‘อยุธยา’อ่วม!! 2 รร.จมบาดาล กว่า 200 แห่งน้ำหลากไหลผ่าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/678722

'อยุธยา'อ่วม!!  2 รร.จมบาดาล กว่า 200 แห่งน้ำหลากไหลผ่าน

‘อยุธยา’อ่วม!! 2 รร.จมบาดาล กว่า 200 แห่งน้ำหลากไหลผ่าน

วันพฤหัสบดี ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2565, 14.28 น.

“ตรีนุช” เผย 2 ร.ร.ใน จ.พระนครศรีอยุธยา ปิดเรียน เหตุน้ำท่วม ส่วนอีก กว่า200 โรงเรียนแค่น้ำหลากไหลผ่าน เด็กมาเรียนได้ ศธ.ให้อำนาจ ผอ.ร.ร.ในพื้นที่น้ำท่วมสั่งปิดเรียนได้

วันที่ 8 กันยายน 2565 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมสถานศึกษา ว่า ขณะนี้ได้รับรายงานว่ามีโรงเรียนในเขตพื้นที่การศึกษา 88 เขต ที่มีโรงเรียนประมาณ 230 กว่าแห่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมแต่ท่วมไม่มาก  แต่มีเพียง 2 โรงเรียนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่ต้องปิดการเรีนนการสอน โดยตนได้สั่งการให้ผู้บริหารของหน่วยงานต้นสังกัดลงไปดูแลพร้อมจัดสรรงบประมาณไปซ่อมแซมโรงเรียนที่ได้รับความเสียหายเป็นการเร่งด่วน ซึ่งน้ำที่ท่วมส่วนใหญ่เป็นน้ำหลาก ซึ่งแต่ละเขตพื้นที่ก็จะทราบอยู่แล้วก็ให้เตือนไปยังโรงเรียนต่างๆให้เตรียมเก็บอุปกรณ์การเรียนขึ้นที่สูงก่อนที่น้ำจะมาถึง 

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในพื้นที่ที่มีน้ำท่วมหนักจะมีการปิดเรียนแบบออนไซต์ แล้วให้โรงเรียนจัดการเรียนการสอนในรูปแบบอื่น ๆที่เหมาะสมกับบริบทแต่ละพื้นที่เพื่อลดอันตรายกับเด็กหรือไม่  น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า ศธ.ประเมินสถานการน้ำท่วมอยู่ตลอด เวลา และขณะนี้มีรายงานว่าโรงเรียนที่ถูกน้ำท่วมประมาณ 200 กว่าโรงเรียน แต่เป็นลักษณะน้ำหลากไหลผ่าน ซึ่งเด็ก ๆก็ยังสามารถเดินทางไปเรียนได้ ยังไม่ถึงขั้นต้องปิดโรงเรียน  มีเพียง 2 โรงเรียนใน จ.พระนครศรีอยุธยา เท่านั้นที่ปิดโรงเรียนแต่คงปิดไม่นานในช่วงน้ำหลากนี้  จึงให้ทางโรงเรียนสอนชดเชยในช่วงที่ปิดเรียนเพื่อเติมเต็มให้กับเด็กในช่วงเวลาเรียนที่ขาดหายไป  และศธ.อนุญาตให้ผู้บริหารสถานศึกษาสามารถตัดสินใจปิดการเรียนการสอนได้ หากในพื้นที่เกิดน้ำท่วมโดยให้ยึดความปลอดภัยของนักเรียนเป็นหลัก. -008 

CADT DPU ร่วมกับสายการบิน P80 AIR ปูเส้นทางนักศึกษาเข้าสู่อาชีพการบิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/678529

CADT DPU ร่วมกับสายการบิน P80 AIR ปูเส้นทางนักศึกษาเข้าสู่อาชีพการบิน

วันพฤหัสบดี ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

น.ต.ดร.วัฒนา มานนท์ คณบดีวิทยาลัยการพัฒนาและฝึกอบรมด้านการบิน (CADT) และผู้อำนวยการสถาบันการบิน (DAA) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (มธบ.) หรือ DPU เปิดเผยว่า CADT DPU ร่วมกับ P80 AIR จัดกิจกรรมบริการวิชาการ ภายใต้ชื่อ “P80 AIR & CADT COLLABORATIVE PROJECT” เพื่อให้ความรู้ด้านการบิน รวมถึงแนะนำสายอาชีพด้านการบิน สายการบิน P80 AIR เป็นสายการบินที่กำลังจะเปิดใหม่ในไทย ขณะนี้เปิดรับสมัครตำแหน่งพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน หรือแอร์โฮสเตสเป็นจำนวนมาก และจากการหารือร่วมกันจะมีการ MOU บันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการเพื่อให้นักศึกษาเข้าสู่สายการบิน P80 AIR นอกจากนี้ ยังจัดทำโครงการสหกิจศึกษาร่วมกันเพื่อให้นักศึกษาได้ฝึกงานและปฏิบัติหน้าที่เป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน (พิเศษแบบไม่ประจำ) ถือเป็นโอกาสอันดีที่นักศึกษาจะได้สัมผัสประสบการณ์การทำงานจริงก่อนจบการศึกษา และมีโอกาสได้เข้าทำงานสายตรงในสายการบินที่ตนฝึกงานอีกด้วย

น.ต.ดร.วัฒนากล่าวด้วยว่า กิจกรรมนี้ถือเป็นการเปิดตัวและแนะแนวทางการทำงานของ P80 AIR ทางวิทยาลัยได้เปิดกว้างให้ นักศึกษาคณะอื่นๆ อาทิ คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม และคณะศิลปศาสตร์ รวมถึงผู้ที่สนใจ เข้ามาร่วมฟังการบรรยายของวิทยากร เพื่อเสริมความรู้และสร้างไอเดียในการวางแผนการสมัครงานในสาขาที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ การเปิดตัวของสายการบินใหม่ถือเป็นสัญญาณว่าอุตสาหกรรมการบินได้ฟื้นตัวแล้ว สำหรับการเตรียมความพร้อมของสายการบิน P80 AIR เบื้องต้นมีเครื่องบิน Boeing 737-800 จำนวน 4-6 ลำ และคาดการณ์ว่าจะเริ่มบินเที่ยวแรกไปมาเก๊าประมาณเดือน มี.ค.-เม.ย.2566 จากนั้นจะสะสมเที่ยวบินให้ได้ 200 เที่ยวเพื่อให้ได้มาตรฐานการบิน และทำการจัดซื้อให้ครบ 20 ลำในปีถัดไป เพื่อขยายเส้นทางการบินไป ญี่ปุ่น เกาหลี และยุโรปในอนาคต

ม.ศรีปทุม เดินหน้าพัฒนาศักยภาพนักศึกษา เตรียมคัดเลือกนักศึกษาดีเด่นด้านวิชาการ 2565

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/678528

ม.ศรีปทุม เดินหน้าพัฒนาศักยภาพนักศึกษา เตรียมคัดเลือกนักศึกษาดีเด่นด้านวิชาการ 2565

วันพฤหัสบดี ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยศรีปทุม แต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาและคัดเลือกนักศึกษาดีเด่นด้านวิชาการ ประจำปี 2565 และได้มีการจัดการประชุมสรรหาและคัดเลือกนักศึกษาดีเด่นด้านวิชาการขึ้นโดยมี ผศ.ดร.วิรัชเลิศไพฑูรย์พันธ์ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยศรีปทุม ในฐานะประธานกรรมการสรรหาและคัดเลือกเพื่อเป็นการตอกย้ำความเป็นDYNAMIC UNIVERSITY  ที่ส่งเสริมพัฒนาศักยภาพนักศึกษาในด้านวิชาการ ตลอดจนสนับสนุนให้นักศึกษาได้มีความคิดสร้างสรรค์ เป็นพลเมืองที่ดี มีจิตสาธารณะต่อชุมชนและสังคม

สำหรับการพิจารณาคัดเลือกนักศึกษาดีเด่นในระดับปริญญาตรีจะพิจารณาจากผลงานของนักศึกษา อาทิ ด้านการศึกษาเล่าเรียน มีความประพฤติที่แสดงถึงการเป็นผู้ที่มีคุณธรรมและจริยธรรม การบำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคม และสำหรับระดับปริญญาโท-ปริญญาเอก จะพิจารณาผลงานดีเด่นด้านวิทยานิพนธ์ ที่ได้รับการตีพิมพ์หรือได้รับการตอบรับให้ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับชาติหรือระดับนานาชาติ ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยศรีปทุมได้จัดกิจกรรมโครงการดังกล่าวขึ้น เพื่อส่งเสริมสนับสนุนเชิดชูเกียรติ และเป็นขวัญกำลังใจแก่นักศึกษาที่มีผลงานดีเด่นด้านวิชาการ เพื่อพัฒนาศักยภาพให้ดียิ่งขึ้นต่อไป

สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ขอเชิญชวนสถานศึกษาร่วมกิจกรรม “สร้างการรับรู้ ความเข้าใจเพื่อส่งเสริมสนับสนุนการประกันคุณภาพการศึกษา และแลกเปลี่ยนเรียนรู้การนำผลการประเมินคุณภาพภายนอกไปใช้เพื่อการพัฒนา ในวันอังคารที่ 13 กันยายน 2565 เวลา 08.30-12.30 น. ในรูปแบบออนไลน์หน้าเฟซบุ๊คเพจ สมศ. https://www.facebook.com/onesqa

วธ.ปั้นเยาวชนรุ่นใหม่ รองรับงานด้านภาพยนตร์และวีดิทัศน์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/678530

วธ.ปั้นเยาวชนรุ่นใหม่ รองรับงานด้านภาพยนตร์และวีดิทัศน์

วธ.ปั้นเยาวชนรุ่นใหม่ รองรับงานด้านภาพยนตร์และวีดิทัศน์

วันพฤหัสบดี ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ปัจจุบันสื่อออนไลน์มีอิทธิพลในชีวิตประจำวันของเด็กและเยาวชนไทยเป็นอย่างมาก ทั้งใช้เป็นเครื่องมือในการติดต่อสื่อสาร ใช้ในการเรียนรู้ ใช้ในการสร้างตัว และสร้างความบันเทิง พวกเขาคุ้นเคยกับการใช้กล้องจากสมาร์ทโฟนถ่ายภาพนิ่ง และถ่ายภาพเคลื่อนไหว หลายคนมีการผลิตและนำเสนอเนื้อหาในรูปแบบภาพยนตร์สั้น คลิปวีดีโอ ข่าวสาร เรื่องราวต่างๆ เข้าสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ แต่ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่าผลงานส่วนใหญ่ยังขาดคุณภาพด้านเนื้อหาขาดประเด็นการนำเสนอที่น่าสนใจ รวมทั้งยังขาดวิธีการนำเสนอที่เหมาะสม และจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่สร้างผลกระทบต่อประชาชนทั่วโลก อุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ก็เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบ ทำให้บุคลากรในอุตสาหกรรมดังกล่าวขาดรายได้ และขาดโอกาสในการพัฒนาความรู้ความสามารถ

จากการที่รัฐบาลได้มีนโยบายผลักดันให้ใช้ Soft Power ความเป็นไทยและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (Creative Economy ) ของไทยให้เป็นที่รู้จักทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้แก่ประเทศไทย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ที่มีการส่งเสริมและกำกับดูแลโดยคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ ขับเคลื่อนการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์การส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ระยะที่ 3 (พ.ศ.2560-2565) รวมถึงดำเนินงานพัฒนาบุคลากรให้เป็นมืออาชีพมาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งได้ตระหนักถึงปัญหาเยาวชนที่ใช้สื่อออนไลน์ไม่สร้างสรรค์ กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) จึงได้จัดทำ โครงการสถาบันพัฒนาบุคลากรด้านภาพยนตร์และวีดิทัศน์ (Content Thailand Academy) ขึ้นมา

โครงการได้เปิดอบรมเยาวชนทั้งสิ้น จำนวน 6 หลักสูตร เป็นหลักสูตรระยะสั้น ในแต่ละหลักสูตรรับสมัครจำนวน 20-30 คน เยาวชนที่เข้าอบรมได้รับการพัฒนาด้านทักษะการผลิตภาพยนตร์และวิดีทัศน์ ได้แก่ การเขียนบท เทคนิคการกำกับการแสดง การแสดง การถ่ายทำ ขั้นตอนในการทำ Post Production จากวิทยากรมืออาชีพ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มมุมมองด้านความคิดสร้างสรรค์ สร้างค่านิยมที่ดีให้กับเยาวชนผู้เข้าอบรมให้นำเสนอสิ่งที่มีคุณค่าต่อสังคม และสร้างการรับรู้ความสำคัญของภาพยนตร์และวีดิทัศน์ในการเป็นสื่อเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมอันดีงามของประเทศ รวมถึงส่งเสริมการท่องเที่ยวในชุมชน กิจกรรมอบรมดังกล่าวได้เริ่มขึ้นตั้งแต่เดือนเมษายน และจะจบลงในเดือนกันยายน 2565 นี้ ซึ่งตั้งแต่เปิดอบรม ก็ได้รับการตอบรับและสนใจจากเยาวชนเข้าอบรมเป็นจำนวนมาก

หลังจากอบรม นอกจากจะสามารถสร้างงานภาพยนตร์และวีดิทัศน์สำหรับเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมอันดีงามของประเทศไทย และสร้างสื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในชุมชนได้อย่างมีคุณภาพแล้ว ยังสามารถประกอบอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้ อาทิ การรับจ้างผลิตงานวิดีทัศน์งานต่างๆ สร้างและเผยแพร่คลิปของตนเองบน YouTube Facebook TikTok หรืออื่นๆ ได้อย่างมีคุณภาพทั้งเนื้อหา และวิธีการนำเสนอ และยังเป็นการเตรียมความพร้อมในการเข้าเรียนต่อในสาขาที่เกี่ยวข้องต่อไป

การพัฒนาศักยภาพของเยาวชนไทยในการเข้าสู่อุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ของวธ.ครั้งนี้ เชื่อว่าจะสามารถสร้างบุคลากรผู้ผลิตงานภาพยนตร์และงานวิดีทัศน์คุณภาพที่เห็นคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมไทย และสื่อสารประชาสัมพันธ์ได้อย่างเหมาะสมและน่าสนใจ ตลอดจนเป็นมืออาชีพด้านการผลิตภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ที่มีความรู้ความสามารถ และรู้เท่าทันเทคโนโลยี และสามารถเป็นกระบอกเสียงในการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมของไทยได้อย่างสร้างสรรค์ ทันสมัย และอย่างเหมาะสมทั้งยังเป็นการปูพื้นฐานที่ดีให้กับเยาวชนที่อยากเรียนต่อด้านการผลิตภาพยนตร์ และวิดีทัศน์อีกด้วย

สมศ.จัดกิจกรรม‘ส่งเสริมการประกันคุณภาพการศึกษา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/678527

สมศ.จัดกิจกรรม‘ส่งเสริมการประกันคุณภาพการศึกษา’

สมศ.จัดกิจกรรม‘ส่งเสริมการประกันคุณภาพการศึกษา’

วันพฤหัสบดี ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ขอเชิญชวนสถานศึกษาร่วมกิจกรรม “สร้างการรับรู้ ความเข้าใจเพื่อส่งเสริมสนับสนุนการประกันคุณภาพการศึกษา และแลกเปลี่ยนเรียนรู้การนำผลการประเมินคุณภาพภายนอกไปใช้เพื่อการพัฒนา ในวันอังคารที่ 13 กันยายน 2565 เวลา 08.30-12.30 น. ในรูปแบบออนไลน์หน้าเฟซบุ๊คเพจ สมศ. https://www.facebook.com/onesqa

‘ไวไว’รับสมัครเยาวชนร่วมโครงการ‘WAIWAI FOOTBALL Academy 2022’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/678525

‘ไวไว’รับสมัครเยาวชนร่วมโครงการ‘WAIWAI FOOTBALL Academy 2022’

‘ไวไว’รับสมัครเยาวชนร่วมโครงการ‘WAIWAI FOOTBALL Academy 2022’

วันพฤหัสบดี ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ “บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไวไว” และผู้ก่อตั้งแคมเปญ “ทำวันนี้…ทำไวไว” รับสมัครเยาวชนชาย-หญิง อายุ 7-14 ปี ที่มีใจรักในกีฬาฟุตบอลและฝันที่จะก้าวสู่เส้นทางนักฟุตบอลอาชีพ สมัครเข้าร่วม “โครงการ WAIWAI FOOTBALL Academy 2022” คลินิกฟุตบอลเยาวชนเคลื่อนที่ สนามที่ 5 จังหวัดลำปาง หลักสูตรเรียนกีฬาฟุตบอลฟรีกับโค้ชระดับทีมชาติ ลงสนามจริงพร้อมฝึกทักษะฟุตบอลขั้นพื้นฐานไปจนถึงกฎกติกาฟุตบอลสากล เปิดสอน ณ สนามฟุตบอล มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตลำปาง เรียนฟรี รับชุดฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย เริ่มลงทะเบียนออนไลน์ (สนามที่ 5 จ.ลำปาง) ตั้งแต่วันนี้ถึง 20 กันยายน 2565 รายละเอียดเพิ่มเติม ทาง FB : WaiWai Football Academy สอบถามเพิ่มเติมได้ที่โทร.090-9959574, 095-7946350 และ 091-7435123

ตลาดหลักทรัพย์ฯ มอบทุนทีมนักกีฬาเทเบิลเทนนิสทีมชาติไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/678523

ตลาดหลักทรัพย์ฯ มอบทุนทีมนักกีฬาเทเบิลเทนนิสทีมชาติไทย

ตลาดหลักทรัพย์ฯ มอบทุนทีมนักกีฬาเทเบิลเทนนิสทีมชาติไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

รองรักษ์ พนาปวุฒิกุล รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกฎหมาย และดูแลฝ่ายบริหารกิจกรรมเพื่อสังคม ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มอบทุนสนับสนุนเพื่อพัฒนาศักยภาพและสร้างขวัญกำลังใจให้ทีมนักกีฬาเทเบิลเทนนิสทีมชาติไทย 1,250,000 บาทที่สร้างผลงานและชื่อเสียงให้วงการเทเบิลเทนนิสและประเทศไทย จากการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 31 ที่ประเทศเวียดนาม โดยมีทีมนักกีฬาเทเบิลเทนนิสทีมชาติไทย เป็นผู้รับมอบ

นักวิจัย ม.อ. แปรรูปผักตบชวา เป็นปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/678521

วันพฤหัสบดี ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

รศ.ดร.จุฑารัตน์ เอี้ยวกฤตยากร สาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) เปิดเผยว่า นักวิจัยคณะวิทยาศาสตร์ ม.อ. นำโดย รศ.ดร.จุฑารัตน์ เอี้ยวกฤตยากร สาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ คณะวิทยาศาสตร์ และ รศ.ดร.วิไลวรรณ โชติเกียรติ สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ คณะวิทยาศาสตร์ ร่วมมือกับ บริษัท ไบโอแอ็กซ์เซล จำกัด  ดำเนินโครงการ “แปรรูปผักตบชวาเป็นปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงภายใน 24 ชั่วโมง” เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาผักตบชวาที่แพร่พันธุ์จำนวนมากและกลายเป็นวัชพืชในแม่น้ำ ลำคลอง และแหล่งน้ำสาธารณะต่างๆ โดยมาสู่การแปรรูปเป็นปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อส่งเสริมรายได้ให้กับเกษตรกร 

การวิจัยครั้งนี้ ได้ดำเนินการจัดทำโดย นำผักตบชวามาผ่านกระบวนการย่อยด้วยเครื่อง Bioaxel ของบริษัทไบโอแอ็กซ์เซล จำกัด จนได้จุลินทรีย์ Super BACT มาผสมกันจะได้เป็นปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงภายใน 24 ชั่วโมง และจุลินทรีย์ที่ได้นั้นผ่านการวิเคราะห์คุณภาพจากกรมวิชาการเกษตร พบว่ามีค่าผ่านมาตรฐานทุกตัว เมื่อนำปุ๋ยมาให้เกษตรกรได้ทดลองที่แปลงนา อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง บนพื้นที่ 5 ไร่การแตกกอของต้นข้าวเพิ่มปริมาณมากขึ้น รวงยาวให้ผลผลิตดีขึ้นและที่สำคัญมีต้นทุนการปลูกข้าวลดลง ล่าสุด ได้มีโอกาสนำเสนอในการประชุมคณะกรรมการอำนวยการบูรณาการ เพื่อแก้ไขปัญหาผักตบชวา ซึ่งเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาผักตบชวาที่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล โดยการวิจัยในครั้งนี้วางเป้าหมายได้นำผักตบชวาซึ่งเป็นวัชพืชที่เป็นปัญหาสำคัญต่อแม่น้ำ ลำคลอง และแหล่งน้ำสาธารณะต่างๆ กว่า 302,854.27 ตันต่อเดือนและเตรียมขยายผลไปเพื่อให้เกษตรกรนำไปใช้ในการเกษตรหรือส่งเสริมการผลิตเพื่อจำหน่ายในอนาคต   

ทั้งนี้ ม.อ. พร้อมนำการวิจัยโครงการแปรรูปผักตบชวาเป็นปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงภายใน 24 ชั่วโมง มาร่วมส่งเสริมภาคการเกษตรให้มีผลผลิตที่ดีขึ้นภายใต้ต้นทุนการดำเนินที่ลดลงตลอดจนมุ่งเสริมสร้างรายได้จากการนำวัชพืชและผักตบชวามาทำปุ๋ยอินทรีย์ รวมทั้งพัฒนาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนดียิ่งขึ้น สำหรับผู้ที่สนใจแปรรูปผักตบชวาสู่ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่งานบริการวิชาการคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อประสานงานไปยังนักวิจัยได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 074-288028 ในวันและเวลาราชการ 

ชูงานช่างท้องถิ่น หนุนพัฒนาความรู้ด้านศิลปะควบคู่งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/678474

ชูงานช่างท้องถิ่น หนุนพัฒนาความรู้ด้านศิลปะควบคู่งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์

ชูงานช่างท้องถิ่น หนุนพัฒนาความรู้ด้านศิลปะควบคู่งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์

วันพุธ ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2565, 16.08 น.

ชูงานช่างท้องถิ่นเป็นรากแก้วของภูมิปัญญาไทย หนุนพัฒนาความรู้ด้านศิลปะควบคู่งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ส่งเสริมเยาวชน คนในพื้นที่ร่วมสืบสานอัตลักษณ์ท้องถิ่น

สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) จัดรายการพูดคุยผ่านช่องทางออนไลน์ ในรายการ Future Talk by NXPO ครั้งที่ 13 ในประเด็น “ภูมิปัญญาและงานช่างท้องถิ่น “ตาน้ำ” ของวัฒนธรรมไทย” โดยรายการในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก ดร. สิริกร มณีรินทร์ นายกสภาสถาบันวิทยาลัยชุมชน และผู้อำนวยการสถาบันช่างศิลป์ท้องถิ่น ธัชชา ผศ.ดร. ชวลิต ขาวเขียว อดีตคณบดีคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร และนายสักก์สีห์ พลสันติกุล รองประธานหอการค้าจังหวัดน่าน มาร่วมพูดคุย ดำเนินรายการโดย ดร. กาญจนา วานิชกร รองผู้อำนวยการ สอวช. เมื่อวันที่ 5 กันยายน ที่ผ่านมา

ดร. กาญจนา กล่าวว่า ประเทศไทยมีรากฐานทางอารยธรรม ทุนทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย ที่สืบสานตกทอดจากรุ่นสู่รุ่นมาเป็นวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของประเทศ ซึ่งทุนทางวัฒนธรรมเหล่านี้ถือเป็นตาน้ำหรือเป็นต้นน้ำที่สำคัญที่จะนำไปสู่โอกาสในการทำงานและการสร้างการพัฒนาทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของประเทศ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ริเริ่มการจัดตั้งวิทยสถานสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศิลปกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย หรือ ธัชชา ขึ้นมา ทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการวิจัยและพัฒนาบุคลากรทางด้านสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศิลปกรรมศาสตร์ของประเทศ นำไปสู่การสร้างคุณค่าและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมของชาติ โดยโครงสร้างของธัชชา ประกอบด้วย สถาบันสุวรรณภูมิศึกษา, สถาบันโลกคดีศึกษา, สถาบันเศรษฐกิจพอเพียง, สถาบันพิพิธภัณฑ์ศิลปกรรมแห่งชาติ และสถาบันช่างศิลป์ท้องถิ่น

ด้าน ดร. สิริกร กล่าวว่า สถาบันช่างศิลป์ท้องถิ่นก่อตั้งก้าวเข้าสู่ปีที่ 2 แล้ว จะเห็นได้ว่าที่ผ่านมาได้ทำงานร่วมกับนักวิจัยกว่า 165 คน ทำงานกับเครือข่ายพื้นที่ไม่น้อยกว่า 90 แห่ง และยังผลักดันให้เกิดผู้สืบสานงานช่างศิลป์ ผ่านการฝึกอบรมไม่ต่ำกว่า 200 คน ด้วยหลักสูตร 47 หลักสูตร เกิดบทเรียนออนไลน์ 8 เรื่อง และยังสามารถสานต่อลมหายใจองค์ความรู้ที่กำลังจะสูญหายไปไม่ต่ำกว่า 5 สาขา และมีเครือข่าย 17 มหาวิทยาลัย 12 วิทยาลัยชุมชน ในพื้นที่ 23 จังหวัดครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่งการทำงานร่วมกับเครือข่ายในกระทรวงต่างๆ รวมถึงวิทยาลัยชุมชน ทำให้เห็นแนวทางการต่อยอดเพิ่มมูลค่าและสร้างความเข้มแข็งให้กับงานช่างศิลป์ท้องถิ่น โดยเฉพาะการนำเอาความรู้ทางด้านศิลปะมาผนวกกับความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชนให้มีมูลค่าสูงขึ้น มีความร่วมสมัยมากขึ้น เช่น การศึกษาวิจัยว่าวัสดุใดที่คงทนต่อการนำมาผลิต การหาแนวทางย้อมสีธรรมชาติให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ฯลฯ ซึ่งนอกจากจะตอบโจทย์การต่อยอดทางศิลปวัฒนธรรมในท้องถิ่นแล้ว ยังสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนได้มากขึ้นจากเดิมเป็นเท่าตัว ถือเป็นการรักษารากแก้วของภูมิปัญญาไทย ให้คงอัตลักษณ์ของชาติไว้ต่อไป

ดร. สิริกร กล่าวต่อว่า การดำเนินการ 2 ปีต่อจากนี้ เชื่อว่าจะเห็นผลเป็นรูปธรรมชัดเจนมากขึ้น สิ่งที่ทำมาแล้วบรรลุเป้าหมายก็จะเดินหน้าทำต่อไปให้เข้มแข็งขึ้น ขยายพื้นที่ไปในจังหวัดอื่นๆ ให้งานวิจัยเกิดผลอย่างต่อเนื่องและจริงจัง โดยต้องมีการอบรม สร้างความเข้าใจคู่ขนานกันไป ทั้งในกลุ่มประชาชน บุคคลทั่วไป ช่างศิลป์ หรือกลุ่มเด็ก เยาวชน ที่มีแนวคิดจัดทำหลักสูตรนอกระบบรองรับ นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ยังได้จัดทำระบบอีเลิร์นนิ่ง (e-learning) เพื่อสอนให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้การวาดลวดลายงานช่างศิลป์ในหลายประเภทด้วย ดร. สิริกร ยังได้เน้นย้ำว่า หากทำแบบนี้ต่อไป จะเห็นผลการสืบสานต่อยอดงานช่างศิลป์ท้องถิ่น ทำให้รากแก้วของแผ่นดินมีความแข็งแรงมากขึ้น และจะส่งผลไปถึงระบบช่างศิลป์ท้องถิ่นของประเทศได้ในอนาคต ซึ่งผู้ประกอบการหรือประชาชนที่สนใจว่าสถาบันช่างศิลป์ท้องถิ่นได้ทำอะไรในพื้นที่ใดบ้าง สามารถเข้าไปดูข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ http://www.thaiartisan.org

ผศ.ดร. ชวลิต กล่าวว่า ได้ทำงานอยู่ในส่วนของสถาบันสุวรรณภูมิศึกษา ซึ่งสอดรับกับงานของสถาบันช่างศิลป์ท้องถิ่น กล่าวคือ เป็นการศึกษารากเหง้าทางภูมิปัญญาตัวตนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีความหลากหลาย นำไปสู่ความมั่งคั่งในด้านงานศิลปะ และแนวทางการสืบทอดดีเอ็นเอช่างศิลป์ท้องถิ่น ที่มีอัตลักษณ์ของตัวเอง เป็นภูมิปัญญาที่ไม่ด้อยไปกว่าใครในโลก หากได้มีการยกระดับผลิตภัณฑ์ การออกแบบให้คงทน และสวยงามก็จะสามารถไปต่อได้ไกล แต่ก็ต้องอาศัยการขับเคลื่อนอย่างจริงจัง จริงใจ และต่อเนื่อง

ดร. ชวลิต กล่าวว่า มหาวิทยาลัยมีบทบาทในการสร้างคนผ่านการจัดทำหลักสูตร ที่เห็นได้ชัดคือหลักสูตรการจัดการทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ซึ่งปัจจุบันผู้ที่สนใจเรียนในด้านนี้น้อยลง เปลี่ยนไปสนใจหลักสูตรในระยะสั้น มหาวิทยาลัยจึงต้องมองถึงการทำหลักสูตรระยะสั้นสำหรับคนกลุ่มนี้ โดยเน้นประเด็นสำคัญ ในการนำองค์ความรู้มาถ่ายทอด แต่ให้สามารถเก็บสะสมผลการเรียนไว้ในธนาคารหน่วยกิต (credit bank) สามารถรวบรวมไว้ขอเป็นใบประกาศนียบัตรหรือปริญญาบัตรได้ ดร. ชวลิต ยังได้ชี้ให้เห็นว่า การผลักดันงานช่างศิลป์ท้องถิ่นในสถาบันอุดมศึกษานั้น มหาวิทยาลัยควรมองหา 3 สิ่ง คือ 1) ความรู้ ทั้งจากมหาวิทยาลัย และจากชุมชน จากพื้นที่ 2) จินตนาการ การใส่ความคิดสร้างสรรค์เพิ่มเติมเข้าไป และ 3) การสร้างแรงบันดาลใจ ให้กับคนในชุมชน เด็ก เยาวชน ผู้ประกอบการ เชื่อว่า ถ้าทุกภาคส่วนเดินหน้าไปด้วยกันจะเกิดพลังในการขับเคลื่อนคุณค่าของต้นน้ำทางศิลปวัฒนธรรมต่อไปได้

นายสักก์สีห์ กล่าวว่า จังหวัดน่านมีวิทยาลัยชุมชน ที่เป็นสถาบันอุดมศึกษาเพียงแห่งเดียวที่ทำงานเป็นหลักทางด้านศิลปวัฒนธรรมโดยตรง สิ่งที่เรียนรู้ได้จากกลไกการทำงาน จากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับปัจจุบัน พบว่า การมุ่งเป้าทำงานสำเร็จ ประกอบด้วยความร่วมมือ 5 ส่วน หรือ เบญจภาคี คือ ภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชน ภาควิชาการ และที่สำคัญคือภาคประชาสังคม ที่ต้องมีการขับเคลื่อนการทำงานร่วมกันในพื้นที่

“ทุกเมืองต้องการสเปซหรือพื้นที่ที่แสดงให้เห็นถึงตัวตนหรือเอกลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ เพื่อสร้างให้เกิดแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนหรือคนในชุมชน ซึ่งพื้นที่เหล่านั้นเราแทบไม่ต้องลงทุนสร้าง เพราะเรามีพื้นที่อยู่แล้ว เช่น วัด ที่สามารถเป็นศูนย์เรียนรู้ได้ หรือบ้านของช่างศิลป์ท้องถิ่นเอง ที่สามารถผูกโยงเข้ากับโรงเรียน ทำให้นักเรียนได้ซึมซับสัมผัสพื้นที่จริง เป็นส่วนหนึ่งในการเรียนการสอนนอกห้องเรียน สร้างแรงบันดาลใจในการสืบสานต่อยอดงานในพื้นที่ สิ่งที่สำคัญในการทำเรื่ององค์ความรู้ในพื้นที่มากกว่ารายได้หรือผลิตภัณฑ์ ถ้าเราสามารถเพิ่มสเปซเหล่านี้ได้ จะทำให้องค์ความรู้เป็นส่วนหนึ่งในการกล่อมเกลาคนในพื้นที่ด้วยศิลปะ การมีศิลปะอยู่ในจิตใจของผู้คนทำให้บ้านเมืองเป็นเมืองแห่งความสุข น่าอยู่ ทำให้เกิดแรงบันดาลใจตามมาอีกมากมาย อีกทั้งยังเป็นหนึ่งเป้าหมายปลายทางของการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่จะผลักดันให้เกิดขึ้นได้อีกด้วย” นายสักก์สีห์ กล่าว

ดร. กาญจนา ยังได้กล่าวถึงบทบาทของ สอวช. ที่ได้มีโอกาสทำงานกับทีมธัชชา รวมถึงสถาบันช่างศิลป์ท้องถิ่น ที่ถือเป็นรากฐานสำคัญ ที่ต้องทำให้เกิดความมั่นคง ซึ่ง กระทรวง อว. เห็นความสำคัญในการสืบสานภูมิปัญญางานช่างท้องถิ่น ซึ่งเปรียบเสมือนตาน้ำสำคัญของวัฒนธรรมไทย ต้องมีการเชื่อมโยงการทำงานตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ ให้เกิดระบบนิเวศที่สมบูรณ์ ไม่ให้ตาน้ำนี้เหือดแห้ง และคงอยู่เป็นความภาคภูมิใจให้กับชุมชนและสังคมต่อไป

นอกจากนี้ สอวช. ยังได้มีการทำบันทึกตกลงความร่วมมือร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม ให้ความสำคัญในมิติของนวัตกรรมทางวัฒนธรรม (cultural innovation) นำเอาระบบนวัตกรรมเข้ามาเชื่อมโยงกับระบบด้านวัฒนธรรม ทั้งการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วย หรือการทำแผนที่ทางวัฒนธรรม (cultural map) ในด้านศิลปวัฒนธรรมต่างๆ ที่ประเทศไทยมีความเข้มแข็ง เป็นการทำงานและการบูรณาการในด้านข้อมูลร่วมกัน และเชื่อมโยงลงไปถึงในระดับพื้นที่ด้วย

-005

‘ตรีนุช’เสียใจ 3 นักเรียน ม.6 ถูกคนร้ายคลั่งยาบ้ายิงดับ สั่งสอบข้อเท็จจริง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/678467

‘ตรีนุช’เสียใจ 3 นักเรียน ม.6 ถูกคนร้ายคลั่งยาบ้ายิงดับ สั่งสอบข้อเท็จจริง

‘ตรีนุช’เสียใจ 3 นักเรียน ม.6 ถูกคนร้ายคลั่งยาบ้ายิงดับ สั่งสอบข้อเท็จจริง

วันพุธ ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2565, 15.45 น.

“ตรีนุช” เสียใจเหตุคนร้ายคลั่งยาบ้ายิง นร.ชั้น ม.6 ดับ 3 ศพ ด้าน “ปลัด ศธ.” ย้ำโรงเรียน ผู้ปกครองช่วยดูแลบุตรหลานช่วงยาเสพติดระบาด

วันที่ 7 กันยายน 2565 เฟสบุ๊ก ตรีนุช เทียนทอง Treenuch Thienthong ได้เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับนักเรียนชั้น ม.6 ของโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.กระบี่  ที่ถูกคนร้ายเมายาบ้าใช้อาวุธปืนยิงเสียชีวิต 3 ราย ว่า

“ดิฉันขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของ น้องนนทภัทร อุดมศรี น้องภัณธิรา ชูทอง และ น้องณัชนิชา พันเซ่ง นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนพนมเบญจา อําเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่ ที่เสียชีวิตจากเหตุคนร้ายคลั่งยาเสพติด ก่อเหตุยิงน้องทั้งสามจนเสียชีวิต กลางดึกเมื่อวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา

นับว่าเป็นความสูญเสียทรัพยากรคนดี และคนเก่งของประเทศ เป็นลูกหลานที่เป็นความภาคภูมิใจของพ่อแม่ และผู้ปกครอง เบื้องต้นดิฉันได้สั่งการไปยังสํานักงานศึกษาธิการจังหวัดกระบี่ ให้ประสานทางโรงเรียน เพื่อร่วมแสดงความเสียใจกับทางครอบครัวของน้อง และประสานการให้การช่วยเหลือในพื้นที่อย่างเต็มกำลัง ทราบว่า น้องนักเรียนที่เสียชีวิตทั้ง 3 คน เป็นนักเรียนที่ทำกิจกรรม และได้สร้างผลงานให้กับทางโรงเรียนไว้มากมาย

โดย นางสาวณัฐณิชา  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/2 ปี 2563 ชนะเลิศ กีฬาเปตอง ประเภทหญิงคู่กีฬานักเรียน นักศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 42 รอบคัดเลือกตัวแทนเขตการแข่งขันที่ 8 ได้เป็นตัวแทนเข้าร่วมการแข่งขัน กีฬานักเรียนฯ ระดับประเทศที่จังหวัดเชียงใหม่ แต่ถูกยกเลิกการแข่งขันเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19  ปี2565 ชนะเลิศ กีฬาเปตอง ประเภทหญิงคู่ กีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 37 รอบคัดเลือกภาค 4 ได้เป็นตัวแทนเข้าร่วมการแข่งขัน กีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 37 และได้รับรางวัลชนะเลิศ กีฬาเปตอง ประเภทคู่ผสมกีฬานักเรียน นักศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 43 รอบคัดเลือกตัวแทนเขตการแข่งขันที่ 8 ได้เป็นตัวแทนเข้าร่วมการแข่งขัน กีฬานักเรียนฯ ระดับประเทศที่กำลังจะมีขึ้นในเดือนมกราคม 2566 ที่จังหวัดเชียงใหม่

นางสาวภัณธิรา  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/2  มีความสามารถด้านนาฏศิลป์ มโนราห์

นายนนทภัทร ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/4  เป็นนักกีฬาแฮนด์บอลในร่ม ตัวแทนจังหวัดกระบี่เข้าร่วมแข่งขันกีฬานักเรียนนักศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 42 รอบคัดเลือกเขตการแข่งขันกีฬาที่ 8 ได้รับรางวัลชนะเลิศ เป็นตัวแทนเขตการแข่งขันกีฬาที่ 8 เข้าร่วมแข่งขันกีฬานักเรียนนักศึกษาแห่งชาติครั้งที่ 42  เป็นนักกีฬาฟุตบอล, ฟุตซอลตัวแทนโรงเรียนพนมเบญจาเข้าแข่งขันมหกรรมกีฬาจังหวัดกระบี่ ประจำปี 2565 

จากเหตุการณ์ดังกล่าวนับว่าเป็นความสูญเสียที่ไม่สามารถวัดหรือประเมินค่าได้ แต่เป็นเครื่องตอกย้ำให้พวกเราทุกคนต้องร่วมกันทุกวิถีทางในปกป้อง และดูแลลูกหลานของเราให้มีความปลอดภัยสูงสุด ขอบคุณเพื่อนครูและผู้บริหารทุกท่านรวมถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่ได้ดูแลช่วยเหลือ และให้กำลังใจครอบครัวของน้อง ๆ ทั้งสามคนเป็นอย่างดีค่ะ”

ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้ความช่วยเหลือกับครอบครัวนักเรียนที่เสียชีวิตแล้ว โดยในวันที่ 9 กันยนยน นี้ ตนจะลงพื้นที่จังหวัดกระบี่ และจะเข้าไปให้กำลังใจครอบครัวของนักเรียนทั้ง 3 รายด้วย

ด้านนายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิกาา (ปลัด ศธ.) กล่าวว่า ขณะนี้ทางสถานศึกษาได้เข้าไปดูแลช่วยเหลือครอบครัวของนักเรียนที่เสียชีวิตที่ง 3 คนแล้ว แต่เหตุการณ์นี้ไม่น่าจะเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้ยาเสพติดมีการแพร่ระบาดมากขึ้น ทางสถานศึกษาก็ต้องดูแลเด็กอย่างเข้มงวด และทางสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ก็ต้องปราบปรามทั้งการผลิตการจัดส่งและการเสพอย่างเข้มงวด

“การเข้มงวดของสถานศึกษา ผมมองว่าในการกำกับดูแลเด็ก จะต้องสร้างให้เด็กเชื่อมั่นว่าเด็กควรจะเดินไปในทางที่ถูกอย่างไร และไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งเด็กที่อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อก็สามารถดูแลให้คำแนะนำได้ รวมถึงคุณพ่อคุณแม่ก็ต้องช่วยกันสอดส่องดูแลบุตรหลานด้วย ซึ่งสมัยผม 3-4 ทุ่มก็จะเข้าบ้านแล้ว ทุกสังคมก็ต้องมีกติกาที่เหมาะสมกับคนแต่ละประเภท แต่ละช่วงวัย เรียนพิเศษเสร็จก็ต้องรีบกลับบ้าน ดังนั้น ผู้ปกครองก็ต้องช่วยกันดูแลสอดส่องบุตรหลาน ครูก็ต้องช่วยดูแลลูกศิษย์” ปลัด ศธ. กล่าว