‘อนุทิน’ชนะขาด นั่งนายกฯสมัย2

‘อนุทิน’ชนะขาด  นั่งนายกฯสมัย2

‘อนุทิน’ชนะขาด นั่งนายกฯสมัย2

วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

‘อนุทิน’ชนะขาด นั่งนายกฯสมัย2 ลงมติท่วมท้น293:119 ปชป.-กธ.งดออกเสียง แฉงูเห่าสีส้มโผล่หนุน เท้งสอบปมซื้อตัว20ล.

สภาฯโหวตเลือกนายกฯ 69 “อนุทิน”ชนะขาดลอย 293 เสียง นั่งนายกฯคนที่ 32 สมัย 2 พรรคร่วมรัฐบาลเสียงไม่แตก ส่วน “เท้ง” ได้ 119 เสียง งดออกเสียง 86 เสียง มี “ปชป.-กธ.-ไทยภักดี” ขณะที่“งูเห่า” พรรคส้ม 1 เสียง โผล่หนุน“หนู” สวนมติ ปชน. ด้าน 6 เสียง“ไทรวมพลัง” แม้ถูกเมินดึงร่วมรัฐบาล “อนุทิน” ขอบคุณสส.โหวตเป็นนายกฯ “เท้ง” พ้อกลางสภาฯอาจเป็นอภิปรายครั้งสุดท้าย

เมื่อเวลา10.00 น.ที่รัฐสภา ได้มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายโสภณ ซาซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุมพิจารณาวาระให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ก่อนเข้าสู่วาระการประชุมนายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้อ่านพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯประกาศแต่งตั้งประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎรให้ที่ประชุมรับทราบ

ต่อมา ประธานฯได้แจ้งให้ที่ประชุมรับทราบประกาศสภาผู้แทนราษฎรให้ผู้มีรายชื่ออยู่ในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อพรรคการเมืองเลื่อนขึ้นมาเป็นสส.แทนตำแหน่งที่ว่าง คือ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลื่อนขึ้นมาเป็น สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ แทน นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ลาออกจากสส.รวมถึงนายไชยชนก ชิดชอบ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ที่ลาการประชุมสภาฯ เมื่อวันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมาได้กล่าวปฏิญาณตนในการประชุมก่อนรับหน้าที่ โดยได้ให้นายไชยชนก และนายอรรถวิชช์ กล่าวปฏิญาณตนในที่ประชุมก่อนรับหน้าที่

เสนอ‘อนุทิน-ณัฐพงษ์’ชิงนายกฯ

จากนั้น ได้เข้าสู่วาระการเลือกนายกรัฐมนตรี ประธานฯได้แจ้งขั้นตอนการดำเนินการตาข้อบังคับการประชุม โดยนายไชยชนก ลุกขึ้นเสนอชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แคนดิเดตนายกฯเพื่อให้ที่ประชุมพิจารณาให้ความเห็นชอบฯได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกฯ ขณะที่นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ลุกขึ้นเสนอชื่อนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้ที่ประชุมพิจารณาให้ความเห็นชอบฯ ได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกฯ มีผู้รับรองถูกต้องเช่นกัน

‘พรรคส้ม’เปิดหัวกระซวกเดือด

จากนั้นนายโสภณ ได้เปิดให้สมาชิกอภิปรายถึงคุณสมบัติของผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งนายกฯ โดยนายรังสิมันต์ อภิปรายเป็นคนแรกว่านายอนุทินที่เป็นนายกฯรักษาการคนปัจจุบันและได้รับโอกาสในการเป็นนายกฯมาก่อน พฤติกรรมในอดีตล้วนเป็นสิ่งบ่งชี้ว่าสุดท้ายนายอนุทิน มีความเหมาะสมในการเป็นนายกฯจริงๆ หรือ ตนอยากให้ข้อมูลต่อสภาโดยเฉพาะวิกฤตน้ำมันในปัจจุบัน ปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้นในรัฐบาลรักษาการปัจจุบัน มันเป็นตัวสะท้อนที่ดี แสดงให้เห็นว่าการบริหารบ้านเมืองเต็มไปด้วยการทุจริตคอร์รัปชันอย่างไร ปัญหาน้ำมันเถื่อนมีมาอย่างยาวนาน เป็นโครงสร้างองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติฝังรากลึกในประเทศไทยมาช้านาน โครงสร้างนี้ในอดีตส่วนมากจะมีการนำเข้าน้ำมันจากประเทศต่างๆเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย

ทั้งนี้นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วงนายรังสิมันต์ให้อภิปรายอยู่ในประเด็นเรื่องคุณสมบัตินายกฯไม่ใช่อภิปรายปัญหาที่เกิดขึ้นในเรื่องปัญหาน้ำมัน ขอให้เสนอเป็นญัตติเข้ามาเพื่อให้มีการอภิปรายกันทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน นายโสภณวินิจฉัยให้นายรังสิมันต์อภิปรายเรื่องคุณสมบัติ ความเหมาะสมหรือการทำงานของนายกฯจะต้องไม่อภิปรายข้ามไปถึงรายละเอียดเหมือนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

ซัด‘อนุทิน’ขาดคุณสมบัติซื่อสัตย์สุจริต

นายรังสิมันต์อภิปรายยืนยันว่าสิ่งที่ตนอภิปราย เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 ในเรื่องคุณสมบัติความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ตนกำลังกังขาในความซื่อสัตย์สุจริตของนายอนุทิน การพิจารณาคุณสมบัติว่าท่านใดเป็นผู้ที่มีความซื่อสัตย์สุจริต เราไม่จำเป็นต้องพิจารณาจากสิ่งที่เขาทำในอดีตหรือเราจะคิดไปข้างหน้าโดยมองและประเมินเอาว่าตัวเขาจะต้องซื่อสัตย์สุจริตแน่ๆ ทั้งๆที่วันนี้ท่านมีอำนาจ แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นท่านแถลงออกมาตลอดเวลาว่าน้ำมันต้นทางมีพอ แล้วมันหายไปไหน ถ้าไม่ใช่การทำนโยบายเชิงทุจริตแบบที่ผ่านมา แล้วประชาชนจะได้รับความเดือดร้อนแบบนี้ได้อย่างไร สิ่งที่ตนกำลังอภิปราย มันคือการตั้งประเด็นเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต และสิ่งที่ตนกำลังโน้มน้าวต่อสภาฯแห่งนี้เพื่อบอกว่านายอนุทินขาดคุณสมบัติข้อนี้

“สิ่งที่ผมต้องโน้มน้าวต่อสภาฯแห่งนี้คือถ้านายอนุทิน ยังเป็นนายกฯต่อไป ผมเป็นห่วงจริงๆว่าท่านอาจไม่มีคุณสมบัติเพียงพอในด้านความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา160” นายรังสิมันต์ กล่าว

จวกเลือกตั้ง69สุดสกปรก-ฮั้วสว.

นายรังสิมันต์กล่าวต่อว่า เราผ่านการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ตนมั่นใจได้เลยว่าเป็นการเลือกตั้งที่สกปรกที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย ตนไม่ได้กำลังบอกว่ามีแค่เฉพาะซื้อเสียง หรือโกงการเลือกตั้ง แน่นอนว่าเราอาจชี้นิ้วไปที่คณะกรรมการการเลือกตั้งว่ากำลังทำหน้าที่ไม่ดี มีปัญหา แต่นายอนุทิน เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่สามารถจัดได้อย่างสุจริตยุติธรรมได้

ทำให้ นายสนอง เทพอักษรณรงค์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วงนายรังสิมันต์ทันทีว่า การกล่าวหาว่าการเลือกตั้งครั้งนี้สกปรกที่สุด เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ในฐานะที่ตนมีส่วนได้เสีย สส.ที่เข้ามามีเกียรติมีศักดิ์ศรี เรามาด้วยข้อกฎหมายข้อบังคับเดียวกัน ถ้าสกปรกที่สุด มันก็เป็นทั้งหมด ไม่ใช่จะดีเฉพาะผู้อภิปรายคนเดียว ทำให้นายโสภณ วินิจฉัยว่า เป็นคำกล่าวที่ไม่เหมาะสม แต่คงไม่ถึงขั้นต้องถอนคำพูด

นายรังสิมันต์ ยังอภิปรายว่าขณะที่เรื่องฮั้ว สว.ที่เป็นองค์กรสำคัญในการเลือกองค์กรอิสระเข้าไปเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบการทำงานขององค์กรอิสระที่เขาว่ากันว่าเป็นการฮั้วสว.สีน้ำเงิน ตกลงแล้วนายอนุทิน ที่เป็นผู้ถูกกล่าวหาจากเรื่องนี้ มันยังไม่ชัดเจนหรือว่า นายอนุทิน มีข้อกังขาในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตฯมากที่สุดคนหนึ่ง เป็นการบ่อนทำลายการเลือกสว.ทำให้ประชาชนสิ้นศรัทธา

‘อภิสิทธิ์’แจงชัดปชป.งดออกเสียง

เวลา 11.05 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)อภิปรายถึงเหตุผลที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่สามารถให้ความเห็นชอบกับการเสนอชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล ให้ดำรงตำแหน่งนายกฯว่าตามหลักการประมวลจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ข้อ16 ที่ระบุให้สมาชิกต้องพิจารณาและให้ความเห็นชอบบุคคลดำรงตำแหน่งโดยคำนึงถึงความรู้ ความสามารถ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลนั้นๆประกอบกับรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้นายกรัฐมนตรีต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และไม่มีพฤติกรรมฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงซึ่งสำคัญกว่าคุณสมบัติทางกฎหมาย ที่จริงกรณีของนายกฯอนุทินตนก็เสียดายว่าช่วงหาเสียงเลือกตั้งที่ผ่านมา ไม่ได้มีโอกาสได้ฟังวิสัยทัศน์จากท่านเลย ได้ฟังนายณัฐพงษ์มากพอสมควร และวันนั้นค่อนข้างจะเคลิ้ม

ชี้‘อนุทิน’ติดคดีฮั้วสว.-เท้งปมแก้ม.112

“ประเด็นหลักที่ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ไม่สามารถสนับสนุนนายอนุทินได้ เพราะมีคดีที่เกี่ยวข้องกับการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา(ฮั้วสว.)ซึ่งมีผลร้ายแรงถึงขั้นทำลายการปกครองในระบอบประชาธิปไตย หาก สว.ขาดความเป็นกลางทางการเมือง และตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของพรรคการเมืองจะส่งผลให้องค์กรอิสระขาดความเป็นกลาง และไม่สามารถตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหารได้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ปัจจุบันตกอยู่ในสถานะของผู้ถูกกล่าวหาในการดำเนินการของสองหน่วยงานหลักคือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)”นายอภิสิทธิ์ ย้ำ

พร้อมระบุว่าทั้งนี้ด้วยหลักเกณฑ์และมาตรฐานเดียวกันนี้พรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่สามารถสนับสนุนนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนได้เช่นกัน เมื่อด้ตกเป็นผู้ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลเรื่องแก้ไขมาตรา 112 ซึ่งเรื่องได้ถูกส่งเข้าสู่ศาลฎีกา และอาจทำให้ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ดังนั้นพรรคประชาธิปัตย์ยืนยันถึงมติพรรคถึงการงดออกเสียงในกรณีนี้ ไม่ใช่เรื่องของการรอร่วมรัฐบาล

“เท้ง”ยันไม่เคยคิดตั้งรัฐบาลแข่ง

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชนได้อภิปรายว่าพวกเราไม่ได้ต้องการที่จะจัดตั้งรัฐบาลแข่งแต่อย่างใด เพราะประชาชนทั่วทั้งประเทศต่างรู้ดีว่าการจัดตั้งรัฐบาลที่แท้จริงไม่ได้เกิดขึ้นในสภาแห่งนี้วันนี้ แต่เกิดขึ้นตั้งแต่คืนวันที่ 8 ก.พ.จนถึงวันก่อนโหวตนายกรัฐมนตรี ตนก็ยืนยันว่าช่วงเวลาที่ผ่านมา พรรคประชาชนไม่เคยดำเนินการหรือมีความพยายามใดๆที่จะดำเนินการจัดตั้งรัฐบาลแข่งกับพรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นพรรคที่ชนะการเลือกตั้งมาเป็นอันดับหนึ่ง อยากให้ทุกคนยึดถือหลักการนี้ไว้ร่วมกัน เป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่พวกเราควรจะต้องทำในระบบการเมืองรัฐสภา พรรคใดชนะการเลือกตั้งมาเป็นอันดับหนึ่ง ควรจะต้องได้รับสิทธิ์ในการจัดตั้งรัฐบาลก่อน

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า เวทีนี้จึงเวทีที่ไม่ใช่การแสดงวิสัยทัศน์ แต่มาแสดงความห่วงใยต่อประเทศชาติของเรา ข้อห่วงใยนี้ จะสำเร็จได้ต้องมีรัฐบาลที่มีความชอบธรรม ประกอบไปด้วยคณะรัฐมนตรีที่มีหน้าตาที่เหมาะสม ในการแก้ไขปัญหาให้กับประเทศ

เพ้อไม่รู้จะเป็นอภิปรายครั้งสุดท้าย

“สิ่งหนึ่งที่ว่าที่นายกรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยดำเนินการได้ คือตรวจสอบคนของท่านเองอย่างเข้มงวด และถ้ามีส่วนผูกพันเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ผมคิดว่าสิ่งที่สังคมคาดหวังคือการดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ในการจัดการคนของตัวเอง พอที่จะกอบกู้ศรัทธาความเชื่อมั่นในบางส่วน ถ้าท่านดำเนินการแบบนี้ สำหรับพวกผมในวันนี้ก็คงจะขอเดินหน้าทำหน้าที่ของพวกเราอย่างเต็มที่ต่อไป” นายณัฐพงษ์ กล่าว

นายณัฐพงษ์กล่าวทิ้งท้ายว่าตนอยากจะฝากฝังไปยังเพื่อนสมาชิกพรรคประชาชนจงเชื่อมั่นในสิ่งที่ทุกท่านทำอยู่ตนเชื่อว่าสิ่งที่ทุกท่านทำมีความหมาย ปัจจุบันวันนี้ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นการอภิปรายครั้งสุดท้ายหรือไม่จะโดนสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่แต่ตนก็คงเดินหน้าทำหน้าที่แบบนี้ เคียงข้างกับทุกท่านต่อไป จนกว่าอำนาจจะส่งต่อประชาชน

‘อนุทิน’ให้คำมั่น พร้อมจับมือสส.ทำงาน

เวลา12.00 น.นายอนุทิน ชาญวีรกูล สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย อภิปรายว่าขอบคุณที่เสนอชื่อตนเป็นนายกฯ ขอยืนยันไม่ว่าสส.จากพรรคใดจะลงคะแนนสนับสนุนหรือไม่แต่ในหัวใจ สส.ทุกคนคือผู้แทนปวงชนชาวไทย เสียงทุกคนดังเท่ากัน พร้อมรับคำแนะนำ คำวิจารณ์ ไปปฏิบัติหากมีโอกาสบริหารประเทศในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ขอยืนยันจะเป็นนายกฯที่ทำงานร่วมกับสส.อย่างสุดความสามารถ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศและประชาชน น้อมรับกระแสพระราชดำรัสที่พระราชทานคราวเปิดประชุมรัฐสภาวันที่14มี.ค.ว่าขอให้ยึดความถูกต้อง ประโยชน์ของประชาชนเป็นเป้าหมายสูงสุด ทุกคนทราบดีว่าตั้งแต่เราพบกันในสภาฯทุกคนเป็นเพื่อนที่ดีมีเป้าหมายร่วมกันในประโยชน์ประเทศและประชาชน หากได้รับความไว้วางใจเป็นนายกฯ จะสนับสนุนงานด้านนิติบัญญัติเต็มที่ และพร้อมรับการตัดสินของ สส.ทุกคน

“โอกาสนี้ขอบคุณทุกเสียงที่เคยมอบให้เป็นนายกฯขอบคุณข้าราชการ ประชาชน ช่วยให้รัฐบาลบริหารราชการได้ แม้เป็นเสียงข้างน้อยแต่ไม่เป็นอุปสรรคให้ประเทศบรรลุเป้าหมายหลายอย่างขณะนี้แม้มีปัญหาหลายอย่าง แต่ด้วยความร่วมมือของทุกคน รัฐบาลจะบริหารประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป” นายอนุทิน

ภายหลังเปิดให้สมาชิกอภิปรายคุณสมบัติของผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งนายกฯ กันอย่างกว้างขวางแล้ว

โหวต‘อนุทิน’นายกฯฉลุย293เสียง

จากนั้น เวลา 12.15 น.ประธานสภาได้เปิดให้สมาชิกลงคะแนนออกเสียงโหวตให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีโดยการขานชื่อ สส.เป็นรายบุคคล เรียงตามลำดับอักษร ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ ภายหลังการลงคะแนนออกเสียงเสร็จสิ้น

กระทั่งเวลา 13.20 น.นายโสภณ ได้แจ้งผลการนับคะแนนการให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับการดำรงตำแหน่งนายกฯจากสมาชิกผู้ลงคะแนนทั้งหมด 498คน ซึ่งเสียงส่วนใหญ่ให้ความเห็นชอบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี โดยได้คะแนนเสียงสนับสนุน 293 เสียง ขณะที่นายณัฐพงษ์ ได้คะแนนเสียง 119 เสียง งดออกเสียง 86 เสียง ถือว่านายอนุทินได้รับความเห็นชอบ เกินกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกที่มีอยู่ในขณะนี้ ได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 33 สมัยที่ 2 พร้อมได้สั่งปิดประชุมในเวลา12.21น.

กางเสียงโหวตดัน‘หนู’นายกฯสมัย2

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ในจำนวน 293 เสียง ที่สนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี มีเสียงงูเห่า 1 เสียง จากพรรคประชาชน คือ นายสุริยา วงศ์อารีย์ สส.อุดรธานี ร่วมโหวตให้นายอนุทิน เป็นนายกฯ

ขณะที่ผลการลงคะแนนส่วนใหญ่เป็นไปในทิศทางเดียวกันคือพรรคร่วมรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย และพรรคเล็กต่างเห็นชอบนายอนุทิน เป็นนายกฯสมัยที่2 ขณะที่พรรคไทยสร้างไทยซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลสส.ทั้ง2คน โดย นายอุดมเดช รัตนเสถียร สส.บัญชีรายชื่อโหวตเห็นชอบให้นายอนุทิน เป็นนายกฯ แต่นายชัชวาล แพทยาไทย สส.ร้อยเอ็ด โหวตงดออกเสียง

‘ปชป.-กธ.-ไทยภักดี‘พรึ่บงดออกเสียง

ขณะที่พรรคฝ่ายค้าน มีเพียงพรรคประชาชน และพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย เท่านั้น ที่โหวตสนับสนุนนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เป็นนายกฯ

ด้านพรรคฝ่ายค้านอื่นอย่างพรรคประชาธิปัตย์ พรรคกล้าธรรม พรรคไทยภักดี ต่างโหวตงดออกเสียง รวมถึง นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาฯคนที่1 และ2 ต่างลงมติงดออกเสียงเช่นกัน

ส่วนพรรคไทรวมพลัง จำนวน 6 เสียง แม้จะไม่ถูกเชิญร่วมเป็นพรรคร่วมรัฐบาล แต่สส.ทั้ง 6 คนพร้อมใจโหวตให้นายอนุทิน เป็นนายกฯ

‘งูเห่าสีส้ม”โผล่หนุน‘หนู’นายกฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการโหวตเลือกนายกฯด้วยการขานชื่อปรากฎว่านายสุริยา วงศ์อารีย์ สส.อุดรธานี เขต 7พรรคประชาชน ได้โหวต นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกฯ สวนทางมติของพรรคประชาชนที่โหวตนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สำหรับนายสุริยานั้นนับเป็น”งูเห่าสีส้ม”รายแรกในพรรคนับตั้งแต่หลังการเลือกตั้ง 69ก่อนหน้านี้นายสุริยายังฝืนมติพรรคมาเอาหนังสือรับรองสส.จากคณะกรรมการการเลือกตั้งและมารายงานตัวต่อสภาฯ เป็นคนแรกของพรรคเมื่อวันที่2มี.ค.2569ทั้งที่พรรคประชาชนนัดมารายงานตัวพร้อมกันวันที่9มี.ค.ที่ผ่านมา

ขณะเดียวนายสุริยา หลังโหวตสวนมติพรรคประชาชน โดยโหวตให้ นายอนุทิน เป็นนายกฯแล้ว อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เพจเฟซบุ๊กนายสุริยา ไม่สามารถเข้าชมได้แล้ว

“เท้ง”ซัดมีผลประโยชน์แน่นอน

ด้านนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ว่า ตนพูดได้อย่างชัดเจนว่าการตัดสินใจเป็นการตัดสินใจของนายสุริยาเอง โดยมีผลประโยชน์อย่างอื่นอย่างแน่นอน บุคคลที่กระทำการแบบนี้ไม่ได้มาจากพรรคฝ่ายค้านอย่างแน่นอน ขอให้ไปตั้งคำถามกับเขาว่าคุณอยากเห็นการเมืองเป็นแบบนี้จริงๆ หรือ ต้องไปถามฝ่ายที่ซื้อว่าทำไปเพื่ออะไร

“ผมมองไม่เห็นความจำเป็นใดในสถานการณ์การเมืองที่มีเสียงข้างมากเสถียรภาพอยู่แล้ว นอกจากมุ่งทำลายล้างระบบความเชื่อมั่นของพรรคประชาชน ซึ่งพรรคประชาชนเองจะไม่เสียสมาธิและจะดำเนินการเรื่องนี้ภายในอย่างเต็มที่ เช่นเดียวกับสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในอดีต”นายณัฐพงษ์ กล่าว

รู้ข้อเท็จจริงก่อนปมซื้องูเห่า20ล้าน

ส่วนกระแสข่าวมีการซื้องูเห่าในราคา 20 ล้านบาท พร้อมกับเงินอุดหนุนรายเดือนหลักแสนบาทนั้น ตนยอมรับว่า ทราบข้อมูลมาก่อนหน้านี้ ซึ่งถ้ายังไม่ปรากฏข้อเท็จจริง ตนในฐานะหัวหน้าพรรค ก็ไม่สามารถบอกได้ จะกลายเป็นการกล่าวหาเพื่อน แต่จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนก็ทราบข้อเท็จจริงมาบ้างแล้ว ส่วนในการสืบสวนทางวินัยจะดำเนินการภายในพรรคจะเป็นอย่างไรจะมาแจ้งให้รับทราบอีกครั้ง

ส่วนจะมีการ “ดองงู” หรือไม่นั้น นายณัฐพงษ์ ตอบว่า ขอดำเนินการภายในก่อน ส่วนตัวยังไม่ได้มีโอกาสพูดคุยกับนายสุริยาโดยตรงหลังจากเสร็จสิ้นการประชุม แต่การกระทำสวนมติพรรคเป็นการแสดงออกอย่างชัดเจนแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ มีข่าวอ้างว่า แกนนำพรรคประชาชนได้ตรวจสอบจนทราบแล้วว่า ผู้ที่เตรียมทรยศเจตจำนงประชาชนคือใคร โดยทราบแน่ชัด ตั้งแต่คืนวันที่ 18 มี.ค. ที่ผ่านมา และยังสืบจนทราบรายละเอียดของแรงจูงใจว่ามีการเสนอตัวเลขสูงถึง 20 ล้านบาท พร้อมเงินรายเดือนอีก เดือนละ 4 แสนบาท รวมถึงจะอัดงบฯ ให้ลงพื้นที่ให้อีกต่างหาก นอกจากนี้ยังทราบว่า ผู้ที่เปิดดีลดูดรอบนี้ เป็น สส.พรรคหนึ่ง ซึ่งในอดีตก็เคยมีพฤติกรรมเป็นงูเห่าเช่นกัน

“อนุทิน”ขอบคุณสส.โหวตเป็นนายกฯ

เวลา13.43น. นายอนุทิน ชาญวีกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังจากการได้รับการโหวตเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรี สมัยที่ 2ว่าขอบคุณสส.ทั้งฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาล ซึ่งทุกคนก็ได้ให้ข้อคิดและแสดงท่าทีของตัวเองอย่างเต็มที่เมื่อถามว่ามีสส.พรรคประชาชนเป็นงูเห่าโหวตให้1เสียง นายอนุทิน ปฏิเสธตอบคำถาม โดยได้เดินเข้าห้องประชุมเพื่อเป็นประธานประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.)

‘ยศชนัน’มั่นใจจับมือภท.อยู่ครบเทอม

นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทยกล่าวถึงการเตรียมนโยบายที่จะไปพูดคุยกับพรรคภูมิใจไทยว่า มีการเตรียมทีมเรียบร้อยแล้ว และภายในต้นสัปดาห์หน้า จะมีการเข้าไปพูดคุยกัน ส่วนนโยบายซึ่งเราพูดมาโดยตลอด อย่างนโยบายการแก้ไขปัญหาปากท้อง นโยบายที่สามารถแก้ไขปัญหาท้องถิ่นและชุมชนให้ดีขึ้น ต้องยอมรับว่าพรรคภูมิใจไทย มีนโยบายหลายส่วนที่คล้ายคลึงกันก็น่าจะต้องมีการพูดคุยและตัวบริบทเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ค่อนข้างที่จะชัดเจนว่าทำไม่ได้ ซึ่งทุกคนก็เห็นตรงกันจึงมองว่าไม่น่าจะมีประเด็นปัญหาอะไร

เมื่อถามว่าในด้านการเมืองจะสามารถให้ความมั่นใจได้ใช่หรือไม่ว่าจะจับมือกันไปตลอดรอดฝั่งให้ครบ 4 ปี นายยศชนัน กล่าวว่า แน่นอนว่าความไว้เนื้อเชื่อใจกัน เป็นสิ่งสำคัญในการทำงานร่วมกัน

‘จุลพันธ์’ส่งรายชื่อรมต.ไปหมดแล้ว

ด้านนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย(พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงการนัดหารือพรรคร่วมรัฐบาลภายหลังจากการโหวตนายกฯว่าได้มีการพูดคุยกันเรียบร้อยแล้วคงไม่มีการพูดคุยอะไรกันเพิ่มเติมแล้ว เมื่อถามถึงความคืบหน้าในการส่งรายชื่อรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทยให้กับนายอนุทินโดยนายจุลพันธ์พยักหน้าพร้อมกล่าวว่า”ครับ”เมื่อถามว่ารวมถึงในสัดส่วนของรัฐมนตรีช่วยฯด้วยหรือไม่ที่มีกระแสข่าวก่อนหน้านี้ว่ายังไม่ลงตัว นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ได้ส่งไปหมดแล้ว เรียบร้อยแล้ว พูดมากกว่านี้ไม่ได้ เป็นอำนาจของนายกฯ

หมอวรงค์โชว์คลิป เมินอาหารฟรีสภาฯ ซื้อก๋วยเตี๋ยวกินเอง ไม่เบียดเบียนภาษีประชาชน

หมอวรงค์โชว์คลิป เมินอาหารฟรีสภาฯ ซื้อก๋วยเตี๋ยวกินเอง ไม่เบียดเบียนภาษีประชาชน

หมอวรงค์โชว์คลิป เมินอาหารฟรีสภาฯ ซื้อก๋วยเตี๋ยวกินเอง ไม่เบียดเบียนภาษีประชาชน

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 21.27 น.

“หมอวรงค์” กางตัวเลขช็อก! สส. เลิกกินฟรี ประหยัดภาษีได้ 288 ล้าน ลั่น #ทำได้ทันที โชว์คลิปควักเงินซื้อก๋วยเตี๋ยวสภา 60 บาท อร่อย-ไม่แพง

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี ได้โพสต์คลิปนั่งรับประทานอาหารในโรงอาหารของรัฐสภา พร้อมระบุข้อความว่า 

” #ทำได้ทันที

การไม่เบียดเบียนภาษีประชาชน  ซื้ออาหารทานเอง สามารถทำได้เลย

วันนี้วันเลือกนายกฯ 19 มีนาคม ผมลงไปซื้ออาหารทานเองที่โรงอาหารสภา เป็นก๋วยเตี๋ยวน้ำตก ลูกชิ้นเนื้อสด

สามารถทำได้เลย ทำได้ทันที ราคาไม่แพง อร่อยอีกต่างหาก ราคาชามละ 60 บาท ไม่ต้องเสียถึง 1,000 บาท

เฉพาะค่าอาหาร หากทุกคนช่วยกัน จะประหยัดภาษีของพี่น้องประชาชนได้ประมาณปีละ 72 ล้านบาท หากครบหนึ่งสมัยจะเป็น 288 ล้านบาท

สำหรับผม ขอประกาศว่าจะไม่กินอาหารฟรีที่เบียดเบียนภาษีประชาชนครับ “

นายกฯ ส่งความปรารถนาดี วันอีฎิ้ลฟิตริ ชาวไทยมุสลิมทุกคน

นายกฯ ส่งความปรารถนาดี วันอีฎิ้ลฟิตริ ชาวไทยมุสลิมทุกคน

นายกฯ ส่งความปรารถนาดี วันอีฎิ้ลฟิตริ ชาวไทยมุสลิมทุกคน

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 21.21 น.

นายกรัฐมนตรี กล่าวเนื่องในโอกาสวันอีฎิ้ลฟิตริ ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช 1447 ส่งความปรารถนาดีไปยังชาวไทยมุสลิมทุกคน ชื่นชมศรัทธาที่เข้มแข็ง ความอดทน อดกลั้น ความมุ่งมั่น เข้าถึงหลักคำสอนอันประเสริฐของพระผู้เป็นเจ้า

วันที่ 19 มีนาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวคำปราศรัยเนื่องในโอกาสวันอีฎิ้ลฟิตริ ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช 1447 ประจำปี พ.ศ. 2569 ใจความว่า

เนื่องในโอกาสวันอีฎิ้ลฟิตริ ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช 1447 ในนามของรัฐบาลและประชาชนชาวไทยทุกคน ขอส่งความระลึกถึง และความปรารถนาดีมายังพี่น้องชาวไทยมุสลิมที่ได้บำเพ็ญศาสนกิจ ด้วยพลังแห่งศรัทธาและความมุ่งมั่น เพื่อน้อมจิตอันบริสุทธิ์ถวายแด่องค์พระผู้อภิบาล วันอีฎิ้ลฟิตริ นับเป็นวันเฉลิมฉลองการสิ้นสุดการถือศีลอด ตลอดเดือนรอมฎอน อันเป็นช่วงเวลาแห่งการขัดเกลาจิตใจที่พี่น้องมุสลิมได้ปฏิบัติตนตามพระวจนะ ทดสอบความเข้มแข็งของจิตใจ ความอดทน และความอดกลั้น เพื่อเข้าถึงหลักคำสอนอันประเสริฐของพระผู้เป็นเจ้า

นายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นว่า ความบริสุทธิ์แห่งการกระทำความดี การให้ทาน การแบ่งปัน การให้อภัยต่อกัน รวมทั้งความเอื้ออาทรที่ทุกคนได้ยึดมั่นปฏิบัติ จะส่งผลให้ทุกท่านและครอบครัวประสบแต่ความสุข ความเจริญรุ่งเรือง และมีความสงบสุขร่มเย็นในจิตใจ

“ในโอกาสการเฉลิมฉลองวันอีฎิ้ลฟิตริ ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช 1447 นี้ ใคร่ขอพรอันประเสริฐแห่งองค์พระผู้อภิบาล ได้โปรดประทานความเมตตาแก่พี่น้องชาวไทยมุสลิม ให้มีความสมบูรณ์พร้อมด้วยความสุข ความสวัสดี และมีจิตวิญญาณที่เข้มแข็งในการปฏิบัติตนเป็นสัตบุรุษ ผู้มีความบริสุทธิ์ ผ่องใส เพื่อธำรงรักษาคุณงามความดีให้มั่นคงไว้สืบไป ขอความสันติสุข และความสวัสดี จงประสบแด่ทุกท่าน”

พิพัฒน์ ชี้เป็นไปไม่ได้ สงขลาขาดแคลนน้ำมัน ชี้แจง 241 ปั๊มปิดชั่วคราว

พิพัฒน์ ชี้เป็นไปไม่ได้ สงขลาขาดแคลนน้ำมัน ชี้แจง 241 ปั๊มปิดชั่วคราว

พิพัฒน์ ชี้เป็นไปไม่ได้ สงขลาขาดแคลนน้ำมัน ชี้แจง 241 ปั๊มปิดชั่วคราว

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 20.57 น.

“พิพัฒน์” สั่ง ผู้ค้าอัดสต็อกน้ำมันเพิ่ม หวังให้กลับสู่สภาวะปกติใน 1 สัปดาห์ บอก เป็นไปไม่ได้ 4 ปั๊มสงขลาต้องปิด เหตุไม่มีน้ำมัน ผจก.ใหญ่ OR ระบุ เสริมเรือน้ำมันเต็มที่ “อรรถพล” ยัน กองทุนฯยังอุดหนุนได้ 

ที่ห้องประชุม CB406 อาคารรัฐสภา นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม แถลงภายหลังการประชุมศูนย์บริหาร และติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) โดยชี้แจงถึงกรณีที่ปั๊มน้ำมันใน จ.สงขลา ขาดแคลนน้ำมันจนต้องปิดถึงต้นเดือน เม.ย.

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม ในฐานะผอ.ศบก.ได้ถามผู้สื่อข่าวว่า สามารถบอกได้หรือไม่ว่า เป็นปั๊มยี่ห้ออะไร ตนมองว่า หากเป็นปั๊มบางจากไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะเท่าที่ทราบขายส่งของบางจากปัจจุบันยังให้จ่ายน้ำมันให้อยู่ แต่หากเป็นยี่ห้ออื่นตนไม่ทราบว่า ผู้ประกอบการรายดังกล่าวเป็นผู้ประกอบการตัวจริงหรือไม่ จึงขอตรวจสอบก่อน เพราะวันนี้ผู้หวังดีก็เยอะ ผู้ที่ไม่หวังดีก็น่าจะมีเยอะกว่า เพราะฉะนั้น ในส่วนนี้จึงขอตรวจสอบก่อน

เมื่อถามว่า จ็อบเบอร์ที่จะไปซื้อน้ำมันบริเวณหน้าโรงกลั่นจะต้องมีการอุดหนุนให้กับจ็อบเบอร์เหล่านั้นหรือไม่ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน กล่าวว่า ตามหลักการน้ำมันที่ออกจากโรงกลั่นไปยังผู้ค้าทุกลิตรถ้ามีการจำหน่ายเสียภาษีสรรพสามิตด้วยระบบการขายในประเทศ กองทุนอุดหนุนทุกลิตร ส่วนเรื่องการกระจายไปยังจ็อบเบอร์ ลูกค้าแต่ละประเภทมีลักษณะการขายที่แตกต่างกัน 

ด้าน ม.ล.ปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ปตท. กล่าวว่า ทาง OR ขายจ็อบเบอร์ประมาณ 3.5 หมื่นลิตรต่อวัน ซึ่งถ้าเป็นขายในสภาวะปกติก็สามารถดูแลได้อยู่แล้ว เพราะสินค้าของเรามีเพียงพอสำหรับภาวะปกติอยู่แล้ว 

ผู้สื่อข่าวถามว่า ข้อมูลของกรมธุรกิจพลังงานระบุว่า มีปั๊มน้ำมันปิดให้บริการชั่วคราว เนื่องจากน้ำมันหมด 241 แห่ง ซึ่งเป็นการสำรวจระหว่างวันที่ 15-17 มี.ค. จะมีการแก้ไขปัญหาอย่างไร นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ตนเชื่อว่า ในขณะนี้ปั๊มน้ำมันต้องแยกออกเป็น 2 ประเภท คือ แบรนด์ที่มีบริษัทแม่ดูแล กับปั๊มที่ไม่มีบริษัทแม่ดูแล เป็นแบรนด์ของตัวเอง ในส่วนนั้นเชื่อว่า ไม่มีใครสามารถดูแลได้ ยกเว้นในสถานีบริการเหล่านั้นซื้อน้ำมันจากจ็อบเบอร์ และหลังจากนี้ทาง OR  และโรงกลั่นปล่อยน้ำมันให้จ็อบเบอร์ และจ็อบเบอร์นำไปขายให้สถานีบริการเหล่านั้น เขาก็ไม่สามารถเปิดต่อได้ เพราะไม่มีบริษัทแม่คอยสนับสนุน เป็นความแตกต่าง ในเวลาปกติปั๊มเหล่านี้จะซื้อน้ำมันจากจ็อบเบอร์ในราคาที่ถูกกว่าทั่วไปที่ไม่มีแบรนด์ เป็นการบริหารตามกลไกตลาด ต้องบริหารรับความเสี่ยงเอง เมื่อถึงเวลาวิกฤตอย่างนี้ก็ไม่รู้จะให้ใครมาช่วยดูแล 

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า วันนี้ทางรัฐบาลขอความร่วมมือจากผู้ค้าให้ช่วยนำสต็อกที่เป็นน้ำมันกลั่นแล้วซึ่งช็อตอยู่ ภายใน 1 สัปดาห์นี้จะมีการอัดสต็อกเติมเข้าไป เพื่อให้ทุกปั๊มกลับเข้าสู่สภาวะปกติ ไม่ว่าจะเป็นเบนซินหรือดีเซล เมื่อเข้าสู่สภาวะปกติแล้วระบบขนส่งก็จะเข้าสู่สภาวะปกติได้ การขนส่งจะไม่ทำงานหนัก โดยผู้ค้ามีการหารือกันว่า จะอัดสต็อกเข้าสู่ปั๊มต่างๆ เพื่อให้เข้าสู่ระบบให้ได้ ซึ่งจะเป็นการแก้ไขปัญหาให้ปั๊มที่ปิดกลับเข้าสู่สภาวะปกติใน 1 สัปดาห์ 

นายอรรถพล กล่าวถึงสถานะกองทุนน้ำมัน ยังสามารถอุดหนุนราคาได้จนกว่าจะมีรัฐบาลชุดใหม่หรือไม่ ว่า ยืนยันว่ายังสามารถอุดหนุนได้ สถานะคือ มีการไหลออก 2 พันล้านบาท ซึ่งตัวกองทุนมีเงินสดอยู่ในมือ 2 หมื่นกว่าล้านบาท แต่รอบในการจ่ายชดเชยไม่ได้จ่ายให้กับผู้ค้าทุกวัน ซึ่งผู้ค้าเองก็แบ่งเบาไปส่วนหนึ่ง เพราะรอบการจ่ายๆ เป็นเดือน รอบเดือนนี้จะไปจ่ายเดือนหน้า ฉะนั้น ยอดจ่ายในเดือน มี.ค.ไม่เท่าไหร่ มีหน่วยเป็นร้อยล้านเอง ซึ่งจ่ายจริงเป็นช่วงเดือนกลาง เม.ย.ไปแล้ว ถึงตอนนั้นก็ได้อยู่แล้ว ไม่มีปัญหา

เปิดผลเลือกตั้ง ก.ต.ชุดใหม่ ชั้นศาลฎีกา-อุทธรณ์-ชั้นต้น

เปิดผลเลือกตั้ง ก.ต.ชุดใหม่ ชั้นศาลฎีกา-อุทธรณ์-ชั้นต้น

เปิดผลเลือกตั้ง ก.ต.ชุดใหม่ ชั้นศาลฎีกา-อุทธรณ์-ชั้นต้น

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 20.38 น.

ผลเลือกตั้ง  ก.ต. ชุดใหญ่ 12 คน ศาลฎีกาเทคะเเนนเลือก พงษ์เดช อดีตเลขาฯศาลยุติธรรม-ตุลยวัต  ผงาดนั่ง ก.ต.ชั้นฎีกา “ณรัช” เลขาฯศาลอุทธรณ์คะเเนนอันดับ 1 ชั้นอุทธรณ์ “ธนะรัตน์-นายสรพงค์“ 2  กับหน.ศาลอาญากอดคอเข้าวินนั่งคุ้มกฎคุ้มครองอิสระตุลาการ

วันที่ 19 มีนาคม2569  ที่ห้องประชุม 701 ชั้น 7 อาคารสำนักงานศาลยุติธรรม ถนนรัชดาภิเษก สำนักงานศาลยุติธรรมได้ดำเนินการตรวจนับคะแนนเลือกกรรมการตุลาการ ศาลยุติธรรม(ก.ต.)ผู้ทรงคุณวุฒิ เเทนชุดเดิมที่หมดวาระลงโดยเเบ่งเป็น (ก.ต.) ชั้นศาลฎีกา จำนวน 6 คนชั้นศาลอุทธรณ์ จำนวน 4 คนและศาลชั้นต้น จำนวน 2 คน 

โดยคณะอนุกรรมการตรวจนับคะแนนเลือก ก.ต. ผู้ทรงคุณวุฒิ ได้ตรวจนับบัตรลงคะแนน จากผู้พิพากษาทั่วประเทศที่ส่งกลับมายังสำนักงานศาลยุติธรรม ปรากฏผลผู้ได้รับการเลือกตั้งเป็น ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิ ดังนี้

ประเภท ก.ต. ผู้ทรงคุณวุฒิชั้นศาลฎีกา จำนวน 6 คน เรียงตามลำดับคะเเนนได้แก่

1.  นายพงษ์เดช วานิชกิตติกูล  ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา อดีตเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมได้ 159   คะแนน

2.  นายตุลยวัต พรหมพันธ์ใจ      ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกาได้ 155   คะแนน


   
3.  นายนวรัตน์ กลิ่นรัตน์ ผู้พิพากษาศาลฎีกาได้ 145   คะแนน


   
4.  นายวีระพงศ์ สุดาวงศ์  รองประธานศาลฎีกาได้ 137   คะแนน

5.  นายฉัตรชัย ไทรโชต  ประธานแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจในศาลฎีกาได้ 106   คะแนน

6.  นายอดุลย์ ขันทอง ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกาได้   95 คะแนน

ประเภท ก.ต. ผู้ทรงคุณวุฒิชั้นศาลอุทธรณ์  จำนวน 4 คน เรียงตามลำดับคะเเนนได้แก่

1.  นายณรัช อิ่มสุขศรี   เลขานุการศาลอุทธรณ์ได้ 536   คะแนน

2.  นายอนุวัตร ขุนทอง    รองประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ (แรงงาน) ได้ 527   คะแนน

3.  นางมัณทรี อุชชิน  ประธานศาลอุทธรณ์ได้ 483   คะแนน

4.  นายสัญญา จีระออน  เลขานุการศาลอุทธรณ์ภาค 1 ได้ 468   คะแนน

ประเภท ก.ต. ผู้ทรงคุณวุฒิศาลชั้นต้น จำนวน 2 คน เนียงตามลำดับคะเเนนได้แก่

1.  นายธนะรัตน์ ศิริพัฒนโกศล  ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอาญาได้ 1,393  คะแนน

2.  นายสรพงค์ ไกรสุวรรณ์ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอาญาได้ 1,382 คะแนน

สำหรับ คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม หรือ ก.ต. นั้นเป็นองค์กรทำหน้าที่ในการบริหารงานบุคคลของข้าราชการตุลาการศาลยุติธรรม มีมีหน้าที่ในการพิจารณาเเต่งตั้ง โยกย้าย เลื่อนชั้น มีอำนาจให้คุณให้โทษ ผู้พิพากษาที่กระทำความผิดรวมถึงคุ้มครองความเป็นอิสระในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดี โดย ก.ต. ทั้งคณะจะมีทั้งหมด 15 คน ประกอบด้วยประธานศาลฎีกา เป็นประธาน ก.ต.โดยตำแหน่ง มี ก.ต.ชั้นศาลฎีกา 6 คน ชั้นศาลอุทธรณ์ 4 คน และศาลชั้นต้น 2 คน และ ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิที่มาจากบุคคลภายนอกอีก 2 คน ที่มาจากการเลือกของผู้พิพากษา เเละมีกำหนดอยู่ในตำแหน่งวาระละ 2 ปีจะติดต่อกันได้ไม่เกิน 2 วาระ 

นายกฯเผยไทยไม่ประสบภาวะขาดแคลนน้ำมัน แต่ปชช.กักตุน ยันลาว-พม่าไม่ได้ส่งไปเขมร

นายกฯเผยไทยไม่ประสบภาวะขาดแคลนน้ำมัน แต่ปชช.กักตุน ยันลาว-พม่าไม่ได้ส่งไปเขมร

นายกฯเผยไทยไม่ประสบภาวะขาดแคลนน้ำมัน แต่ปชช.กักตุน ยันลาว-พม่าไม่ได้ส่งไปเขมร

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 20.20 น.

นายกฯ แถลงยันไทยไม่ประสบภาวะขาดแคลนน้ำมัน แต่ปชช.วิตกกังวลและกักตุน เร่งอัดน้ำมันสำรองเข้าระบบให้มากพอ คาด 1-2 สัปดาห์ กลับสู่ภาวะปกติ ยันไม่มีส่งน้ำมันอ้อมลาวไปกัมพูชา ย้ำยันต้องส่งนำมันไปลาว-เมียนมา เหตุผลิตไฟฟ้า-ก๊าซป้อนกลับไทย

เวลา 17.56 น. วันที่ 19 มีนาคม 2569  ที่อาคารรัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย แถลงภายหลังเป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ว่า วันนี้ตลอดช่วงบ่ายหลังจากที่ได้ปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ตนได้เชิญส่วนงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งราชการและเอกชนมาร่วมประชุมกับ ศบก. แห่งนี้ที่อาคารรัฐสภา เพื่อติดตามปัญหาในการปฏิบัติตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจน้ำมัน ตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ในการประชุมสามารถสรุปผลการประชุมที่สำคัญได้ดังนี้ 1.จากการตรวจสอบปริมาณน้ำมันและราคาน้ำมันในแต่ละขั้นตอนของห่วงโซ่อุปทาน ครอบคลุมโรงกลั่นน้ำมัน คลังน้ำมัน จ็อบเบอร์ การขนส่งน้ำมัน สถานีบริการน้ำมัน ในที่ประชุมได้พบว่าโรงกลั่นน้ำมันทั้ง 6 แห่งในประเทศยังคงเดินเครื่องเต็มกำลังการผลิต โดยกำลังการผลิตเราผลิตได้ถึง 175 ล้านลิตรต่อวันและมีการจัดหาน้ำมันดิบเพิ่มเติมมาในประเทศอย่างต่อเนื่อง หลายโรงกลั่นได้มีการจัดหาน้ำมันดิบจากหลายแหล่งเพื่อให้มีความเพียงพอต่อการนำน้ำมันดิบมากลั่นเป็นน้ำมันประเภทต่างๆ ทั้งโรงกลั่นน้ำมันและคลังน้ำมันจะดำเนินการประกาศราคาหน้าโรงกลั่นและหน้าคลังน้ำมัน และมีโรงกลั่นที่พร้อมขายน้ำมันให้ ตามประกาศโดยโออาร์จะประกาศไม่เกินราคาหน้าสถานีบริการ และกระทรวงพลังงานจะกำกับโรงกลั่นและผู้ค้าน้ำมันให้รายงานข้อมูลการผลิต การจำหน่ายน้ำมัน ปริมาณน้ำมันที่จัดจำหน่าย ราคาที่จัดจำหน่าย ให้กรมธุรกิจพลังงาน รับทราบเพื่อได้ดูแลจัดสรรปริมาณน้ำมันที่จัดจำหน่ายให้แก่พี่น้องประชาชนและภาคอุตสาหกรรมต่างๆให้เหมาะสมกับสถานการณ์ด้วยราคาที่เป็นธรรม

นายกฯ กล่าวว่า ในขณะเดียวกันทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ได้ออกข้อบังคับผ่อนผันการเดินรถของรถบรรทุกน้ำมันได้ตลอด 24 ชั่วโมงทั่วประเทศภายในวันนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกในการขนส่งน้ำมันไปยังสถานีบริการน้ำมันต่างๆทั่วประเทศ โดยขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการขนส่งเพิ่มมาตรการในการรักษาความปลอดภัยในการขนส่งน้ำมัน จัดส่งไปยังสถานีบริการทั่วประเทศให้มีความปลอดภัยสูงสุด  ปัจจุบันในเรื่องของการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปได้รับการยืนยันมาว่าเรายังคงส่งออกไปเพียงที่สปป.ลาวและเมียนมา โดยปริมาณการส่งออกของน้ำมันไปที่ลาวเฉลี่ยอยู่ที่ 5.29 ต่อวัน ซึ่งเป็นอัตราที่ลดลงถึง 25% จากที่เคยได้ดำเนินการมาก่อนและส่งไปที่เมียนมาอยู่ที่ 300,000 ลิตรต่อวัน ลดลง 20% จากที่เคยเป็นมามาก่อน

นายกฯ กล่าวว่า 2.เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นและแก้ปัญหาสถานการณ์น้ำมันไม่เพียงพอที่หน้าสถานีบริการน้ำมัน รัฐบาลจะเริ่มพิจารณามาตรการต่างๆเพิ่มเติม เช่น การผ่อนปรนการสำรองน้ำมันเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำมันในระบบ การเร่งผลิตพลังงานชีวภาพ B20 ให้มีความพร้อมจำหน่าย การพิจารณาเงินชดเชยให้กลุ่มต่างๆ ทั้งหมดนี้มีเป้าหมายเพื่อให้ระบบกลับสู่สภาวะปกติ จ็อบเบอร์กลับมาดำเนินได้ตามปกติเพิ่มศักยภาพขนส่งน้ำมันไปยังสถานีบริการน้ำมัน เพื่อให้มีน้ำมันตามความต้องการของประชาชนและภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม ภายใต้ราคาที่เหมาะสม

สิ่งที่อยากเรียนพี่น้องประชาชน ขอให้มีความมั่นใจเราประชุมหลายครั้งแล้ว สอบถามผู้ที่เกี่ยวข้องให้การยืนยันข้อมูลทั้งทางเอกสาร ทั้งทางวาจา ทั้งทางประสบการณ์ที่ท่านเหล่านี้มีอยู่ขอยืนยันประเทศไทยเรายังไม่ประสบภาวะขาดแคลนการนำเข้าน้ำมันแต่อย่างใด ที่มีการพูดอยู่ตลอดเวลาว่าน้ำมันดิบไม่เข้าประเทศไทยแล้ว จำนวนปริมาณน้ำมันดิบหายไปครึ่งหนึ่ง เพราะมีสถานการณ์ที่ตะวันออกกลาง วันนี้ได้เรียกประชุมกันอีกครั้ง มีทั้งวงเล็กวงใหญ่วงภายใน ได้รับทราบเป็นที่ชัดเจนว่าเราสามารถผลิตน้ำมันในปริมาณและกำลังการผลิต ดังก่อนวันที่ 1 มีนาคม ก่อนมีการสู้รบในตะวันออกกลาง ดังนั้นน้ำมันยังไม่ขาดแคลน ปริมาณน้ำมันสำรองยังคงรักษาได้อยู่ที่ 100 วัน

นายกฯ กล่าวว่า ซึ่งตอนที่เกิดเหตุการณ์ใหม่เราเร่งตรวจสอบเหตุการณ์อย่างเต็มที่ ขณะนั้นปริมาณสำรองมีอยู่เพียง 62 วันเท่านั้นเอง แต่หลังจากมีการใช้มาตรการในการบริหารจัดการ  การไหลเข้ามาของปริมาณน้ำมันดิบเราสามารถบริหารจัดการได้ การออกมาตรการงดส่งออกน้ำมันที่กลั่นแล้วไปจำหน่ายยังประเทศอื่นๆยกเว้นสองประเทศคือลาวและเมียนมาจะต้องสั่งห้ามการส่งออก ตั้งแต่ 1 มีนาคมเป็นต้นมา ทำให้การสำรองน้ำมันของประเทศเพิ่มขึ้นมาประมาณ 100 วัน ซึ่งตรงนี้เป็นปริมาณน้ำมันสำรอง ฉะนั้นในทุกวัน แต่ละวันเรายังสามารถสั่งนำเข้าน้ำมันดิบจากภูมิภาคต่างๆทั่วโลก ถึงแม้จะมีเหตุการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง ความไม่สงบในตะวันออกกลาง แต่เราสามารถใช้เครือข่ายต่างๆของเรา  ปตท.ไม่ใช่บริษัทเล็ก และโรงกลั่นน้ำมันต่างๆที่อยู่ในไทยก็อยู่มานานแล้ว มีเครือข่ายในการสั่งน้ำมันดิบเข้ามาโดยที่ไม่ได้มีปัญหาแต่ประการใด ถ้าจะยกตัวเลขให้เห็น เราเคยมีการใช้น้ำมันดีเซลแต่ละวันที่ 67 ล้านลิตร ซึ่งใช้ในสภาวะปกติยังไม่ได้มีการออกมาตรการเรื่องการลดการใช้หรือประหยัดน้ำมัน กำลังการผลิตน้ำมันดีเซลของประเทศไทยอยู่ที่ 77 ล้านลิตรต่อวัน แต่หลังเกิดเหตุสงครามด้วยข้อมูล ด้วยความวิตกกังวลของพี่น้องประชาชนทำให้ปริมาณการใช้น้ำมันในแต่ละวันเพิ่มมาเป็น 84 ล้านลิตรต่อวัน ทำให้เกินกำลังการผลิต เป็นเหตุให้เกิดการขาดน้ำมันในบางพื้นที่ 

นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ขอกราบเรียนว่ารัฐบาล ส่วนงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาคการผลิต ภาคการขนส่ง ภาคการจัดจำหน่าย เราร่วมมืออย่างเต็มที่ในการบริหารสถานการณ์ให้มีน้ำมันให้กับประชาชนใช้ได้ตามปกติ แต่ในขณะเดียวกันรัฐบาลต้องขอความร่วมมือจากประชาชน จำนวนน้ำมันที่หายไป ถ้าหายไปมากกว่าการผลิต มันไม่ได้หายไปเพราะถูกส่งออกไปยังต่างประเทศหรือหายไปเพราะเอาไปใช้ในการผลิตไฟฟ้าเพิ่มเติม หรือไปส่งเสริมภาคการผลิตอื่นทำให้น้ำมันหายไป ไม่มีเลย ทุกอย่างอยู่ในสภาวะปกติ แต่หายไปเพราะเกิดจากความกังวลของพี่น้องประชาชนมีการมาเติมเพิ่มขึ้น มีการนำไปเก็บสำรองไว้เพิ่มมากขึ้นในครัวเรือน ทำให้เกิดสภาวะขาดแคลน มีการเติมน้ำมันแทนที่จะรอน้ำมันพร่องถังแล้วค่อยมาเติม แต่ทุกครั้งที่มีการพร่อง ก็ไปเติมเต็มกันหมด มียานพาหนะอะไรก็ไปเติมเต็มหมด ทำให้เกิดดีมานการใช้จ่ายในปริมาณมากขึ้น หากประชาชนให้ความร่วมมือกลับมาใช้ในสภาวะปกติ น้ำมันที่เรามีอยู่ตามสถานีบริการน้ำมันทั่วไปมันมีพออยู่แล้ว ก็ขอความร่วมมือตามการใช้ ซึ่งจะเหมาะสมกับการผลิต 

นายกฯ กล่าวอีกว่า ขอเรียนอีกครั้ง 67 ล้านลิตรที่เคยใช้ในแต่ละวันเป็นสภาวะที่ใช้ มันกระโดดมาเป็น 84 ล้านลิตร หากเรากลับมาในสภาวะปกติหากยังไม่พูดถึงการประหยัดเพิ่มมากขึ้น ซึ่งวันนี้ประชาชนร่วมมือลดการใช้น้ำมันมากขึ้นอยู่แล้วหากเรากลับสภาพมาในสภาวะปกติลดความวิตกกังวล ปริมาณการใช้น้ำมันในแต่ละวันจะสอดคล้องกับกำลังความสามารถในการผลิตน้ำมันในประเทศไทย แน่นอนต้องใช้เวลา 1-2 สัปดาห์ ในที่ประชุม รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกับบริษัทปตท.แก้ไขปัญหา ว่าเราจะฟรีดน้ำมันสำรองเข้าไปในระบบเพื่อล้างรีเซ็ทให้ปริมาณน้ำมันมีมากเพียงพอ ทำให้การใช้น้ำมันของประชาชนเข้ามาเหมาะสมกับปริมาณน้ำมันที่เราสามารถผลิตได้ ตรงนี้เราจะดำเนินการตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป 

นายกฯ กล่าวต่อไปว่า ในภาพรวมมติของที่ประชุม ศบก. ด้านการขาดแคลนน้ำมันมีข้อสรุปดังนี้ ณ ปัจจุบันนี้ยังไม่มีเหตุผลใดที่ต้องกังวลจนเกินเหตุ ขอให้ประชาชนใช้ชีวิตตามปกติ เราจะเน้นแก้ไขสถานการณ์ให้รวดเร็วที่สุด ของวิงวอนให้ประชาชนได้ตระหนัก ถึงแม้เราจะยังไม่ขาดน้ำมัน แต่วันนี้มีปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้คือสถานการณ์สงครามในเรื่องการสู้รบกันยังไม่ทราบจะทวีความรุนแรงมากไปกว่านี้หรือจะหยุดเมื่อไหร่ ฉะนั้นถ้าเราใช้ด้วยความระมัดระวัง ความตระหนักรู้ จะยิ่งมีปริมาณน้ำมันสำรองในประเทศได้เพิ่มมากขึ้น เรื่องของไฟฟ้ายิ่งไม่ต้องกังวลเพราะไฟฟ้าในประเทศของเราได้ใช้ก๊าซจากแหล่งที่อยู่ในอ่าวไทย สามารถนำมาผลิตกระแสไฟฟ้าตามความต้องการของประชาชนทั่วประเทศได้ โดยไม่มีปัญหาติดขัดแต่อย่างใด และมีการส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือกอื่น พลังงานชีวภาพ เช่น B20 นำมาเป็นส่วนผสมและน้ำมันดีเซลมากขึ้น ยิ่งผสมมากเท่าไหร่จะทำให้ปริมาณน้ำมันสำรองในประเทศมีเพิ่มมากขึ้น รัฐบาลทำทุกอย่างเพื่อตอบสนองความต้องการของพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่

นายกฯกล่าวว่า ขอความร่วมมือประชาชนอาศัยข้อมูลที่รัฐบาลกำลังชี้แจงอยู่ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้มาจากตัวรัฐบาล โดยกรมธุรกิจพลังงาน ซึ่งเป็นคนควบคุมการนำเข้า ส่งออก การประกอบธุรกิจค้าขายน้ำมันในประเทศ เป็นตัวเลขจากผู้นำเข้าน้ำมันดิบ จากปตท.และโรงกลั่นอื่นๆ เป้าหมายที่ประชุมวันนี้ขอให้กลับไปในสภาวะที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 1 มีนาคม ขอให้มีกำลังผลิตที่เพียงพอที่จะใช้ต่อวัน ซึ่งคงจะใช้เวลา1-2 สัปดาห์ ซึ่งการแก้ไขคืออัดน้ำมันสำรองที่เรามีอยู่เข้าไปเพื่อให้สภาวะที่คิดว่าขาดแคนแคลนเนื่องจากมีการเติม ตุน เพิ่มมากขึ้น หากประชาชนช่วยกันหยุดตุน และอัดน้ำมันสำรองที่เรามีเข้าไปจะทำให้ทุกอย่างเกลี่ยออกไปและกลับคืนสู่สภาวะปกติ ซึ่งตรงนี้เป็นวิธีการที่รัฐบาลจะดำเนินการตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม เป็นต้นไป

นายอนุทิน กล่าวว่า ส่วนความวิตกกังวลของประชาชนนั้น หากประชาชนให้ความร่วมมือไม่ตุนจนเกินไป ไม่ตุนเป็นสิบๆถัง เท่าไหร่ก็ไม่พอ ตรงนี้ต้องกราบขอร้องประชาชนให้ความร่วมมือในด้านนี้ด้วย ส่วนของรัฐบาลเองจะแก้ไขปัญหาโดยการเพิ่มปริมาณน้ำมันในระบบเข้าไป เพื่อให้เกิดภาวะสมดุลโดยเร็วที่สุด

เมื่อถามว่าในการประชุมได้มีการย้อนหรือไม่ว่าใครทำให้เกิดน้ำมันไม่พอในช่วง 7 วันที่ผ่านมา นายกฯ กล่าวว่า น้ำมันไม่เคยไม่พอ ถ้าไม่ได้วงรอบเขาก็ไม่เอาไปเติม ตอนนี้เราเข้าใจต้องถึงจะต้องดึงน้ำมันกลับไป แต่ด้วยความกังวลท่านไปตุนไว้ก่อนกลัวจะขาดแคลน ซึ่งรัฐบาลจะไม่ให้เกิดการขาดแคลน เรื่องราคาเป็นไปตามกลไก เพราะมีการสู้รบพอสถานการณ์สู้รบสงบลงมันก็จะปรับลง ปล่อยเป็นตามกลไกตลาด พอถามว่าใครเป็นคนทำให้น้ำมันขาดแคลนมันตอบไม่ได้ เพราะมันยังไม่ได้ขาด

นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า ขออนุญาตเพิ่มเติมเพื่อคลายความกังวลที่ได้รับข่าวสารว่าประเทศไทยแอบส่งออกน้ำมันไปยังประเทศที่สาม การส่งผ่านประเทศลาวไปประเทศกัมพูชา ยืนยันว่าไม่มี หลายคนบอกแล้วคุณจะรู้ได้อย่างไรว่าลาวไม่ขายออกไปยังกัมพูชา ตนเพิ่งไปลาวมา ได้ถามผู้บริหารระดับสูงว่ามีเหตุการณ์นี้หรือไม่ ได้รับคำตอบที่ชัดเจนว่าไม่มี ขอให้สื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวสารให้เกิดความชัดเจนขึ้น ประชาชนจะได้ไม่ต้องวิตกกังวล ขณะนี้เราส่งน้ำมันจากไทยไป2ประเทศเท่านั้น เพราะมีเหตุผลทางยุทธศาสตร์เพื่อแสวงหาความร่วมมือร่วมกันในอนาคต เพราะเป็นประเทศที่ผลิตไฟฟ้าและก๊าซป้อนมาที่ไทย

เมื่อถามถึงกรณีเจ้าของธุรกิจปั๊มน้ำมัน 4 แห่งใน จ.สงขลา ระบุว่า เซลล์จะส่งน้ำมันอีกครั้งในวันที่ 1 เม.ย. จึงทำให้ประสบปัญหาไม่มีน้ำมัน จำเป็นต้องปิด 4 แห่ง ม.ล.ปีกทอง ทองใหญ่ กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก (OR) ยืนยันว่า ไม่มี การที่ประชาชนใช้น้ำมากกว่าปกติ ทำให้น้ำมันออกจากปั๊มเร็ว สามารถรอรอบขนส่งได้ และจะมีน้ำมันล็อตใหม่มาเติม น่าจะเป็นการรอรอบ ไม่น่าจะนานถึงวันที่ 1 เม.ย. น่าจะวันรุ่งขึ้นมากกว่า ที่ภาคใต้เรานำเรือเข้าไปเสริมอย่างเต็มที่  วันนี้เรือเข้าเต็มที่ทุกวัน วันนี้น่าจะเป็นเรื่องการขาดแคลนการขนส่ง 

นายอรรถพล กล่าวถึงสถานะกองทุนน้ำมัน ยังสามารถอุดหนุนราคาได้จนกว่าจะมีรัฐบาลชุดใหม่หรือไม่ ว่า ยืนยันว่ายังสามารถอุดหนุนได้ สถานะคือ มีการไหลออก 2 พันล้านบาท ซึ่งตัวกองทุนมีเงินสดอยู่ในมือ 2 หมื่นกว่าล้านบาท แต่รอบในการจ่ายชดเชยไม่ได้จ่ายให้กับผู้ค้าทุกวัน ซึ่งผู้ค้าเองก็แบ่งเบาไปส่วนหนึ่ง เพราะรอบการจ่ายๆ เป็นเดือน รอบเดือนนี้จะไปจ่ายเดือนหน้า ฉะนั้น ยอดจ่ายในเดือน มี.ค.ไม่เท่าไหร่ มีหน่วยเป็นร้อยล้านเอง ซึ่งจ่ายจริงเป็นช่วงเดือนกลาง เม.ย.ไปแล้ว ถึงตอนนั้นก็ได้อยู่แล้ว ไม่มีปัญหา

นายกฯเสียใจแรงงานไทยในอิสราเอลเสียชีวิต ยันรัฐบาลพร้อมอำนวยความสะดวก

นายกฯเสียใจแรงงานไทยในอิสราเอลเสียชีวิต ยันรัฐบาลพร้อมอำนวยความสะดวก

นายกฯเสียใจแรงงานไทยในอิสราเอลเสียชีวิต ยันรัฐบาลพร้อมอำนวยความสะดวก

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 20.15 น.

“นายกฯ”เผยดูแลช่วยเหลือแรงงานไทยในอิสราเอลเสียชีวิตเต็มที่ ย้ำ ก.แรงงาน มีมาตรการช่วยเหลือ พร้อมขอแรงงานไทยปฏิบัติตามคำแนะนำเคร่งครัด

วันที่ 19 มีนาคม 2569 เวลา 18.35 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีแรงงานไทยเสียชีวิตที่อิสราเอล จะมีการดำเนินการนำร่างผู้เสียชีวิตกลับมาอย่างไรว่า เราก็มีความช่วยเหลือ กระทรวงแรงงานมีมาตรการช่วยเหลืออยู่แล้ว ซึ่งโดยปกติแล้วรัฐบาลอิสราเอลก็ได้ให้การดูแลผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากกรณีนี้อย่างเต็มที่ ส่วนที่เหลือตนอยากให้พี่น้องผู้ใช้แรงงานที่ยังอยู่ที่อิสราเอล ขอให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการหรือตามประเทศนั้น ๆ อย่างเคร่งครัด

นายอนุทิน กล่าวว่า อย่างกรณีการเสียชีวิตของน้องคนนี้ เท่าที่ทราบจากรายงานก็คือ น้องไม่ได้เข้าไปอยู่ในหลุมหลบภัย ซึ่งเขาอาจจะกลับเข้ามาเอาของ หรือทำธุระอะไรในที่พักของตัวเอง ซึ่งบางทีจังหวะมันอาจจะพอดีก็เป็นสิ่งที่น่าเสียใจมาก และที่ได้รับรายงานมาก็คือพี่น้องที่ใช้แรงงานในอิสราเอล ที่ทำตามคำแนะนำอยู่ในหลุมหลบภัยทุกคนก็มีความปลอดภัยอยู่

นายกฯ กล่าวว่า ในส่วนของรัฐบาลไทยเอง ถ้าคนไหนมีความประสงค์จะกลับมาก่อน เราก็ดำเนินการอย่างเต็มที่ในการช่วยเหลือให้สามารถเดินทางกลับมายังประเทศไทยเป็นการชั่วคราวก่อน

นายอนุทิน กล่าวว่า ขณะนี้แรงงานไทยในอิสราเอลมีทั้งอยากกลับและประสงค์ที่จะอยู่ แต่ด้วยโอกาส หรือความจำเป็นที่เขาจะหาทางได้ ซึ่งจำนวนที่แสดงความจำนงจะกลับน้อยกว่าจำนวนที่จะอยู่ต่อ ซึ่งเราก็ดำเนินการอย่างเต็มที่ บางโซนก็ทราบมาว่า พื้นที่ที่อยู่ห่างไกลจากพื้นที่สู้รบเขาใช้ชีวิตทำงานอย่างปกติอยู่ นายจ้างเองก็มีแนวทางอยู่ตลอดเวลาว่า ถ้ามีความชัดเจนในเรื่องของการสู้รบก็ต้องเข้าไปอยู่ในหลุมหลบภัย ซึ่งมีการซ้อมมาอยู่ตลอดและมีระบบการจัดการอย่างเป็นขั้นตอน

สภาฯออกหนังสือแจ้ง สส.นัดประชุมสภาฯ 25 มี.ค. เคาะเวลาประชุม-วันเริ่มสมัยประชุมสามัญ

สภาฯออกหนังสือแจ้ง สส.นัดประชุมสภาฯ 25 มี.ค. เคาะเวลาประชุม-วันเริ่มสมัยประชุมสามัญ

สภาฯออกหนังสือแจ้ง สส.นัดประชุมสภาฯ 25 มี.ค. เคาะเวลาประชุม-วันเริ่มสมัยประชุมสามัญ

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 18.44 น.

สภาฯออกหนังสือแจ้ง สส.นัดประชุมสภาฯ 25 มี.ค. เคาะวันประชุม – กำหนดวันเริ่มสมัยประชุมสามัญ

วันที่ 19 มีนาคม 2569 นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ออกหนังสือแจ้ง สส. นัดประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 27 ปีที่  1 ครั้งที่ 3 ในวันพุธที่ 25มี.ค.2569 เวลา 09.30 น. เป็นต้นไป โดยมีวาระเพื่อพิจารณาการกำหนดวันและเวลาการประชุมสภาผู้แทนราษฎร และกำหนดวันเริ่มสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่สอง ตามมาตรา 121 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

นักเขียนดัง โพสต์สั้นแต่จุก หลังรู้ผลนายกฯ ฝากถึงคน เกือบสำเร็จ

นักเขียนดัง โพสต์สั้นแต่จุก หลังรู้ผลนายกฯ ฝากถึงคน เกือบสำเร็จ

นักเขียนดัง โพสต์สั้นแต่จุก หลังรู้ผลนายกฯ ฝากถึงคน เกือบสำเร็จ

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 18.14 น.

วันที่ 19 มีนาคม 2569 นายปฏิพล อภิญญาณกุล นักเขียนชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก “Padipon Apinyankul” ระบุว่า  ผลการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีออกมาแล้ว . เอาละ ! ไม่ได้มาเขียนถึงการเป็นนายกฯ  แต่จะเขียนถึงความสำเร็จของคน

ความสำเร็จของคนเรานั้น แต่ละคน ไม่เหมือนกัน แม้จะมีพยายามเหมือน ๆ กันก็ตาม  

หลัก ๆ ของความสำเร็จที่สำคัญคือ 1. ขึ้นอยู่ที่ดวงวาสนา และ 2. อยู่ที่ความพยายาม

แต่ถ้าแยกเฉพาะความพยายามออกมา จะพบเห็นความพยายามมีได้ 3 ลักษณะ ดังนี้

1. ความพยายามแบบสบาย ๆ ทำอะไรง่าย ๆ ก็สำเร็จ . แบบนี้มีน้อยคนนัก  .

2. ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั้น . ซึ่งคนส่วนใหญ่มักจะเป็นเช่นนี้เสมอ
และลักษณะพิเศษสำหรับคนบางคน ก็คือ

3. ความพยายามอยู่ที่ไหน ความพยายามก็ยังอยู่ที่นั้น 

ขอแสดงความยินดีสำหรับผู้ที่ “อยาก” และผู้ที่ “เกือบ” ด้วยครับ

ปลัด มท. เช็กยิบสต็อกน้ำมัน 878 อำเภอ ยันของมีพอ-ขนส่ง 24 ชม. ฉลุย

ปลัด มท. เช็กยิบสต็อกน้ำมัน 878 อำเภอ ยันของมีพอ-ขนส่ง 24 ชม. ฉลุย

ปลัด มท. เช็กยิบสต็อกน้ำมัน 878 อำเภอ ยันของมีพอ-ขนส่ง 24 ชม. ฉลุย

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.47 น.

ปลัด มท.​ จ่อรายงานตัวเลขปริมาณน้ำมันปั๊มทุกอำเภอ​ ทั่วประเทศ​ เผย​ สถานการณ์​หน้าสถานีบริการดีขึ้นหลังปลดล็อก​ รถขนส่งน้ำมัน​ 24 ชั่วโมง​

เมื่อเวลา 12.50 น. วันที่ 19 มี.ค.2569 ที่รัฐสภา นายอรรษิษฐ์​ สัมพันธรัตน์​ ปลัดกระทรวงมหาดไทย​ กล่าวก่อนการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง​ (ศบก.) ว่า​  จะมีการสรุปสถานการณ์น้ำมันที่ลดลง รวมไปถึงปัญหาที่ติดขัดนำไปสู่การแก้ไข แต่ยืนยันว่าปริมาณน้ำมันนั้นมีเพียงพอ ตามที่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องได้ให้สัมภาษณ์ไว้ส่วนเรื่องการผ่อนปรนเวลารถบรรทุกขนส่งน้ำมัน​ 24 ชั่วโมง นั้น ส่งผลให้สถานการณ์ดีขึ้น จะเห็นว่าในสถานการณ์ปัจจุบันจะไม่มีรถน้ำมันวิ่งในช่วงกลางวัน แต่เมื่อมีการผ่อนคลาย ก็สามารถเดินทางได้ตลอดและมีเจ้าหน้าที่ตำรวจอำนวยความสะดวก จึงทำให้มีสถานีบริการน้ำมันมีจำนวนน้ำมันเพิ่ม โดยได้รับการสรุปตัวเลขเมื่อวันที่ 18 มี.ค. และจะนำเข้าสู่ที่ประชุมศบก.เพื่อชี้แจงอีกครั้ง​ รวมไปถึงตัวเลขสถิติการใช้น้ำมันต่อวันว่ามากน้อยเพียงใด​

นายอรรษิษฐ์​ ยังกล่าวว่า​ นอกจากนี้ ได้มีการสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ซึ่งมีสถานีบริการน้ำมันทั้งหมด 878 อำเภอ ซึ่งนายอำเภอจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบตัวเลขปริมาณน้ำมันในแต่ละปั๊มว่าเพิ่มขึ้นจากเดิมหรือไม่ หรือบางปั๊มขายได้มากขึ้นกว่าปกติ ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบเพื่อปันน้ำมันเข้าไปเสริม เพื่อการบริหารจัดการน้ำมันที่ทั่วถึง แต่ขณะนี้กำลังส่งตัวเลขเข้ามา เหลือเพียง 5% ยังไม่ได้ทำการชี้แจง