‘นร.บดินทรเดชาฯ’ แต่งไปรเวทมาเรียนถูกแยกพบ ผอ. พร้อมร้องขอแต่งมาเรียนสัปดาห์ละวัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘นร.บดินทรเดชาฯ’แต่งไปรเวทมาเรียนถูกแยกพบ ผอ. พร้อมร้องขอแต่งมาเรียนสัปดาห์ละวัน (naewna.com)

'นร.บดินทรเดชาฯ'แต่งไปรเวทมาเรียนถูกแยกพบ ผอ. พร้อมร้องขอแต่งมาเรียนสัปดาห์ละวัน

‘นร.บดินทรเดชาฯ’แต่งไปรเวทมาเรียนถูกแยกพบ ผอ. พร้อมร้องขอแต่งมาเรียนสัปดาห์ละวัน

วันอังคาร ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 13.38 น.

วันที่ 1  ธันวาคม 2563 ที่โรงเรียนบดินทร์ สิงห์ สิงหเสนี เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร ดร.วิสิทธิ์ ใจเถิง ผู้อำนวยการโรงเรียนบดินทร (สิงห์ สิงหเสนี) พร้อมคุณครูคณะกรรมการสถานศึกษา และผู้ปกครอง ได้เดินทางมายังโรงเรียนแต่เช้าเพื่อดูความเรียบร้อยที่บริเวณประตูใหญ่ของโรงเรียนฯ เนื่องจากมีกลุ่มนักเรียนเลว ประกาศเชิญชวนนักเรียนให้แต่ชุดไปรเวทมาเรียน และจะไม่ใส่ชุดนักเรียนมาเรียนแล้ว 

โดยนักเรียนส่วนใหญ่ใส่ขุดนักเรียนปกติเดินทางเข้ามาโรงเรียน ตั้งแต่ 06.00 น. โดยทาง ผอ.โรงเรียนได้สั่งให้ครู คณะกรรมการสถานศึกษา และคณะกรรมการเครือข่ายผู้ปกครอง ช่วยดูแลความเรียบร้อย และในเวลา 07.25 น. ก่อนประตูโรงเรียนจะปิดในเวลา 07.30 น. กลุ่มภาคีนักเรียน KKC นักเรียนเลว ที่ใช้ชื่อว่า “บอดิน ไม่อินเผด็จการ” ประมาณ 20 คน ใส่ชุดไปรเวทมาร่วมแสดงสัญลักษณ์ เดินถือป้ายข้อความ “ บังคับแต่งชุดนักเรียน คือ การละเมิดสิทธิของนักเรียน” “ยกเลิกกฏระเบียบล้าหลัง”   “โรงเรียนนี้ไม่ให้นักเรียนขึ้นห้องเรียน” เดินเข้ามาภายในโรงเรียน ทางเจ้าหน้าที่จึงขอให้กลุ่มนักเรียนเข้าไปพักที่พิพิธภัณฑ์ เจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) โดย ดร. วิสิทธิ์ ใจเถิง ผอ.โรงเรียนบดินเดชาฯ ได้ไปพบเพื่อสอบถามเหตุผลที่นักเรียนใส่ชุดไปรเวทมาเรียน และชี้แจงว่าที่ยังไม่ให้นักเรียนขึ้นเรียนด้วยชุดไปรเวท เพราะโรงเรียนต้องปฏิบัติตามกฏระเบียบของกระทรวงศึกษาฯ ร่วมถึงข้อตกลงระหว่างโรงเรียน กับผู้ปกครอง และนักเรียนที่มีร่วมกันไว้ เพราะโรงเรียนบดินเดชาฯ มีนักเรียนกว่า 4,200 คน เพื่อความปลอดภัยของนักเรียนทุกคน และเมื่อนักเรียนที่แต่งชุดไปรเวทมา ทางโรงเรียนจึงต้องเชิญผู้ปกครองนักเรียนมารับทราบปัญหา

ตามที่ โรงเรียนได้ออกประกาศโรงเรียนบดินเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) เรื่อง การแต่งเครื่องแบบนักเรียนของโรงเรียนบดินเดชาฯ ไปเมื่อวันที่ 30 พ.ย. ที่ผ่านมา  ถึง พ.ร.บ.เครื่องแบบนักเรียน พ.ศ.2551 มาตรา 5 ให้นักเรียนแต่งเครื่องแบบนักเรียน หากนักเรียนคนใดไม่แต่งเครื่องแบบนักเรียนโดยไม่ได้รับการยกเว้นตามวรรคสองอาจได้รับโทษทางวินัยตามระเบียบที่กระทรวงศึกษาฯกำหนด จึงประกาศให้นักเรียนโรงเรียนบดินเดชาฯ แต่งเครื่องแบบนักเรียนตามระเบียบปฏิบัติของลูกบดินทร กรณีที่นักเรียนไม่แต่งเครื่องแบบนักเรียนและต้องการเข้าเรียนในชั้นเรียนให้ทางโงเรียนเชิญผู้ปกครองมารับทราบปัญหาและดูแลนักเรียนในปกครอง และทางโรงเรียนได้ทำความเข้าใจกับนักเรียนถึงความสำคัญของเครื่องแบบนักเรียนและประโยชน์ในการดูแลความปลอดภัยนักเรียน และการใส่ชุดนักเรียนสามารถจำแนกนักเรียนจากบุคคลภายนอกได้ และขอความร่วมมือผู้ปกครองทำความเข้าใจกับนักเรียน การใส่เครื่องแบบนักเรียนของโรงเรียนบดินเดชาฯ เป็นเกียรติและความภาคภูมิใจที่มีมายาวนานจึงควรธำรงรักษาเกียรติยศและศักดิ์ศรีไว้       

ทั้งนี้ ตัวแทนกลุ่มนักเรียน  “บอดิน ไม่อินเผด็จการ” กล่าวว่า ที่ใส่ชุดไปรเวทมาเรียนวันนี้เพื่อแสดงสัญลักษณ์ เพราะเราต้องการให้โรงเรียนพัฒนา และไม่ได้มาเรียกร้องให้โรงเรียนยกเลิกการแต่งชุดนักเรียน แต่พวกตนต้องการให้ใส่ชุดอะไรมาเรียนได้ เพราะการใส่ชุดนักเรียนก็ไม่ได้ทำให้นักเรียนปลอดภัย แต่งชุดนักเรียนก็ยังถูกคุกคาม ที่ผ่านมาพวกตนได้เสนอความเห็นแก่โรงเรียนแล้วตั้งแต่เดือน ก.ย. จนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นจากที่เรียกร้องไป

“การใส่ชุดไปรเวทมาเรียนวันนี้ ทางโรงเรียนจะลงโทษโดยการตัดคะแนนความประพฤติพวกเราก็ยอม ก็ยังดีกว่าการห้ามพวกเราขึ้นห้องเรียน โดยทางโรงเรียนบอกว่าต้องให้ผู้ปกครองมารับทราบปัญหาก่อน แต่ผู้ปกครองเราบางคนไม่ว่างมาได้รับทราบและครูก็บอกว่าอนุญาตให้พวกเราขึ้นเรียนไม่ได้เพราะต้องปฏิบัติตามกฏระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการ” กลุ่ม บอดิน ไม่อินเผด็จการ” กล่าว 

หลังจากนั้น ดร.วิสิทธิ์ ใจเถิง ผู้อำนวยการโรงเรียนบดินทร (สิงห์ สิงหเสนี) พร้อมคุณครู คณะกรรมการสถานศึกษา และคณะกรรมการเครือข่ายผู้ปกครอง  ก็ได้ชี้แจงกับกลุ่ม “บอดิน ไม่อินเผด็จการ”  อีกครั้ง หลังจากที่ กลุ่มนักเรียนไม่แจ้งผู้ปกครองมารับทราบปัญหา โดยบอกว่าผู้ปกครองไม่ว่าง ครูขอดูบัตรนักเรียนก็ไม่ให้ดู  ทางประธานนักเรียนจึงได้มาต่อรองให้ว่า ถ้าผู้ปกครองไม่มา ขอเป็นครูที่ปรึกษามารับทราบแทนได้ไหม ประกอบกับมีผู้ปกครองนักเรียนบางคนมารับทราบปัญหาแล้ว และบางคนมีชุดนักเรียนอยู่ในกระเป๋าก็เปลี่ยนชุดก่อนขึ้นเรียนแล้ว ตนจึงอนุโลมให้นักเรียนที่เหลือขึ้นเรียนได้  แต่มีข้อตกลงว่าถ้าวันต่อไป แต่งชุดไปรเวทมาเรียนอีกก็จะต้องถูกลงโทษตามขั้นตอนของระเบียบ 

ดร.วิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนที่นักเรียนเสนอให้ทางโรงเรียนทำประชาพิจารณ์เรื่องการแต่ชุดไปรเวทมาโรงเรียนได้อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 วัน รวมถึงผ่อนปรนระเบียบทรงผม นั้น ตนตั้งใจจะให้มีการทำประชาพิจารณ์อยู่แล้ว ครูภายในโรงเรียนก็ทราบดี เพื่อให้ทราบว่านักเรียนส่วนใหญ่คิดเห็นอย่างไรก่อนนำไปดำเนินการต่อตามขั้นตอนกฏหมายเพื่อแก้ไขกฏระเบียบ

“ผมพร้อมรับฟังข้อคิดเห็นของนักเรียนทุกคน เพราะถือว่าร้องเรียนตรงจุด เพราะผมเป็นคณะอนุกรรมการพิจารณาข้อเรียกร้องของนักเรียน นักศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ  และเป็นเลขาอนุการของคณะอนุกรรมาธิการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาของสภาผู้แทนราษฎร์ ก็จะนำข้อเรียกร้องของนักเรียนในวันนี้เข้าไปพิจารณาในที่ประชุมก่อนปิดสภาฯในช่วงเดือน ก.พ.นี้”
 

ผอ.รร. เผยเด็กนักเรียน ‘แต่งชุดไปรเวท-ชู3นิ้ว’ ไม่ห้าม แต่ยึดตามกฎกระทรวงฯ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ผอ.รร. เผยเด็กนักเรียน’แต่งชุดไปรเวท-ชู3นิ้ว’ไม่ห้าม แต่ยึดตามกฎกระทรวงฯ (naewna.com)

ผอ.รร. เผยเด็กนักเรียน'แต่งชุดไปรเวท-ชู3นิ้ว'ไม่ห้าม แต่ยึดตามกฎกระทรวงฯ

ผอ.รร. เผยเด็กนักเรียน’แต่งชุดไปรเวท-ชู3นิ้ว’ไม่ห้าม แต่ยึดตามกฎกระทรวงฯ

วันอังคาร ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 11.22 น.

เปิดเทอมวันแรก นักเรียนโรงเรียนอุดรพิทยานุกูลบางคนแต่งชุดไปรเวทมาโรงเรียนพร้อมชู 3 นิ้วเคารพธงชาติ ด้านผอ.บอกไม่ห้ามเพราะเขาก็คือลูกของเรา ให้โอกาสและรับฟังความคิดเห็น

1 ธ.ค.63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่โรงเรียนอุดรพิทยานุกูล โรงเรียนประจำจังหวัดอุดรธานี วันแรกของการเปิดเรียน (1 ธ.ค.63) หลังที่มีข่าวทางกระแสโซเชียลว่า วันนี้เปิดเรียนนักเรียนโรงเรียนอุดรพิทยานุกูจะพากันแต่งชุดไปรเวทมาโรงเรียน ปรากฏว่าส่วนใหญ่แล้ว นักเรียนที่มาโรงเรียนทั้งชายและหญิง ที่ผ่านการคัดกรองไวรัสโควิด-19 ซึ่งครู และตัวแทนนักเรียนคอยอำนวยความสะดวก พากันแต่งตัวถูกระเบียบ มีบางส่วนที่แต่งชุดไปรเวทมาโรงเรียน

ในขณะที่ตอนเข้าแถวเคารพธงชาติ ก็มีนักเรียนบางกลุ่มพากันชู 3 นิ้ว ขณะร้องเพลงชาติ เสร็จแล้ว ทางนายธวัช ทุมมนตรี ผอ.โรงเรียนก็ได้กล่าวพบปะกับนักเรียนทุกคน พร้อมกล่าวใจความตอนหนึ่งว่า “ชุดนักเรียนของเรา นานมาแล้ว ที่ศิษย์เก่าของเรา ตั้งแต่รุ่นพ่อ แม่ ลุง ป้า น้า อา  ที่ใช้มา และภาคภูมิใจในเครื่องแบบของโรงเรียนอุดรพิทยานุกูล  โรงเรียนเป็นโรงเรียนประจำจังหวัด สร้างชื่อเสียง สร้างคุณงามความดี และสร้างคนให้เป็นใหญ่เป็นโตมามากมาย ก็อยากจะให้นักเรียนทุกคนคิดเอาว่าสิ่งไหนดีสิ่งไหนไม่ดี”

นายธวัช ทุมมนตรี ผอ.โรงเรียนอุดรพิทยานุกูล เปิดเผยว่า  ก็มีตัวแทนนักเรียนบางส่วนมาพูดคุยอยากจะใส่ชุดไปรเวทมาเรียน ก็ได้เตรียมรับมือว่า ถ้ามีจริงๆก็จะเชิญเด็กมาพูดคุยว่าต้องการอะไรที่ทำแบบนั้น แล้วบันทึกนำเสนอหน่วยเหนือต่อไป  เป็นเรื่องละเอียดอ่อนทางเราจะไม่ตัดสินใจเอง ถ้าเราไปห้ามก็จะเป็นอีกกระแสหนึ่ง บางทีเราอาจจะรับมือไม่ไหว อย่างไรก็ตามก็ต้องยึดตามกฎกระทรวง และอย่าใช้ความรุนแรงอย่าปะทะกับเด็ก อย่าโต้แย้ง เพราะเขาก็คือลูกของเรา เราก็ต้องให้โอกาสและรับฟังความคิดเห็น  และวันนี้จากการสังเกต ตนเองไม่เห็นเลย เห็นแต่ในโลกโซเชียล มีก็น้อยมาก เวลาแต่งกายในลักษณะนี้แล้วไม่เยอะ และคนจำนวนมากไม่ทำตาม เด็กจะรู้สึกอาย และจะหลบออกไป

โชว์เหนือ!! ส่องชุด ‘นักเรียนเลว’ ลากอีแตะ-ใส่ขาก๊วยเข้าโรงเรียน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – โชว์เหนือ!! ส่องชุด’นักเรียนเลว’ ลากอีแตะ-ใส่ขาก๊วยเข้าโรงเรียน (naewna.com)

โชว์เหนือ!! ส่องชุด'นักเรียนเลว' ลากอีแตะ-ใส่ขาก๊วยเข้าโรงเรียน

โชว์เหนือ!! ส่องชุด’นักเรียนเลว’ ลากอีแตะ-ใส่ขาก๊วยเข้าโรงเรียน

วันอังคาร ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 10.11 น.

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศหน้าโรงเรียนอุดมศึกษา พบนักเรียนบางส่วนใส่ชุดไปรเวทเข้าโรงเรียน มีทั้งสวมรองเท้าแตะ รองเท้าผ้าใบ ใส่กางเกงขาก๊วย เสื้อยืดหลากหลายรูปแบบ หลังกลุ่มนักเรียนเลวได้ประกาศเชิญชวน “บอกลาเครื่องแบบ” นัดแต่งไปรเวทไปเรียน 1 ธ.ค.นี้ (ข่าวที่เกี่ยวข้อง : จัดเต็ม! เด็กเตรียมอุดมฯแต่งไปรเวท รับวันเปิดเทอมวันแรก (ประมวลภาพ))

นร.โคราชในนาม Korat No เผด็จการณ์เอาด้วย แต่งไปรเวทไปโรงเรียนเข้าเรียนตามปรกติ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – นร.โคราชในนามKorat Noเผด็จการณ์เอาด้วย แต่งไปรเวทไปโรงเรียนเข้าเรียนตามปรกติ (naewna.com)

นร.โคราชในนามKorat Noเผด็จการณ์เอาด้วย แต่งไปรเวทไปโรงเรียนเข้าเรียนตามปรกติ

นร.โคราชในนามKorat Noเผด็จการณ์เอาด้วย แต่งไปรเวทไปโรงเรียนเข้าเรียนตามปรกติ

วันอังคาร ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 10.07 น.

วันที่ 1 ธนวาคม 2563 เวลา 07.45 น. ที่โรงเรียนสุรนารีวิทยา โรงเรียนสตรีประจำจังหวัดนครราชสีมา อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ในช่วงเช้ามีนักเรียนหญิงทยอยเดินทางไปเข้าโรงเรียนจำนวนมาก โดยเป็นนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและมัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งมีนักเรียนกว่า 4,000 คน โดยส่วนใหญ่แต่งกายชุดนักเรียน สวมกระโปง มีโบว์สีขาวผูกมัดผมให้เรียบร้อย โดยช่วงนี้สภาพอากาศหนาวเย็นเกือบทุกคนสวมใส่เสื้อผ้ากันหนาว โดยที่หน้าประตูทางเข้าโรงเรียนมีนายวิลาศ ดวงเงิน ผู้อำนวยการโรงเรียนสุรนารีวิทยา พร้อมด้วยครู อาจารย์ ยืนหน้าประตูทางเข้า พร้อมทั้งมีการตรวจคัดกรองโควิด-19 ทุกคนสวมหน้ากากอนามัย    

ขณะที่บรรยากาศนักเรียนแต่งกายไปรเวทวันแรกปรากฏว่า ก่อนเวลา 08.00 น. ได้มีกลุ่มนักเรียนหญิง ในนาม Korat No เผด็จการณ์ กลุ่มแรก จำนวน 7-8 คนแต่งกายชุดไปรเวท สวมเสื้อยืดแขนสั้น แขนยาว กางเกงขายาว สวมรองเท้าผ้าใบ สวมรองเก้าแตะแบบหูหนีบ และกระเป๋าสะพายแบบผ้า(ย่าม) เมื่อถึงจุดคัดกรองได้มีอาจารย์หญิงเดินตามตลอด พร้อมกับให้ไปพูดคุยที่บริเวณใต้ตึก 9 ชั้น ซึ่งไล่เลี่ยกันก็มีอีกกลุ่ม 4-5 คน สวมเสื้อยืด เสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาว และเสื้อสีแดงมีลายสวยงาม บางคนรองเท้าผ้าใบ รองเท้าแตะแบบหุ้มส้น กางเกงขายาว กระเป๋าเป้สะพายหลัง ซึ่งทั้งหมดอาจารย์ได้พาไปรวมกลุ่มกัน ก่อนมีการเข้าแถวเคารพธงชาติ โดยทางโรงเรียนฯไม่อนุญาตให้เข้าไปภายในแต่อย่างใด

นายวิลาศ ดวงเงิน ผอ.โรงเรียนสุรนารีฯ กล่าวว่า การแต่งกายไปรเวทของนักเรียนกลุ่มนี้ถ้าผู้ปกครองรับทราบก็ไม่มีปัญหาก็ให้เขาเรียนได้ตามปรกติ แต่ถ้าผู้ปกครองไม่ตกลงก็จะให้ผู้ปกครองมารับกลับไปแต่งตัวให้เรียบร้อย ซึ่งทางโรงเรียนได้แจ้งโดยส่งในเพจในกลุ่มผู้ปกครองให้ทราบก่อนหน้านี้แล้วว่า โรงเรียนเปิดเรียนตามปรกติ การแต่งกายชุดนักเรียน แต่อย่างไรก็ตามตอนนี้ก็ให้เข้าเรียนตามปรกติซึ่งได้แจ้งให้ครู อาจารย์หมดแล้ว เพียงแต่ว่าอย่าไปกระทบกระทั่งกับครูผู้สอน โดยจะไม่มีการทำทานบนหรือไปว่ากล่าวตักเตือนเด็กใดๆทั้งสิ้น เพียงแต่ว่าให้ผู้ปกครองรับทราบพฤติกรรมของบุตรเขาเท่านั้น ตนก็อยากฝากลูกๆว่าสอย่างน้อยให้รู้ว่าสิทธิและหน้าที่ให้ควบคู่กัน ฉะนั้นอยากให้รักษาสิทธิและหน้าที่ของตัวเอง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : จัดเต็ม! เด็กเตรียมอุดมฯแต่งไปรเวท รับวันเปิดเทอมวันแรก (ประมวลภาพ)

จัดเต็ม! เด็กเตรียมอุดมฯแต่งไปรเวท รับวันเปิดเทอมวันแรก (ประมวลภาพ) #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – จัดเต็ม! เด็กเตรียมอุดมฯแต่งไปรเวท รับวันเปิดเทอมวันแรก (ประมวลภาพ) (naewna.com)

จัดเต็ม! เด็กเตรียมอุดมฯแต่งไปรเวท รับวันเปิดเทอมวันแรก (ประมวลภาพ)

จัดเต็ม! เด็กเตรียมอุดมฯแต่งไปรเวท รับวันเปิดเทอมวันแรก (ประมวลภาพ)

วันอังคาร ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 09.31 น.

วันที่ 1 ธันวาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาพบรรยากาศหน้าโรงเรียนอุดมศึกษามีนักเรียนใส่ชุดไปรเวท เข้าโรงเรียน หลังกลุ่มนักเรียนเลวได้ประกาศเชิญชวน’ บอกลาเครื่องแบบ นัด’แต่งไปรเวท’ไปเรียน 1 ธ.ค.นี้ พวกเราโตแล้ว มีเสรีภาพ อย่าให้ใครกดหัวแม้กระทั่งเรื่องการแต่งตัว

‘ครูตั้น’ เตือนนักเรียน แต่งชุดอะไรออกจากบ้านคิดให้รอบด้าน พึงมีกติกาสังคม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘ครูตั้น’เตือนนักเรียน แต่งชุดอะไรออกจากบ้านคิดให้รอบด้าน พึงมีกติกาสังคม (naewna.com)

'ครูตั้น'เตือนนักเรียน แต่งชุดอะไรออกจากบ้านคิดให้รอบด้าน พึงมีกติกาสังคม

‘ครูตั้น’เตือนนักเรียน แต่งชุดอะไรออกจากบ้านคิดให้รอบด้าน พึงมีกติกาสังคม

วันอังคาร ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 07.22 น.

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2563 นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว “Nataphol Teepsuwan – ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ” ระบุว่า ผมวางแนวทางตั้งแต่มารับตำแหน่งตรงนี้ว่า กระทรวงศึกษาธิการมีบทบาทหน้าที่สำคัญในการพัฒนาคุณภาพทางการศึกษาทั้งระบบ ด้วยการเพิ่มความรู้ ทักษะ และสมรรถนะของบุคคล โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างทุนมนุษย์ที่มีศักยภาพต่อการพัฒนาของประเทศเป็นหัวใจสำคัญ ซึ่งเชื่อว่าทุกคนรับรู้ได้จากนโยบายที่ได้เคยนำเสนอไปก่อนหน้านี้และสิ่งที่กำลังดำเนินการอยู่

อย่างที่เคยได้ชี้แจงไปหลายครั้งว่าตั้งแต่วันแรกที่น้องๆ ออกมาเรียกร้องหลายๆ เรื่อง ก็ได้การตั้งคณะกรรมการพิจารณาข้อเรียกร้องของนักเรียน โดยมี ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ เป็นประธาน พร้อมด้วยคณะจากภาคส่วนต่างๆ รวมถึงน้องๆ นักเรียนด้วย หลายๆ ข้อเรียกร้องกำลังจะได้ข้อสรุป ขาดก็เพียงการรับฟังจากผู้ที่ต้องนำมาปฏิบัติจริงจากข้อสรุปจากมติที่ประชุม ซึ่งเป็นความจริงที่ว่าการจะออกนโยบายต่างๆ มานั้นต้องคำนึงถึงความเหมาะสม ระยะเวลา ความพร้อมในการปฏิบัติ ไม่สามารถเกิดขึ้นได้เพียงจากแรงกดดันของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งได้ เรามีกระบวนการในการรับฟังและการตัดสินใจที่เหมาะสม

เรื่องของเครื่องแบบนักเรียน ถือเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการการศึกษา ที่ต้องการให้เกิดความเสมอภาค ลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งไม่ว่าน้องๆ จะเป็นใคร มาจากครอบครัวไหน หรือมีฐานะอย่างไร ก็จะอยู่ในกรอบกฎกติกาและบริบทของโรงเรียนนั้นๆ อย่างเท่าเทียมกัน

ต้องยอมรับว่า ณ เวลานี้เครื่องแบบนักเรียนถือเป็นเครื่องแต่งกายที่เหมาะสมกับนักเรียน เหมือนเครื่องแบบของคุณหมอ ที่มีเสื้อกาวน์ ซึ่งเป็นการบ่งบอกอาชีพ หรือแสดงถึงสถานะ แม้แต่ชุดข้าราชการครู ทหาร ตำรวจ พนักงานธนาคาร พนักงานบริษัท หรือแม้แต่สื่อ ก็ยังมีเครื่องแบบของตัวเองที่บ่งบอกถึงอาชีพ หรือต้นสังกัดสำนักงานของหน่วยงาน องค์กร หรือบริษัท ซึ่งผมถือว่า เป็นเครื่องแบบที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับบุคคลที่สวมใส่ เช่นเดียวกับน้องๆ ชุดนักเรียนก็เป็นการแสดงออกถึงสถานะของความเป็นเด็กนักเรียน และเป็นเรื่องของการบ่มเพาะลักษณะนิสัยของการสร้างความมีระเบียบวินัย การยอมรับในกฎกติกาของการอยู่ร่วมกัน เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยในสังคม มิฉะนั้น การแต่งชุดไปรเวทจะกลายเป็นเรื่องของแฟชั่น และเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความแตกต่างให้เกิด

นอกจากนี้ ยังมีผลโพลที่เป็นการสำรวจความคิดเห็นของผู้ปกครองทั่วประเทศทางออนไลน์ ยืนยันว่า 61% ยังต้องการให้มีชุดยูนิฟอร์มของเด็กนักเรียน และมีผู้ปกครองถึง 47% คิดว่า หากให้ใส่ชุดอะไรก็ได้ไปโรงเรียน จะทำให้เกิดค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้น และสร้างความกดดันให้กับผู้ปกครองในการใช้จ่ายเพื่อซื้อเสื้อผ้าที่เพิ่มมากขึ้น และมีถึง 75% ที่คิดว่าจะทำให้เกิดการ Bully เกี่ยวกับการแต่งกายที่เพิ่มขึ้น

ผมฟังเสียงเรียกร้องจากน้องๆ ทุกเรื่อง แต่ผมก็ต้องฟังเสียงจากทุกๆ ฝ่าย เรื่องไหนที่ทำให้เกิดพัฒนาการทางการศึกษา ผมดำเนินการทันทีทุกเรื่องตามความเหมาะสมครับ ไม่ว่าพรุ่งนี้น้องๆ จะแต่งชุดอะไรออกมาจากบ้าน ผมอยากให้น้องๆ รับข้อมูลและพิจารณาอย่างรอบด้านในการตัดสินใจ เพราะอย่างไรแล้วการอยู่ร่วมกันนอกจากสิทธิและเสรีภาพแล้ว เรื่องของหน้าที่และกติกาของสังคมก็จะต้องพึงมี เพื่อให้ทุกฝ่ายอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขครับ รออีกนิดครับ ข้อสรุปจากมติและการฟังเสียงของผู้ปฏิบัติใกล้เรียบร้อยแล้ว ส่วนจะให้ถูกใจทุกคนคงเป็นไปไม่ได้

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FNatapholBKK%2Fposts%2F219021222918301&show_text=true&width=552&height=313&appId

มจธ. มอบเครื่องทำนํ้าแข็งที่ใช้ในการผ่าตัด ให้โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – มจธ. มอบเครื่องทำนํ้าแข็งที่ใช้ในการผ่าตัด ให้โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย (naewna.com)

มจธ. มอบเครื่องทำนํ้าแข็งที่ใช้ในการผ่าตัด  ให้โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

มจธ. มอบเครื่องทำนํ้าแข็งที่ใช้ในการผ่าตัด ให้โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

วันอังคาร ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ศ.ดร.สมชาย วงศ์วิเศษ และคณะภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) เปิดเผยถึงการสร้างเครื่องทำน้ำแข็ง สำหรับใช้ในการผ่าตัด เพื่อมอบให้กับโรงพยาบาลว่า โครงการดังกล่าวนี้ เป็นความร่วมมือกันระหว่าง มจธ.กับ บริษัท ซัยโจ เด็นกิ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด โดย มจธ.เป็นผู้คิดค้นวิจัย ส่วน บริษัทซัยโจ เด็นกิ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เป็นผู้ผลิต ซึ่งผลงานชุดแรก ได้ สำเร็จและส่งมอบให้กับโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ไปแล้ว เมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา เพื่อนำไปใช้ในห้องผ่าตัดศัลยกรรมทรวงอก อาคาร สก.โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

ม.เกษตรฯ เตรียมเปิดประชุมทางวิชาการครั้งที่ 59 เกษตรศาสตร์วิถีใหม่ เพื่อเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ม.เกษตรฯ เตรียมเปิดประชุมทางวิชาการครั้งที่ 59 เกษตรศาสตร์วิถีใหม่ เพื่อเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (naewna.com)

ม.เกษตรฯ เตรียมเปิดประชุมทางวิชาการครั้งที่ 59 เกษตรศาสตร์วิถีใหม่ เพื่อเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน

วันอังคาร ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย จัดการประชุมทางวิชาการ ครั้งที่ 59 (The 59th Kasetsart University Annual Conference) ภายใต้หัวข้อ “เกษตรศาสตร์วิถีใหม่ เพื่อเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน : New Normal KASETSART for Sustainable Development Goals (SDGs)” เพื่อเป็นเวทีให้นักวิชาการ และผู้สนใจนำเสนอผลงานวิจัยที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ ในระหว่างวันที่ 2-4 กุมภาพันธ์ 2564 ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน

การประชุมทางวิชาการครั้งที่ 59 เปิดโอกาสให้นักวิชาการ นักวิจัย นิสิตนักศึกษาและผู้สนใจส่งผลงานวิจัยเข้าร่วมประชุมและเสนอผลงานวิจัยใน 12 สาขาวิชา ได้แก่ สาขาพืช สาขาสัตว์ สาขาสัตวแพทยศาสตร์ สาขาประมง สาขาส่งเสริมการเกษตรและคหกรรมศาสตร์ สาขาวิทยาศาสตร์ สาขาวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหกรรมเกษตร สาขาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สาขาศึกษาศาสตร์ สาขาเศรษฐศาสตร์และบริหารธุรกิจ และสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ผู้สนใจส่งผลงานวิจัยเข้าร่วมการประชุมทางวิชาการ ครั้งที่ 59 สามารถ ส่งบทคัดย่อ (abstract) ผ่านระบบลงทะเบียนออนไลน์ได้ที่ http://annualconference.ku.ac.th/ ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 25 ธันวาคม 2563 ค่าลงทะเบียนผู้เสนอผลงานวิจัยเรื่องละ 2,000 บาท ผู้เข้าร่วมประชุม คนละ 1,000 บาท นิสิตนักศึกษาเข้าร่วมฟังการประชุม ฟรี

เด็กยุคใหม่ต้องได้รับการพัฒนาทุกทักษะ สมองดีอย่างเดียว ยังอยู่ในโลกยุคนี้ไม่ได้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – เด็กยุคใหม่ต้องได้รับการพัฒนาทุกทักษะ สมองดีอย่างเดียว ยังอยู่ในโลกยุคนี้ไม่ได้ (naewna.com)

เด็กยุคใหม่ต้องได้รับการพัฒนาทุกทักษะ  สมองดีอย่างเดียว ยังอยู่ในโลกยุคนี้ไม่ได้

เด็กยุคใหม่ต้องได้รับการพัฒนาทุกทักษะ สมองดีอย่างเดียว ยังอยู่ในโลกยุคนี้ไม่ได้

วันอังคาร ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

จากการจัดกิจกรรมจิตอาสาของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ด้วยการนำนักศึกษาในคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ออกไปทำประโยชน์ให้กับชุมชนที่ขาดแคลน โดยการใช้ความรู้ความสามารถที่ได้ร่ำเรียนมาไปสร้างกิจกรรมต่างๆ ให้กับเด็กชายขอบที่ขาดแคลน ณ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านต้นมะม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ทำให้มองเห็นว่าเด็กในยุคปัจจุบันนี้หากจะอยู่รอดในสังคมและมีความก้าวหน้าในชีวิต การพัฒนาตนเองในเรื่องของสมองเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอกับการรองรับความเปลี่ยนแปลงของโลกได้ แต่ทุกคนจะมีการพัฒนาและเพิ่มเติมทักษะทางด้านสังคม อารมณ์ และความคิดสร้างสรรค์ เข้าไปด้วย

ดร.กฤษฎา อานโพธิ์ทองผู้ช่วยคณบดีฝ่ายบริหารและกิจการพิเศษ เปิดเผยว่า กิจกรรมดังกล่าวนี้เป็นโครงการที่ต้องการสร้างการพัฒนาทักษะชีวิตให้เยาวชนที่กำลังจะก้าวขึ้นสู่ความเป็นผู้ใหญ่ที่ต้องรับผิดชอบต่อครอบครัวและสังคม ดังนั้น โครงการจึงมุ่งเน้นที่ เพิ่มพูนทักษะในทุกๆ ด้านให้กับเยาวชนเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นทักษะทางด้านสังคม อารมณ์ และความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งผลลัพธ์ที่ปรากฏออกมาได้รับความสำเร็จอย่างมากทั้งผู้ให้และผู้รับ

เมื่อมาถึงยุคที่ ใบปริญญาไม่ใช่ใบเบิกทางสู่ความสำเร็จในชีวิต โอกาสเปิดสำหรับผู้ด้อยโอกาสแสวงหาความรู้เพิ่มมากขึ้น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – เมื่อมาถึงยุคที่ ใบปริญญาไม่ใช่ใบเบิกทางสู่ความสำเร็จในชีวิต โอกาสเปิดสำหรับผู้ด้อยโอกาสแสวงหาความรู้เพิ่มมากขึ้น (naewna.com)

เมื่อมาถึงยุคที่ ใบปริญญาไม่ใช่ใบเบิกทางสู่ความสำเร็จในชีวิต โอกาสเปิดสำหรับผู้ด้อยโอกาสแสวงหาความรู้เพิ่มมากขึ้น

เมื่อมาถึงยุคที่ ใบปริญญาไม่ใช่ใบเบิกทางสู่ความสำเร็จในชีวิต โอกาสเปิดสำหรับผู้ด้อยโอกาสแสวงหาความรู้เพิ่มมากขึ้น

วันอังคาร ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ในอดีตที่ผ่านมา หลายคนเกิดความท้อแท้และสิ้นหวังต่อความก้าวหน้าในชีวิต เนื่องจาก ขาดโอกาสที่จะเข้าศึกษาในระบบการศึกษาด้วยเหตุผลหลายๆ ด้าน แต่ปัจจุบันเมื่อโลกเปลี่ยนค่านิยมของสังคมแตกต่างออกไปจาก ค่านิยมเดิม คำว่า“ใบปริญญาคือใบเบิกทางสู่ความสำเร็จในชีวิต” เริ่มเปลี่ยนไป เพราะวันนี้ ผู้ขาดโอกาสที่จะเข้าศึกษาในระบบการศึกษา เริ่มมีตัวเลือกมากขึ้น

และนี่คือเรื่องราวของ บุคคลที่ขาดโอกาสที่จะเข้าสู่ระบบการศึกษาของประเทศ แต่เขาก็ยังมีโอกาสอื่นที่จะสร้างความก้าวหน้าให้แก่อนาคตของตัวเองได้

มงคล โบไธสง หนึ่งในเยาวชนที่ขาดโอกาสในการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา เนื่องด้วยฐานะของครอบครัวที่ไม่อำนวย เขาจึงต้องออกมาช่วยทำงานแบ่งเบาภาระที่บ้าน แต่ด้วยความไม่ย่อท้อในโชคชะตา และไม่หยุดพัฒนาตัวเอง ปัจจุบันประกอบอาชีพเป็นผู้ช่วยพยาบาล งานการพยาบาลผ่าตัด ฝ่ายพยาบาลโรงพยาบาลศิริราช เจ้าของผลงาน “นวัตกรรมรองเท้าช่วยป้องกันเท้าตกและข้อเท้าเขย่งในผู้ป่วยใส่ Ring External Fixation” ที่ได้รับรางวัล Routine to Research (R2R) ดีเด่น ระดับนวัตกรรม/สิ่งประดิษฐ์ ในการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากงานประจำสู่งานวิจัย ครั้งที่ 29

มงคลเล่าถึงเส้นทางชีวิตของตนเองว่า “หากย้อนไปสมัยเด็ก เด็กทุกคนจะถูกตั้งคำถามว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร ผมเองก็เป็นหนึ่งคนที่มีความฝันโดยอาชีพที่เราอยากเป็นมากที่สุดตอนนั้นคือ การเป็นครู แต่พอเรียนจบม.6 ก็ไม่ได้เรียนต่อมหาวิทยาลัย เนื่องจากสถานะทางบ้านที่ไม่พร้อม จึงตัดสินใจออกมาหางานทำเพื่อแบ่งเบาภาระที่บ้าน ความฝันที่จะเป็นครูก็ต้องเก็บไว้เพื่อรีบหางานทำให้ได้เร็วๆ ประกอบกับตอนนั้นมีญาติแนะนำให้ลองไปสมัครเป็นผู้ช่วยพยาบาล ตอนนั้นไม่รู้จักอาชีพนี้เลย แต่ก็ไป โดยเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อมาสอบที่โรงพยาบาลราชวิถี และโรงพยาบาลศิริราชผลสุดท้ายก็ผ่านการคัดเลือกทั้งสองที่ แต่ตัดสินใจเลือกที่ศิริราช”

มงคล เล่าต่อว่า การเริ่มต้นในสายงานผู้ช่วยพยาบาลนั้นอาจไม่ง่ายนัก เนื่องด้วยต้องปรับตัวกับสิ่งแวดล้อมใหม่ และคนที่หลากหลาย แต่ตนเองเป็นคนที่ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ และไม่หยุดพัฒนาตัวเอง ตั้งใจเรียนรู้ ตลอดจน ค่อยๆ พัฒนาทักษะ สั่งสมประสบการณ์ผ่านการสังเกตและจดจำจากเจ้าหน้าที่รุ่นพี่ จนรู้ตัวอีกทีเขาก็ได้เดินทางในเส้นทางอาชีพนี้มาเกือบ 20 ปีแล้ว “ตอนเริ่มทำงานนี้ก็ไม่คิดว่าจะทำมาได้นานขนาดนี้ แต่ด้วยความรักในวิชาชีพ ทำให้เราสนุกและอยู่กับงานได้อย่างมีความสุขและภูมิใจในอาชีพผู้ช่วยพยาบาลมาก เพราะทำให้เรามีรายได้ที่เลี้ยงตัวเองได้ ทั้งยังเป็นอาชีพที่เปิดกว้าง และมอบโอกาสในการพัฒนาความรู้ในหลายๆ ด้าน ทั้งด้านวิชาการ การคิดค้นนวัตกรรมเพื่อดูแลผู้ป่วยเพื่อต่อยอดในงานได้ จึงอยากบอกน้องๆ ทุกคนที่ไม่มีโอกาสได้เรียนต่อเหมือนผม และกำลังท้อแท้เพราะไม่มีทางออกในการประกอบอาชีพที่มั่นคง ว่าต่อให้เราไม่มีปริญญา ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะประสบความสำเร็จไม่ได้ แต่สิ่งสำคัญคือการพัฒนาทักษะในการทำงานจริง และไม่หยุดพัฒนาตนเอง

มงคล เปิดเผยถึงโอกาสที่เข้ามาเสริมเติมอนาคตให้แก่เขาว่าผมดีใจมาก ที่มีโครงการ Career Academies เกิดขึ้น เพื่อสร้างโอกาสให้กับน้องๆ ที่ขาดโอกาสอีกหลายคน ได้มีโอกาสรู้จักกับทางเลือกอาชีพอื่นๆ อีกมากมาย ที่จะทำให้พวกเขาได้พบกับอาชีพที่ถนัด และเลี้ยงตัวเองได้เหมือนกับผม”

อะไรคือ โครงการ Career Academies ??

Career Academies เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “Chevron Enjoy Science : สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต” ระยะที่สอง โดยความร่วมมือของ ศูนย์ภูมิภาคว่าด้วยสะเต็มศึกษาขององค์การรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Southeast Asian Ministers of Education Organization Regional Centre for STEM Education : SEAMEO STEM-ED) ซึ่งเป็นองค์กรระหว่างรัฐบาลส่วนภูมิภาค ภายใต้ความเห็นชอบของกระทรวงศึกษาธิการประเทศไทย และ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด โดยมีเป้าหมายหลักของโครงการคือการพัฒนาโมเดลสะเต็มศึกษาสู่โลกอาชีพ (Career Academies) เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับเยาวชนที่ขาดโอกาสสู่ระบบการศึกษาในระบบ โดยเน้นการเรียนรู้ ในกลุ่มอาชีพที่ขาดแคลน อาทิ ด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ ได้แก่ ผู้ดูแลคนไข้ ผู้ช่วยพยาบาล ผู้ช่วยทันตแพทย์ ผู้ดูแลเด็กเล็ก นักโภชนาการ นักกายภาพบำบัด นักเวชศาสตร์การกีฬา เจ้าหน้าที่สาธารณสุข รวมถึงด้านคอมพิวเตอร์และไอที อันได้แก่ โปรแกรมเมอร์ นักวิเคราะห์และออกแบบโปรแกรม นักพัฒนาเว็บไซต์ นักออกแบบคอมพิวเตอร์กราฟิก นักพัฒนาและออกแบบเว็บไซต์ วิศวกรเครือข่าย นักออกแบบนิทรรศการ นักออกแบบ Special Effect หรือ Visual Effect เจ้าหน้าที่ตัดต่อวีดีโอ โดยร่วมมือกับหน่วยงานรัฐและเอกชน ผู้ประกอบการ สภาวิชาชีพ มหาวิทยาลัย และชุมชนเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการพัฒนาเยาวชนในการอบรมพัฒนาทักษะด้านอาชีพในสายต่างๆ ด้วยองค์ความรู้ที่บูรณาการความรู้ในทักษะสะเต็มทั้ง 4 สาขา ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างทักษะจำเป็นอื่นๆ ในการทำงาน อาทิ ทักษะการสื่อสาร ภาษา และทักษะทางด้านไอที ซึ่งเป็นพื้นฐานของทุกอาชีพ เพื่อผลิตกำลังคนคุณภาพเข้าสู่ตลาดแรงงาน เพื่อสร้างรายได้เลี้ยงตัวเองให้ได้เร็วที่สุด