อว. เดินสายโรดโชว์ Reinventing University 3 ภาค ประเดิม ‘หาดใหญ่’ ที่แรก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – อว.เดินสายโรดโชว์ Reinventing University 3 ภาค ประเดิม‘หาดใหญ่’ที่แรก (naewna.com)

อว.เดินสายโรดโชว์ Reinventing University 3 ภาค ประเดิม‘หาดใหญ่’ที่แรก

อว.เดินสายโรดโชว์ Reinventing University 3 ภาค ประเดิม‘หาดใหญ่’ที่แรก

วันพฤหัสบดี ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 16.17 น.

อว.เดินสายโรดโชว์ Reinventing University 3 ภาค ประเดิมหาดใหญ่ที่แรก หวังเร่งสร้างความเข้าใจ พร้อมแนะแนวทางการจัดกลุ่มมหาวิทยาลัยแบบชัดเจน

17 ธันวาคม 2563 สำนักปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) โดยคณะอนุกรรมการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย หรือ Reinventing University ภายใต้กรอบนโยบายกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า จากการที่กระทรวง อว.ได้เปิดตัวโครงการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย หรือ Reinventing University เพื่อต้องการให้การศึกษาของไทยเกิดความเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะนำไปสู่การส่งเสริมและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชากรให้มีคุณภาพ ดังนั้นการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย จึงเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เกิดการปฏิรูประบบอุดมศึกษาอย่างแท้จริง เพื่อให้มหาวิทยาลัยมีความเป็นเลิศ สามารถผลิตบัณฑิตที่เชื่อมโยงกับความต้องการของประเทศ พร้อมขับเคลื่อนประเทศไปในทิศทางใหม่ ปรากฏว่าได้รับความสนใจจากสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศสอบถามเกี่ยวกับตัวโครงการเข้ามาเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเรื่องการจัดกลุ่มมหาวิทยาลัยออกเป็น 5 กลุ่มตามความถนัด เนื่องจากสถาบันอุดมศึกษาส่วนใหญ่ยังขาดความเข้าใจและเกิดความสับสนว่าสถาบันตัวเองควรอยู่กลุ่มไหน

ทั้งนี้ เพื่อให้นโยบายการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)  และการจัดกลุ่มมหาวิทยาลัยมีทิศทางที่ชัดเจน สำนักปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.)  โดยคณะอนุกรรมการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย จึงได้จัดประชุมสัมมนาวิชาการ“Reinventing University” ขึ้นในพื้นที่ 3 ภาค คือ ภาคเหนือ ภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อชี้แจงแนวทางและสร้างความเข้าใจในการขับเคลื่อนสถาบันอุดมศึกษาตามกลุ่มยุทธศาสตร์ที่สอดคล้องกับความต้องการในการพัฒนาประเทศ ซึ่งเป็นสิ่งแรกที่มหาวิทยาลัยจะต้องประเมินตนเองในด้านความพร้อม โดยดูจากผลการดำเนินงานที่ผ่านมา รวมไปถึงศักยภาพของมหาวิทยาลัย มาใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาในการเลือกกลุ่ม

สำหรับสัมมนาวิชาการ “Reinventing University” ครั้งนี้ จัดขึ้นที่โรงแรมคริสตัล หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.พีระพงศ์ ทีฆสกุล ประธานอนุกรรมการฯ ร่วมด้วย รศ.ดร.รัฐชาติ มงคลนาวิน อนุกรรมการฯ และผศ.ดร.ศจี ศิริไกร อนุกรรมการฯ และผศ.ดร.ศรเนตร อารีโสภณพิเชฐ อนุกรรมการฯ พร้อมด้วย นายพันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพัฒนาทรัพยากรบุคคล สำนักปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) มาร่วมเป็นวิทยากรให้ความรู้ในหัวข้อต่างๆ ด้วย อาทิ แนวทางการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย บทบาทของอว. การจัดกลุ่มสถาบันอุดมศึกษาตามกฏกระทรวงฯ ปี 2564 พร้อมเปิดเวทีให้มีการแลกเปลี่ยนความรู้และความคิดเห็นในแต่ละสถาบันด้วย

คณะดิจิทัลมีเดีย ม.ศรีปทุม พัฒนาทักษะฝีมือ D Club สร้างประสบการณ์สู่บุคลากรในอุตสาหกรรมดิจิทัล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – คณะดิจิทัลมีเดีย ม.ศรีปทุม พัฒนาทักษะฝีมือ D Club สร้างประสบการณ์สู่บุคลากรในอุตสาหกรรมดิจิทัล (naewna.com)

คณะดิจิทัลมีเดีย ม.ศรีปทุม พัฒนาทักษะฝีมือ D Club  สร้างประสบการณ์สู่บุคลากรในอุตสาหกรรมดิจิทัล

คณะดิจิทัลมีเดีย ม.ศรีปทุม พัฒนาทักษะฝีมือ D Club สร้างประสบการณ์สู่บุคลากรในอุตสาหกรรมดิจิทัล

วันพฤหัสบดี ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ดร.กมล จิราพงษ์ คณบดี คณะดิจิทัลมีเดีย มหาวิทยาลัยศรีปทุม เปิดเผยถึง การร่วมมือกับ Acer ภายใต้ แบรนด์ ConceptD ต่อยอดศูนย์กลางการผลิตบุคลากรด้านดิจิทัลคอนเทนต์ ด้วยการ เปิด “ศูนย์สร้างสรรค์สื่อดิจิทัล D Club” พื้นที่พัฒนา สร้างสรรค์ผลงานและประสบการณ์การทำงานรอบด้านในรูปแบบบริษัทเสมือนจริง พร้อมจัดโน้ตบุ๊คประสิทธิภาพสูง ConceptD 5 เป็นเครื่องมือพัฒนาฝีมือเพื่อก้าวสู่บุคลากรในวงการดิจิทัลคอนเทนต์อย่างมืออาชีพ ว่า ศูนย์สร้างสรรค์สื่อดิจิทัล D Club จะเป็นสนามฝึกฝนฝีมือและพัฒนาศักยภาพในรูปแบบของบริษัทเสมือนจริง ให้นักศึกษาได้ทำงาน จริงตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทั้งพบลูกค้า รับโจทย์ เลือกเทคโนโลยีที่จะตอบโจทย์ลูกค้า พัฒนาชิ้นงาน และขายงาน ด้วยความพร้อมของเราที่มีนักศึกษาที่จะเป็นบุคลากรสร้างสรรค์ผลงาน สถานที่ ทีมคณาจารย์ที่พร้อมเป็นพี่เลี้ยง เรามีพันธมิตร ConceptD ที่มีผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการใช้งานด้านดิจิทัลคอนเทนต์ ConceptD5 ที่ติดตั้ง ใน D Club นี้จะช่วยเติมเต็มประสบการณ์การทำงานด้วยอุปกรณ์ระดับมืออาชีพ ร่วมกับประสบการณ์การทำงานจริงก่อนที่จะออกไปสู่ตลาดแรงงานอย่างแท้จริง

นายนิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด กล่าวว่า นับเป็นครั้งแรกของแบรนด์ ConceptD ที่ได้มีโอกาสในการร่วมมือกับทางคณะดิจิทัลมีเดีย มหาวิทยาลัยศรีปทุม ConceptD เล็งเห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมการเรียนการสอนให้แก่อาจารย์และนักศึกษาในทุกด้าน ทั้งการพัฒนาองค์ความรู้ ทักษะฝีมือ รวมถึงอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อสร้างนักศึกษาให้เป็นนักสร้างสรรค์ที่มี ความเชี่ยวชาญขั้นสูงเข้าสู่อุตสาหกรรมดิจิทัล สำหรับศูนย์สร้างสรรค์สื่อดิจิทัล D Club เป็นความภูมิใจของ ConceptD ที่มหาวิทยาลัยศรีปทุมได้มอบโอกาสในการร่วมพัฒนาศูนย์ฯ และมองเห็นถึงประสิทธิภาพของ ConceptD 5 โน้ตบุ๊คที่ตอบโจทย์งานสร้างสรรค์ดิจิทัลคอนเทนต์ โดยวางใจให้ ConceptD 5 เป็นเครื่องมือสำหรับนักศึกษา บุคลากรใน D Club ได้ใช้ในการพัฒนาฝีมือ สร้างสรรค์ผลงานด้วยประสิทธิภาพและเทคโนโลยีเดียวกันกับที่มืออาชีพใช้ เรามั่นใจว่า D Club จะช่วยสร้างทักษะและประสบการณ์ให้กับนักศึกษาอย่างรอบด้านทั้ง Hard Skills, Soft Skills, Business Skill และก้าวสู่บุคลากรในวงการดิจิทัลคอนเทนต์อย่างมีคุณภาพ

ทีม ‘มูอาลิม’ คว้ารางวัลชนะเลิศจากโครงการ Gen-U ชี้ปัญหาและทางแก้การบูลลี่พร้อมปลูกฝังทัศนคติ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ทีม‘มูอาลิม’คว้ารางวัลชนะเลิศจากโครงการ Gen-U ชี้ปัญหาและทางแก้การบูลลี่พร้อมปลูกฝังทัศนคติ (naewna.com)

ทีม‘มูอาลิม’คว้ารางวัลชนะเลิศจากโครงการ Gen-U  ชี้ปัญหาและทางแก้การบูลลี่พร้อมปลูกฝังทัศนคติ

ทีม‘มูอาลิม’คว้ารางวัลชนะเลิศจากโครงการ Gen-U ชี้ปัญหาและทางแก้การบูลลี่พร้อมปลูกฝังทัศนคติ

วันพฤหัสบดี ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เยาวชนนักคิดจากประเทศไทย  ทีม“มูอาลิม”(เป็นภาษาอารบิก หมายถึง “ครู”) ซึ่งเกิดขึ้นจากการรวมตัวกันของนักศึกษาคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยฟาฏอนี ในจังหวัดปัตตานี โดยมีสมาชิก 3 คน คือ นางสาวนิสมา ฆอแด๊ะ, นางสาวนาดีเราะห์ เวาะแห และนางสาวนูรไลลา ดอคา คว้ารางวัลชนะเลิศการแข่งขันระดับโลกโครงการเยาวชนกล้าคิด สะกิดสังคม หรือ Generation Unlimited (Gen-U) ได้รางวัลเป็นเงินทุนราว 470,000 บาท (U$ 15,000) 

โครงการ Gen-U เป็นความร่วมมือระดับนานาชาตินำโดยยูนิเซฟ เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนจากทั่วโลกที่มีอายุระหว่าง 14-24 ปี ได้นำเสนอไอเดียสร้างสรรค์ในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัวของพวกเขา

ทีมมูอาลิม (Muallim) เยาวชนจากจังหวัดปัตตานีและยะลา สามารถคว้าชัยเป็น 1 ใน 8 ทีมผู้ชนะเลิศระดับโลก ซึ่งคัดเลือกจาก 180 ทีม จาก36 ประเทศ โดยพวกเขาได้นำเสนอไอเดีย “บอร์ดเกมบันไดงู” ที่ออกแบบมาเพื่อให้ความรู้แก่เด็กๆชั้นประถมศึกษาเกี่ยวกับการรังแก หรือการบูลลี่ (Bully) และผลเสียของการบูลลี่ พร้อมสอนให้เด็กๆ ได้เรียนรู้การแก้ปัญหาอย่างสันติตลอดจนปลูกฝังทัศนคติให้เด็กๆ รู้จักเห็นอกเห็นใจและเคารพผู้อื่น

โครงการ Gen-U เปิดตัวครั้งแรกในการประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติในปี 2561 มีวัตถุประสงค์ให้เยาวชนทั่วโลกได้เข้าถึงการศึกษา การพัฒนาทักษะ การจ้างงานที่เหมาะสมกับวัย และเรียนรู้ทักษะการเป็นผู้ประกอบการ โดยปี 2564 นี้ โครงการ Gen-U ได้เข้าถึงเด็กและเยาวชนกว่า 15 ล้านคนทั่วโลกการประกาศผลปีนี้จัดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 11 ธันวาคม ที่ผ่านมา โดยมีผู้บริหารสูงสุดจากองค์การยูนิเซฟ (UNICEF) โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) องค์กรแพลน อินเตอร์เนชั่นแนล (Plan International)และองค์การลูกเสือโลก (World Organization of Scout Movement) ร่วมงานผ่านช่องทางออนไลน์

นศ.วิศวฯ มจธ.คว้าสุดยอดนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ จากโครงการ Go Further Innovator Scholarship #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – นศ.วิศวฯ มจธ.คว้าสุดยอดนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ จากโครงการ Go Further Innovator Scholarship (naewna.com)

นศ.วิศวฯ มจธ.คว้าสุดยอดนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์  จากโครงการ Go Further Innovator Scholarship

นศ.วิศวฯ มจธ.คว้าสุดยอดนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ จากโครงการ Go Further Innovator Scholarship

วันพฤหัสบดี ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

นศ.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ประกอบด้วย สมาชิกในทีม 3 คน คือนายปภังกร สุขเพ็ญ, นายวชิรวิทย์ รางแดงและ นายพชร ยินดี จากภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกลนักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะวิศวกรรมศาสตร์ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศโครงงานสิ่งประดิษฐ์ในระดับอุดมศึกษาจากการประกวดสุดยอดนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ประจำปี 2020 ในหัวข้อ “เทคโนโลยี ROAD SAFETY เพื่อทุกชีวิตปลอดภัยบนท้องถนน” โครงการ GoFurther Innovator Scholarship จากผลงาน “ระบบลดอัตราการหดตัวของรูม่านตาอย่างฉับพลัน เมื่อผู้ขับขี่ยานพาหนะออกจากอุโมงค์” เล่ารายละเอียดของผลงานให้ฟังว่า “การทำงานจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ศึกษาพฤติกรรมการหดตัวของรูม่านตาที่มีต่อแสง และหาว่าจะมีอุปกรณ์ตัวไหนที่จะตรวจจับรูม่านตาได้ อีกส่วนคืออุปกรณ์ในการควบคุมไฟในรถ และตรวจจับกับไฟที่อยู่หน้าอุโมงค์หรือแสงที่อยู่ภายนอกตัวรถส่วนสุดท้ายคือโปรแกรมที่ต้องจำลองสมมุติฐานเพื่อดูผลสิ่งที่ได้ทำการทดลองจริงกับผลในโปรแกรมใกล้เคียงกันหรือไม่” นายวชิรวิทย์ กล่าว

นายปภังกร กล่าวเสริมตัวอย่างให้เข้าใจชัดว่า เช่น หากไม่ทราบว่าอุโมงค์มีความเข้มต่อแสงเท่าไร จะมีการนำหลักการวัดรังสียูวีตกค้างในอุโมงค์มาใช้ด้วย เพื่อมาประมวลผลเป็นอัลกอริทึมที่ใช้ในการวัดค่าเพื่อให้ประสิทธิภาพในการวัดหาอัตราส่วนของรูม่านตาของคนที่เหมาะสมที่สุดขณะออกจากอุโมงค์ เพื่อมาสร้างแบบจำลองที่ดีที่สุดก่อน จึงจะซื้ออุปกรณ์เพื่อมาทำการทดลองเป็นขั้นตอนต่อไป  

ด้าน นายพชร กล่าวเสริมว่า จากการจัดทำระบบลดอัตราการหดตัวของรูม่านตาอย่างฉับพลัน เมื่อผู้ขับขี่ยานพาหนะออกจากอุโมงค์นี้ ทางทีมได้มีแผนพัฒนาต่อยอดผลงานเพื่อศึกษาการลดผลกระทบของแสงไฟแยงตาจากไฟสูงไฟต่ำระหว่างรถวิ่งสวนทางต่อไปอีกด้วย ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งผลงานที่เชื่อมั่นว่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างมาก โดยระบบดังกล่าวจะช่วยลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุที่ปลายอุโมงค์ ซึ่งจะมองเห็นแสงวาบเมื่อรถเคลื่อนตัวถึงปลายอุโมงค์เนื่องจากระดับแสงภายในและภายนอกอุโมงค์มีความเข้มที่ต่างกันมากจึงทำให้รูม่านตาของผู้ขับขี่ปรับตัวไม่ทัน ส่งผลต่อทัศนวิสัยของผู้ขับขี่และอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้”

ดร.ชาญชัย เตชะวัชราภัยกุล อาจารย์ที่ปรึกษาโครงการ และอาจารย์สาขาวิชาเทคโนโลยีวิศวกรรมไฟฟ้าและพลังงาน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กล่าวเพิ่มเติมว่า“สิ่งประดิษฐ์นี้ ยังไม่มีใครทำมาก่อน ซึ่งคณะกรรมการอยากได้แนวคิดที่จะเป็นไปได้ในอนาคต และนี่คือผลงานที่แปลกใหม่ โจทย์คือต้องการนวัตกรรมใหม่ที่ส่งเสริมความปลอดภัยบนท้องถนน และสามารถต่อยอดผลิตภัณฑ์ของ ฟอร์ดฯ ที่เป็นอุตสาหกรรมรถยนต์ได้ ซึ่งผลงานของนักศึกษาตอบโจทย์ทั้งสามข้อ และจากผลงานนี้อาจจะเป็นโอกาสที่ดีในการต่อยอดความร่วมมือกับฟอร์ดฯ ได้ในอนาคต จึงเป็นโจทย์ที่ท้าทายอีกข้อหนึ่งสำหรับทีมนักศึกษา ที่จะนำเสนอผลงานที่ลงทุนในการสร้างไม่มาก แต่สามารถทำให้ผลิตภัณฑ์หลักของฟอร์ดฯมีมูลค่าที่สูงขึ้นได้” 

ในส่วนของการทำงานร่วมกัน ดร.ชาญชัยกล่าวว่า การประดิษฐ์ คิดค้น นักศึกษาจะเป็นคนลงมือทำโดยจะมีอาจารย์เป็นผู้สนับสนุนทั้งในส่วนของข้อมูล การประสานงาน และอื่นๆถ้าหากนักศึกษาติดขัดในส่วนใดก็จะเข้ามาปรึกษากับทีมอาจารย์เพื่อร่วมกันหาคำตอบ การทำงานร่วมกับนักศึกษาในรูปแบบนี้อาจารย์ก็จะได้เรียนรู้ไปพร้อมกับนักศึกษาด้วยเช่นกัน อีกทั้งได้เปิดโอกาสให้นักศึกษาในแต่ละชั้นปีได้ทำงานและเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อที่จะสามารถส่งต่อองค์ความรู้ไปยังนักศึกษารุ่นต่อไปได้ เช่น ให้นักศึกษาชั้นปีที่ 2ทำงานร่วมกับนักศึกษาชั้นปีที่ 3 หรือนักศึกษาชั้นปีที่ 3 ทำงานร่วมกับนักศึกษาชั้นปีที่ 4 เป็นต้น

โครงงานสิ่งประดิษฐ์ในระดับอุดมศึกษาจากการประกวดสุดยอดนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ประจำปี 2020 ในหัวข้อ “เทคโนโลยี ROAD SAFETY เพื่อทุกชีวิตปลอดภัยบนท้องถนน” โครงการ Go Further Innovator Scholarship นี้จัดขึ้นโดย ฟอร์ด ประเทศไทย ร่วมกับทีวีบูรพาและสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน(Population and Community Development Association หรือ PDA) จากการประกวดรอบชิงชนะเลิศเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2563ที่ผ่านมา มีผลงานผ่านเข้ารอบสุดท้ายนี้ทั้งหมด 20 ผลงานในระดับอาชีวะและอุดมศึกษา

สพม.38 เสริมสร้างความรู้ให้ครูมัธยม ขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้วิทยาการคำนวณ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – สพม.38 เสริมสร้างความรู้ให้ครูมัธยม ขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้วทยาการคำนวณ (naewna.com)

สพม.38 เสริมสร้างความรู้ให้ครูมัธยม ขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้วทยาการคำนวณ

สพม.38 เสริมสร้างความรู้ให้ครูมัธยม ขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้วทยาการคำนวณ

วันพฤหัสบดี ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 38 (สพม.38) ร่วมกับสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) เปิดโครงการ โครงการ “การขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้วิทยาการคำนวณ (ComputingScience) ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น”มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาความสามารถด้านการจัดการเรียนรู้วิทยาการคำนวณ (Computing Science) ระดับมัธยมศึกษาตอนตัน สำหรับครูกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยใช้หลักสูตร 63021 การอบรมการจัดการเรียนรู้วิทยาการคำนวณ สำหรับครูมัธยมศึกษาปีที่ 1-3Coding for Grade 7-9 Teacher (C4T-4) จำนวน 20 ชั่วโมง ซึ่งเป็นหลักสูตรการพัฒนาข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาสายงานการสอน ที่ได้รับการรับรองจากสถาบันคุรุพัฒนา โดยมีทีมวิทยากรแกนนำของสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยศาสตร์และทคโนโลยี (สสวท.) จำนวน 7 คน มาถ่ายทอดความรู้และประสบกาณ์การจัดการเรียนรู้วิทยการคำนวณให้แก่ผู้เข้ารับการพัฒนา ซึ่งเป็นครูผู้สอนรายวิชาวิทยาการคำนวณ จากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 38 จำนวน 94 คน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 1 จำนวน17 คน และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 2 จำนวน 6 คนรวมทั้งสิ้น จำนวน 117 คน

‘องคมนตรี’ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนมัธยมกัลยาณิวัฒนาเฉลิมพระเกียรติ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘องคมนตรี’ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนมัธยมกัลยาณิวัฒนาเฉลิมพระเกียรติ (naewna.com)

'องคมนตรี'ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนมัธยมกัลยาณิวัฒนาเฉลิมพระเกียรติ

‘องคมนตรี’ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนมัธยมกัลยาณิวัฒนาเฉลิมพระเกียรติ

วันพุธ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 20.53 น.

เมื่อเวลา 08.20 น.วันที่ 16 ธันวาคม 2563 นายนุรักษ์ มาประณีต องคมนตรี ในฐานะกรรมการโครงการกองทุนการศึกษา และคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนมัธยมกัลยาณิวัฒนาเฉลิมพระเกียรติ อ.กัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่ เพื่อพบปะและให้กำลังใจแก่ผู้บริหารโรงเรียน ข้าราชการครูและนักเรียน โรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษา โดยมี นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และ ดร.สุทธิดล พุทธรักษ์ ผอ.สพม.34 (เชียงใหม่ – แม่ฮ่องสอน)  พร้อมคณะ ให้การต้อนรับ

สอศ.เตรียมปรับ-เพิ่มหลักสูตร สอนผู้ที่พำนักในศูนย์พักพิงชั่วคราวชายแดนไทย-พม่า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – สอศ.เตรียมปรับ-เพิ่มหลักสูตร สอนผู้ที่พำนักในศูนย์พักพิงชั่วคราวชายแดนไทย-พม่า (naewna.com)

สอศ.เตรียมปรับ-เพิ่มหลักสูตร สอนผู้ที่พำนักในศูนย์พักพิงชั่วคราวชายแดนไทย-พม่า

สอศ.เตรียมปรับ-เพิ่มหลักสูตร สอนผู้ที่พำนักในศูนย์พักพิงชั่วคราวชายแดนไทย-พม่า

วันพุธ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 19.34 น.

สอศ.เตรียมปรับ-เพิ่มหลักสูตรให้สอดคล้องยุคสมัย สอนผู้ที่พำนักในศูนย์พักพิงชั่วคราวชายแดนไทย-พม่า

เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2563 ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) กระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกับ ADRA Thailand และสมาคมความช่วยเหลือเพื่อความร่วมมือและพัฒนา ACTED Thailand ซึ่งเป็นองค์กรไม่หวังผลกำไร NGOs ภายใต้การกำกับของกระทรวงมหาดไทย ได้ดำเนินงานความร่วมมือ ในการจัดการฝึกอบรมวิชาชีพให้กับผู้ที่พำนักในศูนย์พักพิงชั่วคราวชายแดนไทย-พม่า และประชาชนโดยทั่วไปในพื้นที่ใกล้เคียง ให้มีความรู้ ความสามารถที่จะประกอบอาชีพและได้รับวุฒิการศึกษาตามความเหมาะสม และสามารถยกระดับคุณภาพชีวิต ในขณะที่อยู่อาศัยในที่พักพิงชั่วคราวและเมื่อได้กลับไปประกอบอาชีพในถิ่นฐาน ทั้งยังเป็นการสร้างทัศนคติที่ดีในการบริการสังคมให้กับครูและบุคลากรทางการศึกษาอาชีวศึกษา โดยความร่วมมือดำเนินการตั้งแต่ปี 2554 และตั้งแต่ปี 2556 โดยดำเนินการร่วมกับสถานศึกษา 5 แห่ง ใน 9 ศูนย์พักพิงชั่วคราว ได้แก่ วิทยาลัยการอาชีพนวมินทราชินีแม่ฮ่องสอน  วิทยาลัยการอาชีพแม่สะเรียง วิทยาลัยเทคนิคแม่สอด วิทยาลัยสารพัดช่างกาญจนบุรี และวิทยาลัยสารพัดช่างราชบุรี โดยมีวิทยาลัยการอาชีพอินทร์บุรีเป็นผู้ประสานดำเนินงาน

ด้าน ดร.อรรถพล สังขวาสี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกกษา กล่าวว่า ในช่วงปี ‪2562-2563‬ ความร่วมมือดังกล่าวได้ดำเนินโครงการฝึกอบรมวิชาชีพเพื่อการเปลี่ยนแปลง สนับสนุนโดยสหภาพยุโรป สามารถดำเนินการในภาพรวมได้มากกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ ที่ 1,300 คน โดยมีผู้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรการฝึกอบรม 150 ชั่วโมง รวมทั้งสิ้น 1,728 ราย เช่นคอมพิวเตอร์ธุรกิจ การออกแบบตัดเย็บเสื้อผ้า เสริมสวย-สปา ช่างซ่อมเครื่องยนต์เล็ก ก่อสร้างพื้นฐาน งานบริการโรงแรมเพื่อประยุกใช้ในงานอาชีพ อาหารและขนม เป็นต้น

โดยในวันนี้ได้จัดให้มีการสรุปผลการดำเนินงานและทบทวนโครงการฯ เพื่อการเตรียมการในปีต่อไปที่วิชาชีพต่างๆ มีความเปลี่ยนแปลง เช่นทักษะทางด้านเทคโนโลยีด้านไอทีต่างๆ รวมถึงต้องการของผู้พักพิง และมาตรฐานฝีมือที่ต้องได้มาตรฐาน ซึ่งมีแนวทางในขยายโอกาสในลำดับต่อไปเพื่อพัฒนาหลักสูตรการส่งเสริมในการเริ่มต้นทางธุรกิจขนาดเล็ก ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการ มีนโยบายความเท่าเทียมกันในการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อสนับสนุนการศึกษาสำหรับเด็กและเยาวชนที่มีความต้องการมากที่สุด เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยสร้างความร่วมมือกับภาครัฐและเอกชนรวมถึงองค์กรระหว่างประเทศ ในการยกระดับการเข้าถึงการศึกษาให้มากที่สุด การสร้างโอกาสในการเรียนรู้ทางวิชาชีพ สร้างโอกาสในการมีงานทำมีรายได้ในการใช้ชีวิต โดย สอศ.ได้ดำเนินงานเพื่อช่วยสนับสนุนการส่งเสริมการเข้าถึงการอาชีวศึกษาเพื่อการมีอาชีพ ให้กับทุกกลุ่มเป้าหมายผ่านรูปแบบการเรียนรู้ที่หลากหลาย รวมไปถึงกิจกรรมภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ จะร่วมกันพัฒนาทักษะ ความรู้และวิชาชีพให้กับผู้พำนักในศูนย์พักพิง เพื่อวันหนึ่งข้างข้างหากเข้ามีโอกาสในการกลับสู่ภูมิลำเนาหรือมาตุภูมิ หรือการได้ไปอยู่ในประเทศต่างๆ ที่พัฒนาแล้ว ทักษะเหล่านี้จะเป็นหนึ่งเครื่องมือสำคัญในการสร้างชีวิตและสร้างอาชีพให้กับพวกเขา

ขณะที่ Mr Elvis Walemba ผู้อำนวยการ country program ADRA Thailand กล่าวว่า พวกเราอยู่ในสังคมเดียวกันภายใต้ประชาคมอาเซียนซึ่งเป็นที่คาดหวังว่าการถ่ายโอน เคลื่อนย้ายแรงงานในภูมิภาค จะเพิ่มขึ้น การประชุมในวันนี้จะเป็นการยืนยันว่าจะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ร่วมกัน ในการสร้างความร่วมมือสนับสนุนการอาชีวศึกษา ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว เราจะดำเนินกิจกรรมที่หลากหลายและที่สำคัญยิ่งคือการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและประเทศเมียนมา ผ่านความร่วมมือกับ Adra Thailand และ สมาคมความช่วยเหลือเพื่อความร่วมมือและพัฒนา ACTED Thailand

มธ.ชู ‘หลักสูตรนานาชาติ’ การศึกษากับสำนึกคนรุ่นใหม่ มุ่งสู่ ‘Global Citizen’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – มธ.ชู‘หลักสูตรนานาชาติ’การศึกษากับสำนึกคนรุ่นใหม่ มุ่งสู่ ‘Global Citizen’ (naewna.com)

มธ.ชู‘หลักสูตรนานาชาติ’การศึกษากับสำนึกคนรุ่นใหม่ มุ่งสู่ ‘Global Citizen’

มธ.ชู‘หลักสูตรนานาชาติ’การศึกษากับสำนึกคนรุ่นใหม่ มุ่งสู่ ‘Global Citizen’

วันพุธ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 15.07 น.

ในวันที่วัฒนธรรมข้ามพรมแดนไหลบ่าเข้ามาให้เลือกเสพอย่างล้นทะลัก การสื่อสารได้ชักนำให้โลกทั้งใบกลายเป็นหนึ่งเดียวกับทุกคน จึงไม่แปลกที่วันว่างของเด็กชายจะหมดไปกับการ์ตูนอนิเมชั่นภาษาต่างประเทศ น้องสาวคุ้นชินกับบทบาทเจ้าหญิงเอลซ่าราวกับว่าเธอถือกำเนิดมาจากดินแดนหิมะ ขณะที่คู่รักเพลิดเพลินอยู่กับ Netflix มากกว่าการซื้อตั๋วชมภาพยนตร์ในโรงหนัง

เมื่อโลกรวมเป็นหนึ่ง คนยุคสมัยนี้จึงมีสำนึกว่าตัวเองเป็นพลเมืองของโลก (Global Citizen) มากกว่าการเป็นประชาชนของประเทศเดียว แน่นอนว่าการศึกษาต้องสอดคล้องกับสำนึกใหม่นี้ด้วยเช่นกัน

ณ ปี 2020 มีการพูดถึงการเรียนการสอนของ “หลักสูตรนานาชาติ” มากขึ้น ด้วยเชื่อว่าหลักสูตรนานาชาติจะช่วยหนุนเสริมและเตรียมความพร้อมให้กับผู้เรียนเพื่อก้าวไปเป็นส่วนหนึ่งของโลกอย่างกลมกลืน

รศ.ดร.พิษณุ ตู้จินดา อาจารย์ประจำสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร (SIIT) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) อธิบายว่า ทุกวันนี้โลกเปลี่ยนแปลงเร็ว มีการแชร์องค์ความรู้และเทคโนโลยีจากทั่วโลก เกิดสิ่งใหม่ๆ ขึ้นตลอดเวลา หลักสูตรนานาชาติจึงเป็นสิ่งที่ช่วยเปิดโอกาสให้นักศึกษาก้าวออกจากกรอบเดิมๆ เพื่อไปเป็นส่วนหนึ่งของโลก

หลักสูตรนานาชาติจึงมีข้อกำหนดมากมาย อาทิ หลักสูตรต้องได้รับมาตรฐานเทียบเท่ากับมหาวิทยาลัยนานาชาติ ต้องมีความหลากหลาย มีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และเข้าใจความแตกต่าง มีแหล่งความรู้และเทคโนโลยีนวัตกรรมที่เท่าทันปัจจุบัน

“การเรียนร่วมกับชาวต่างชาติทำให้เราเข้าใจวัฒนธรรมที่แตกต่าง เช่น เราจะรู้ว่าประเทศญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับ seniority มาก การล้อเล่นกับผู้ใหญ่เป็นสิ่งที่ทำไม่ได้ การดีลธุรกิจกับคนญี่ปุ่นหากเราไม่มีสัมมาคารวะก็จะถูกเช็คลิสต์ไว้ คะแนนจะตก หรือในญี่ปุ่นเราจะใส่สีขาวไม่ได้เพราะเป็นเรื่องของงานศพ ซึ่งแน่นอนว่า ในแต่ละประเทศก็มีเรื่องละเอียดอ่อนที่แตกต่างกันออกไป” รศ.ดร.พิษณุ ยกตัวอย่าง

เห็นได้ชัดว่า  หลักสูตรนานาชาติไม่ใช่แค่การสอนเป็นภาษาอังกฤษอย่างเดียว หากแต่มุ่งเน้นไปที่ความเข้าใจและการยอมรับความแตกต่างทางวัฒนธรรมของผู้อื่นด้วย

รศ.ดร.วารี กงประเวชนนท์ รองผู้อำนวยการฝ่ายรับเข้าศึกษาและประชาสัมพันธ์ SIIT อธิบายว่า ผู้ที่เรียนในหลักสูตรนานาชาติจะเข้าใจความหลากหลายทางวัฒนธรรม เข้าใจถึงมุมมอง วิธีคิด ตลอดจนธรรมชาติของเพื่อนร่วมชั้นที่เป็นชาวต่างชาติ นั่นทำให้ผู้เรียนมีความยืดหยุ่น เปิดใจ และสามารถปรับทัศนคติเพื่อยอมรับความแตกต่างได้

“ยกตัวอย่างขณะนี้เรามีนักเรียนจากศรีลังกาเข้ามาร่วมด้วย หากเป็นสมัยก่อนนักศึกษาจะคิดว่าเขาเหล่านั้นเป็นคนอินเดีย หรือมองว่าผู้ที่นุ่งผ้าส่าหรีต้องเป็นคนอินเดียเท่านั้น แต่เมื่อได้เรียนรู้ก็จะเข้าใจว่าคนศรีลังกาไม่ใช่คนอินเดีย และคนศรีลังกามีมิติทางศาสนาและวัฒนธรรมที่ใกล้เคียงกับคนไทยมาก” รศ.ดร.วารี ระบุ

รศ.ดร.วารี อธิบายต่อไปว่า การเข้าใจความแตกต่างสัมพันธ์โดยตรงกับชีวิตการทำงานในอนาคต นั่นเพราะการทำงานจำเป็นต้องทำร่วมกับผู้คนที่หลากหลาย ต่างอายุ ต่างเจนเนอเรชั่น ต่างสัญชาติ ต่างความเชื่อ ฉะนั้นการทำงานจะต้องมีความกลมกลืนและเข้าใจถึงแนวคิดของผู้อื่นจึงจะสามารถทำงานร่วมกันได้ ซึ่งจากการสำรวจนักศึกษาที่จบจาก SIIT พบว่าจะมีรายได้สูงกว่าค่าเฉลี่ยที่อื่น และมีอัตราการหางานได้ถึง 95% ขณะที่ผลตอบรับของนายจ้างต่อความพึงพอใจในตัวบัณฑิตก็อยู่ในระดับที่สูงมาก

รองผู้อำนวยการฝ่ายรับเข้าศึกษาและประชาสัมพันธ์ SIIT บอกอีกว่า ขณะนี้ SIIT อยู่ระหว่างการเปิดรับสมัครนักศึกษาระดับปริญญาตรี ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 “โครงการ Inter Portfolio 1” (ยื่นพอร์ต) ไปจนถึงวันที่ 20 ธันวาคม 2563

สำหรับการทำ portfolio มีข้อแนะนำคือควรเขียนออกมาให้น่าสนใจ ครบถ้วนและกระชับ บ่งบอกสิ่งที่ตัวนักศึกษาได้เรียนรู้มา โดยสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการดึงจุดแข็งของตัวเองออกมานำเสนอให้สอดคล้องกับคณะที่อยากเข้าเรียน หลักสำคัญคือการแสดงศักยภาพของตนเองให้ทางคณะอาจารย์ได้เห็น

นอกจากนี้ SIIT ทุนการศึกษาจากโครงการสร้างปัญญาวิทย์ผลิตนักเทคโน (YSTP) ทั้งทุนเต็มจำนวน ทุนครึ่งจำนวน ทุนบางส่วน และทุน สอวน. สำหรับผู้ที่กำลังศึกษาหรือศึกษาจบการศึกษาในระดับชั้น ม.ปลาย หรือเทียบเท่า และมีเกรดเฉลี่ยสะสม ม.4 – ม.6 รวม 5 ภาคการศึกษา ไม่ต่ำกว่า 2.75

ทั้งนี้ สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.siit.tu.ac.th หรือโทร 02-986-9009 ต่อ 1002 – 1006

‘ร.10’ ทรงมีพระราชสาส์นอำนวยพร ในโอกาสวันเอกราชของสาธารณรัฐคาซัคสถาน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘ร.10’ทรงมีพระราชสาส์นอำนวยพร ในโอกาสวันเอกราชของสาธารณรัฐคาซัคสถาน (naewna.com)

'ร.10'ทรงมีพระราชสาส์นอำนวยพร ในโอกาสวันเอกราชของสาธารณรัฐคาซัคสถาน

‘ร.10’ทรงมีพระราชสาส์นอำนวยพร ในโอกาสวันเอกราชของสาธารณรัฐคาซัคสถาน

วันพุธ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 14.50 น.

16 ธันวาคม 2563 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ส่งข้อความพระราชสาส์นอำนวยพร ไปยังประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐคาซัคสถาน ในโอกาสวันเอกราชของสาธารณรัฐคาซัคสถาน ซึ่งตรงกับวันที่ 16 ธันวาคม 2563 ข้อความว่า 

ฯพณฯ นายคาซีม-โยมาร์ต โตคาเยฟ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐคาซัคสถาน กรุงนูร์-ชุลตัน ในโอกาสวันเอกราชของสาธารณรัฐคาซัคสถาน ข้าพเจ้ามีความยินดีอย่างยิ่งที่จะขอส่ง คำอำนวยพรและความปรารถนาดี เพื่อท่านประธานาธิบดีมีพลานามัยสมบูรณ์และประสบความสุขสวัสดิ์ ทั้งเพื่อความร่มเย็นเป็นสุขของประชาชนและความรุ่งเรืองไพบูลย์ของสาธารณรัฐคาซัคสถาน

ข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่า ไมตรีจิตมิตรภาพอันใกล้ชิดระหว่างประเทศของเราทั้งสองจะยังคงดำเนินก้าวหน้าต่อไป อีกทั้งจะช่วยส่งเสริมความร่วมมืออันก่อให้เกิดผลประโยชน์ร่วมกันยิ่งขึ้นไปในภายภาคหน้า

(พระปรมาภิไธย) มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

‘ในหลวง’ ทรงมีพระราชสาส์น ถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบาห์เรน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘ในหลวง’ทรงมีพระราชสาส์น ถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบาห์เรน (naewna.com)

'ในหลวง'ทรงมีพระราชสาส์น ถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบาห์เรน

‘ในหลวง’ทรงมีพระราชสาส์น ถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบาห์เรน

วันพุธ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 14.47 น.

‘ในหลวง’ทรงมีพระราชสาส์น ถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบาห์เรน ในโอกาสวันชาติราชอาณาจักรบาห์เรน  

16 ธันวาคม 2563 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ส่งข้อความพระราชสาส์น ถวายพระพรชัยมงคลไปยังสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบาห์เรน  ในโอกาสวันชาติของราชอาณาจักรบาห์เรน ซึ่งตรงกับวันที่ 16 ธันวาคม 2563 ความว่า 

สมเด็จพระราชาธิบดีฮะมัด บิน อีซา อัลเคาะลีฟะฮ์ แห่งบาห์เรน กรุงมานามา ในโอกาสวันชาติของราชอาณาจักรบาห์เรน หม่อมฉันขอถวายพระพรชัยมงคลและความปรารถนาดีอย่างจริงใจ เพื่อฝ่าพระบาททรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์และทรงพระเกษมสำราญ ทั้งเพื่อความสำเร็จและความเจริญรุ่งเรืองของประเทศและประชาชนชาวบาห์เรน

หม่อมฉันเชื่อมั่นอย่างแน่แท้ว่า ความสัมพันธ์ฉันมิตรที่มั่นคงระหว่างประเทศของเราทั้งสอง ซึ่งเจริญงอกงามแน่นแฟ้นมาอย่างต่อเนื่อง จะสร้างเสริมความร่วมมือให้พัฒนาก้าวหน้ายิ่งขึ้นเพื่อประโยชน์สุขร่วมกันของประชาชนทั้งสองฝ่าย

(พระปรมาภิไธย) มหาวชิรลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว