น้อมนำขยายผลพระดำริ ‘ผ้าลายดอกรักราชกัญญา’ ปลัดมท.นำลงพื้นที่โค้ชชิ่งอีสานใต้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/725474

น้อมนำขยายผลพระดำริ  ‘ผ้าลายดอกรักราชกัญญา’  ปลัดมท.นำลงพื้นที่โค้ชชิ่งอีสานใต้

น้อมนำขยายผลพระดำริ ‘ผ้าลายดอกรักราชกัญญา’ ปลัดมท.นำลงพื้นที่โค้ชชิ่งอีสานใต้

วันพฤหัสบดี ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.30 น.

น้อมนำขยายผลพระดำริ

‘ผ้าลายดอกรักราชกัญญา’

ปลัดมท.นำลงพื้นที่โค้ชชิ่งอีสานใต้

น้อมนำขยายผลพระดำริ “เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” ปลัดมท.นำผู้ทรงคุณวุฒิลงพื้นที่โค้ชชิ่งผ้าลายพระราชทาน “ผ้าลายดอกรักราชกัญญา”ให้กับ ช่างทอผ้าพื้นที่อีสานใต้ เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 19 เมษายน 2566 ณ โรงแรมอมารี บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมการพัฒนาศักยภาพผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOPด้านผ้าไทย และงานหัตถกรรม(Coaching)“ผ้าลายดอกรักราชกัญญา”จุดดำเนินการที่ 3 จังหวัดบุรีรัมย์ ตามโครงการยกระดับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาผ้าไทยและงานหัตถกรรมชุมชน โดยมีนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมพัฒนาการจังหวัด ผู้ผลิต ผู้ประกอบการOTOP ผ้าไทย และสื่อมวลชน ในเขตพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ นครราชสีมา มหาสารคาม ยโสธร ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ สุรินทร์ อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี กว่า 400 คน ร่วมในพิธีฯ

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทยกล่าวเปิดพร้อมบรรยายพิเศษการน้อมนำพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ผ้าลายพระราชทาน “ผ้าลายดอกรักราชกัญญา” เพื่อต่อยอดพัฒนาผ้า และงานหัตถกรรมให้เป็นที่ต้องการของตลาดเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนและเยี่ยมชมผลงาน พร้อมให้กำลังใจ และร่วม “โค้ชชิ่ง” ช่างทอผ้า ผู้ประกอบการ OTOP ผ้าไทย ภายในงาน

“นับเป็นพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมีพระปณิธานอันแน่วแน่มั่นคงในการแบ่งเบาพระราชภาระของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยทรงสืบสาน รักษาและต่อยอด พระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระผู้อภิรักษ์ภูมิปัญญาผ้าไทย ให้ได้กลับมาเป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้ให้กับประชาชนในถิ่นชนบท ด้วยการต่อยอดพระราชดำริของสมเด็จย่า โดยนำเอาองค์ความรู้ วิชาการแฟชั่นสมัยใหม่ที่พระองค์ทรงศึกษา มาเป็นแนวทางในการสร้างสรรค์และพัฒนา ภูมิปัญญาผ้าไทยให้เป็นไปตามความนิยมชมชอบของประชาชนผู้บริโภคในปัจจุบัน ภายใต้ชื่อ”โครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก”

พร้อมทั้งพระราชทานพระกรุณาให้คณะทำงานโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุกอันประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย ด้านแฟชั่นดีไซน์ ด้านสีธรรมชาติ เป็นโค้ชอบรมถ่ายทอดให้ความรู้ แก่ช่างทอผ้า ผู้ผลิต ผู้ประกอบการผ้าไทย เพื่อสามารถเสริมสร้างเพิ่มพูนรายได้ อันทำให้มีเงินทองจุนเจือเลี้ยงดูครอบครัว ให้ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน โดยมีข้าราชการในพื้นที่เป็นโซ่ข้อกลาง น้อมนำพระประสงค์อันแน่วแน่นี้ได้รับการขยายผลอย่างครอบคลุมในทุกกลุ่มทุกพื้นที่อย่างหลากหลาย

“ดีใจทุกครั้งที่ได้มาพบปะกับพี่น้องช่างทอผ้า และข้าราชการผู้ทำหน้าที่เป็นข้าราชการที่ดีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการเสริมสร้างความมั่นคงยั่งยืนด้านเครื่องนุ่งห่มของประเทศชาติ เพราะทุกท่านที่อยู่ ณ ที่นี้ทั้งช่างทอผ้า ช่างหัตถกรรมและข้าราชการ ล้วนเป็นบุคลากรผู้มีคุณค่ายิ่งในการผลักดันขับเคลื่อนให้ภูมิปัญญาผ้าไทยยังคงอยู่กับสังคมไทย และทำให้พี่น้องประชาชน ตั้งแต่รุ่นคุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย พ่อ แม่ ลุง ป้า น้า อา ได้น้อมนำพระดำริ มาพัฒนาทักษะฝีมือทำให้ผ้าไทย ได้สร้างงาน สร้างรายได้ จนทำให้ลูกๆ หลานๆ ได้เห็นความสำคัญของผ้าไทย และตั้งใจเป็นผู้สืบทอดสืบสานสิ่งเหล่านี้ให้คงอยู่คู่กับชุมชน คู่กับหมู่บ้าน คู่กับสังคมไทย สิ่งที่สำคัญ คือ ความเจริญงอกงามเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ ข้าราชการทุกคนต้องมี “ใจ” ต้องมี “Passion” ที่อยากจะช่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ช่วยกัน Change for Good อันจะก่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน ทำให้พี่น้องประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ดังที่พระองค์ท่านทรงงานอย่างหนักเป็นแบบอย่างเพื่อที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนได้ช่วยรักษาภูมิปัญญาผ้าไทย ด้วยการก้าวผ่าน “กับดักของผ้าไทย” นั่นคือ ภูมิปัญญาดั้งเดิมของบรรพบุรุษที่ส่งมอบ knowhow ลวดลาย เทคนิคการทำผ้ามาสู่รุ่นลูกรุ่นหลานจากคติความเชื่อเกี่ยวกับผ้าไทยในแต่ละพื้นถิ่นที่ไม่ได้คำนึงถึงรสนิยมของผู้ที่เอาเสื้อผ้าไปสวมใส่ เพราะเราจะทอผ้าเพียงแต่พอไว้สวมใส่เองเท่านั้น จึงทำให้ผ้าไทยในอดีตมีแต่ลายเดิมๆ ที่ถักทอตามใจของผู้ทอนั่นเอง”ปลัด มท.กล่าว

สพฐ.ย้ำครู-บุคลากร เฝ้าระวังโควิด-19 พร้อมสั่ง รร.เร่งทำแผนรับเปิดเทอม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/725312

สพฐ.ย้ำครู-บุคลากร เฝ้าระวังโควิด-19 พร้อมสั่ง รร.เร่งทำแผนรับเปิดเทอม

สพฐ.ย้ำครู-บุคลากร เฝ้าระวังโควิด-19 พร้อมสั่ง รร.เร่งทำแผนรับเปิดเทอม

วันพุธ ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2566, 12.51 น.

สพฐ.ย้ำครู-บุคลากร เฝ้าระวังโควิด-19 หลังกลับมาระบาดหนัก สั่ง ผอ.รร.เร่งทำแผนรับเปิดเทอม

เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2566 นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีความห่วงใยเรื่องสุขภาพ ของครูและบุคลากรทางการศึกษา เนื่องจากเพิ่งผ่านช่วงเทศกาลสงกรานต์ซึ่งมีการรวมกลุ่มเล่นน้ำ ส่งผลให้เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 กลับมาแพร่ระบาดอีกครั้ง รวมถึงโรคที่มาจากอากาศร้อน อย่างโรคลมแดด หรือ ฮีทสโตรก ดังนั้น ขอให้ทุกคนระมัดระวัง ติดตามข่าวสาร และดำเนินการตามมาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเคร่งครัด

อย่างไรก็ตาม เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้มีโอกาสร่วมกิจกรรมเปิดโครงการ “พร้อมกอดเสี่ยวฮักโมเดล” ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) ขอนแก่น เพื่อแก้ปัญหานักเรียนที่ประสบปัญหาภาวะซึมเศร้า ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงหลังการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 มีความเสี่ยงที่จะทำร้ายตัวเอง มีปัญหาในการใช้ชีวิต จึงเกิดเป็นโครงการนำร่องดังกล่าวขึ้น ทั้งนี้ สาเหตุที่เริ่มโครงการนำร่องที่จังหวัดขอนแก่น เพราะเป็นจังหวัดที่มีโรงพยาบาลขนาดใหญ่ มีมหาวิทยาลัยผลิตแพทย์ในการให้ความรู้และมีความพร้อมในการถอดบทเรียนเพื่อหาสาเหตุ หวังว่าโมเดลนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นในการแก้ไขปัญหาในระยะยาวต่อไป

นายอัมพร กล่าวต่อว่า ส่วนความคืบหน้าการรับนักเรียน แต่ละเขตพื้นที่ฯ ได้รายงานข้อมูลมีความพร้อมในการดูแลนักเรียนได้ครอบคลุม มีโรงเรียนรองรับเพียงพอ หากนักเรียนรายใดยังไม่มีที่เรียนขอให้ประสานไปยังเขตพื้นที่ฯ เพื่อจัดหาที่เรียนให้ ทั้งนี้ สพฐ. ขอเน้นย้ำให้ผู้อำนวยการโรงเรียน ครู สรุปผลการทำงานในปีการศึกษาที่ผ่านมา เพื่อวางแผนการทำงานในปีการศึกษาต่อไปให้ดีขึ้นกว่าเดิม ทั้งเรื่องหลักสูตรการเรียนการสอน การจัดครูให้ครบชั้น จัดหาอาคารสถานที่ อุปกรณ์การเรียนให้ทันเปิดเทอมภายในวันที่ 15 พฤษภาคม 2566 นี้ เพื่อยกระดับการศึกษาให้ดีขึ้นกว่าเดิม

“ช่วงปิดภาคเรียน สพฐ.มีนโยบายให้ครูเข้าอบรม ในเรื่องการแก้ปัญหายาเสพติด ไม่ว่าจะเป็นยาบ้า รวมถึงสารเสพติดอย่างอื่น ที่ครูต้องรู้เท่าทัน และมีมาตรการส่งเสริมให้นักเรียนได้รู้เท่าทันยาเสพติดมาตรการป้องกันไม่ให้นักเรียนเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด และสุดท้าย อยากให้ครูนำระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนให้ห่างไกลจากยาเสพติด ขอให้ครู และบุคลากรทางการศึกษาทุกคนได้ตระหนักและให้ความสำคัญ ขณะเดียวกัน ยังขอย้ำให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกคนไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และให้ปฎิบัติหน้าที่ตามค่ำสั่งที่ได้รับมอบหมาย โดยกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการประชาสัมพันธ์เรื่องการเลือกตั้ง ซึ่งทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้มีการแจกคู่มือ เพื่อให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้ช่วยดำเนินการประชาสัมพันธ์ มีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข่าวสาร และข้อมูลเพื่อตัดสินใจไปเลือกตั้ง เพื่อประเทศชาติ และการปกครองในระบอบประชาธิปไตย” นายอัมพร กล่าว

สกสว. ชู6ประเด็นจากงานวิจัยในเวที Hack Thailand 2575 พลิกโฉมประเทศไทยสู่ภาพอนาคตหลังเลือกตั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/725241

สกสว. ชู6ประเด็นจากงานวิจัยในเวที Hack Thailand 2575 พลิกโฉมประเทศไทยสู่ภาพอนาคตหลังเลือกตั้ง

สกสว. ชู6ประเด็นจากงานวิจัยในเวที Hack Thailand 2575 พลิกโฉมประเทศไทยสู่ภาพอนาคตหลังเลือกตั้ง

วันอังคาร ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2566, 20.26 น.

สกสว. ชู 6 ประเด็นจากงานวิจัยในเวที Hack Thailand 2575 พลิกโฉมประเทศไทยสู่ภาพอนาคตหลังเลือกตั้ง

ไทยพีบีเอสร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) และ ภาคีเครือข่าย รวม 25 องค์กร ร่วมขับเคลื่อนวาระเลือกตั้งทั่วไป ปี 2566 ผ่านกิจกรรม Hack Thailand 2575 : 48 ชั่วโมง พลิกโฉมประเทศไทยสู่ภาพอนาคตหลังเลือกตั้ง โดย สกสว.สกสว. ชู 6 ประเด็นจากงานวิจัย ได้แก่ ฝุ่นควันภาคเหนือ การลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงระบบสุขภาพ การจัดการขยะกับเศรษฐกิจหมุนเวียน การลดอคติทางชาติพันธุ์และการสร้าง soft power ผ่านวัฒนธรรม การประมงชายฝั่งภาคใต้ และการปฏิรูประบบเกษตรไทย

เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2566 ที่ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีเอส จัดกิจกรรม Hack Thailand 2575 : 48 ชั่วโมงพลิกโฉมประเทศไทยสู่ภาพอนาคตหลังเลือกตั้ง โดยความร่วมมือของ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) และ ภาคีเครือข่าย รวม 25 องค์กร อาทิ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) สำนักนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) สมาคมการค้าสตาร์ทอัพไทย หรือ Thai Startup สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.)  เพื่อเปิดพื้นที่ให้ภาคประชาชน ภาคประชาสังคม และภาควิชาการ ได้มีส่วนร่วมในการออกแบบนโยบายของประเทศ โดยแบ่งกิจกรรมเป็น 3 วัน ระหว่างวันที่ 18-20 เมษายน 2566 ใน 12 ประเด็นสำคัญ คือ

1.       หยุดความรุนแรงแฝงเร้นในสังคมไทย
2.       Green Space เปิดพื้นที่สร้างสรรค์เพิ่มศักยภาพเมือง
3.       ปลดล็อคท้องถิ่นด้วยเศรษฐกิจสร้างสรรค์สู่เวทีโลก
4.        แก้หนี้ แก้จน 
5.       Wellness ยิ่งใหญ่ คนไทยสุขภาพดีถ้วนหน้าเท่าเทียม
6.       Active Aging: Oldy Healthy Society
7.       อากาศสะอาด หยุดฝุ่น PM 2.5
8.       เศรษฐกิจขยะ (Circular Economy)
9.       Trilingual Thai: การศึกษาตอบโจทย์ท้องถิ่นและพลเมืองโลก
10.   ติดปีกครูไทย
11.   รัฐของกลุ่มคนที่หลากหลาย Responsive Government for 
12.   รัฐทันสมัย โปร่งใส ไร้คอร์รัปชัน (Transparency & efficiency)

โอกาสนี้ ดร.ลัษมณ อรรถาพิช ที่ปรึกษาผู้อำนวยการ สกสว. กล่าวว่า สกสว. ได้สนับสนุนชุดข้อมูลที่ผ่านการสังเคราะห์จากโครงการวิจัยต่างๆ ที่ สกสว. ได้จัดสรรงบประมาณด้านการวิจัย ผ่านกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รวม 6 ประเด็น ประกอบด้วย ฝุ่นควันภาคเหนือ : ทิศทางการพัฒนาที่ไม่ยั่งยืน กับ การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน การลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงระบบสุขภาพ การจัดการขยะกับเศรษฐกิจหมุนเวียน การลดอคติทางชาติพันธุ์และการสร้าง soft power ผ่านวัฒนธรรมอีสานสร้างสรรค์ร่วมสมัย ประมงชายฝั่งภาคใต้: การจัดการทรัพยากร การอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ที่เป็นธรรมและยั่งยืน และ การปฏิรูประบบเกษตรไทย ซึ่งเป็นข้อมูลตั้งต้นในการแลกเปลี่ยน ผ่านรายการฟังเสียงประเทศไทย ของไทยพีบีเอส ทั้ง 8 พื้นที่ทั่วประเทศ ก่อนที่จะนำมาสรุปผล เพื่อใช้ในการจัดกิจกรรม Hack Thailand 2575 ในครั้งนี้  

ชุดข้อมูลทั้ง 6 ประเด็นนี้ มีข้อเสนอเชิงนโยบาย ที่น่าสนใจ อาทิ มาตรการแก้ไขปัญหาในแต่ละระยะเวลาที่จะต้องมีการเตรียมการอย่างชัดเจน การผลักดันกฎหมายจากภาคประชาสังคมเครือข่ายอากาศสะอาด ได้แก่ พ.ร.บ.กำกับดูแลการจัดการอากาศสะอาดเพื่อสุขภาพแบบบูรณาการ พ.ศ… แนวทางการกระจายอำนาจการบริหารจัดการระบบสุขภาพ แนวทางการกระจายอำนาจการบริหารจัดการระบบสุขภาพ การกำหนดนโยบายบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำและสิ่งแวดล้อม สำหรับการทำประมงชายฝั่งเพื่อให้เกิดการบริหารจัดการใช้ทรัพยากรสัตว์น้ำ ฟื้นฟู ดูแล และรักษาสิ่งแวดล้อมทางทะเลให้คงความอุดมสมบูรณ์ เป็นต้น

สกสว. หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ชุดข้อมูลความรู้ดังกล่าวจะเป็นส่วนสำคัญที่จะร่วมขับเคลื่อนภูมิภาคทั่วไทยด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) และจะเป็นประโยชน์กับสังคม ต่อการร่วมพลิกโฉมอนาคตประเทศไทยไปพร้อมๆกัน

ผบ.ตร. ชื่นชมตำรวจ สน.ชนะสงคราม อำนวยความสะดวกประชาชน คลี่คลายสถานการณ์ช่วงสงกรานต์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/725161

ผบ.ตร. ชื่นชมตำรวจ สน.ชนะสงคราม อำนวยความสะดวกประชาชน คลี่คลายสถานการณ์ช่วงสงกรานต์

ผบ.ตร. ชื่นชมตำรวจ สน.ชนะสงคราม อำนวยความสะดวกประชาชน คลี่คลายสถานการณ์ช่วงสงกรานต์

วันอังคาร ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2566, 16.19 น.

ผบ.ตร. ชื่นชมตำรวจ สน.ชนะสงคราม อำนวยความสะดวกพี่น้องประชาชน คลี่คลายสถานการณ์ช่วงสงกรานต์ ได้อย่างดีเยี่ยม

วันที่ 18 เมษายน 2566 เวลา 12.00 น. ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้มอบเกียรติบัตรโครงการ “ทำดี มีรางวัล” แก่ ผกก.สน.ชนะสงคราม และตำรวจ สน.ชนะสงคราม จากการคลี่คลายสถานการณ์ประชาชนเล่นน้ำสงกรานต์ที่ถนนข้าวสาร

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ฯ กล่าวว่า สืบเนื่องจากการงดจัดงานสงกรานต์ถึง 3 ปี เนื่องมาจากการแพร่ระบาดของโควิด19 โดยในปี 2566 นี้ ประชาชนและนักท่องเที่ยว ได้ออกมาเฉลิมฉลอง เล่นน้ำสงกรานต์กันอย่างหนาแน่น โดยเฉพาะในแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ “ถนนข้าวสาร” ซึ่งอยู่ในพื้นที่การดูแลของ สน.ชนะสงคราม

โดยเมื่อวันที่ 13 เมษายน ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการจัดงานวันแรก ปรากฏว่า มีประชาชนได้หลั่งไหลเข้าไปเล่นน้ำเป็นจำนวนมากอย่างแออัดหนาแน่น จนพื้นที่ไม่สามารถรองรับประชาชนได้ มีความเสี่ยงที่ประชาชนจะได้รับอันตรายคล้ายกับเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นที่ “อิแทวอน” โดยเมื่อเวลา 20.50 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ  สน.ชนะสงคราม นำโดย พ.ต.อ.สนอง แสงมณี 

ผกก.สน.ชนะสงคราม จึงได้ประกาศยุติการเข้าเล่นน้ำในถนนข้าวสารก่อนเวลา เพื่อความปลอดภัยของประชาชนในภาพรวม ป้องกันเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นจากความโกลาหลและการเบียดเสียดของนักท่องเที่ยว และทำการระบายฝูงชน นักท่องเที่ยว ออกจากพื้นที่โดยเร็ว ตลอดจนจัดการจราจรอำนวยความสะดวก จนสามารถคลี่คลายสถานการณ์ให้เป็นปกติ ได้เป็นอย่างดี 

ผบ.ตร.กล่าวอีกว่า “ตนขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ชนะสงคราม ที่มีความสามารถในการบริหารจัดการในภาวะวิกฤติ มีการตัดสินใจที่เด็ดเดี่ยว เห็นแก่ประโยชน์และความปลอดภัยในส่วนรวม และมีความทุ่มเทการทำงานเป็นอย่างมากในการดูแลพี่น้องประชาชน และนักท่องเที่ยว ตนจึงได้มอบใบประกาศเกียรติคุณและรางวัลตามโครงการ “ทำดี มีรางวัล” และเงินรางวัล 5,000 บาท เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ ซึ่งโครงการนี้เป็นโครงการที่จะมอบรางวัลให้กับข้าราชการตำรวจหรือประชาชนที่ปฏิบัติหน้าที่ดีเด่น ทำงานเชิงรุก เพื่อความสงบสุขของประชาชน ประกอบคุณงามความดี ช่วยเหลือประชาชน หรือทางราชการ ประพฤติตนดี คิดถึงประโยชน์ส่วนรวมและช่วยเหลือประชาชนจนเป็นที่ยอมรับต่อสังคม”

นศ.ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ พัฒนา เครื่อง‘MRI mock-scanner’สำเร็จ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/724929

นศ.ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ พัฒนา  เครื่อง‘MRI mock-scanner’สำเร็จ

นศ.ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ พัฒนา เครื่อง‘MRI mock-scanner’สำเร็จ

วันอังคาร ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นักศึกษารังสีเทคนิค คณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ พัฒนาอุปกรณ์จำลองการตรวจด้วยเครื่อง MRI เพื่อลดการเคลื่อนไหวบริเวณศีรษะ ขณะตรวจด้วยเทคนิค fMRI ในเด็ก (MRI mock-scanner for the reduction of head movement in pediatric participants undergoing fMRI scanning) ให้ได้ภาพถ่ายทางการแพทย์ที่มีคุณภาพ และช่วยให้รังสีแพทย์สามารถวินิจฉัยได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยราคาเพียง 20,500 บาท สามารถทดแทนการนำเข้าที่ราคาสูง และใช้เป็นต้นแบบในการเตรียมการตรวจผู้ป่วยกลุ่มเด็กหรือผู้ป่วยกลุ่มอื่นๆ ในอนาคตได้

นักศึกษาผู้พัฒนาเครื่อง “MRI mock-scanner” ได้แก่ น.ส.นันทิกานต์ สงทิพย์ น.ส.พรรษชนก ปันทะรส และ น.ส.ปิยณิตา กลิ่นจำปา และผลงานดังกล่าวยังได้รับรางวัลชนะเลิศ โครงการประชุมวิชาการนักศึกษารังสีเทคนิค ครั้งที่ 3 ประจำปี 2566 จากการที่พัฒนาเครื่องดังกล่าว เป็นเรื่องที่น่าสนใจ เป็นวิธีเตรียมพร้อมก่อนที่จะทำการตรวจเพื่อจะลดการเคลื่อนไหวสำหรับในเด็ก เพราะว่าการตรวจถ้าใช้เวลานานเด็กก็อาจจะไม่ให้ความร่วมมือ โดยเฉพาะการตรวจเอ็มอาร์ไอ ซึ่งเครื่องเป็นอุโมงค์ดูน่ากลัวสำหรับเด็กๆ ฉะนั้นการที่ออกแบบเครื่องคล้ายกันแล้วให้ลองมาทดสอบก่อนเป็นเรื่องดี ป้องกันปัญหาภาพเบลอ ไม่ชัด นำไปสู่การวินิจฉัยที่ถูกต้อง มีประโยชน์กับคนไข้ ทั้งนี้ ปัจจุบันในต่างประเทศได้ผลิตเครื่องดังกล่าวแล้ว แต่มีมูลค่าสูง
ทำให้สถานพยาบาลในพื้นที่ห่างไกลอาจเข้าไม่ถึง งานวิจัยชิ้นนี้สามารถผลิตใช้ได้จริงอีกทั้งสามารถต่อยอดได้ จึงได้รับรางวัลชนะเลิศ

มจธ.เผยภัยคุกคาม‘นาก’รุนแรง คือการจับไปเป็นสัตว์เลี้ยง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/724928

มจธ.เผยภัยคุกคาม‘นาก’รุนแรง  คือการจับไปเป็นสัตว์เลี้ยง

มจธ.เผยภัยคุกคาม‘นาก’รุนแรง คือการจับไปเป็นสัตว์เลี้ยง

วันอังคาร ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผศ.ดร.นฤมล ตันติพิษณุ นักวิจัยจากสถาบันพัฒนาและฝึกอบรมโรงงานต้นแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) กล่าวว่าตนเอง และ นายอนุชา ขำจริง ได้ทำวิจัยโครงการประเมินภัยคุกคาม และการจัดลำดับความสำคัญของการจัดการเพื่อการอนุรักษ์นากอย่างยั่งยืนในพื้นที่ชุ่มน้ำชายฝั่งภาคใต้ของประเทศไทยฝั่งอันดามัน 5 จังหวัด ได้แก่ ระนอง พังงา กระบี่ ตรัง สตูล เพื่อศึกษาภัยคุกคามที่ทำให้ประชากรนากลดลง ประเมินพื้นที่ที่มีระดับภัยคุกคามรุนแรง และเสนอแนวทางการจัดการที่เหมาะสมต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่า ประมาณร้อยละ 20 ของหมู่บ้านที่สำรวจมีระดับภัยคุกคามในระดับสูงและสูงมากต่อการอยู่รอดของนาก และสมควรกำหนดเป็นพื้นที่ที่ต้องการการจัดการเร่งด่วน (Conservation hotspot) ในหลายตำบลของจังหวัดพังงา ตรัง สตูล และกระบี่ ตามลำดับ จากการศึกษาพบว่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีนากเล็กเล็บสั้นและนากใหญ่ขนเรียบถูกฆ่าเพื่อนำเนื้อมากิน ถูกฆ่าเนื่องจากสร้างปัญหาให้มนุษย์ ถูกสุนัขกัด ถูกรถชน และที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือการถูกนำมาเลี้ยง

นายอนุชากล่าวว่า “จากการสำรวจในระหว่างพฤศจิกายน พ.ศ. 2563 ถึงกรกฎาคม พ.ศ.2564 พบว่า มีนากมากกว่า 67 ตัว ถูกนำมาเลี้ยง มีอย่างน้อย 7 ตัว ที่โดนฆ่าเพื่อนำมาประกอบอาหาร อย่างน้อย 4 ตัวที่โดนฆ่าเนื่องจากปัญหาความขัดแย้งกับมนุษย์ อย่างน้อย 7 ตัวที่ตายจากโดนสุนัขกัด และอย่างน้อย 3 ตัวที่ตายจากโดนรถชน ซึ่งการลดจำนวนนากจากประชากรหลักในธรรมชาติด้วยภัยคุกคามเหล่านี้อาจส่งผลกระทบให้จำนวนนากในธรรมชาติลดลงจนเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ในระดับท้องถิ่น

นายอนุชากล่าวต่อไปว่าบางคนเห็นจากคลิปก็คิดว่านากน่ารักจึงอยากเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยง ซึ่งความจริงเป็นความเข้าใจผิด เมื่อนากโตขึ้นก็ไม่ได้น่ารักเหมือนลูกนาก นอกจากนี้อาหารที่คนเลี้ยงไม่ใช่ปลา ปู หรือกุ้งสดๆ แต่กลับเป็นอาหารสัตว์เลี้ยงทั่วไป เช่น ข้าว ไข่ทอด ไก่ทอดลูกชิ้นทอด ไส้กรอก อาหารคน อาหารแมว ซึ่งนอกจากจะทำให้อ้วนเกินไปแล้วยังทำให้นากมีอายุสั้น และนากที่นำมาเลี้ยงไม่สามารถขยายพันธุ์ในรุ่นต่อไปได้ ส่งผลให้จำนวนประชากรนากในธรรมชาติลดลง เพราะนากที่นำมาเลี้ยงทั้งหมดล้วนลักลอบนำออกมาจากพื้นที่ธรรมชาติ

“เพราะฉะนั้น นอกเหนือจากการศึกษาเพื่อหาแนวทางการจัดการที่เหมาะสม ทางคณะวิจัยมีแผนจะดำเนินการต่อภายใต้โครงการวิจัยการวางแผนการจัดการอนุรักษ์สัตว์ผู้ล่าขนาดเล็กในพื้นที่ชุ่มน้ำภาคใต้เพื่อการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์และสัตว์อย่างยั่งยืนแล้ว การทำให้คนในสังคมไทยได้ตระหนักว่า “นากไม่ใช่สัตว์เลี้ยง” ก็เป็นสิ่งที่ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกันทำอย่างจริงจัง เพื่อให้สัตว์ผู้ล่าขนาดเล็กชนิดนี้ สามารถทำหน้าที่ของมันในธรรมชาติได้อย่างสมบูรณ์ และเป็น
ส่วนหนึ่งของระบบนิเวศชายฝั่งที่สมบูรณ์และเป็นแหล่งทรัพยากรให้กับคนในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน”นายอนุชาทิ้งท้าย

มูลนิธิหนึ่งอ่านล้านตื่น มอบทุนสนับสนุนการอ่าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/724930

มูลนิธิหนึ่งอ่านล้านตื่น  มอบทุนสนับสนุนการอ่าน

มูลนิธิหนึ่งอ่านล้านตื่น มอบทุนสนับสนุนการอ่าน

วันอังคาร ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ศาสตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์มูลนิธิหนึ่งอ่านล้านตื่น เป็นประธานในกิจกรรม “วันหนึ่งอ่านล้านตื่น” รศ.ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นผู้มอบทุนให้กับบ้านหนังสือในเขตกรุงเทพมหานคร 15 แห่ง และยังมีการมอบทุนสนับสนุนการอ่านให้กับศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน 18 แห่ง โรงเรียนศรีสังวาลย์ (กลุ่มผู้พิการ) และการซื้อหนังสือตรงใจสำหรับผู้ต้องขังในเรือนจำ 8 แห่ง

กิจกรรม “วันหนึ่งอ่านล้านตื่น” จัดขึ้นโดย นางสาวทิพย์สุดา สินชวาลวัฒน์ ประธานมูลนิธิหนึ่งอ่านล้านตื่นและนายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย เมื่อเร็วๆ นี้ ที่งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 51 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 21 สนับสนุนโดย BOOK✯WALKER

CMMU คว้ารางวัลผู้นำการศึกษา ด้านความยั่งยืน จากยูเอ็น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/724931

CMMU คว้ารางวัลผู้นำการศึกษา  ด้านความยั่งยืน จากยูเอ็น

CMMU คว้ารางวัลผู้นำการศึกษา ด้านความยั่งยืน จากยูเอ็น

วันอังคาร ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

รศ.ดร.วิชิตา รักธรรม คณบดีวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) กล่าวว่า CMMU เป็นสถานศึกษา
ที่มีอัตลักษณ์ในด้านการบ่มเพาะบัณฑิตให้เป็นผู้ที่มีความเป็นมืออาชีพ และมีความรับผิดชอบต่อตนเอง ธุรกิจ สังคม และโลก ดังนั้น ที่ผ่านมาจึงมุ่งส่งเสริมในเรื่องของความยั่งยืน และการทำกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสังคม เพื่อส่งเสริมเป้าหมายของ SDGs (Sustainable Development Goals) ทั้ง 17 ด้านมาอย่างต่อเนื่อง และได้ร่วมกับองค์กรพันธมิตรต่างประเทศที่มีแนวคิดเดียวกันขับเคลื่อนให้วิทยาลัยได้เข้าไปทำงานร่วมกับองค์กรระดับโลก เพื่อให้เกิดการยอมรับในด้านหลักสูตร คณาจารย์ บัณฑิตที่มีคุณภาพในด้านสาขาการจัดการ ซึ่งจะส่งผลดีในด้านเศรษฐกิจ สังคม และการขับเคลื่อนดังกล่าวทำให้วิทยาลัยได้รับรางวัล PRME Global Champions 2023 จากองค์การสหประชาชาติ (UN) ถือเป็นรางวัลสำหรับกลุ่มผู้นำด้านการศึกษาในสาขาการจัดการและบริหารธุรกิจเพื่อความยั่งยืน (Responsible Management) ของโลก แห่งแรกและแห่งเดียวในไทยที่ได้รับรางวัลดังกล่าว

รศ.ดร.ณัฐวุฒิ พิมพา ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายความยั่งยืน กล่าวว่า ที่ผ่านมาCMMU ให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนใน 5 ประเด็นหลัก ได้แก่ ความเท่าเทียมภายในองค์กร การศึกษาอย่างมีคุณภาพ การเป็นผู้ผลิตและผู้บริโภคอย่างมีความรับผิดชอบ การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และการสร้างความร่วมมือกับประชากรโลก เพื่อสร้างผู้ผลิตที่มีความรับผิดชอบ ซึ่ง CMMU ทำโครงการเหล่านี้มาอย่างต่อเนื่องในระดับนโยบายทุกภาคส่วนที่ทำงานร่วมกันด้านความยั่งยืนไม่ว่าจะเป็นคณาจารย์ หรือนักศึกษาก็ร่วมกันสร้างผลงานเป็นรูปธรรมชัดเจน จึงได้รับการคัดเลือกเป็นหนึ่งใน PRME Global Champions ดังกล่าว และต่อจากนี้ไปจะนำสิ่งที่ทำอยู่แล้วมาต่อยอดเพิ่มเติม อาทิ การพัฒนาโครงการที่ทำอยู่แล้วอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน สร้างหลักสูตรที่ทุกคนสามารถออกแบบเองได้ และสามารถเข้าถึงได้อย่างมีความเท่าเทียม

“ทั้งนี้ ในการทำธุรกิจในช่วงที่ผ่านมา นักธุรกิจต้องเผชิญกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจนส่งผลกระทบ
ต่อธุรกิจมากมาย หลายบริษัทให้ความสำคัญ และมีความต้องการทำธุรกิจเพื่อสนับสนุนความยั่งยืนมากขึ้น หลักสูตรที่มีการเรียนการสอนด้านความยั่งยืนจึงมีความสำคัญ CMMU จึงสอดแทรกเนื้อหาด้านความยั่งยืน เพื่อให้นักศึกษาทุกคนสามารถประยุกต์ใช้ศาสตร์ด้านความยั่งยืนกับสิ่งที่เรียนได้อย่างมีคุณภาพ เพื่อสร้างนักบริหารที่ใส่ใจสังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งส่งเสริมการทำธุรกิจแบบยั่งยืน

นอกจากนี้ ยังเดินหน้าพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนกับพันธมิตรภาคธุรกิจ เพื่อให้ทั้งนักศึกษา อาจารย์ และภาคธุรกิจเกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านความยั่งยืนระหว่างกัน และคาดว่าจะนำผลงานของอาจารย์และนักศึกษาที่พัฒนาร่วมกันมานำเสนอในรูปแบบโชว์เคสด้านการจัดการที่แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อสังคม และการพัฒนาอย่างยั่งยืน” รศ.ดร.ณัฐวุฒิ กล่าวเสริม

ม.ศรีปทุม เล่นสงกรานต์ ใน Metaverse

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/724926

ม.ศรีปทุม เล่นสงกรานต์ ใน Metaverse

ม.ศรีปทุม เล่นสงกรานต์ ใน Metaverse

วันอังคาร ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

คณะดิจิทัลมีเดีย คณะนิเทศศาสตร์ และ คณะการออกแบบและสถาปัตยกรรมศาสตร์ ร่วมกันจัดงานสงกรานต์ ตอบโจทย์ยุคดิจิทัล ผ่านแพลตฟอร์ม SPU Metaverse โลกใต้สระบัว ภายใต้ concept ดินแดนมหัศจรรย์ใต้ท้องทะเลลึก ด้วยการจัดกิจกรรมแข่งขันสาดน้ำ ยิงปืน แบบสร้างสรรค์ รักษ์น้ำ รักษ์โลก ที่พัฒนาร่วมกันกับศิษย์เก่าและนักศึกษาคณะดิจิทัลมีเดีย ภายใต้การดูแลของ ผศ.ดร.กมล จิราพงษ์ คณบดีคณะดิจิทัลมีเดีย

สมเด็จพระสังฆราช ประธานพิธีเททองหล่อนำฤกษ์อนุสรณ์ 151 ปี พุฒาจารย์โต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/724972

สมเด็จพระสังฆราช ประธานพิธีเททองหล่อนำฤกษ์อนุสรณ์ 151 ปี พุฒาจารย์โต

สมเด็จพระสังฆราช ประธานพิธีเททองหล่อนำฤกษ์อนุสรณ์ 151 ปี พุฒาจารย์โต

วันจันทร์ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2566, 20.23 น.

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จเป็นองค์ประธานพิธีเททองหล่อนำฤกษ์วัตถุมงคลรุ่น อนุสรณ์ 151 ปี มรณกาล เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) อดีตเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม

วันที่ 17 เมษายน 2566 เวลา 16.00 น. ณ มณฑลพิธีวัดระฆังโฆสิตาราม แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร เจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จเป็นองค์ประธานพิธีเททองหล่อนำฤกษ์วัตถุมงคลรุ่น อนุสรณ์ 151 ปี มรณกาล เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) อดีตเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม โดยมี พระเทพประสิทธิคุณ เจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม ที่ปรึกษาเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร ประธานกรรมการจัดสร้าง พระครูสุภัทรธรรมโฆษิต ประธานฝ่ายอำนวยการ พร้อมคณะสงฆ์ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย และคณะกรรมการ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ และพุทธศาสนิกชน เฝ้ารับเสด็จ 

การนี้ เจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเจิมแผ่นทองคำ เงิน นาก แล้วทรงประกอบพิธีเททองหล่อนำฤกษ์ โปรยข้าวตอก ดอกไม้ และน้ำพระพุทธมนต์ เจ้าประคุณสมเด็จพระธีรญาณมุนี วัดเทพศิรินทราวาส เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดไตรมิตรวิทยาราม เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธพจนวชิรมุนี วัดเครือวัลย์ วรวิหาร อธิษฐานจิต พระราชพัฒนากร วัดปริวาสราชสงคราม พระราชพัฒนสุนทร วัดทรงธรรม วรวิหาร พระมงคลวโรปการ วัดชินวราราม วรวิหาร พระครูธรรมธรดิเรก อนุตฺตโร วัดหนองทราย นั่งปรกประจำทิศ พระสงฆ์สมณศักดิ์ 10 รูป ได้แก่ พระพรหมดิลก วัดสามพระยา พระพรหมบัณฑิต วัดประยุรวงศาวาส พระพรหมกวี วัดกัลยาณมิตร พระพรหมเสนาบดี วัดปทุมคงคา พระพรหมวชิราธิบดี วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ พระพรหมวชิรมุนี วัดสุทัศนเทพวราราม พระพรหมวัชรเมธี วัดอรุณราชวราราม พระธรรมวชิรมุนี วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ พระธรรมวชิราภรณ์ วัดเทวราชกุญชร พระธรรมวชิรานุวัตร วัดไร่ขิง เจริญพระพุทธมนต์และเจริญชัยมงคลคาถา

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กราบทูลถวายรายงาน ความว่า วัดระฆังโฆสิตาราม กำหนดจัดพิธีบำเพ็ญกุศลเพื่ออุทิศถวายแด่เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) อดีตเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม ลำดับที่ 6 ในวาระครบรอบ 151 ปี มรณกาล ซึ่งตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 22 มิถุนายน 2566 โดยพระเทพประสิทธิคุณ เจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม พร้อมคณะสงฆ์ ได้มีมติให้จัดสร้างวัตถุมงคล อนุสรณ์ 151 ปี เพื่อน้อมรำลึกถึงพระคุณเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. บูรณปฏิสังขรณ์พระอาราม 2. ส่งเสริมการศึกษาพระปริยัติธรรม 3. สงเคราะห์พระภิกษุ สามเณรอาพาธ  และเพื่อเป็นการสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา ให้วัฒนาสถาพรสืบต่อไป

“การจัดสร้างวัตถุมงคลรุ่น อนุสรณ์ 151 ปี มรณกาล เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) นี้ ได้รับความเมตตาจากพระเกจิคณาจารย์ทั้ง 76 จังหวัด จังหวัดละ 5 รูป จารแผ่นทอง เงิน นาก และอธิษฐานจิตแผ่นทองมวลสารเพื่อนำมาประกอบพิธีเททองหล่อนำฤกษ์จัดสร้างวัตถุมงคล โดยมีรายการจัดสร้าง ได้แก่ 1) พระประธานยิ้มรับฟ้าองค์จำลอง 2) รูปเหมือนเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) 3) พระสมเด็จหล่อโบราณ และ 4) พระสมเด็จเนื้อผง” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวในช่วงท้าย

พระครูสุภัทรธรรมโฆษิต ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม กล่าวว่า สำหรับพุทธศาสนิกชนผู้สนใจเช่าบูชาวัตถุมงคลรุ่น อนุสรณ์ 151 ปี มรณกาล เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) สามารถสั่งจองด้วยตนเองได้ที่วัดระฆังโฆสิตาราม เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปถึงวันที่ 28 พฤษภาคม 2566 โดยสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ พระครูสุภัทรธรรมโฆษิต (พระครูต้น) หมายเลขโทรศัพท์ 09-5990-9910 LINE ID. 99099