‘วิศวะมหิดล’แนะ7ข้อ แก้ปัญหาฝุ่นPM2.5เมืองกรุง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/637234

‘วิศวะมหิดล’แนะ7ข้อ  แก้ปัญหาฝุ่นPM2.5เมืองกรุง

วันพุธ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 07.30 น.

คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เสนอแนะ 7 แนวทางลดฝุ่น PM2.5 และผลกระทบต่อสุขภาพจากภาคการขนส่งทางถนนในเขตกรุงเทพมหานคร (กทม.) และปริมณฑล ภายใต้ทุนอุดหนุนโครงการขับเคลื่อนนโยบายชี้นำสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับภาคีเครือข่าย ได้แก่ ศูนย์วิชาการเพื่อขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษอากาศ (ศวอ.) และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

รศ.วงศ์พันธ์ ลิมปเสนีย์ผู้อำนวยการศูนย์วิชาการเพื่อขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษอากาศ กล่าวว่า สถานการณ์มลพิษอากาศเลวร้ายในช่วงฤดูแล้งเนื่องจากสาเหตุที่สำคัญ 2 ประการคือแหล่งกำเนิดมลพิษอากาศและสภาพอุตุนิยมวิทยา ทั้งนี้บทเรียนจากสถานการณ์โควิด-19 สอนเราว่า การลดการเดินทางในช่วงล็อกดาวน์ช่วยให้มลพิษอากาศลดลงได้ถึงร้อยละ 20 จึงน่าจะเป็นแนวทางหนึ่งในการลดฝุ่น PM2.5ในวิถีชีวิตใหม่

อย่างไรก็ตามในช่วงเวลาสิบกว่าปีที่ผ่านมา แม้ว่าจำนวนรถยนต์ในจะเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว แต่เราสามารถลดระดับมลพิษหลายชนิดลงได้โดยการปรับปรุงคุณภาพเชื้อเพลิงและมาตรฐานการปล่อยไอเสียจากรถยนต์ โดยจากการศึกษาเพื่อระบุ สัดส่วนแหล่งที่มาของ PM2.5 พบว่า 4 แหล่งกำเนิดหลัก ได้แก่ 1.การจราจรทางบก สัดส่วนอาจสูงถึง 43% 2.ฝุ่นทุติยภูมิ ที่แขวนลอยในบรรยากาศ 20-30% 3.การเผาชีวมวล 15-25% 4.ฝุ่นดินละเอียด 8-17%

“เมื่อพิจารณาเฉพาะฝุ่นที่มาจากการจราจรทางบก ผลการศึกษาของ TDRI ปี 2564 สอดคล้องกับการศึกษาของ AIT ปี 2563 พบว่า PM2.5 มาจากรถบรรทุกขนาดใหญ่ 43%รถบรรทุกขนาดเล็ก ปิคอัพ 30% และรถประจำทาง 17% รถที่มีอายุมากกว่า 20 ปี ซึ่งมีมาตรฐานไอเสีย Pre-Euro + Euro 1 ปล่อย PM2.5 มากถึง 55% ของแหล่งกำเนิดที่มาจากการขนส่งทางถนน

เนื่องจากจำนวนรถบรรทุกที่มีอายุมากกว่า 20 ปี และอายุมากกว่า15 ปี เป็นสัดส่วนที่สำคัญของรถบรรทุกทั้งหมด อีกทั้งเป็นรถที่มีมาตรฐานไอเสียต่ำ ปล่อย PM2.5 สูง ดังนั้นแนวทางลดฝุ่น PM2.5 ควรเน้นในการปรับปรุงมาตรฐานไอเสียรถยนต์ควบคู่กับคุณภาพเชื้อเพลิง และลดจำนวนรถที่ปล่อยมลพิษสูงในเขตเมือง”รศ.วงศ์พันธ์ ระบุ

ด้าน รศ.ดร.ตระการ ประภัสพงษาอาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมโยธาและสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้นำเสนอข้อมูลฝุ่น PM2.5 และงานวิจัยในหัวข้อ “ผลกระทบต่อสุขภาพและต้นทุนทางสุขภาพ ของฝุ่นละอองขนาดเล็กจากภาคการขนส่งทางถนนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล” โดยทำการประเมินผลจาก 10 แบบจำลองที่พัฒนาขึ้นมาจากแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง” จากนั้นพัฒนาเป็น 7 แนวทางการลดฝุ่นในลำดับต่อมา

“เพื่อให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง จึงได้มีการพัฒนา สมุดปกขาว7 แนวทางการลดฝุ่น ที่นำเสนอการขับเคลื่อนแนวทางการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 จากภาคการขนส่งทางถนนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยการระดมสมองผู้เชี่ยวชาญ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในหลายภาคส่วนมุ่งเป้าหมายที่แนวทางการลดฝุ่น PM2.5และผลกระทบต่อสุขภาพเป็นหลัก เพื่อนำข้อมูลและความรู้ต่างๆ เสริมสร้างความตระหนักรู้ และสามารถนำไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบายโดยภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพมนุษย์และต้นทุนทางสุขภาพในภาคการขนส่งทางถนนในอนาคต” รศ.ดร.ตระการ กล่าว

โดยสรุป 7 แนวทางการลดฝุ่น PM2.5 มีดังนี้ 1.กำหนดมาตรฐานการปล่อยมลพิษ ซึ่งคาดว่าผลประโยชน์ทางเศรษฐศาสตร์ในปี 2572 มีมูลค่า 8,935 ล้านบาท และมีจำนวนปีสุขภาวะที่สูญเสียลดลง 13,540 ปี ซึ่งสามารถปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตรถยนต์ และสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนหรือผู้ประกอบการหันมาใช้เครื่องยนต์ยูโร 5 และลดค่าใช้จ่ายในการนำรถมาปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์

2.มาตรการเปลี่ยนหรือปรับปรุงคุณภาพรถยนต์ที่มีอายุการใช้งานสูง ผู้ออกนโยบายควรคำนึงถึงเรื่องการเพิ่มภาษีและค่าธรรมเนียมในการต่อทะเบียนรถเก่า โดยอาจต้องดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่ปรับอัตราภาษีแบบก้าวกระโดด โดยระยะแรกกำหนดอัตราภาษีคงที่ให้เท่าเดิมตั้งแต่ปีแรก และยกเลิกการลดอัตราภาษีสำหรับรถที่ใช้งานเกิน 5 ปี ระยะที่ 2 (ระยะ 3-5 ปี)คอยปรับเพิ่มอัตราภาษีรถเก่า โดยประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบล่วงหน้าและไม่ควรบังคับใช้ย้อนหลัง

3.ติดตั้งอุปกรณ์กรองเขม่าในเครื่องยนต์ดีเซล โดยผลประโยชน์ทางเศรษฐศาสตร์ในปี 2572 มีมูลค่า 6,168 ล้านบาท และมีจำนวนปีสุขภาวะที่สูญเสียลดลง 9,347 ปี โดยแนวปฏิบัติกระบวนการดำเนินโครงการนำร่องเพื่อทดสอบความเป็นไปได้ในการติดตั้งเครื่องดักจับฝุ่นเขม่าขนาดเล็ก DPF สนับสนุนการติดตั้ง DPF ในรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลที่ผู้ผลิตไม่ได้ออกแบบมากับกลุ่มประเภทรถที่ควบคุมได้ เช่นรถโดยสารหรือรถขนาดใหญ่ เป็นต้น

4.การใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่มีกำมะถันต่ำกว่า 10 ppm สามารถนำไปประยุกต์ใช้ ผลักดันมาตรการด้านภาษีเพื่อเร่งรัดให้เกิดการผลิตและจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีกำมะถันต่ำกว่า10 ppm ให้เกิดขึ้นตามแผนที่ตั้งไว้ในปัจจุบันคุณภาพน้ำมันของประเทศไทยมีมาตรฐานที่ระดับเทียบเท่ากับยูโร 4 ซึ่งมีปริมาณกำมะถันเจือปนไม่เกิน 50 ppmทั้งนี้ทางกรมควบคุมมลพิษและหน่วยงานผู้ผลิตน้ำมันได้มีการจัดทำข้อตกลง และมีแผนที่จะเปลี่ยนไปสู่การบังคับใช้มาตรฐานคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีกำมะถันต่ำกว่า 10 ppm ในวันที่ 1 ม.ค. 2567

5.การกำหนดเขตพื้นที่การปล่อยมลพิษต่ำ โดยมีการศึกษาเพื่อหาความคุ้มค่าของการประกาศใช้นโยบายว่าต้องสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ สุขภาพและด้านอื่นๆ ต่อประชาชนอย่างเพียงพอ รับฟังความเห็นของประชาชน และสร้างความเข้าใจความร่วมมือของภาคประชาชน ผู้ประกอบการขนส่งผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด 6.สนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในปี 2572 มีผลประโยชน์ทางเศรษฐศาสตร์มูลค่า 1,911 ล้านบาท และมีจำนวนปีสุขภาวะที่สูญเสียลดลง 2,896 ปี ซึ่งจะมีมาตรการสนับสนุน 2 แนวทางหลัก คือ 6.1 ลดภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจากต่างประเทศ และ 6.2 ตั้งกองทุนเพื่ออุดหนุนราคาให้กับผู้ซื้อรถยนต์ไฟฟ้าบางส่วน

และ 7.ส่งเสริมการใช้รถโดยสารประจำทางพลังงานไฟฟ้า ในปี 2572 มีผลประโยชน์ทางเศรษฐศาสตร์มูลค่า 306 ล้านบาท และมีจำนวนปีสุขภาวะที่สูญเสียลดลง 463 ปี ควรมีนโยบายสนับสนุนจากภาครัฐ และทุกภาคส่วนต้องมีการบูรณาการร่วมกัน ด้าน ขสมก. มีแผนที่จะเช่ารถโดยสารปรับอากาศไฟฟ้า 2,511 คัน พร้อมกับรถที่จ้างของเอกชนอีก 1,500 คัน

รมช.ศึกษาฯ ยืนยันทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาเด็กไทยมานานแล้ว พร้อมย้ำพัฒนาการศึกษาไทยต่อไป เพื่อเพิ่มคุณภาพประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/637233

รมช.ศึกษาฯ ยืนยันทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาเด็กไทยมานานแล้ว  พร้อมย้ำพัฒนาการศึกษาไทยต่อไป เพื่อเพิ่มคุณภาพประเทศ

วันพุธ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.

กระทรวงศึกษาธิการ วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2565 ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการตอบข้อเสนอแนะและข้อซักถามของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในประเด็นการเรียนและการปฏิรูปการศึกษา ย้ำว่าตลอดสามปีในตำแหน่งได้ขับเคลื่อนนโยบาย Coding เสมอมา เน้นให้ผู้เรียนใช้ความคิด วิเคราะห์ ไม่ท่องจำ ซึ่งเป็นการปฏิรูปการศึกษาอย่างแท้จริง พร้อมจัดหา Smart Devices และเตรียมความพร้อมเด็กในการสอบPISA เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยให้ได้มาตรฐานสากลดร.คุณหญิงกัลยา ชี้แจงถึงกรณีที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางท่านแสดงข้อห่วงใย และกล่าวถึงประเด็นเรื่องการปฏิรูปการศึกษา ในการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติตามมาตรา 152 ระหว่างวันที่ 17-18 กุมภาพันธ์ 2565 โดยมีข้อซักถามว่า เหตุใดการเรียนการสอนของกระทรวงศึกษาธิการยังเน้นท่องจำ ทั้งนี้ รมช.กระทรวงศึกษาธิการชี้แจงว่าตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นมาได้ผลักดัน Coding ให้เป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล โดยทุกชั้นเรียนตั้งแต่ระอนุบาลจนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 ต้องเรียน Coding เพื่อเน้นการสร้างกระบวนการคิด เพื่อเตรียมเยาวชนไทยในศตวรรษที่ 21 โดยไม่มีการสอนแบบท่องจำ แต่เน้นการคิดวิเคราะห์ คิดเชิงคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เพื่อแก้ปัญหาเป็นขั้นเป็นตอน ซึ่งเป็นทักษะใหม่ที่โลกสมัยใหม่จำเป็นต้องมี ทั้งนี้ได้ขับเคลื่อนนโยบาย Coding อย่างต่อเนื่อง โดยการอบรมครูกว่า 300,000 คน และขยายการเรียนรู้ Coding ในทุกภาคส่วนภายใต้แนวคิด Coding for All และยังได้เน้นการใช้ Coding กับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อประยุกต์ใช้กับงานเกษตรกรรม จนประสบความสำเร็จชัดเจนในโครงการอัจฉริยะเกษตรประณีตในโรงเรียน ขณะนี้มีโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สมัครเข้าร่วมโครงการฯ กว่า 600 โรงเรียนทั้งนี้ สพฐ. จะขยายผลไปสู่โรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อยกระดับองค์ความรู้ด้านเกษตรกรรม ที่นำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปประยุกต์ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชน และประเทศในที่สุด

ส่วนเรื่อง Smart Devices เพื่อรองรับการเรียนการสอนออนไลน์ภายใต้สถานการณ์โควิด-19 ดร.คุณหญิงกัลยา กล่าวว่า ที่ผ่านมา กระทรวงศึกษาเห็นปัญหาตั้งแต่แรกแล้ว และได้นำเรียนนายกรัฐมนตรีผ่านคณะกรรมการโค้ดดิ้งแห่งชาติ ที่ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ท่านนายกรัฐมนตรีสั่งให้กระทรวงศึกษาธิการดำเนินการเรื่องนี้ให้กับเด็กนักเรียนที่ขาดแคลนอุปกรณ์การเรียน โดยประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน กระทรวงศึกษาธิการเป็นเจ้าภาพ และมีภาคเอกชน รัฐวิสาหกิจ มูลนิธิต่างๆ เป็นหน่วยงานสนับสนุนจัดหาอุปกรณ์ และระดมทุนจากแหล่งต่างๆ เช่น สมาคมศิษย์เก่าของสถานศึกษา ซึ่งจะได้อุปกรณ์ใหม่ที่ได้มาตรฐาน ใช้งานได้จริง อุปกรณ์ทั้งหมดต้องมีมาตรฐานตามกระทรวงฯ กำหนด ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ

ส่วนประเด็นเรื่องการสอบ PISA ที่สอบ 3 วิชาคือการอ่าน คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการเตรียมการเพื่อให้มีความพร้อมสำหรับการสอบในเดือนสิงหาคม2565 นี้ โดยจัดอบรมครูและทำเวิร์กช็อปเพื่อสอนครูแกนนำแล้วให้ครูแกนนำไปพัฒนานักเรียนต่อไป ส่วนด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์นี้ มีโครงการวิทย์พลัง 10 ที่เปิดโอกาสให้เด็กทุกคนตั้งแต่ชั้นประถมจนถึงมัธยมมีโอกาสเรียนวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี นวัตกรรม ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน ซึ่งจะช่วยให้การสอบ PISA ได้ผลดีขึ้นสิ่งที่กระทรวงศึกษาธิการได้ทำไปแล้วคือเตรียมความพร้อมล่วงหน้ารองรับการปฏิรูปการศึกษา วางรากฐานของสภาการศึกษาซึ่งเป็นเสาหลักการศึกษาของชาติ ภายใต้แนวคิดเข็มทิศประเทศไทย โดยสร้างมิติใหม่ทั้งด้านวิทยาศาสตร์ ผสานศาสตร์และศิลป์เปลี่ยน STEM เป็น STEAM รวมถึงเรื่องครู ซึ่งได้วางนิยามหน้าที่ของครูเป็นผู้อำนวยความสะดวก เป็นผู้ดูแล เป็นโค้ชชิ่ง เพื่อตอบโจทย์สมรรถนะการศึกษาในอนาคต

ดร.คุณหญิงกัลยา เน้นว่ากระทรวงศึกษาธิการเน้นนโยบายการเรียนการสอนด้วย Coding ไม่เน้นการท่องจำ เราทำ Coding มาแล้ว 3 ปี และเตรียมความพร้อมให้เด็กไทยให้สามารถเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงในยุคดิสรัปชั่น ถือเป็นการปฏิรูปไปถึงตัวเด็กเป็นครั้งแรกของประเทศไทย เพื่อให้เด็กสามารถเรียนรู้ได้ทุกสถานที่และตลอดชีวิต และยังน้อมนำพระราชดำรัสและพระราชปณิธานของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 9 ไปอบรมสั่งสอนให้นักเรียนบริหารจัดการน้ำโดยชุมชนตามแนวพระราชดำริเพื่อให้เกษตรกรและคนไทยทุกคนมีน้ำใช้ตลอดปี เพื่อความอยู่ดีกินดีของทุกคน

แพทย์ย้ำ‘บุหรี่ไฟฟ้า’ของอันตราย ค้านปลดล็อก-จี้เร่งปราบปรามจริงจัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/637232

แพทย์ย้ำ‘บุหรี่ไฟฟ้า’ของอันตราย  ค้านปลดล็อก-จี้เร่งปราบปรามจริงจัง

วันพุธ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ผศ.ดร.นพ.วิชช์ เกษมทรัพย์ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า การสร้างความตระหนักถึงปัญหาสุขภาพที่จะเกิดจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้าในหมู่ประชาชน ทวีความสำคัญยิ่งขึ้นในรอบหลายเดือนที่ผ่านมา เพราะมีผู้บริหารระดับสูงในคณะรัฐบาลบางท่านได้รับข้อมูลที่ไม่ถูกต้องจากผู้ส่งเสริมบุหรี่ไฟฟ้าจนเกิดการเคลื่อนไหวที่จะปลดล็อกบุหรี่ไฟฟ้าจากสินค้าที่ถูกห้ามนำเข้าและห้ามขายในประเทศไทย

โดยน่าเป็นห่วงมากถ้าเยาวชนสามารถเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้าได้อย่างเสรี ไปลองเสพบุหรี่ไฟฟ้าที่มีฤทธิ์เสพติดสูงและมีอันตรายต่อสุขภาพรวดเร็วกว่าบุหรี่แบบดั้งเดิม ซึ่งเสี่ยงเป็นโรคปอดอักเสบเฉียบพลันชนิดร้ายแรงจากการถูกทำลายด้วยบุหรี่ไฟฟ้า (Electronic-cigarette or Vaporing productuse-Associated Lung Injury,EVALI) จนทำให้คนหนุ่มคนสาวเสียชีวิต ดังรายงานในประเทศสหรัฐอเมริกา

ทั้งนี้ จากผลงานวิจัย “การประเมินต้นทุนทางเศรษฐศาสตร์จากบุหรี่ไฟฟ้าของประเทศไทย” ของ รศ.ดร.ภญ.มนทรัตม์ถาวรเจริญทรัพย์ และคณะ โดยใช้แบบจำลองเพื่อประเมินต้นทุนความเจ็บป่วย ครอบคลุมต้นทุนทางตรงค่ารักษาพยาบาล ต้นทุนทางอ้อมจากการขาดงานเพื่อมารับการรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาล และต้นทุนทางอ้อมจากการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร พบว่า ผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้ามีโอกาสเกิดโรค EVALI และโอกาสของการเป็นผู้สูบบุหรี่ในอนาคตเพิ่มขึ้น 3.5 เท่าของผู้ไม่สูบบุหรี่ไฟฟ้า

“เพศชายมีความน่าจะเป็นในการเป็นผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าสูงกว่าเพศหญิง (19.15% : 0.87%) ทั้งนี้การประเมินจากแบบจำลอง พบว่าผู้ที่เริ่มสูบบุหรี่เมื่ออายุ 15 ปี มีเพียง 27% เท่านั้นสามารถเลิกสูบบุหรี่ได้ที่อายุเฉลี่ย 41 ปี และจะทำให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจต่อคน 5,146,644 บาท ในเพศหญิง และ 5,438,790 บาท ในเพศชาย”ผศ.ดร.นพ.วิชช์ ระบุ

ผศ.ดร.นพ.วิชช์ กล่าวสรุปว่าผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าทำให้เกิดความสูญเสียอย่างมาก ทั้งทางเศรษฐกิจ เสี่ยงโรคร้ายแรง และเสี่ยงเสียชีวิตก่อนวัยอันควร จึงมีความจำเป็นสำคัญที่รัฐต้องมีมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดนักสูบบุหรี่ไฟฟ้าหน้าใหม่ในประเทศไทย โดยคงกฎหมาย ห้ามนำเข้า ห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้า และเร่งบังคับใช้กฎหมายกับผู้ลักลอบฝ่าฝืนอย่างจริงจัง

ศธ.เตรียมถกชงศบค.เพิ่มมาตรการสกัดคลัสเตอร์โรงเรียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/637258

ศธ.เตรียมถกชงศบค.เพิ่มมาตรการสกัดคลัสเตอร์โรงเรียน

วันอังคาร ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 16.37 น.

ศธ.เตรียมถกชงศบค.เพิ่มมาตรการสกัดคลัสเตอร์โรงเรียน

22 กุมภาพันธ์ 2565 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019  หรือโควิด-19 ในสถานศึกษา ว่า กรณี จ.บุรีรัมย์ ที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสั่งปิดโรงเรียนทั้งจังหวัดกว่า 1,500 แห่งนั้น เท่าที่ทราบไม่มีการแพร่ระบาดเกิดขึ้นในโรงเรียน แต่เป็นภาพรวมการแพร่ระบาดทั้งจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ จึงต้องการป้องกันการแพร่ระบาด โดยการเซ็ตซีโร่ใหม่ ส่วนกรณี จ.สุรินทร์ ที่พบคลัสเตอร์งานกีฬาสีโรงเรียน ทำให้มีนักเรียนติดโควิดเกือบ 70 รายนั้น โรงเรียนดำเนินการตามแผนเผชิญเหตุที่ ศธ.กำหนด โดยการสั่งปิดโรงเรียนไปก่อน

“ตนจะนำประเด็นนี้ไปหารือร่วมกับนายสุภัทร จำปาทอง ปลัด ศธ. และนายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) ว่าจะมีมาตรการเพิ่มเติมสำหรับสถานศึกษาอย่างไร จะเสนอให้ที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ พิจารณาในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ นี้หรือไม่” น.ส.ตรีนุช กล่าว

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า โควิด-19 คงจะอยู่กับเราไปอีกระยะหนึ่ง ดังนั้น ศธ.จะเน้นย้ำให้สถานศึกษาปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุ และปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัย 6-6-7 เพื่อลดความเสี่ยงโควิดในสถานศึกษา ประกอบด้วย 6 มาตรการหลัก (DMHT-RC) คือ เว้นระยะห่าง สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือ คัดกรองวัดไข้ ลดการแออัด และทำความสะอาด , 6 มาตรการเสริม คือ ดูแลตนเอง ใช้ช้อนกลางส่วนตัว กินอาหารปรุงสุกใหม่ ลงทะเบียนเข้าออกโรงเรียน สำรวจตรวจสอบ และกักตัวเอง และ 7 มาตรการเข้ม สำหรับสถานศึกษา 1.ประเมิน TSC+ และรายงานผลผ่าน MOE COVID อย่างต่อเนื่อง 2.Small Bubble ทำกิจกรรมแบบกลุ่มย่อย 3.อาหารตามหลักสุขาภิบาลอาหารและหลักโภชนาการ  4.อนามัยสิ่งแวดล้อม ทั้งอากาศ ความสะอาด น้ำ ขยะ 5.School Isolation มีแผนเผชิญเหตุและซักซ้อม 6.Seal Route  ดูแลการเดินทางจากบ้านไปโรงเรียน  7. School Pass สำหรับนักเรียน ครู และบุคลากรในสถานศึกษาได้รับวัคซีนจำนวนมากที่สุดอย่างน้อย 85 % แต่อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีบางโรงเรียนได้ปิดเทอมแล้ว

โปรดเกล้าฯ ‘สุรยุทธ์’มอบประกาศนียบัตรชั้นสูงกิตติมศักดิ์ พร้อมเข็มพระปกเกล้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/637227

โปรดเกล้าฯ 'สุรยุทธ์'มอบประกาศนียบัตรชั้นสูงกิตติมศักดิ์ พร้อมเข็มพระปกเกล้า

วันอังคาร ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 15.52 น.

“ในหลวง” โปรดเกล้าฯให้ผู้แทนพระองค์ไปในพิธีมอบประกาศนียบัตรชั้นสูงกิตติมศักดิ์  เข็มกิตติคุณสถาบันพระปกเกล้าและประกาศนียบัตรชั้นสูงพร้อมเข็มพระปกเกล้า ณ ศาลาสหทัยสมาคม พระบรมมหาราชวัง

วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 13.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอก สุรยุทธ์  จุลานนท์ ประธานองคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ ออกรับ นายชวน  หลีกภัย ประธานรัฐสภา และประธานสภาสถาบันพระปกเกล้า พร้อมกรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้า และคณะผู้บริหารสถาบันพระปกเกล้า นำ ผู้ที่ได้รับพระราชทานประกาศนียบัตรชั้นสูงกิตติมศักดิ์ พร้อมเข็มพระปกเกล้า และบุคคลผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่สถาบันพระปกเกล้า กับผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูง ประจำปี 2562 – 2563 รับประกาศนียบัตรชั้นสูง เข็มกิตติคุณ และเข็มพระปกเกล้า ณ ศาลาสหทัยสมาคม พระบรมมหาราชวัง
 

สพฐ.ประกาศผลสอบ‘ครูผู้ช่วย’ โคราชสอบติดมากสุด 2,865 คน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/637188

สพฐ.ประกาศผลสอบ‘ครูผู้ช่วย’ โคราชสอบติดมากสุด 2,865 คน

วันอังคาร ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 15.11 น.

สพฐ.ประกาศผลสอบ‘ครูผู้ช่วย’ โคราชสอบติดมากสุด 2,865 คน

22 กุมภาพันธ์ 2565 นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ได้จัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการ เป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วยทั่วไป สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ประจำปี 2564  ที่มีตำแหน่งว่าง 11,877 อัตรา 71 กลุ่มวิชา ซึ่งคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด(กศจ.) / คณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ(สศศ.) ได้ดำเนินการจัดสอบภาค ก ความรู้ทั่วไป เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2565 และ สอบภาค ข มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ  วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ผ่านมา  โดยมีผู้สมัครทั้งสิ้นจำนวน  175,403 คน  แบ่งเป็นเข้าสอบ ภาค ก และ ภาค ข จำนวน  143,548 คน 

กศจ./อ.ก.ค.ศ. สศศ.ได้ประกาศรายชื่อผู้สอบผ่าน ภาค ก และ ภาค ข แล้ว  ทั้งสิ้นจำนวน  40,737 คน  คิดเป็น 28.31% ของผู้เข้าสอบ และจะมีการประเมิน ภาค ค ความเหมาะสมกับตำแหน่ง วิชาชีพและการปฏิบัติงานในสถานศึกษา ภายในเดือน มีนาคม 2565 นี้

สำหรับจังหวัดที่มีผู้สอบผ่านมากที่สุด 5 จังหวัด ได้แก่ จ.นครราชสีมา จำนวน 2,865 คน จ.ชลบุรี 1,933 คน  กรุงเทพมหานคร 1,925 คน จ.สุราษฎร์ธานี 1,573 คน และ จ.ตาก 1,382 คน ส่วนจังหวัดที่มีผู้สอบผ่านน้อยที่สุด 5 จังหวัด ได้แก่ จ.อุตรดิตถ์ 61 คน จ.สมุทรสงคราม 62 คน จ.พัทลุง 76 คน จ.แพร่ 77 คน และ จ.ลำปาง 114 คน

วัดจุฬามณีประกาศปิดไม่มีกำหนด ลดความเสี่ยงติดเชื้อโควิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/637170

วัดจุฬามณีประกาศปิดไม่มีกำหนด ลดความเสี่ยงติดเชื้อโควิด

วันอังคาร ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 14.24 น.

วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2565 หลังกระทรวงสาธารณสุข ยกระดับเตือนภัยโควิดเป็นระดับ 4 ทางวัดจุฬามณีได้ออกประกาศ ฉบับที่ 6/2565 ปิดวัดต่อเนื่องไม่มีกำหนด

เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในจังหวัดสมุทรสงคราม ได้เพิ่มจำนวนผู้ติดเชื้อมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และ หน่วยงานราชการผู้มีส่วนเกี่ยวข้องของจังหวัด ได้ติดต่อประสานงานกับทางวัดจุฬามณี “ให้ประกาศเลื่อนการเปิดวัดออกไปแบบไม่มีกำหนด” (ปิดวัดแบบต่อเนื่องไม่มีกำหนดเปิดวัด) เพื่อลดการเสี่ยงติดเชื้อและการชุมนุมของประชาชนที่เดินทางมาวัดจุฬามณี และเพื่อเป็นการให้ความร่วมมือกับจังหวัดสมุทรสงคราม จึงขอประกาศ “ปิดวัดจุฬามณีต่อเนื่องแบบไม่มีกำหนด”

จึงขอประกาศมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน

นักเรียนสาธิตฯ สวนสุนันทา รับรางวัล เยาวชนผู้สร้างชื่อเสียงมาสู่ประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/637008

นักเรียนสาธิตฯ สวนสุนันทา รับรางวัล  เยาวชนผู้สร้างชื่อเสียงมาสู่ประเทศ

วันอังคาร ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ด.ญ.ภัททิยา ศรีธานี นักเรียนชั้นประถมศึกษา 6/1 ด.ญ.ญาณิน ทิวงค์วรกุล นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และ ด.ช.จิรภัทร พุ่มชื่นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 นักเรียนโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เข้ารับโล่รางวัลเยาวชนดีเด่น เด็กและเยาวชนนำชื่อเสียงมาสู่ประเทศ ประจำปี 2565 ณ ห้องประชุมบุณยเกตุหอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ โดยมีนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานมอบโล่รางวัลในครั้งนี้ เมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา

รางวัลเด็กและเยาวชนดีเด่น เด็กและเยาวชนที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ เป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนได้กระทำความดีในด้านต่างๆ ตามความรู้ ความสามารถจนเกิดประโยชน์แก่ตนเอง สังคม และประเทศชาติโดยมีเด็กและเยาวชนที่ได้รับการคัดเลือก 2 ประเภทได้แก่ ประเภทแรกเด็กและเยาวชนดีเด่น คัดเลือกจากเด็กและเยาวชนที่มีความประพฤติดี เรียนดีมีคุณธรรม จริยธรรม มีความซื่อสัตย์ ขยัน ประหยัด กตัญญูช่วยเหลือพ่อแม่ ผู้ปกครอง และอุทิศตนเพื่อส่วนรวม

ประเภทที่สอง เด็กและเยาวชนที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ คัดเลือกจากเด็กและเยาวชนที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ ใน 5 ด้าน ได้แก่ด้านวิชาการ ศิลปวัฒนธรรมและดนตรี ทักษะฝีมือวิชาชีพ, กีฬาและนันทนาการ และด้านศีลธรรมคุณธรรม จริยธรรม รวมเด็กและเยาวชนที่ได้รับการคัดเลือกทั่วประเทศทั้ง 2 ประเภทจำนวนทั้งสิ้น 874 คน

กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เดินหน้าสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่เยาวชนที่มีศักยภาพแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เชิญชวนนักเรียน นักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้น ม.3 ม.6 ปวช.3หรือเทียบเท่าที่สนใจเรียนต่อจนจบประกาศนียบัตรชั้นสูง (ปวส.) หรือในระดับอนุปริญญา สมัครทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ประจำปี 2565เพื่อศึกษาต่อสายอาชีพซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน ทุนดังกล่าวจะเป็นทุนให้เปล่าที่ครอบคลุมค่าครองชีพ ค่าอุปกรณ์การเรียน และค่าธรรมเนียมการศึกษาในอัตราประหยัด ผู้สนใจสามารถสมัครขอรับทุนได้ที่สถานศึกษาสายอาชีพที่เข้าร่วมโครงการ ตั้งแต่วันนี้-28 กุมภาพันธ์ 2565 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ โทรศัพท์ 02-0795475 กด 2 หรือเว็บไซต์ https://www.eef.or.th/

ร่วมมือด้านคหกรรมศาสตร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/637002

ร่วมมือด้านคหกรรมศาสตร์

วันอังคาร ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.

โรงเรียนการเรือน มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทางด้านการศึกษา กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร โดยมีว่าที่ ร้อยตรี ดร.ธนพัฒน์แสงรุ่งเรือง คณบดีโรงเรียนการเรือนและ ผศ.วัชรพงษ์ อินทรวงศ์ รองอธิการบดี ร่วมลงนาม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งเน้นการเรียนการสอน การบริการวิชาการ การวิจัยสนับสนุนให้มีการแลกเปลี่ยนบุคลากร นิสิต นักศึกษา และองค์ความรู้เพื่อพัฒนาหลักสูตรและการวิจัยด้านคหกรรมศาสตร์ ณ มหาวิทยาเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร

สพฐ.ประกาศผลประกวดหนังสือปี’65 หนังสือผ่านเกณฑ์ได้รับรางวัล 49 เรื่อง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/637009

สพฐ.ประกาศผลประกวดหนังสือปี’65  หนังสือผ่านเกณฑ์ได้รับรางวัล 49 เรื่อง

วันอังคาร ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ประกาศผลประกวดหนังสือดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2565จำนวน 49 เรื่อง ประกอบด้วย รางวัลดีเด่น 11 เรื่อง และรางวัลชมเชย 38 เรื่อง โดยพิจารณาจากผู้เข้าร่วมประกวด จำนวนทั้งสิ้น 369 เรื่อง จากสำนักพิมพ์กว่า 100 แห่ง แยกเป็นกลุ่มหนังสือต่างๆ ได้แก่ หนังสือสารคดี หนังสือนวนิยาย หนังสือกวีนิพนธ์ หนังสือรวมเรื่องสั้น หนังสือสำหรับเด็กเล็กอายุ 3-5 ปี หนังสือสำหรับเด็ก อายุ 6-11 ปีหนังสือสำหรับเด็กวัยรุ่น อายุ 12-18 ปี หนังสือการ์ตูน และ/หรือนิยายภาพ และหนังสือสวยงาม เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา

ผลการพิจารณาตัดสินหนังสือให้ได้รับรางวัลหนังสือดีเด่นประจำปี พ.ศ. 2565มีหนังสือได้รับรางวัลดีเด่น 11 เรื่องได้แก่ 1.ประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมตะวันออก :อิทธิพล คติความเชื่อ และความหมายสถาปัตยกรรม2.คู่มือนำชม ศิลปกรรมโบราณในอยุธยา 3.รถไฟเที่ยวสุดท้ายจากพญาตองซู 4.ความเจ็บปวดบนลวดลาย 5.ตุ๊กตาของลูก 6.อยากให้ทุกสิ่งในโลกนี้มีชีวิต 7.เป็นคนไทยทั้งที8.เฒ่าแสน 9.รวมบทร้อยกรอง ในวันที่ต้นหวังสะพรั่งบาน 10.สัตว์ป่าห้วยขาแข้งและ 11.ใครนะสัตว์เลี้ยงแสนรัก

หนังสือได้รับรางวัลชมเชย 38 เรื่องได้แก่ 1.รักก่อนกำเนิด 2.นัยตำนานพระธาตุพนม 3.ราชบพิธมิตรธรรมFRIENDSHIP BEYOND TIME 4.ส่องลายคราม5.กว่าจะถึงคองโก 6.ตามรอยสามก๊กจากจีนสู่บางกอก : กวนอู จากขุนพลสู่เทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ 7.ไม่ใช่ที่ของเรา โดย แพทพาวเวอร์แพท 8.เดฟั่น เรื่องเล่าของตระกูลคนเฆี่ยนเสือจากไทรบุรี 9.วินาทีไร้น้ำหนัก โดย วุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ จัดพิมพ์โดยบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) 10.อโศกสาง11.กวีนิพนธ์ไม่เคยตาย 12.กวีวัจนะ บนเส้นทางที่ย่างก้าว 13.กวีนิพนธ์ ผลึกฝันรางวัลชีวิต 14.บ้านที่กลับไม่ได้ 15.เรื่องคุณเล่า16.เสือเทพเจ้า 17.ครอบครัวสัตว์โลก 18.ความจำยาวของปู่ขี้ลืม 19.ชวนเพื่อนเล่นกลางทุ่ง20.ความลับจากธรรมชาติ 21.เพราะความเศร้าของเราไม่เท่ากัน 22.มามุดโลก 23.“ไอโกะ”แปลว่าความรัก 24.Home is Cool. โฮมสคูลคูลจริงป่าว? 25.กวีนิพนธ์ มงคลชีวิต 26.ท่องไปในวันเวลา 27.รวมกวีนิพนธ์ เพลงรักจากตักแม่ 28.พระมหากษัตริย์ไทยแห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ 10 รัชกาล ฉบับการ์ตูน 29.วันนี้คือวันตายของเจ้า! HAVE A GOOD DIE 30.วิ่ง…สู่ชีวิตใหม่ RUN FOR NEW LIFE 31.ตำนานมหัศจรรย์ตะวันตก 32.ผีเมียนมา 33.จดหมายเหตุงานสมโภช 150 ปี วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม34.ฤาษีดัดตน มรดกภูมิปัญญาจากบรรพชน35.วัดบุปผาราม 36.ความจำยาวของปู่ขี้ลืม37.ชวนเพื่อนเล่นกลางทุ่ง และ 38.เป็นคนไทยทั้งที

ผู้ที่ได้รับรางวัลหนังสือดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2565 จะได้เข้ารับพระราชทานรางวัลจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีในพิธีเปิดงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 50และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 20 ในวันเสาร์ที่ 26 มีนาคม 2565 ณ สถานีกลางบางซื่อ เขตจตุจักร กรุงเทพฯ