กบข.ประกาศผล 6 ธุรกิจที่สมาชิกชื่นชอบ ‘ซีเอ็ด’คว้ายอดนิยมด้านธุรกิจร้านหนังสือ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/541700

กบข.ประกาศผล 6 ธุรกิจที่สมาชิกชื่นชอบ  ‘ซีเอ็ด’คว้ายอดนิยมด้านธุรกิจร้านหนังสือ

กบข.ประกาศผล 6 ธุรกิจที่สมาชิกชื่นชอบ ‘ซีเอ็ด’คว้ายอดนิยมด้านธุรกิจร้านหนังสือ

วันอังคาร ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ร่วมกับ นิตยสารแบรนด์เอจ ได้ทำผลสำรวจความพึงพอใจต่อสินค้าและบริการสมาชิกที่ชื่นชอบ พร้อมขยายผลโครงการต่อยอดพัฒนาสิทธิพิเศษสวัสดิการเพื่อให้สมาชิกได้รับสิทธิประโยชน์มากยิ่งขึ้น จากการสำรวจความคิดเห็นจากสมาชิกจำนวน 7,530 คน ครอบคลุมสวัสดิการ 6 หมวดยอดนิยม ได้แก่ สินเชื่อบุคคล, สินเชื่อรถยนต์, ประกันชีวิต, ประกันภัย, บริการเครือข่ายโทรศัพท์ และร้านหนังสือ ซึ่งจากสำรวจในหมวดร้านหนังสือ ซีเอ็ด คือร้านหนังสือที่ได้ร้บรางวัลแบรนด์ที่น่าเชื่อถือที่สุดจากโครงการ GPF Most Admired Brands ปี 2563 ทั้งนี้จากผลการสำรวจพบว่า 5 ปัจจัยสำคัญที่ทำให้สมาชิกตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการที่ กบข.นำมาจัดสิทธิพิเศษให้ ได้แก่ 1.การโปรโมทสิทธิพิเศษผ่าน My GPF Application 2.แบรนด์มีนวัตกรรมหรือสินค้าใหม่อยู่เสมอ 3.สมาชิกรู้สึกว่าแบรนด์นั้นเหมาะสมกับตัวเอง 4.แบรนด์ให้ราคาถูกและส่วนลดพิเศษ 5.แบรนด์มีการจัดกิจกรรมเพื่อช่วยเหลือสังคมอยู่เสมอ โดยซีเอ็ดยังพัฒนาสินค้า บริการ สิทธิพิเศษต่างๆ ให้ตรงความต้องการของสมาชิกนักอ่าน และยังคงยึดมั่นถึงความรับผิดชอบต่อสังคม พร้อมส่งเสริมสังคมรักการอ่าน สร้างแรงบันดาลใจให้กับเพื่อนนักอ่านทุกท่านตามสโลแกนของซีเอ็ดที่ว่า “แรงบันดาลใจเริ่มต้นที่นี่”

ปลุกพลังสตรี! สร้างมูลค่าเพิ่มกองทุนพัฒนาบทบาทสตรียกระดับความเข้มแข็ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/541524

ปลุกพลังสตรี! สร้างมูลค่าเพิ่มกองทุนพัฒนาบทบาทสตรียกระดับความเข้มแข็ง

ปลุกพลังสตรี! สร้างมูลค่าเพิ่มกองทุนพัฒนาบทบาทสตรียกระดับความเข้มแข็ง

วันอาทิตย์ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 16.20 น.

ประธานสภาสตรีแห่งชาติฯ ปลุกพลังสตรี สร้างมูลค่าเพิ่มกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีให้เข้มแข็ง ยกระดับบริหารจัดการหนี้ ตามแนวทาง “Change for good” สร้างความสุข สร้างรายได้สู่ชุมชน อย่างยั่งยืน

ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์และประธานชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน บรรยายพิเศษหัวข้อ “การสร้างมูลค่าเพิ่มกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีและการบริหารจัดการหนี้” ในโครงการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี สร้างพลัง สร้างความสุข สร้างรายได้สู่ชุมชน โดยมีนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นางทรงลักษณ์ วรภัย ผู้ตรวจราชการกรม ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี พร้อมด้วย ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัด หัวหน้าคณะทำงานขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ระดับจังหวัด/ตำบล/เทศบาล และสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจาก ภาคกลาง และภาคใต้ จำนวน 1,000 คน โดยโครงการในครั้งนี้เป็น รุ่นที่ 2 ดำเนินการระหว่างวันที่ 22-26 ธันวาคม 2563 ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ กล่าวว่า “นับเป็นมิ่งมงคลยิ่งของสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และกรมการพัฒนาชุมชน ในโอกาสเฝ้าฯ รับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินในการพระราชทานปริญญาบัตร แก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ ประจำปีการศึกษา 2559-2560  โดยกำหนดการเริ่มจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระหว่างวันที่ 15-20 ตุลาคม 2563 ณ หอประชุมมหาวชิราลงกรณ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร เขตภาคเหนือ ระหว่างวันที่ 8-11 ธันวาคม 2563 ณ หอประชุมทีปังกรรัศมีโชติ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ศูนย์แม่ริม และเขตภาคใต้ ระหว่างวันที่ 15-17 ธันวาคม 2563 ณ หอประชุมมหาวชิราลงกรณ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ด้วยพระเมตตาของทั้งสองพระองค์ที่ทรงปรารถนาให้พสกนิกรชาวไทยที่ใช้ภูมิปัญญารวมกลุ่มกันผลิตผลิตภัณฑ์ต่างๆ โดยเฉพาะผ้าไทยได้มีช่องทางการตลาด จึงได้มีพระบรมราชานุญาตให้เปิดพื้นที่ ให้พี่น้อง OTOP ทุกจังหวัดในภาคพื้นที่ ที่เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยราชภัฏที่มีพิธีพระราชทานปริญญาบัตร พระองค์เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมเยียนประชาชนที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ และทอดพระเนตรบูธผลิตภัณฑ์ OTOP โครงการจัดแสดงและจำหน่ายภูมิปัญญา OTOP เชิงบูรณาการ “สืบสาน รักษา และต่อยอด” ภาคเหนือ และทรงร่วมกิจกรรมสาธิตของกลุ่มอาชีพ เป็นประจำทุกวัน ทุกคนต่างชื่นชมในพระจริยวัตรที่งดงามและพระเมตตาของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงเป็นแบบอย่างในการฉลองพระองค์ด้วยผ้าไทย ทรงลงพระนามาภิไธย ทรงลงอักษรชื่อร้าน ตลอดจนทรงร่วมในกิจกรรมการสาธิตอย่างไม่ถือพระองค์ ยังความรู้สึกภาคภูมิใจ ปลาบปลื้ม และซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ มาสู่ผู้ประกอบการทุกคนที่ได้รับโอกาสอันดีนี้ สร้างรายได้เป็นมูลค่ากว่าล้านบาท

มิ่งมงคลยิ่งใหญ่อีกประการหนึ่งนั้น คือ พระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่จะรักษาและสานต่อพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการอนุรักษ์และพัฒนาผ้าไทยให้คงอยู่คู่แผ่นดินไทยตลอดการประกอบพระราชกรณียกิจกว่า 60 ปี ผ้าไทยจึงสามารถสร้างอาชีพ สร้างรายได้ สร้างคุณภาพชีวิตที่มั่นคง ซึ่งโดยส่วนใหญ่เป็นพี่น้องสตรีมาจนถึงปัจจุบัน เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ทรงมีโอกาสเสด็จฯไปทรงเยี่ยมชมผ้าไทย และงานหัตถกรรมพื้นบ้านตามภูมิภาคต่างๆ ทอดพระเนตรผลงานที่ถ่ายทอดมาแต่บรรพบุรุษ 3 ภูมิภาค นำมาสู่นิทรรศการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” คือ ความสุขที่ได้เลือกใช้ศิลปหัตถกรรมไทยเพื่อให้รายได้กลับเข้าสู่ชุมชน เป็นวงจรเศรษฐกิจเชิงมหภาค โดยนิทรรศการจัดแสดงผลงานการรังสรรค์ผ้าไทยที่ทรงมีพระวินิจฉัย ในการออกแบบสี ลวดลาย และการตัดเย็บบนผ้าย้อมครามลวดลายพระราชทาน และเสื้อผ้าที่ทรงร่วมกับดีไซน์เนอร์ชั้นนำของประเทศไทย ทั้งหมด 18 ชุด จึงขอเชิญชวนทุกท่านชื่นชมในพระอัจฉริยภาพของพระองค์ ซึ่งจัดแสดงในงาน OTOP City 2020 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี และทรงพระราชทานของขวัญปีใหม่แก่วงการผ้าไทยและพี่น้องชาวไทย คือ ลายมัดหมี่พระราชทาน ชื่อลาย “ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” ที่ทุกลวดลายเปี่ยมไปด้วยความหมาย อาทิ ลาย S หมายถึง Sirivannavari ลาย S จำนวน 10 แถว หมายถึง พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่10 ลายเชิงผ้ารูปหัวใจ หมายถึง ความรักของพระองค์ที่มีต่อประชาชนชาวไทยทุกคน Eternity Love โดยเป็นผลงานจากพระราชวินิจฉัยเมื่อครั้งเสด็จฯ ไปยังกลุ่มทอผ้าครามบ้านดอนกอย อำเภอพรรณนานิคม จังหวัดสกลนคร ทรงร่วมทอด้าย ปั่นด้าย ย้อมคราม ทอผ้ากับประชาชนอย่างใกล้ชิด และทรงออกแบบโดยไม่ละอัตลักษณ์ประจำถิ่นเดิม เพื่อเป็นการจุดประกายความคิดในการพัฒนาลวดลายผลิตภัณฑ์ผ้าไทยให้ร่วมสมัย สามารถก้าวสู่ระดับสากลเพื่อวิถีชุมชนที่ยั่งยืน     

ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ กล่าวต่อไปว่า เรื่องน่ายินดีประการต่อมา คือ ผลงานความสำเร็จชิ้นโบว์แดง ที่สภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ ได้สนองงานสืบสานพระราชปณิธาน ดำเนินโครงการ “สืบสาน อนุรักษ์ศิลป์ ผ้าถิ่นไทย ดำรงไว้ในแผ่นดิน” ซึ่งได้จับมือกับกรมการพัฒนาชุมชน ลงนาม MOU ร่วมกับ 76 จังหวัดและกรุงเทพฯ ในการสวมใส่ผ้าไทย และผลักดันรณรงค์การสวมใส่ผ้าไทย จนเป็นมติคณะรัฐนมตรี เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2563 เห็นชอบการส่งเสริมและสนับสนุนให้คนไทยใช้และสวมใส่ผ้าไทยอย่างน้อยสัปดาห์ละสองวัน ทั้งนี้จึงเป็นการสร้างคุณค่าผ้าไทย กระตุ้นให้เกิดการใส่การใช้ผ้าไทย ผ้าไทยที่ต้องการมากขึ้น จากความสำเร็จนี้สภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ และกรมการพัฒนาชุมชน จะร่วมการขับเคลื่อนรณรงค์เรื่องราวผ้าอัตลักษณ์ประจำถิ่นให้เกิดรูปธรรมในระยะต่อไป

ดร.วันดี ประธานสภาสตรีแห่งชาติฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ทุน” ในภาษาธุรกิจ คือ “เงินตั้งต้น” โดยวันนี้ในเรื่องของทุน ทุนที่ดี คือ การนำทุนไปประกอบกิจกรรมใดๆ จากความเชี่ยวชาญ ความรู้ที่มีไปต่อยอดประกอบอาชีพ แต่ขาดการเข้าถึงแหล่งเงินทุน กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี จึงเปรียบเสมือนแสงสว่าง ความหวังให้กับพี่น้องสตรีที่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุน ซึ่งกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี เป็นกองทุนที่เกิดขึ้นเพื่อให้สตรีเข้าถึงแหล่งทุนหรือเงินกู้ยืมดอกเบี้ยต่ำ ประกอบด้วยสมาชิกกลุ่มละ 3 คน ด้วยวงเงินสูงสุดโครงการละ 200,000 บาท ดอกเบี้ย 0.1% ต่อปีเท่านั้น นอกจากนี้โจทย์สำคัญในการบริหารจัดการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีอย่างไรให้มีความยั่งยืน สามารถช่วยเหลือลูกหลานต่อไปในอนาคต  โดยปัจจุบันพบว่า มีการกู้เงินจากกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีทั้งหมด 14,369,365,292.75 บาท ชำระคืน 9,849,695,838.30 บาท ซึ่งแบ่งกองทุนออกเป็น 2 ส่วน คือ กองทุนเดิมตั้งแต่ปี 2556-2559 มีหนี้เกินกำหนดชำระจากหนี้คงเหลือทั้งหมด 52.51 % และกองทุนใหม่ปี 2560 – 2563 มีหนี้เกินกำหนดชำระจากหนี้คงเหลือทั้งหมด 12.99% รวมทั้งหมด 29.29 %   (ข้อมูล ณ วันที่ 15 ธันวาคม 2563)

จากข้อมูลที่ปรากฎปัจจุบันในรายภาคพบว่า ภาคกลาง จังหวัดเพชบุรีและภาคใต้ จังหวัดตรัง มีการบริหารจัดการหนี้ได้เป็นอันดับ 1  ทำให้หนี้ลดลงได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อยอดให้กับพี่น้องสตรีสร้างงาน สร้างอาชีพต่อไป  โดยตัวแทนสตรี จังหวัดเพชรบุรี ของภาคกลางมีการบริหารจัดการหนี้ลดลง 4.61 % เนื่องจากเพชรบุรีมีหนี้ไม่มากนัก เป็นหนี้เก่าในระหว่างปี 2555-2556 ประมาณ 13% ในขณะที่ไม่มีหนี้ใหม่ และได้รับความกรุณาจากคณะทำงานจังหวัดได้ให้แนวทางการดำเนินงาน ได้แก่ พิจารณาอายุมีความเหมาะสมต่อการกู้หรือไม่ ตรวจสอบสถานะทางการเงินของผู้กู้ลักษณะของสถานที่ประกอบการมีลักษณะเป็นการเช่าหรือเป็นเจ้าของ โครงการมีความซ้ำซ้อนกับกองทุนอื่นๆ มีความเป็นไปได้หรือไม่ โดยต้องมีการวางแผนงานงบประมาณที่ชัดเจน ในความดูแลของเครือข่ายส่วนราชการต่างๆ และสร้างความช่วยเหลืออย่างครบวงจร ในส่วนของจังหวัดตรัง มีการบริหารจัดการหนี้ลดลงได้เป็นอันดับ 1 ของภาคใต้ 7.39 % โดยอาศัยการบริหารงานด้วยการวางแผนร่วมกันระหว่างพัฒนาการจังหวัดและคณะทำงานขับเคลื่อนสตรีในทุกระดับ ต่อการบริหารจัดการกลุ่มหนี้เสีย โดยการเข้าไปสอบถามปัญหาที่เกิดขึ้นสืบเนื่องจากอะไร แล้วจึงนำปัญหาเหล่านั้นมาพูดคุย วางแผน ร่วมกันเพื่อเร่งติดตาม และประสานความร่วมมือทุกภาคส่วน

ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ กล่าวทิ้งท้ายว่า เรื่องที่สำคัญที่สุดต่อการบริหารจัดการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีได้อย่างยั่งยืน พวกเราต้องรวมพลัง จับมือกัน สร้างเครือข่ายในแต่ละจังหวัด เพิ่มพูนความรู้ พัฒนาศักยภาพกลไกการขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีและเครือข่ายกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ในการสร้างพลังสตรีสู่การพัฒนาชุมชน เพื่อนำความรู้ไปช่วยในการสร้างจุดแข็ง เสริมจุดอ่อนในการบริหารจัดการหนี้กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีในแต่ละจังหวัดให้มีประสิทธิภาพเกิดความยั่งยืน และร่วมกันให้คำมั่นต่อพี่น้องสตรีในการติดตามการบริหารจัดการหนี้ค้างชำระสู่เป้าหมายร้อยละ 10 เพื่อยกระดับการบริหารจัดการหนี้ ตามแนวทาง “Change for good”  ต่อไป

พช.เชิดชูเกียรตินักออกแบบรุ่นใหม่ จุดประกายผ้าไทยสู่สากล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/541415

พช.เชิดชูเกียรตินักออกแบบรุ่นใหม่ จุดประกายผ้าไทยสู่สากล

พช.เชิดชูเกียรตินักออกแบบรุ่นใหม่ จุดประกายผ้าไทยสู่สากล

วันเสาร์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 20.55 น.

26 ธ.ค.63 นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย (พช.) เป็นประธานในพิธีมอบโล่เชิดชูเกียรติผู้ชนะเลิศการประกวด CDD Young Designer Contest และกล่าวให้โอวาท แก่ผู้ชนะเลิศฯ จากทั้ง 75 จังหวัด โดยมีคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่กรมการพัฒนาชุมชน สื่อมวลชนและประชาชน ร่วมเป็นเกียรติในพิธีฯ ณ เวทีกลาง ชาเลนเจอร์ 2 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า ผมขอชื่นชมและขอบคุณ ผู้เข้าร่วมประกวด CDD Young Designer Contest ทุกคน จากทั้ง 75 จังหวัด ที่ได้ใช้ความรู้ความสามารถและประสบการณ์ มาสร้างสรรค์ ออกแบบผลงาน ซึ่งผลงานทั้งหลายเหล่านี้ ได้ออกสู่สายตาต่อสาธารณชน ในงานกาล่าไนท์ เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา และนำมาจัดแสดง ภายในงาน OTOP City 2020 ครั้งนี้ด้วยโดยรับเสียงตอบรับ ที่ชื่นชมในด้านการออกแบบ และความร่วมสมัยเป็นสากล ส่งเสริมผ้าไทยผสมผสานสู่แฟชั่นเครื่องแต่งกายที่สามารถสวมใส่ได้จริง  เช่น ผ้าชนเผ่า ผ้าทอ ผ้ามัดหมี่ ผ้าบาติก เป็นต้น ถือได้ว่าเป็นสืบสาน รักษา ต่อยอด จากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงชุบชีวิตผ้าไทยให้กลับมาเป็นที่นิยม และกรมการพัฒนาชุมชน ได้น้อมนำ พระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่พระราชทานแก่วงการผ้าไทย ว่า “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” คือความสุขที่ได้เลือกใช้ศิลปะ หัตถกรรมไทย เพื่อให้รายได้กลับสู่ชุมชน ส่งเสริม กระตุ้น ผ้าไทยให้เป็นที่นิยม สู่สากล สามารถใส่ได้ทุกเพศ ทุกวัย

การดำเนินงาน CDD Young Designer Contest ในวันนี้ถือเป็นวันที่เรา ร่วมยกย่อง ชื่นชม ผู้ชนะเลิศ ทั้ง 75 จังหวัด 75 ผลงาน เป็นการค้นพบเพรชเม็ดงามทั้ง 75 เม็ด ซึ่งเป็นผลงานที่ดี  แสดงถึงพลังของคนรุ่นใหม่ ในการต่อยอดอัตลักษณ์ผ้าไทย ต่อยอดในที่นี้ ก็คือ สร้างสรรค์ผ้าไทย ให้ร่วมสมัย ตามคอนเซ็ปต์ “ผ้าไทย ใส่ได้ทุกวัน ไม่มีเบื่อ EVERYDAY EVERYWEAR” อันจะส่งผลให้ผู้ผลิตผู้ประกอบการผ้าไทยในระดับชุมชน มีอนาคตที่สดใส เนื่องด้วย ผ้าไทย ได้รับการพัฒนา ต่อยอด ส่งเสริมและสวมใส่ผ้าไทยให้เป็นที่รู้จักทั้งในระดับประเทศและต่างประเทศ ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม เพียงอย่างเดียว แต่สามารถรังสรรค์เป็นเครื่องประดับ ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้อย่างมากมาย โดยใช้วัตถุดิบและภูมิปัญญาท้องถิ่นของตนเอง นำมาตัดเย็บเป็นเสื้อผ้าที่สวมใส่ได้จริง และคงความเป็นอัตลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่น ได้อย่างดีเยี่ยม  

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ  กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ชนะเลิศการประกวด ร่วมถึงผู้เข้าร่วมการประกวดทุกคน สามารถนำประสบการณ์ที่ได้ ไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต ช่วยจุดประกายและสร้างความภาคภูมิใจ นำไปสู่การเป็นผู้ประกอบการชุมชนในภายภาคหน้า และขอให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรม จงภาคภูมิใจว่า พวกท่านคือ ผู้ที่มีส่วนช่วยในการ สืบสาน รักษา และต่อยอด ผ้าไทย สร้างสรรค์ ออกแบบ และเพิ่มมูลค่า ให้กับผ้าไทยได้มีช่องทางการตลาดและเพิ่มรายได้ให้กับผู้ประกอบการ OTOP ผ้าไทย อันจะเป็นการช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง กรมพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย มุ่งดำเนินกิจกรรม CDD Young Designer Contest ในปีต่อไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มพูนทรัพยากรบุคคล เป็นนักออกแบบรุ่นใหม่ (Young Designer) สมดั่งพระปณิธาน ขของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในการพัฒนาผ้าไทย มรดกของความเป็นไทย ให้ร่วมสมัย สามารถยกระดับสู่สากล เพื่อสร้างวิถีชุมชนที่ยั่งยืน 

“การตลาดผ้าไทยต้องดีขึ้นแน่นอน มั่นใจว่าผ้าไทยที่ถูกตัดเย็บจากฝีมือคนรุ่นใหม่จะถูกใจคนรุ่นใหม่ด้วยกัน ผู้บริโภคชุดผ้าไทยจะเพิ่มขึ้น รายได้ก็จะมีการจายอย่างทั่วถึงทั้งร้านตัดเย็บ ผู้ทอ และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกกลุ่ม รวมทั้งมีนัยยะส่งผลโดยตรงกับการลดการสูญเสียเงินตราออกนอกประเทศจากการนำเข้าเสื้อผ้าจากต่างประเทศ โดยผู้บริโภคคนรุ่นใหม่กลับมานิยมผ้าไทยแทน มั่นใจว่าส่งผลดีโดยตรงต่อการเพิ่มพูนรายได้อย่างแน่นอน” อธิบดี พช. กล่าว

สตูลแตก! เจอผู้ติดโควิด 2 ราย! เป็นพนักงานสาวร้านสปา-หนุ่มขับรถส่งอาหารทะเล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/541414

สตูลแตก! เจอผู้ติดโควิด 2 ราย! เป็นพนักงานสาวร้านสปา-หนุ่มขับรถส่งอาหารทะเล

สตูลแตก! เจอผู้ติดโควิด 2 ราย! เป็นพนักงานสาวร้านสปา-หนุ่มขับรถส่งอาหารทะเล

วันเสาร์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 20.54 น.

วันที่ 26 ธันวาคม 2563 ที่ศูนย์บัญชาการป้องกันสถานการณ์โรคติดเชื้อโควิด สำนักสาธารณสุข จ.สตูล นายเอกรัฐ  หลีเส็น ผวจ.สตูล นายชาติชาย ไชยพิมล รอง ผวจ.สตูล นพ.สมบัติ ผดุงวิทย์วัฒนา นายแพทย์สาธารณสุขจ.สตูล ร่วมกันแถลงพบผู้ป่ายโควิด-19ในจ.สตูล  จากการเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงผู้ที่เดินทางกลับมาจากจ.สมุทรสาคร ตั้งแต่วันที่ 21 ธ.ค.ที่ผ่านมา รวม 54 ราย โดยส่งตรวจทางห้องฏิบัติการ 33 ราย 

ล่าสุดมีรายงานผู้ติดเชื้อแล้ว 2 ราย เชื่อมโยงตลาดมหาชัย จ.สมุทรสาคร รายแรกเป็นเพศหญิง อายุ 23 ปี พนักงานสปาในคลีนิกเสริมความงามในตลาดมหาชัย จ.สมุทรสาคร ภูมิลำเนา ต.ป่าแก่บ่อหิน อ.ทุ่งหว้า จ.สตูล เดินทางมาถึงจ.สตูลเมื่อวันที่ 23 ธ.ค.  

รายที่ 2 เป็นชาย อายุ 37 ปี อาชีพขับรถขนส่งอาหารทะเล ภูมิลำเนา ต.ขอนคลาน อ.ทุ่งหว้า จ.สตูล เดินทางกลับมาจ.สตูลเมื่อวันที่ 22 ธ.ค.  ขณะนี้ทั้ง 2 ราย กำลังรักษาตัวใน รพ.ทุ่งหว้า และอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างไกล้ชิด

ส่วนการสอบสวนโรคเบื้องต้นได้ดำเนินการค้นหาคัดกรองแยกสังเกตอาการและตรวจหาเชื้อจากกลุ่มเสี่ยงที่สัมผัสกับผู้ป่วยติดเชื้อทั้ง 2 ราย รวมทั้งหมด 69 ราย แบ่งเป็นผู้สัมผัสใกล้ชิด 42 ราย กลุ่มเสี่ยงต่ำ 27 ราย โดยขอให้ผู้สัมผัสใกล้ชิด 2 รายแยกกักตัวและสังเกตการณ์

กระบี่พบผู้ป่วย ‘โควิด’ เพิ่ม 2 ราย มีเด็กอายุ 4 ขวบติดด้วย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/541228

กระบี่พบผู้ป่วย'โควิด'เพิ่ม 2 ราย  มีเด็กอายุ 4 ขวบติดด้วย

กระบี่พบผู้ป่วย’โควิด’เพิ่ม 2 ราย มีเด็กอายุ 4 ขวบติดด้วย

วันศุกร์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 18.10 น.

กระบี่- ผู้ว่าราชการจังกวัดกระบี่  สั่งเลื่อนจัดงานปีใหม่และงานกาชาด  ที่จะมีขึ้นในวันที่ 29 .ค.นี้  หลังมีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด19 ระลอกใหม่ต่อเนื่อง  ล่าสุดมีผู้ติดเชื้อโควิค 19  รวม 6  ราย เพิ่มขึ้น 2 ราย  มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มบิ๊กไบค์ที่ไปร่วมงานที่เกาะลันตา 

วันที่ 25 ธันวาคม 2563 ที่ห้องประชุม ศาลากลางจังหวัดกระบี่ พ.ต.ท.ม.ล.กิติบดี  ประวิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานในการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเพื่อชี้แจงทำความเข้าใน  การประชาสัมพันธ์สถานการณ์ การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19  ระลอกใหม่ หลัง พบผู้ติดเชื้อต่อเนื่อง  ล่าสุดมีผู้ป่วยยืนยัน ติดเชื้อแล้ว 6 ราย  โดยมี นายสมชาย  หาญภักดีปฏิมา  รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ นายแพทย์สมบูรณ์ บุญกิตติชัยพันธ์ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกระบี่ (เลขา ศบค.กระบี่)  นายกสมาคมธุรกิจกรท่องเที่ยวจังหวัด และผู้เกี่ยวของร่วมให้ข้อมูล  

พ.ต.ท.ม.ล.กิติบดี ประวิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า ตามที่จังกวัดกระบี่ ได้กำหนดจัดงานปีใหม่และงานกาชาด จังหวัดกระบี่ ในระหว่างงวันที่ 29 ธันวาคม 2563  จนถึงวันที่ 7 มกราคม2564  บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดกระบี่นั้น จังหวัดกระบี่พิจารณาเห็นแล้วว่า สถานการณ์โควิด19 ในจังหวัดกระบี่ และจังหวัดอื่นๆ พบมีการติดเชื้อที่สัมพันธ์กับกาติดเชื้อ ที่จังหวัดสมุทรสาคร และยังเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดในวงกว้าง ดังนั้นจึงขอเลื่อน การจัดงานปีใหม่และงานกาชาด จังหวัดกระบี่ ประจำปี2564  ออกไปก่อน จนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดจะคลี่คลาย และเข้าสู่ภาวะปกติ

ขอความร่วมมือสื่อมวลชนในการ นำเสนอข่าวสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด19  ในจังหวัดกระบี่ ให้ตระหนักถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจโดยภาพของจังหวัดกระบี่ ด้วย  โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน  ซึ่งจังหวัดกระบี่ ขณะะนี้ยังเป็นพื้นที่สีเหลือง  ยังไม่ถึงขั้นวิกฤต  จังหวัดและหน่วยงานเกี่ยวข้องมีความพร้อมรับมือสถานการณ์ พร้อมสร้างความรับรู้เข้าใจในข้อมูลที่ถูกต้อง อย่าเชื่อข่าวลือ ช่วยกันทำความเข้าใจประชาชน   เพื่อไม่เกิดความตื่นตระหนก และร่วมมือในการปฏิบัติตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข

ด้านรองนายแพทย์สสจ.กระบี่   กล่าวถึง สถานการณ์การแพร่ระบาดของ เชื่อไวรัสโควิด19 ระลอกใหม่  ว่า ขณะนี้มีผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อแล้ว  6 ราย  นับตั้งแต่วันที่ 23 ธ.ค.ที่ผ่านมา   สำหรับผู้ป่วยยืนยัน โควิด-19 สะสมรายที่ 26-27 ของจังหวัดกระบี่ เพศหญิง อายุ 4 ปี และ เพศชาย อายุ 29 ปี ทั้ง 2 ราย สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยันรายที่ 23-24 ของจังหวัดกระบี่ ซึ่งเข้าร่วมงานบิ๊กไบค์ อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ โดยทีมสอบสวนโรคได้ค้นหาผู้สัมผัสใกล้ชิดในครอบครัว และนักเรียนที่ร่วมโรงเรียนทั้งหมด และเก็บตัวอย่างส่งตรวจหาเชื้อต่อไป  

ขอให้พี่น้องประชาชนรวมถึงผู้ที่กังวลว่าตัวเองอาจเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงกับผู้ป่วยยืนยัน ให้ปฏิบัติตัวในการป้องกันและควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด โดยการสวมหน้ากากอนามัยอย่างถูกวิธีตลอดเวลา หลีกเลี่ยงหรืองดการเข้าไปในที่ชุมชน และล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่ แอลกอฮอลล์ หรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรค หากจำเป็นต้องออกจากบ้าน ให้สแกนแอพพลิเคชันไทยชนะทุกครั้งที่ เข้า – ออก ร้านค้าหรือสถานประกอบการ หากพบว่ามีอาการไข้ ไอ มีน้ำมูก หอบเหนื่อย หรือสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยโควิด-19 ให้ไปตรวจ ณ โรงพยาบาลของรัฐใกล้บ้าน และติดตามข้อมูลข่าวสารจากทางการที่เชื่อถือได้ หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้ที่ สายด่วน 1422 

‘ในหลวง’ พระราชทานสิ่งของให้ทหารชายแดนไทย-เมียนมา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/541160

'ในหลวง'พระราชทานสิ่งของให้ทหารชายแดนไทย-เมียนมา

‘ในหลวง’พระราชทานสิ่งของให้ทหารชายแดนไทย-เมียนมา

วันศุกร์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 14.40 น.

25 ธันวาคม 2563 ที่ฐานปฏิบัติการดอยช้าง มูบ ฉก.ม.2 กองกำลังผาเมือง ชายแดนไทย-เมียนมา อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี เชิญสิ่งของพระราชทานเนื่องในโอกาสปีใหม่ 2564 มอบแก่เจ้าหน้าที่ที่ตามแนวชายแดน ทางด้าน จ.เชียงราย จำนวน 80 ชุด โดยมี นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการ จ.เชียงรายพล.ท.อภิเชษฐ์ ซื่อสัตย์ แม่ทัพภาคที่ 3 นายอำเภอแม่ฟ้าหลวง นายอำเภอแม่สาย นำเจ้าหน้าที่ทหารกองกำลังผาเมือง ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง(นรข.) เขตเชียงราย เข้ารับพระราชทาน

โดย พล.อ.ไพบูลย์ ได้อัญเชิญพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงอวยพรปีใหม่ให้กับกำลังพลว่า ขอให้กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ชายแดนมีร่างกาย จิตใจ ที่แข้งแข็ง มีจิตสำนึกในเรื่องที่ถูกต้องดีงามมีความมุ่งมั่นที่จะทำหน้าที่ปกป้องภัยคุกคามทุกอย่างให้กับบ้านเมืองและประเทศชาติ นอกจากนั้นยังทรงพระราชทานกำลังใจไปถึงครอบครัวของกำลังพลที่ต้องเสียสละไปปฏิบัติหน้าที่ราชการชายแดน ขอให้ครอบครัวของกำลังพลมีความสามัคคี ดูแลช่วยเหลือซึ่งกันและกันตลอดไป ซึ่งได้สร้างความปลาบปลื้มใจให้กับเจ้าหน้าที่ทุกหมู่เหล่าเป็นอย่างยิ่ง

ในปัจจุบันเจ้าหน้าที่ทหารกองกำลังผาเมืองได้รับมอบภารกิจให้เพิ่มความเข้มงวดและกำลังพลในการเฝ้าระวังการลักลอบเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะด้าน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ติดต่อกับ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ขณะที่หน่วยงานอื่นๆ กระจายกันดูแลพื้นที่ตลอดแนวชายแดนไทย-เมียนมา และไทย-สปป.ลาว รวมทั้งพื้นที่ชั้นในเข้ามาทำให้คนไทยที่คงค้างอยู่ในรัฐฉานได้ทะยอยกลับมาทางจุดผ่านแดนถาวร สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาข้ามลำน้ำสายแห่งที่ 2 อ.แม่สาย แล้วเข้ารับการตรวจหาการติดเชื้ออย่างต่อเนื่อง 

ล่าสุดใวันที่ 25 ธ.ค.2563 จะมีคนไทยเดินทางกลับมาจำนวน 13 คนโดยเป็นชาย 9 คน และหญิง 4 คนและยังไม่พบการติดเชื้อไวรัสโควด-19 ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อที่ผ่านเข้ามาตามช่องทางดังกล่าวเหลือที่นอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์เพียงจำนวน 9 คน รักษาหายแล้ว 64 คน.

กศน.ออกหนังสือด่วน! ให้บุคลากรปฏิบัติงานที่บ้าน หลังพบขรก.เสี่ยงติดโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/540969

กศน.ออกหนังสือด่วน! ให้บุคลากรปฏิบัติงานที่บ้าน หลังพบขรก.เสี่ยงติดโควิด

กศน.ออกหนังสือด่วน! ให้บุคลากรปฏิบัติงานที่บ้าน หลังพบขรก.เสี่ยงติดโควิด

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 16.13 น.

“เลขาธิการ กศน.”ออกหนังสือด่วน ให้บุคลากรปฏิบัติงานที่บ้าน หลังพบข้าราชการ กศน.เสี่ยงติดโควิด-19

เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2563 นายวรัท พฤกษาทวีกุล เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (เลขาธิการ กศน.) เปิดเผยว่า ตนได้ลงนามหนังสือด่วนที่สุด ถึงข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ในสำนักงาน กศน.ส่วนกลาง กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เรื่อง การปรับลดเวลาและวันทำงานของกลุ่ม ศูนย์ส่วนกลาง ด้วยสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโอควิด-19 จังหวัดสมุทรสาคร พบผู้ติดเชื้อจำนวนมากและเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อาจส่งผลกระทบไปยังพื้นที่จังหวัดใกล้เคียง และขณะนี้พบว่าบุคลากร กศน.หลายรายเป็นผู้ที่เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากเป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในการนี้ เพื่อเป็นการป้องกัน ควบคุมสถานการณ์ และจำกัดการแพร่ระบาดของโควิด-19 สำนักงาน กศน.ขอให้บุคลากรดำเนินการดังนี้

1. มอบหมายให้บุคลากรในสังกัดปฏิบัติงานที่บ้านตามความเหมาะสม ตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2563 ถึง วันที่ 4 มกราคม 2564 โดยส่งเสริมให้ใช้ระบบอินเทอร์เน็ต เช่น ประชุมทางไกล เป็นต้น รวมทั้งให้เปิดเครื่องมือสื่อสารเพื่อให้สามารถติดต่อได้ตลอดเวลา และในห้วงเวลาดังกล่าวในวันทำงานให้จัดบุคลากรหมุนเวียนมาปฏิบัติงาน ณ สถานที่ทำงานจำนวน 25% ของบุคลากรทั้งหมด

2.กำหนดวิธีการที่ชัดเจน และหมาะสมในการมอบหมายงานให้บุคลากรในสังกัดปฏิบัติงานที่บ้าน รวมถึงการรายงานผลที่ฏิบัติงานไปในช่วงที่ไม่ได้มาปฏิบัติงาน ณ สถานที่ทำงาน โดยคำนึงถึงเป้าหมายการดำเนินงานของงานที่ได้รับมอบหมายเป็นสำคัญ

3.กำหนดตารางการทำงานของบุคลากรในสังกัดหมุนเวียนมาปฏิบัติงานตามข้อ 1 โดยการกำหนดการปฏิบัติงานของบุคลากรแต่ระดับให้เป็นไปตามตารางการมอบหมายบุคลากรในสังกัดปฏิบัติงาน และให้รายงานตารางการปฏิบัติงานเพื่อทราบโดยผ่านกลุ่มเลขานุการกรม

เลขาธิการ กศน.กล่าวต่อว่า ตนได้รายงานเรื่องนี้ให้ นายสุภัทร จำปาทอง ปลัด ศธ.รับทราบโดยวาจาแล้ว ว่าขณะนี้มีบุคลากร กศน.จำนวน 1 ราย อยู่ระหว่างการรอผลตรวจหาเชื้อโควิด-19 ซึ่งปลัด ศธ.ได้เน้นย้ำให้ กศน.ปฏิบัติตามมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กำหนดอย่างเคร่งครัด และผมได้ให้ผู้ที่เสี่ยงติดโควิด-19 และผู้ใกล้ชิดปฏิบัติงานที่บ้าน เป็นเวลา 14 วัน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เลขาธิการ กศน.กล่าวว่าตนได้รับรายงานว่า ขณะนี้ผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ของข้าราชการรายดังกล่าวของ กศน.ได้ออกมาแล้ว พบว่าไม่ติดเชื้อโควิด-19 แต่ทาง กศน.จะดำเนินการตามมาตรการที่ สธ.กำหนดไว้อย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันเชื้อโควิด-19 ต่อไป

รมต.ประจำสำนักฯเชิญชวนปชช.สวดมนต์ข้ามปีที่บ้าน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/540942

รมต.ประจำสำนักฯเชิญชวนปชช.สวดมนต์ข้ามปีที่บ้าน

รมต.ประจำสำนักฯเชิญชวนปชช.สวดมนต์ข้ามปีที่บ้าน

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 15.24 น.

เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2563 นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ จ.สมุทรสาคร ส่งผลถึงการพบจำนวนผู้ติดเชื้อในจังหวัดใกล้เคียงอีกหลายราย ทางมหาเถรสมาคม (มส.) มีมติยกเลิกงานสวดมนต์ข้ามปี รวมถึงพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ซึ่งจัดขึ้นทุกวันเสาร์ ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยของประชาชน และงดการรวมกลุ่มคนจำนวนมาก ตามมาตรการควบคุมโรคของภาครัฐ

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ช่วงเทศกาลวันหยุดส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ขอให้ประชาชนใช้ช่วงเวลาดังกล่าวพักผ่อน อยู่กับครอบครัว สวดมนต์อยู่ที่บ้านเพื่อความเป็นศิริมงคลแก่ตัวเอง ครอบครับ และประเทศชาติ

ทั้งนี้ มหาเถรสมาคม โดยวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร ร่วมกับรัฐบาล โดยสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้จัดทำหนังสือสวดมนต์ข้ามปีในรูปแบบ E-Book สามารถดาวน์โหลดได้ทางลิงค์ https://anyflip.com/yrmbz/qzlr/ และสามารถร่วมสวดมนต์ข้ามปีไปพร้อมกันทั่วประเทศ โดยการถ่ายทอดสดจากวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย และช่อง 7 HD ตั้งแต่เวลา 23.10 – 00.05 น.หรือทางเฟซบุ๊คไลฟ์ “สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ”

‘ณัฏฐพล’ ชี้งานวันเด็ก ‘ศธ.’ ต้องเลื่อน เผยปิดโรงเรียนแล้ว 768 แห่ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/540912

'ณัฏฐพล'ชี้งานวันเด็ก'ศธ.'ต้องเลื่อน เผยปิดโรงเรียนแล้ว 768 แห่ง

‘ณัฏฐพล’ชี้งานวันเด็ก’ศธ.’ต้องเลื่อน เผยปิดโรงเรียนแล้ว 768 แห่ง

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 14.09 น.

“ณัฏฐพล”ชี้งานวันเด็ก”ศธ.”ต้องเลื่อน เช่นเดียวกับพื้นที่สาธารณะและเอกชน เพราะไม่สามารถระบุผู้มาร่วมงานได้ แต่เปิดโอกาสให้ชุมชนหรือโรงเรียนจัดได้เพราะรู้ตัวตน มั่นใจสถานการณ์ในสถานศึกษายังสามารถควบคุมพื้นที่ได้

เมื่อเวลา 12.20 น.วันที่ 24 ธันวาคม 2563 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการจัดงานวันเด็ก ว่า งานวันเด็กของกระทรวงศึกษาธิการต้องเลื่อนไปก่อน เพราะเป็นงานวันเด็กที่ไม่สามารถระบุได้ว่าคนร่วมงานมาจากที่ใด ส่วนงานกิจกรรมวันเด็กที่สามารถระบุคนเข้าร่วมได้สามารถจัดได้ตามปกติ เนื่องจากเป็นมาตราการของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) เช่น การจัดงานวันเด็กในสถานที่ชุมชนและพื้นที่ที่สามารถยืนยันได้ว่าเด็กและผู้ที่มาร่วมงานมาจากที่ใด แต่ถ้าเป็นพื้นที่สาธารณะที่ไม่สามารถระบุยืนยันตัวบุคคลได้ ก็จะเป็นเช่นเดียวกับกิจกรรมงานปีใหม่ โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยง

“หากจะมีการจัดงานวันเด็ก เฉพาะในบางพื้นที่ต้องเป็นไปตามมาตรการ ตามที่ ศบค.กำหนด ผู้ที่มาร่วมงานสามารถยืนยันตัวตนได้ ก็จัดได้ สำหรับโรงเรียนสามารถจัดกิจกรรมได้ เพราะสามารถที่จะยืนยันตัวตนเด็กและผู้ที่มาร่วมงาน ซึ่งขออนุญาตจากสำนักคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้อยู่แล้ว ในส่วนของภาคเอกชนที่จะเชิญชวนให้เด็กมาร่วมงานกิจกรรมวันเด็ก ยังทำไม่ได้” นายณัฏฐพล กล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การการแพร่ระบาดของเขื้อโควิด-19 ในสถานศึกษา นายณัฏฐพล กล่าวว่า สามารถควบคุมสถานการณ์ โดยเฉพาะข้อมูลที่ได้รับจากพื้นที่ ในพื้นที่เสี่ยงก็ได้มีการปิดโรงเรียน อย่างโรงเรียน ใน สพฐ.ปิดไปแล้ว 528 โรงเรียน อาชีวะ ปิดไป 20 วิทยาลัย ในภาคเอกชน มีการปิดไป 220 โรงเรียน ซึ่งก็เป็นไปตามสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่มากสุด ได้แก่ จ.สมุทรสาคร กระทรวงศึกษาควบคุมสถานการณ์ ตามที่ ศบค.เสนอ ไม่ได้ครอบคลุมทั้งจังหวัด เพราะเรามีข้อมูลและอัตราความเสี่ยงไว้อย่างชัดเจน

‘สพฐ.’ อัพเดตล่าสุด พิษโควิดลาม ‘โรงเรียน’ ปิดแล้ว 885 แห่ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/540871

‘สพฐ.’อัพเดตล่าสุด พิษโควิดลาม ‘โรงเรียน’ปิดแล้ว 885 แห่ง

‘สพฐ.’อัพเดตล่าสุด พิษโควิดลาม ‘โรงเรียน’ปิดแล้ว 885 แห่ง

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 11.43 น.

‘สพฐ.’อัพเดตล่าสุด พิษโควิดลาม ‘โรงเรียน’ปิดแล้ว 885 แห่ง

24 ธันวาคม 2563 เพจเฟซบุ๊ก ประชาสัมพันธ์ สพฐ. หรือสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สรุปรายงานสถานศึกษาที่ปิดการเรียนการสอน เนื่องจากสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ข้อมูล ณ วันที่ 24 ธันวาคม 2563 เวลา 09.00 น. ดังนี้

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) จำนวน 23 เขต รวม 651 โรงเรียน

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) จำนวน 9 เขต รวม 234 โรงเรียน

ทั้งนี้ รวม 18 จังหวัด 32 เขตพื้นที่การศึกษา 885 โรงเรียน

สรุปรายงานสถานศึกษาที่ปิดการเรียนการสอน เนื่องจากสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) *ข้อมูล ณ วันที่ 24…โพสต์โดย ประชาสัมพันธ์ สพฐ. เมื่อ วันพุธที่ 23 ธันวาคม 2020