งบอาหาร สส.ไม่ใช่เรื่องตลก โสภณแจงแค่เสนอไม่ถูกกาลเทศะ ปัดมาแก้ข่าว

งบอาหาร สส.ไม่ใช่เรื่องตลก โสภณแจงแค่เสนอไม่ถูกกาลเทศะ ปัดมาแก้ข่าว

งบอาหาร สส.ไม่ใช่เรื่องตลก โสภณแจงแค่เสนอไม่ถูกกาลเทศะ ปัดมาแก้ข่าว

วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.53 น.

“ประธานสภาฯ”โร่แจงดราม่าตลก”หมอวรงค์”ชงตัดงบอาหาร สส. แค่เสนอไม่ถูกกาลเทศะ ปัดมาแก้ข่าว แต่ขยายความตามข้อเท็จจริง ลั่นยุคตนต้องแก้ไขปัญหาด้วยเหตุผล ยึดเหมาะสม นิ้วไหนไม่ดีก็ตัดทิ้ง เชื่อโหวต”นายกฯ” 19 มี.ค.ไร้วุ่นวาย ทำตามข้อบังคับ

17 มีนาคม 2569 ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผูัแทนราษฎร กล่าวชี้แจงกรณีที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยภักดี เสนอให้ตัดงบประมาณเลี้ยงอาหาร สส.ในสภาฯ เป็นเรื่องตลก จนทำให้เกิดกระแสดราม่า ว่า สิ่งที่ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 16 มี.ค.ที่ผ่านมา ไม่ได้หมายถึงเนื้อหาการตัดงบอาหาร สส.เป็นเรื่องตลก แต่พูดถึงการมาเสนอเรื่องดังกล่าวในเวลาที่ไม่ถูกกาลเทศะ ไม่เหมาะสม กรณีการตัดงบอาหาร สส.พูดมานานแล้ว แต่ไม่เคยได้แก้ไข เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับสมาชิกจะเห็นอย่างไร ก็เอาตามนั้น เรื่องงบอาหาร สส.ไม่ได้มาแก้ข่าว แต่มาขยายความตามข้อเท็จจริง ในยุคตนต้องได้รับการแก้ไขด้วยเหตุผล ความเหมาะสม สิ่งใดที่ประชาชนไม่ชอบ เบื่อ อย่าทำ มิเช่นนั้นจะสร้างศรัทธาไม่ได้ การทำงานต้องสามัคคี ประเทศไทยไม่สามารถใช้ฮีโร่มาแก้ปัญหาได้ นอกจากความร่วมมือของคนในชาติ เรื่องใดทำให้สภาไม่สง่างามต้องได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช้วาทกรรม แต่อยู่ที่การกระทำ

“ขอเวลาเล็กน้อย จะไม่ทำงานแบบไมค์จ่อปาก แต่จะใช้เวทีอธิบายให้ประชาชนรับรู้ เรื่องงบอาหาร สส.ยกเลิกได้ ถ้าไม่เหมาะสม เรื่องงบอาหารเป็นเรื่องที่เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรของบจัดเป็นสวัสดิการ หากจะแก้ไขคงไม่ถึงขั้นตั้งเป็นคณะกรรมาธิการมาพิจารณา อะไรที่ผมตัดสินใจได้จะตัดสินใจเอง พร้อมรับฟังความเห็นของผู้ร่วมงานอย่างมีเหตุผล” ประธานสภาฯ กล่าว

นายโสภณ กล่าวอีกว่า เหมือนกับจะใช้ทหารไปรบ ทหารบอกขาดอาวุธ แต่แม่ทัพบอกพอแล้วๆ ดังนั้นจะรบชนะอย่างไร เรื่องนี้ต้องพิจารณา โดยเป็นเรื่องสวัสดิการ ที่ยุคนี้เป็นยุคข้าวยากหมากแพง สวัสดิการไหนควรลดหรือคงอยู่ หรือเดือดร้อน เป็นอุปสรรคของการทำงานต้องแก้ไข ต้องรอพิจารณา ไม่ใช่วิจารณ์โดยไม่รู้ข้อเท็จจริง ไม่รู้ความตั้งใจของคนทำงาน

นายโสภณ กล่าวด้วยว่า เสียงวิจารณ์นักการเมืองต่างๆทำให้คนเบื่อการเมือง คนที่สนใจการเมืองจึงไม่อยากเข้ามา ดังนั้นนิ้วไหนไม่ดีก็ตัดทิ้ง ไม่ใช่ฆ่าหนูต้องเผาบ้าน ต้องจับหนู อยากเห็นสังคมมีเหตุผลในการวิจารณ์ ที่ผ่านมาเน้นแต่พูดเอาความรู้สึก เพื่อให้ได้คะแนนนิยม แต่ปฏิบัติไม่ได้ ภาพเหล่านี้ทำให้ฉุดศรัทธา ประชาชนไม่เชื่อมั่น ถ้าอยากเห็นประชาธิปไตยเดินอย่างสง่างาม สภาฯต้องเป็นตัวอย่าง ในฐานะเป็นที่อยู่ของคนมีคุณธรรม

เมื่อถามถึงการโหวตนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 19 มี.ค.นี้ นายโสภณ กล่าวว่า เชื่อว่าจะไม่เกิดความวุ่นวาย และไม่กังวลการเล่นเกมล่มองค์ประชุม ยืนยันว่า ไม่หนักใจการทำหน้าที่ประธานสภาฯ จะปฏิบัติตัวตามข้อบังคับ

เห็นคาตาทั้งประเทศ! ไอซ์ รักชนก จี้ กกต.เร่งสอบ กปน.สุพรรณบุรี

เห็นคาตาทั้งประเทศ! ไอซ์ รักชนก จี้ กกต.เร่งสอบ กปน.สุพรรณบุรี

เห็นคาตาทั้งประเทศ! ไอซ์ รักชนก จี้ กกต.เร่งสอบ กปน.สุพรรณบุรี

วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.48 น.

“ไอซ์ รักชนก”จี้”กกต.”เร่งสอบ”กปน.สุพรรณบุรี” ชี้ประชาชนเห็นคาตาทั่วประเทศ แล้ว กกต.เมื่อไหร่จะเห็น รู้ดี!นับใหม่ก็ไม่พลิกผลเลือกตั้ง แต่เจตจำนงประชาชนควรถูกสะท้อนอย่างแท้จริง

17 มีนาคม 2569 น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงกรณีที่ นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยถึงการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ระหว่างการเลือกตั้ง และกำลังให้มีการเร่งรัดสอบสวนอยู่

น.ส.รักชนก กล่าวว่า จนถึงวันนี้ เขต 2 จ.สุพรรณบุรี เป็นเขตเลือกตั้งเดียวในประเทศไทย ที่ กกต.ยังไม่รับรองผลการเลือกตั้ง และเมื่อวานนี้ (16 มี.ค.) นายแสวง ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนของสำนักงาน กกต.ประจำ จ.สุพรรณบุรี และได้เร่งรัดให้เร่งดำเนินการโดยเร็วแล้ว โดยผลการสอบจะเสร็จภายใน 60 วัน

ตนจึงขอถามถึงความคืบหน้าและฝากข้อห่วงกังวลไปถึงสำนักงาน กกต.สุพรรณบุรี อย่าให้ 60 วันผ่านไปอย่างล่าช้า ขอให้เร่งดำเนินการตรวจสอบตามที่พรรคประชาชนได้ยื่นคำร้องต่อประธาน กกต.เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 และตามที่ น.ส.นุศรา ศรีสังข์งาม อดีตผู้สมัคร สส.สุพรรณบุรี เขต 2 พรรคประชาชน ได้ยื่นหนังสือต่อผู้อำนวยการสำนักงาน กกต.สุพรรณบุรี ไปเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569

น.ส.รักชนก กล่าวต่อไปว่า วันนี้ประชาชนเห็นกับตาจนชัดเจนหมดแล้ว กกต.จะเห็นและยอมรับได้หรือยัง ว่าการเลือกตั้งในเขต 2 จ.สุพรรณบุรี มีการทุจริตโดย กปน.เกิดขึ้นจริง คะแนนผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน จากเดิม 104 คะแนน เพิ่มขึ้นเท่าตัวเป็น 228 คะแนน ขณะที่ผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้ 427 คะแนน แต่นับใหม่ได้คะแนนลดลงเท่าตัวเหลือเพียง 263 คะแนน

“นี่แค่หน่วยเดียวเท่านั้นที่เจอความผิดปกติ คำถามคือ ถ้านับใหม่อีกจะเจอแบบนี้อีกกี่หน่วย การนับคะแนนที่สุพรรณบุรี มีหน่วยเลือกตั้งจำนวนมากที่นับแบบแปลกๆ ไม่เป็นไปตามหลักปฏิบัติ ดูเอง ขานเอง ขีดเอง ปกปิดไม่ให้ประชาชนเห็นใบลงคะแนน ซึ่งทำให้ไม่รู้ว่าคะแนนที่ขานออกมา ตรงกับในบัตรเลือกตั้งหรือไม่”

น.ส.รักชนก กล่าวด้วยว่า จากความผิดพลาดในการนับคะแนนของ กปน.หน่วยเลือกตั้งที่ 1 หมู่ที่ 1 ต.บางตาเถร และ กปน.หน่วยเลือกตั้งที่ 4 หมู่ที่ 4 ต.บ้านช้าง ใน อ.สองพี่น้อง เขต 2 จ.สุพรรณบุรี มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าเป็นการที่ กปน.จงใจนับ หรือรวมคะแนนผิดไป พรรคประชาชนจึงขอให้เร่งตรวจสอบว่าการนับคะแนนหรือรวมคะแนนในหน่วยเลือกตั้งหน่วยอื่นๆ ของเขต 2 จ.สุพรรณบุรี ผิดพลาดแบบเดียวกันหรือไม่ ซึ่งเป็นเหตุอันสมควรให้ กกต.สั่งให้มีการนับและรวมคะแนนเลือกตั้งใหม่ ในการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ และแบบแบ่งเขตเลือกตั้งของ จ.สุพรรณบุรี เขต 2 ทุกหน่วยเลือกตั้งใหม่ได้

“เราทราบดีและรู้แน่แก่ใจแล้วว่า การนับใหม่จะไม่พลิกผลการเลือกตั้ง แต่เราต้องยืนยันว่าเจตจำนงของประชาชน ควรถูกสะท้อนอย่างตรงไปตรงมาผ่านคูหาเลือกตั้ง เมื่อมีเคสที่พิสูจน์แล้วว่ามีความผิดปกติอยู่จริง กกต.ไม่ควรจะนิ่งเฉย อย่าทำให้ความเชื่อมั่นที่ประชาชนมีให้น้อยอยู่แล้วเหือดแห้งไปมากกว่านี้ ขอให้เร่งดำเนินการโดยไว และขอให้พิจารณานับใหม่เพื่อทำให้ประชาชนสุพรรณบุรีสิ้นสงสัย ผู้ชนะจะได้ชนะอย่างสง่างาม” น.ส.รักชนก กล่าว

โสภณ เข้าสภาฯวันแรก นิมนต์พระ 10 รูปเสริมมงคล ก่อนลุยภารกิจโหวตนายกฯ

โสภณ เข้าสภาฯวันแรก นิมนต์พระ 10 รูปเสริมมงคล ก่อนลุยภารกิจโหวตนายกฯ

โสภณ เข้าสภาฯวันแรก นิมนต์พระ 10 รูปเสริมมงคล ก่อนลุยภารกิจโหวตนายกฯ

วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.37 น.

‘โสภณ’ นิมนต์  ‘10เกจิชื่อดัง’ ทำพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เอาฤกษ์เอาชัยก่อนทำหน้าที่ ‘ประมุขนิติบัญญัติ’ อย่างเป็นทางการ ขอ ‘ขรก.สภาฯ’ ช่วยทำงานลบภาพลักษณ์ไม่ดีออกไป ยันใช้เงินตัวเองเลี้ยงอาหารกลางวันขรก. เพราะเดี๋ยวจะดราม่า 

17 มีนาคม 2569 เมื่อเวลา 10.30 น. ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้นำข้าราชการของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ทำพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ ซึ่งได้นิมนต์เกจิชื่อดัง 10 รูป ร่วมพิธี ได้แก่ สมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม พระพรหมวัชรเมธี วัดอรุณราชวราราม พระราชวชิรภาวนาโกศล วัดวีระโชติธรรมาราม พระราชวัชรสิทธิสุนทร วัดใหญ่อินทาราม พระศรีรัตนากร วัดไตรมิตรวิทยาราม พระวีรธรรมมุนี วัดไตรมิตรวิทยาราม พระอุดมวชิรโมลี วัดสำปะซิว พระวชิรรัตนาภรณ์ วัดอรุณราชวรารามพระครูสุตสีตลาธิคุณ วัดห้วยน้ำทรัพย์ และพระมหาเจษฎา วัดไตรมิตรวิทยาราม

ทั้งนี้ ภายหลังเสร็จพิธี นายโสภณ กล่าวให้โอวาท กับข้าราชการสภาฯ ตอนหนึ่งว่า เมื่อได้ทำบุญและจุดเทียนแสดงให้เห็นถึงการเปิดมงคลสูตร ถือเป็นมงคลอย่างยิ่ง และเมื่อได้มงคลกันแล้ว ขอให้ข้าราชการรัฐสภาที่มาอยู่ร่วมเรือลำเดียวกัน ให้ช่วยกันพายช่วยกันทำงานให้ลบภาพลักษณ์ที่ไม่ดีออกไป

“ผมจะเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเหล่าข้าราชการ พิธีทำบุญวันนี้ ผมก็ใช้งบของตัวเอง เพราะเดี๋ยวเกิดดราม่า ดังนั้นความในอย่าให้ออกความนอกอย่าเอาเข้าจงพึงระวังไว้ มนุษย์ไม่มีใครสมบูรณ์แบบทุกคนแต่อย่าให้เกินเส้นทางสายกลาง ยิ่งขาวเท่าไหร่ยิ่งดี ก็เอาตามสมควรเราคงจะได้พิสูจน์กันตอนทำงาน ขอให้วันนี้เป็นวันที่ดีและพบกับสิ่งที่ดีงามตลอดไป” นายโสภณ กล่าว

จากนั้นประธานสภาฯ ให้สัมภาษณ์ว่า หลังจากที่ตนรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เป็นประธานสภาฯ แล้ว วันนี้ (17 มี.ค.) ถือเป็นวันแรกของการทำงานอย่างเป็นทางการ ซึ่งได้มีพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เพราะตนเชื่อว่าหากเริ่มต้นดีทุกอย่างจะราบรื่น อีกทั้งตนใช้หลักธรรมนำชีวิตทั้งชีวิตทำงานและชีวิตส่วนตัว นอกจากนั้นได้คุยกับข้าราชการรัฐสภา และกินข้าวร่วมกัน  ซึ่งเป็นงบประมาณของตน และตนมองว่าอยากให้หน่วยงานดี หัวหน้าหน่วยงานต้องดี และต้องพิสูจน์ด้วยการกระทำ

นายโสภณ กล่าวต่อว่าสำหรับการทำงานของตน หลังจากที่ลงนามนัดประชุมสภาฯเพื่อโหวตนายกฯ แล้ว ในช่วงบ่ายวันนี้ (17 มี.ค.) จะหารือถึงมาตรการประหยัดพลังงานในอาคารรัฐสภาด้วย

พลังงานย้ำน้ำมันไม่ขาด สั่งโรงกลั่นเพิ่มกำลังผลิต รองรับช่วงสงกรานต์

พลังงานย้ำน้ำมันไม่ขาด สั่งโรงกลั่นเพิ่มกำลังผลิต รองรับช่วงสงกรานต์

พลังงานย้ำน้ำมันไม่ขาด สั่งโรงกลั่นเพิ่มกำลังผลิต รองรับช่วงสงกรานต์

วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.21 น.

“รมว.พลังงาน”สั่งโรงกลั่นเพิ่มกำลังผลิต รองรับช่วงสงกรานต์ ย้ำน้ำมันดิบต้นทางไม่ขาด ชี้น้ำมันจากรัสเซียช่วยได้ไม่มาก เหตุมีปริมาณจำกัด เผยดีลซื้อเพิ่มจากแองโกลา 2 ล้านบาร์เรล และจากสหรัฐฯ อีกกว่า 6 แสนบาร์เรล

17 มีนาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงมาตรการแก้ปัญหาการใช้พลังงานในประเทศ โดยย้ำว่าน้ำมันดิบจากต้นทางมีเพียงพอ ซึ่งมีกำลังการกลั่น 100% เต็มกำลังการผลิต แต่ติดปัญหาอยู่ที่การขนส่ง

ผู้สื่อข่าวถามถึงแผนสำรองการรับมือการใช้พลังงานในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 ซึ่งจะมีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาจำนวนมาก จะมีแผนอย่างไร นายอรรถพล กล่าวว่า ได้สั่งให้โรงกลั่นน้ำมันเพิ่มกำลังการผลิต โดยบางแห่งมีกำลังการผลิตเกินกว่า 100% เพื่อให้มีน้ำมันเชื้อเพลิงเพียงพอ

“สิ่งที่อยากขอร้องประชาชนคือไม่อยากให้แตกตื่นว่าน้ำมันจะหมดจากประเทศไทย เพราะมีปัญหาเพียงแค่การขนส่ง ดังนั้นไม่ควรกักตุนน้ำมันไว้”

นายอรรถพล ยังกล่าวถึงขั้นตอนการเจรจาซื้อน้ำมันดิบจากประเทศรัสเซีย โดยชี้แจงว่า การค้าน้ำมันในประเทศไทยเป็นรูปแบบตลาดเสรี ผู้ค้าสามารถเจรจาขอซื้อได้ โดยจะใช้กลไกของ การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย (ปตท.) ที่เป็นผู้ค้าหลักในประเทศ ซึ่งราคาที่ประเทศรัสเซียขายให้นั้น เป็นราคาตามตลาด ไม่ใช่ราคาพิเศษ

นายอรรถพล กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ทางสหรัฐอเมริกา ยกเว้นให้หลายประเทศซื้อขายน้ำมันกับรัสเซียได้ แต่ได้เฉพาะน้ำมันที่บรรจุใส่เรือบรรทุกน้ำมันแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาเป็นการแอบขายแบบไม่ถูกต้อง ขณะนี้จึงมีการประกาศให้ขายได้และมีกำหนดเพียง 30 วัน รวมถึงต้องดูระบบการโอนเงินซื้อขาย ซึ่งยอมรับว่ายังมีความเสี่ยงอยู่ ซึ่งน้ำมันดิบประเทศไทยสามารถหาได้จากแหล่งอื่นอยู่แล้ว อย่างล่าสุดในวันนี้สามารถตกลงซื้อขายได้เพิ่มจากประเทศแองโกลา เกือบ 2 ล้านบาเรล และจากสหรัฐอเมริกากว่า 6 แสนบาร์เรล ดังนั้นจึงขอย้ำว่าต้นทางน้ำมันดิบ และปริมาณการกลั่นมีเพียงพอ

เมื่อถามว่า ขณะนี้ตามสถานีบริการน้ำมันจำกัดการเติมน้ำมันไม่เกิน 500 บาทต่อครั้ง จะสามารถยกเลิกได้หรือไม่ นายอรรถพล กล่าวว่า ตรงนี้เป็นเรื่องของการบริหารจัดการหน้างานของเจ้าของสถานีบริการน้ำมันนั้นๆ อาจเป็นเพราะรอบการขนส่งน้ำมันอาจจะไม่ทัน ซึ่งทางกระทรวงพลังงานไม่มีการประกาศบังคับว่าต้องจำหน่ายเพียงครั้งละ 500 บาท

เปิดเงินเดือนทีมงาน สส.-สว. เตรียมปรับเพิ่มอื้อ! เริ่มตุลาฯ 69

เปิดเงินเดือนทีมงาน สส.-สว. เตรียมปรับเพิ่มอื้อ! เริ่มตุลาฯ 69

เปิดเงินเดือนทีมงาน สส.-สว. เตรียมปรับเพิ่มอื้อ! เริ่มตุลาฯ 69

วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2569, 12.50 น.

จากกรณีเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี ได้ลุกขึ้นหารือต่อประธานชั่วคราวในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ถึงสิ่งที่เป็นปัญหาที่ประชาชนกังวลใจ และฝากตนมา 3 ประเด็น โดยหนึ่งในนั้นคือ “การใช้จ่ายงบฯ ฟุ่มเฟือยไปกับตำแหน่งผู้ช่วย สส.ที่มีถึง 8 คน และเพิ่มเงินเดือนเป็น 1.8 หมื่นบาท ควรลดเหลือผู้ช่วย สส. 3 คน จะประหยัดงบฯ ได้ถึงปีละ 540 ล้านบาท” (ข่าวที่เกี่ยวข้อง : หมอวรงค์ ชงกลางสภาฯสังคายนา 3 เรื่อง โดนแตะเบรก-แนะเอาไปคุยใน กมธ.)

ล่าสุด “แนวหน้าออนไลน์” ได้ค้นหาข้อมูลย้อนหลัง พบว่า เมื่อเดือนเมษายน 2568 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ระเบียบรัฐสภาฉบับใหม่ ปรับเพิ่มอัตราค่าตอบแทนให้กับกลุ่ม “ขุนพลข้างกาย” ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และสมาชิกวุฒิสภา (สว.) รวมถึงคณะกรรมาธิการต่างๆ โดยเป็นการปรับฐานเงินเดือนครั้งสำคัญเพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ซึ่งจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

สำหรับตำแหน่งที่ได้รับการปรับอัตราค่าตอบแทน มีรายละเอียด ดังนี้

ผู้เชี่ยวชาญประจำตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 1 อัตรา ให้ได้รับค่าตอบแทน 28,800 บาทต่อเดือน จากเดิม 24,000 บาทต่อเดือน

ผู้เชี่ยวชาญประจำตัวสมาชิกวุฒิสภา จำนวน 1 อัตรา ให้ได้รับค่าตอบแทน 28,800 บาทต่อเดือน จากเดิม 24,000 บาทต่อเดือน

ผู้ชำนาญการประจำตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 2 อัตรา ให้ได้รับค่าตอบแทนในอัตราเดือนละ 18,000 บาท จากเดิม 15,000 บาทต่อเดือน

ผู้ชำนาญการประจำตัวสมาชิกวุฒิสภา จำนวน 2 อัตรา ให้ได้รับค่าตอบแทนในอัตราเดือนละ 18,000 บาท จากเดิม 15,000 บาทต่อเดือน

ผู้ช่วยดำเนินงานของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 5 อัตรา ให้ได้รับค่าตอบแทนอัตราเดือนละ 18,000 บาท จากเดิม 15,000 บาทต่อเดือน

ผู้ช่วยดำเนินงานของสมาชิกวุฒิสภา จำนวน 5 อัตรา ให้ได้รับค่าตอบแทนอัตราเดือนละ 18,000 บาท จากเดิม 15,000 บาทต่อเดือน

ที่ปรึกษา ได้รับค่าตอบแทนเดือนละ 24,000 บาท จากเดิม 20,000 บาทต่อเดือน

นักวิชาการ ได้รับค่าตอบแทนเดือนละ 21,600 บาท จากเดิม 18,000 บาทต่อเดือน

เลขานุการ ได้รับค่าตอบแทนเดือนละ 18,000 บาท จากเดิม 15,000 บาทต่อเดือน

ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการ ได้รับค่าตอบแทนเดือนละ 12,000 บาท จากเดิม 10,000 บาทต่อเดือน

ผู้ชำนาญการประจำคณะกรรมาธิการ ได้รับค่าตอบแทนเดือนละ 10,800 บาท จากเดิม 9,000 บาทต่อเดือน

นักวิชาการประจำคณะกรรมาธิการ ได้รับค่าตอบแทนเดือนละ 9,600 บาท จากเดิม 8,000 บาทต่อเดือน

เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการ ได้รับค่าตอบแทนเดือนละ 7,200 บาท จากเดิม 6,000 บาทต่อเดือน

ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการ (กรณีเป็นข้าราชการ พนักงานส่วนท้องถิ่น พนักงานรัฐวิสาหกิจ) ได้รับค่าตอบแทนเดือนละ 9,000 บาท จากเดิม 7,500 บาทต่อเดือน

ผู้ชำนาญการประจำคณะกรรมาธิการ (กรณีเป็นข้าราชการ พนักงานส่วนท้องถิ่น พนักงานรัฐวิสาหกิจ) ได้รับค่าตอบแทนเดือนละ 7,800 บาท จากเดิม 6,500 บาทต่อเดือน

นักวิชาการประจำคณะกรรมาธิการ (กรณีเป็นข้าราชการ พนักงานส่วนท้องถิ่น พนักงานรัฐวิสาหกิจ) ได้รับค่าตอบแทนเดือนละ 7,200 บาท จากเดิม 6,000 บาทต่อเดือน

เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการ (กรณีเป็นข้าราชการ พนักงานส่วนท้องถิ่น พนักงานรัฐวิสาหกิจ) ได้รับค่าตอบแทนเดือนละ 5,400 บาท จากเดิม 4,500 บาทต่อเดือน

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2569 เป็นต้นไป

สรุปแล้วในการทำงานของ สส.และ สว. 1 ท่าน จะมีทีมงานประจำตัวรวม 8 คน

ศึกตะวันออกกลางลามวิกฤต! สว.ชิบ ชี้ระบบสำรองน้ำมันไทยป่วยหนัก บี้รัฐเร่งอุดช่องโหว่

ศึกตะวันออกกลางลามวิกฤต! สว.ชิบ ชี้ระบบสำรองน้ำมันไทยป่วยหนัก บี้รัฐเร่งอุดช่องโหว่

ศึกตะวันออกกลางลามวิกฤต! สว.ชิบ ชี้ระบบสำรองน้ำมันไทยป่วยหนัก บี้รัฐเร่งอุดช่องโหว่

วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2569, 12.04 น.

ศึกตะวันออกกลางลามวิกฤต! “สว.ชิบ”ชี้”ระบบสำรองน้ำมันไทย”ป่วยหนัก บี้”รัฐบาล”เร่งวางยุทธศาสตร์อุดช่องโหว่ เลิกแก้แค่เฉพาะหน้า ก่อนประเทศจะหยุดชะงัก

17 มีนาคม 2569 นายชิบ จิตนิยม สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวถึงผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางที่กระทบต่อระบบพลังงานและปากท้องคนไทย โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่จังหวัดกำแพงเพชร รถขนสตรอว์เบอร์รีมูลค่ากว่า 80,000 บาท มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ แต่น้ำมันดีเซลหมดและไม่มีให้เติม จนถูกยกเลิกออเดอร์ทั้งหมด บีบให้พ่อค้าต้องเปิดท้ายขายราคาถูกในปั๊มเพื่อ ลดความเสียหาย ประจานความล้มเหลวของระบบสำรองน้ำมันไทยที่เกิดปัญหา คลังมีแต่ปั๊มไม่มี ว่า วิกฤตน้ำมันขาดแคลนปลายท่อสะท้อนความอ่อนแอของรัฐบาล หากสงครามลุกลามจนกระทบเส้นทางพลังงานโลก ระบบขนส่งอาหารไทยเสี่ยงอัมพาตทันที รัฐบาลควรวางยุทธศาสตร์เพื่อหาทางออกและแก้ไขปัญหา โดยเริ่มจากการ ปฏิรูประบบกระจายน้ำมันสำรองพื้นที่ ด้วยการปรับปรุงการสำรองน้ำมันระดับจังหวัด เพื่อแก้จุดอ่อนน้ำมันขาดแคลนในปั๊มน้ำมัน โดยเฉพาะเส้นทางเกษตรหลักที่มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ

นายชิบ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังต้อง จัดลำดับความสำคัญการจ่ายน้ำมัน (Priority Allocation) ด้วยการออกเกณฑ์จัดสรรน้ำมันฉุกเฉินให้กลุ่มผลิตอาหารและเกษตรกรก่อนเป็นลำดับแรก เพื่อรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจฐานราก รวมถึงการ ใช้ระบบพยากรณ์อัจฉริยะ นำเทคโนโลยีมาประเมินความต้องการน้ำมันให้สอดคล้องกับฤดูกาลผลผลิต เพื่ออุดช่องโหว่การบริหารจัดการและป้องกันความเสียหายทางเศรษฐกิจไม่ให้ซ้ำรอยเดิม

“รัฐบาลต้องเลิกแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และเร่งอุดช่องโหว่พลังงานสำรองก่อนที่ระบบขนส่งของประเทศจะหยุดชะงัก” นายชิบ กล่าว

ธนกร สั่งปลัดอุตฯ ทำความเข้าใจผู้ประกอบการ รับมือวิกฤตพลังงาน

ธนกร สั่งปลัดอุตฯ ทำความเข้าใจผู้ประกอบการ รับมือวิกฤตพลังงาน

ธนกร สั่งปลัดอุตฯ ทำความเข้าใจผู้ประกอบการ รับมือวิกฤตพลังงาน

วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.55 น.

17 มีนาคม 2569 นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวถึงมาตรการดูแลกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมผลกระทบจากสถานการณ์น้ำมัน ว่า ขณะนี้รัฐบาลและกระทรวงอุตสาหกรรมได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และมีการบรรเทาความเดือดร้อนของภาคอุตสาหกรรมและประชาชน

นายธนกร เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เตรียมมาตรการรองรับไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ต้นแล้ว เพราะเป็นช่วงท้ายรัฐบาล และปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมได้มีการเรียกประชุมทั้งกระทรวงแล้ว โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงาน เช่น กลุ่มเหล็ก ปูนซีเมนต์ กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ และอุตสาหกรรมจากเม็ดพลาสติก ซึ่งปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมได้ประสานงานกับผู้ประกอบการเพื่อทำความเข้าใจและหาแนวทางร่วมกันแล้ว เรื่องนี้รัฐบาลต้องสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาและชัดเจน สร้างความรับรู้กับประชาชนทุกคนต้องช่วยกัน

เมื่อถามว่า สถานการณ์ตอนนี้นั้นย้อนแย้ง เพราะโกลาหลทั่วประเทศในเรื่องน้ำมัน เนื่องจากประชาชนไม่มั่นใจว่าจะมีน้ำมันเพียงพอ ตรงนี้รัฐบาลจะทำอย่างไร นายธนกร บอกว่า เรามี ศบก.อยู่แล้ว โดยมี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการสถานการณ์ (ศบก.) ได้อธิบายชี้แจงอยู่แล้วทุกวัน รวมถึงนายกรัฐมนตรีก็ได้กำชับ และเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกวัน สิ่งสำคัญที่สุดคือการสร้างความรับรู้ที่ถูกต้องให้กับประชาชน ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน ไม่ใช่แค่รัฐบาลอย่างเดียว ประชาชนก็ต้องช่วยกันด้วย เพราะเป็นผลกระทบจากสงครามที่เกิดขึ้น ไม่มีใครอยากให้เกิด

ส่วนปัญหาขณะนี้ สถานีบริการน้ำมันที่บริษัทแม่ไม่ได้มีปัญหา ในขณะที่ปั๊มน้ำมันรายย่อยที่รับจากผู้ค้าส่งนั้นพบว่าไม่มีน้ำมัน นายธนกร กล่าวว่า ทาง ศบก.ต้องเข้าไปดู เพราะผู้สื่อข่าวยังรู้ และคิดว่าเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีได้กำชับ มุ่งมั่นตั้งใจอย่างเต็มที่ โดยกำชับเรื่องนี้ทุกวัน และตนในฐานะที่เป็น สส.และเป็นรัฐมนตรีอยู่ในขณะนี้ ก็รับทราบข้อมูลมาโดยตลอด ดังนั้น การสร้างความรับรู้ที่ถูกต้องให้กับประชาชนเป็นเรื่องที่สำคัญ จะเห็นได้ว่าในพื้นที่กรุงเทพฯ ไม่ได้มีปัญหา แต่ที่ต่างจังหวัดนั้นมีปัญหา ซึ่งมีปัญหาเพราะอะไรรัฐบาลก็ต้องแก้ไข

ขอบคุณมิตรอาหรับ ‘สีหศักดิ์’ ต่อสายตรงบาห์เรน-UAE ดูแลคนไทย-ช่วยลูกเรือมยุรีนารี พ้นอันตราย

ขอบคุณมิตรอาหรับ ‘สีหศักดิ์’ ต่อสายตรงบาห์เรน-UAE ดูแลคนไทย-ช่วยลูกเรือมยุรีนารี พ้นอันตราย

ขอบคุณมิตรอาหรับ ‘สีหศักดิ์’ ต่อสายตรงบาห์เรน-UAE ดูแลคนไทย-ช่วยลูกเรือมยุรีนารี พ้นอันตราย

วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.36 น.

สีหศักดิ์ โทร.หารือ รมต.กต.บาห์เรนและอาหรับเอมิเรตส์ ถึงสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และขอบคุณที่ดูแลคนไทยที่พำนักอยู่ในสองประเทศ

17 มีนาคม 2569 เมื่อวันที่ 16 มีนาคม นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ หารือทางโทรศัพท์กับ ดร.อับดุลละฏีฟ บิน รอชิด อัซซัยยานี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศบาห์เรน และเชค อับดุลเลาะฮ์ บิน ซายิด อาลนะฮ์ยาน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในห้วงการประชุมระดับโลกว่าด้วยการฉ้อโกง

รัฐมนตรีฯแสดงความขอบคุณสำหรับการดูแลคนไทยที่พำนักอยู่ในทั้งสองประเทศและการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ที่เดินทางกลับประเทศไทย รวมถึงขอบคุณสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่ได้อำนวยความสะดวกให้แก่ลูกเรือ “มยุรีนารี” จำนวน 20 คน เดินทางผ่านไปยังโอมานเพื่อกลับประเทศไทยด้วย

นอกจากนี้ รัฐมนตรีฯ ได้แสดงความห่วงกังวลต่อสถานการณ์ในภูมิภาคและหวังว่าสถานการณ์ปัจจุบันจะได้รับการแก้ไขโดยสันติวิธี ซึ่งไทยพร้อมสนับสนุนความพยายามทางการทูตของบาห์เรน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และมิตรประเทศในภูมิภาคเพื่อนำสันติภาพกลับมาโดยเร็ว รวมถึงความพยายามของอาเซียนในการประชุมวาระเร่งด่วนของรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนที่ผ่านมา

ในโอกาสนี้ ฝ่ายบาห์เรนและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้ให้ข้อมูลและแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง พร้อมแสดงความห่วงใยต่อกรณีเรือ “มยุรีนารี” และย้ำความสำคัญของเสรีภาพในการเดินเรือในภูมิภาคด้วย

ไทย-กัมพูชา เบรกปม ภาพตัดต่อ‘ฮุน เซน’ในรากไม้ งัดข้อตกลง GBC สกัดข่าวปลอมลดยั่วยุ

ไทย-กัมพูชา เบรกปม ภาพตัดต่อ‘ฮุน เซน’ในรากไม้ งัดข้อตกลง GBC สกัดข่าวปลอมลดยั่วยุ

ไทย-กัมพูชา เบรกปม ภาพตัดต่อ‘ฮุน เซน’ในรากไม้ งัดข้อตกลง GBC สกัดข่าวปลอมลดยั่วยุ

วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.26 น.

ผอ.ศูนย์ JIC เผย กัมพูชา ประสานปมภาพตัดต่อ ‘ฮุน เซน’ ในรากไม้ ผ่านข้อตกลง GBC ลดความตึงเครียด ข้อ 8 ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกัน ที่จะงดเว้นการเผยแพร่ข้อมูลเท็จหรือข่าวปลอม ลดการยั่วยุ 

เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศในฐานะผู้อำนวยการ ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย–กัมพูชา (JIC) กล่าวถึงกรณีที่ มีนำภาพ ใบหน้าฮุนเซน ไปตัดต่อ เหมือนภาพเศียรพระในรากไม้ ว่า ทางกัมพูชาได้ติดต่อประสานมาโดยทาง หน่วยงานด้านข้อมูลข่าวสารของไทยและกัมพูชาได้ดำเนินการประสานงานอย่างต่อเนื่อง ภายใต้กลไกที่กำหนดไว้ใน Joint Statement จากการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee: GBC) สมัยพิเศษ ครั้งที่ 3 ระหว่างราชอาณาจักรไทยและราชอาณาจักรกัมพูชา ซึ่งลงนามเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.68

โดยการประสานงานดังกล่าวเป็นไปตามกลไกสำหรับการดำเนินงานและติดตามการปฏิบัติตามมาตรการลดความตึงเครียด ข้อ16 ของถ้อยแถลงร่วมฯ ซึ่งกำหนดว่า ”คณะทำงานที่รับผิดชอบการแถลงข่าวทางการของทั้งสองฝ่าย จะรักษาการสื่อสารโดยตรงและอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันและจัดการข้อมูลบิดเบือนและข้อมูลเท็จอย่างมีประสิทธิผล ตลอดจนทำให้เกิดความโปร่งใส และความถูกต้องของข่าวสารและรายงานต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน“

ในกรอบการดำเนินงานดังกล่าว ฝ่ายไทยและฝ่ายกัมพูชาได้กำหนด ผู้ประสานงานหลัก (Focal Point) สำหรับการสื่อสารระหว่างกัน ดังนี้

ฝ่ายไทย Group Captain Patha Kantubtim Thai Air Attaché to Phnom Penh มี นาวาอากาศเอก พฐา  แก่นทับทิม ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารอากาศไทย ประจำกรุงพนมเปญ ผู้ประสานงานฝ่ายไทยภายใต้กลไกศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย–กัมพูชา (Joint information center: JIC)

ฝ่ายกัมพูชา Brigadier General Phan Yinyoura Deputy Chief, International Relations Department Ministry of National Defense, Kingdom of Cambodia มีพลจัตวา ฟาน ยินยูรา รองเจ้ากรมวิเทศน์สัมพันธ์ กระทรวงกลาโหม ผู้ประสานงานฝ่ายกัมพูชา สำหรับการประสานงานด้านข้อมูลข่าวสาร ภายใต้กลไกศูนย์ข้อมูลข่าวสาร (Command Post Information: CPI)

ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนข้อกังวลเกี่ยวกับเนื้อหาบางส่วนบนสื่อสังคมออนไลน์ที่มีลักษณะ ยั่วยุ ล้อเลียน หรือกล่าวร้าย ซึ่งอาจกระทบต่อความรู้สึกของประชาชนทั้งสองประเทศ และอาจส่งผลต่อบรรยากาศความร่วมมือระหว่างกัน

ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องว่า การเผยแพร่เนื้อหาดังกล่าวไม่สอดคล้องกับมาตรการลดความตึงเครียด ข้อ 8 ของถ้อยแถลงร่วมฯ ซึ่งระบุว่า

”ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกัน ที่จะงดเว้นการเผยแพร่ข้อมูลเท็จหรือข่าวปลอม เพื่อลดความตึงเครียด ลดความรู้สึกเชิงลบของสาธารณชน และส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเจรจาอย่างสันติ“
 
ภายใต้กรอบความร่วมมือนี้ หน่วยงานด้านข้อมูลข่าวสารของทั้งสองประเทศจะดำเนินการ
1.ประสานงานตรวจสอบข้อเท็จจริงของข้อมูลที่เผยแพร่ในสื่อออนไลน์
2.แลกเปลี่ยนข้อมูลผ่านช่องทางการสื่อสารโดยตรงระหว่างทีมสื่อของทั้งสองฝ่าย
3.ส่งเสริมการเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อลดความเข้าใจผิดของสาธารณชน

ความร่วมมือดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อ เสริมสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ (Mutual Confidence) ระหว่างสองประเทศ ภายหลังความตึงเครียดที่ผ่านมา และสนับสนุนกระบวนการทางการทูตและความร่วมมือในระยะต่อไป

ศูนย์ข่าวสารขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนและพี่น้องประชาชนของทั้งสองประเทศ ใช้ความระมัดระวังในการเผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูลที่อาจมีลักษณะยั่วยุหรือบิดเบือนข้อเท็จจริง และขอให้ติดตามข้อมูลจาก ช่องทางทางการของหน่วยงานรัฐ เป็นหลัก

ทั้งนี้ ไทยและกัมพูชายังคงมุ่งมั่นใช้ กลไกการสื่อสารและความร่วมมือทางการทูต เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ลดความตึงเครียด และเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ สั่งโจทก์แจงเพิ่ม! ฟ้อง 8 กกต.ปมบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ดส่อทุจริต

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ สั่งโจทก์แจงเพิ่ม! ฟ้อง 8 กกต.ปมบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ดส่อทุจริต

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ สั่งโจทก์แจงเพิ่ม! ฟ้อง 8 กกต.ปมบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ดส่อทุจริต

วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.20 น.

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ สั่งโจทก์ บรรยายฟ้องลงรายละเอียดมากขึ้น ปมฟ้องประธาน กกต.กับพวกรวม 8 คน ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ สั่งพิมพ์บัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด นัดฟังคำสั่ง19 พฤษภาคม นี้

17 มีนาคม 2569 ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.เลียบทางรถไฟตลิ่งชัน ศาลนัดฟังคำสั่งชั้นตรวจคำฟ้อง คดีที่ เรือเอก ยงยุทธ เสาแก้วสถิต ทนายความยื่นฟ้อง นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กับพวก และเลขาฯ กกต.รวม 8 คน ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ประกอบมาตรา 83, พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2569 มาตรา 69, พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 มาตรา 149 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172

โดยเห็นว่าผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 8 มีเจตนาทุจริตร่วมกันสั่งผู้รับพิมพ์บัตรเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง บัตรสีเขียว ใส่คิวอาร์โค้ดด้านล่างซ้ายของบัตรเลือกตั้ง และบัตรเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ บัตรสีชมพู ใส่บาร์โค้ดลงในบัตรเลือกตั้ง โดยมีเจตนาใช้ตรวจสอบเกี่ยวกับบัตรเลือกตั้ง อันแสดงถึงความไม่สุจริตและไม่โปร่งใส เป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ แสดงให้เห็นถึงเจตนาไม่สุจริต ทั้งยังเป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายหรือต้นทุนในการพิมพ์บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรโดยไม่จำเป็นด้วย ทำให้โจทก์รวมถึงประชาชนชาวไทยทั่วประเทศที่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันดังกล่าวไม่เป็นความลับ

อย่างไรก็ตาม วันนี้ศาลยังไม่ได้มีคำสั่งในชั้นตรวจคำฟ้อง แต่ให้โจทก์กลับไปบรรยายคำฟ้องให้ละเอียดมากขึ้น และนำส่งศาล จากนั้น ศาลจะได้มีคำสั่งไปที่ กกต.ให้ชี้แจงกลับมาก่อนที่จะนัดฟังคำสั่งชั้นตรวจฟ้อง วันที่ 19 พฤษภาคม เวลา 09.00 น.