อนุทินยิ้มรับ ส่งรายชื่อ ครม.ตรวจประวัติแล้ว ยันสแกนเข้ม-ยึดคำวินิจฉัยศาล รธน.

อนุทินยิ้มรับ ส่งรายชื่อ ครม.ตรวจประวัติแล้ว ยันสแกนเข้ม-ยึดคำวินิจฉัยศาล รธน.

อนุทินยิ้มรับ ส่งรายชื่อ ครม.ตรวจประวัติแล้ว ยันสแกนเข้ม-ยึดคำวินิจฉัยศาล รธน.

วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.35 น.

“อนุทิน”ยิ้มรับ! ส่งรายชื่อ ครม.ตรวจประวัติแล้ว ยืนยันตรวจสอบเข้ม ยึดคำวินิจฉัยศาล รธน. ชี้”ภูมิใจไทย”ไม่มีปัญหา ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลหากพบติดขัด ตีกลับต้นสังกัด

20 มีนาคม 2569 เมื่อเวลา 10.20 น.ที่โรงแรมเอเชียแอร์พอร์ต นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยนายอนุทิน ยิ้มรับ ไม่ได้ตอบคำถาม

ผู้สื่อข่าวถามว่า การตรวจสอบคุณสมบัติของรัฐมนตรีจะเข้มข้นขึ้นใช่หรือไม่ เนื่องจากขณะนี้เริ่มมีคดีกับผู้ที่คาดว่าจะมีชื่อในโผ ครม. นายกฯ พยักหน้า ก่อนตอบว่า ก็มีหลักเกณฑ์ของมันอยู่ โดยจะยึดหลักตามที่มีอยู่ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กร

เมื่อถามว่า กรณีแบบนี้จะทำให้การจัดตั้งคณะรัฐมนตรีล่าช้าลงหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ในส่วนของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ไม่มีปัญหา ส่วนของพรรคร่วมรัฐบาล ก็ได้รับรายชื่อมาแล้ว และจะมีการตรวจสอบตามกระบวนการ โดยสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) จะเป็นผู้ประสานหน่วยงานต่างๆ กว่าสิบหน่วยงาน และคิดว่าแต่ละหน่วยงานจะตรวจสอบอย่างละเอียด เราต้องรอผลของการตรวจสอบ ใครที่มีปัญหาก็จะแจ้งกลับไปยังต้นสังกัดของผู้ที่เสนอมา

เมื่อถามว่า ขั้นตอนการส่งรายชื่อประวัติเสร็จสิ้นแล้วใช่หรือไม่ นายกฯ พยักหน้ายอมรับ เมื่อถามถึงกรณีเมื่อวันที่ 19 มี.ค.ที่ผ่านมา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อภิปรายพาดพิงนายกฯ ว่าขาดคุณสมบัตินายกรัฐมนตรี เนื่องจากเกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว สว.และนำเรื่องนี้มาโจมตีตลอด นายกฯ หัวเราะ แต่ไม่ได้ตอบคำถาม

ศาลยกฟ้อง โตโต้ ปิยรัฐ คดี ม.112 เหตุปราศรัยที่อุบลฯ ปี 63

ศาลยกฟ้อง โตโต้ ปิยรัฐ คดี ม.112 เหตุปราศรัยที่อุบลฯ ปี 63

ศาลยกฟ้อง โตโต้ ปิยรัฐ คดี ม.112 เหตุปราศรัยที่อุบลฯ ปี 63

วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.35 น.

20 มีนาคม 2569 เพจเฟซบุ๊ก “ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน” โพสต์ข้อความระบุว่า “ศาลอุบลฯ พิพากษายกฟ้องคดี ม.112 ”โตโต้“ ปิยรัฐ เหตุปราศรัยชุมนุม #เด็กพูดผู้ใหญ่ฟัง ปี 63 ระบุ เป็นการแสดงความเห็นเกี่ยวกับบ่อเกิด รธน. โครงสร้างสถาบัน และความขัดแย้งในอดีต จำเลยไม่ได้ยืนยันข้อเท็จจริง พิพากษายกฟ้องทุกข้อกล่าวหา”

พร้อมยังโพสต์ในคอมเมนต์ ระบุว่า “20 มี.ค. 69 ศาลจังหวัดอุบลราชธานี พิพากษายกฟ้อง คดี ม.112 ของ “โตโต้” ปิยรัฐ จงเทพ จากเหตุชุมนุม #เด็กพูดผู้ใหญ่ฟัง ที่บริเวณลานศาลหลักเมืองอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 22 ส.ค. 2563 ปราศรัยพระราชอำนาจกับบทบาทกองทัพ

ศาลระบุ เป็นการแสดงความเห็นเกี่ยวกับบ่อเกิดรัฐธรรมนูญ โครงสร้างสถาบันและความสัมพันธ์ขององค์กรต่าง ๆ และความขัดแย้งในอดีต โดยจำเลยไม่ได้ยืนยันข้อเท็จจริง ย่อมไม่เข้าองค์ประกอบความผิดมาตรา 112 ส่วนข้อหาอื่น ๆ ทั้ง ม.116 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ยกฟ้องทั้งหมด”

เปิดปูม’ทนายแวยูแฮ’ สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ก่อนโดนถล่มยิงหน้าบ้านพัก

เปิดปูม'ทนายแวยูแฮ' สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ก่อนโดนถล่มยิงหน้าบ้านพัก

เปิดปูม’ทนายแวยูแฮ’ สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ก่อนโดนถล่มยิงหน้าบ้านพัก

วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.24 น.

เปิดปูม’ทนายแวยูแฮ’ สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ก่อนโดนถล่มยิงหน้าบ้านพัก

หลังตี 1 วันศุกร์ที่ 20 มีนาคม 2569 ขณะรถตู้ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลพาร์ด สีดำกำลังเลี้ยวเข้าบ้านพักใน อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส มือปืนในรถกระบะ 4 ประตูสีขาวได้กราดยิงใส่รถก่อนหลบหนีไปในความมืด ในรถมีผู้บาดเจ็บ2 คน “รุสลัน โกะเลาะห์” หรือ “อุชลัมห์” อายุ55 ปี พนักงานขับรถ และ “ด.ต.หริรักษ์ หีมมิหนะ” อายุ 44 ปี ตำรวจติดตาม สส. กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ขณะที่ “สสน.กมลศักดิ์” ที่นั่งอยู่ด้านหลังหลบลงใต้เบาะรถ รอดคมกระสุนมาได้แบบปาฏิหาริย์

“กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ” สส.เขต 5 จ.นราธิวาส พรรคประชาชาติ เป็นที่รู้จักกันในพื้นที่มานาน ในชื่อ “ทนายแวยูแฮ” ทนายความที่ทำคดีสิทธิมนุษยชนอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เช่น คดีตากใบ ก่อนผันตัวมาเดินเส้นทางการเมือง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่ปี 2562 ถึงปัจจุบัน 3 สมัย สังกัดพรรคประชาชาติมาโดยตลอด เป็นสส.ที่มีบทบาทโดดเด่นในการอภิปรายอย่างต่อเนื่องคนหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎร
ทั้งนี้เหตุการณ์กราดยิงด้งกล่าว เกิดขึ้นหลังจาก “สส.กมลศักดิ์” กลับจากกรุงเทพฯร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎร โหวตเลือกนายกฯคนใหม่ โดยรถตู้ส่วนตัวไปรับที่สนามบินหาดใหญ่ จ.สงขลา ก่อนจะกลับมาประสบเหตุดังกล่าวที่หน้าบ้านพักของตัวเอง

ชมภาพบรรยากาศ นสพ.แนวหน้า ก้าวสู่ปีที่ 47 แขกผู้ใหญ่เข้าอวยพรคับคั่ง

ชมภาพบรรยากาศ นสพ.แนวหน้า ก้าวสู่ปีที่ 47 แขกผู้ใหญ่เข้าอวยพรคับคั่ง

ชมภาพบรรยากาศ นสพ.แนวหน้า ก้าวสู่ปีที่ 47 แขกผู้ใหญ่เข้าอวยพรคับคั่ง

วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569, 09.35 น.

บรรยากาศ  นสพ.แนวหน้า ฉลองวันเกิดครบรอบ 46 ปี ก้าวสู่ปีที่ 47 แขกผู้ใหญ่เข้าอวยพรคับคั่ง ย้ำยังยึดแนวทาง มั่นคง ตรงไป ตรงมา

22 มีนาคม 2569 ที่สำนักงานหนังสือพิมพ์แนวหน้า ถนนวิภาวดีรังสิต เขตหลักสี่ กทม. ได้มีการจัดงานฉลองวันครบรอบ 46 ปี ก้าวสู่ปีที่ 47 ของหนังสือพิมพ์แนวหน้า 

โดยคุณผาณิต พูนศิริวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่ นสพ.แนวหน้า พร้อมด้วย คุณผรณเดช พูนศิริวงศ์ กรรมการผู้จัดการแนวหน้า ได้เปิดบ้านฉลองอย่างอบอุ่น ท่ามกลางแขกผู้ใหญ่ และผู้ที่รักใคร่จากหลากหลายองค์กรทั้งภาครัฐ เอกชน นักธุรกิจ และนักการเมือง ทยอยเดินทางมาร่วมส่งกระเช้าแสดงความยินดีและอวยพรกันตั้งแต่เช้าอย่างต่อเนื่อง โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

นายกฯอนุทิน ร่วมออกรายการพิเศษ ยินดีแนวหน้า ก้าวสู่ปีที่ 47

นายกฯอนุทิน ร่วมออกรายการพิเศษ ยินดีแนวหน้า ก้าวสู่ปีที่ 47

นายกฯอนุทิน ร่วมออกรายการพิเศษ ยินดีแนวหน้า ก้าวสู่ปีที่ 47

วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569, 09.10 น.

22 มีนาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินทางมาร่วมแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสครบรอบวันก่อตั้งหนังสือพิมพ์แนวหน้า ก้าวเข้าสู่ปีที่ 47 โดยมีคณะผู้บริหาร บรรณาธิการ และพนักงานให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

โดยบรรยากาศที่บริษัทหนังสือพิมพ์แนวหน้าในวันนี้เป็นไปอย่างคึกคัก มีบุคคลสำคัญจากหลากหลายวงการ ทั้งนักการเมือง นักธุรกิจ และหน่วยงานภาครัฐ ทยอยมาร่วมอวยพรอย่างต่อเนื่อง โดยนายอนุทินได้มาร่วมแสดงความยินดี พร้อมร่วมออกรายการพิเศษพูดคุยอย่างเป็นกันเอง

สำหรับหนังสือพิมพ์แนวหน้า ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2523 โดยยึดถือสโลแกน มั่นคง ตรงไป ตรงมา มาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

สีหศักดิ์ ถกทูตอิหร่าน ตามเรื่องช่วย 3 ลูกเรือไทยบนเรือ มยุรีนารี

สีหศักดิ์ ถกทูตอิหร่าน ตามเรื่องช่วย 3 ลูกเรือไทยบนเรือ มยุรีนารี

สีหศักดิ์ ถกทูตอิหร่าน ตามเรื่องช่วย 3 ลูกเรือไทยบนเรือ มยุรีนารี

วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569, 08.37 น.

สีหศักดิ์ หารือทูตอิหร่าน ตามเรื่องช่วย 3 ลูกเรือไทยบนเรือ มยุรีนารี ด้านทูตอิหร่าน รับปากพร้อมช่วย 

เมื่อวันที่ 19 มี.ค.2569 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ หารือกับนายนอเศเรดดีน ฮัยแดรี เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทย เพื่อย้ำคำขอของไทยเรื่องการให้ความช่วยเหลือลูกเรือไทย 3 คนบนเรือ “มยุรีนารี” โดยเฉพาะการสนับสนุนภารกิจด้านมนุษยธรรมดังกล่าวโดยกองทัพเรืออิหร่าน และการอนุญาตให้เรือพาณิชย์ไทยเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย

เอกอัครราชทูตอิหร่านฯ กล่าวว่า ได้แจ้งให้เมืองหลวงทราบคำขอดังกล่าวแล้ว โดยในหลักการทางการอิหร่านยินดีให้ความช่วยเหลือทั้งสองข้อ และพร้อมสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือลูกเรือไทย ส่วนประเด็นการผ่านช่องแคบฮอร์มุซของเรือพาณิชย์ไทยซึ่งรัฐมนตรีสองฝ่ายได้หารือร่วมกันแล้ว เอกอัครราชทูตฯ เห็นด้วยว่าไทยในฐานะมิตรประเทศควรได้รับอนุญาตให้เดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซด้วย ทั้งนี้ รับจะไปติดตามให้เมืองหลวงมีความเห็นตอบกลับโดยเร็ว

ในตอนท้าย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ย้ำท่าทีไทยที่เรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกลับสู่กระบวนการเจรจาและการทูต ซึ่งเอกอัครราชทูตอิหร่าน ได้ร้องขอให้ไทย รวมถึงประเทศอาเซียนพูดคุยกับประเทศคู่ขัดแย้งที่เกี่ยวข้องให้หยุดการโจมตีอิหร่านโดยเร็ว

เทพไท จี้ถาม! ใครคือไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน? หลังสภาฯชิงปิดประชุมหนีอภิปราย

เทพไท จี้ถาม! ใครคือไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน? หลังสภาฯชิงปิดประชุมหนีอภิปราย

เทพไท จี้ถาม! ใครคือไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน? หลังสภาฯชิงปิดประชุมหนีอภิปราย

วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569, 07.30 น.

20 มีนาคม 2569 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ใครคือ ไอ้โม่ง กักตุนน้ำมัน

เมื่อวานนี้(วันที่ 19 มีนาคม 2569) มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเลือกบุคคลที่เหมาะสมเป็นนายกรัฐมนตรี และที่ประชุมได้ลงมติเลือกนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัยหนึ่ง ระหว่างที่มีการพิจารณาคุณสมบัติ ได้มีการอภิปรายถึงความเหมาะสม ในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของนายอนุทิน โดยมีประเด็นเกี่ยวข้องกับเรื่องราคาน้ำมันแพง และน้ำมันขาดแคลน จนมีการประท้วงกันไปมาว่า ไม่เกี่ยวข้องกับญัตติการอภิปราย เรื่องคุณสมบัติของผู้เหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

ในที่สุดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้นำเสนอว่า หลังจากลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ประธานสภาผู้แทนราษฎรควรจะเปิดโอกาสให้มีการอภิปราย ญัตติที่เกี่ยวข้องกับราคาน้ำมัน ราคาน้ำมันแพง น้ำมันขาดแคลน หรือแนวทางการแก้ปัญหาวิกฤติน้ำมันที่เกิดขึ้นในขณะนี้ จนถึงช่วงสุดท้ายของวาระการเลือกนายกรัฐมนตรี ยังมีการเสนอจากสมาชิกของพรรคประชาชน ที่ต้องการให้มีการอภิปรายหลังจากวาระการเลือกนายกรัฐมนตรีจบแล้ว แต่เมื่อได้ประกาศผลคะแนนของผู้เหมาะสมในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คือนายอนุทิน ชาญวีรกูลแล้ว ประธานสภาผู้แทนราษฎรก็ปิดประชุมทันที

จึงทำให้มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงการทำหน้าที่ของประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่าไม่รักษาคำพูด ชิงปิดประชุมสภา หนีการเสนอญัตติ หรือการอภิปรายเกี่ยวกับปัญหาราคาน้ำมันแพง และน้ำมันขาดแคลน

ในฐานะที่ผมเคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาก่อน ผมเห็นว่าถ้าหากประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดโอกาสให้มีการอภิปรายญัตติที่เกี่ยวข้องกับวิกฤติน้ำมัน จะได้ประโยชน์ในหลายประการ เช่น

1.จะทำให้ประชาชนเห็นว่า สภาผู้แทนราษฎร เป็นที่แก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน เมื่อบ้านเมืองมีปัญหาวิกฤติ หรือปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ได้ใช้สภาผู้แทนราษฎรเป็นสถานที่หาทางออก แก้ปัญหาให้กับบ้านเมือง โดยรัฐบาลเป็นเจ้าภาพหลัก ในการนำปัญหาไปแก้ไข

2.จะเป็นการเปิดโอกาสให้ส.ส.ที่ได้รับการเลือกตั้งมาใหม่ ซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชน ได้นำความเห็นหรือความเดือดร้อนของประชาชน มาบอกกล่าวถึงรัฐบาล ผ่านที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้รัฐบาลได้รับรู้ว่า ประชาชนในต่างจังหวัดเดือดร้อนอย่างไร และปัญหาน้ำมันแพงน้ำมันขาดแคลน ก็เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในต่างจังหวัด มากกว่าในกรุงเทพด้วยซ้ำไป

3.จะทำให้ประชาชนเห็นว่า รัฐบาลใจกว้าง ไม่ใช่มุ่งเอาแต่ประโยชน์ของรัฐบาล ที่รีบเร่งจะให้มีนายกรัฐมนตรี โดยเปิดสภาโหวตนายกรัฐมนตรีเสร็จ ก็ปิดสภาหนี ถ้าหากมีญัตติที่เกี่ยวข้องกับความเดือดร้อนของประชาชนเข้ามาพิจารณาพ่วงด้วย จะทำให้ประชาชนรู้สึกว่า สภาเห็นความสำคัญความเดือดร้อนของประชาชนด้วย

4.รัฐบาลจะได้รวบรวมปัญหา ที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้นำเสนอ และสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นในจังหวัดต่างๆ รวมไปถึงแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำมันขาดแคลน น้ำมันแพงที่เกิดขึ้นในตอนนี้ ซึ่งรัฐบาลกำลังระดมความคิดในการแก้ปัญหา ถ้าได้ระดมความคิดจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชน ก็ถือว่าเป็นการให้เกียรติผู้แทนของประชาชนด้วย

จึงเป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง ที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรรีบปิดประชุมเสียก่อน ไม่เปิดโอกาสให้ตัวแทนของประชาชน ได้แสดงความคิดเห็น อย่างน้อยจะได้เคลียร์ปัญหาว่า เรื่องใครอยู่เบื้องหลังน้ำมันขาดแคลน หรือน้ำมันแพง หรือไอ้โม่งคนไหน หรือมีไอ้โม่งหรือไม่ เพราะมีการถกเถียงกันว่า ใครคือไอ้โม่ง

เมื่อรองนายกรัฐมนตรีออกมากล่าวหาและจะตรวจสอบน้ำมันหายไปไหน ไอ้โม่งคนไหนที่กักตุนน้ำมัน ในขณะที่นายกรัฐมนตรี กลับบอกว่าไม่มีไอ้โม่ง ส่วนไอ้โม่งที่กักตุนน้ำมัน น้ำมันที่ถูกกักตุนคือประชาชนกักตุนไว้ใช้เอง

ซึ่งจะได้ซักไซ้ไล่เลียงและจะได้นำข้อมูลมายันกันว่า ไอ้โม่งมีจริงหรือไม่ หรือว่าใครคือไอ้โม่ง สังคมก็จะได้คำตอบ

เซ่นสู้รบตะวันออกกลาง คนงานไทยดับ1

เซ่นสู้รบตะวันออกกลาง  คนงานไทยดับ1

เซ่นสู้รบตะวันออกกลาง คนงานไทยดับ1

วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ศบก.เผยแรงงานไทย ในเทลอาวีฟเสียชีวิต 1 ศพ จากเหตุสู้รบตะวันออกกลาง ย้ำสถานการณ์ทวีความรุนแรง เตือนคนไทยให้ให้เร่งอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยง

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ถึงสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือคนไทยว่า สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางยังมีความรุนแรงและขยายเป้าหมายทางทหารไปสู่การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญอย่างต่อเนื่อง ทั้งในกาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และซาอุดีอาระเบีย ที่ยังอยู่ในระดับที่มีความรุนแรง โดยอิสราเอล ยังโจมตีเลบานอนอย่างหนัก ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากขณะที่อิหร่านโจมตีกลับกลุ่มประเทศอาหรับด้วยขีปนาวุธโดรน

ทั้งนี้ มีรายงานว่าสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลโจมตีโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวกับน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของอิหร่าน ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งก๊าซธรรมชาติธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยอิหร่านประกาศจะตอบโต้ไปที่โครงสร้างพื้นฐานในประเทศอ่าวอาหรับ ทั้งซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และกาตาร์ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก ราคาน้ำมันในตลาดโลก

นายปาณิดลกล่าวว่า ทางการอิหร่านยืนยันเพิ่มเติมถึงการเสียชีวิตของรัฐมนตรีกิจการข่าวกรองของอิหร่าน จากการโจมตีของอิสราเอล กระทรวงการต่างประเทศขอย้ำให้คนไทยพิจารณาออกนอกพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด เนื่องจากสถานการณ์มีความไม่แน่นอน และติดตามข่าวสารจากทางการอย่างเคร่งครัดและลงทะเบียนแจ้งที่อยู่ รวมถึงช่องทางติดต่อกับสถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่ที่รับผิดชอบในพื้นที่

ล่าสุดกระทรวงการต่างประเทศได้รับรายจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ จากการแจ้งข่าวของทางการอิสราเอล ยืนยันว่า มีบุคคลสัญชาติไทยเสียชีวิต 1 ราย โดยเป็นแรงงานภาคเกษตร เมื่อช่วงดึกของวันที่ 18 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยสถานทูตได้ติดต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตแล้ว และกำลังประสานกับกระทรวงแรงงาน รวมถึงทางการของอิสราเอลเพื่อดำเนินการตามแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง และติดตามสิทธิประโยชน์ ค่าชดเชยของผู้แรงงานอย่างเต็มที่ รัฐบาลของแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตดังกล่าว พร้อมกับย้ำประกาศมาตรการเตือนภัยประชาชนคนไทยในพื้นที่มาโดยตลอด

ส่วนความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทยอพยพจากอิหร่าน 2 ราย ไปเมืองวาน ประเทศตุรกี ได้เดินทางกลับถึงประเทศไทยเมื่อช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ ขณะที่เอกอัครราชทูตกรุงอัมมานได้เร่งช่วยเหลือการอพยพแรงงานไทยอีก 4 คน จากเมืองบันดาร์อับบาส ประเทศอิหร่าน ข้ามแดนมาที่ตุรกีในวันที่ 23 มี.ค.เพื่อเดินทางกลับประเทศไทย

สำหรับยอดการช่วยเหลือคนไทยขณะนี้ 1,173 คน โดยกระทรวงการต่างประเทศยังเดินช่วยเหลือคนไทยออกจากพื้นที่อันตรายจากการสู้รบต่อเนื่องและให้เป็นไปอย่างปลอดภัย

รัฐบาลเร่งเคลียร์ปมร้อน ยันไม่มีไอ้โม่ง แอบกักตุนน้ำมันค้ากำไร

รัฐบาลเร่งเคลียร์ปมร้อน  ยันไม่มีไอ้โม่ง  แอบกักตุนน้ำมันค้ากำไร

รัฐบาลเร่งเคลียร์ปมร้อน ยันไม่มีไอ้โม่ง แอบกักตุนน้ำมันค้ากำไร

วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

รัฐบาลเร่งเคลียร์ปมร้อน ยันไม่มีไอ้โม่ง แอบกักตุนน้ำมันค้ากำไร อ้างแค่ประชาชนกังวล แห่ไปเติมจนเกลี้ยงปั๊ม ‘หนู’ย้ำอีกไม่ขาดแคลน

นายกฯยันไม่มีไอ้โม่ง กักตุนน้ำมัน หลังเค้น “โรงกลั่น จ๊อบเบอร์” ย้ำไม่ขาดแคลน แต่ประชาชนกังวลแห่เติมกักตุน จนเกลี้ยงปั๊ม เพราะมีการใช้ปริมาณเพิ่มขึ้น กว่า 10 ล้านลิตรต่อวัน ทั้งที่ผลิตเท่าเดิม

เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 19 มี.ค. ที่อาคารรัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และกลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่น ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ตัวแทนกลุ่มผู้ค้าน้ำมันขายส่ง (จ๊อบเบอร์) และตัวแทนภาคประชาชน สมาคมประมงแห่งประเทศไทย, และผู้ประกอบการอื่นๆ เข้าร่วมด้วย

ไม่มีเหตุผลปริมาณลด

โดยนายกฯ กล่าวว่า เรื่องของราคาก็ปล่อยไปตามการควบคุมกลไกตลาด รัฐก็จะหามาตรการให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนให้น้อยที่สุดเท่าที่ทําได้ ปัญหาเรื่องการปฏิบัติยังคงมีอยู่ ประชาชนหลายพื้นที่ยังคงรายงานเข้ามาว่าไม่สามารถเข้าถึงการเติมน้ำมันได้อย่างคล่องตัวและมีความกังวลเรื่องความเพียงพอของปริมาณ  ยืนยันว่าเราไม่มีปัญหาในเรื่องของการสํารองน้ำมัน การเข้ามาของน้ำมันดิบ เรายังสามารถสั่งซื้อและนําเข้าน้ำมันดิบจากหลายภูมิภาคทั่วโลก และยังไม่มีเหตุในตัวชี้วัดใดๆ ที่น้ำมันของประเทศไทยจะเข้ามาในปริมาณที่ลดน้อยลง ปัญหาทุกวันนี้กลายเป็นว่าเมื่อประชาชนเกิดความกังวล เราต้องหาวิธีจัดทํายังไงให้ประชาชนเกิดความมั่นใจ เมื่อเกิดความมั่นใจแล้ว การจะมาออเต็มปั๊มก็ไม่มีปัญหา วันนี้ก็ต้องขอความร่วมมือในเรื่องของเวลาที่ผ่อนผันให้รถขนน้ำมันเข้ามาในเขตกรุงเทพฯ ได้ตลอดเวลา ขอความร่วมมือผ่านไปยัง ผบ.ตร. นี่ถือเป็นนโยบายของรัฐบาล ที่จะต้องทําให้เกิดการเข้าถึงน้ำมันของประชาชนและลดความวิตกกังวลต่อไป 

ราคาต้องสอดคล้องกัน

นายกฯ กล่าวอีกว่า สิ่งที่จะต้องมาแก้ไขนอกเหนือจากนี้ก็คือเรื่องของราคาน้ำมัน ซึ่งที่ประชุมจะต้องมีมาตรการกําหนดว่าจะขายหน้าโรงกลั่น ขายหน้าปั๊มหรือขายผ่านคนกลางหรือจ๊อบเบอร์ ต้องอยู่ในราคาที่สอดคล้องกัน เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมหรือกลุ่มที่ไม่ใช่ผู้ซื้อปลีกได้มีน้ำมัน ก็คือภาคอุตสาหกรรมและโรงงานต่าง ๆ จะได้มีน้ำมันในคลังของตนเอง ให้เหมือนช่วงก่อนเกิดเหตุที่ตะวันออกกลาง 

นอกจากนี้ วันนี้จะมีการตั้งประเด็นคําถามเพื่อให้แต่ละฝ่ายไปรับผิดชอบ และชี้แจงกันด้วยความชัดเจน ทุกฝ่ายจะได้มีความมั่นใจในข้อมูลและนําไปดําเนินการด้วยกัน เช่น ในส่วนของผู้ประกอบการโรงกลั่นน้ำมัน รัฐบาลต้องขอให้ท่านบอกให้ชัดเจนว่าน้ำมันดิบที่เข้าสู่การกลั่นแต่ละแห่งมีประมาณเท่าไหร่ แตกต่างจากช่วงปกติแค่ไหน เดินเครื่องเต็มขีดความสามารถแล้วหรือไม่ น้ำมันสําเร็จรูปแต่ละประเภทที่โรงกลั่นแต่ละโรงออกมามีเท่าไหร่เมื่อเทียบกับช่วงปกติ มีปัญหาในการจัดส่งอย่างไร กําหนดโควตาการส่งน้ำมันให้แต่ละคลังอย่างไร

ต้องเอาเอกสารมายืนยัน 

นายกฯ กล่าวว่า ในส่วนของผู้ประกอบการคลังน้ำมัน มีปัญหาอะไรหรือไม่ คาดการณ์ไว้อย่างไร ราคาเป็นอย่างไร คลังน้ำมันได้ประกาศราคาขายหน้าคลังตามที่รัฐบาลได้สั่งการแล้วหรือยัง คลังน้ำมันได้ขายน้ำมันให้กับจ๊อบเบอร์ด้วยราคาที่ประกาศใหม่แล้วใช่หรือไม่ จะต้องมีหลักฐานเอกสารยืนยัน 

“ที่มากันวันนี้ไม่ใช่มายืนยันกันเอง แต่ต้องมายืนยันให้ประชาชนได้เห็นว่าเราได้ดําเนินการทุกอย่าง ประชาชนจะได้ไม่มีความกังวลอีกต่อไป ในส่วนของจ๊อบเบอร์ที่มาในวันนี้ก็จะขอคําชี้แจงว่ามีสัญญาซื้อขายมีปริมาณอย่างไรบ้าง ถ้าราคาหน้าคลังถูกกว่าราคาหน้าปั๊ม จ๊อบเบอร์ได้มีการบวกกําไรตามปกติ เหมือนช่วงก่อนมีสงครามหรือไม่ หรือฉวยใช้โอกาสนี้ค้ากําไรกันเกินควร รวมถึงผู้ประกอบการขนส่งน้ำมัน เวลาปกติวิ่งรถเป็นอย่างไร เมื่อขยายเวลาแล้วจะสามารถเพิ่มเที่ยวรถได้อีกเท่าไหร่ กระทรวงพลังงานจะสามารถประกาศลดสเปกรถขนน้ำมันได้เพิ่มเติมหรือไม่ ถ้าได้ก็จะไปขอความร่วมมือจากกองทัพ เพราะกองทัพมีรถขนน้ำมันเหล่านี้อยู่” นายกฯ กล่าว

นายกฯยืนยันไม่มีไอ้โม่ง

ต่อมาเวลา 15.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีปัญหาน้ำมันล่องหน 10,000 ลิตร ว่า ขณะนี้ในที่ ศบก. กำลังไล่แกะข้อมูลกันอยู่ แต่ขอยืนยันว่าไม่มีปัญหาเรื่องการขาดแคลน เพราะการนำเข้าน้ำมันดิบยังมีสภาพเป็นปกติ และไม่ได้มีการลดกำลังการผลิต และผลผลิตที่มีการกลั่นออกมาก็เป็นปกติ เพียงแต่ช่วงนี้มีความวิตกกังวลของประชาชน จึงมีปริมาณการใช้น้ำมันเพิ่มมากขึ้นประมาณ 10 กว่าล้านลิตร เราก็ต้องไปหาตรงนี้ให้ได้ และต้องบริหารจัดการไม่ให้ประชาชนต้องกังวล รวมทั้งต้องทำให้ระบบขนส่งน้ำมันไปยังสถานีน้ำมันเป็นไปอย่างปกติโดยเร็วที่สุด

เมื่อถามว่าตอนนี้ได้เจอไอ้โม่งแล้วหรือยัง นายกฯ ย้อนถามกลับว่า “ไอ้โม่งทำอะไร”

ผู้สื่อข่าวจึงตอบกลับว่าไอ้โม่งที่มีการกักตุนน้ำมันที่ได้ผลประโยชน์จากการกักตุนน้ำมัน นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มี ยังไม่มี คำว่าไอ้โม่ง ที่มากักตุนน้ำมัน มีแต่ประชาชนที่มีความกังวลแล้วมากักตุนน้ำมัน จากเดิมที่เคยใช้ปริมาณ 67 ล้านลิตรต่อวัน เพิ่มเป็น 84 ล้านลิตรต่อวัน ทั้งที่การผลิตเท่าเดิม และยังไม่มีปัญหาการนำเข้า เพราะฉะนั้นต้องมาบริหารสถานการณ์ให้ประชาชนให้ประชาชนเกิดความมั่นใจว่า น้ำมันไม่ได้ขาดและไม่ได้มีการขาดแคลน และไม่จำเป็นต้องกักตุน

เมื่อถามย้ำว่า ไม่เจอไอ้โม่งใช่หรือไม่ นายอนุทิน ตอบสั้นๆว่า ”ก็มันไม่มี จะไปเจออย่างไรล่ะ เพราะทุกคนเขาก็ห่วงตัวเอง“

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

“ผมเชื่อว่าวิถีทางในการทำงานการเมืองของพวกเราที่ผ่านมาในอดีตจนถึงปัจจุบัน ได้ช่วยพาสังคมไทยไปข้างหน้า และผมก็เชื่อเช่นเดียวกันว่าเพื่อนสมาชิกจากอีกฟากฝั่งหนึ่งก็น่าจะเห็นไม่ต่างกัน ว่าพวกเราไม่ว่าจะอยู่ฝั่งไหนก็ทำประโยชน์ให้กับประเทศได้”

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน