ด่วน! ‘ประเสริฐ’ทิ้งเก้าอี้ รองเลขาฯสกสค. อ้างปัญหาสุขภาพ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/602010

ด่วน! 'ประเสริฐ'ทิ้งเก้าอี้ รองเลขาฯสกสค. อ้างปัญหาสุขภาพ

ด่วน! ‘ประเสริฐ’ทิ้งเก้าอี้ รองเลขาฯสกสค. อ้างปัญหาสุขภาพ

วันอังคาร ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2564, 13.00 น.

ด่วน! ประเสริฐ ทิ้งเก้าอี้ รองเลขาฯสกสค. อ้างปัญหาสุขภาพ

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2564 นายธนพร สมศรี เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (เลขาธิการ สกสค.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้นายประเสริฐ บุญเรือง รองเลขาธิการ สกสค. ได้มาแจ้งขอลาออกจากตำแหน่ง และทราบว่านายประเสริฐ ได้ยื่นหนังสือลาออกแล้วเมื่อวันที่ 13 กันยายน ที่ผ่านมา แต่ตนยังไม่เห็นหนังสือลาออกอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ จากการพูดคุยส่วนตัวกับนายประเสริฐ ได้ให้เหตุผลว่า มีปัญหาสุขภาพ ซึ่งก็สามารถเข้าใจได้ เพราะนายประเสริฐ เองก็ทำงานหนักมาตั้งแต่ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ตนก็ยอมรับและเคารพการตัดสินใจของนายประเสริฐ

“เหตุผลการลาออก ของนายประเสริฐมาจากปัญหาสุขภาพ ซึ่งผมเองเข้าใจและยอมรับการตัดสินใจ ส่วนการลาออกจะกระทบกับงานที่นายประเสริฐดูแลอยู่หรือไม่นั้น เชื่อว่าไม่กระทบ อย่างงานนิติกร ด้านกฎหมายผมก็ลงไปช่วยดูแลด้วยตัวเองอยู่แล้ว” นายธนพรกล่าว

นายธนพร กล่าวต่อว่า ส่วนการลาออกของรองเลขาธิการสกสค. จะมีผลกระทบต่อการประเมินผลงานเลขาธิการ สกสค. หรือไม่นั้น ตนคิดว่าไม่กระทบ เพราะเป็นการประเมินงานเลขาธิการสกสค. และส่วนตัวก็คิดว่าที่ผ่านมาทำงานเต็มที่ไม่มีปัญหาแน่นอน.-001

‘เนาวรัตน์’เขียนกลอนอาลัย’ทมยันตี’ พันธุ์ พรรคอักษรารู้ รื่นซึ้งฤทัยเสมอ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/601958

'เนาวรัตน์'เขียนกลอนอาลัย'ทมยันตี' พันธุ์ พรรคอักษรารู้  รื่นซึ้งฤทัยเสมอ

‘เนาวรัตน์’เขียนกลอนอาลัย’ทมยันตี’ พันธุ์ พรรคอักษรารู้ รื่นซึ้งฤทัยเสมอ

วันอังคาร ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2564, 08.15 น.

14 กันยายน 2564 เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติ สมาชิกวุฒิสภา เขียนกลอนถึง คุณหญิงวิมล ศิริไพบูลย์  “ทมยันตี” ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์  พุทธศักราช 2555 ที่ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 13 กันยายน ที่ผ่านมา
 
๏รฦกรื่นฤทัย๏
รื่น ฤทัยร่วมหยาดรุ้ง  ฤทัยริน
ฤทัย สถิตลิขิตศิล-  ปศาสตร์สู้
สัจจ ธรรมด่ำดื่มกวิน  วรรณศักดิ์
พันธุ์ พรรคอักษรารู้  รื่นซึ้งฤทัยเสมอ ๚ะ๛
-เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์-

ราชภัฏสวนสุนันทา เพิ่มมูลค่าดอกทองกวาว วิจัยสารสกัด ผลิตเป็นเครื่องสำอางบำรุงผิว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/601819

ราชภัฏสวนสุนันทา เพิ่มมูลค่าดอกทองกวาว วิจัยสารสกัด ผลิตเป็นเครื่องสำอางบำรุงผิว

ราชภัฏสวนสุนันทา เพิ่มมูลค่าดอกทองกวาว วิจัยสารสกัด ผลิตเป็นเครื่องสำอางบำรุงผิว

วันอังคาร ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ดร.พ.ท.ป.นรินทร์ กากะทุม อาจารย์ประจำสาขาวิชาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ วิทยาลัยสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา กล่าวว่าดอกทองกวาว หรือดอกจานในภาษาอีสาน เป็นดอกไม้ประจำจังหวัดอุดรธานี ซึ่งในแต่ละปีดอกทองกวาวจะบานสะพรั่งในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน แต่เมื่อเวลาผ่านไปดอกทองกวาวก็จะร่วงหล่นลงตามพื้นอย่างน่าเสียดาย จากผลการวิจัย โดยการสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมกรรม (กองทุนส่งเสริม ววน.) ดอกไม้ชนิดนี้มีสารที่ชื่อ เบซิลเลีย มีคุณสมบัติในการช่วยบำรุงผิว และต้านสารอนุมูลอิสระ มหาวิทยาลัยจึงได้ผลิตออกมาเป็นเครื่องสำอาง โดยสินค้าตัวแรกคือ Sleeping Maskดอกทองกวาว เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ใช้เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นของใบหน้าสามารถใช้ง่าย ไม่เหนียวเหนอะหนะไม่ระคายเคืองผิว ขณะเดียวได้ส่งผลงานดังกล่าวประกวดงานการประกวดนวัตกรรมที่สหพันธรัฐรัสเซีย ผ่านสมาคมนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ไทย ซึ่งก็ได้รับความสนใจและประสบผลสำเร็จจากการประกวดในครั้งนี้ จนได้รางวัลเหรียญเงินมา ซึ่งสะท้อนว่าผลิตภัณฑ์ผ่านเกณฑ์การรับรองคุณภาพ ความน่าเชื่อถือ ตรงตามหลักเกณฑ์การประกวดจากต่างประเทศมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

นอกจากจะมี Sleeping Mask แล้วยังได้เตรียมต่อยอดไปยังผลิตภัณฑ์อื่นๆ ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากทองกวาว มหาวิทยาลัยจะรับช่วงต่อในห้องปฏิบัติการ พร้อมกับการส่งเสริมการขาย และมีการต่อยอดไปยังภาคเอกชนเพื่อสั่งผลิตในรูปแบบ OEM ทำเป็นซีรี่ส์เครื่องสำอางออกมาอย่างต่อเนื่อง เช่น โทนเนอร์ เซรั่ม ต่อไปในอนาคต

ก้าวสู่ปีที่ 3 ‘คุณหญิงกัลยา’ เร่งขับเคลื่อน 7 นโยบายสำคัญ รองฯ ‘ดร.วิษณุ’ ชื่นชมผลงาน 2 ปีกว่าคืบหน้าเป็นรูปธรรม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/601823

ก้าวสู่ปีที่ 3 ‘คุณหญิงกัลยา’ เร่งขับเคลื่อน 7 นโยบายสำคัญ  รองฯ ‘ดร.วิษณุ’ ชื่นชมผลงาน 2 ปีกว่าคืบหน้าเป็นรูปธรรม

ก้าวสู่ปีที่ 3 ‘คุณหญิงกัลยา’ เร่งขับเคลื่อน 7 นโยบายสำคัญ รองฯ ‘ดร.วิษณุ’ ชื่นชมผลงาน 2 ปีกว่าคืบหน้าเป็นรูปธรรม

วันอังคาร ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวใน งานแถลงข่าวก้าวสู่ปีที่ 3 ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการว่า ได้ติดตามการทำงานของ ดร.คุณหญิงกัลยามาโดยตลอด ได้เห็นถึงความตั้งใจและความมุ่งมั่นของคุณหญิงที่จะขับเคลื่อนนโยบายด้านการศึกษาต่างๆ ให้สำเร็จลุล่วง จนมีผลงานปรากฏเด่นชัดอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะนโยบาย Coding ที่สามารถขับเคลื่อนได้อย่างรวดเร็ว รวมไปถึงการพลิกโฉมอาชีวะเกษตรด้วยโครงการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชน ตามแนวพระราชดำริซึ่งขับเคลื่อนผ่านวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี (วษท.) จนเกิดหลักสูตรนักบริหารจัดการน้ำฯ  หรือ “ชลกร” รุ่นที่ 1 จนทำให้มีจำนวนนักศึกษาสมัครเข้าเรียนอาชีวะเกษตรและเทคโนโลยีเพิ่มสูงขึ้นเป็นเท่าตัวอย่างต่อเนื่องทั้งนี้ยังมีนโยบายและโครงการอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิรูปการศึกษาอีกมากมายที่เกิดขึ้น อาทิ นโยบายการศึกษาพิเศษ, นโยบายการอ่าน เขียนเรียนประวัติศาสตร์ผ่านการสื่อสารร่วมสมัย,โครงการวิทยาศาสตร์พลัง10, การขับเคลื่อนโรงเรียนวิทยาศาสตร์ในกำกับ, รวมไปถึงโครงการ Project 14 ทำให้มั่นใจว่านักเรียนจะได้รับความรู้อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพแม้จะเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19และเชื่อมั่นว่าการ “ก้าวสู่ปีที่ 3 ของคุณหญิงกัลยา”ภายใต้แนวทาง “เติม ต่อยอด ยั่งยืน” จะสามารถเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายที่เป็นประโยชน์ เพื่อเป้าหมายสูงสุดในการปฏิรูปการศึกษาไทยได้อย่างแน่นอน

ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า กระทรวงศึกษาภายใต้การกำกับดูแลของตนเองในปีที่ 3 นับจากนี้ จะยังมุ่งขับเคลื่อนนโยบาย และเร่งเดินหน้ารวมถึงต่อยอดใน 7 โครงการสำคัญ (Quick Win 7+) ต่อเนื่อง เพื่อสร้างนักเรียนคุณภาพ ซึ่งประกอบไปด้วย 1.โครงการ CodingFor All  คนไทยต้องได้เรียน Coding กระทรวงศึกษาธิการจะสร้าง Coding Community ขยายผล ขับเคลื่อน ทุกภาคส่วน เพื่อกระจายการเรียนรู้ให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม ทุกอาชีพ และทุกช่วงวัย 2.โครงการส่งเสริมการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชน ตามแนวพระราชดำริ ขยายผลสู่ชุมชน สร้างความมั่นคงทางการเกษตร โดยมีเป้าหมายที่สำคัญคือ การช่วยเหลือเกษตรกรให้มีน้ำกิน น้ำใช้ แก้ปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืน 3.โครงการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์แนวสร้างสรรค์ ผ่านสื่อร่วมสมัย เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทย การอ่าน การเขียน เรียนประวัติศาสตร์ ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ 4.โครงการสร้างมิติใหม่
การศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ ผสานศาสตร์และศิลป์ เปลี่ยน STEM เป็น STEAM  วิทยาศาสตร์พลังสิบ ลด ความเหลื่อมล้ำ สร้าง Citizen science ให้เกิดขึ้น เป็นการขยายโอกาสให้นักเรียนได้เรียนวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างกว้างขวาง 5.โครงการการศึกษาที่เท่าเทียม สร้างโอกาสให้เด็กด้อยโอกาสและพิการ ผ่านการเรียนการสอนในรูปแบบที่หลากหลายและมีคุณภาพ เน้นการปฏิบัติจริง จนสามารถนำไปประกอบอาชีพเพื่อดำเนินชีวิตได้ 6.โครงการอาชีวะฐานวิทย์สร้างวิชาชีพคนไทยรุ่นใหม่ยกระดับการเรียนในสายอาชีวศึกษาให้สอดคล้องกับโลกดิจิทัล และ 7.โครงการยกระดับการศึกษารอบด้าน เปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอนปรับการประเมินผล เพื่อให้เป็นไปตามรูปแบบที่เหมาะในศตวรรษที่ 21 และสถานการณ์โควิด-19ซึ่งได้มีการปฏิรูปทั้งตัวผู้สอนคือครู และรูปแบบการเรียนการสอน

‘เอนก’ โชว์ 12 ผลงานเด่นปี’64 ทั้งระยะสั้นและยาว ทางด้านวิชาการ และการแก้ปัญหาด้านโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/601817

‘เอนก’ โชว์ 12 ผลงานเด่นปี’64 ทั้งระยะสั้นและยาว  ทางด้านวิชาการ และการแก้ปัญหาด้านโควิด-19

‘เอนก’ โชว์ 12 ผลงานเด่นปี’64 ทั้งระยะสั้นและยาว ทางด้านวิชาการ และการแก้ปัญหาด้านโควิด-19

วันอังคาร ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) แถลงข่าว “12 เดือน 12 ดี” ผลงานของ อว.ในรอบปีงบประมาณ 2564 ว่า ผลงานเด่นมีทั้งหมด12 เรื่อง มีทั้งการสร้างผลประโยชน์ในระยะสั้น หรือเฉพาะหน้าเพื่อแก้ปัญหาเร่งด่วน และสร้างผลประโยชน์ระยะกลางและระยะยาวให้กับประเทศ โดยโครงการในระยะสั้นที่ดำเนินการ อาทิ โครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศหรือ U2T ที่แก้ปัญหาการว่างงานจากวิกฤติโควิด-19 เป็นการจ้างงานของรัฐบาลที่ทำได้อย่างรวดเร็วที่สุด ทำให้คน 6 หมื่นคนที่เป็นลูกหลานชาวบ้านได้มีงานทำกระจายไป 3 พันตำบลทั่วประเทศ และเป็นครั้งแรกที่เอามหาวิทยาลัยกว่า 76 แห่ง ลงสู่ตำบลเพื่อทำงานร่วมกับชุมชน ก่อให้เกิดเงินหมุนเวียนในชุมชนหลายร้อยล้านบาท

เรื่องต่อมาคือด้านการแพร่ระบาดของโควิด-19 อว.ได้เปิด โรงพยาบาลสนาม 60 กว่าแห่งทั่วประเทศโดยใช้เครือข่ายมหาวิทยาลัย รับคนไข้มาแล้ว 6-7 หมื่นคนการเปิดศูนย์ฉีดวัคซีนในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล 14 จุดและต่างจังหวัด 76 จุด ฉีดวัคซีนให้ประชาชนไปแล้วกว่า 7 แสนโดส โครงการ อว.พารอด เป็นโครงการที่ดึงจิตอาสาและอาสาสมัครมาช่วยผู้ป่วยโควิดที่กักตัวอยู่บ้านหรือในชุมชน โดยการโทรศัพท์ไปให้กำลังใจและคำปรึกษาพร้อมส่งกล่องยาสมุนไพรและอุปกรณ์จำเป็นไป

นอกจากนี้ ยังมีโครงการ BCG โมเดลเศรษฐกิจใหม่ของรัฐบาลที่ ร่วมขับเคลื่อน ซึ่งจะเป็นผลประโยชน์ของประเทศในระยะกลางและระยะยาวเพื่อนำไปสู่ประเทศอุตสาหกรรม 4.0 และนำประเทศไทยไปสู่การยกระดับเศรษฐกิจแบบทำน้อยได้มาก โครงการธัชชาหรือวิทยสถานด้านสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์และศิลปกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย

“ที่สำคัญยังมีผลงานเรื่องการวิจัยความยากจนเพื่อแก้ปัญหาความยากจนแบบพุ่งเป้า โดยการทำวิจัยใน10 จังหวัดที่ยากจนที่สุดของประเทศไทยจนได้ตัวเลขคนจนจริงๆ มากว่า 4 แสนคน เพื่อจัดทำเป็นบิ๊กดาต้านำไปสู่การแก้ปัญหาความยากจนที่ตรงจุดและแม่นยำ พร้อมมีการติดตามประเมินผลจนกว่าจะหายจน นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการโดยไม่ต้องส่งงานวิจัยหรือตำราก็ได้ ใช้คุณสมบัติ อาทิ ทำงานรับใช้สังคมและท้องถิ่น ทำงานสร้างสรรค์หรือด้านศิลปะมีการสอนที่เป็นเลิศ เป็นต้น การลดค่าเทอมเพื่อช่วยเหลือนักศึกษาและผู้ปกครองในช่วงโควิด ถือเป็นการแบ่งเบาภาระที่เป็นรูปธรรมอีกผลงานหนึ่ง การยกเลิกการกำหนดระยะเวลาสำเร็จการศึกษา เรียนไม่จบไม่ต้องถูกรีไทร์ เป็นอีกเรื่องที่เกิดขึ้นเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนไปด้วยพร้อมกับทำงานไปด้วย โครงการ TSC สำรวจอวกาศที่ใหญ่ที่สุดของไทยเพื่อยกระดับเศรษฐกิจของประเทศ และสุดท้ายคือการเปิดหลักสูตร WINS ที่เป็นการนำผู้บริหารระดับสูงของ อว.มาอบรมและทำกิจกรรมร่วมกันเพื่อสร้างความรักสามัคคี พร้อมช่วยสร้างและพัฒนางานที่เป็นประโยชน์ให้กับประเทศ”

ม.มหาสารคาม รับมอบข้าวสารช่วยโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/601816

ม.มหาสารคาม รับมอบข้าวสารช่วยโควิด

ม.มหาสารคาม รับมอบข้าวสารช่วยโควิด

วันอังคาร ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

รองศาสตราจารย์ ดร.ประยุกต์ ศรีวิไล อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม รับมอบ ข้าวหอมมะลิคัดพิเศษ 1 ตัน จากนายสุชาติ จันทร์แสงวัฒนาคณะกรรมการคณะทำงานภาคประชาชน  มหาวิทยาลัยมหาสารคาม โดยจะนำไปเติมตู้ปันสุขหอพักนิสิต ในเขตพื้นที่ขามเรียง (ม.ใหม่) และ เขตพื้นที่ในเมือง(ม.เก่า) เพื่อช่วยเหลือแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในช่วงวิกฤตโควิด-19 แก่นิสิตได้รับผลกระทบและความเดือดร้อนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

สพม.ตาก เยี่ยมและให้กำลังใจโรงเรียนน้ำท่วม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/601815

สพม.ตาก เยี่ยมและให้กำลังใจโรงเรียนน้ำท่วม

สพม.ตาก เยี่ยมและให้กำลังใจโรงเรียนน้ำท่วม

วันอังคาร ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ดร.อวยชัย ศรีตระกูล ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตาก นำทีม ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจผู้บริหาร คณะครู และนักเรียนโรงเรียนผดุงปัญญา อ.เมือง จ.ตาก หลังจากประสบเหตุน้ำท่วม

เหตุเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องหลายชั่วโมง และการระบายน้ำไม่ทัน ทำให้เกิดน้ำท่วมสูงในบริเวณหน้าโรงเรียน สนามฟุตบอล อาคารเรียน สำนักงานหอพักนอนนักเรียน และบ้านพักครู ในการนี้ ผอ.สพม.ตาก ได้ให้กำลังใจ ดูสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น และหาแนวทางในการช่วยเหลือในลำดับต่อไป

‘ตรีนุช’คลอด 6 กฎเหล็ก แนวปฏิบัติ‘ตรวจราชการ’ เน้นเรียบง่าย-งดป้ายต้อนรับ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/601822

‘ตรีนุช’คลอด 6 กฎเหล็ก แนวปฏิบัติ‘ตรวจราชการ’ เน้นเรียบง่าย-งดป้ายต้อนรับ

‘ตรีนุช’คลอด 6 กฎเหล็ก แนวปฏิบัติ‘ตรวจราชการ’ เน้นเรียบง่าย-งดป้ายต้อนรับ

วันจันทร์ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2564, 15.50 น.

‘ตรีนุช’คลอด 6 กฎเหล็ก แนวปฏิบัติ‘ตรวจราชการ’ เน้นเรียบง่าย-งดป้ายต้อนรับ

13 กันยายน 2564 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า เนื่องจากในสถานการณ์ปัจจุบันยังคงมีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 และเพื่อเป็นการลดภาระสถานศึกษาและหน่วยงาน ซึ่งมีภาระงานมาก เมื่อเร็วๆนี้ ตนจึงได้ลงนามในบันทึกข้อความแจ้งแนวปฏิบัติในการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม และการติดตามผลการดำเนินงานของข้าราชการไปยังปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) และหน่วยงานในกำกับ ศธ.โดยขอให้ส่วนราชการดำเนินการตามแนวปฏิบัติในการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม และติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานของผู้บริหารระดับสูง ดังนี้

1.ดำเนินการตรวจเยี่ยมโดยให้มีผลกระทบต่อการเรียนการสอนน้อยที่สุด

2.การลงพื้นที่ต้องไม่เป็นภาระของหน่วยงานในการต้อนรับ

3.การต้อนรับให้ดำเนินการโดยประหยัดเท่าที่จำเป็น และเรียบง่าย

4.งดแผ่นป้ายในการต้อนรับ

5. การรายงานข้อมูล/ การนำเสนอข้อมูลให้กระชับและตรงประเด็น

6.ไม่ควรจัดให้มีของฝากหรือของที่ระลึก หากมีควรเป็นผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากสถานศึกษา อันแสดงถึงความภาคภูมิใจในการเสนอผลงานของนักเรียน นักศึกษา หรือ ผู้เรียน

“ที่ผ่านมาได้มีผู้บริหารระดับสูง ตั้งแต่ รมว.ศธ. , รมช.ศธ. ตลอดจนผู้บริหารระดับต่าง ๆ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยม และติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานตามนโยบายในพื้นที่ต่าง ๆ เป็นระยะ ซึ่งได้รับการต้อนรับอย่างดียิ่งจากผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ แต่เนื่องจากในสถานการณ์ปัจจุบันยังคงมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 รวมถึงความไม่สะดวกในการเดินทาง และสถานศึกษา ตลอดจนหน่วยงานต่าง ๆ ก็มีภาระงานมากอยู่แล้ว ดิฉันจึงเห็นควรให้แนวปฏิบัติในการตรวจเยี่ยมนี้ เป็นการลดภาระสถานศึกษาและหน่วยงาน จึงขอให้ส่วนราชการที่จะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม ได้ดำเนินการตามแนวปฏิบัติในการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานของผู้บริหารระดับสูงอย่างเคร่งครัด” รมว.ศธ. กล่าว

‘คุรุสภา’ชู 4 นโยบายบริหารงานปี 65 เน้นพัฒนาคน –ทำงานออนไลน์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/601803

'คุรุสภา'ชู 4 นโยบายบริหารงานปี 65 เน้นพัฒนาคน –ทำงานออนไลน์

‘คุรุสภา’ชู 4 นโยบายบริหารงานปี 65 เน้นพัฒนาคน –ทำงานออนไลน์

วันจันทร์ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2564, 15.16 น.

“คุรุสภา” เร่งผลัก 4นโยบายการบริหารงาน ปีงบฯ 65 เน้นพัฒนาคน ภายใต้สถานการณ์โควิด-19 ทำงานออนไลน์ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการปฏิบัติงานเป็นหลัก เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2564 ดร.ดิศกุล เกษมสวัสดิ์ เลขาธิการคุรุสภา เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้เรายังพบปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ทำให้เราต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเป็น New Normal หรือต้องทำให้เป็น Now Normal ให้ได้ ดังนั้นทางสำนักงานเลขาธิการคุรุสภามีแนวนโยบายการบริหารงานของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ที่ยังคงเน้นนโยบายสำคัญการดำเนินงาน 4 นโยบายคือ นโยบายที่ 1 เรื่องเกี่ยวกับการพัฒนาบุคลากรของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาให้พร้อมกับการดําเนินงานภายใต้สถานการณ์    โควิด-19 และรองรับสภาวะวิกฤติฉุกเฉินอื่น ๆ ในอนาคต โดยทำงานภายใต้นโยบาย ‘คุรุสภา ONE’ หรือ One Network for Everyone      ที่บุคลากรของคุรุสภาสามารถทำงานได้ทุกที่ ทุกเวลา อย่างที่ผ่านมาคุรุสภาได้ปรับลดเวลาและวันทำงานของเจ้าหน้าที่ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค มอบหมายให้บุคลากรในสังกัดปฏิบัติงาน ณ ที่พักอาศัยตามความเหมาะสมหรือ Work From Home ซึ่งผลการทำงานถือว่าดี

ดร.ดิศกุล  กล่าวต่อว่า ส่วนการทำงานต่อไปจะยังคงเป็นการทำงานออนไลน์ร่วมกันผ่านระบบ KSP e-Service และระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการ (MIS) ที่จะทำให้การทำงานทั้งในส่วนกลางและภูมิภาคเป็นหนึ่งเดียวกัน ด้วยระบบเครือข่ายอินทราเน็ตของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา (VPN) พร้อมทั้งสนับสนุนให้พนักงานเจ้าหน้าที่เข้าถึงทรัพยากรที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติงานมากขึ้น ด้วยการส่งเสริมให้ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ของ   คุรุสภาในการปฏิบัติงานทุกชนิด  อีกทั้งจะลดการประชุม onsite มุ่งเน้นการประชุม online มากขึ้น เนื่องจากสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาจะทำงานในรูปของคณะทำงาน ซึ่งมีจำนวนมาก ถ้าประชุม online ก็จะทำให้สะดวก รวดเร็ว รวมทั้งเป็นการปรับตัวแบบองค์กรสมัยใหม่ และขณะนี้สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาได้เตรียมความพร้อมห้องประชุมต่าง ๆ ไว้เรียบร้อยแล้ว สามารถประชุม online ได้ตลอดเวลา

ดร.ดิศกุล  กล่าวต่อไปว่า  ส่วนนโยบายที่ 2 เรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพระบบ IoT (Internet of Things) ของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา มุ่งเน้นการบริหารและการบริการผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล  โดยจะจัดหาครุภัณฑ์ เพื่อรองรับการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ด้านความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ ตามมาตรฐานวิชาชีพครูผ่านระบบออนไลน์ (Online) การประชุมทางไกล การรักษาความปลอดภัย และการให้บริการด้วยระบบดิจิทัล การจัดทำระเบียบปฏิบัติและคู่มือการบริหารและการดําเนินงานนอกที่ตั้งผ่านระบบดิจิทัลของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ตลอดจนการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์สำหรับยุคใหม่ เน้น Content online แบบมีปฏิสัมพันธ์ และจัดทำหลักสูตร Training Course ในรูปแบบ Digital และพัฒนา Content online รวมทั้งคู่มือปฏิบัติงานอิเล็กทรอนิกส์เพื่อพัฒนาบุคลากรของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา  ส่วนนโยบายที่ 3 เรื่องการสร้างความร่วมมือระดับองค์กรและบุคคล เพื่อการใช้และสนับสนุนทรัพยากรร่วมกัน  อย่างขณะนี้สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา เร่งจัดทำแพลตฟอร์ม ระบบบริหารจัดการองค์ความรู้ เพื่อพัฒนาความลุ่มลึกทางวิชาชีพของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ตั้งเป้าหมายครู บุคลากรทางการศึกษาใช้พัฒนาตนเอง และต่อยอดได้ คาดว่าเร็ว ๆ นี้ ทุกคนสามารถเข้ามาค้นหาความรู้ได้  อีกทั้งจะสร้างเครือข่ายการสืบสวนและสอบสวนด้านจรรยาบรรณวิชาชีพ แสวงหาพันธมิตรความร่วมมือด้านการพัฒนาวิชาชีพ การบูรณาการความร่วมมือด้านการยกย่องเชิดชูเกียรติกับหน่วยงานต้นสังกัด แลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อการพัฒนาองค์กรกับหน่วยงานตามพระราชบัญญัติเฉพาะ และสร้างความร่วมมือด้านการพัฒนาบุคลากรกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน

“และนโยบายที่ 4 เรื่องการเร่งดำเนินการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาการประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ที่สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาจะต้องกำหนดหลักเกณฑ์การออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพที่ระบุถึงความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาเอกและระดับคุณภาพ ตามมาตรฐานวิชาชีพรายบุคคลโดยการเพิ่มกิจกรรม  การปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ.สภาครูฯ และกฎหมายลำดับรองการพัฒนารูปแบบการพิจารณาคดีทางจรรยาบรรณวิชาชีพให้สะดวกรวดเร็วทันต่อเหตุการณ์ การปรับปรุงระเบียบปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับให้บริการผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาให้เกิดความสะดวก รวดเร็วและเร่งรัดการพิจารณาคดีทางจรรยาบรรณวิชาชีพที่อยู่ระหว่างดำเนินการให้เร็วขึ้น  อย่างไรก็ตามการทำงานจะมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาช่วยในการปฏิบัติงานเป็นหลัก เพื่อเพิ่มประประสิทธิภาพ และอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศ  เชื่อว่าแม้โควิดจะยังไม่หายไปเราก็สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่และดีด้วย “ ดร.ดิศกุล  กล่าว.-001

‘ทมยันตี’คุณหญิงวิมล เจียมเจริญ นักเขียนชื่อดังเสียชีวิตในวัย 85 ปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/601765

'ทมยันตี'คุณหญิงวิมล เจียมเจริญ  นักเขียนชื่อดังเสียชีวิตในวัย 85 ปี

‘ทมยันตี’คุณหญิงวิมล เจียมเจริญ นักเขียนชื่อดังเสียชีวิตในวัย 85 ปี

วันจันทร์ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2564, 14.07 น.

วันที่ 13 กันยายน 2564 นายชาย นครชัย อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) เปิดเผยว่า คุณหญิงวิมล ศิริไพบูลย์ นามปากกา “ทมยันตี” ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ พุทธศักราช 2555 ได้ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2564 เวลาประมาณ 10.00 น. ถึงแก่กรรมในท่านั่งสมาธิ ณ ล้านนาเทวาลัย ตำบลท่าวังตาล อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ สิริรวมอายุ 85 ปี ในส่วนกำหนดการบำเพ็ญกุศลศพ การสวดพระอภิธรรมศพ อยู่ระหว่างทายาทกำหนดวัน เวลา สถานที่จัดงานในกรุงเทพมหานคร และทางกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) จะดำเนินการขอพระราชทานเพลิงศพ (รายละเอียดจะแจ้งให้ทราบต่อไป)

อธิบดีสวธ.เปิดเผยอีกว่า นอกจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) ในฐานะหน่วยงานที่ดำเนินการยกย่องเชิดชูเกียรติศิลปินแห่งชาติ เผยแพร่และถ่ายทอดผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณชน แล้ว ในยามที่ศิลปินฯ เสียชีวิต ยังให้การช่วยเหลือด้านต่าง ๆ ด้วยการมอบเงินช่วยเหลือเมื่อเสียชีวิตเพื่อร่วมการบำเพ็ญกุศลศพ จำนวน 20,000 บาท และเงินช่วยเหลือค่าจัดทำหนังสือเพื่อเผยแพร่ผลงานเมื่อเสียชีวิตเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 1500,000 บาท และขอพระราชทานเพลิงศพให้ ตามระเบียบสวัสดิการของศิลปินแห่งชาติ

คุณหญิงวิมล ศิริไพบูลย์ หรือ “ทมยันตี” ได้สร้างสรรค์ผลงานซึ่งไม่ได้เป็นที่รู้จักกันเฉพาะในหมู่นักอ่านคนไทยเท่านั้น มีนวนิยายหลายเรื่องได้รับการแปลเป็นภาษาต่างประเทศ เช่น คู่กรรม แปลเป็นภาษาญี่ปุ่น พิศวาส แปลเป็นภาษาอังกฤษ และบทประพันธ์จำนวนมากถูกนำไปสร้างเป็นละครโทรทัศน์ ละครเวที และภาพยนตร์ นวนิยายของทมยันตีมีพลังทางวรรณศิลป์อย่างสูง สามารถโน้มน้าว อารมณ์ผู้อ่านให้เพลิดเพลินไปกับเนื้อเรื่องตัวละครมีชีวิตชีวา ปลูกฝังความคิดเรื่องความกตัญญู ความเคารพกฎระเบียบ ความเสียสละ ความรักชาติรักแผ่นดิน ความยึดมั่นในความดี ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ การมุ่งสร้างบุญละบาป ความเป็นผู้หญิงที่แกร่ง อดทน ความเชื่อและเคารพตนเองฯลฯ ความคิดเหล่านี้ประสานอยู่ในเรื่องราวที่สร้างสรรค์ด้วยภาษาที่กินใจและรสวรรณศิลป์ที่ตรึงอารมณ์อย่างหาใครเปรียบได้ยาก นวนิยายของทมยันตี จึงไม่เพียงให้ความบันเทิงใจแต่กระตุ้นสำนึกและจิตวิญญาณด้วย ท่านจึงได้รับการประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ พุทธศักราช 2555

-007