เช็กที่นี่! ‘โรงเรียนดัง’ ประกาศหยุดเรียน หลังยอดติด ‘โควิด’ พุ่ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – เช็กที่นี่!‘โรงเรียนดัง’ประกาศหยุดเรียน หลังยอดติด‘โควิด’พุ่ง (naewna.com)

เช็กที่นี่!‘โรงเรียนดัง’ประกาศหยุดเรียน หลังยอดติด‘โควิด’พุ่ง

เช็กที่นี่!‘โรงเรียนดัง’ประกาศหยุดเรียน หลังยอดติด‘โควิด’พุ่ง

วันอาทิตย์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 16.36 น.

เช็กที่นี่!‘โรงเรียนดัง’ประกาศหยุดเรียน หลังยอดติด‘โควิด’พุ่ง

20 ธันวาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรดาโรงเรียนต่างๆ ได้ทยอยประกาศปิดการเรียนการสอน ตั้งแต่วันที่ 21 ธันวาคม 2563 ถึงวันที่ 3-4 มกราคม 2564 ภายหลังเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อ “โควิด-19” ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะที่ จ.สมุทรสาคร   

ทปอ.เสนอชื่อร่วมคณะกรรมการสมานฉันท์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ทปอ.เสนอชื่อร่วมคณะกรรมการสมานฉันท์ (naewna.com)

ทปอ.เสนอชื่อร่วมคณะกรรมการสมานฉันท์

ทปอ.เสนอชื่อร่วมคณะกรรมการสมานฉันท์

วันอาทิตย์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 16.26 น.

เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2563 ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ประธาน ทปอ.) กล่าวว่า ตามที่สถาบันพระปกกล้า ได้เสนอให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ โดยที่ประชุมคณะกรรมการผู้แทนสมาชิกวุฒิสภา ผู้แทนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายรัฐบาล และผู้แทนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้าน ได้เห็นชอบให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ ตามข้อเสนอของสถาบันพระปกเกล้า ทั้งนี้ ประธานรัฐสภได้เห็นชอบให้จัดตั้งคณะกรรมการดังกล่าวด้วย โดยขอความอนุเคราะห์ให้ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) เสนอชื่อจำนวน 3 คน โดยให้คำนึงถึงความหลากหลายกระจายส่วนเป็นผู้แทนครอบคลุมของภูมิภาคเป็นสำคัญ

และในการประชุมคณะกรรมการ สออ.ประเทศไทย ครั้งที่ 1/2563 เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.2563 ณ สำนักงานลขานุการ สออ.ประทศไทย ที่ประชุมมอบให้ สสอท.เสนอชื่อคณะกรรมการสมานฉันท์ จำนวน 1 คน และในวันนี้ ที่ประชุม ทปอ.เสนอชื่อเพื่อไปร่วมเป็นคณะกรรมการสมานฉันท์ 2 คน รวมเป็น 3 คน ดังนี้ ศาสตราจารย์ นพ.วันชัย วัฒนศัพท์ , ศาสตราจารย์ เกียรติคุณ ดร.สุริชัย หวันแก้ว และ ดร.สมศักดิ์ รุ่งเรือง

ทปอ.เตรียมปรับสัดส่วน TCAS ปี 65 หากศธ.ยกเลิกโอเน็ต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ทปอ.เตรียมปรับสัดส่วน TCAS ปี 65 หากศธ.ยกเลิกโอเน็ต (naewna.com)

ทปอ.เตรียมปรับสัดส่วน TCAS ปี 65 หากศธ.ยกเลิกโอเน็ต

ทปอ.เตรียมปรับสัดส่วน TCAS ปี 65 หากศธ.ยกเลิกโอเน็ต

วันอาทิตย์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 16.19 น.

ทปอ.เตรียมปรับสัดส่วน TCAS ปี 65 หากศธ.ยกเลิกโอเน็ต ยันจะไม่ใช้คะแนนสอบอื่นมาทดแทน เพื่อลดภาระนักเรียน

เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2563 ที่ห้องประชุมลิโด้ คอนเน็คท์ สยามสแควร์ กรุงเทพฯ ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ประธาน ทปอ.) ได้เป็นประธานการประชุมสามัญที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยและสมาคมที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ.) ครั้งที่ 5/2563 โดยมี ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ดร.พีระพงศ์ ตริยเจริญ ผู้ช่วยเลขานุการ ทปอ. และผู้จัดการระบบการคัดเลือกกลางบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา หรือ TCAS ร่วมแถลงผลการประชุม ในการคัดเลือกกลางบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา (Thai University Central Admission System(TCAS) ปีการศึกษา 2564

ศ.ดร.สุชัชวีร์ เปิดเผยภายหลังการประชุม ทปอ.ว่า ที่ประชุมรับทราบจำนวนหลักสูตร และจำนวนรับของระบบการคัดเลือกกลางบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอดุมศึกษา หรือ TCAS  ประจำปีการศึกษา 2564 ดังนี้ มหาวิทยาลัยและมีสถาบันที่เข้าร่วมระบบ TCAS ประจำปีการศึกษา 2564 จำนวน 80 แห่ง ประกอบด้วย มหาวิทยาลัย/สถาบัน เครือข่าย ทปอ. 29 แห่ง มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) 18 แห่ง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) 9 แห่ง สถาบันอุดมศึกษาเอกชน 21 แห่ง และสถาบันอุดมศึกษาสมทบ จำนวน 3 แห่ง

โดยมีหลักสูตรที่เปิดรับรวม 4,174 หลักสูตร จำนวนรับตามแผนรวม 290,434 คน จำนวนเรียกรับรวม  4 รูปแบบ 405,642 คน แบ่งเป็น รอบ 1 แฟ้มสะสมผลงาน 144,370 คน, รอบ 2 โควตา 110,104 คน, รอบ 3 แอดมิสชั่นส์ แบ่งเป็น แอดมิสชั่นส์ 1 จำนวน 75,557 คน แอดมิสชั่นส์ 2 จำนวน 75,611 คน และรอบ 4 รับตรงอิสระ

“การประชุม ทปอ.วันนี้เป็นการประชุมครั้งสุดท้ายที่ผมเป็นประธาน เนื่องจากผมหมดวาระ ในวันที่ 31 ธ.ค. 2563 นี้ และทปอ.ได้มีการเลือกตั้งประธาน ทปอ.คนใหม่ คือ ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นประธาน ทปอ.ในวันที่ 1 ม.ค.2564 เป็นต้นไป ซึ่งประธาน ทปอ.คนใหม่ก็จะดูแล นโยบายของ ทปอ.ที่มุ่งมั่น เพราะ ทปอ.ถือว่าเป็นองค์กรที่เป็นที่พึ่งพาของประเทศไทยในทุกมิติ โดยเฉพาะในยุคนี้เรื่องการวิจัยและนวัตกรรมซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่ง หลักการของ ทปอ.จากนี้ไป และที่ผ่านมา ต้องมีความรู้และร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดจะไม่มีการแบ่งระหว่างมหาวิทยาลัยรัฐและมหาวิทยาลัยเอกชน” ศ.ดร.สุชัชวีร์ กล่าว

ด้าน ดร.พีระพงศ์ กล่าวว่า ตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีนโยบายยกเลิกการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือ O-NET ของนักเรียนชั้น ม.6 ในปีการศึกษา 2564 ทำให้ ทปอ.ปรับรูปแบบTCAS ในปี 2565 ในรอบแอดมิสชั่น 2 ที่ใช้คะแนน O-NET ในสัดส่วน 30% ต้องถูกยุติการใช้ใน TCAS ปี 2565 แต่จะไม่ใช้คะแนนสอบอื่นมาทดแทน เพื่อลดภาระให้กับนักเรียน และจะเหลือการรับ 4 รูปแบบ 4 รอบ การสมัคร ได้แต่ แฟ้มสะสมผลงาน โควตา แอดมิสชั่นส์ และรับตรงอิสระ

ดร.พีระพงศ์ กล่าวต่อว่า ส่วนที่จะต้องมีการประกาศล่วงหน้าอย่างน้อย 3 ปี นั้น เดิมระบบแอดมิสชั่น มีการปรับสัดส่วนการคัดเลือกโดยใช้เกรดเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรการศึกษา หรือ GPAX 20%  ดังนั้นต้องประกาศล่วงหน้าอย่างน้อย 3 ปี เพื่อให้นักเรียนเตรียมตัวทำคะแนน GPAX แต่การเปลี่ยนแปลงและยกเลิกการสอบ O-NET ซึ่งเป็นข้อสอบมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดย ทปอ.นำมาใช้เพื่อมาถ่วงค่านำ้หนัก GPAX ของนักเรียน เนื่องจากคะแนน GPAX ของแต่ละโรงเรียนมีมาตรฐานแตกต่างกัน จึงต้องใช้คะแนน  O-NET เอามาถ่วงน้ำหนัก ดังนั้น เมื่อ ศธ.มีนโยบายเลิกสอบ O-NET ในปีการศึกษา 2564 ทำให้ไม่มีคะแนน O-NET มาถ่วงน้ำหนักคะแนน GPAX ฉะนั้นการประกาศล่วงหน้า 3 ปี ในการประกาศเปลี่ยนสัดส่วน  O-NET และค่าน้ำหนัก GPAX เพื่อให้นักเรียนเตรียมตัวล่วงหน้า แต่การเปลี่ยนแปลงการใช้คะแนน O-NET ไม่ต้องประกาศล่วงหน้าก็ได้

“เมื่อไม่มีการการสอบ O-NET  แล้ว จะส่งผลต่อ TCAS ปี 2565 ที่ไม่มีคะแนน O-NET มาถ่วงน้ำหนักกับคะแนน GPAX ทำให้เกณฑ์การคัดเลือกในรูปแบบแอดมิสชั่นส์ 2 ต้องยุติการใช้งาน เพราะขณะนี้ ระบบ TCAS มีการคัดเลือก 5 รูปแบบ ซึ่งมากพอที่จะทำการคัดเลือกน้องๆได้อยู่แล้ว  ดังนั้น การยกเลิกรูปแบบแอดมิสชั่นส์ 2 ออกไปก็ไม่ส่งผลกระทบต่อการคัดเลือก แต่ที่มีนักเรียนบางส่วนกังวลว่า ในเกณฑ์การคัดเลือกของแอดมิสชั่นส์ 1 ที่ใช้คะแนนสอบเหมือนกับของแอดมิสชั่นส์ 2 แต่ต่างกันตรงที่ไม่ได้ใช้คะแนน ที่มหาวิทยาลัยกำหนดเกณฑ์การคัดเลือกเอง และใช้คะแนนสอบเหมือนกับแอดมิสชั่นส์ 2 แต่ต่างกันตรงที่ ไม่ใช้คะแนน GPAX มาใช้เป็นสัดส่วน หรือบางสาขาใช้คะแนน GPAX ไว้ด้วย แต่กำหนดไว้ในเกณฑ์ที่สูง ซึ่งใน TCAS 2564 พบว่าแอดมิสชั่นส์ 1 บางสาขากำหนดคะแนน GPAX ไว้สูง ทำให้นักเรียนบางคนไม่สามารถสมัครแอดมิสชั่นส์ 1 ได้ จึงรอไปสมัครแอดมิสชั่นส์ 2 ซึ่งไม่มีการกำหนดคะแนน GPAX ขั้นต่ำ แต่พอ TCAS ปี 2565 เกณฑ์ปอดมิสชั่น 2 จะไม่มี หลายคนจึงกลัวว่าจะไม่สามารถสมัครได้  ซึ่งตรงนี้ ในที่ประชุม ทปอ.ก็รับทราบถึงความกังวลนี้แล้ว ดังนั้น เกณฑ์แอดมิสชั่นส์ ใน TCAS 2565 ก็ต้องมีการปรับและทบทวนคุณสมบัติของผู้สมัคร เพื่อให้นักเรียนสามารถสมัครคัดเลือกได้ และทางมหาวิทยาลัยก็จะไปทบทวนและปรับคุณสมบัติของผู้สมัครใหม่ ซึ่งอาจจะมีการปรับเกณฑ์การคัดเลือก เพราะรูปแบบแอดมิสชั่น 1 ทปอ. ให้อิสระกับมหาวิทยาลัยในการปรับเปลี่ยนเกณฑ์การคัดเลือกอยู่แล้ว และข้อสอบเราก็ยังใช้เหมือนเดิม คือ 9 วิชาสัมมัญ กับการทดสอบความถนัดทั่วไป (GAT) และ ความถนัดทางวิชาการ/วิชาชีพ (PAT) อย่างไรก็ตาม TCAS ปี 2564 ถือเป็นปีแรกที่ระบบคัดเลือกกลางจะเรียกตัวสำรองขึ้นมาแทนที่ว่าง ส่วน TCAS ปี 2565 รอบแอดมิสชั่นส์ ก็จะมีการเรียกตัวสำรองขึ้นมาทดแทนที่ว่างนั่งได้อีกด้วยเช่นกัน โดยจะทำการเครียริ่ง 2 รอบเพื่อให้ยืนยันสิทธิ์” ดร.พีระพงศ์ กล่าว

ดร.พีระพงศ์ กล่าวด้วยว่า ในปรนี้มีการกังวลเนื่องจากสถานการณ์ของการแพร่เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 แต่การสอบ TCAS ผ่านระบบออนไลน์ และข้อมูลที่เข้ามาในระบบ TCAS  เป็นส่วนสำคัญ แต่ไม่มีข้อมูลเข้ามาในระบบ TCAS เป็นส่วนสำคัญ ฉะนั้น ไม่มีข้อมูลเข้ามาในระบบ TCAS เราก็ดำเนินการตามปกติไม่ได้ จึงมีความกังวลที่ว่า ถ้ามีโควิด-19 เกิดขึ้น ยอมรับว่าจะมีผลกระทบข้อมูลที่ส่งเข้ามา ซึ่งทีมงานก็ได้ทำแผนความเสี่ยงไว้หลายรูปแบบแล้ว เช่น หากเกิดโควิดในช่วงสอบขึ้นมา แล้วโรงเรียนไม่สามารถส่งผล GPAX 6 ภาค ที่จะนำมาใช้กับแอดมิสชั่น 1 กับ แอดมิสชั่น 2 ได้

เราก็จะใช้  GPAX 5 ภาคแทน เนื่องจากขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ได้รวบรวมข้อมูลของโรงเรียนต่าง ๆทั้งประเทศเสร็จเรียบร้อยแล้ว และขณะนี้กำลังประเมินผลก็จะทราบว่าในปีการศึกษา 2563 มีผู้จบการศึกษาชั้น ม.6 จำนวนกี่คน หรือในกรณีเกิดการจัดสอบ GAT /PAT หรือ O-NET 9 วิชาสามัญ ไม่ได้ เราก็ไม่กังวล เพราะ สทศ.ที่มีประสบการณ์ในการจัดสอบข้อสอบกลางในปี 2563 ที่มีโควิดระบาดมาช่วงต้นปี สทศ.ก็มีมาตรการในการจัดสอบได้ด้วยขบวนการตามมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้ ในเรื่องการคัดกรอง การจำกัดพื้นที่ ดังนั้น จึงไม่กังวลในเรื่องนี้

สพฐ.สั่งปิดโรงเรียน ให้ข้าราชการในสมุทรสาครทำงานที่บ้าน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – สพฐ.สั่งปิดโรงเรียน ให้ข้าราชการในสมุทรสาครทำงานที่บ้าน (naewna.com)

สพฐ.สั่งปิดโรงเรียน ให้ข้าราชการในสมุทรสาครทำงานที่บ้าน

สพฐ.สั่งปิดโรงเรียน ให้ข้าราชการในสมุทรสาครทำงานที่บ้าน

วันอาทิตย์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 11.48 น.

สพฐ.สั่งปิดโรงเรียน ให้ข้าราชการในสมุทรสาครทำงานที่บ้าน

20 ธันวาคม 2563 นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ใน จ.สมุทรสาคร จำนวนกว่า 500 รายนั้น ขณะนี้ตนได้สั่งให้โรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน( สพฐ.) ในสมุทรสาคร ปิดการเรียนการสอนแล้ว รวมถึงสั่งการให้ข้าราชการที่อาศัยอยู่ใน จ.สมุทรสาคร ปฏิบัติงานที่บ้าน

“สพฐ.จะประเมินสถานการณ์ควบคู่ไปกับประกาศของทาง ศบค.อย่างใกล้ชิด และกำชับให้โรงเรียนทุกแห่งปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และ ศบค.อย่างเข้มงวด หากโรงเรียนใดพบว่านักเรียน ครู หรือบุคลากร มีความสุ่มเสี่ยง ขอให้ปฏิบัติตามมาตรการที่ สธ. กำหนดอย่างเคร่งครัด” นายอัมพร กล่าว

‘ม.มหิดล’ ประกาศนักศึกษา-บุคลากรที่อยู่ ‘สมุทรสาคร’ ให้ทำงานที่บ้าน-งดเดินทางถึง 3 ม.ค.64 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘ม.มหิดล’ประกาศนักศึกษา-บุคลากรที่อยู่‘สมุทรสาคร’ ให้ทำงานที่บ้าน-งดเดินทางถึง 3 ม.ค.64 (naewna.com)

‘ม.มหิดล’ประกาศนักศึกษา-บุคลากรที่อยู่‘สมุทรสาคร’ ให้ทำงานที่บ้าน-งดเดินทางถึง 3 ม.ค.64

‘ม.มหิดล’ประกาศนักศึกษา-บุคลากรที่อยู่‘สมุทรสาคร’ ให้ทำงานที่บ้าน-งดเดินทางถึง 3 ม.ค.64

วันอาทิตย์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 08.40 น.

‘ม.มหิดล’ประกาศนักศึกษา-บุคลากรที่อยู่‘สมุทรสาคร’ ให้ทำงานที่บ้าน-งดเดินทางถึง 3 ม.ค.64

20 ธันวาคม 2563 มหาวิทยาลัยมหิดล ออกประกาศ ระบุว่า ตามที่มีการรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด -19 ในจังหวัดสมุทรสาคร นั้น ทางมหาวิทยาลัยขอให้นักศึกษาและบุคลากรที่มีภูมิลำเนาและอาศัยอยู่ในจังหวัดสมุทรสาคร งดเดินทางออกนอกพื้นที่เป็นการชั่วคราวจนถึงวันที่ 3 มกราคม 2564 หรือจนกว่าจะมีข้อแนะนำเปลี่ยนแปลงจากจังหวัดสมุทรสาครและกระทรวงสาธารณสุข ทั้งนี้

1. ให้นักศึกษาที่ต้องเดินทางเข้ามาสอบปลายภาคการศึกษาที่ 1/2563 ติดต่ออาจารย์ผู้รับผิดชอบรายวิชาหรือผู้ประสานงานรายวิชาเพื่อดำเนินการตามความเหมาะสม

2. ให้รองอธิการบดีที่ดูแลวิทยาเขต รองอธิการบดีที่กำกับหน่วยงานในสำนักงานอธิการบดีและหัวหน้าส่วนงานที่มีบุคลากรที่มีภูมิลำเนาหรือพำนักอาศัยในจังหวัดสมุทรสาคร พิจารณามอบหมายงานและกำหนดรูปแบบการปฏิบัติงานที่บ้าน ของบุคลากรทั้งสายวิชาการและสายสนับสนุนตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงประสิทธิภาพและความต่อเนื่องในการทำงานเป็นสำคัญ

3. ให้บุคลากรทั้งสายวิชาการและสายสนับสนุนในทุกส่วนงาน และนักศึกษาดำเนินการตามแนวทางการปฏิบัติในการรักษาระยะห่างทางสังคม หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ชุมนุมชน มีความรับผิดชอบต่อตนเองและผู้อื่น ด้วยการแจ้งหัวหน้าส่วนงานและผู้เกี่ยวข้องโดยทันทีที่พบว่ามีอาการที่อยู่ในข่ายต้องสงสัยการติดเชื้อโควิด-19

‘ในหลวง’ ทรงมีพระราชสาส์นถวายพระพรชัยมงคล ‘เจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘ในหลวง’ทรงมีพระราชสาส์นถวายพระพรชัยมงคล’เจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์’ (naewna.com)

'ในหลวง'ทรงมีพระราชสาส์นถวายพระพรชัยมงคล'เจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์'

‘ในหลวง’ทรงมีพระราชสาส์นถวายพระพรชัยมงคล’เจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์’

วันศุกร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 15.24 น.

‘ในหลวง’ทรงมีพระราชสาส์นถวายพระพรชัยมงคล’เจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์’ในโอกาสวันชาติรัฐกาตาร์

18 ธันวาคม 2563 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ส่งข้อความพระราชสาส์นถวายพระพรชัยมงคลไปยังเจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ ในโอกาสวันชาติของรัฐกาตาร์ ซึ่งตรงกับวันที่ 18 ธันวาคม 2563 ความว่า 

เชค ตะมีม บิน ฮะมัด อัษษานี เจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ กรุงโดฮา ในโอกาสวันชาติของรัฐกาตาร์ หม่อมฉันขอถวายพระพรชัยมงคลและความปรารถนาดี เพื่อฝ่าพระบาททรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์และทรงพระเกษมสำราญ ทั้งเพื่อความสำเร็จและความเจริญรุ่งเรืองของประเทศและประชาชนชาวกาตาร์
หม่อมฉันเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า สัมพันธไมตรีอันดีระหว่างประเทศไทยและรัฐกาตาร์ จะช่วยสร้างเสริมความร่วมมือในกิจการด้านต่างๆให้พัฒนาก้าวหน้ายิ่งขึ้นเพื่อประโยชน์สุขร่วมกันในภายภาคหน้า

(พระปรมาภิไธย) มหาวชิรลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

บอร์ดกพฐ. เร่งพัฒนาภาษาอังกฤษเด็กไทย ปิ๊งไอเดียสอบสัมภษณ์เป็นภาษาอังกฤษ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – บอร์ดกพฐ.เร่งพัฒนาภาษาอังกฤษเด็กไทย ปิ๊งไอเดียสอบสัมภษณ์เป็นภาษาอังกฤษ (naewna.com)

บอร์ดกพฐ.เร่งพัฒนาภาษาอังกฤษเด็กไทย ปิ๊งไอเดียสอบสัมภษณ์เป็นภาษาอังกฤษ

บอร์ดกพฐ.เร่งพัฒนาภาษาอังกฤษเด็กไทย ปิ๊งไอเดียสอบสัมภษณ์เป็นภาษาอังกฤษ

วันศุกร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 15.17 น.

18 ธันวาคม 2563 รศ.เอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(ประธาน กพฐ.) กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ครั้งที่ 12/2563 ว่าที่ประชุมได้หารือการพัฒนาทักษะความสามารถภาษาอังกฤษ ซึ่งยังเป็นปัญหาอย่างมาก เห็นได้จากการจัดอันดับ ของ Education First หรือ อีเอฟ ในกลุ่มประเทศที่ไม่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาประจำชาติ จำนวน 100 ประเทศ ซึ่งประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 89 ถือว่าทักษะยังอยู่ในอันดับค่อนข้างต่ำ ที่ประชุมจึงมองว่าจะต้องเร่งพัฒนาภาษาอังกฤษอย่างจริงจัง 

โดยโรงเรียนจะต้องเริ่มจากการสร้างระบบนิเวศน์ภายในสถานศึกษาเพื่อให้โรงเรียนมีระบบที่เอื้อต่อการใช้และการสื่อสารภาษาอังกฤษ ขณะเดียวกันครูจะต้องพยายามสื่อสารกับเด็กเป็นภาษาอังกฤษ เพราะเชื่อว่าเด็กพร้อมในการปรับตัว ในการใช้ภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะเด็กประถมจะเรียนรู้เร็ว ดังนั้น โรงเรียนควรจัดทำป้ายต่าง ๆภายในโรงเรียนให้มีภาษาอังกฤษกำกับไว้ทั้งหมด เพื่อให้เด็กเกิดความคุ้นเคยและเกิดความซึมซับ และครูก็ต้องมีความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษกับเด็กด้วย 

ดังนั้น เราจะต้องพัฒนาครูผู้สอนภาษาอังกฤษในปัจจุบันด้วย เนื่องจากปัจจุบันครูที่สอนภาษาอังกฤษมีความสามารถด้านภาษาอังกฤษ ในระดับปานกลาง หรือ B1 ตามเกณฑ์ของ CEFR  มีไม่ถึงครึ่งทั้งๆที่เป็นครูสอนภาษาอังกฤษ ดังนั้น จึงต้องเร่งพัฒนาครูสอนภาษาอังกฤษโดยศูนย์บริหารงานการพัฒนาศักยภาพบุคคลเพื่อความเป็นเลิศ และให้หาโรงเรียนของ สพฐ. และโรงเรียนเอกชนที่ส่งเสริมภาษาอังกฤษเป็นเลิศได้อย่างไร เพื่อเป็นต้นแบบถ่ายเทองค์ความรู้จากโรงเรียนหนึ่งไปยังโรงเรียนหนึ่ง เพราะขณะนี้มีโรงเรียนในสังกัด สพฐ.หลายแห่งที่สามารถสอนภาษาอังฤษให้เด็กได้ผลดี โดนให้พัฒนาภาษาอังกฤษเด็กควบคู่ไปกับการพัฒนาครู ที่ทำหน้าที่สอนภาษาอังกฤษด้วย 

“ที่ประชุมได้ให้ความสำคัญกับเรื่องการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษทั้งของครูและนักเรียนค่อนข้างมาก และในเร็ว ๆนี้จะมีการประชุม กพฐ.สัญจร ที่ จ.ร้อยเอ็ด  ก็จะเน้นหารือถึงเรื่องการจัดทำแผนพัฒนาภาษาอังกฤษดังกล่าว ไม่ใช่แค่เน่นแค่ให้เด็กมีความรู้ความสามารถตา ศตวรรษที่ 21 แต่เราต้องเน้นให้เด็กมีความสุขต่อการเรียน เน้นให้อาคารสถานที่โรงเรียนมีความสะอาดและถูกสุขอนามัยด้วย 

นอกจากนี้ ที่ประชุมเสนอว่าในการสอบคัดเลือกผู้บริหารสถานศึกษา ให้สอบสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษ เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียน และถ้าได้เข้าไปเป็นผู้บริหารโรงเรียนแล้ว ก็จะต้องทำแผนด้วยว่าที่ผ่านมามีการพัฒนาภาษาอังกฤษให้เด็กในแต่ละปีอย่างไรบ้าง ผมอยากให้เด็กไทยพูดภาษาอังกฤษแบบไทยๆ ไม่จำเป็นต้องออกสำเนียงอังกฤษ แต่สอนให้เด็กไทยมีความกล้าในการพูดสื่อสารภาษาอังกฤษมากขึ้น” รศ.เอกชัย กล่าว 

รศ.เอกชัย กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นชอบตามที่มีการเสนอขอควบรวมสถานศึกษา จำนวน 29 แห่ง และขอยกเลิกสถานศึกษา จำนวน 17 แห่ง ซึ่งที่ประชุมมติเห็นชอบและมีผลแล้ว และที่ประชุมเห็นว่าในอนาคตโรงเรียนที่ขอควบรวมจะต้องมีแนวทางชัดเจนว่า เมื่อควบรวมแล้วจะต้องยกเลิกภายในระยะเวลาเท่าไร เพื่อไม่ให้เกิดปรากฏการบรรจุผู้บริหารลงไปในโรงเรียนที่ไม่ได้ทำการเรียนการสอนแล้วอีก และหากทำการควบรวมแล้วก็ควรจะทำการขอยุบเลิกและนำสถานที่ไปใช้ประโยชน์ทางราชการ  

ขณะนี้มีบางโรงเรียนเอาเด็กไปเรียนรวมแล้วตั้งแต่ปี 2554 แต่พึ่งมาขอเลิกตอนนี้ ดังนั้น ที่ประชุมจึงให้กำหนดว่าควรมีเวลาที่ชัดเจน เช่น ถ้าโรงเรียนทำการควบรวมแล้ว ภายใน 1 ปีก็ควรแจ้งชัดเจน และให้แจ้งทางศึกษาธิการจังหวัดให้ชัดเจน ว่าจะใช้สถานที่ของโรงเรียนที่ยกเลิกแล้วไปใช้ทำอะไรต่อไป

ล้ำค่างดงาม! ‘ไปรษณีย์ไทย’ เปิดตัว ‘แสตมป์ทองคำชุดแรกแห่งรัชสมัย ในหลวง ร.10’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ล้ำค่างดงาม! ‘ไปรษณีย์ไทย’เปิดตัว’แสตมป์ทองคำชุดแรกแห่งรัชสมัย ในหลวง ร.10’ (naewna.com)

ล้ำค่างดงาม! 'ไปรษณีย์ไทย'เปิดตัว'แสตมป์ทองคำชุดแรกแห่งรัชสมัย ในหลวง ร.10'

ล้ำค่างดงาม! ‘ไปรษณีย์ไทย’เปิดตัว’แสตมป์ทองคำชุดแรกแห่งรัชสมัย ในหลวง ร.10’

วันศุกร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 14.22 น.

ล้ำค่างดงาม! สามชุดแสตมป์ส่งท้ายปี63 ไปรษณีย์ไทยเปิดตัว”แสตมป์ทองคำชุดแรกแห่งรัชสมัย ในหลวง ร.10″

18 ธันวาคม 2563 บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดตัวตราไปรษณียากรที่ระลึก 3 ชุดพิเศษ ได้แก่ “ฉัตรมงคล ชุด 1” พระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก 4 พฤษภาคม 2562 ประกอบลวดลายไทยดอกรวงผึ้งและอักษรพระปรมาภิไธย ว.ป.ร. พิมพ์ฟอยล์ทองคำ 22 กะรัต และพิมพ์ฟอยล์สีน้ำเงินดุนนูน ซึ่งนับเป็นแสตมป์ทองคำชุดแรกในรัชกาลที่ 10  ราคาดวงละ 100 บาท (เต็มแผ่น 4 ดวง ) ซองวันแรกจำหน่าย 118 บาท

“ฉัตรมงคล ชุด 2” ภาพเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ อันได้แก่ พระมหาพิชัยมงกุฎ พระแสงขรรค์ชัยศรี ธารพระกร วาลวิชนี (พัดและแส้) และฉลองพระบาทเชิงงอน 5 แบบ 5 ดวง ราคาดวงละ 5 บาท (เต็มแผ่น 10 ดวง) ซองวันแรกจำหน่าย 39 บาท

และชุด 120 ปี วันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ “สมเด็จย่า” ที่ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเพื่อประโยชน์แก่ราษฎร เป็นพระฉายาลักษณ์เมื่อครั้งฉลองพระชนมายุครบ 6 รอบในปี 2515 ชนิดราคา 3 บาท (เต็มแผ่น 10 ดวง) ซองวันแรกจำหน่าย 14 บาท เป็นภาพดอก “นครินทรา” พรรณไม้ในพระนาม

โดย แสตมป์ทั้งสามชุดออกจำหน่ายพร้อมกันในวันที่ 21 ธันวาคม 2563 นี้ ที่ไปรษณีย์ทุกแห่งทั่วประเทศ พิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากร และทางออนไลน์ ผ่านแอปหรือเว็บไซต์ www.thailandpostmart.com สอบถามเพิ่มเติมฝ่ายบริหารประสบการณ์ลูกค้าบริการไปรษณีย์  โทร 0-2573-5480 , 0-2573-5463 พิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากรสามเสนใน โทร 0 2271 2439

‘กรมสมเด็จพระเทพฯ’ พระราชทานนาม ‘สิรินธรเน่’ ปะการังอ่อนชนิดใหม่ของโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘กรมสมเด็จพระเทพฯ’พระราชทานนาม’สิรินธรเน่’ ปะการังอ่อนชนิดใหม่ของโลก (naewna.com)

'กรมสมเด็จพระเทพฯ'พระราชทานนาม'สิรินธรเน่' ปะการังอ่อนชนิดใหม่ของโลก

‘กรมสมเด็จพระเทพฯ’พระราชทานนาม’สิรินธรเน่’ ปะการังอ่อนชนิดใหม่ของโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 19.54 น.

นักวิจัยจุฬาฯค้นพบปะการังอ่อนชนิดใหม่ของโลก “กรมสมเด็จพระเทพฯ”พระราชทานนาม”สิรินธรเน่”

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2563 คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมด้วยโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองทัพเรือ ร่วมกันเผยแพร่การค้นพบ “ปะการังอ่อน 2 ชนิดพันธุ์ใหม่ของโลก” เป็นพันธุ์หายาก แต่ชี้วัดใต้ทะเลไทยยังมีความหลากหลายทางนิเวศวิทยา หลังค้นพบได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากกรมสมเด็จพระเทพฯ พระราชทานนาม “สิรินธรเน่”

รองศาสตราจารย์ ดร.วรณพ วิยกาญจน์ หัวหน้าภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า จากการที่ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยกลุ่มการวิจัยชีววิทยาแนวปะการัง ได้ร่วมกับหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองทัพเรือ ภายใต้โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา วิจัยความหลากหลายของปะการัง ความอุดมสมบูรณ์ของแนวปะการัง รวมถึงการฟื้นฟูทรัพยากรปะการัง ทั้งบริเวณฝั่งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน จนกระทั่งล่าสุดได้ค้นพบปะการังอ่อนชนิดใหม่ของโลก 2 ชนิด ซึ่งอยู่ภายใต้สกุล “Chironephthya” (ไคโรเนฟเฟีย) จึงนำเสนอเรื่องเพื่อกราบบังคลทูลสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อทรงทราบ และขอทรงมีพระราชวินิจฉัยพระราชทานชื่อวิทยาศาสตร์

โดยปะการังอ่อนสองชนิดที่ค้นพบใหม่นี้ หนึ่งในชนิดปะการังนี้ ได้รับพระราชทานพระราชานุญาตให้ใช้ชื่อชนิดว่า “sirindhornae” (สิรินธรเน่) ซึ่งเป็นชื่อตามพระนามขององค์ประธานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ สำหรับปะการังอ่อนอีกชนิดหนึ่งได้ชื่อว่า “cornigera” (คอร์นิกีร่า) โดยชื่อปะการังชนิดใหม่ของโลกที่ค้นพบในน่านน้ำไทยได้ตีพิมพ์เผยแพร่ผ่านวารสารวิจัยระดับนานาชาติ Zootaxa (ซูแท๊กซ่า) ในปี 2563 นี้

ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.สุชนา ชวนิชย์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การค้นพบในครั้งนี้ดำเนินการภายใต้โครงการการศึกษาวิจัยความหลากหลายของปะการังในน่านน้ำไทย ยังได้รับการสนับสนุนจากสำนักเลขาธิการคณะอนุกรรมาธิการสมุทรศาสตร์ระหว่างรัฐบาลภาคพื้นแปซิฟิกตะวันตกภายใต้ยูเนสโก (UNESCO-IOC/WESTPAC) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ปะการังอ่อนชนิดใหม่ทั้งสองชนิดนี้จัดเป็นปะการังที่หายาก แต่สามารถพบได้ในบริเวณหมู่เกาะแสมสารและที่หมู่เกาะแถวพัทยา จ.ชลบุรี ที่ระดับความลึกตั้งแต่ประมาณ 8 – 19 เมตร ขนาดของปะการังสูงประมาณ 4 เซนติเมตร ปะการังอ่อนทั้งสองชนิดนี้ชอบอาศัยในบริเวณที่มีกระแสน้ำไหล เนื่องจากสามารถจับหาอาหารบริเวณนี้ได้เป็นอย่างดี สำหรับปะการังอ่อนชนิด “sirindhornae” นี้เป็นปะการังอ่อนที่มีสีชมพูสวยงามเหมือนดอกไม้ ส่วนปะการังอ่อนชนิด “cornigera” เป็นปะการังอ่อนที่มีสีส้มเหลือง ชื่อ “cornigera” แปลว่า แตร เพราะมีรูปร่างเหมือนแตร

“การค้นพบปะการังอ่อนชนิดใหม่ของโลกในน่านน้ำไทยนี้ แสดงให้เห็นว่า ใต้ทะเลของประเทศไทยยังมีความหลากหลายของปะการังอีกมากที่ยังรอการค้นพบจากนักวิทยาศาสตร์ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรีบทำการศึกษาวิจัยเพิ่มเติมเพื่อการอนุรักษ์ ก่อนที่ปะการังเหล่านั้นจะถูกทำลายและหายไปเนื่องจากกิจกรรมของมนุษย์” รองศาสตราจารย์ ดร.สุชนา กล่าว

นิทรรศการ ‘ศิลปกรรมสมัยรัชกาลที่ ๙’ จัดแสดงผลงานชิ้นเยี่ยมกว่า 82 ชิ้น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – นิทรรศการ’ศิลปกรรมสมัยรัชกาลที่ ๙’ จัดแสดงผลงานชิ้นเยี่ยมกว่า82ชิ้น (naewna.com)

นิทรรศการ'ศิลปกรรมสมัยรัชกาลที่ ๙' จัดแสดงผลงานชิ้นเยี่ยมกว่า82ชิ้น

นิทรรศการ’ศิลปกรรมสมัยรัชกาลที่ ๙’ จัดแสดงผลงานชิ้นเยี่ยมกว่า82ชิ้น

วันพฤหัสบดี ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 19.30 น.

“กรมศิลปากร”เปิดนิทรรศการ”ศิลปกรรมสมัยรัชกาลที่ ๙” จัดแสดงผลงานชิ้นเยี่ยมของศิลปินกว่า 82 ชิ้น

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2563 นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการ “ศิลปกรรมสมัยรัชกาลที่ ๙” ณ อาคารนิทรรศการ 3 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถนนเจ้าฟ้า กรุงเทพฯ กรมศิลปากร โดยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เปิดให้ชมนิทรรศการ “ศิลปกรรมสมัยรัชกาลที่ ๙” ซึ่งเป็นส่วนต่อขยายของนิทรรศการถาวรของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป เรื่อง พัฒนาการทางด้านทัศนศิลป์ของไทย โดยนิทรรศการส่วนต่อขยายนี้จะเน้นในส่วนของศิลปะสมัยใหม่ในประเทศไทย ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งความก้าวหน้าและรุ่งเรืองอย่างยิ่งของวงการศิลปะของไทย ด้วยพระราชนิยมส่วนพระองค์ที่ทรงสนพระราชหฤทัยในศิลปกรรมทุกแขนง และการเปิดกว้างแห่งยุคสมัย จนพัฒนาเป็นศิลปะร่วมสมัยที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องจวบจนปัจจุบัน

ภายในนิทรรศการมีการจัดแสดงผลงานชิ้นเยี่ยมของศิลปินชั้นครู ศิลปินแห่งชาติ และศิลปินที่มีชื่อเสียงของไทย อาทิ เฟื้อ หริพิทักษ์, พิมาน มูลประมุข, ชิต เหรียญประชา, จำรัส เกียรติก้อง, บัณจบ พลาวงศ์ โดยเป็นผลงานที่อยู่ในความครอบครองของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป และผลงานที่ได้รับความอนุเคราะห์ให้ยืม รวมถึงผลงานที่ได้รับมอบจากหน่วยงาน องค์กร และบุคคล รวมถึงศิลปิน จำนวน 82 ชิ้น จำแนกเป็นจิตรกรรม 46 ชิ้น ประติมากรรม 12 ชิ้น ภาพพิมพ์ 17 ชิ้น และสื่อผสม 7 ชิ้น นำมาจัดแสดงในส่วนห้องนิทรรศการที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ตามมาตรฐานสากล ในพื้นที่ 580 ตารางเมตร โดยเปิดให้เข้าชมตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ณ อาคารนิทรรศการ 3 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถนนเจ้าฟ้า เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เปิดทำการวันพุธ – วันอาทิตย์ เวลา 09.00 – 16.00 น. (หยุดวันจันทร์ – วันอังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์)