิดชอบหลักในการกำหนดสถานที่จัดโครงการ การแจ้งประชาสัมพันธ์ การตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครรับการฝึกอบรม ฯลฯ ได้มีการปฏิบัติตามกระบวนการที่กำหนดไว้ในหลักสูตรและระเบียบของโครงการบ้านเคหะสุขประชา รวมถึงดูแลอำนวยความสะดวกในการทำกิจกรรมอื่นๆแก่ผู้สมัครรับการฝึกอบรม เพื่อให้การดำเนินงานในข้อตกลงความร่วมมือครั้งนี้ เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด

สพป.พิษณุโลก เขต 2 มอบถุงปันสุขนักเรียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/708152

สพป.พิษณุโลก เขต 2 มอบถุงปันสุขนักเรียน

สพป.พิษณุโลก เขต 2 มอบถุงปันสุขนักเรียน

วันพฤหัสบดี ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นางบุญญดา วงศ์สุวคันธ์ ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา ผู้แทน ดร.ผกาภรณ์ พลายสังข์ ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2 ผอ. พร้อมด้วยบุคลากรกลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษามอบถุงปันสุข เครื่องอุปโภค-บริโภคแก่โรงเรียนบ้านหนองขอนประชาสรรค์ และโรงเรียนบ้านหัวเขาราษฎร์บำรุง เพื่อใช้ประโยชน์หรือนำประกอบอาหารกลางวันแก่นักเรียน

มวยไทย มรดกภูมิปัญญาจากบรรพบุรุษ ความภาคภูมิใจของคนทั้งชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/708149

มวยไทย มรดกภูมิปัญญาจากบรรพบุรุษ ความภาคภูมิใจของคนทั้งชาติ

มวยไทย มรดกภูมิปัญญาจากบรรพบุรุษ ความภาคภูมิใจของคนทั้งชาติ

วันพฤหัสบดี ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

“มวยไทย” เป็นศิลปะการต่อสู้และการป้องกันตัวของชนชาติไทย มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมจากบรรพชนที่ได้รับการสืบทอดมาสู่ชนรุ่นปัจจุบัน มวยไทยได้ถือกำเนิดขึ้นมาเนิ่นนาน เป็นศิลปะการต่อสู้ที่มีลักษณะเฉพาะและเป็นเอกลักษณ์ของไทยอย่างแท้จริงและชัดเจน จนยากที่ชาติอื่นใดจะมาลอกเลียนแบบ หรือเคลมว่าเป็นของชาติตนได้

จุดกำเนิดของมวยไทย เท่าที่มีหลักฐานอ้างอิง เริ่มต้นการฝึกฝนจากบรรดาทหาร เนื่องจากในสมัยก่อนไทยมีการรบพุ่งและสู้รบกับข้าศึกบ่อยครั้ง และการต่อสู้ก็ใช้ดาบสองมือและมือเดียวเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นการรบที่ประชิดตัวมากเกินไป คู่ต่อสู้เข้าถึงตัวและเพลี่ยงพล้ำได้ง่าย ทหารไทยจึงคิดว่าควรมีการถีบและเตะคู่ต่อสู้เอาไว้เพื่อป้องกันตัว และพร้อมกันก็สามารถตอบโต้ทำให้คู่ต่อสู้เสียหลักและพ่ายแพ้ได้ ต่อมาก็ได้พัฒนาเป็นศิลปะการต่อสู้แสดงโชว์ในงานเทศกาลต่างๆ ซึ่งเป็นที่ถูกอกถูกใจชาวบ้าน พวกเขาจึงหันมาฝึกหัดมวยไทยกันมากขึ้น ดังนั้น วิชามวยไทยในสมัยนั้นจึงประกอบไปด้วยการฝึกฝนเพลงดาบและวิชามวยไทยไปพร้อมกัน เพื่อไปทำหน้าที่เป็นทหารรับใช้ชาติ แต่เมื่อพ้นจากหน้าศึกสงคราม ก็จะมาชกมวยเพื่อความสนุกสนาน ชกกันในงานเทศกาล เกิดมีการท้าทาย และมีการพนันขันต่อกันขึ้นตามมา

มวยไทยในสมัยอยุธยาตอนต้น ยังเป็นชกกันด้วยหมัดเปล่าๆ ยังไม่มีการคาดเชือก และคนไทยที่ทำชื่อเสียงให้กับไทยมากที่สุดในยุคนั้นคือ “นายขนมต้ม”ซึ่งได้ใช้วิชามวยไทยต่อสู้พม่าจนชนะขาดลอยถึง 10 คน นายขนมต้มจึงเปรียบเสมือนบิดาของวิชามวยไทย เพราะทำให้คนไทยมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักมากขึ้นและชื่อเสียงด้านมวยไทยของคนไทยก็ได้เลื่องลือมาจนถึงปัจจุบัน

ในปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา มวยไทยเป็นที่นิยมและฝึกกันอย่างกว้างขวาง พระมหากษัตริย์ที่มีฝีมือทางมวยไทยในขั้นยอดเยี่ยมคือพระเจ้าเสือ พระองค์ได้ปลอมตัวเป็นนักมวยกรุงศรีอยุธยา ชกเอาชนะนักมวยฝีมือดีจากเมืองวิเศษไชยชาญถึงสามคน ไม่เพียงเท่านั้น ครั้งยังเป็นขุนหลวงสรศักดิ์ ก็ได้ทรงนำศิลปะมวยไทยปกป้องราชอาณาจักรให้รอดพ้นจากการเป็นเมืองขึ้นของชาวต่างชาติ และจากการที่พระองค์ทรงพระปรีชาสามารถด้านการชกมวย และมีหลักฐานว่า ทรงคิดท่าแม่ไม้ กลมวยไทยขึ้นมาเป็นแบบเฉพาะพระองค์ เรียกว่า “มวยไทยตำรับพระเจ้าเสือ” จึงได้รับการขนานพระนามว่าเป็น“พระบิดาแห่งมวยไทย”

ในสมัยอยุธยาตอนปลาย มวยไทยเริ่มชกแบบคาดเชือก โดยเชือกที่ใช้คาดมือตอนนั้น มีการใช้น้ำมันชุบเศษแก้วละเอียดด้วย ชกถูกตรงไหนก็เป็นแผลตรงนั้น มวยไทยในสมัยนั้นจึงค่อนข้างอันตราย จนกระทั่งสมัยรัตนโกสินทร์ ก็มีการจัดการแข่งขันชกมวยไทย และมีสังเวียนการต่อสู้อย่างจริงจัง เช่นที่ “สวนกุหลาบ”ที่ยังเป็นการชกแบบคาดเชือก “ท่าช้าง” ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อจากคาดเชือกมาเป็นสวมนวม “สวนสนุก” ที่ใช้นวมในการชก และ “หลักเมืองและสวนเจ้าเชษฐ์” การชกมวยที่ทหารสนับสนุน และยุติลงเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 จนมายุคปัจจุบันที่เรามีเวทีราชดำเนิน เวทีลุมพีนี และยังมีเวทีมวยที่เปิดการแข่งขันถาวรและชั่วคราวทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด มวยไทยได้รับการชื่นชอบและให้ความนิยมอย่างแพร่หลายทั่วโลก จนเกิดสมาคมมวยไทยและค่ายมวยต่างๆทั่วโลกเกิดขึ้นกว่า 10,000 ค่าย

มวยไทย คือ หนึ่งในมรดกภูมิปัญญาวัฒนธรรมไทย ศิลปะป้องกันตัวและกีฬา ที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติตั้งแต่ปี 2553 ในปีนี้ กระทรวงวัฒนธรรม มีภารกิจสำคัญคือการผลักดันมวยไทยเข้าสู่การขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมวลมนุษยชาติต่อยูเนสโกให้ได้ เพื่อให้คนไทยและชาวโลกได้เห็นความสำคัญองค์ความรู้ด้านมวยไทย และเผยแพร่เกียรติภูมิไปทั่วโลก จึงอยากฝากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องและคนไทยทุกคนได้ร่วมช่วยกันเสนอแนะและผลักดันมวยไทยให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของยูเนสโกได้สำเร็จในเร็ววัน

“วันมวยไทย” 6 กุมภาพันธ์ กระทรวงวัฒนธรรมได้จัดกิจกรรมอาทิ พิธีบวงสรวงสมเด็จพระเจ้าเสือ พิธีครอบครูมวยไทย พิธีไหว้ครูร่ายรำมวยไทยโดยครูมวยไทยและต่างชาตินักมวยและนักเรียนมวยไทย 668 คน การแสดงคีตะมวยไทย การแสดงศิลปะแม่ไม้-ลูกไม้มวยไทย เป็นต้น ส่วนภาคบ่ายเป็นการเสวนาหัวข้อ “มวยไทย :ที่มาและความสำคัญกับการขึ้นทะเบียนยูเนสโก” จัดที่ห้องประชุมอาคารเครื่องทองพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้สนใจศิลปะมวยไทย ไม่ควรพลาดร่วมชมกิจกรรมที่น่าสนใจในวันมวยไทยดังกล่าว

ผอ.สพม.ตาก เยี่ยม รร.อุ้มผางวิทยาคม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/708156

ผอ.สพม.ตาก เยี่ยม รร.อุ้มผางวิทยาคม

ผอ.สพม.ตาก เยี่ยม รร.อุ้มผางวิทยาคม

วันพฤหัสบดี ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ส.ต.ต.ดร.นปดล นพเคราะห์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตาก พร้อมบุคลากรในสังกัด ลงพื้นที่โรงเรียนอุ้มผางวิทยาคม อ.อุ้มผาง จ.ตาก ตรวจเยี่ยมการจัดการเรียนการสอน การจัดหลักสูตรท้องถิ่น “รักษ์ตาก” ที่สอดคล้องกับบริบทเชิงพื้นที่ การบริหารจัดการนักเรียนพักนอน และมอบนโยบายการขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษา อีกทั้งมอบเกียรติบัตรให้กับผู้บริหาร คณะครู นักเรียนที่ได้รับรางวัล ในการประกวดต่างๆ เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับ คณะครูและนักเรียนในพื้นที่ห่างไกล

‘ตรีนุช’เปิดประชุมองค์การฯและการแข่งขันทักษะวิชาชีพ ทักษะพื้นฐาน ครั้งที่ 31

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/708277

'ตรีนุช'เปิดประชุมองค์การฯและการแข่งขันทักษะวิชาชีพ ทักษะพื้นฐาน ครั้งที่ 31

‘ตรีนุช’เปิดประชุมองค์การฯและการแข่งขันทักษะวิชาชีพ ทักษะพื้นฐาน ครั้งที่ 31

วันพุธ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 22.05 น.

“ตรีนุช”เปิดประชุมองค์การฯและการแข่งขันทักษะวิชาชีพ ทักษะพื้นฐาน ครั้งที่ 31 ระดับชาติ สร้างคนเก่ง คนดี มีความสุข

เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2566 ณ วิทยาลัยเทคนิคระยอง จังหวัดระยอง นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานพิธีเปิดการประชุมวิชาการองค์การนักวิชาชีพในอนาคตแห่งประเทศไทย ระดับชาติ ครั้งที่ 31 ประจำปีการศึกษา 2565 โดยมีนายอนันต์ นาคนิยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง กล่าวให้การต้อนรับ ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวรายงาน และมีผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา คณะกรรมการดำเนินงานองค์การนักวิชาชีพ ในอนาคตแห่งประเทศไทย สมาชิกองค์การนักวิชาชีพฯ ผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู และแขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมงาน

โดย นางสาวตรีนุช กล่าวว่า ขอแสดงความยินดี กับสถานศึกษาที่ได้รับรางวัลองค์การมาตรฐานดีเด่น และสมาชิกดีเด่นภายใต้โครงการนิเทศ รวมถึงคณะกรรมการทุกคนที่ได้มาร่วมงานประชุมวิชาการองค์การนักวิชาชีพในอนาคตแห่งประเทศไทย (อวท.) ระดับชาติ ครั้งที่ 31 ประจำปีการศึกษา 2565 ณ ที่แห่งนี้ ทุกคนคือผู้ที่ทำคุณประโยชน์ทางการอาชีวศึกษา ในการยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ให้เกิดการพัฒนาศักยภาพบุคคล นำไปสู่เป้าหมายของการเป็นทุนมนุษย์ ที่พร้อมทั้งร่างกาย สติปัญญา และจิตใจ มีสมรรถนะการดำเนินชีวิต ให้มีทักษะอาชีพที่สำคัญและจำเป็น เพื่อเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในโลกแห่งศตวรรษใหม่ จึงนับได้ว่าการจัดประชุมวิชาการองค์การนักวิชาชีพฯ ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ใหม่ๆ เพื่อพัฒนาความเป็นเลิศด้านอาชีวศึกษา เพื่อยกระดับมาตรฐานวิชาชีพเทียบเท่าสากล และเพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์เพื่อสร้างนวัตกรรมทางการศึกษา ซึ่งเป็นไปตามนโยบายและเป้าหมายของกระทรวงศึกษาธิการ ที่ให้ความสำคัญในการยกระดับวิชาชีพ ให้มีมาตรฐาน เป็นคนดี คนเก่ง มีคุณธรรม จริยธรรม พัฒนาเรื่องการทำงานเป็นทีมและการอยู่ร่วมกัน พร้อมเข้าสู่ตลาดแรงงานอย่างมีคุณภาพ เปิดกว้างทางความคิด พร้อมแสวงหาความรู้และเทคโนโลยีใหม่ๆ สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต ทั้งให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง สถานศึกษา ชุมชน สังคม และประเทศชาติได้อย่างมีความสุข และขอให้สมาชิกองค์การนักวิชาชีพฯ ร่วมกันสรรสร้างให้องค์การนักวิชาชีพฯ ของ สอศ. ก้าวไกลสู่สากลในอนาคตต่อไป

ด้าน ว่าที่ร้อยตรีธนุ กล่าวว่า การประชุม อวท.ระดับชาติ ครั้งที่ 31 นี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 มกราคม – 3 กุมภาพันธ์ 2566 ณ จังหวัดระยอง เป็นนโยบายพัฒนาเยาวชนให้มีคุณภาพและมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ เป็นผู้นำทางด้านวิชาชีพ สอดรับกับนโยบายรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ ในการยกระดับการจัดการศึกษา ส่งผลให้นักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษาเกิดประสบการณ์ เพิ่มทักษะสมรรถนะสูง และได้พัฒนาตนเอง โดยมีกิจกรรม 2 ส่วน ได้แก่ การประชุมวิชาการของสมาชิกองค์การนักวิชาชีพฯ และการแข่งขันทักษะวิชาชีพและทักษะพื้นฐาน และ สอศ.จัดให้มีการประเมินองค์การนักวิชาชีพในอนาคตแห่งประเทศไทย และสมาชิกดีเด่นโครงการภายใต้การนิเทศ เพื่อมุ่งเน้นคุณธรรมนำวิชาชีพ สนับสนุนให้สมาชิกเป็นคนดี คนเก่ง และมีความสุข ตลอดจนสร้างสรรค์ความสามารถในหมู่คณะ สามารถพัฒนากิจกรรมองค์การให้มีความเจริญก้าวหน้า เพื่อพัฒนามาตรฐานองค์การฯ ให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืน การจัดงานในครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมงานจำนวน 2,500 คน จากสถานศึกษาสังกัด สอศ.รวม 431 แห่ง ทั่วประเทศ และได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และสถานประกอบการร่วมให้การสนับสนุนการจัดงานครั้งนี้ด้วย

“ทั้งนี้ มีสถานศึกษาที่ได้รางวัลการประเมินองค์การมาตรฐานดีเด่น รางวัลชนะเลิศระดับเหรียญทอง ประเภทสถานศึกษาขนาดเล็ก ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคเขาวง ประเภทสถานศึกษาขนาดกลาง ได้แก่ วิทยาลัยอาชีวศึกษาร้อยเอ็ด และประเภทสถานศึกษาขนาดใหญ่ ได้แก่ วิทยาลัยอาชีวศึกษานครศรีธรรมราช และการประเมินสมาชิกดีเด่นโครงการภายใต้การนิเทศ รางวัลชนะเลิศ ระดับ ปวช. ประเภทสถานศึกษาขนาดเล็ก ได้แก่ นางสาววัณภา นารากร วิทยาลัยการอาชีพพนมทวน ประเภทสถานศึกษาขนาดกลาง ได้แก่ นายอนุศิษฐ์ ท่าพิมาย วิทยาลัยเทคนิคคูเมือง และประเภทสถานศึกษาขนาดใหญ่ ได้แก่ นางสาวณัฐธิดา ดีนิน วิทยาลัยอาชีวศึกษามหาสารคาม ระดับ ปวส. ประเภทสถานศึกษาขนาดเล็ก ได้แก่ นางสาวกัลยารัตน์  สุยะเรือน วิทยาลัยการอาชีพเถิน ประเภทสถานศึกษาขนาดกลาง ได้แก่ นายธนกร แซ่ลิ้ม วิทยาลัยเทคนิคสตูล และประเภทสถานศึกษาขนาดใหญ่ ได้แก่ นายธนนันท์ ตันใจ วิทยาลัยอาชีวศึกษาลำปาง และให้สมาชิก อวท. ทุกคน ได้นำความรู้ความสามารถให้เกิดประโยชน์ ทั้งต่อตนเอง และประเทศชาติ อย่างเหมาะสมและสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการบูรณาการวิชาชีพให้ก้าวสู่สากล และส่งเสริมภาพลักษณ์ของการจัดการอาชีวศึกษา โดยใช้กิจกรรม อวท.ในการขับเคลื่อนการดำเนินกิจกรรมที่สร้างสรรค์ และมีประโยชน์ ได้อย่างยั่งยืน” เลขาธิการ กอซ.กล่าวปิดท้าย

– 006