เลขาธิการ กพฐ. เตรียมติวเข้ม ผอ.สพท.นำนโยบาย ‘ตรีนุช’สู่การปฏิบัติในโรงเรียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/638828

เลขาธิการ กพฐ. เตรียมติวเข้ม ผอ.สพท.นำนโยบาย 'ตรีนุช'สู่การปฏิบัติในโรงเรียน

วันพุธ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2565, 09.34 น.

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2565 นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) กล่าวถึงการประชุมหัวหน้าส่วนราชการในการดำเนินโครงการ “พาน้องกลับมาเรียน” โรงเรียนเครือข่ายคุณภาพ  ซึ่งจัดประชุมขึ้นที่โรงเรียนโพธิ์บัลลังก์ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ที่มี น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธาน เมื่อเร็ว ๆนี้  ว่าเป็นการมาให้การบ้านกับส่วนราชการ ซึ่ง รมว.ศธ.อยากเห็นคุณภาพของเด็กด้อยโอกาสที่สถานศึกษาจะใช้การศึกษาเป็นเครื่องมือในการสร้างโอกาสให้เด็กเหล่านี้อย่างไรที่นอกจากเขาได้รับโอกาสทางการศึกษาแล้วให้มีงานทำ โดย รมว.ศธ.ยังได้เน้นย้ำนโยบายเรื่องความปลอดภัยในสถานศึกษาของนักเรียนว่าเป็นเรื่องสำคัญ  และอยากให้มีการสร้างการรับรู้ไปถึงผู้ปกครอง ตัวนักเรียน และชุมชน ให้เห็นว่าเด็กมาโรงเรียนแล้วปลอดภัย หากไม่ปลอดภัยก็ขอให้แจ้งข้อมูลไปที่แอปพลิเคชัน MOE Safety Center ได้ทันที เพื่อให้ทางราชการเข้าไปดูแลนักเรียนให้มีความปลอดภัยและมีความสุขในการมาโรงเรียน

นายอัมพร กล่าวต่อว่า ส่วนที่มีเขตพื้นที่ฯอาจจะยังไม่ค่อยเข้าใจนโยบายดังกล่าวเพียงพอนั้นก็ถือเป็นเรื่องปกติเพราะเป็นรื่องใหม่อาจจะมีความไม่เข้าใจ แต่เมื่อปัญหาเกิดก็ต้องเรียนรู้พัฒนาและแก้ไขต่อไป และถือเป็นการดีที่วันนี้เราได้มาเห็นปัญหา ตนในฐานะเลขาธิการ กพฐ. ก็จะศึกษาหาวิธีสื่อสารกับ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (ผอ.สพท.) ให้เกิดความเข้าใจที่ชัดเจนเพื่อให้การดำเนินงานมีความเร็วมากขึ้นกว่าเดิม

“วันนี้ลงพื้นที่ได้มารับรู้ปัญหา ก็ดีกว่าเราไม่รู้ปัญหาอะไรเลย  หลังจากนี้ผมก็จะไปศึกษากลไกว่าจะสื่อสารนโยบายของ รมว.ศธ. ให้ ผอ.สพท. เข้าใจชัดเจนได้อย่างไร  เพราะถ้า ผอ.สพท.ไม่เข้าใจก็จะไม่สามารถไปสื่อสารให้กับโรงเรียนเข้าใจได้  จึงต้องติวเข้มสร้างการเรียนรู้ให้กับ ผอ.สพท.ก่อน หลังจากนั้นอาจจะสุ่มลงไปบางพื้นที่โดยที่เราไม่ต้องลงไปทุกพื้นที่” นายอัมพร กล่าว 

ส่วนที่มีบางพื้นที่สะท้อนว่าเด็กเล็กที่เรียนผ่านระบบออนไลน์ ทำให้เด็กอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้นั้น นายอัมพร กล่าวว่า ต้องเข้าใจก่อนว่าไม่มีใครอยากให้เกิดปัญหานี้ แต่เพราะเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19  ที่มีการระบาดทั่วโลก แต่เราก็ช่วยกันแก้ปัญหานี้และหาวิธีเติมเต็มให้กับเด็ก  ซึ่งในปี 2565 นี้ รมว.ศธ. ก็ให้การบ้านไว้ว่า “ในปีการศึกษา 2565 ไม่ใช่เป็นปีต่อยอดสู่ความเป็นเลิศ แต่เป็นปีซ่อมสร้างให้เด็กมีคุณภาพการศึกษากลับคืนมาเหมือนเดิม” 

‘นายกฯ’ กำชับหน่วยงานรองรับสอบ GAT/PAT เน้นความปลอดภัยด้านสธ.สูงสุด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/638827

‘นายกฯ’ กำชับหน่วยงานรองรับสอบ GAT/PAT เน้นความปลอดภัยด้านสธ.สูงสุด

วันพุธ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2565, 09.28 น.

นายกฯ กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการทำงานร่วมกันทุกมิติ รองรับการสอบ GAT/PAT และการสอบวิชาสามัญด้วยระบบทีแคส  เน้นความปลอดภัยตามคำแนะนำด้านสาธารณสุขขั้นสูงสุด   ย้ำนักเรียนต้องไม่ขาดกระบวนการเรียนรู้หรือเสียโอกาสด้านการศึกษา

เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2565 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการทำงานร่วมกันทุกมิติ เตรียมความพร้อมมาตรการรองรับการสอบ GAT/PAT และการสอบวิชาสามัญด้วยระบบทีแคส  เน้นดูแลความปลอดภัยและให้คำแนะนำด้านสาธารณสุขขั้นสูงสุดเพื่อให้นักเรียนไม่ขาดกระบวนการเรียนรู้และเสียโอกาสด้านการศึกษา 

“นายกรัฐมนตรียังรับทราบความกังวลกรณีนักเรียนหรือนักศึกษาที่ตรวจพบเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 อาจหมดสิทธิสอบความถนัดทั่วไป หรือ GAT และความถนัดทางวิชาการ/วิชาชีพ หรือ PAT และการสอบวิชาสามัญ เพื่อนำคะแนนไปใช้ในการเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา ปีการศึกษา 2565 นั้น ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หารือกำหนดแนวทางในการอำนวยความสะดวกให้นักเรียนที่ติดโควิด มีอาการเล็กน้อย หรือไม่มีอาการ และอยู่ระหว่างการรักษา รวมถึงกลุ่มเสี่ยงสูงให้ได้เข้าสอบ ตามมาตรการที่ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) กำหนด เพื่อให้นักเรียนได้เข้าสอบ ไม่เสียสิทธิ” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุ

นายธนกร ยังระบุถึงกรณีที่สามารถมาสอบได้และได้รับการยินยอมจากแพทย์   มีมาตรการดูแลความปลอดภัยพร้อมให้คำแนะนำด้านสาธารณสุขที่ชัดเจน ถูกต้อง ยกระดับมาตรการ ส่วนบุคคลขั้นสูงสุดเพื่อลดการติดเชื้อ จัดให้มีพื้นที่แยกสำหรับจัดการสอบเป็นสัดส่วน แยกกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูง กลุ่มผู้ติดเชื้อ เน้นการระบายอากาศที่ดี จัดที่นั่งสอบห่างกันไม่น้อยกว่า 2 เมตร รวมทั้งกำหนดให้ผู้เข้าสอบต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดระยะเวลาที่เข้าสอบและลดการสัมผัสสิ่งต่าง ๆ เป็นต้น

“นายกรัฐมนตรี ยังขอความร่วมมือให้ทุกฝ่ายปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งมีแผนเผชิญเหตุรองรับ  ซึ่งมาตรการต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นไปเพื่อให้นักเรียนได้ใช้สิทธิ์ในการสอบเพื่อการศึกษาต่ออย่างไม่มีอุปสรรค  โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของนักเรียนเป็นสำคัญ”  นายธนกร กล่าว

อว.ยันให้สิทธิเด็กติดเชื้อโควิดอาการเล็กน้อยและกลุ่มมีความเสี่ยงสูงได้สอบเข้ามหาวิทยาลัยทุกคน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/638642

อว.ยันให้สิทธิเด็กติดเชื้อโควิดอาการเล็กน้อยและกลุ่มมีความเสี่ยงสูงได้สอบเข้ามหาวิทยาลัยทุกคน

วันอังคาร ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2565, 14.02 น.

อว. ยันให้สิทธิเด็กติดเชื้อโควิดอาการเล็กน้อยและกลุ่มมีความเสี่ยงสูงได้สอบเข้ามหาวิทยาลัยทุกคน “เอนก” แจงพร้อมจัดสนามสอบเฉพาะที่มีมาตรการความปลอดภัยขั้นสูงสุด ประสาน ทปอ.- ทุกกระทรวงจัดหน่วยพิเศษดูแล แยกสอบเป็นสัดส่วน แยกกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูง กลุ่มผู้ติดเชื้อ เน้นการระบายอากาศที่ดี

1 มีนาคม 2565 ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า จากการที่มีความกังวลว่านักเรียนหรือนักศึกษาที่ตรวจพบเชื้อโควิด-19 อาจหมดสิทธิสอบเข้ามหาวิทยาลัย ในปีการศึกษา 2565 อว. ได้ทำงานร่วมกับ ทปอ. ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการสอบคัดเลือกระบบ TCAS ขอยืนยันว่า จะให้สิทธิสำหรับทุกคนที่ประสงค์จะเข้าสอบ และจะจัดการอย่างเต็มที่เพื่อให้ได้เข้าสอบอย่างที่ตั้งใจ โดยขณะนี้ได้มีการทำงานร่วมกันใน 4 กระทรวง ได้แก่  กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และกระทรวงมหาดไทย (มท.) เพื่อกำหนดแนวทางเตรียมความพร้อมในการอำนวยความสะดวกให้นักเรียนที่ติดเชื้อ อยู่ระหว่างการรักษาอาการของโรคโควิด-19 มีอาการเล็กน้อยหรือไม่มีอาการ และกลุ่มผู้มีความเสี่ยงสูงให้ได้เข้าสอบ ตามมาตรการที่ ศบค. กำหนด โดยได้มีการจัดสนามสอบที่มีมาตรการดูแลความปลอดภัยขั้นสูงสุด และได้ประสานหน่วยบริการสาธารณสุขตามระบบอนามัยโรงเรียนในการคัดกรองและให้คำแนะนำด้านสาธารณสุข จัดให้มีพื้นที่แยกสำหรับจัดการสอบเป็นสัดส่วน แยกกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูง กลุ่มผู้ติดเชื้อ เน้นการระบายอากาศที่ดี จัดที่นั่งสอบห่างกันไม่น้อยกว่า 2 เมตร รวมทั้งกำหนดให้ผู้เข้าสอบต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดระยะเวลาที่เข้าสอบและลดการสัมผัสสิ่งต่างๆ

ด้าน ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัด อว. กล่าวเพิ่มเติมว่า การสอบคัดเลือกระบบ TCAS ในปีนี้มีจำนวนผู้สมัคร GAT/PAT และวิชาสามัญ รวมทั้งสิ้น 183,228 คน โดยเป็นการสอบ GAT-PAT จำนวน 177,853 คน และสอบวิชาสามัญ จำนวน 155,282 คน โดย ทปอ. ได้จัดให้มีสนามสอบทั้งหมด 213 สนามสอบทั่วประเทศ และจะจัดสนามสอบที่กำหนดเพิ่มขึ้นเป็นการเฉพาะสำหรับผู้ติดเชื้อที่มีอาการเล็กน้อย หรือไม่มีอาการ หรือมีความเสี่ยงสูง ตามที่กำหนดในที่ประชุม ศบค. ครั้งที่ 4/2565 วันที่ 23 ก.พ. 2565 ซึ่งผู้ประสงค์จะเข้าสอบที่อยู่ในกลุ่มดังกล่าวให้ลงทะเบียนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมงก่อนการสอบ โดยต้องปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด เช่น การเดินทางมายังสนามสอบด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถยนต์ที่จัดให้เป็นการเฉพาะจากหน่วยบริการสาธารณสุข หรือจากสนามสอบจัดให้เท่านั้น

-(016)

มรภ.สวนสุนันทา จับมือบริษัทเอกชน วิจัยกัญชง-กัญชาเพื่อการแพทย์และพาณิชย์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/638454

มรภ.สวนสุนันทา จับมือบริษัทเอกชน  วิจัยกัญชง-กัญชาเพื่อการแพทย์และพาณิชย์

วันอังคาร ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

รองศาสตราจารย์ ดร.ชุติกาญจน์ ศรีวิบูลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านวิชาการในการศึกษาวิจัยและดำเนินการเกี่ยวกับธุรกิจกัญชงและกัญชาทางการแพทย์และเชิงพาณิชย์ ร่วมกับ นายแพทย์บุญ วนาสิน ประธานกรรมการบริษัทธนบุรี เวลบีอิ้ง จำกัด และเครือข่ายเชิงพาณิชย์ พร้อมมอบทุนการศึกษาให้กับ CBD Academy คอร์สเรียนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมกัญชงจากสหรัฐอเมริกาเพื่อยกระดับกัญชาและกัญชงของประเทศไทย

ความร่วมมือในครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายมีโครงการร่วมกันในการศึกษาวิจัยได้แก่ ทางด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์เกี่ยวกับกัญชง กัญชา สารสกัดและผลิตภัณฑ์ การคิดค้นและการผลิตการพัฒนาสายพันธุ์เพื่อให้ได้วัตถุดิบคุณภาพดี สูตรตำรับยา
ผลิตภัณฑ์จากกัญชง กัญชา และวิธีการใช้กัญชาบำบัดโรคให้มีคุณภาพและความปลอดภัย รวมถึง ส่งเสริมความร่วมมือด้านเภสัชกรรม เกษตรกรรม พาณิชยกรรม และอุตสาหกรรมเกี่ยวกับการพัฒนากัญชง กัญชา การศึกษาวิจัยและพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการใช้ประโยชน์จากสมุนไพรกัญชงเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และสุขภาพและการกีฬา การสนับสนุนการฝึกประสบการณ์วิชาชีพหรือสหกิจศึกษาให้แก่นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และผู้อบรมหลักสูตรต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

มธ. คิดค้น ‘ชุดตรวจต้นแบบ’สแกนหา ‘แอนติบอดีโควิด’ผู้ติดเชื้อไม่แสดงอาการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/638452

มธ. คิดค้น ‘ชุดตรวจต้นแบบ’สแกนหา  ‘แอนติบอดีโควิด’ผู้ติดเชื้อไม่แสดงอาการ

วันอังคาร ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นักวิชาการธรรมศาสตร์ เปิดตัว “ต้นแบบชุดตรวจแอนติบอดีต่อเชื้อโควิด” แบบเจาะเลือดปลายนิ้ว หวังช่วยคัดกรองผู้ติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการ หลังโควิดกลายเป็นโรคประจำถิ่น คนฉีดวัคซีนครอบคลุม คาดอีก 1-2 ปี พัฒนาสมบูรณ์

ผศ.ดร.จีระพงษ์ ทะนงศักดิ์ศรีกุล ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายบริหาร คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ในฐานะหัวหน้าห้องปฏิบัติการศูนย์ตรวจวินิจฉัยระดับโมเลกุล เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้พัฒนา “ต้นแบบชุดตรวจแอนติบอดีต่อเชื้อโควิด-19 แบบเจาะเลือดปลายนิ้ว” ขึ้นมา ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โดยคาดว่าชุดตรวจดังกล่าวจะได้รับการพัฒนาให้สมบูรณ์ได้ภายใน 1-2 ปี ต้นทุนปัจจุบันอยู่ที่ไม่เกินชุดละ 100 บาท และจะเป็นชุดตรวจที่จะเข้ามาสนับสนุนการทำงานของการตรวจแบบ RT-PCR และ Antigen Test Kit (ATK) แต่จะมีความแตกต่างอยู่ที่ การตรวจด้วยชุดตรวจแอนติบอดีฯ จะสามารถหาเชื้อในผู้ติดโควิด-19 แบบไม่แสดงอาการได้

ผศ.ดร.จีระพงษ์ กล่าวอีกว่า แอนติบอดีของผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 จะพบได้ในผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 แล้วเท่านั้น โดยจะพบได้ทั้งในผู้ที่แสดงและไม่แสดงอาการ และจะไม่พบในส่วนประกอบของวัคซีนโควิด-19 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน โดยการตรวจหาภูมิต้านทานไวรัสชนิดแอนติบอดีนั้นจำเป็นต้องรอเวลา 3-7 วันหลังจากการติดเชื้อ เพื่อให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายของผู้ติดเชื้อสร้างแอนติบอดีให้ขึ้นสูงถึงระดับที่จะตรวจเจอ โดยจะมีประสิทธิภาพสูงที่สุดในสัปดาห์ที่ 2 ของการติดเชื้อ

“ต้องเข้าใจก่อนว่า RT-PCR เป็นการตรวจหาสารพันธุกรรม ขณะที่ ATK ใช้ตรวจหาโปรตีนของไวรัส ซึ่งทั้งสองวิธีนี้จะให้ค่าความแม่นยำอยู่ในช่วงสัปดาห์แรกของการติดเชื้อ ส่วนชุดตรวจแอนติบอดีฯ จะใช้ตรวจหาภูมิต้านทาน ซึ่งให้ค่าความแม่นยำในสัปดาห์ที่สอง ฉะนั้นเราจึงมุ่งหวังว่าในอนาคต เราจะใช้ชุดตรวจนี้ติดตามการติดเชื้อในชุมชน โดยเฉพาะเมื่อโควิด-19 กลายเป็นโรคประจำถิ่นและผู้ที่ได้รับวัคซีนโควิด-19 ส่วนใหญ่เมื่อติดเชื้อจะมีอาการน้อยหรือไม่มีอาการ ซึ่งทุกวันนี้เรามักจะตรวจเฉพาะผู้ที่มีอาการ ส่วนผู้ที่ไม่มีอาการเราจะไม่ตรวจ ดังนั้น ในอนาคตการสุ่มตรวจด้วย ATK หรือ RT-PCR อาจไม่เหมาะสม เราจึงดีไซน์ชุดตรวจนี้ขึ้นมาเพื่อตรวจหาภูมิแอนติบอดีในเลือด ซึ่งจะพบในผู้ที่ติดเชื้อเท่านั้น” ผศ.ดร.จีระพงษ์ กล่าว

ผศ.ดร.จีระพงษ์ กล่าวต่อไปว่า เมื่อเราสามารถตรวจจับผู้ติดเชื้อได้ทั้งในผู้ที่มีอาการและไม่มีอาการ เราก็จะได้ภาพของสถานการณ์การติดเชื้อจริงของประเทศที่มีความครอบคลุมและแม่นยำขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การกำหนดนโยบายในการป้องกัน
และควบคุมโรคที่มีประสิทธิภาพ โดยหนึ่งในนั้นคือผลการตรวจในภาพรวมจะช่วยชี้ว่าการฉีดวัคซีนโควิด-19 ได้ผลดีหรือไม่อย่างไร

รร.บ้านวังโพรง แชมป์คีตะมวยไทย และได้รับรางวัลทั้ง 5 ทีมที่ส่งประกวด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/638456

รร.บ้านวังโพรง แชมป์คีตะมวยไทย  และได้รับรางวัลทั้ง 5 ทีมที่ส่งประกวด

วันอังคาร ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสรพงษ์  แสงสุข ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านวังโพรง สพป.พิษณุโลก เขต 2 มอบหมายให้ นางสาวปวริศา จันทร์ขำ นายศิริพจน์ สุขเจริญ นางสาวนิตยา ภู่ขาว นางสาวปัญ์กร  ชลีรมย์และนายสุรจิต  อินแนน ครูและบุคลากรโรงเรียนบ้านวังโพรง นำคณะนักกีฬาคีตะมวยไทยจำนวน 5 ทีมเข้าร่วมการแข่งขันคีตะมวยไทย จากผลการแข่งขันนักเรียนจากโรงเรียนบ้านวังโพรง
ได้รับรางวัลดังนี้ 1.รางวัลชนะเลิศรุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี 2.รางวัลชนะเลิศรุ่นอายุไม่เกิน18 ปี 3.รางวัลรองชนะเลิศรุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี 4 รางวัลชมเชยรุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี และ 5.รางวัลชมเชยรุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี

การแข่งขันคีตะมวยไทย (แอโรบิกมวยไทย) จัดโดย มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติวิทยาเขตเพชรบูรณ์ จัดต่อเนื่องมาทุกปีในงานมะขามหวานนครบาลเพชรบูรณ์ ณ เวลาทีกลาง หน้าศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งโรงเรียนบ้านวังโพรง ได้รับรางวัลและมีจำนวนผู้ชนะการแข่งขันเพิ่มขึ้นทุกปี

OKLS คงเปิดสอนโรงเรียนทั้ง 8 สาขา เพิ่มแพลตฟอร์มออนไลน์ ขยายทั่วประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/638455

OKLS คงเปิดสอนโรงเรียนทั้ง 8 สาขา  เพิ่มแพลตฟอร์มออนไลน์ ขยายทั่วประเทศ

วันอังคาร ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประทีป โลจนาทร กรรมการผู้จัดการ OKLS โรงเรียนสอนภาษาจีนและภาษาญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เมื่อไตรมาสแรกของปี 2563 จนถึงปัจจุบัน ส่งผลให้โรงเรียนของ OKLS ทั้ง 8 สาขาต้องปิดและหยุดการเรียนการสอนภาษาไปรวมกว่า 13 เดือน โดยในช่วงแรกของการล็อกดาวน์ ทั้งนักเรียนและครูผู้สอนหยุดการเรียนการสอนเพื่อรอกลับมาเรียนภาษาหลังการล็อกดาวน์ แต่สถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 กลับยืดเยื้อ ประกอบกับผู้คนเริ่มปรับตัวกับการใช้ชีวิตแบบนิว นอร์มอล โดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยีต่างๆ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อ ซึ่งรวมถึงนักเรียนและครูผู้สอนของ OKLS ที่ปรับตัวกับการเรียนภาษาแบบนิว นอร์มอลในที่สุด

ในปี 2563 ที่โรงเรียนยังปิด OKLS ใช้ Microsoft Teams ในการเรียนการสอนออนไลน์ มีนักเรียนเพียง 20% ของนักเรียนที่สนใจเรียนออนไลน์ ดังนั้นในปี 2564 เราจึงได้พัฒนาการสอนภาษาโดยทำการเรียนการสอนบนแพลตฟอร์มULearning ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มของสิงคโปร์ที่เป็นระบบการจัดการเรียนรู้บนคลาวด์ ครอบคลุมรูปแบบการเรียนการสอนทั้งหมดเป็นเวลา 10 เดือนพบว่ามีนักเรียนเลือกเรียนภาษาในแพลตฟอร์มดังกล่าวเพิ่มขึ้น 50% และมีนักเรียนใหม่เข้ามาเรียนในระบบเพิ่มขึ้น 50% จากหลายจังหวัดทั่วประเทศไทยและนักเรียนชาวไทยที่พำนักอยู่ต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา

จากการตอบรับดังกล่าว OKLS จึงได้ปรับทิศทางในการบริหารจัดการโรงเรียน โดยวางแผนที่จะคงจำนวนโรงเรียน 8 สาขา ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ในขณะเดียวกันก็จะทำการตลาดการเรียนภาษาบนแพลตฟอร์ม ULearning ของ OKLS ไปทั่วประเทศเพื่อเพิ่มจำนวนนักเรียน 100% ภายในปี 2565 นี้ โดยคาดการณ์สัดส่วนของจำนวนนักเรียนประจำสาขาเป็น 60% และนักเรียนออนไลน์เป็น 40

นอกจากนี้ OKLS ยังมีแผนขยายตลาดการสอนภาษาในกลุ่มลูกค้าองค์กร ซึ่งปัจจุบันได้จัดการเรียนการสอนฝึกอบรมภาษาจีนและภาษาญี่ปุ่นให้แก่บุคลากรในบริษัทเอกชนชั้นนำและองค์กรต่างๆ รวมทั้งยังมีการนำหลักสูตรพร้อมคณะครูของ OKLS ไปจัดการเรียนการสอนภาษาจีนและภาษาญี่ปุ่นให้แก่โรงเรียนสายสามัญต่างๆ ทั้งนี้ OKLS มีทั้งหลักสูตรสอนภาษาที่ได้มาตรฐาน และการออกแบบหลักสูตรเฉพาะที่เหมาะกับทุกช่วงวัยและตามความต้องการของแต่ละองค์กร

ม.เอเชียอาคเนย์ จับมือ เอสเทลลิเจนซ์ เปิด ป.โทออนไลน์ รับใบเซอร์ Google

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/638451

ม.เอเชียอาคเนย์ จับมือ เอสเทลลิเจนซ์  เปิด ป.โทออนไลน์ รับใบเซอร์ Google

วันอังคาร ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ฉัททวุฒิ พีชผล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ กล่าวถึง ม.เอเชียอาคเนย์ ร่วมกับ บริษัท เอสเทลลิเจนซ์ จำกัด เปิดหลักสูตรปริญญาโทออนไลน์ สาขาวิชาการจัดการนวัตกรรมเทคโนโลยีดิจิทัล หรือ MDTI ว่า ต้องการสร้างนวัตกรรมของหลักสูตร ป.โท ที่เป็น Glocal คือ ผู้สอนระดับ Global แต่ปรับรูปแบบให้เหมาะกับ Local กับความต้องการของผู้เรียนและผู้ใช้บัณฑิตในประเทศของเรา ทาง ม.เอเชียอาคเนย์ จึงเปิดหลักสูตร Upskill ปริญญาโทด้าน Data Analytics UX UI และ IT Support เพื่อปรับคนที่ไม่มีพื้นฐานด้านไอทีและนวัตกรรมให้เป็นบัณฑิตรุ่นใหม่ที่มีความเชี่ยวชาญ เปิดโอกาสให้สามารถก้าวสู่สายงานด้าน Analytics และทำงานได้จริง โดยได้ร่วมกับบริษัท เอส เทลลิเจนซ์ จำกัด และเป็นพันธมิตรทางด้านการฝึกงาน ทำโครงการ เพื่อผลิตหลักสูตรปริญญาโทออนไลน์ โดยจะใช้เวลาเรียน 1.5 ปี หรือ 18 เดือน

“ในส่วนของเนื้อหา บางส่วนจะใช้ Google Professional Certificate ซึ่งสอนโดยทีมวิศวกรจาก Google ซึ่งมีความเชี่ยวชาญระดับโลก ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทเครือข่าย และ คณาจารย์จาก SAU โดยในหลักสูตรจะมี Courewares จากบริษัทที่มีชื่อเสียงระดับโลก เช่น IBM Google มาใช้ในการสอน โดยเปิดสอน 3 สาขาความเชี่ยวชาญที่กำลังเป็นที่ต้องการขององค์กรธุรกิจ คือ Data Analytics Professional ,User Experience Design Professional และ IT Support Professional ซึ่งแต่ละหลักสูตรนักศึกษาต้องลงมือทำโครงการจริงเป็น Action Learning Project เมื่อเรียนจบหลักสูตรจะได้รับปริญญาโท สาขาวิชาการจัดการนวัตกรรมเทคโนโลยีดิจิทัลจาก ม.เอเชียอาคเนย์ และ ได้รับประกาศนียบัตรจาก Google ไปพร้อมกันอีกด้วย” อธิการบดีกล่าว

ด้าน ดร.สันติสุข ลิ้มปีติเจริญโชติ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอส เทลลิเจนซ์ จำกัด กล่าวว่า เนื่องจากในปัจจุบัน Data จะกลายเป็นหัวใจขององค์กรในอนาคต ข้อมูลต่างๆ ในองค์กร โดยเฉพาะพฤติกรรมของผู้บริโภค คือสิ่งที่หลายๆ องค์กรต่างต้องการ เพื่อนำไปวิเคราะห์หาข้อมูลเชิงลึกที่จะนำไปใช้ประโยชน์ได้ ซึ่งจากการเพิ่มขึ้นของข้อมูลจำนวนมหาศาล ที่อยู่ในหลากหลายรูปแบบและมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รวมถึงเทคนิคและเครื่องมือต่างๆ ที่ใช้เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ ส่งผลให้เกิดความต้องการ ของ Data Scientist หรือ Data Analytics Officer ในองค์กรต่างๆ เป็นจำนวนมาก เอสเทลลิเจนซ์ ถือเป็นบริษัทผู้นำทางด้าน Data Analytics เพื่อช่วยให้องค์กรเข้าใจข้อมูล นำข้อมูลมาเชื่อมโยงวิเคราะห์ หาความสัมพันธ์ของข้อมูล เพื่อให้องค์กรนำข้อมูลมาใช้ปรับปรุงตัดสินใจในธุรกิจได้จริง สามารถปรับปรุงธุรกิจ การขาย การตลาด สามารถชิงความได้เปรียบจากคู่แข่งขันหรือสร้างโอกาสทางธุรกิจได้มากขึ้น ดังนั้นการพัฒนาหลักสูตรในระดับปริญญาโทเพื่อให้นักศึกษาได้เพิ่มศักยภาพการทำงานจริง และรองรับโอกาสในการทำงานกับอาชีพด้าน Data Analytics ของ ประเทศจึงเป็นเรื่องสำคัญที่เราให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ ตลาดแรงงานในประเทศไทยยังคงมีความต้องการบัณฑิต ที่มีความรู้ความสามารถทางด้าน Data Science และ Data Analytics นี้อีกเป็นจำนวนมาก และเป็นเทรนด์ที่กำลังเป็นอาชีพที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลอีกด้วย

มภ.สุราษฎร์ธานี แปรรูปจาวมะพร้าว วัตถุดิบเศษเหลือทิ้ง เป็นขนมเบเกอรี่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/638453

มภ.สุราษฎร์ธานี แปรรูปจาวมะพร้าว  วัตถุดิบเศษเหลือทิ้ง เป็นขนมเบเกอรี่

วันอังคาร ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี (มรส.) สร้างมูลค่าจาวมะพร้าว วัตถุดิบเศษเหลือจากผลมะพร้าวแก่จัด แปรรูปเป็นขนมเบเกอรี่ ลดต้นทุนพร้อมสร้างรายได้ ชูเอกลักษณ์ความเป็นพืชถิ่นส่งเสริมภูมิปัญญามะพร้าวเกาะพะงัน อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี

อาจารย์พงศ์พิพัฒน์ มากช่วย อาจารย์ประจำสาขาการจัดการธุรกิจอาหาร คณะวิทยาการจัดการ กล่าวว่า จาวมะพร้าว หรือ พวมมะพร้าว เป็นวัตถุดิบเศษเหลือจากผลมะพร้าวแก่จัด ที่คนรุ่นใหม่อาจจะไม่รู้จัก ไม่เคยเห็น ไม่รู้รสชาติจาวมะพร้าวอยู่ในลูกมะพร้าวแก่เกือบทุกลูก โดยเมื่อก่อนใช้เป็นอาหารสัตว์บางส่วน แต่ก็ยังมีส่วนที่ถูกปล่อยให้เน่าเสียอีกไม่น้อย ดังนั้นจึงนำมาพัฒนาแปรรูปเป็นขนม ที่สามารถขายได้ก็จะเกิดเป็นรายได้ภายใต้ต้นทุนที่ต่ำกว่าผลิตภัณฑ์ทั่วไป ทีมอาจารย์สาขาวิชาธุรกิจอาหาร คณะวิทยาการจัดการ ได้พัฒนาและคิดค้นสูตรขนมเบเกอรี่ขึ้น คือ มัฟฟิ่นจาวมะพร้าว ซึ่งเป็นขนมประเภทเบเกอรี่มีกระบวนการทำที่ไม่ยุ่งยาก มีวัตถุดิบหลักเป็นจาวมะพร้าว ทานง่าย รสชาติอร่อย ที่สำคัญสามารถจำหน่ายแก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้

นอกจากนี้ยังมีการถ่ายทอดทักษะการแปรรูปเมนูอาหารจากผลมะพร้าวที่มีอายุต่างกันได้แก่ ชิฟฟ่อนมะพร้าวอ่อน จากมะพร้าวอ่อนเกาะพะงัน มะพร้าวแก้วเกาะพะงัน จากเนื้อมะพร้าว 2 ชั้น คัดเกรดคุณภาพดี และมะพร้าวกรอบแก้วจากมะพร้าวทึนทึกเพื่อใช้เป็นแนวทางในการประกอบอาชีพ และสร้างรายได้ให้ประชาชนในชุมชนต่อไป

กวทช. มีมติเสนอ ‘ชูกิจ’ เป็น ผอ.สวทช. คนใหม่ ชี้มีวิสัยทัศน์โดดเด่น-ประสบการณ์เพียบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/638484

กวทช. มีมติเสนอ 'ชูกิจ' เป็น ผอ.สวทช. คนใหม่  ชี้มีวิสัยทัศน์โดดเด่น-ประสบการณ์เพียบ

วันจันทร์ ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 18.45 น.

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2565 นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (กวทช.) กล่าวว่า ที่ประชุมบอร์ด กวทช. มีวาระสำคัญคือการคัดเลือกและแต่งตั้งผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) คนใหม่ โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบตามที่คณะอนุกรรมการสรรหา ผอ.สวทช. เสนอให้ นายชูกิจ ลิมปิจำนงค์ เป็น ผอ.สวทช. คนต่อไป เพื่อทำหน้าที่ต่อจาก นายณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ซึ่งจะครบวาระตำแหน่ง 3 ปี ในวันที่ 26 สิงหาคม 2565 โดยคณะกรรมการ กวทช. ซึ่งประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิระดับประเทศจากทั้งภาครัฐและเอกชนได้พิจารณาอย่างโปร่งใส เที่ยงธรรม ถี่ถ้วนรอบคอบทุกด้าน ทั้งในแง่ประวัติ คุณสมบัติ ความเหมาะสม รวมถึงเอกสารข้อมูลจากทุกแหล่ง อีกทั้งคณะอนุกรรมการสรรหาฯ ยังได้แจ้งถึงวิสัยทัศน์ที่โดดเด่นและประสบการณ์ในการเป็นนักวิจัยและนักบริหารของ นายชูกิจ โดยหลังจากนี้จะนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้ความเห็นชอบต่อไป

“บอร์ด กวทช. เชื่อมั่นว่า ผอ.สวทช. คนต่อไปจะสามารถนำความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่มีมาใช้ในการพัฒนาองค์กร พร้อมขับเคลื่อน สวทช. ให้เป็นกลไกสำคัญของ อว. ในการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมให้กับประเทศ โดยเฉพาะการขับเคลื่อนให้ไทยเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วด้วยยุทธศาสตร์เศรษฐกิจบีซีจี ตามนโยบายของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี”รมว.อว. กล่าว