ไขลาน‘พศ.’!อนุชาจี้ขจัดเรื่อง‘ฉาว’ออกจากศาสนา ขีดเส้น 1 เดือนเห็นผล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/708092

ไขลาน‘พศ.’!อนุชาจี้ขจัดเรื่อง‘ฉาว’ออกจากศาสนา ขีดเส้น 1 เดือนเห็นผล

ไขลาน‘พศ.’!อนุชาจี้ขจัดเรื่อง‘ฉาว’ออกจากศาสนา ขีดเส้น 1 เดือนเห็นผล

วันพุธ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 11.59 น.

‘อนุชา’นั่งหัวโต๊ะมอบนโยบายคุ้มครองพระพุทธศาสนา สั่งทำงานเชิงรุก เน้นย้ำข่าวฉาววงการสงฆ์ต้องขจัดเรื่องไม่ดีออกจากศาสนา

วันนี้ (1 กุมภาพันธ์ 2566) เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุม 108 สํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี ทําเนียบรัฐบาล นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะผู้บริหารสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เพื่อติดตามการขับเคลื่อนภารกิจของสํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โดยมี นายชาญกฤช เดชวิทักษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายธัชชญาณ์ณัช เจียรธนัทกานนท์ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายอินทพร จั่นเอี่ยม รองผู้อำนวยการ รักษาราชการแทน ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ คณะผู้บริหารสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เข้าร่วมประชุมผ่านการประชุมออนไลน์

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยจากกรณีที่มีการนําเสนอข่าวพระพุทธศาสนาเชิงลบผ่านสื่อ ไม่ว่าจะเป็นทางโทรทัศน์และโซเชียลมีเดีย ซึ่งในกรณีต่าง ๆ เหล่านี้ บางกรณีก็มีความผิดด้านพระธรรมวินัยที่ร้ายแรง หรือบางกรณีอาจจะผิดวินัยสงฆ์เพียงเล็กน้อย แต่สังคมโดยรวมไม่สามารถยอมรับได้ แม้ที่ผ่านมา มหาเถรสมาคมได้มีการควบคุมและป้องปรามพระภิกษุสามเณรเหล่านี้ให้ประพฤติตนอยู่ในหลักคําสอนของพระธรรมวินัย รวมถึงสํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้ประสานงานกับเจ้าคณะผู้ปกครองสงฆ์อย่างใกล้ชิดเพื่อตรวจสอบ และถวายคําแนะนําพระภิกษุสามเณร ให้เป็นไปตามข้อบังคับ ระเบียบ คําสั่ง ประกาศ และมติมหาเถรสมาคม แต่ก็ยังปรากฏการกระทําที่ละเมิดต่อพระธรรมวินัยอย่างต่อเนื่อง

“ตนในฐานะที่กำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้กำชับให้คณะผู้บริหารส่วนกลางและส่วนภูมิภาคที่มีอยู่ทุกจังหวัดทั่วประเทศทำงานเชิงรุก โดยเร่งติดตาม สอดส่องกรณีที่มีเหตุการณ์สร้างความเสื่อมเสียในทางพระพุทธศาสนา และให้ประสานหน่วยงานในพื้นที่ที่มีความใกล้ชิดชุมชน อาทิ อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงและเร่งแก้ปัญหาต่าง ๆ โดยเร็ว ตั้งเป้าภายใน 1 เดือน สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จะสามารถสร้างพลังศรัทธาของชาวพุทธกลับมา และช่วยทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นเสาหลักของชาติให้คงอยู่สืบไป” รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว

สำนักพระราชวังปิดลงนามถวายพระพร ‘พระองค์ภา’ที่ รพ.จุฬาฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/707958

สำนักพระราชวังปิดลงนามถวายพระพร 'พระองค์ภา'ที่ รพ.จุฬาฯ

สำนักพระราชวังปิดลงนามถวายพระพร ‘พระองค์ภา’ที่ รพ.จุฬาฯ

วันอังคาร ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2566, 17.07 น.

สนว.ปิดลงนามถวายพระพร “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา” ที่ รพ.จุฬาฯ ประชาชนยังคงลงนามถวายพระพรผ่านระบบออนไลน์ได้ทุกวัน

ตามที่สำนักพระราชวัง ได้ออกแถลงการ เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงพระประชวร และทรงเข้ารับการรักษาพระองค์ที่โรงพยาบาลจุฬาลงการณ์ สภากาชาดไทย เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2565 โดยสำนักพระราชวังได้เปิดให้ประชาชนลงนามถวายพระพรเป็นวันแรกเมื่อวันที่ 16 ธ.ค.2565  ตั้งแต่เวลา 08.00-16.00 น. ที่ชั้น 1 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และปิดให้ลงนามถวายพระพรในวันที่  31 ม.ค. 2566 รวมการลงนามถวายพระพรเป็นระยะเวลา 47 วัน 

ทั้งนี้ ประชาชนยังสามารถลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ได้ทุกวันผ่านทางระบบออนไลน์ที่ เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์  https://wellwishes.royaloffice.th

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศการลงนามถวายพระพรของวันที่ 31 ม.ค.2566 ได้มีประชาชน และคณะบุคคลจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน มูลนิธิ ผู้นำท้องถิ่น พระสงฆ์ ผู้บริหารสถานศึกษา ครู นักเรียน นักศึกษาต่างพร้อมใจกันนำแจกันดอกไม้พวงมาลัยและสิ่งของต่าง ๆมาทูลเกล้าถวายหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พร้อมลงนามถวายพระพรขอให้ทรง มีพระพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรง หายจากพระอาการประชวรโดยเร็ววัน อาทิ  นายพอลล์ กาญจนพาสส์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอกแลนด์ จำกัด  (มหาชน) อิมแพ็คเมืองทองธานี และบริษัทในเครือ,  พล.อ.ต. ศรสิต กีรติพล เจ้ากรมพลาธิการทหารอากาศ,  คณะศิษย์ศรัทธาหลวงพ่อพระอาจารย์อารยวังโส ประธานสงฆ์วัดป่าอารยวังสาราม บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา, ผู้บริหาร ครู และนักเรียนโรงเรียนเทศบาล วัดราษฎร์นิยมธรรม จ.ชลบุรี, โรงเรียนสมปองวิทยานุสรณ์ จ.นครราชสีมา, โรงเรียนอนุบาลเปล่งประสิทธิ์สายลม กรุงเทพฯ, มูลนิธิมุขลินท์ นาคราช,  สมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนวัดนวลนรดิศ, ชมรมอารักษ์พิทักษ์จักรีวงศ์(อส.รักษาวัง) กองพลที่ 1 รักษาพระองค์, สมาคมผู้บริหารสถานศึกษา อาชีวศึกษาแห่งประเทศไทย

นายจิตรนรา นวรัตน์ อัยการอาวุโส พร้อมคณะ, นางเอมอร ศรีวัฒนประภา ประธานกรรมการกลุ่มบริษัทคิงเพาเวอร์ ,  คณะผู้บริหาร และพนักงาน บริษัท สหฟาร์ม จำกัด และบริษัทในเครือ , พล.อ.ต.ณัฏฐอรรจน์ ถวิลหวัง  นายกสมาคมมิตรภาพไทย-ลาว, น.ส.มานิดา ภู่เจริญ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ, สำนักงาน กศน. อ.ไพศาลี จ.นครสวรรค์, สโมสรโรตารี ราษฎร์บูรณะ และชมรมผู้สูงอายุราษฎร์บูรณะ กรุงเทพฯ, บริษัทดราก้อน เวิลด์ พลัส จำกัด,  คณะไทยอาสาป้องกันชาติ, ผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร  นักเรียนและผู้ปกครอง โรงเรียนนานาชาติคอนคอร์เดียน จ.สมุทรปราการ, จิตอาสา จังหวัดกาญจนบุรี, สมาคมพยาบาลโรคไตแห่งประเทศไทย, นางยุพิน พิมศร ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาเอี่ยมละออ พร้อมผู้บริหาร อาจารย์ บุคลากร, เทศบาลนครเชียงใหม่ เป็นต้น

ทั้งนี้ ประชาชนยังสามารถลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ผ่านทางระบบออนไลน์ที่ เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์  https://wellwishes.royaloffice.th ได้ทุกวัน
 

‘ครูบาไก่’เบี้ยวชี้แจง อนุกมธ.ศาสนาฯ อ้างติดภารกิจ ชี้แม้ปลงอาบัติแล้ว แต่หลักฐานยังชัด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/707865

'ครูบาไก่'เบี้ยวชี้แจง อนุกมธ.ศาสนาฯ อ้างติดภารกิจ ชี้แม้ปลงอาบัติแล้ว แต่หลักฐานยังชัด

‘ครูบาไก่’เบี้ยวชี้แจง อนุกมธ.ศาสนาฯ อ้างติดภารกิจ ชี้แม้ปลงอาบัติแล้ว แต่หลักฐานยังชัด

วันอังคาร ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2566, 13.25 น.

“ครูบาไก่” เบี้ยวชี้แจง “อนุกมธ.ศาสนาฯ” พรุ่งนี้ อ้างติดภารกิจ “ส.ส.เพชรวรรต” เผยไร้ปัญหา เดินหน้าพิจารณาต่อได้ เชิญหน่วยงานเกี่ยวข้อง พ.ศ.-ตร. จากมัญจาคีรี ชี้ แม้ปลงอาบัติแล้ว แต่หลักฐานยังชัด กระตุก “เป็นพระต้องมีวินัย จะทำอะไรมันไม่เหมือนชาวบ้าน”

วันที่ 31 มกราคม 2566 นายเพชรวรรต  วัฒนพงศศิริกุล ส.ส.พรรคเพื่อชาติ ในฐานะรองประธานกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากรณีครูบาไก่ หลังจากถูกอดีตโยมอุปัฎฐาก และอดีตลูกศิษย์ออกมาแฉพฤติกรรมไม่เหมาะสม ว่าพรุ่งนี้ (1 ก.พ.66) จะมีการประชุมอนุกรรมมาธิการการศาสนา ซึ่งเป็นคณะย่อยในกรรมาธิการการศาสนาฯ โดยมีการเชิญครูบาไก่ / สำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่น / นายอำเภอมัญจาคีรี / ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรมัญจาคีรี / เจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น รวมไปถึงผู้ร้อง มาชี้แจงต่อที่ประชุม เบื้องต้น ทราบจากสำนักเลขาธิการสภาฯ ว่า ครูบาไก่ได้ส่งทนายความส่วนตัวแจ้งว่าติดภารกิจ ไม่สามารถเข้าชี้แจงได้ แต่ตนขอยืนยันว่าแม้ครูบาไก่และทนายจะไม่เข้ามาชี้แจง ก็ไม่มีผลต่อการพิจารณา 

“ก็เราเชิญมาแล้ว ก็พิจารณาไปเลย ในเมื่อคุณตัดสินไม่มาเอง จะให้ทำอย่างไร เห็นทางทางสภาฯ บอกว่า ทนายเขาติดภารกิจ มาไม่ได้ แต่ไม่เป็นไร เราออกหนังสือเชิญตามมาตรฐาน ถ้ามาหรือไม่มาก็ต้องพิจารณากันทั้งนั้น” นายเพชรวรรตกล่าว

นายเพชรวรรต กล่าวต่อว่า ตนยังไม่ทราบว่ามีหน่วยงานใดตอบรับว่าจะมาชี้แจงบ้าง เนื่องจากติดลงพื้นที่ ถึงยังไม่ได้ตรวจสอบกับทางสภาฯ คาดว่าทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะสำนักพระพุทธศาสนาจะมาชี้แจง เพราะที่ผ่านมาก็มีตัวแทนมาชี้แจงตลอด

เมื่อถามว่าเมื่อวานนี้ ครูบาไก่ ได้ปลงอาบัติต่อหน้าพระอุปัชฌาย์ พระผู้ปกครองคณะสงฆ์มัญจาคีรี เพื่อให้ตักเตือนและกล่าวโทษตามข้อพระวินัยแล้ว แต่อาจจะไม่ได้สึกออกมา มองอย่างไรบ้าง นายเพชรวรรต กล่าวว่า สึกหรือไม่สึกไม่ได้สนใจ แต่หากหลักฐานชัดเจน ตนตั้งคำถามว่าเหมาะสมกับสมณสารูปหรือไม่ ซึ่งเราต้องให้ฝ่ายสงฆ์เป็นผู้พิจารณาว่าสมควรหรือไม่ 

“จะมาอ้างอย่างนั้นอย่างนี้ เป็นพระ ทำอะไรที่ผิดปกติ มันไม่เหมือนชาวบ้าน เขามีระเบียบวินัย มีพระวินัยอยู่ จะไปทำเหมือนชาวบ้าน อ้างนู่นอ้างนี่ไม่ได้นะ พระเขามีวินัยของเขาอยู่ สำคัญสุด ไม่เหมือนชาวบ้าน ชาวบ้านทำอะไรได้หมดตามกฎหมายให้” นายเพชรวรรตกล่าว

นายเพชรวรรต ย้ำว่า พระสงฆ์ต้องปฏิบัติตามกฎหมายของสงฆ์ ซึ่งอยู่ในกรอบของกฎหมายบ้านเมืองและพระวินัย เพราะเหตุนี้ พระสงฆ์ถึงเป็นบุคคลพิเศษกว่าคนอื่น

“อย่างเมื่อก่อนมีการรณรงค์กันว่าให้พระมีสิทธิ์เลือกตั้ง แต่พระวินัยไม่ให้ มันไม่เหมือนชาวบ้าน ถ้าหากอยากเลือกตั้ง อยากไปนอนกับผู้หญิงผู้ชายมันเกินไป” นายเพชรวรรตกล่าว

เจ้าอาวาสเชิญ ‘พระฉาว’ ถูกสาวขายบริการหลอกโอนเงิน ออกจากวัดแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/707799

เจ้าอาวาสเชิญ ‘พระฉาว’ ถูกสาวขายบริการหลอกโอนเงิน ออกจากวัดแล้ว

เจ้าอาวาสเชิญ ‘พระฉาว’ ถูกสาวขายบริการหลอกโอนเงิน ออกจากวัดแล้ว

วันอังคาร ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2566, 08.31 น.

วันที่ 31 มกราคม 2566 จากกรณีเพจ ‘อีซ้อขยี้ข่าว 2’ โพสต์ภาพ สลิปการโอนเงิน 3 หมื่นบาท ของพระสงฆ์รูปหนึ่ง ให้กับ น.ส.น้ำฝน พร้อมข้อความระบุว่า “พระมหาร้องทุกข์ จะซื้อบริการทางเพศกับสาวสวยโดยให้มาหาที่กุฎิ สุดท้ายโอนเงินไปพร้อมค่ารถถูกสาวซิ่งไม่มาตามนัดเชิดเงิน 30,000 หนีลอยนวล..เอิ่มมมมม” 

ล่าสุดมีรายงานว่า  หลังจากที่เจ้าอาวาสทราบข่าวว่าพระมหารูปนี้ ทำให้วงการศาสนาเสื่อมเสีย แม้จะยังไม่ได้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่ผิดกฎของวัด เจ้าอาวาสได้เชิญให้ออกไปจากวัด ไม่ว่าจะผิดหรือถูก แต่ไม่สามารถกลับมาที่นี่ได้อีกแล้ว เนื่องจากการกระทำดังกล่าวทำให้เสื่อมเสียต่อพระพุทธศาสนาไปแล้ว

ทั้งนี้ เจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งย่านหัวลำ เผยอีกว่า  พระรูปนี้ ซึ่งมาจำวัดที่นี่ได้ 5-6 ปีแล้ว เป็นพระมหาที่เรียนเก่ง เรียนดี ถึงขั้นเปรียญ 7 เป็นถึงอาจารย์สอนประโยค ป.ธ.5 (เปรียญ 5)

ขอบคุณข้อมูล : สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว 

ยอมรับผิด! ‘ครูบาไก่’กราบขอขมา ปลงอาบัติ ปมสรงน้ำในลำธาร-นั่งเจ็ตส-บาบาน่าโบ๊ท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/707797

ยอมรับผิด!  'ครูบาไก่'กราบขอขมา ปลงอาบัติ ปมสรงน้ำในลำธาร-นั่งเจ็ตส-บาบาน่าโบ๊ท

ยอมรับผิด! ‘ครูบาไก่’กราบขอขมา ปลงอาบัติ ปมสรงน้ำในลำธาร-นั่งเจ็ตส-บาบาน่าโบ๊ท

วันอังคาร ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2566, 08.04 น.

วันที่ 31 มกราคม 2566 จากกรณีดรามา “ครูบาไก่” ถูกอดีตโยมอุปัฎฐาก และอดีตลูกศิษย์ออกมาแฉพฤติกรรมไม่เหมาะสม ล่าสุด เพจเฟซบุ๊ก “ครูบาไก่ วัดป่าปฐม” โพสต์ภาพ พร้อมข้อความว่า

กราบขอขมา รับผิดข้อวินัยอาบัติ เรื่องสรงน้ำในลำธาร และนั่งเรือ ข้าพเจ้าขอน้อมรับผิดต่อหน้าพระอุปัชฌาย์ พระผู้ปกครองคณะสงฆ์มัญจาคีรี เพื่อให้ตักเตือนและกล่าวโทษตามข้อพระวินัย ต่อไปนี้ข้าพเจ้าจะไม่ทำขึ้นอีก ให้ชาวโลกได้ติเตือน ข้าพเจ้าขอน้อมรับอาบัติปาจิตตีย์ ขอแสดงอาบัติ และให้สั่งสอนตามความเหมาะสม ด้วยความเคารพพ่อแม่ครูอาจารย์

ลงชื่อพระสุวิทย์ ชินวโร

วันที่ 30 มกราคม 2566 เวลา 15.00 น.

ต่อมาได้โพสต์คำบรรยายเพิ่ม ระบุว่า “ลูกทำผิด ก็ขอโทษ ต่อพ่อแม่ ที่ทำให้พ่อแม่เดือดร้อนไปหมด ด้วยความไม่ระวังสำรวมกาย ทำให้คนอื่นได้นำไปวิพากษ์วิจารณ์ ต่างๆนาๆ 

จากนั้นยังโพสต์คลิปพร้อมข้อความ ระบุ“กล่าวอธิกรณ์ข้อผิดพระธรรมวินัย ไม่ถึงขั้นสึก แต่มีการติเตือนไม่ให้เกิดขึ้นอีก

ร่วมหาแนวทางป้องกันล่วงละเมิดในรั้วโรงเรียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/707667

ร่วมหาแนวทางป้องกันล่วงละเมิดในรั้วโรงเรียน

ร่วมหาแนวทางป้องกันล่วงละเมิดในรั้วโรงเรียน

วันอังคาร ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และ นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย โฆษกประจำรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช) ต้อนรับ นางสาวศิริพร ไชยสุต นายกสมาคมบัณฑิตสตรีทางกฎหมายแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ เข้าหารือเพื่อหาแนวทางในการป้องกันและแก้ปัญหาเด็ก และเยาวชนจากภัยของสื่อออนไลน์ ซึ่งจะนำไปสู่การล่วงละเมิดในรั้วโรงเรียน ณ กระทรวงศึกษาธิการ

ป้องกันอุบัตภัยในสถานศึกษา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/707666

ป้องกันอุบัตภัยในสถานศึกษา

ป้องกันอุบัตภัยในสถานศึกษา

วันอังคาร ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายกฤษณธรรม ถาพันธุ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านใหม่เจริญผลพิทยาคม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุโขทัย (สพม.สุโขทัย) นำนักเรียนเข้าอบรมการป้องกันอุบัติภัยในสถานศึกษา โดยมี นายวิศิษฐ์ เบญจพิทักษ์กุล ปลัดจังหวัดสุโขทัย นำคณะวิทยากรมาให้ความรู้กับนักเรียน เพื่อให้นักเรียนมีความรู้เบื้องต้น และมีทักษะในการป้องกันอุบัติภัยในชีวิตประจำวัน ณ โรงเรียนบ้านใหม่เจริญผลพิทยาคม

Soft Power ความเป็นไทย ตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ที่สอดคล้องกับยุคสมัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/707665

Soft Power ความเป็นไทย ตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ที่สอดคล้องกับยุคสมัย

Soft Power ความเป็นไทย ตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ที่สอดคล้องกับยุคสมัย

วันอังคาร ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

“Soft power” แปลเป็นไทยว่า “อำนาจละมุน” หรือบ้างก็ใช้“อำนาจอ่อน” เริ่มเป็นที่รู้จักและเห็นถึงความทรงพลังหลังจากที่เกิด “ลิซ่า เอฟเฟกต์” ก็ได้ทำให้ร้านลูกชิ้นยืนกินที่บุรีรัมย์ ขายดีถล่มทลาย สร้างยอดขายหมูกระทะย่านโชคชัย 4 พุ่งสูง ผู้คนแห่จองคิวแน่น มะม่วงน้ำปลาหวาน ของโปรดของลิซ่าและโรเซ่ ที่สร้างความสนใจและเป็นไวรัลบนสังคมออนไลน์อย่างรวดเร็ว และที่เห็นได้ชัดอีกปรากฏการณ์หนึ่งคือ “ข้าวเหนียวมะม่วงฟีเวอร์” จากที่ “มิลลิ” นักร้องชาวไทยได้ไปรับประทานบนเวทีดนตรี Coachella ทำให้เกิดกระแสบริโภคข้าวเหนียวมะม่วงที่ขยายตัวขึ้นหลายเท่า เป็นที่รู้จักของชาวต่างชาติเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ประเทศไทยของเรา มีประวัติศาสตร์ยาวนานมีรากฐานและความพร้อมทางวัฒนธรรมอันงดงามล้ำค่า ที่สามารถนำมาเป็นทรัพยากร Soft Power ที่สะท้อนผ่านอาหาร ศิลปะ วัฒนธรรม บันเทิง เพลง ภาพยนตร์ และสถานที่ท่องเที่ยว ที่เป็นที่รู้จักและสร้างชื่อเสียงในด้านคุณภาพสินค้าและบริการไปทั่วโลก ผลดีที่ตามมาคือประเทศไทยกลายเป็นสถานที่ผู้คนนิยมมาท่องเที่ยวเยี่ยมชม มาลงทุน ซึ่งสามารถสร้างรายได้ สร้างมูลค่าเพิ่ม และอื่นๆ ที่เป็นผลดีอย่างยิ่งต่อคนไทยทุกคน

รัฐบาลได้เห็นถึงจุดแข็งของ Soft Power ความเป็นไทย จึงได้มีนโยบายการส่งเสริมการใช้พลัง Soft Power ความเป็นไทย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ที่มีศักยภาพ 5 F ได้แก่ อาหาร (Food) ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ (Film) ผ้าไทยและการออกแบบแฟชั่น (Fashion) มวยไทย (Fighting) และเทศกาลประเพณี (Festival) ให้อยู่ในระดับโลก และได้แต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศด้วย Soft Power กำกับนโยบาย กำหนดเป้าหมายและวางแผนยุทธศาสตร์การพัฒนา Soft Power ที่มีนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นรองประธานปลัดกระทรวงวัฒนธรรมเป็นกรรมการ

อีกทั้ง ยังแต่งตั้งคณะอนุกรรมการขับเคลื่อน Soft Power ด้วยมิติทางวัฒนธรรม ทำหน้าที่ขับเคลื่อนนโยบายและมาตรการในมิติทางวัฒนธรรม เศรษฐกิจและสังคม ยกระดับสถานะงานวัฒนธรรม สร้างรายได้และคุณค่าทางสังคม สร้างภาพลักษณ์และความร่วมมือ ของผู้คนในประชาคมโลกบนพื้นฐานความหลากหลายทางวัฒนธรรม เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไทย (พ.ศ.2566-2570) โดยมีเรื่องสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการได้แก่ การกำหนดจุดยืนด้าน Soft Power การสังเคราะห์แบรนด์ประเทศไทย และการกำหนดเป้าหมาย ยุทธศาสตร์ บนฐานข้อมูลเชิงสังคมและเศรษฐกิจที่จำเป็น อาทิ การถอดรหัสอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและการเฟ้นหาทุนทางวัฒนธรรมใหม่ๆ การบริหารจัดการทุนทางวัฒนธรรมเพื่อใช้ในการขับเคลื่อน Soft Power ที่ยั่งยืน การจัดทำนโยบายและมาตรการใหม่ๆ ที่ยกระดับและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคศิลปวัฒนธรรมของไทยในระดับสากล การจัดทำและพัฒนาสถิติ ดัชนี ตัวชี้วัดด้านวัฒนธรรม ทั้งในมิติสังคมและเศรษฐกิจให้มีมาตรฐาน กำกับ ติดตาม และประเมินประสิทธิภาพของการนำแผนและนโยบายไปปฏิบัติเพื่อขับเคลื่อนSoft Power ให้สอดรับกับยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ.2561-2580) และแผนที่เกี่ยวข้องทุกระดับ

ส่วนการขับเคลื่อน Soft power ความเป็นไทย ในปีนี้ วธ. จะร่วมกับกองทัพบกผลักดันมวยไทย ให้เป็น Soft Power ที่สร้างชื่อเสียงให้ไทย สนับสนุนการต่อยอดเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโกให้เชื่อมโยงกับการพัฒนา Soft Power ไทย สร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าและบริการใหม่
สนับสนุนและต่อยอดการท่องเที่ยวชุมชนที่มีต้นทุน“สุดยอดชุมชนต้นแบบเที่ยวชุมชน ยลวิถี” 20 แห่ง เดินหน้าส่งเสริมอุตสาหกรรม ภาพยนตร์ โดยให้ใช้ทรัพยากรบุคคล สถานที่ถ่ายทำของไทย อีกทั้งเริ่มเก็บข้อมูลเชิงสถิติเพื่อเช็คว่าประเทศของเรามีศักยภาพในด้านใดอีกบ้างนอกเหนือจาก 5 สาขาที่มีอยู่ เพื่อนำไปสู่การวางแผนการขับเคลื่อน Soft Power สู่ระดับโลก

Soft Power ความเป็นไทย ถูกวางตัวให้เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักที่จะสร้างรายได้เลี้ยงดูคนทั้งประเทศ ซึ่งในทุกวันนี้ต้องยอมรับว่าเรายังไปไม่ถึงจุดนั้น แต่เรามี Soft Power ที่มีคุณค่าและโดดเด่นอยู่แล้ว การจะทำให้มีพลังมากที่จะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้นั้น ทุกๆ ฝ่ายต้องร่วมแรงร่วมใจกันขับเคลื่อน ต้องมีการบริหารจัดการที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง และมีการลงทุนในการพัฒนาอย่างเหมาะสม ถึงแม้จะใช้เวลาและทุนทรัพย์มหาศาล แต่ถ้าทำได้ ผลที่ตามมานั้นคุ้มค่าอย่างแน่นอน

จุฬาฯ-อังกฤษ พัฒนาแอปฯภาษาไทย คัดกรองสมองเสื่อมเบื้องต้นด้วยตนเอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/707669

จุฬาฯ-อังกฤษ พัฒนาแอปฯภาษาไทย คัดกรองสมองเสื่อมเบื้องต้นด้วยตนเอง

จุฬาฯ-อังกฤษ พัฒนาแอปฯภาษาไทย คัดกรองสมองเสื่อมเบื้องต้นด้วยตนเอง

วันอังคาร ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่าจุฬาฯ ได้รับความร่วมมือในการสร้าง Application ตรวจการได้ยินด้วยคำพูด ฉบับภาษาไทย จากหลายภาคส่วน ทั้งจาก Royal Academy of Engineering สหราชอาณาจักร และจาก University College London (UCL) ประเทศอังกฤษ และได้รับการสนับสนุนจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และอื่นๆ

“Application ตรวจการได้ยินด้วยคำพูด ฉบับภาษาไทย ทำให้ผู้ที่มีความเสี่ยงสามารถตรวจคัดกรองด้วยตัวเองเบื้องต้นก่อนไปพบแพทย์ ช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงสมองเสื่อมที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต ซึ่งเป็นการบูรณาการระหว่างระบบการดูแลผู้สูงอายุที่อาจเกิดสมองเสื่อมในอนาคต ร่วมกับศาสตร์แห่งการวิจัย ทำให้สามารถถ่ายทอดความรู้ไปสู่ชุมชน และเชื่อมต่อองค์ความรู้และเทคโนโลยีจากจุฬาฯ สู่การนำไปใช้งานจริงในอนาคตต่อไป” อธิการบดีจุฬาฯ กล่าว

แอปพลิเคชั่นสำหรับตรวจการได้ยินด้วยคำพูดภาษาไทยเพื่อบ่งชี้ความเสี่ยงสมองเสื่อม ใช้ทดสอบได้ด้วยตนเอง หากพบว่ามีความเสี่ยงที่จะสมองเสื่อม ก็ขอตรวจเพิ่มเติมได้ที่สถานพยาบาลและโรงพยาบาลทั่วประเทศ ทั้งนี้ ผู้ที่รับการทดสอบแล้วพบว่าประสบปัญหาทางด้านการได้ยินสามารถใช้สิทธิ์ในการเบิกเครื่องช่วยฟังได้ ดังนั้นอยากให้ผู้สูงอายุและผู้ที่มีข้อบ่งชี้จากแพทย์ว่าสมควรต้องใส่เครื่องช่วยฟังสามารถใส่เครื่องช่วยฟังเพื่อประโยชน์ในการป้องกันภาวะสมองเสื่อมในอนาคต

แอปพลิเคชั่นสำหรับตรวจการได้ยินด้วยคำพูดภาษาไทยเพื่อบ่งชี้ความเสี่ยงสมองเสื่อม เปิดให้ดาวน์โหลดได้แล้วทางโทรศัพท์ระบบ IOS และ Android ในชื่อว่า “Eartest by Eartone”

นักวิจัย ม.สวนดุสิตสร้างชื่อเสียง คว้า 4 รางวัลในการประกวดที่ใต้หวัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/707673

นักวิจัย ม.สวนดุสิตสร้างชื่อเสียง คว้า 4 รางวัลในการประกวดที่ใต้หวัน

นักวิจัย ม.สวนดุสิตสร้างชื่อเสียง คว้า 4 รางวัลในการประกวดที่ใต้หวัน

วันอังคาร ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

รศ.ดร.ชนะศึก นิชานนท์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและพัฒนาการศึกษา พร้อมด้วย ผศ.ดร.ยุธยา อยู่เย็น ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา และทีมนักวิจัย มหาวิทยาลัยสวนดุสิต นำผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่คัดเลือกจาก วช. ในนามประเทศไทยจำนวน 3 ผลงานเข้าร่วมประกวดในงาน Kaohsiung International Invention and Design Expo 2022 (KIDE 2022) ณ เมืองเกาสงประเทศไต้หวัน โดยผลงานทั้งหมดดังกล่าว สามารถสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทย ด้วยการคว้า 4 รางวัล จากการประกวด

ผลงานที่ได้รับรางวัลได้แก่ “ผลิตภัณฑ์พาสตาข้าวกล้องเพื่อสุขภาพเสริมผักใบเขียวแคลเซียมสูง” โดย ผศ.ดร.ปัญญภัสก์ ปิ่นแก้ว อาจารย์สังกัดโรงเรียนการเรือน ได้รับรางวัล Gold Medal และรางวัล Special Award จาก Korea University Invention Association Asia , ผลงาน “การทดแทนไขมันในเค้กไข่ด้วยเจลวุ้นผลสำรอง” โดย ผศ.ดร.ธีรนุช ฉายศิริโชติ อาจารย์สังกัดโรงเรียนการเรือน ได้รับรางวัล Gold Medal, ผลงาน “ผักแผ่นกรอบเสริมแคลเซียมผสมข้าวไรซ์เบอร์รี่” โดย ผศ.ดร.สุวรรณา พิชัยยงค์วงศ์ดี อาจารย์สังกัดโรงเรียนการเรือน ได้รับรางวัล Silver Medal