‘อนุชา’ เผยยกเลิกงานสวดมนต์ข้ามปี รวมถึงพิธีเจริญพระพุทธมนต์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/540354

'อนุชา'เผยยกเลิกงานสวดมนต์ข้ามปี รวมถึงพิธีเจริญพระพุทธมนต์

‘อนุชา’เผยยกเลิกงานสวดมนต์ข้ามปี รวมถึงพิธีเจริญพระพุทธมนต์

วันอังคาร ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 12.33 น.

“อนุชา”เผยยกเลิกงานสวดมนต์ข้ามปี รวมถึงพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เพื่อความปลอดภัยของประชาชน และงดการรวมกลุ่มคนจำนวนมาก ตามมาตรการควบคุมโรคของภาครัฐ

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2563 นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ จ.สมุทรสาคร ส่งผลถึงการพบจำนวนผู้ติดเชื้อในจังหวัดใกล้เคียงอีกหลายราย ทางสำนักพระพุทธศาสนา ได้มีมติยกเลิกงานสวดมนต์ข้ามปี รวมถึงพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ซึ่งจัดขึ้นทุกวันเสาร์ ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยของประชาชน และงดการรวมกลุ่มคนจำนวนมาก ตามมาตรการควบคุมโรคของภาครัฐ

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ช่วงเทศกาลวันหยุดส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ขอให้ประชาชนใช้ช่วงเวลาดังกล่าวพักผ่อนอยู่กับครอบครัว สวดมนต์อยู่ที่บ้าน ทั้งนี้ รัฐบาลมีความห่วงใยประชาชน ขอให้ทุกคนปฎิบัติตามมาตรการควบคุมโรคของภาครัฐอย่างเคร่งครัด ใส่หน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือ ดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรง หลีกเลี่ยงการพบปะสังสรรค์ในสถานที่มีคนจำนวนมาก

KOSEN KMUTT ไม่ใช่เป็นการยกระบบ KOSEN ญี่ปุ่น เป็นรูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์การสร้างกำลังคนของประเทศ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/540149

KOSEN KMUTT ไม่ใช่เป็นการยกระบบ KOSEN ญี่ปุ่น  เป็นรูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์การสร้างกำลังคนของประเทศ

KOSEN KMUTT ไม่ใช่เป็นการยกระบบ KOSEN ญี่ปุ่น เป็นรูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์การสร้างกำลังคนของประเทศ

วันอังคาร ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

KOSEN KMUTT เป็นหลักสูตรการเรียนที่เน้นการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ สร้างสรรค์ และทักษะวิศวกรรมศาสตร์ ผ่านแนวคิด Story-based learning เรียนรู้
ในสถานที่จริง และโจทย์จริงโดยมีเป้าหมาย คือ การผลิตวิศวกรนักปฏิบัติ (Practical Engineer) สร้างสรรค์แนวคิดใหม่และลงมือผลิตนวัตกรรมได้จริง ซึ่งใความเหมาะสม สอดคล้องกันอย่างมาก ในประเทศที่กำลังต้องการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ อย่างเช่น ในเมืองไทยในพื้นที่เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi)

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) (KMUTT) ได้ร่วมกับสถาบัน KOSEN ประเทศญี่ปุ่นในการออกแบบการจัดการเรียนการสอนภายใต้บริบทของประเทศไทยโดย ดร.ก้องกาญจน์ วชิรพนังผู้อำนวยการสำนักงานห้องเรียนวิศว์-วิทย์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการKOSEN KMUTT กล่าวว่า“เราใช้เวลา 1 ปีในการหารือกับผู้เชี่ยวชาญของ KOSENประเทศญี่ปุ่น จึงมีความเห็นร่วมกันว่า อุตสาหกรรมไทยมีบริบทที่แตกต่างจากญี่ปุ่น เป้าหมายคือการร่วมมือกันสร้างการเรียนรู้ในรูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์การสร้างกำลังคนชองประเทศ เราเชิญทางญี่ปุ่นมาเยี่ยมชมการดำเนินงานด้านต่างๆ ทั้งการจัดการเรียนการสอน การวิจัย และการทำงานร่วมกับภาคอุตสาหกรรมที่ มจธ.หลายครั้ง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่า มจธ. มีองค์ความรู้ในการออกแบบการเรียนรู้ด้านวิศวกรรมศาสตร์ที่ดีมากแห่งหนึ่ง จึงเป็นจุดเริ่มต้นในการร่วมกันออกแบบ KOSEN ในบริบทไทย”

พร้อมย้ำเสียงหนักแน่นว่า KOSEN KMUTT จึงไม่ใช่เป็นการยกระบบ KOSEN ญี่ปุ่นมาสอนในไทย แต่เป็นการออกแบบหลักสูตรร่วมกัน โดย ตอบโจทย์กับสภาพการเรียนรู้ของเด็กไทย และเราจะได้กำลังคนที่เหมาะกับบริบทของอุตสาหกรรมในอนาคตของไทย

การจัดการเรียนการสอนของ KOSEN KMUTT นั้น ส่งเสริมและเน้นการพัฒนาสมรรถนะด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และนวัตกรรม ตั้งแต่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ต่อเนื่องถึงระดับชั้นปีที่ 2 ของมหาวิทยาลัย รวมระยะเวลาหลักสูตร 5 ปี โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาวิศวกรนักปฏิบัติที่มีคุณลักษณะของความเป็น นวัตกรที่มีความคิดสร้างสรรค์และลงมือปฏิบัติ/สร้างนวัตกรรมได้

KOSEN KMUTT เปิดรับสมัครนักเรียนรุ่นแรกหลักสูตร Automation Engineering จำนวน 1 ห้อง โดยเริ่มปีการศึกษาแรกเมื่อเดือนมิถุนายน2563 ที่ผ่านมา มีนักเรียน 20 คนและปีที่ 2 ปีการศึกษา 2564ซึ่งอยู่ระหว่างการคัดเลือก โดยจะเปิดรับสมัครนักเรียนเพิ่มเป็น 2 ห้อง ห้องละ 26 คน สำหรับกระบวนการคัดเลือกนักเรียนที่สนใจเข้ามาเรียน KOSENKMUTT จะรับสมัครนักเรียนที่จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยผ่านกระบวนการสอบคัดเลือกสองรอบรอบแรกจะเป็นข้อสอบที่วัดทักษะพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี การคำนวณ และรอบที่สองจะเป็นข้อสอบของ KOSEN KMUTT ซึ่งจะเป็นการค้นหานักเรียนที่ชอบและมีทักษะการสร้างสิ่งประดิษฐ์ และชอบลงมือปฏิบัติจริง

นักเรียนที่ผ่านการคัดเลือกเข้าเรียนในโครงการ KOSEN KMUTT จะได้รับทุนเรียนฟรีตลอดการศึกษาตั้งแต่ปีแรกถึงปีที่ 5 และโอกาสในการเข้าทำงานร่วมกับอุตสาหกรรมใหม่ในพื้นที่เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) อีกทั้งนักเรียน KOSEN KMUTT ทุกรุ่นจำนวน 20 เปอร์เซ็นต์ ของนักเรียนจะได้รับการคัดเลือกให้ไปเรียนปี 3-4-5 ที่ KOSEN ญี่ปุ่น โดยจะต้องผ่านการสอบของ KOSEN ญี่ปุ่นและผ่านระดับสมรรถนะภาษาญี่ปุ่น

สพฐ.วิถีใหม่ วิถีคุณภาพ ใช้นวัตกรรมสู่ความสำเร็จ ต่อยอดวิจัย และพัฒนาจัดการเรียนรู้ Active Learning #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/540147

สพฐ.วิถีใหม่ วิถีคุณภาพ ใช้นวัตกรรมสู่ความสำเร็จ ต่อยอดวิจัย และพัฒนาจัดการเรียนรู้ Active Learning

สพฐ.วิถีใหม่ วิถีคุณภาพ ใช้นวัตกรรมสู่ความสำเร็จ ต่อยอดวิจัย และพัฒนาจัดการเรียนรู้ Active Learning

วันอังคาร ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มอบนโยบายและให้แนวคิดในการพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ขับเคลื่อนงานใน
ปีงบประมาณ 2564 ว่า สพฐ. มุ่งเน้นต่อยอดวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ Active Learning ร่วมกับภาคีเครือข่ายที่สนับสนุน โดยให้ทุกโรงเรียนในสังกัด สพฐ. จำนวน 225 เขตพื้นที่การศึกษา สามารถวิเคราะห์และเลือกใช้นวัตกรรมได้ตามความต้องการและเหมาะสมกับบริบท พร้อมทั้งใช้นวัตกรรมในการขับเคลื่อนโดยใช้พื้นที่เป็นฐานเพื่อนำสู่การใช้ประโยชน์จริงในพื้นที่และสอดคล้องกับผู้เรียนที่มีความหลากหลายในทุกๆ มิติ โดยได้กำหนดแผนการดำเนินงานระยะแรกร่วมกับภาคีเครือข่ายซึ่งกิจกรรมสำคัญจะประกอบด้วย การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การถอดกระบวนการจัดการเรียนรู้ Active Learning ของภาคีเครือข่ายที่ประสบความสำเร็จ ในรูปแบบความร่วมมือรูปแบบการเรียนรู้ รูปแบบด้านเนื้อหา และบริบทที่หลากหลาย การสังเคราะห์ปัจจัยความสำเร็จในด้านการจัดการเรียนรู้ Active Learning ร่วมกับภาคีเครือข่าย รวมไปถึงการพัฒนาและออกแบบนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ ในรูปแบบหลากหลายและเป็นระบบ ด้วยฐานการวิจัยแบบมีส่วนร่วมให้สอดคล้องกับการนำไปใช้ตามบริบทพื้นที่ ตามแนวทางและจุดเน้น ของ ดร.อัมพร พินะสา เลขาธิการ กพฐ. คือ สพฐ.วิถีใหม่วิถีคุณภาพ โดยจะใช้พื้นที่เป็นฐานขับเคลื่อนคุณภาพ จะใช้นวัตกรรมขับเคลื่อนความสำเร็จ ซึ่งบูรณาการกระบวนการเรียนรู้ Active Learningในการเข้าร่วมพัฒนาศักยภาพผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง สพฐ.จะมุ่งเน้นการขับเคลื่อน 4 ด้าน คือ ด้านความปลอดภัย โอกาส คุณภาพและประสิทธิภาพ ซึ่งสอดรับกับนโยบายของสพฐ.

ศธ.ขยายผลเรื่องการบริหารจัดการน้ำสู่ชุมชน ยกระดับอาชีวศึกษาเกษตรกรรมและประมง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/540146

ศธ.ขยายผลเรื่องการบริหารจัดการน้ำสู่ชุมชน ยกระดับอาชีวศึกษาเกษตรกรรมและประมง

ศธ.ขยายผลเรื่องการบริหารจัดการน้ำสู่ชุมชน ยกระดับอาชีวศึกษาเกษตรกรรมและประมง

วันอังคาร ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มอบประธานยุทธศาสตร์ และโฆษกประจำตัว ในฐานะผู้ขับเคลื่อนหลัก “โครงการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชนฯ”ลงพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด ดูโมเดลบริหารจัดการน้ำโดยชุมชน พร้อมนำทีมแกนนำ “ชลกร” จาก5 พื้นที่จังหวัดใกล้เคียง อบรมเชิงปฏิบัติการเข้มข้นภายใต้โครงการ “ชลกรชุมชน” กำหนดเป้าหมายร่วมกัน พร้อมประกาศเจตนารมณ์ในการนำโครงการบริหารจัดการน้ำไปขยายผลในชุมชนของตนเอง โดยเตรียมลงพื้นที่จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ “โครงการชลกรชุมชน” ในระหว่างวันที่ 28-29 ธันวาคม 2563 ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด

สำหรับการเปิดอบรมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ ถือเป็นความสำเร็จอีกขั้น ในการถ่ายทอดหลักสูตรชลกรและมุ่งขยายผลเรื่องการบริหารจัดการน้ำสู่ชุมชน เร่งแก้ปัญหาภัยแล้ง แก้จนอย่างยั่งยืน โดยภายในงานดังกล่าวจะมีทั้งการพูดคุยในประเด็นปัญหาของการบริหารจัดการน้ำจากตัวแทนแกนนำชลกรชุมชนจากพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด, กาฬสินธุ์, บุรีรัมย์, ศรีสะเกษ และสุรินทร์ พร้อมด้วยการบรรยายเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับองค์ความรู้บริหารจัดการน้ำโดย ดร.ปริเวท วรรณโกวิท หัวหน้าศูนย์วิศวกรรมสารสนเทศภูมิศาสตร์และนวัตกรรม (KGEO)สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และลงพื้นที่ฝึกปฏิบัติการระบบจัดการน้ำ นอกจากนี้จะไปเยี่ยมชมหมู่บ้านเขียวขี้เหล็กไพวรรณ ซึ่งถือเป็นชุมชนต้นแบบที่นำโครงการบริหารจัดการน้ำไปขยายผลเพื่อยกระดับชีวิตของคนในชุมชน ซึ่งจะได้พูดคุยกับผู้นำชุมชน ถึงปัญหาและความท้าทายที่ต้องเผชิญ และรับฟังปัญหาของผู้นำชุมชนที่ร่วมชมงานและอยากนำไปขยายผล เพื่อกำหนดเป้าหมายร่วมกัน พร้อมประกาศเจตนารมณ์ในการนำโครงการบริหารจัดการน้ำไปขยายผลในชุมชนของตนเอง

ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช เชื่อว่าการจะพัฒนาประเทศ และการศึกษาจะก้าวไปข้างหน้าต้องอาศัยความร่วมมือจากคนทุกภาคส่วนดังนั้นการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชนให้มีประสิทธิภาพอย่างมั่นคงและยั่งยืน มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการดำเนินการที่จริงจังและต่อเนื่อง และด้วยยุทธศาสตร์ ภายใต้แนวทาง “ยั่งยืน” จะยกระดับวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี เพื่อสร้างผู้ประกอบการภาคการเกษตรให้สอดคล้องกับสังคมโลกในศตวรรษที่ 21 ด้วยการพัฒนาสถานศึกษาอาชีวศึกษาเกษตรกรรมและประมงให้เป็นแหล่งเรียนรู้และถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีนวัตกรรมการเกษตร (Digital Agri College) โดยนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาใช้ในกระบวนการการเรียนการสอน : STI (Science /Technology/Innovation) เพื่อยกระดับสถานศึกษาอาชีวศึกษาเกษตรกรรมและประมงเป็น DigitalAgri College

เผย 5 อาจารย์มหาวิทยาลัยของรัฐบาลดีเด่นแห่งชาติปี 2563 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – เผย 5อาจารย์มหาวิทยาลัยของรัฐบาลดีเด่นแห่งชาติปี2563 (naewna.com)

เผย 5อาจารย์มหาวิทยาลัยของรัฐบาลดีเด่นแห่งชาติปี2563

เผย 5อาจารย์มหาวิทยาลัยของรัฐบาลดีเด่นแห่งชาติปี2563

วันจันทร์ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 16.47 น.

เมื่อเช้าและบ่ายของวันศุกร์ที่ 18 ธันวาคม  2563  ที่ผ่านมาที่ห้องประชุมอีเธอร์นิตี้บอลรูม  โรงแรม  พูลแมน คิงเพาเวอร์  ถนนรางน้ำ  เขตราชเทวี   กทม. กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์   วิจัยและนวัตกรรม  ที่กำกับดูแลการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยในระดับอุดมศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศ   โดยไม่รวมมหาวิทยาลัยและสถาบันอุดมศึกษาของกระทรวงกลาโหมและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  ได้จัดประชุมทางวิชาการประจำปี2563 ของประธานสภามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทยของภาครัฐขึ้น  ซึ่งเป็นเฉพาะมหาวิทยาลัยในสังกัดและในกำกับของรัฐบาลทั่วประเทศไทยรวมจำนวน  134  สถาบันจาก 77 จังหวัดทั้งนี้จะไม่รวมสถาบันและมหาวิทยาลัยเอกชน มหาวิทยาลัยสงฆ์และโรงเรียนทหารตำรวจรวม 87 สถาบัน 

ปัจจุบันมีนายมนชาย  ภูวรกิจ  ทำหน้าที่ประธานสภาอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย(ปอมท.)  ที่ประชุมสภาฯในปีนี้ได้ประชุมคัดเลือกอาจารย์มหาวิทยาลัยของรัฐดังกล่าวให้เป็นอาจารย์ดีเด่นแห่งชาติประจำปี 2563 โดยมีระบบการคัดเลือกตามระเบียบกำหนดคุณสมบัติของ ปอมท. โดยการกำกับดูแลของกระทรวงการอุดมศึกษาฯ   ซึ่งผลการลงมติคัดเลือกของ ปอมท. เมื่อวันที่  26 กันยายน  2563  ที่ปอมท.และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือเป็นเจ้าภาพได้มีมติคัดเลือก 5  อาจารย์ให้เป็นอาจารย์ดีเด่นแห่งชาติประจำปี  2563  ดังนี้คือ

1.ศาสตราจารย์ ดร.อรรถกร  เก่งพล   สาขาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี  จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

2.ศาสตราจารย์(เชี่ยวชาญพิเศษ) ดร.นายแพทย์  นิพนธ์ ฉัตรทิพากร สาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

3.ศาสตราจารย์ ดร.กมลชนก  สุทธิวาทสาขาสังคมศาสตร์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

4.รองศาสตราจารย์สุรศักดิ์   กังขาว  สาขาศิลปกรรมศาสตร์ จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร 

5.รองศาสตราจารย์ดร.สุทธิศักดิ์  ศรลัมพ์  สาขารับใช้สังคมจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

โดยในการประชุมในช่วงเช้าของวันที่  18 ธันวาคม  2563   นั้น   ฯพณฯนายชวน   หลีกภัย  ประธานรัฐสภา  ประธานสภาผู้แทนราษฏรและประธานที่ปรึกษา  ปอมท. ได้มาเป็นประธานเปิดงานและประธานในพิธีมอบโล่รางวัลพระราชทานของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี 

ส่วนในช่วงบ่ายนั้น ปอมท.  ได้จัดให้มีการบรรยายพิเศษของศาสตราจารย์พิเศษ  ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาฯ  ในหัวข้อ เรื่อง  ทิศทางการพัฒนาอุดมศึกษาไทยในอนาคต  และการเสวนาทางวิชาการเรื่อง  การเสริมสร้างและพัฒนามาตรฐานวิชาการอุดมศึกษาไทยสู่สากล   โดย 3 คณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิได้แก่ศาสตราจารย์  รพีพรรณ  คำหอม คณบดีคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ศาสตราจารย์ ดร.ผดุงศักดิ์   รัตนเดโช  นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติและศาสตราจารย์  ดร.โสรัจจ์   หงศ์ลดารมภ์  ประธานคณะอนุกรรมการวิชาการ  สภาคณาจารย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและเสวนาวิชาการเรื่องเส้นทางสู่การเป็นอาจารย์ดีเด่นแห่งชาติ  โดยคณะวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากคณะอาจารย์ดีเด่นแห่งชาติปี 2563 ทั้ง 5  ท่าน  ซึ่งปรากฏว่าการบรรยายพิเศษและการเสวนาทางวิชาการทั้ง 3  หัวข้อนั้นได้ประสบความสำเร็จสมความมุ่งหมายของการจัดงานในครั้งนี้ทุกประการ

‘ศึกษานารี-สตรีวิทยา-ราชวินิตบางแก้ว’ ปิดโรงเรียน พร้อมเรียนออนไลน์-เลี่ยงเสี่ยงโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘ศึกษานารี-สตรีวิทยา-ราชวินิตบางแก้ว’ปิดโรงเรียน พร้อมเรียนออนไลน์-เลี่ยงเสี่ยงโควิด (naewna.com)

'ศึกษานารี-สตรีวิทยา-ราชวินิตบางแก้ว'ปิดโรงเรียน พร้อมเรียนออนไลน์-เลี่ยงเสี่ยงโควิด

‘ศึกษานารี-สตรีวิทยา-ราชวินิตบางแก้ว’ปิดโรงเรียน พร้อมเรียนออนไลน์-เลี่ยงเสี่ยงโควิด

วันจันทร์ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 16.14 น.

วันที่ 21 ธันวาคม 2563 สืบเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร กรุงเทพมหานครจึงได้เชิญคณะกรรมการป้องกันและควบคุมโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร ร่วมประชุมหารือด่วน เพื่อเตรียมมาตรการป้องกันและรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19

ล่าสุด  3 โรงเรียนอย่าง โรงเรียนศึกษานารี โรงเรียนสตรีวิทยา โรงเรียนวินิตบางแก้ว ได้ประกาศปิดโรงเรียน ดังนี้

สกสค.ฝัน 8 ปีองค์การค้าฯปลดหนี้หมด ตั้งเป้าพิมพ์ตำราส่งเรียนทันเปิดเทอม ปี64 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – สกสค.ฝัน 8 ปีองค์การค้าฯปลดหนี้หมด ตั้งเป้าพิมพ์ตำราส่งเรียนทันเปิดเทอม ปี64 (naewna.com)

สกสค.ฝัน 8 ปีองค์การค้าฯปลดหนี้หมด ตั้งเป้าพิมพ์ตำราส่งเรียนทันเปิดเทอม ปี64

สกสค.ฝัน 8 ปีองค์การค้าฯปลดหนี้หมด ตั้งเป้าพิมพ์ตำราส่งเรียนทันเปิดเทอม ปี64

วันจันทร์ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 14.22 น.

21 ธ.ค.63 นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการดูแลและติดตามการผลิตหนังสือเรียน ปีการศึกษา 2564 โดยมีนายธนพร สมศรี เลขาธิการ สกสค. นายอดุลย์ บุสสาผู้อำนวยการองค์การค้า ของ สกสค. และ ศ.ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ร่วมประชุมด้วย ว่า คณะกรรมการชุดนี้เป็นการทำงานร่วมกันของ องค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) และสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ซึ่งที่ประชุมได้สรุปผลการดำเนินการในปีที่ผ่านมา ว่ามีความสำเร็จ หรือมีปัญหาอุปสรรคอะไรบ้าง และจะปรับยุทธวิธีอย่างไร เพื่อให้การจัดพิมพ์หนังสือเรียนจัดส่งถึงนักเรียนและโรงเรียนทันก่อนเปิดภาคเรียน ตามเป้าหมาย 

ทั้งนี้ จากการหารือ พบว่า การดำเนินการที่ผ่านมาค่อนข้างมีประสิทธิภาพขึ้น สามารถจัดส่งหนังสือเรียนได้ทันตามกำหนด ยกเว้นบางโรงเรียน ที่จัดการเรียนการสอนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยเฉพาะในโรงเรียนขนาดกลางและขนาดเล็ก ซึ่งต้องรอจำนวนนักเรียนที่แน่นอนแล้วค่อยสั่งหนังสือ จึงเป็นปัญหาที่เกิดจากโรงเรียนไม่ใช่จากองค์การค้าฯ   

“ปีนี้ เพื่อให้การผลิตและจัดส่งหนังสือเรียนเกิดประสิทธิภาพมากขึ้น โดยจะร่นระยะเวลาการดำเนินการให้เร็วขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ขั้นตอนการจัดทำต้นฉบับของ สสวท.และการผลิตขององค์การค้าฯ รวมถึงจะเน้นย้ำไปยังโรงเรียนให้เตรียมการในการสำรวจจำนวนนักเรียน ปี 2564 ว่าแต่ละชั้นปีมีจำนวนเท่าไร เพื่อดำเนินการผลิตและจัดส่งหนังสือเรียน ให้ทันเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 ในกลุ่มสาระวิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และ เทคโนโลยี” นายอัมพร กล่าว 

ด้าน นายอดุลย์ บุสสาผู้อำนวยการองค์การค้า ของสกสค. กล่าวว่า องค์การการค้าฯ มีการจัดเตรียมความพร้อมการจัดพิมพ์หนังสือให้เร็วขึ้น คิดว่าจะสามารถจัดพิมพ์เสร็จเร็วกว่าปีที่ผ่านมา โดยจ้างหน่วยงานภายนอกจัดพิมพ์กว่า 80% ส่วนที่เหลือ องค์การค้าฯ ดำเนินการจัดพิมพ์เอง เชื่อว่าจะสามารถดำเนินการได้ทันตามกำหนด 

ขณะที่ นายธนพร สมศรี เลขาธิการ สกสค. กล่าวว่า เชื่อว่าการจัดพิมพ์หนังสือเรียนครั้งนี้ จะช่วยลดภาระหนี้สิน เพราะใช้บุคลากรได้เหมาะสมกับค่าใช้จ่ายและรายได้ ก็ต้องขอขอบคุณ สพฐ.ที่สนับสนุนองค์การค้าของ สกสค.ได้กลับมาจัดพิมพ์หนังสือให้กับ สพฐ. องค์การค้าก็จะได้นำกำไรมาใช้หนี้สินที่ องค์การค้ามีอยู่ เชื่อว่าภายใน 7 – 8 ปี นี้ภาระหนี้สินขององค์การค้าฯน่าจะดีขึ้นหรือหมดหนี้ได้

สั่งเข้มเฝ้าระวังโควิด! ศธ.ใช้มาตรการเรียนที่บ้าน-ออนไลน์ ‘นร.สมุทรสาคร’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – สั่งเข้มเฝ้าระวังโควิด! ศธ.ใช้มาตรการเรียนที่บ้าน-ออนไลน์’นร.สมุทรสาคร’ (naewna.com)

สั่งเข้มเฝ้าระวังโควิด! ศธ.ใช้มาตรการเรียนที่บ้าน-ออนไลน์'นร.สมุทรสาคร'

สั่งเข้มเฝ้าระวังโควิด! ศธ.ใช้มาตรการเรียนที่บ้าน-ออนไลน์’นร.สมุทรสาคร’

วันอาทิตย์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 18.03 น.

ศธ.ใช้มาตรการเรียนที่บ้าน-ออนไลน์’นร.สมุทรสาคร’ สั่งโรงเรียนเฝ้าระวังโควิด-19 ระดับเข้มข้น

เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2563 นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยกรณีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ จ.สมุทรสาคร หลังจาก ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร และคณะกรรมการโรคติดต่อ ได้มีคำสั่งให้เฝ้าระวังทั้งจังหวัดตั้งแต่วันที่ 19 ธ.ค.2563 จนถึงวันที่ 3 ม.ค.2564 ว่า หลังจากปรากฎกระแสข่าวดังกล่าว ทางกระทรวงศึกษาธิการได้สั่งการทันทีให้โรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร ดำเนินการใช้มาตราการจัดการเรียนการสอนโดยไม่ต้องเข้าชั้นเรียน ให้ปรับเป็นการเรียนผ่านออนไลน์ การเรียนอยู่ที่บ้าน หรือการเรียนทางไกลผ่านดาวเทียม DLTV ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 21 ธ.ค.2563 จนถึงวันที่ 3 ม.ค.2564 หรือจนกว่าสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปลอดภัยสูงสุด

นายณัฏฐพล กล่าวว่า ส่วนโรงเรียนในจังหวัดใกล้เคียงที่นักเรียนมีภูมิลำเนาอยู่ที่ จ.สมุทรสาคร ต้องเดินทางไปเรียน ขอให้นักเรียนกลุ่มนี้เรียนผ่านออนไลน์ และเรียนอยู่ที่บ้าน ไปจนถึงปีใหม่ โดยให้ใช้มาตรการการเรียนการสอนแบบเดียวกันกับช่วงสถานการณ์โควิด-19 ในช่วงก่อนหน้านี้

“ผมมั่นใจว่าทุกๆ โรงเรียน มีการวางแผนที่ชัดเจนไว้อยู่แล้ว ส่วนโรงเรียนในจังหวัดอื่นๆ ในสังกัด ขอให้ผู้บริหารและคุณครูได้เฝ้าระวังอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะการคัดกรอง การสวมใส่หน้ากากอนามัย การล้างมือเป็นประจำ การเว้นระยะห่าง การรับประทานอาหารที่ผ่านการปรุงสุกใหม่ รวมถึงการดูแลเด็กนักเรียนด้วย ตามแผนงานที่เราได้ทำมาอย่างต่อเนื่อง และร่วมมือ ร่วมใจกัน เราต้องผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้” นายณัฏฐพล กล่าว

ด้าน นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวเสริมในส่วนของนักเรียนที่มีที่อยู่อาศัยใน จ.สมุทรสาคร แต่ต้องเรียนนอกเขตพื้นที่ ให้โรงเรียนเหล่านี้ ประสานไปยังผู้ปกครอง ให้นักเรียนที่ต้องไปเรียนนอกเขตพื้นที่ ให้หยุดเรียนและเรียนที่บ้าน หรือเรียนผ่านออนไลน์ เหมือนกับมาตรการที่ใช้ในจ.สมุทรสาคร จนถึงวันที่ 3 ม.ค.2564  กำหนด 14 วัน ตามที่คณะกรรมการโรคติดต่อได้มีคำสั่งให้เฝ้าระวัง

ขณะเดียวกัน ทางกระทรวงศึกษาธิการยังได้กำชับให้โรงเรียนแม่ดูแลนักเรียนของตัวเองอย่างใกล้ชิด และติดตามดูว่า มีนักเรียนและผู้ปกครองไปเกี่ยวข้องกับบุคคลที่อยู่ในข่ายเกี่ยวโยงกับผู้ป่วยโควิด-19 หรือไม่ด้วย เพื่อร่วมมือกันช่วยคัดกรองอีกด้านหนึ่ง โดยหากมีการเกี่ยวโยง ให้รีบรางานโดยด่วนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ส่วนจะมีการขยายระยะเวลาเพิ่มหรือไม่ นายอัมพร กล่าวว่า ต้องติดตามดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมติดตามคำสั่งของคณะกรรมการโรคติดต่ออย่างต่อเนื่อง ตลอดเวลา

นอกจากนี้ ยังกำชับสถานศึกษา ให้ดำเนินการมาตรการป้องกันให้ถูกต้องตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข ได้แก่ การใส่หน้ากาก ล้างมือบ่อยๆ การเว้นระยะห่าง หมั่นตรวจเช็คอุณหภูมินักเรียน และบุคลากรทางการศึกษา เป็นต้น

‘มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา’ ประกาศบุคลากรพื้นที่เสี่ยง ให้work from homeถึง 3 ม.ค.64 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา’ประกาศบุคลากรพื้นที่เสี่ยง ให้work from homeถึง3ม.ค.64 (naewna.com)

'มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา'ประกาศบุคลากรพื้นที่เสี่ยง ให้work from homeถึง3ม.ค.64

‘มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา’ประกาศบุคลากรพื้นที่เสี่ยง ให้work from homeถึง3ม.ค.64

วันอาทิตย์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 17.23 น.

20 ธันวาคม 2563 มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ออกประกาศเรื่อง แนวทางในการปฏิบัติตนของนักศึกษา นักเรียนโรงเรียนสาธิตและการปฏิบัติงานที่บ้านของบุคลากร อันเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19)

ตามที่มีการรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) ในจังหวัดสมุทรสาคร โดยกระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ.2563 ที่ผ่านมานั้น

มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ขอประกาศแนวทางในการปฏิบัติตนของนักศึกษา นักเรียนโรงเรียนสาธิต และการปฏิบัติงานที่บ้านของบุคลากรสายวิชาการและสายสนับสนุน (work from home) โดยให้นักศึกษา นักเรียนโรงเรียนสาธิต และบุคลากรที่มีภูมิลำเนาและอาศัยอยู่ในจังหวัดสมุทรสาคร งดเดินทางออกนอกพื้นที่เป็นการชั่วคราวจนถึงวันที่ 3 มกราคม 2564 หรือจนกว่าจะมีข้อแนะนำเปลี่ยนแปลงจากจังหวัดสมุทรสาครและกระทรวงสาธารณสุข

โดยมีเนื้อหาดังนี้ 

ตามที่มีการรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) ในจังหวัดสมุทรสาครโดยกระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 19  ธันวาคม พ.ศ.2563 ที่ผ่านมานั้น

มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ขอประกาศแนวทางในการปฏิบัติตนของนักศึกษา นักเรียนโรงเรียนสาธิต และการปฏิบัติงานที่บ้านของบุคลากรสายวิชาการและสายสนับสนุน (work from home) โดยให้นักศึกษา นักเรียนโรงเรียนสาธิต และบุคลากรที่มีภูมิลาเนาและอาศัยอยู่ในจังหวัดสมุทรสาคร งดเดินทางออกนอกพื้นที่เป็นการชั่วคราวจนถึงวันที่ 3  มกราคม 2564 หรือจนกว่าจะมีข้อแนะนาเปลี่ยนแปลงจากจังหวัดสมุทรสาครและกระทรวงสาธารณสุขทั้งนี้

1. ให้นักศึกษาและนักเรียนโรงเรียนสาธิตที่อาศัยอยู่ในจังหวัดสมุทรสาครที่จะต้องเดินทางมาเรียนหรือสอบปลายภาคการศึกษาที่ 1/2563 ติดต่ออาจารย์ผู้รับผิดชอบรายวิชาหรือผู้ประสานงานรายวิชาผ่านการสื่อสารด้วยระบบออนไลน์

2. ให้รองอธิการบดีที่กากับหน่วยงานในสานักงานอธิการบดีและหัวหน้าส่วนงานที่มีบุคลากร ที่มีภูมิลาเนาและอาศัยอยู่ในจังหวัดสมุทรสาคร พิจารณามอบหมายงานและกาหนดรูปแบบการปฏิบัติงาน ที่บ้าน (work from home) ของบุคลากรทั้งสายวิชาการและสายสนับสนุนตามความเหมาะสม โดยคานึงถึงประสิทธิภาพและความต่อเนื่องในการทางานเป็นสาคัญ

3. ให้บุคลากรทั้งสายวิชาการและสายสนับสนุนในทุกส่วนงาน นักศึกษาและนักเรียนโรงเรียนสาธิตดาเนินการตามแนวทางการปฏิบัติในการรักษาระยะห่างทางสังคม (social distancing) หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ชุมนุม มีความรับผิดชอบต่อตนเองและผู้อื่น ด้วยการแจ้งหัวหน้าส่วนงานและผู้เกี่ยวข้องโดยทันที ที่พบว่ามีอาการที่อยู่ในข่ายต้องสงสัยการติดไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19)

ประกาศ ณ วันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ.2563

ด่วน! สอศ.สั่งปิดวิทยาลัยพื้นที่สมุทรสาคร-พื้นที่เสี่ยงโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ด่วน! สอศ.สั่งปิดวิทยาลัยพื้นที่สมุทรสาคร-พื้นที่เสี่ยงโควิด-19 (naewna.com)

ด่วน! สอศ.สั่งปิดวิทยาลัยพื้นที่สมุทรสาคร-พื้นที่เสี่ยงโควิด-19

ด่วน! สอศ.สั่งปิดวิทยาลัยพื้นที่สมุทรสาคร-พื้นที่เสี่ยงโควิด-19

วันอาทิตย์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 16.42 น.

เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2563 ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาธิการ กอศ.) เปิดเผยว่า ตามที่ นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ได้แถลงสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 กรณีเจ้าของแพปลาในตลาดกลางกุ้ง ซึ่งเป็นผู้ติดเชื้อในประเทศ จ.สมุทรสาคร โดยล่าสุดจากการลงติดตามและตรวจหาเชื้อเชิงรุกพบเพิ่มขึ้น จากกรณีมีผู้ติดเชื้อสะสมรวม 548 ราย นั้น ว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาอาชีวศึกษา (สอศ.) มีความเป็นห่วงใยในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจึงได้สั่งการให้วิทยาลัยในจังหวัดสมุทรสาคร ปิดสถานศึกษา และให้ปรับวิธีการจัดการเรียนการสอน

เลขาธิการ กอศ.กล่าวต่อไปว่า ขอให้สถานศึกษาใช้มาตรการรับมือ โควิด-19 จัดการเรียนการสอนผ่านระบบออนไลน์ หยุดการเรียนการสอนในห้องเรียน ส่วนครูและบุคลากร ก็ให้ work from home อยู่ที่บ้าน มาทำงาน 25% เพื่อรับข้อมูลข่าวสารจากทางหน่วยงานราชการ โดยใช้มาตรการของกระทรวงสาธารณสุข สวมใส่แมส ล้างมือ การเว้นระยะห่าง ฯลฯ อย่างเข้มงวด

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่เฉพาะสถานศึกษาอาชีวศึกษาในจังหวัดสมุทรสาครเท่านั้น แต่ได้สั่งการให้ สถานศึกษาใกล้เคียงที่มีนักศึกษาต้องเดินทางเข้ามาเรียนก็ขอให้ใช้มาตรการเดียวกันกับจังหวัดสมุทรสาคร ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ วันที่ 19 ธันวาคม 2563 ถึงวันที่ 3 มกราคม 2564 ตามที่ผู้ว่าราชการฯ ได้ประกาศไว้เบื้องต้น หรือจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย