อว. จัดงาน ‘ดนตรี อว. เทิดพระเกียรติ 5 ธันวาคม 2565’ ดึงวงนักศึกษาจาก 18 สถาบันร่วมถ่ายทอดบทเพลงพระราชนิพนธ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/695810

อว. จัดงาน 'ดนตรี อว. เทิดพระเกียรติ 5 ธันวาคม 2565'  ดึงวงนักศึกษาจาก 18 สถาบันร่วมถ่ายทอดบทเพลงพระราชนิพนธ์

อว. จัดงาน ‘ดนตรี อว. เทิดพระเกียรติ 5 ธันวาคม 2565’ ดึงวงนักศึกษาจาก 18 สถาบันร่วมถ่ายทอดบทเพลงพระราชนิพนธ์

วันศุกร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 15.37 น.

อว. จัดงาน  “ดนตรี อว. เทิดพระเกียรติ 5 ธันวาคม 2565” เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร ฯ วันชาติและวันพ่อแห่งชาติ น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณด้านการดนตรี  ดึงวงนักศึกษาจาก 18 สถาบันร่วมถ่ายทอดบทเพลงพระราชนิพนธ์  ให้รับฟังอย่างเต็มอิ่ม 3 -5 ธันวาคมนี้ ที่สวนสาธารณะสำคัญ 3 แห่งของกรุงเทพฯ

ศาสตราจารย์(พิเศษ) ดร.เอนก  เหล่าธรรมทัศน์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า วันที่ 5 ธันวาคม 2565  เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติและวันพ่อแห่งชาติ  รัฐบาลได้กำหนดจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย ซึ่งไม่เพียงแต่ด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเท่านั้น   แต่พระองค์ทรงเป็นทั้งคีตกวีและนักดนตรีที่ชาวโลกยกย่องถึงพระปรีชาสามารถในด้านการดนตรี  ทรงเป็นองค์บรมราชูปถัมภกทางดนตรี  ทรงส่งเสริมทั้งดนตรีไทยและสากล ซึ่งเป็นพระมหากรุณาธิคุณแก่ศิลปินดนตรีอย่างทั่วหน้า และเป็นประโยชน์นานัปการแก่สังคมและประชาชนชาวไทย เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ โดยการน้อมนำพระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถด้านดนตรี มาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างความดีงาม สืบสานศิลปะและวัฒนธรรม รวมถึงส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และการมีส่วนร่วมผ่านการแสดงดนตรี 

กระทรวง อว. โดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และหน่วยงานในสังกัดทั้งสถาบันอุดมศึกษา และหน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม  จึงร่วมกันจัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติ  ร.9 เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติและวันพ่อแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ.2565 “ดนตรี อว. เทิดพระเกียรติ 5 ธันวาคม 2565”  ขึ้นเป็นปีที่ 2 ซึ่ง “ดนตรี” ถือเป็นอีกหนึ่งศิลป์ที่กระทรวง อว.ให้ความสำคัญ นอกเหนือจากศาสตร์ที่เป็นการสร้างองค์ความรู้ การวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม 

ทั้งนี้ งานดังกล่าวจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3 – 5 ธันวาคม 2565 ในพื้นที่สวนสาธารณะของกรุงเทพมหานคร จำนวน  3 แห่ง คือ สวนเบญจกิติ ถนนรัชดาภิเษก สวนหลวงพระราม 8  เชิงสะพานพระราม 8  และสวนวชิรเบญจทัศ หรือสวนรถไฟ ถนนกำแพงเพชร 3 ภายในงานจะมีวงดนตรีจากสถาบันการศึกษาในสังกัดกระทรวง อว.  18  สถาบัน หมุนเวียนกันมาร่วมถ่ายทอดบทเพลงพระราชนิพนธ์และบทเพลงต่าง ๆ ในแต่ละวัน อาทิ  วง KU Band and Alumni  วงดนตรีที่มีชื่อเสียงจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ถือกำเนิดมายาวนานกว่า  70 ปี จะมาบรรเลงบทเพลงพระราชนิพนธ์ให้รับฟังกันที่สวนวชิรเบญจทัศ  หรือสวนรถไฟ   ในวันที่ 3 ธันวาคม  วันเดียวกันที่สวนเบญจกิติ จะเป็นวงดนตรี Rangsit University Jazz Orchestra  วงแจ๊สออร์เคสตราแห่งมหาวิทยาลัยรังสิต  หนึ่งในวงแจ๊สออร์เคสตราระดับนักศึกษารุ่นบุกเบิกในประเทศไทย    และที่สวนหลวงพระราม 8  มีวงดนตรีไทยฉลองขวัญสังคีต  จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร  จะมาบรรเลงเพลงชะตาชีวิต ด้วยวิธีการบรรเลงแบบ “ลูกขัด”เพื่อให้มีทำนองเพลงที่เหลื่อมกัน ฟังเสมือนคลื่นน้ำ ซึ่งเป็นอรรถรสในการฟังเพลงอีกรูปแบบหนึ่ง   
ส่วน วงดนตรี CU Band จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2498 และได้สร้างชื่อเสียงเป็นที่รู้จักทั้งในและนอกมหาวิทยาลัยตลอดจนระดับประเทศ จะมาบรรเลงเพลงให้ฟังในวันที่ 5 ธันวาคม ที่สวนหลวงพระราม 8 ขณะที่สวนวชิรเบญจทัศในคืนวันที่ 5 ธันวาคม จะพบกับวงถั่วงอกสีทอง วงเฉพาะกิจที่เกิดจากการรวมตัวของนักศึกษาวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล คละชั้นปี เพื่อบรรเลงบทเพลงของพ่อโดยเฉพาะ และ วง Silpakorn Univ ersity Wind Orchestra  วงดุริยางค์เครื่องลมแห่งมหาวิทยาลัยศิลปากร  
ประชาชน และผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมรับฟังบทเพลงพระราชนิพนธ์ และผลงานการแสดงดนตรีจากสถาบันการศึกษาได้ตั้งแต่เวลา 17.00 – 20.00 น. 
 

เชิญชวนลงนามถวายพระพร เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/695744

เชิญชวนลงนามถวายพระพร เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ

เชิญชวนลงนามถวายพระพร เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ

วันศุกร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 13.43 น.

สำนักพระราชวัง ขอเชิญชวนประชาชนร่วมลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ วันที่ 7 ธันวาคม 2565 ผ่านระบบออนไลน์ ที่เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ www.royaloffice.th ระหว่างวันที่ 6-8 ธันวาคม 2565

‘ตรีนุช’สั่งสอบปม‘ครูสาว’แอบขึ้นหอพักนร.ชาย จี้กมว.ทบทวนขั้นตอนยึดตั๋วครู

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/695730

‘ตรีนุช’สั่งสอบปม‘ครูสาว’แอบขึ้นหอพักนร.ชาย จี้กมว.ทบทวนขั้นตอนยึดตั๋วครู

‘ตรีนุช’สั่งสอบปม‘ครูสาว’แอบขึ้นหอพักนร.ชาย จี้กมว.ทบทวนขั้นตอนยึดตั๋วครู

วันศุกร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 12.02 น.

‘ตรีนุช’สั่งสอบปม‘ครูสาว’แอบขึ้นหอพักนร.ชาย จี้กมว.ทบทวนขั้นตอนยึดตั๋วครู

2 ธันวาคม 2565 น.ส.ตรีนุช  เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงกรณีเพจดังแชร์ข้อมูลอ้างเกี่ยวกับพฤติกรรมของครูโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.สมุทรปราการ มีการแอบขึ้นหอพักนักเรียนชายและหลับนอนด้วยกัน จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : เปิดแชท!! ครูสาว รร.ดังคุยสยิวนักเรียนชาย โซเชียลวิจารณ์สนั่น) ว่า ตนทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว โดยมอบหมายให้นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) ลงไปตรวจสอบที่มาที่ไป ซึ่งกรณีนี้แม้จะเป็นครูผู้หญิง และไม่ว่าจะเป็นครูหญิงหรือครูชาย แต่หากกระทำความผิดในเชิงชู้สาวกับนักเรียน ก็ต้องถูกตรวจสอบ และได้รับโทษตามระเบียบข้อบังคับต่างๆเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาได้หารือกับคุรุสภา และคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.) ซึ่งดูแลเรื่องจริยธรรมความเป็นครูให้เร่งดูระเบียบและข้อกฎหมายว่าสามารถดำเนินการลงโทษอย่างไรได้บ้าง เพราะบางเรื่องเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งต้องใช้เวลานานกว่าจะมีข้อยุติ ทำให้ ศธ. ไม่สามารถดำเนินการอะไรได้ เพราะต้องรอกระบวนการในส่วนนั้น 

“ตอนนี้ได้พยายามดูกระบวนการภายใน ศธ. ว่า สามารถดำเนินการอย่างไรได้บ้าง โดยขอให้ กมว. ไปทบทวนระเบียบ หากเรื่องใดที่มีหลักฐานประจักษ์จริงๆจะสามารถระงับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูเลยได้หรือไม่ จนกว่ากลไกทางกฎหมายจะแล้วเสร็จ หากไม่มีความผิดค่อยคืนใบอนุญาตฯกลับมา โดยขอให้เร่งดำเนินการเร็วที่สุด” น.ส.ตรีนุช กล่าว

รมว.ศธ. กล่าวต่อว่า ส่วนความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีผู้ปกครองนักเรียนอนุบาล 2 โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง ร้องเรียนเพจทนาย ว่าลูกล้มในห้องเรียนกลับมาบ้านเสียชีวิตนั้น ทราบว่า ทางสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่าน้องมีปัญหาเรื่องสุขภาพ หรือเป็นเพราะครูละเลย ซึ่งค่อนข้างมีความซับซ้อน คงต้องใช้เวลาในการตรวจสอบข้อเท็จจริง ตนขอกำชับให้ครูดำเนินการตามมาตรการดูแลเด็กอย่างใกล้ชิดและเข้มงวดมากยิ่งขึ้น

ล่าสุดมีรายงานว่า ทางผู้บริหารโรงเรียนได้สั่งตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว กำหนดให้เสร็จสิ้นภายใน 7 วัน จากนั้นจะส่งผลการสอบสวนไปยังสำนักงานคณะกรรมการขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)

ทบ.จัดกิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ’ในหลวง ร.9′

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/695714

ทบ.จัดกิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ'ในหลวง ร.9'

ทบ.จัดกิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ’ในหลวง ร.9′

วันศุกร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 10.07 น.

ทบ.จัดกิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันบรมราชสมภพ 5 ธันวาคม 2565

เมื่อเวลา 07.30 น.วันที่ 2 ธันวาคม 2565 ณ กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เป็นประธานจัดกิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ 5 ธันวาคม 2565 โดยมี พลตรีหญิง พิมพ์พิศา จิตต์แก้วแท้ นายกสมาคมแม่บ้านทหารบก และคณะผู้บังคับบัญชาเข้าร่วม

กิจกรรมประกอบด้วย พิธีตักบาตรพระสงฆ์ 54 รูป จาก วัดโมลีโลกยารามราชวรวิหาร ถวายเป็นพระราชกุศล ณ บริเวณลานหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 , พิธีถวายราชสักการะ ถวายราชสดุดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณฯ ณ ห้องรับรอง 221 อาคาร 2 ชั้น 2 จากนั้นจึงกระทำพิธีเจริญพระพุทธมนต์ โดยนิมนต์พระสงฆ์ 10 รูป จากวัดโสมนัสราชวรวิหาร ณ ห้องรับรอง 321 อาคาร 3 ชั้น 2 และกิจกรรมบริจาคโลหิตถวายเป็นพระราชกุศล ณ ห้องรับรอง 212 – 213 อาคาร 2 ชั้น 1

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เป็นพระมหากษัตริย์ไทย แห่งราชวงศ์จักรี ทรงครองสิริราชสมบัติตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ.2489 สิริรวมระยะเวลา 70 ปี นับว่าทรงเป็นพระมหากษัตริย์ไทยที่ทรงครองราชสมบัติยาวนานที่สุดในประเทศไทย พระองค์ทรงปกครองราษฎรไทยด้วยน้ำพระราชหฤทัยงดงามเปี่ยมด้วยพระเมตตา ภายใต้พระปฐมบรมราชโองการที่ว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” พระองค์ทรงพระปรีชาสามารถ และทรงเข้าพระทัยอย่างถ่องแท้ถึงความต้องการความเดือดร้อน และความจำเป็นของราษฎรของพระองค์ท่านทรงประกอบพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่ พระองค์ได้พระราชทานแนวพระราชดำริเรื่องปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งได้รับการยกย่องจากยูเนสโกว่า พระองค์ท่านเป็นกษัตริย์นักพัฒนา โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริกว่า 4,000 โครงการ เป็นที่ประจักษ์ถึง พระวิริยะอุตสาหะในการทุ่มเทพระวรกายเพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน พระองค์จึงทรงเป็นที่เทิดทูน และเคารพของคนไทยทั้งประเทศ และเป็นที่ประจักษ์แก่นานาอารยประเทศ

ด้านการทหารพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงเล็งเห็นถึงความสำคัญที่จะต้องศึกษาค้นคว้าให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ดังพระบรมราโชวาทที่ว่า “กองทัพนั้น มีหน้าที่สำคัญหลักอยู่ที่การป้องกันประเทศ และการธำรงรักษาเอกราช อธิปไตย ของชาติไว้ เหตุนี้ทุกเหล่าทัพจึงจำเป็นต้องพัฒนาศักยภาพของตนให้สมบูรณ์ พร้อมทุกเมื่อทั้งในด้านยุทโธปกรณ์ที่มีความก้าวหน้า ทันสมัย และในด้านกำลังพลที่เข้มแข็งองอาจเพื่อให้สามารถปฏิบัติภารกิจได้ครบถ้วน” (พระบรมราโชวาท ในพิธีสวนสนามแสดงแสนยานุภาพของกองทัพไทย เมื่อ 23 มิถุนายน พ.ศ.2539)

กองทัพบก ในฐานะที่ดำรงไว้ซึ่งการพิทักษ์ ปกป้อง และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นสถาบันสูงสุด และเป็นศูนย์รวมจิตใจของปวงชนชาวไทย จึงได้ยึดมั่นในภารกิจอันสำคัญยิ่ง ได้แก่ การถวายการรักษาความปลอดภัย และถวายพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสนองงานโครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดำริอย่างต่อเนื่อง จวบจนรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 10 รัชกาลปัจจุบัน

วันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปี นอกจากจะตรงกับวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระมหากษัตริย์ไทยรัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรีแล้ว รัฐบาลยังได้ประกาศให้วันที่ 5 ธันวาคม เป็นวันพ่อแห่งชาติ และวันชาติ เพื่อให้เป็นไปตามขนบประเพณีของประเทศที่มีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข จึงนับได้ว่าวันที่ 5 ธันวาคม เป็นวันสำคัญของประเทศไทย และเป็นโอกาสที่พสกนิกรชาวไทย จะได้รำลึกถึง พระมหากรุณาธิคุณของบูรพมหากษัตริย์ ที่ทรงปกป้องบ้านเมืองมาจนถึงทุกวันนี้

กองทัพบก ขอเชิญชวนประชาชนร่วมกิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งกองทัพบกรวมทั้งส่วนราชการและภาคพลเรือน จัดขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศ เพื่อแสดงออกซึ่งความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

‘ตรีนุช’นำขรก.ศธ.ทำบุญตักบาตร เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ’ในหลวง ร.9’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/695699

'ตรีนุช'นำขรก.ศธ.ทำบุญตักบาตร เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ'ในหลวง ร.9'

‘ตรีนุช’นำขรก.ศธ.ทำบุญตักบาตร เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ’ในหลวง ร.9’

วันศุกร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 08.38 น.

เมื่อเวลา 07.00 น.วันที่ 2 ธันวาคม 2565 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานพิธีทำบุญตักบาตร เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2565 โดยมีผู้บริหารระดับสูง และบุคลากรกระทรวงศึกษาธิการ เข้าร่วมในพิธี ณ พิธีบริเวณสนามหญ้ากระทรวงศึกษาธิการ

รมว.ศธ.จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย จุดเครื่องทองน้อยหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และถวายความเคารพ เจ้าหน้าที่กรมการศาสนา อาราธนาศีล ประธานสงฆ์ให้ศีล เจ้าหน้าที่กรมการศาสนา อาราธนาพระปริตร พระสงฆ์ 10 รูป เจริญพระพุทธมนต์

ประธานในพิธี และผู้บริหารระดับสูง ประเคนจตุปัจจัยไทยธรรม ประธานในพิธี ทอดผ้าไตร จำนวน 10 ไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์ พระสงฆ์อนุโมทนา ประธานในพิธี กรวดน้ำ เสร็จแล้ว ประธานในพิธี กราบลาพระรัตนตรัย และถวายความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์

จากนั้น ประธานในพิธี พร้อมผู้บริหาร และบุคลากรของกระทรวงศึกษาธิการ ได้ร่วมตักบาตรพระสงฆ์และสามเณร จำนวน 89 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและน้อมรำลึงถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานับประการเพื่อประโยชน์สุขของปวงชนชาวไทยตลอดมา

– 006

ภูมิภูเบศรผุด‘คอร์สสั่งตัด’จัดอบรม-ต่อยอดอาชีพสร้างผลิตภัณฑ์ได้จริง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/695595

ภูมิภูเบศรผุด‘คอร์สสั่งตัด’จัดอบรม-ต่อยอดอาชีพสร้างผลิตภัณฑ์ได้จริง

ภูมิภูเบศรผุด‘คอร์สสั่งตัด’จัดอบรม-ต่อยอดอาชีพสร้างผลิตภัณฑ์ได้จริง

วันพฤหัสบดี ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 17.00 น.

ภูมิภูเบศรผุด‘คอร์สสั่งตัด’จัดอบรม-ต่อยอดอาชีพสร้างผลิตภัณฑ์ได้จริง

1 ธันวาคม 2565 พท.ป.ณิชนันท์ ปุ่มเพชร แพทย์แผนไทยปฏิบัติการ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า ภูมิภูเบศร เป็นแหล่งเรียนรู้ และฝึกอบรม ตลอดระยะเวลาที่เปิดให้บริการ เราได้จัดเวิร์คช็อปให้ความรู้และลงมือปฏิบัติจริงกับ ผู้ที่สนใจทั้ง สถาบันการศึกษา ภาครัฐ เอกชน บุคคลทั่วไป ส่วนหนึ่งมาฝึกอบรมเพื่อเรียนรู้นำไปใช้ในการดูแลสุขภาพตนเองและครอบครัว หาไอเดียไปทำธุรกิจ และบางส่วนก็นำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตัวเองเพื่อให้มีความหลากหลายมากขึ้น รวมทั้งมีการจองเป็นกรุ๊ปเล็ก ๆ  เพื่อฝึกอบรมตามความต้องการของตัวเอง

พท.ป.ณิชนันท์ กล่าวว่า ขณะนี้ภูมิภูเบศรเริ่มมีการจับอบรมแบบ “คอร์สสั่งตัด” คือจัดอบรมตามความต้องการของผู้เรียน ที่สนใจจะนำไปต่อยอดทำธุรกิจจริง ๆ โดยเป็นคอร์สระยะสั้น  1 วัน เราไม่มีหลักสูตรตายตัว แต่จะสอนตามความสนใจของผู้เรียน โดยส่วนใหญ่กลุ่มที่เข้ามาอบรม จะมีเป้าหมายว่าอยากเรียนรู้เรื่องใด นำไปทำสิ่งใด  ซึ่งส่วนมากมีวัตถุดิบสมุนไพร หรือต้นทุนเดิมอยู่บ้างแล้ว เราก็จะดีไซน์ให้เขาไปสำรวจว่าวัตถุดิบหรือต้นทุนเดิมว่าเขามีอะไร จากนั้นก็มาออกแบบกิจกรรมว่ามันสามารถนำมาทำอะไรได้บ้าง ตัวอย่างเช่น เครื่องดื่มสมุนไพร อาหารสมุนไพร ยาหม่องน้ำ น้ำมันนวด พิมเสนน้ำ ยาดมสมุนไพร สเปรย์แก้ปวด หรือแม้แต่การปรุงชาสมุนไพรเฉพาะราย ซึ่งก็เคยมีคนขอให้จัดอบรมเพราะเขาต้องการทำแบรนด์เป็นของตัวเอง ค่าอบรมหัวละ 3,500 บาท  วัตถุดิบเป็นของเรา อบรมเสร็จนำผลิตภัณฑ์กลับบ้านไปใช้ได้จริง และเราพร้อมให้คำปรึกษาตลอด

พท.ป.ณิชนันท์ กล่าวด้วยว่า ภูมิภูเบศร เคยทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัย อาทิ มหาวิทยาลัยราชนครินทร์  ให้เราไปออกแบบกิจกรรมที่เขามีวัตถุดิบในชุมชน ว่าสามารถนำมาสร้างอะไรได้บ้าง เช่นในชุมชนมีผักไชยามาก เราก็แนะนำให้แปรรูปเป็นผงผักนัว เป็นชาชงที่ต้องผ่านความร้อนก่อนนำมารับประทาน รวมถึงเคยไปอบรมให้กับชาวบ้าน ที่ อ.เกษตรสมบูรณ์ จ.ชัยภูมิ ชุมชนแถวนั้นมีส้มโอเยอะ เราก็ไปออกแบบดีไซน์ในสิ่งที่เขามี คือสาธิตการทำสเปรย์กันยุง ยาหม่องน้ำเปลือกส้มโอ เราอยากให้เขานำไปทำเป็นผลิตภัณฑ์ มีการใช้จริงในชุมชน และสามารถพัฒนาเป็นแบรนด์ของตัวเองได้ในอนาคต

“ต้องบอกว่า เราให้ความรู้และไอเดียเพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร โดยเน้นการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง เพราะบางเรื่องที่เรามองว่ามันง่าย แต่พอลงมือทำแล้วมันอาจจะยาก มีความซับซ้อน หรือต้นทุนที่สูงเกินไป จนไม่คุ้มที่จะลงทุนต่อ  สำหรับท่านที่สนใจสามารถติดต่อเข้ามาพูดคุยปรึกษากับเราได้ หากเป็นสิ่งที่ทางภูมิภูเบศรมีองค์ความรู้ตรงกับความต้องการของท่าน ก็สามารถจัด“คอร์สสั่งตัด” ให้ท่านได้ ผู้สนใจสามารถสอบถาม หรือศึกษารายละเอียดได้ที่ facebook fanpage :  ภูมิภูเบศร ศูนย์การเรียนรู้สมุนไพรและภูมิปัญญาสุขภาพ บางเดชะ  โทร. 097 098 3582” แพทย์แผนไทยฯ อภัยภูเบศร กล่าวทิ้งท้าย

‘มท.1’นำวางพวงมาลาถวายสักการะพระอนุสาวรีย์ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/695542

‘มท.1’นำวางพวงมาลาถวายสักการะพระอนุสาวรีย์ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ

‘มท.1’นำวางพวงมาลาถวายสักการะพระอนุสาวรีย์ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ

วันพฤหัสบดี ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 14.09 น.

“มท.1″นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ บุคลากร และภาคีเครือข่าย วางพวงมาลาถวายสักการะพระอนุสาวรีย์ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เนื่องในวันดำรงราชานุภาพ ประจำปี 2565

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2565 ที่บริเวณพิธีหน้าศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย ถ.อัษฎางค์ กทม. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีวางพวงมาลาถวายสักการะพระอนุสาวรีย์ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เนื่องในวันที่ระลึกคล้ายวันสิ้นพระชนม์ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ประจำปี 2565 หรือที่สังคมไทยรู้จักกันในชื่อ “วันดำรงราชานุภาพ” ซึ่งคณะรัฐมนตรี ได้มีมติเห็นชอบกำหนดให้เป็นวันสำคัญของประเทศไทย เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2544  เป็นต้นมา โดยมี นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารฝ่ายข้าราชการการเมือง นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย อุปนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย สมาชิกราชสกุลดิศกุล คณะกรรมการและสมาชิกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย และผู้แทนหน่วยงานราชการ ภาคเอกชน ประชาชน และภาคีเครือข่าย ร่วมวางพวงมาลา

พล.อ.อนุพงษ์ เปิดเผยว่า สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 57 ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาชุ่ม ภายในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ.2405 ได้รับพระราชทานพระนามว่า “พระองค์เจ้าดิศวรกุมาร” ทรงเป็นองค์ต้นราชสกุลดิศกุล โดยในด้านการรับราชการสนองพระเดชพระคุณ ทรงดำรงตำแหน่งที่สำคัญ เช่น ผู้บัญชาการทหารบก อธิบดีกรมศึกษาธิการ “องค์ปฐมเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย” เสนาบดีกระทรวงมุรธาธร นายกราชบัณฑิตยสภา องคมนตรีในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และเป็นอภิรัฐมนตรีในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และด้วยพระเกียรติคุณเมื่อครั้งทรงดำรงตำแหน่งหน้าที่ราชการนานัปการอย่างอเนกอนันต์ นับถึง 3 รัชกาล หาผู้อื่นเสมอเหมือนได้โดยยาก พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมสถาปนาเป็น สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ มีพระนามตามจารึกในพระสุพรรณบัฏว่า

“สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ อิสสริยลาภบดินทร สยามวิชิตินทรวโรปการ มโหฬารรัฐประศาสน์ ปิยมหาราชวรานุศิษฎ์ ไพศาลราชกฤตยการี โบราณคดีปวัติศาสตรโกศล คัมภีรนิพนธนิรุกติปฏิภาณ ราชบัณฑิตวิธานนิติธรรมสมรรถ ศึกษาภิวัฒน์ปิยวาที ขันติสัตยตรีสุจริตธาดา วิมลรัตนปัญญาอาชวาศรัย พุทธาทิไตรสรณาทร พิเศษคุณาภรณ์ธรรมิกนาถบพิตร”

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงเริ่มประชวรด้วยโรคพระหทัย ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2484 จึงเสด็จกลับมาจากเกาะปีนังบริติชมลายู (เกาะปีนัง ประเทศมาเลเซีย ในปัจจุบัน) เพื่อรักษาพระอาการประชวรในประเทศไทย โดยพระอาการทรงและทรุดเรื่อยมา กระทั่งสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ.2486 ที่วังวรดิศ ถนนหลานหลวง จังหวัดพระนคร ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร สิริรวมพระชันษา 81 ปี

โอกาสนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวสดุดี สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ องค์ปฐมเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย มีใจความตอนหนึ่งว่า “ด้วยสำนึกในพระกรุณาธิคุณของพระองค์ ที่ทรงวางรากฐานอันมั่นคงให้แก่กระทรวงมหาดไทยและทำนุบำรุงแผ่นดินให้เกิดประโยชน์สุขแก่สยามประเทศ ทรงเป็นกำลังสำคัญยิ่งในการปฏิรูป การจัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดินทั้งในส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงวางรากฐานการปกครองแบบเทศาภิบาล และสุขาภิบาล อันเป็นรากเหง้าของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ทรงตราพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ งานตำรวจภูบาลและภูธร และทรงกำหนดความหมายของงานมหาดไทยให้ชัดเจนว่า “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสว่า “กรมดำรงฯ มอบดวงใจให้กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงมหาดไทย คือ ผู้ดูแลประเทศชาติ ชาวไทย ให้มีความร่มเย็นเป็นสุข” และทรงได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยเป็นอย่างสูง ดั่งปรากฏพระนามว่า ทรงเป็นอัจฉริยะบุรุษแก่มหาชนในทุกสมัยจนเป็นที่ประจักษ์ในระดับนานาชาติ และในปี พ.ศ.2505 องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติหรือ UNESCO จึงถวายการสดุดีให้ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงเป็น “บุคคลสำคัญของโลก” พระองค์แรกของประเทศไทย”

จากนั้นในเวลา 08.00 น. พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา นำคณะผู้บริหารระดับสูง และสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ประกอบพิธีสงฆ์ ณ ห้องประชุมราชสีห์ ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายแด่สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ โดยได้รับเมตตาจากเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร และคณะสงฆ์วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร ประกอบพิธี

– 006

รับโล่รางวัล ‘วิริยะ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/695351

รับโล่รางวัล ‘วิริยะ’

รับโล่รางวัล ‘วิริยะ’

วันพฤหัสบดี ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.อโนทัย ไทยวรรณศรี ที่ปรึกษาคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มอบโล่รางวัล ประเภท “วิริยะ”แก่ นายจักรกฤษ กราบกราน ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านทุ่งเอี้ยงสามัคคี ครูอรรถพลกล้าวิกรณ์ และนักเรียน โดยโรงเรียนบ้านทุ่งเอี้ยงสามัคคีได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนร่วมงาน “ความเพียรผลิใบ”(ถอดบทเรียนโพธิสัตว์น้อยลูกขอพ่อแม่เลิกเหล้า) จากการคัดเลือกโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการทั่วประเทศที่หอประชุมคุรุสภา กรุงเทพฯ

มอนเดลีซ ร่วมกับกรุงเทพมหานคร ปลูกฝังจิตสำนึกในการจัดการขยะรีไซเคิล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/695352

มอนเดลีซ ร่วมกับกรุงเทพมหานคร  ปลูกฝังจิตสำนึกในการจัดการขยะรีไซเคิล

มอนเดลีซ ร่วมกับกรุงเทพมหานคร ปลูกฝังจิตสำนึกในการจัดการขยะรีไซเคิล

วันพฤหัสบดี ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายพสิษฐ์ อัครนันท์กรณิศ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มอนเดลีซอินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทมีความมุ่งมั่นด้านการส่งเสริมความยั่งยืนและการลดขยะพลาสติกอย่างต่อเนื่อง และในปีนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายระดับโลกด้านความยั่งยืนของบริษัทในการออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้สามารถรีไซเคิลได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ภายในปี พ.ศ.2568 รวมทั้งตั้งเป้าหมาย Net Zero เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนภายในปี พ.ศ. 2593เพื่อบรรเทาปัญหาขยะและสิ่งแวดล้อมบริษัทฯ ร่วมมือกับแทรชลัคกี้ ริเริ่มโครงการ “โรงเรียนรักษ์โลก แยกขยะลุ้นโชคกับมอนเดลีซ” ในระยะนำร่องร่วมกับ4 โรงเรียนภายใต้สังกัดกรุงเทพมหานคร ได้แก่ โรงเรียนวัดบึงทองหลาง โรงเรียนวัดคู้บอน (วัฒนานันท์อุทิศ) โรงเรียนวัดนิมมานรดี โรงเรียนนาคนาวาอุปถัมภ์ รวมนักเรียนจำนวน 7,912 คน

นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกล่าวว่า “กรุงเทพมหานครให้ความสำคัญกับการปลูกฝังค่านิยมการคัดแยกขยะอย่างเป็นระบบให้แก่เยาวชนและประชาชน รวมทั้งสร้าง ความตระหนักรู้และแรงจูงใจ ในการแยกขยะอย่างต่อเนื่องเพื่อง่ายต่อการนําไปต่อยอด ผ่านกระบวนการต่างๆ และยังเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ขยะและรายได้เสริมให้แก่ประชากร ลดปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ การดําเนินงานของโครงการดังกล่าวยังเป็นไป ในทิศทางเดียวกันกับความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการลดและเลิกใช้พลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียว และสอดคล้องกับเป้าหมายในการนําขยะพลาสติกกลับมาใช้ประโยชน์ 100 เปอร์เซ็นต์ ภายในปีพ.ศ.2570 ตามโรดแมปการจัดการขยะพลาสติก พ.ศ.2561-2573 โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการนี้จะได้มีการขยายผลไปยังโรงเรียนต่างๆ ในสังกัดกรุงเทพมหานคร และเกิดผลลัพธ์อันเป็นรูปธรรมตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

นายณัฐภัค อติชาตการ ผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท แทรชลัคกี้ จํากัด กล่าวว่า แทรชลัคกี้จะจัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการแยกขยะอย่างถูกวิธีแก่นักเรียนในโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ ดำเนินการติดตั้งจุดรับขยะภายใต้โครงการเพื่อส่งเสริมให้นักเรียนนําขยะรีไซเคิลที่คัดแยกเรียบร้อย มาส่งให้ที่จุดรับขยะรีไซเคิลในโรงเรียนเพื่อรับแต้มสะสม รวมทั้งดำเนินการจับรางวัลมอบให้แก่นักเรียนที่คัดแยกถูกต้องพร้อมมอบแต้มสะสม โดยผู้เข้าร่วมโครงการสามารถใช้แต้มสะสมแลกสิทธิ์จับสลากเพื่อลุ้นรางวัลต่างๆ ที่ได้รับการสนับสนุนโดยมอนเดลีซ ประเทศไทย ในทุกๆ 2 เดือน และเชื่อมั่นว่าการเริ่มปลูกฝัง ความเข้าใจ และทัศนคติการรีไซเคิลให้แก่ประชากรที่เป็นอนาคตของชาติ จะช่วยขับเคลื่อนให้เกิดความตระหนักและพฤติกรรมการรีไซเคิลในชีวิตประจําวันได้อย่างยั่งยืนมากที่สุด

วิศวะจุฬาฯ จับมือ กลุ่มบี ปิโตรไทย ต่อยอดบริหารจัดการทางวิศวกรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/695353

วิศวะจุฬาฯ จับมือ กลุ่มบี ปิโตรไทย  ต่อยอดบริหารจัดการทางวิศวกรรม

วิศวะจุฬาฯ จับมือ กลุ่มบี ปิโตรไทย ต่อยอดบริหารจัดการทางวิศวกรรม

วันพฤหัสบดี ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และกลุ่มบริษัท บี ปิโตรไทย (บริษัท ปิโตรไทย จำกัด) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ การถ่ายทอดองค์ความรู้ ต่อยอดการบริหารจัดการทางวิศวกรรม (Engineering Management) ของระบบบริหารอุปกรณ์ เครื่องมือ การบำรุงรักษา การบริหารการปิดซ่อมสายการผลิต อะไหล่คงคลังด้านวิศวกรรมในระบบการผลิต (ManufacturingSystems) ที่คำนึงถึงความต้องการและวงจรชีวิตอุปกรณ์ (Equipment Life cycle)ทางด้านวิศวกรรม ที่สามารถนำไปสู่ การจัดการอะไหล่คงคลังเป็นศูนย์ (ZeroInventory) เพื่อลดต้นทุนและความเสี่ยงให้แก่ องค์กร ลูกค้า และคู่ค้าพันธมิตร

ศ.ดร.สุพจน์ เตชวรสินสกุล คณบดี คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การดำเนินธุรกิจในโลกยุคปัจจุบันนั้น เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และถูก Disrupt อย่างต่อเนื่อง การบริหารจัดการทางวิศวกรรม รวมถึงการบริหารสินค้าคงคลังด้านวิศวกรรมในระบบการผลิต จึงเป็นทักษะสำคัญที่จะช่วยให้องค์กรต่างๆ บริหารจัดการต้นทุนการดำเนินการได้อย่างเหมาะสมการที่เราได้จับมือกับผู้ที่มีประสบการณ์ในการทำงานจริง จะช่วยให้นิสิตเรียนรู้หลักการ และเอาไปปรับใช้ในอนาคต เพื่อให้ประสบความสำเร็จได้

นายกิจจา จำนงค์อาษา ผู้ก่อตั้งกลุ่มบริษัท บี ปิโตรไทย กล่าวว่ากลุ่มบริษัทบี ปิโตรไทย สร้างและสะสมองค์ความรู้จากประสบการณ์การทำงานในอุตสาหกรรมนี้มากว่า 40 ปี เราผ่านการปรับตัว และพัฒนาแนวทางการบริหารจัดการ จนตกผลึก เราเชื่อว่าการถ่ายทอดองค์ความรู้ครั้งนี้จะเป็นการร่วมมือและช่วยกันส่งเสริมให้เกิดEcosystem ที่มีทรัพยากรบุคคลที่มีความพร้อมในการผลักดันให้องค์กรต่างๆ สามารถปรับตัวเป็น Innovative Driven Enterprise ที่อยู่ในยุค Digital Disruption ได้

นายอาริยทัศน์ ศุทธชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท บี ปิโตรไทย กล่าวว่า นโยบายของกลุ่มบริษัท บี ปิโตรไทย คือการสร้างความสำเร็จร่วมกันของทุกภาคส่วน ซึ่งจะนำพาสู่การพัฒนาร่วมกันอย่างยั่งยืน การส่งต่อองค์ความรู้สู่ภาคการศึกษา เพื่อให้ร่วมกันพัฒนาต่อยอดให้ดียิ่งขึ้น และมิได้เป็นการมอบความรู้ให้ภาคการศึกษาแต่เพียงอย่างเดียว ในทางกลับกันกลับเป็นการกระตุ้นต่อยอดการพัฒนาองค์ความรู้ของบริษัทให้ก้าวหน้าขึ้นไปอีก นับเป็นประโยชน์ที่เกิดร่วมกันของภาคเอกชนและมหาวิทยาลัย