อาชีวะอุบลฯร่วมพิธีเปิดอาคารบูรพาจารย์ ฉลองอายุวัฒนมงคล 5 รอบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – อาชีวะอุบลฯร่วมพิธีเปิดอาคารบูรพาจารย์ ฉลองอายุวัฒนมงคล 5 รอบ (naewna.com)

อาชีวะอุบลฯร่วมพิธีเปิดอาคารบูรพาจารย์ ฉลองอายุวัฒนมงคล 5 รอบ

อาชีวะอุบลฯร่วมพิธีเปิดอาคารบูรพาจารย์ ฉลองอายุวัฒนมงคล 5 รอบ

วันศุกร์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 17.25 น.

อาชีวะอุบลฯ ร่วมพิธีเปิดอาคารบูรพาจารย์ ฉลองอายุวัฒนมงคล 5 รอบ ถวายมุทิตาสักการะฉลองสมณศักดิ์ สัญญาบัตร พัดยศ ณ วัดศรีอุบลรัตนารม จังหวัดอุบลราชธานี

วันที่ 27 พ.ย.63 เมื่อเช้าที่ผ่านมา ที่วัดศรีอุบลรัตนาราม จ.อุบลราชธานี ดร.พงษ์ศักดิพล ทาแก้ว ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี นำคณะครู นักเรียน นักศึกษา  ร่วมกิจกรรมทำบุญตักบาตร ข้าวสารอาหารแห้ง พระสงฆ์จำนวน 65 รูป โดยมี พระราชธรรมสุธี เจ้าอาวาสวัดศรีอุบลรัตนาราม เจ้าคณะอำเภอเมืองอุบลราชธานี ร่วมกับคณะสงฆ์และทายกทายิกา วัดศรีอุบลรัตนาราม พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ผู้แทนหน่วยงานราชการ และประชาชนชาวจังหวัดอุบลราชธานี ร่วมทำบุญในครั้งนี้ จากนั้นเป็นพิธีถวายมุทิตาสักการะฉลองสมณศักดิ์ สัญญาบัตร พัดยศ ที่ “พระราชธรรมสุธี” (สุขวฑฺฒโน ทองคู่, บุตรจันทร์) เจ้าอาวาสวัดศรีอุบลรัตนาราม เจ้าคณะอำเภอเมืองอุบลราชธานี และแต่งตั้งพระครูฐานานุกรม 4 รูป ซึ่งมี นายเกริกชัย ผ่องแผ้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานในพิธี ตามด้วยพิธีเปิดป้ายอาคารบูรณาจารย์ พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา พระสงฆ์สมณะศักดิ์ 65 รูป รับทักษิณานุปทาน จากนั้นถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์-สามเณรจำนวน 120 รูปและพิธีมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนจำนวน 83 ทุนตามลำดับ 

ในส่วนวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี คณะผู้บริหาร ครู บุคลากร และนักเรียน นักศึกษาได้ร่วมกิจกรรมทำบุญดังกล่าว ตลอดจนจัดตกแต่งสถานที่ภายในบริเวณงาน จัดภัตตาหารถวายพระสงฆ์ 120 รูป และจัดเครื่องเครื่องไทยธรรมให้บริการอาหารและเครื่องดื่มแก่ผู้มาร่วมงาน และร่วมบริจาคเงินทำบุญในโอกาสนี้ด้วย

สำหรับอาคารบูรพาจารย์หลังนี้ สร้างขึ้นเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2560 กำหนดแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา ลักษณะเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กสูง 4 ชั้น มีขนาดความกว้าง 15 เมตร ยาว 30 เมตร ใช้งบประมาณในการก่อสร้างทั้งสิ้น 13,730,000 บาท จัดสร้างเพื่อเป็นเถระบูชา แด่อดีตเจ้าอาวาสวัดศรีอุบลรัตนาราม ซึ่งเดิมชื่อ วัดศรีทอง สร้างเมื่อปีพุทธศักราช 2398 โดยมีเจ้าอาวาสนับจากรูปแรกจนถึงปัจจุบัน รวม 10 รูป ซึ่งอาคารหลังนี้จะใช้ประโยชน์อเนกประสงค์ในการเป็นที่ประกอบศาสนาพิธีต่างๆของพุทธศาสนิกชนในจังหวัดอุบลราชธานี
 

ไม่ชอบวิชาคณิตศาสตร์แต่ก็เก่งได้ ด้วยการเล่นเกม… #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ไม่ชอบวิชาคณิตศาสตร์แต่ก็เก่งได้ ด้วยการเล่นเกม… (naewna.com)

ไม่ชอบวิชาคณิตศาสตร์แต่ก็เก่งได้ ด้วยการเล่นเกม...

ไม่ชอบวิชาคณิตศาสตร์แต่ก็เก่งได้ ด้วยการเล่นเกม…

วันศุกร์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 16.32 น.

27 พ.ย.63 นายณัฐธีร์ โกศลพิสิษฐ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เน็กซ์เจน เอ็ดดูเคชั่น จํากัด กล่าวว่า พัฒนาการของคณิตศาสตร์นอกห้องเรียนในประเทศไทยมีมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เลขคณิต-คิดในใจ มาจนถึงหลักการคิดเลขเร็ว และการส่งลูกหลานเข้าเรียนในสำนักนักคณิตศาสตร์ต่างๆ ซึ่งล้วนเป็นวิธีการที่ผู้เรียนต้องเดินทางไปพบผู้สอน ต้องมีการอธิบาย จะอธิบายรายกลุ่มหรือแบบตัวต่อตัวก็ขึ้นอยู่กับเงินที่พ่อแม่-ผู้ปกครองจะจ่ายให้กับสำนักนั้นๆกระทั่ง Technology ในยุค Digital ได้เข้ามาเปลี่ยนโลก และส่งผลทำให้การเรียนคณิตศาสตร์นอกห้องเรียนของเด็กไทย “มีทางเลือกมากขึ้น”

กองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (TED Fund) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ซึ่งทำหน้าที่ส่งเสริมสนับสนุนผู้ประกอบการ พร้อมๆ กับต้องพัฒนาการศึกษาให้กับเด็กไทย จึงได้ให้การสนับสนุน บริษัท เน็กซ์เจน เอ็ดดูเคชั่น จํากัด ผลิต Application เกมคณิตศาสตร์ ที่มีชื่อว่า เคลฟเวอร์ แมธ (Clever Math) เพื่อให้บริการกับโรงเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 ทั่วประเทศ

ทั้งนี้เพื่อยกระดับการเข้าถึงและสร้างแรง จูงใจในการทําแบบฝึกหัดของเด็กนักเรียน และการสนับสนุนเอาใจใส่เด็กนักเรียนของครูคณิตศาสตร์ที่สามารถใข้เกมนี้ช่วยทํางานบางส่วนที่สําคัญไม่มาก เช่นการตรวจการบ้านและการเก็บข้อมูล โดยครูจะมีเวลาดูข้อมูลการทําแบบฝึกหัดของเด็กนักเรียนจากสถิติในการทําแบบฝึกหัด และสามารถนําไปวิเคราะห์ความเข้าใจของนักเรียนเป็นรายคน เพื่อให้ความช่วยกรณีเด็กนักเรียนมีปัญหา หรือไม่เข้าใจบทเรียน

นายณัฐธีร์ กล่าวต่อไปว่า เนื้อหาภายในเกมของเคลฟเวอร์ เมธว่า จะมีแบบฝึกหัดหลายประเภท รวมทั้งตัวอย่างข้อสอบ ทั้ง O-NET และแบบฝึกหัดจากทางสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ที่ผลจากการสํารวจและทําวิจัยพบว่า นักเรียน และครูมีความพึงพอใจมากขึ้น รวมทั้งมีผลคะแนนที่ดีขึ้นหลังการใช้งานแอพพลิเคชัน

ส่วนผลที่ได้รับในการปฏิบัตินั้น เคลฟเวอร์ แมธ ทำให้ต้นทุนหรือทรัพยากรลดลง แต่ศักยภาพในการเรียนคณิตศาสตร์ ของนักเรียนไทยเพิ่มขึ้น   ลดทุนการเข้าถึงคณิตศาสตร์ ลดความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษาและประสิทธิภาพ  ลดเวลาของผู้ใช้งานคือ นักเรียนลดเวลาการทําการบ้าน ครูลดเวลาในการตรวจการบ้าน  รวมทั้งเพิ่มความเร็วในการประเมินผลการเรียนของนักเรียนในชั้นเรียนได้ดียิ่งขึ้น สามารถใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลา

‘อนุชา’ เชิญชวนชาวพุทธร่วมสวดมนต์ถวายพระพรชัยมงคล 28 พ.ย.นี้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘อนุชา’เชิญชวนชาวพุทธร่วมสวดมนต์ถวายพระพรชัยมงคล28พ.ย.นี้ (naewna.com)

'อนุชา'เชิญชวนชาวพุทธร่วมสวดมนต์ถวายพระพรชัยมงคล28พ.ย.นี้

‘อนุชา’เชิญชวนชาวพุทธร่วมสวดมนต์ถวายพระพรชัยมงคล28พ.ย.นี้

วันศุกร์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 15.49 น.

“อนุชา”เชิญชวนชาวพุทธร่วมสวดมนต์ถวายพระพรชัยมงคล”พระพันปีหลวง-ในหลวงร.10-สมเด็จพระราชินี” วันเสาร์ที่28พ.ย.เวลา16.00น. ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่มหาเถรสมาคม (มส.) มีมติเห็นชอบให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง , พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ประจำปี พ.ศ.2563 ซึ่งกำหนดจัดเดือนละ 1 ครั้ง เป็นจำนวนทั้งหมด 12 ครั้ง

สำหรับเดือนพฤศจิกายน 2563 จะมีการจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ในวันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2563 ซึ่งเป็นการจัดพิธีครั้งที่ 11 ประจำปี พ.ศ.2563 โดยสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก จะเดินทางมาเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และมีสมเด็จพระราชาคณะ รองสมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะ พระสังฆาธิการทุกระดับ ทุกวัด ในเขตกรุงเทพมหานคร ประมาณ 500 รูป ร่วมพิธีครั้งนี้ด้วย

โอกาสนี้ จึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครและพื้นที่ใกล้เคียง ร่วมบำเพ็ญกุศลในพิธีเจริญพระพุทธมนต์โดยพร้อมเพรียงกัน ในวันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2563 เวลา 16.00 น.ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง โดยพร้อมเพรียงกัน

ศธ.ล็อกเป้าถอนใบอนุญาต 3 พัน ‘รร.เอกชน’ ไร้สภาพ เคาะกฎเหล็กรับ ‘ผจก.-พี่เลี้ยง’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ศธ.ล็อกเป้าถอนใบอนุญาต 3 พัน‘รร.เอกชน’ไร้สภาพ เคาะกฎเหล็กรับ‘ผจก.-พี่เลี้ยง’ (naewna.com)

ศธ.ล็อกเป้าถอนใบอนุญาต 3 พัน‘รร.เอกชน’ไร้สภาพ เคาะกฎเหล็กรับ‘ผจก.-พี่เลี้ยง’

ศธ.ล็อกเป้าถอนใบอนุญาต 3 พัน‘รร.เอกชน’ไร้สภาพ เคาะกฎเหล็กรับ‘ผจก.-พี่เลี้ยง’

วันศุกร์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 13.45 น.

ศธ.ล็อกเป้า “โรงเรียนเอกชนนอกระบบ” 3 พันแห่ง ไร้สภาพ-เล็งถอนใบอนุญาต รื้อกฎแต่งตั้ง “ผู้จัดการ” สกัดพวกถูกไล่ออก ประพฤติชั่ว-ล่วงละเมิดทางเพศ กลับมาทำงานได้อีก เตรียมตั้งบอร์ดเคาะหลักสูตร “พี่เลี้ยงเด็ก” ต้องผ่านเกณฑ์-มีใบรับรอง โรงเรียนถึงรับเข้ามาทำงานได้

27 พฤศจิกายน 2563 ที่ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) ครั้งที่ 11/2563 ว่า สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) รายงานการจัดอบรมพี่เลี้ยงเด็กปฐมวัยในโรงเรียนเอกชน จำนวน 47 จังหวัด จัดให้มีการอบรม 57 จุดอบรม โดยตั้งเป้าผู้เข้าอบรมจำนวน 12,000 คน ซึ่งขณะนี้มีผู้สนใจลงทะเบียนเข้ารับการอบรมแล้วกว่า 13,000 คน สช. มีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีพี่เลี้ยงเด็กมีทักษะความรู้ความเข้าใจในการดูแลเด็กอย่างเหมาะสม

ทั้งนี้ หลังจากนี้จะแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อกำหนดหลักสูตรสำหรับพี่เลี้ยงเด็กในโรงเรียนเอกชน โดย สช.กำลังหาวิธีการให้โรงเรียนเอกชนนอกระบบเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดอบรมเพิ่มเติมรองรับในอนาคต ซึ่งจะมีการกำหนดเงื่อนไขว่าต่อไปนี้พี่เลี้ยงเด็กจะต้องผ่านหลักสูตรอะไรบ้าง โรงเรียนถึงจะสามารถรับเข้ามาทำงานได้ นอกจากนี้ทาง สช.จะประสานกับสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ เพื่อให้ผู้ที่ผ่านการอบรมได้รับการรับรองตามมาตรฐานของสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพด้วย

ด้านนายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการ กช. กล่าวว่า สช. รายงานให้ที่ประชุมทราบว่า นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ได้ลงนามระเบียบ กช.ว่าด้วยคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการแต่งตั้งผู้จัดการ  (ฉบับที่ …) พ.ศ. … เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ปัจจุบัน และสกัดผู้ที่เคยถูกไล่ออก ปลดออกด้วยเหตุประพฤติชั่ว หรือล่วงละเมิดทางเพศ จะไม่สามารถมาเป็นผู้จัดการโรงเรียนเอกชนได้อีก เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ปกครอง ว่า สช.ได้สกัดไม่ให้คนเหล่านี้เข้ามาในโรงเรียนเอกชนได้อีกต่อไป

“นอกจากนี้ รมว.ศึกษาธิการ ได้ลงนามในระเบียบ กช. ว่าด้วยการกำหนดให้ผู้บริหารโรงเรียนนอกระบบ จัดทำรายงานแสดงกิจการและงบการเงิน พ.ศ. … เพราะเดิมโรงเรียนเอกชนนอกระบบไม่รายงานและไม่มีสภาพเป็นโรงเรียนเกือบ 3,000 แห่ง ซึ่งขณะนี้ สช. อยู่ระหว่างการพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาต ต่อไประเบียบจะบังคับให้โรงเรียนเอกชนรายงานกิจการทุกปี และรายงานภายในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี ถ้าใครไม่รายงาน สช.จะเพิกถอนใบอนุญาต เพื่อให้โรงเรียนเอกชนนอกระบบคงเหลือเท่าที่มีอยู่จริงและถูกกฎหมายเท่านั้น” นายอรรถพล กล่าว

อาชีวะอุบลฯนำนร.-นศ.ร่วมทำบุญบวชชีพราหมณ์ในงานสมโภชรูปหล่อ 11 บูรพาจารย์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – อาชีวะอุบลฯนำนร.-นศ.ร่วมทำบุญบวชชีพราหมณ์ในงานสมโภชรูปหล่อ 11 บูรพาจารย์ (naewna.com)

อาชีวะอุบลฯนำนร.-นศ.ร่วมทำบุญบวชชีพราหมณ์ในงานสมโภชรูปหล่อ 11 บูรพาจารย์

อาชีวะอุบลฯนำนร.-นศ.ร่วมทำบุญบวชชีพราหมณ์ในงานสมโภชรูปหล่อ 11 บูรพาจารย์

วันศุกร์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 10.53 น.

อาชีวะอุบลฯนำนักเรียน นักศึกษากว่า 500 คน ร่วมทำบุญบวชชีพราหมณ์ ในงานสมโภชรูปหล่อ 11 บูรพาจารย์ วัดศรีอุบลรัตนาราม จ.อุบลราชธานี

เมื่อวันที่ 26 พ.ย.63 เวลา 19.00 น. ที่วัดศรีอุบลรัตนาราม อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี ดร.พงษ์ศักดิพล ทาแก้ว ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี นำคณะครูและนักเรียน นักศึกษา ร่วมพิธีสมโภชรูปหล่อบูรพาจารย์วัดศรีอุบลรัตนาราม พิธีฉลองอาคารบูรพาจารย์ ฉลองอายุวัฒนมงคล 5 รอบ ถวายมุทิตาสักการะฉลองสมณศักดิ์ สัญญาบัตร พัดยศ ที่ “พระราชธรรมสุธี” (สุขวฑฺฒโน ทองคู่, บุตรจันทร์) เจ้าอาวาสวัดศรีอุบลรัตนาราม เจ้าคณะอำเภอเมืองอุบลราชธานี และทำบุญคล้ายวันสถาปนาโรงเรียนมูลนิธิวัดศรีอุบลรัตนาราม จ.อุบลราชธานี โดยกำหนดจัดงานในระหว่างวันที่ 26-27 พฤศจิกายน 2563

สำหรับกิจกรรมในวันนี้ เป็นพิธีสมโภชน์รูปหล่อบูรพาจารย์อดีตเจ้าอาวาสวัดศรีอุบลรัตนารามจำนวน 11 รูป พิธีเจริญพระพุทธมนต์และบวชชีพราหมณ์ พระสงฆ์แสดงพระธรรมเทศนา 1 กัณฑ์ พราหมณ์ประกอบพิธีอ่านโองการบรวงสรวงบูชาฤกษ์ พระเถราจารย์สวดคาถาพุทธาภิเษกสมโภชตลอดคืน จนถึงเวลา 03.39 น. ในส่วนวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี ได้นำคณะครู บุคลากร และนักเรียน นักศึกษา จำนวน 500 คน  ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ บวชชีพราหมณ์และรับฟังพระธรรมเทศนา เพื่อเสริมสร้างและพัฒนาจิตใจให้สะอาด สว่าง สงบ ปราศจากอบายมุขทั้งปวง

จากนั้นวันนี้ (27 พ.ย.63)  เวลา 07.00 น. เป็นพิธืทำบุญตักบาตร พระสงฆ์จำนวน 65 รูป และถวายภัตตาหารเช้าแด่พระสงฆ์ –สามเณร จากนั้นเวลา 09.00 น.เป็นการอ่านประกาศพระบรมราชโองการตั้งสมณศักดิ์ แต่งตั้งพระครูฐานานุกรม 4 รูป ตามด้วยพิธีเปิดป้ายอาคารบูรณาจารย์ พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา พระสงฆ์สมณะศักดิ์ 65 รูปรับทักษิณานุปทาน ณ อาคารบูราพาจารย์ เวลา 11.00 น. ถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ – สามเณร จำนวน 120 รูปและพิธีมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียน จำนวน 83 ทุน ตามลำดับ
 

อดีตพนักงานสกสค. 961คนเศร้า ศาลปค.ไม่รับคำฟ้องขอเพิกถอนคำสั่งเลิกจ้าง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – อดีตพนักงานสกสค. 961คนเศร้า ศาลปค.ไม่รับคำฟ้องขอเพิกถอนคำสั่งเลิกจ้าง (naewna.com)

อดีตพนักงานสกสค. 961คนเศร้า ศาลปค.ไม่รับคำฟ้องขอเพิกถอนคำสั่งเลิกจ้าง

อดีตพนักงานสกสค. 961คนเศร้า ศาลปค.ไม่รับคำฟ้องขอเพิกถอนคำสั่งเลิกจ้าง

วันพฤหัสบดี ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 18.46 น.

ศาลปกครองไม่รับคำฟ้อง อดีตพนักงานสกสค.ขอเพิกถอนคำสั่งเลิกจ้างพนง.961คน ชี้คำสั่งเลิกจ้างเป็นเรื่องสภาพการจ้างอยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลแรงงาน

วันที่ 26 พ.ย.63 ศาลปกครองกลางมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณากรณีนางอาจินต์ไตรสุวรรณ และพวกรวม 136 คนซึ่งเป็นอดีตพนักงานเจ้าหน้าที่องค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา(สกสค.)ยื่นฟ้อง สกสค.
ผอ.สกสค. คณะกรรมการ สกสค.ขอให้ศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนคำสั่งเลิกจ้างพนักงาน สกสค.จำนวน 961 คนที่มีผลเมื่อ 1 ส.ค. 63 ที่ผ่านมา

โดยศาลฯให้เหตุผลว่า คณะกรรมการ สกสค.ได้ออกข้อบังคับคณะกรรมการ สกสค.ว่าด้วยการบริหารงานองค์การค้าของสกสค.2549 และข้อบังคับคณะกรรมการสกสค.ว่าด้วยการบริหารงานองค์การค้าของสกสค.ฉบับที่ 2 พ.ศ.2550 ใช้กับสกสค.โดยเฉพาะ สกสค.จึงมีการจัดระบบบริหารจัดการรูปแบบพิเศษ มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหาประโยชน์ให้กับ สกสค. นอกเหนือจากงบประมาณแผ่นดิน เงินเดือนหรือค่าจ้างของนางอาจินต์และพวก ที่เป็นผู้ฟ้องคดีแต่ละราย  ได้มาจากเงินรายได้ของสกสค.ไม่ใช่จากงบประมาณแผ่นดิน นางอาจินต์และพวกจึงไม่ใช่พนักงานเจ้าหน้าที่ของสกสค.โดยตรง การออกคำสั่งเลิกจ้าง นางอาจินต์และพวกแต่ละรายนี้ ได้โต้แย้งความชอบด้วยกฎหมายของคำสั่งเลิกจ้างดังกล่าว โดยอ้างว่าสกสค ผอ. สกสค.กระทำการโดยไม่ชอบด้วยพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน 2541 พรบ.แรง งานสัมพันธ์ 2518 คำสั่งเลิกจ้างจึงเป็นเรื่องสภาพการจ้างตามมาตรา 5 พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ 2518 เหตุแห่งการฟ้องคดีจึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาจ้างแรงงานที่อยู่ในอำนาจของศาลแรงงานตามมาตรา 8 วรรคหนึ่ง (1)พ.ร.บจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน 2522 จึงไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง

ผอ.โรงเรียนราชวินิตประถมฯ-มัธยม รับโฉนดที่ดินในพระปรมาภิไธย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ผอ.โรงเรียนราชวินิตประถมฯ-มัธยม รับโฉนดที่ดินในพระปรมาภิไธย (naewna.com)

ผอ.โรงเรียนราชวินิตประถมฯ-มัธยม รับโฉนดที่ดินในพระปรมาภิไธย

ผอ.โรงเรียนราชวินิตประถมฯ-มัธยม รับโฉนดที่ดินในพระปรมาภิไธย

วันพฤหัสบดี ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 14.57 น.

ผอ.โรงเรียนราชวินิตประถมฯ-มัธยม รับโฉนดที่ดินในพระปรมาภิไธย ต่างปลาบปลื้มและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ
 
วันที่ 26 พฤศจิกายน 2563 ที่ห้องดำรงราชานุภาพ กระทรวงศึกษาธิการ นายณัฏฐพล​ ทีปสุวรรณ​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ​ เป็นประธานพิธี​รับพระราชทาน​โฉนดที่ดิน​ในพระปรมาภิไธย เนื้อที่ 10 ไร่ 2 งาน 65.70 ตารางวา เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร เพื่อใช้เป็นที่ตั้งของโรงเรียนราชวินิต โดยมี ดร.สุพรรัตน์ สัตตธนชัยภัทร ผู้อำนวยการโรงเรียนราชวินิต เป็นผู้รับโฉนดที่ดิน บนพานเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  และโฉนดที่ดิน เนื้อที่ 6 ไร่ 3 งาน 22 ตารางวา เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร เพื่อใช้เป็นที่ตั้งของโรงเรียนราชวินิต มัธยม โดยมี ดร.เทพฤทธิ์ ยอดใส ผู้อำนวยการโรงเรียนราชวินิต มัธยม เป็นผู้รับโฉนดที่ดิน ​ ซึ่งโฉนดที่ดินทั้งสอง​ฉบับออกให้​ ณ​ วันที่​ 20​ ธันวาคม​ 2562​ 

โดยนายณัฏฐพล กล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ว่า เนื่องในโอกาสที่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท เสด็จออกพร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ เข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานโฉนดที่ดิน ลในพระปรมาภิไธย จำนวน 2 โฉนด เพื่อใช้ประโยชน์เป็นที่ตั้งของสถานศึกษา และเพื่อเป็นประโยชน์ของทางราชการ เนื้อที่ 10 ไร่ 2 งาน 65.70 ตารางวา แก่โรงเรียนราชวินิต และเนื้อที่ 6 ไร่ 3 งาน 22 ตารางวา แก่โรงเรียน ราชวินิตมัธยม เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2563 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ข้าพระพุทธเจ้า ในนามกระทรวงศึกษาธิการ รู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ ที่ได้พระราชทานโฉนดที่ดินในพระปรมาภิไธย จำนวน 2 โฉนด ดังกล่าว และจะนำไปใช้เพื่อประโยชน์ของทางราชการตลอดไป

ด้าน ดร.เทพฤทธิ์ ยอดใส ผู้อำนวยการโรงเรียนราชวินิจ มัธยม กล่าวว่า โรงเรียนราชวินิจ มัธยม รู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ที่ทรงประทานโฉนดที่ดินในประปรมาภิไธย เนื้อที่ 6 ไร่ 3 งาน 22 ตารางวา ให้แก่โรงเรียน ซึ่งทางโรงเรียน ทั้งผู้ปกครอง ครู นักเรียน และเครือข่ายสมาคมต่าง ๆ ต่างรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ทุกคนปลาบปลื้มอย่างยิ่ง และทุกคนตั้งใจตั้งมั่นว่าจะทำประโยชน์บนเนื้อที่นี้ให้กับสังคมอย่างเต็มที่

ขณะที่ ดร.สุพรรัตน์ สัตตธนชัยภัทร ผู้อำนวยการโรงเรียนราชวินิต กล่าวถึงความรู้สึกที่ได้รับประราชทานโฉนดที่ดินในประปรมาภิไธย ครั้งนี้ว่า ชาวราชวินิตฯทุกคนต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 10 อยากเรียนว่าพระองค์ท่านได้ให้สำนักทรัพย์สินพระมหากษัตริย์มารังวัดพื้นที่ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2562 แล้ว เมื่อมีโอกาสสำคัญพระองค์ท่านจึงได้พระเมตตาพระราชทานโฉนดที่ดินให้ในวันที่ 22 พ.ย.2563 ที่ผ่านมา ซึ่งโรงเรียนราชวินิต ได้รับพระราชทานก่อตั้งโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 13 พ.ย 2509 จากในหลวงรัชกาลที่ 9 จากนั้นก็ได้รับการดูแลจากในหลวงรัชกาลที่ 10 ที่ทรงพระเมตตารักษาสืบสานต่อยอดโรงเรียนราชวินิต ตลอดมาจนถึงปัจจุบันนี้ ซึ่งจากเดิมที่บันทึกไว้ในประวัติของโรงเรียนมีพื้นที่ 6 ไร่ แต่ทางสำนักทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ได้มารังวัดใหม่ก็ได้เนื้อที่เพิ่มเป็น 10 ไร่ 2 งาน 65.70 ตารางวา เพื่อใช้ประโชนย์ต่อการศึกษาต่อไป

 

สทน.สนับสนุนทุนวิจัยด้านนิวเคลียร์และรังสี60ทุน ยกระดับงานวิจัยไทยสู่อาเซียน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – สทน.สนับสนุนทุนวิจัยด้านนิวเคลียร์และรังสี60ทุน ยกระดับงานวิจัยไทยสู่อาเซียน (naewna.com)

สทน.สนับสนุนทุนวิจัยด้านนิวเคลียร์และรังสี60ทุน ยกระดับงานวิจัยไทยสู่อาเซียน

สทน.สนับสนุนทุนวิจัยด้านนิวเคลียร์และรังสี60ทุน ยกระดับงานวิจัยไทยสู่อาเซียน

วันพฤหัสบดี ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 14.47 น.

26 พฤศจิกายน 2563 สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. มีภารกิจหลักในการวิจัยและพัฒนา รวมทั้ง การส่งเสริม และเผยแพร่การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนิวเคลียร์และรังสี นอกจากนี้ สทน. สามารถผลิตงานวิจัยและพัฒนาเพื่อตอบสนองความต้องการของประเทศในด้านต่างๆ เช่น การวิจัยด้านการเกษตรเพื่อการปรับปรุงพันธุ์พืชด้วยนิวเคลียร์และรังสี การสนับสนุนการแก้ปัญหาภัยแล้งด้วยการพัฒนา เจลดูดซึมน้ำสูงด้วยกระบวนการทางรังสี การวิจัยเพื่อสนับสนุนการแก้ไขและบรรเทาผลกระทบจาก การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นต้น 

นอกจากนี้ สทน. ยังมีการวิจัยและพัฒนาด้านความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสี รวมทั้ง งานวิจัยและพัฒนาเพื่อเตรียมการรองรับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในอนาคต เช่น ด้านนิวเคลียร์ฟิวชัน

รศ.ดร. ธวัชชัย อ่อนจันทร์ ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. เปิดเผยว่า เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของประเทศเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์และรังสีให้สามารถสนับสนุนการพัฒนาของประเทศได้อย่างกว้างขวาง  รวมทั้ง การยกระดับงานวิจัยและพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนิวเคลียร์และรังสีของไทยให้ได้รับการยอมรับในระดับอาเซียนมากยิ่งขึ้น สทน. จึงเปิดรับข้อเสนอโครงการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนิวเคลียร์และรังสี 

สำหรับสถาบันอุดมศึกษา สถาบันวิจัย หรือหน่วยงานของภาครัฐ เพื่อดำเนินการวิจัยร่วมกับนักวิจัยของ สทน. ในปีงบประมาณ 2564 สทน. จะสนับสนุนทุนให้แก่โครงการวิจัยที่ได้รับคัดเลือกจำนวน 60 โครงการ โครงการละ 50,000 บาท ผู้ขอรับทุนสนับสนุนงานวิจัยจะต้องเป็นอาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษา บุคลากรในสถาบันวิจัย หรือหน่วยงานของภาครัฐในประเทศไทย ซึ่งดำเนินการวิจัยร่วมกับนักวิจัยของ สทน. โดยต้องเป็นโครงการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีนิวเคลียร์หรือรังสี  ผลงานดังกล่าวจะต้องได้รับการตีพิมพ์ใน วารสาร SJR (SCImago Journal Rank) และอยู่ในควอไทล์ที่ 1, 2 3 หรือ 4   

โดยผลงานวิจัยจะต้องมีชื่อของนักวิจัยของ สทน. และสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) และต้องตีพิมพ์ภายในระยะเวลาไม่เกินหนึ่งปีหลังจากได้รับเงินสนับสนุนงานวิจัยจาก สทน. ผู้สนใจขอรับทุนสนับสนุนให้ส่งข้อเสนอเชิงหลักการ (concept proposal) พร้อมหนังสือนำส่งจากหน่วยงานต้นสังกัดได้ที่ TINTtoUniversity@gmail.com หมดเขตรับข้อเสนอวันที่ 21 ธันวาคม 2563 สามารถดาวน์โลดใบสมัครได้ที่คิวอาร์โค้ด

พาโล อัลโตเน็ตเวิร์กส์ เผยเคล็ดลับ ความปลอดภัยเมื่อลูกๆต้องอยู่กับเนต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – พาโล อัลโตเน็ตเวิร์กส์ เผยเคล็ดลับ ความปลอดภัยเมื่อลูกๆต้องอยู่กับเนต (naewna.com)

พาโล อัลโตเน็ตเวิร์กส์ เผยเคล็ดลับ  ความปลอดภัยเมื่อลูกๆต้องอยู่กับเนต

พาโล อัลโตเน็ตเวิร์กส์ เผยเคล็ดลับ ความปลอดภัยเมื่อลูกๆต้องอยู่กับเนต

วันพฤหัสบดี ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ความวิตกกังวลระหว่าง พ่อแม่ผู้ปกครอง กับเด็กๆ ในความปกครอง ในยุคดิจิทัลถึงเรื่องการดูแลลูกให้มีวินัยในการใช้เวลาอยู่กับสื่อเทคโนโลยีและการคัดกรองสื่อดูเหมือนจะไม่เพียงพอแล้ว เนื่องจากทุกวันนี้ภัยไซเบอร์คุกคามเข้าใกล้เราเรื่อยๆ โดยเฉพาะในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ทำให้ทุกคนต้องทำงานและเรียนจากที่บ้าน ทำให้ใช้เวลากับโลกเสมือนจริงมากขึ้นและแน่นอนว่าอาจเป็นการเพิ่มโอกาสของภัยจากคนแปลกหน้าที่พยายามเข้าถึงครอบครัวของคุณ พ่อแม่จึงจำเป็นต้องสวมบทบาท CIO หรือหัวหน้าฝ่ายสารสนเทศ ของบ้านเพื่อช่วยให้ทุกคนรู้วิธีท่องโลกอินเตอร์เนต อย่างปลอดภัย

เจน มิลเลอร์ ออสบอร์น รองผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองภัยคุกคาม Unit 42 โดยพาโล อัลโตเน็ตเวิร์กส์ เผยเคล็ดลับเพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติง่ายๆ ในการปกป้องเด็กๆ ให้พ้นจากภัยทางไซเบอร์ภายในบ้าน ไว้น่าฟังมาก มีสาระดังต่อไป

1.ทำความเข้าใจว่าบุตรหลานของคุณก่อนว่า พวกเขากำลังจะทำอะไรบนโลกออนไลน์ โดยหากคุณใช้อุปกรณ์ส่วนตัวให้ตั้งค่าการควบคุมโดยผู้ปกครองในอุปกรณ์ของลูกๆ ทั้งนี้เมื่อพวกเขาจะทำอะไรพวกเขาจะต้องได้รับอนุญาตก่อนที่จะดาวน์โหลดหรือทำการซื้อสิ่งใด และหากคุณ ตรวจสอบการตั้งค่าของแอพพลิเคชั่นยอดนิยม เช่น Fortnite ซึ่งคุณมีตัวเลือกในการบล็อกการแชทในเกมที่พวกเขาจะเล่น อีกทั้งคุณจะต้องรู้และเข้าใจบัญชีโซเชียลมีเดียที่เด็กๆ ใช้ รู้ว่าผู้ติดต่อของพวกเขาคือใครและกำลังสนทนาอะไรอยู่ สุดท้ายคุณต้องพูดคุยกับพวกเขาเกี่ยวกับการเปิดกว้างของอินเตอร์เนต อิสระที่ทุกคนสามารถโพสต์อะไรก็ได้บนโลกออนไลน์และสอนการสังเกตข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง

2.ระวังพฤติกรรมที่น่าสงสัยกับแอพพลิเคชั่นการประชุมทางวีดีโอ เรื่องนี้จะเป็นอันตรายสูงสุดซึ่งเป็น “อันตรายจากคนแปลกหน้า”มักมากับโลกเสมือนจริงเช่นเดียวกับที่เราพบเจอในสังคมทุกวันที่หลายคนคิดว่ามันมีประโยชน์มหาศาล สิ่งที่คุณจะต้องทำเป็นพิเศษคือ แนะนำเด็กๆ ให้ออกจากการประชุมออนไลน์ หากพบเจอการกระทำที่น่าสงสัยซึ่งไม่สามารถยอมรับได้ในชีวิตจริง เช่น ผู้เข้าร่วมประชุมที่ไม่รู้จักและไม่มีการแจ้งเตือนมาก่อน

3.อธิบายถึงความสำคัญของรหัสผ่านที่คาดเดายาก รหัสผ่านเปรียบเหมือนกุญแจบ้านของคุณ กุญแจนั้นปกป้องทุกสิ่งภายในบ้านและจำเป็นต้องเก็บรักษามันไว้ให้ปลอดภัย ห่างไกลจากคนแปลกหน้า หรือแม้กระทั่งจากเพื่อนของพวกเขาเอง ดังนั้น รหัสผ่านก็เหมือนกับกุญแจ ที่ควรใช้ต่างกันเพื่อเปิดประตูแต่ละบาน ควรใช้รหัสผ่านที่ต่างกันสำหรับอุปกรณ์ส่วนตัวและบัญชีต่างๆ ที่สามารถกำหนดรหัสผ่านได้ด้วยตัวเอง และ ตัวจัดการรหัสผ่าน (password manager) ก็เหมือนกับพวงกุญแจ เป็นแอพพลิเคชั่นที่เก็บรหัสผ่านไว้ด้วยกันเพื่อการใช้งานง่าย ผู้ปกครองควรเข้าถึงรหัสผ่าน/passwordmanager ของพวกเขา

4.สังเกตสิ่งที่พวกเขากำลังทำ สิ่งแรกคือ วางตำแหน่งหน้าจอเพื่อให้คุณสามารถมองเห็นกิจกรรมของพวกเขาสะดวก ชัดแจ้งถ้าเป็นไปได้ ให้ใช้พื้นหลังเสมือนจริงขณะที่มีการเรียนทางไกล เพื่อช่วยปกป้องความเป็นส่วนตัวและให้มุ่งความสำคัญกับการเรียนรู้พูดคุยกับเด็กๆ เกี่ยวกับอันตรายของการคลิกลิงก์ที่มีข้อเสนอดีเกินจริง กระตุ้นให้พวกเขาถามคุณก่อนจะคลิกเข้าไป เมื่อได้รับอนุญาตแล้วจากนั้นให้เปิดแท็บเบราว์เซอร์ใหม่เพื่อเข้าไปยังเว็บไซต์โดยตรง

5.อย่าเปิดเผยข้อมูลเกินความจำเป็นข้อนี้เป็นธรรมชาติของเด็กๆ ทุกคนที่มักจะพูดความจริง ดังนั้น คุณต้องกำหนดขอบเขตเกี่ยวกับสิ่งที่เด็กๆ สามารถโพสต์ทางออนไลน์ เช่นไม่มีภาพใบหน้า ไม่เปิดเผยตำแหน่งที่ระบุตัวตนได้ง่ายและไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัว ชื่อ นามสกุล ข้อมูลติดต่อโรงเรียน ฯลฯ และเปลี่ยนการตั้งค่าอุปกรณ์ของคุณเพื่อปิดเมทาดาทา (metadata) บนแอพพลิเคชั่นกล้อง วิธีนี้ช่วยให้มั่นใจได้ว่าคนแปลกหน้าไม่สามารถรู้ได้ว่าคุณอยู่ที่ไหนจากรูปภาพที่โพสต์ทางออนไลน์

6.ปรับปรุงระบบให้ทันสมัยอยู่เสมอโดยการอัพเดตซอฟต์แวร์ล่าสุดให้อุปกรณ์ของคุณอยู่เสมอ ซึ่งอาจรวมถึงการอัพเดตความปลอดภัยด้วยเช่นกัน

และหากท่านที่สนใจมากกว่านี้ผู้ปกครองสามารถชวนให้ลูกๆ เข้าไปศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมผ่านตัวการ์ตูน ZUKY ในฐานะเพื่อนที่จะมาให้คำแนะนำให้รู้จักถึงโลกอินเตอร์เนตและการใช้ให้ปลอดภัยผ่านภาพ วีดีโอ เกมส์สนุกๆ ทั้งบนเว็บไซต์ ZUKY’S SAFETY GUIDE หรือยูทูบ Zuky The Robot ได้ตลอดเวลา

เด็กไทยวันนี้กำลังถูกกระแสบาปคุกคาม ต้องเข้าใจถ่องแท้กับความคิดและปรัชญา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – เด็กไทยวันนี้กำลังถูกกระแสบาปคุกคาม ต้องเข้าใจถ่องแท้กับความคิดและปรัชญา (naewna.com)

เด็กไทยวันนี้กำลังถูกกระแสบาปคุกคาม ต้องเข้าใจถ่องแท้กับความคิดและปรัชญา

เด็กไทยวันนี้กำลังถูกกระแสบาปคุกคาม ต้องเข้าใจถ่องแท้กับความคิดและปรัชญา

วันพฤหัสบดี ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ท่ามกลางกระแสการแย่งชิงมวลชนในสังคมโลก เริ่มมองเห็นได้ชัดเจนมากขึ้นจนเป็นที่น่าวิตก เมื่อ มวลชนที่กำลังถูกดึงเข้าสู่วังวน “ความบาปบริสุทธิ์” ทางด้าน ค่านิยมในเรื่องของการเมืองการปกครอง เริ่มพุ่งเป้าหมายมายังตัวเด็กและเยาวชนมากยิ่งขึ้น เพราะเด็กและเยาวชนในเจนฯนี้กำลังแสวงหาความแปลกใหม่ ความท้าทายอย่างขาดความยั้งยั้งทางสติปัญญา จึงง่ายต่อการชักจูงเป็นอย่างยิ่ง

หน้าที่หลักและสำคัญที่สุดที่ภาครัฐจะต้องเอาใจใส่ให้มากที่สุดคือ ภาคการศึกษา ซึ่งเป็นสะพานด่านแรกที่วัฒนธรรมการแย่งชิงมวลชนจะก้าวข้ามไปช่วงชิงได้ง่ายที่สุด

ภูมิคุ้มกันที่จะไม่ให้เด็กๆ หลงเข้าสู่วังวนแห่งบาปบริสุทธิ์ คือ การสร้างความแข็งแกร่งให้กับตัวเด็กทั้งด้าน ความคิด และปรัชญา เพื่อให้เด็กได้มองเห็นภาพมุมกว้างที่เข้ามากระทบตัวเองได้มากที่สุด และชัดเจนที่สุด

วันนี้เรา (แนวหน้า) ขอนำเสนอ ตัวอย่างของ ด.ญ.จิดาภา ภูม่วง ซึ่งเป็นเด็กคนหนึ่งในหลายล้านคนที่มองภาพรอบๆ ตัวเองได้กว้างอย่างเข้าใจ

วันนี้ ด.ญ.จิดาภา ภูม่วง เป็นนักเรียนชั้นมัธยมปีที่ 3 หรือ Year 10 ศึกษาอยู่ที่ Tanglin Trust โรงเรียนอินเตอร์ที่ประเทศสิงคโปร์ โดยได้รับคำแนะนำจาก ครูเบล-ศุภนุช ชือรัตนกุลซึ่งเป็นครูติวเตอร์ที่ให้คำแนะนำในการเข้าเรียนที่สิงคโปร์ ทั้งการให้ทำแบบฝึกหัดและให้ตั้งเป้าหมายในชีวิต คือ ต้องทำอะไรบ้างถึงจะสำเร็จกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ และอะไรที่คิดว่าเป็นอุปสรรค ครูเบลก็จะสอนให้คิดหาวิธีเพื่อให้ผ่านอุปสรรไปให้ได้

การไปเรียนต่อที่ประเทศสิงคโปร์มีสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่ ด.ญ.จิดาภา ภูม่วงเล่าให้ฟังว่า ชีวิตที่นี่หนูว่าดีมาก สิงคโปร์เป็นประเทศที่ปลอดภัย คุณพ่อไว้ใจให้ไปไหนมาไหนคนเดียวในสิงคโปร์ได้ รถยนต์ที่นี่ไม่ค่อยจำเป็นเท่าไร เพราะรถสาธารณะสะอาด ปลอดภัย และไม่แพง ซึ่งบ้านของหนูอยู่ใกล้โรงเรียน หนูเลยเดินไปสะดวกกว่า เพราะหากมองอีกมุมหนึ่งก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีเหมือนหนูได้ออกกำลังกายทุกเช้า และอากาศที่นี่ก็ดีด้วย

เนื่องจากหนูมาเรียนต่างประเทศในเรื่องของภาษาอังกฤษ จึงเป็นสิ่งที่ทำให้หนูมีพัฒนาการเยอะที่สุดมีหลายคนบอกว่าเห็นได้ชัดสุด เพราะว่าหนูต้องพูด อ่าน เขียนทุกวันมีส่วนทำให้หนูเรียนรู้ได้เร็วขึ้น และการที่โรงเรียนมุ่งเน้นให้ทำกิจกรรม ทำให้หนูกล้าแสดงออกมากขึ้นแตกต่างจากตอนที่เรียนที่เมืองไทยหนูเป็นคนไม่กล้าทำอะไรสักอย่างเรียกง่ายๆ ว่า ขี้ขลาดมาก อยู่ที่นี่หนูลงกิจกรรมหลายอย่าง ทุกวันอย่างน้อยต้องมี 1 กิจกรรม ทำให้สนุกแต่ในทางกลับกันการที่หนูเรียนโรงเรียนอินเตอร์ ทำให้การใช้ภาษาจีนหนูยังไม่พัฒนาเท่าที่ควร”

ด.ญ.จิดาภา เล่าให้ฟังด้วยว่า สำหรับการสอบ AEIS (Admissions Exercise for International Students) เพื่อเข้าเรียนโรงเรียนรัฐของประเทศสิงคโปร์ เคยลองสอบตอนมัธยม 1 ค่อนข้างยากมาก แต่ขณะนั้นไม่ว่าจะติดหรือไม่ติด AEIS อย่างไรก็ได้เข้าเรียนต่อที่ Tanglin Trust School แล้ว ถ้าต้องให้ย้ายโรงเรียนอีกหนูไม่ไหวเพราะยังปรับตัวไม่ค่อยได้ และผลการเรียนที่นี่ถือว่าดีมาก จึงไม่ตัดสินใจไปสอบ AEIS รอบสอง

สำหรับในปีนี้ สิ่งที่เธอภาคภูมิใจมากที่สุดคือ เธอได้รับหน้าที่เป็นตัวแทนของห้อง เข้าแข่งขันวิชาคณิตศาสตร์ระดับ Senior ที่ประเทศสิงคโปร์ ตามหลักสูตร IGCSE(International General Certificate of Secondary Education)

ด.ญ.จิดาภา เล่าให้ฟังว่า “หนูไม่ได้เป็น “champion” มาก่อน ส่วนการสอบแข่งขันวิชาคณิตศาสตร์ระดับ Senior ระบบการศึกษาของสิงคโปร์ ก็คล้ายๆ กับเพชรยอดมงกุฎ มีการให้เหรียญทองแดง เหรียญเงิน และเหรียญทอง หนูเป็นหนึ่งในคนที่ถูกรับเลือกให้แข่งแบบ Senior ซึ่งหนูเคยทำข้อสอบในปีก่อนๆ ถือว่ายากมาก ส่วนปีนี้ที่หนูได้รับเลือก ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าทำไมปีนี้อาจารย์ถึงเลือกหนู เพราะฉะนั้นหนูต้องตั้งใจอย่างมากที่จะคว้าความสำเร็จในการแข่งขันนี้มาให้ได้

นี่คือตัวอย่างหนึ่งในหลายๆอย่างที่เด็กไทยทุกคนจะต้อง เข้าใจตัวเอง คิดเองได้ว่าอะไรควรอะไรไม่ควร แบ่งแยกสิ่งที่เข้ามาปะทะฅกับตัวเราเองได้ว่า อะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ และยังสำคัญที่สุด คือผู้ใหญ่คือตัวอย่างที่ดีที่สุดที่เด็กๆ จะมองเห็นเป็นอันดับแรก