บิ๊กเล็ก ไม่ตอบปม ทหารเขมรป่วนเผาป่ารายวัน ยอมรับโทรเฉ่ง เตีย เซยฮา จริง

บิ๊กเล็ก ไม่ตอบปม ทหารเขมรป่วนเผาป่ารายวัน ยอมรับโทรเฉ่ง เตีย เซยฮา จริง

บิ๊กเล็ก ไม่ตอบปม ทหารเขมรป่วนเผาป่ารายวัน ยอมรับโทรเฉ่ง เตีย เซยฮา จริง

วันอังคาร ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 12.02 น.

24 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางเข้าประชุมคณะรัฐมนตรี โดยผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงเรื่องสถานการณ์ทหารกัมพูชา เผาป่ารายวันพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ฝั่งจังหวัดศรีสะเกษและอุบลราชธานีว่าเป็นการยั่วยุทางฝั่งไทยหรือไม่ พลเอกณัฐพล ปฏิเสธไม่ตอบคำถาม 

ก่อนที่ผู้สื่อข่าวจะถามย้ำว่าได้มีการโทรไปตำหนิ พลเอกเตีย เซยฮา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชาใช่หรือไม่ พลเอก ณัฐพล พยักหน้ารับ  จากนั้นผู้สื่อข่าวถามต่อว่าตอนนี้ทางฝั่งกองทัพไทยได้มีการเตรียมความพร้อมไว้ทั้งหมดแล้วใช่หรือไม่ พลเอกณัฐพล พยักหน้ารับเช่นกัน ก่อนจะขึ้นประชุมคณะรัฐมนตรีทันที

ยกฟ้อง จ่านิว คดีหมิ่น กกต. ปมปราศรัยล่าชื่อหลังเลือกตั้ง62 ชี้ติชมด้วยความเป็นธรรม

ยกฟ้อง จ่านิว คดีหมิ่น กกต. ปมปราศรัยล่าชื่อหลังเลือกตั้ง62 ชี้ติชมด้วยความเป็นธรรม

ยกฟ้อง จ่านิว คดีหมิ่น กกต. ปมปราศรัยล่าชื่อหลังเลือกตั้ง62 ชี้ติชมด้วยความเป็นธรรม

วันอังคาร ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.54 น.

ยกฟ้อง “จ่านิว” พ้นผิดหมิ่นกกต. จัดเลือกตั้วปี 62 ศาลชี้เจตนาท้วงติงให้การจัดการเลือกตั้งเป็นที่ยอมรับ. เจ้าตัวเผยเหนื่อยหน่ายการทำงานของรัฐ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 24 กุมภาพันธ์  ที่ห้องพิจารณา 809 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีดำ อ 3328/2567 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 3 เป็นโจทก์ฟ้องนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว อดีตแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมแนวร่วมประชาชนเป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่น

โจทก์ฟ้องสรุปว่า เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2562 นายสิรวิชญ์กับพวกอีกหลายคนใช้ชื่อกลุ่มชุมนุมว่า “กลุ่มแนวร่วมประชาชนเพื่อการเลือกตั้งที่เป็นธรรม” ได้ร่วมกันหมิ่นประมาทใส่ความคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต่อโดยจำเลยกับพวกได้ร่วมกันจัดกิจกรรมต้านโกงการเลือกตั้ง พร้อมประกาศเชิญชวนให้บุคคลทั่วไปร่วมลงรายชื่อเพื่อถอดถอนกรรมการการเลือกตั้ง และอ่านแถลงการณ์ปรากฏข้อความบางส่วนว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ใช้งบประมาณในการจัดการเลือกตั้งครั้งหนึ่งสูงถึง 5.8 พันล้านบาท แต่กลับมีพฤติกรรมที่แสดงถึงความไม่โปร่งใสและความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่อย่างร้ายแรงหลายประการ อาทิเอื้อประโยชน์แก่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และพรรคการเมืองที่ คสช. สนับสนุนความเรรวนในการรายงานผลการเลือกตั้ง เช่น ตัวเลขที่เปลี่ยนไปมาคะแนนลดลงนับหมื่นคะแนน, ผลรวมของผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งและการลงคะแนนไม่ตรงกับยอดรวมที่ประกาศออกมา ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมักง่ายและด้อยประสิทธิภาพ และอื่นๆ

โดยข้อความดังกล่าวมีความหมายว่า กกต. ปฏิบัติหน้าที่ไม่เป็นกลาง มีการทุจริตในหน้าที่ จัดการเลือกตั้งไม่โปร่งใส และมีความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่อย่างร้ายแรง ซึ่งไม่เป็นความจริง แต่เป็นการใส่ความให้ร้าย กกต. และเป็นการดูหมิ่นเหยียดหยาม โดยประการที่น่าจะทําให้คณะกรรมการการเลือกตั้งได้รับความอับอาย ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง 

จำเลยให้การปฏิเสธ และได้รับการประกันตัว

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยได้กล่าวถ้อยคำวิจารณ์การทำหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ภายหลังการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งในขณะนั้นคณะกรรมการการเลือกตั้งยังไม่มีประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง จึงทำให้มีข้อสงสัยเกิดขึ้นแก่สังคม จำเลยได้กล่าวในลักษณะท้วงติงให้การเลือกตั้งเป็นที่ยอมรับไม่ได้กล่าวมุ่งหมายเฉพาะเจาะจงไปยังบุคคลใดรายใดรายหนึ่งเป็นพิเศษอันเป็นการติชมด้วยความเป็นธรรมตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 329 อนุ 3 การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทพิพากษายกฟ้อง 

นายสิรวิชญ์ให้สัมภาษณ์ว่า คดีนี้ ศาลเห็นว่าเป็นการใช้คำวิจารณ์โดยสุจริต ไม่ได้เจาะจงไปที่กกต.คนใดคนหนึ่งเป็นพิเศษ รวมถึงการเลือกตั้งครั้งนั้นก็ยังไม่มีการรับรอง ในฐานะที่เป็นพลเมืองชาวไทย ก็มีสิทธิ์ที่จะวิจารณ์ได้ มุมนึงอาจจะทำให้มองว่าประชาชนไทยก็มีสิทธิ์ที่จะวิพากย์วิจารณ์บุคคลที่ทำงานในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ

นายสิรวิชญ์ กล่าวอีกว่า ตนพูดในครั้งนั้นเพราะการทำงานของกกต.ค่อนข้างมีปัญหา ตนก็ต้องตรวจสอบในฐานะประชาชนคนหนึ่งในการติชมและตรวจสอบ แม้เวลาจะผ่านจนเปลี่ยนบุคลากรไป 3 ชุดแล้วก็ยังมีปัญหาอยู่ แต่ตนก็ขอให้การวิจารณ์การทำงานของกกต.ระมัดระวังเรื่องการโจมตีเชิงตัวบุคคล ให้พูดถึงการทำงานที่มีปัญหาแล้วให้หน่วยงานออกมาชี้แจงให้ชัดเจนดีกว่า 

เมื่อถามว่าเป็นบรรทัดฐานของคนที่จะออกมาวิจารณ์การทำงานของหรือไม่ นายสิรวิชญ์ กล่าวว่า เรื่องนั้นเป็นสิทธิ์ของประชาชนในการวิจารณ์การทำงานของกกต.อยู่แล้ว แต่ควรระมัดระวังและพูดโดยหลักฐานและข้อมูลที่เป็นประจักษ์ ไม่ใช่การโจมตีเชิงตัวบุคคลเพื่อไม่ต้องเจอปัญหาเดียวกับตนในการโดนฟ้องแล้วต้องเสียเวลามาขึ้นศาลอีก เพราะเห็นหลายฝ่ายที่ออกมาเคลื่อนไหวเกี่ยวกับตรวจสอบการทำงานของกกต.

เมื่อถามว่าในฐานะที่ทำงานภาคประชาชนรู้สึกอย่างไรที่ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อสังคมแต่กลับโดนฟ้อง นายสิรวิชญ์ กล่าวว่า ตนรู้สึกเหนื่อยหน่ายแต่ตนยืนยันว่าใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญเราต้องการทำหน้าที่ตรงส่วนนี้ และคิดว่าภาครัฐต้องหลีกเลี่ยงในการใช้กฎหมายหมิ่นประมาทกับประชาชน เมื่อเป็นการตรวจสอบการทำงานเชิงภาครัฐก็ต้องยอมรับคำวิพากษ์วิจารณ์ให้ได้ เพราะไม่เช่นนั้นก็จะถูกมองว่าภาครัฐพยายามใช้กฎหมายส่วนนี้ในการปิดปากประชาชน

ทนายอั๋น นำทีม สว สำรอง บุก กกต เร่งวินิจฉัยข้อร้องเรียน ตรวจสอบกลุ่มการเมือง

ทนายอั๋น นำทีม สว สำรอง บุก กกต เร่งวินิจฉัยข้อร้องเรียน ตรวจสอบกลุ่มการเมือง

ทนายอั๋น นำทีม สว สำรอง บุก กกต เร่งวินิจฉัยข้อร้องเรียน ตรวจสอบกลุ่มการเมือง

วันอังคาร ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.45 น.

นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” นำคณะกลุ่มสมาชิกวุฒิสภา (สว.) สำรอง แถลงข่าวที่สำนักงาน คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรียกร้องให้เร่งรัดการพิจารณาข้อร้องเรียนเกี่ยวกับกระบวนการเลือก สว. และตรวจสอบประเด็นที่เกี่ยวข้องกับบุคคลทางการเมือง

นายภัทรพงศ์ กล่าวถึงกรณีของ อนุทิน ชาญวีรกูล ที่มีการย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านในจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นพื้นที่ตั้งเขากระโดง พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงการใช้ประโยชน์พื้นที่รันเวย์ซึ่งอยู่ในแนวถนนหลวงขององค์การบริหารส่วนตำบลแห่งหนึ่งในอำเภอปากช่อง โดยเห็นว่าอาจเข้าข่ายเอื้อประโยชน์ส่วนตัว และควรได้รับการตรวจสอบอย่างรอบคอบ รวมถึงอาจเสนอเรื่องให้ ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาวินิจฉัย

ทนายอั๋น
ทนายอั๋น
ทนายอั๋น
ทนายอั๋น
ทนายอั๋น

‘อาสาส้ม’ หรือ ‘อาสาเสี่ยง’? ยุทธศาสตร์เพ้อฝันบนความไร้เดียงสา

'อาสาส้ม' หรือ 'อาสาเสี่ยง'? ยุทธศาสตร์เพ้อฝันบนความไร้เดียงสา

‘อาสาส้ม’ หรือ ‘อาสาเสี่ยง’? ยุทธศาสตร์เพ้อฝันบนความไร้เดียงสา

วันอังคาร ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.45 น.

พรรคประชาชนเพิ่งผ่านพ้นพายุการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 มาด้วยสภาพที่สะบักสะบอมพอสมควร ตัวเลข 118 ที่นั่งพร้อมตำแหน่งพรรคอันดับสอง คือเครื่องยืนยันชั้นดีว่า “กระแสส้ม” ที่เคยเป็นแรงส่งสำคัญในอดีตได้จางหายไปเกือบหมดสิ้น

สิ่งที่เหลือทิ้งไว้คือโจทย์ใหญ่เรื่องความพ่ายแพ้ในพื้นที่เขต ซึ่งพรรคพยายามแก้เกมด้วยยุทธศาสตร์สร้างเครือข่าย “อสส.” หรือ “อาสาส้ม” ให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ เพื่อหวังงัดกับอิทธิพลของ “บ้านใหญ่” ที่หยั่งรากลึกมาอย่างยาวนาน 

แต่ยุทธศาสตร์ดังกล่าวกำลังเผยให้เห็นถึงความเพ้อฝันที่แทบเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ

การวิเคราะห์ว่าพ่ายแพ้เพราะ “ระบบอุปถัมภ์ผ่านเครือข่ายบ้านใหญ่” สะท้อนชัดว่าแกนนำพรรคมองการเมืองผ่านทฤษฎีมากกว่าข้อเท็จจริงในพื้นที่ เพราะในความเป็นจริง ระบบที่ถูกตีตรานี้คือ “กลไกความอาทร” ที่ชาวบ้านพึ่งพาอาศัยกันมานาน ตั้งแต่บรรเทาทุกข์ยามน้ำท่วม ไปจนถึงการดูแลภาระหนี้สินส่วนบุคคล

นี่คือ “ธรรมาภิบาลแบบถึงลูกถึงคน” ที่ซื้อไม่ได้ด้วยวาทกรรมสวยหรู เมื่อกระแสจางหายไปในปี 2569 สิ่งที่ปรากฏชัดคือ “เนื้อแท้” ของตัวบุคคลที่พึ่งพาไม่ได้ในยามยาก จนนำไปสู่ความพ่ายแพ้ในที่สุด

การสร้าง “อาสาส้ม” ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจ ย่อมเกิดคำถามว่าจะมีใครสละเวลามาทำงานให้พรรคฟรีๆ ได้จริง?

เมื่อพิจารณาจากภารกิจที่พรรคมอบหมาย ตั้งแต่การเป็นหูเป็นตาเฝ้าระวังการทุจริต การทำหน้าที่ “กระบอกเสียง” ชี้แจงนโยบายระดับหมู่บ้าน ไปจนถึงการเก็บข้อมูลพื้นฐานของชาวบ้านเพื่อนำมาวิเคราะห์การเมืองเชิงลึก ล้วนเป็นงานที่ต้องใช้ทั้งเวลาและความทุ่มเทอย่างสูง

หากคนเหล่านั้นไม่ใช่กลุ่มที่มีอุดมการณ์จนลืมปากท้อง ก็เสี่ยงที่จะเป็นกลุ่ม “วาระซ่อนเร้น” ที่ใช้เสื้อส้มเป็นใบเบิกทางสร้างบารมี หรือแสวงหาผลประโยชน์ในพื้นที่แทน เพราะอาสาฟรีที่ไม่มีผลตอบแทนในระดับฐานราก เป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ในการเมืองไทย

สิ่งที่น่ากังวลกว่าคือ “ความเสี่ยง” ที่พรรคจะควบคุมตัวละครเหล่านี้ไม่ได้ ดังบทเรียนราคาแพงจากตัวผู้สมัคร สส. ของพรรคเอง ทั้งคดีฟอกเงิน เว็บพนันออนไลน์ ไปจนถึงคดีฉาวทางเพศที่ศาลพิพากษาจำคุก

หากพรรคไม่สามารถคัดกรองแม้กระทั่งคนระดับ สส. ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเปิดรับอาสาสมัครนับหมื่นคนมาทำหน้าที่ “ตัวแทนพรรค” ในชุมชน จะไม่ยิ่งเป็นการเปิดประตูรับกลุ่มอิทธิพลสีเทาเข้ามาสวมรอยใช้ชื่อเสียงพรรคเป็นเกราะคุ้มกันผิดกฎหมายหรือ?

ยุทธศาสตร์“อาสาส้ม” สะท้อนการแก้ปัญหาแบบ “ทางลัด” แทนที่จะบ่มเพาะผู้สมัครให้ฝังตัวกับชาวบ้าน พรรคกลับเลือกสร้างกองทัพอาสาขึ้นมาสู้กับบ้านใหญ่ที่ดูแลพื้นที่มานานหลายสิบปี

พรรคอาจลืมบทเรียนเรื่อง “หมู่บ้านเสื้อแดง” ที่เคยสร้างรอยร้าวและจุดชนวนความแตกแยกในชุมชน การฝังตัวละครทางการเมืองลงไปในหมู่บ้านเช่นนี้ คือการประเมินคู่ต่อสู้ต่ำไป และมองข้ามสติปัญญาประชาชนที่ย่อมดูออกว่าใครเข้ามาด้วยความจริงใจ หรือใครเข้ามาเพียงเพราะหน้าที่ชั่วคราว

ขณะเดียวกัน วาทกรรมที่ว่า “สส. ไม่มีหน้าที่พัฒนาจังหวัด แต่มีหน้าที่ออกกฎหมาย” ได้กลายเป็นดาบที่ย้อนมาทิ่มแทงความนิยมของพรรคเอง ในสังคมไทย สส. คือผู้แทนที่ต้องพึ่งพาได้ในทุกมิติ การตัดขาดสายสัมพันธ์นี้ด้วยข้ออ้างทางกฎหมาย คือช่องว่างสำคัญที่ทำให้บ้านใหญ่เข้าไปเติมเต็มได้ง่ายขึ้นและมั่นคงกว่าเดิม

ความดื้อรั้นที่จะกอดอุดมคติบนกระดาษมากกว่าการก้มลงมองดิน คือสัญญาณเตือนภัยว่าพรรคประชาชนกำลังก้าวเข้าสู่ “ยุคเสื่อมถอย” อย่างเต็มรูปแบบ ยุทธศาสตร์ “อาสาส้ม” คือการเดินหมากที่ขาดความเข้าใจในโลกการเมืองที่สุดเท่าที่เคยมีมา

บทเรียนสีเทาจากอดีตไม่เคยสร้างความตระหนักรู้ให้พรรคได้เลย ความตกต่ำนี้จะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเมื่ออาสาสมัครนับหมื่นกลายเป็น “ระเบิดเวลา” กระจายอยู่ทุกหมู่บ้าน เมื่อแบรนด์สีส้มถูกเปลี่ยนเป็นเครื่องมือของมิจฉาชีพ พรรคจะเหลือเครดิตอะไรไปพูดเรื่องความสะอาดบริสุทธิ์ได้อีก?

การพยายามสู้กับระบบอุปถัมภ์ด้วยกองทัพอาสาที่ยังขาดระบบคัดกรองที่วางใจได้ คือการการันตีความพ่ายแพ้ล่วงหน้า เพราะขนาดระดับตัวแทนพรรคที่ต้องสกรีนอย่างหนัก ยังปล่อยให้คนสีเทาหลุดรอดเข้าไปสร้างมลทินได้ ยิ่งเมื่อขยายจำนวนเป็นหมื่นคน อุดมการณ์ที่จับต้องไม่ได้จะกลายเป็นเพียงเศษผงที่ปลิวหายไป

ผลการเลือกตั้งปี 2569 คือคำพิพากษาที่บอกชัดว่า ประชาชนต้องการคนที่เข้าใจหัวใจของความเป็นมนุษย์ ไม่ใช่คนที่ขังตัวอยู่กับทฤษฎี หากพรรคยังเดินหมากผิดซ้ำซาก ความล่มสลายทางการเมืองก็ไม่ใช่เรื่องที่ไกลเกินเอื้อม.

ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์

‘อรรถกร’ โยน ‘ธรรมนัส’ เคลียร์ปมดีลร่วมรัฐบาล ‘ภูมิใจไทย’ ยัน 58 เสียง พร้อมทำตามมติพรรค

‘อรรถกร’ โยน ‘ธรรมนัส’ เคลียร์ปมดีลร่วมรัฐบาล ‘ภูมิใจไทย’ ยัน 58 เสียง พร้อมทำตามมติพรรค

‘อรรถกร’ โยน ‘ธรรมนัส’ เคลียร์ปมดีลร่วมรัฐบาล ‘ภูมิใจไทย’ ยัน 58 เสียง พร้อมทำตามมติพรรค

วันอังคาร ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.41 น.

“อรรถกร”โยนถาม“ธรรมนัส”ความชัดเจนร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย มั่นใจการตัดสินใจ ยันพร้อมเป็นหมด ฝ่ายรัฐบาล-ฝ่ายค้าน 

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 11.10 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะนายทะเบียนพรรคกล้าธรรม(กธ.) กล่าวถึงความชัดเจนในการร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย(ภท.)ว่า ต้องถามร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกธ. เมื่อถามถึงกระแสข่าวมีการปิดดีลจัดตั้งรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว นายอรรถกร กล่าวว่า ตนไม่ทราบ แต่ยืนยันว่าพรรคกธ.ทั้ง 58 คน รวมถึงบุคลากรทางการเมืองทุกคนมั่นใจในการตัดสินใจของร.อ.ธรรมนัส ที่จะนำทีมพรรคกธ.

เมื่อถามว่า พรรคกธ.พร้อมที่จะเป็นฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านใช่หรือไม่ นายอรรถกร กล่าวว่า เรามั่นใจในบุคลากรที่มาเป็นตัวแทนของพรรคการทำงานอยู่แล้ว ดังนั้นไม่ว่าจะทำงานฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้านก็สามารถทำได้ ถ้าเป็นรัฐบาลก็ดี แต่ถ้าเป็นฝ่ายค้านเราก็ค้านแบบมีเหตุผล เมื่อถามว่า หากร.อ.ธรรมนัส กลับมาจากการดูแสงเหนือจะนัดหารือกันหรือไม่ นายอรรถกร กล่าวว่า ตนไม่ได้พูดคุยกับร.อ.ธรรมนัส มา 2-3 วันแล้ว ก็คิดถึงท่านเหมือนกัน แต่ก็ไม่อยากรบกวน

รุทธพล รับยังไม่มีใคร ประสานให้ร่วมรัฐบาลต่อ

รุทธพล รับยังไม่มีใคร ประสานให้ร่วมรัฐบาลต่อ

รุทธพล รับยังไม่มีใคร ประสานให้ร่วมรัฐบาลต่อ

วันอังคาร ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.36 น.

“รุทธพล” รับ ยังไม่มีใครประสาน ร่วมรัฐบาลต่อหรือไม่

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569  ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงความคืบหน้าว่าจะได้ดำรงตำแหน่งต่อในรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล หรือไม่ ว่า ตอนนี้ยังไม่มีใครติดต่อ ถ้าจะไปต่อคือไปประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้

เมื่อถามว่าพร้อมทำงานต่อหรือไม่หากนายอนุทิน ทำการทาบทาม พลตำรวจโท รุทธพล กล่าวว่า เรื่องนี้ยังอีกหลายขั้นตอน แต่ยังไม่มีท่านใดประสานมา.

รมว.ยธ. ยัน ไม่พบนักการเมือง เอี่ยวแก๊งสแกมเมอร์ ปัดตอบปมหมายจับ เบน สมิธ ชี้อยู่ในสำนวน

รมว.ยธ. ยัน ไม่พบนักการเมือง เอี่ยวแก๊งสแกมเมอร์ ปัดตอบปมหมายจับ เบน สมิธ ชี้อยู่ในสำนวน

รมว.ยธ. ยัน ไม่พบนักการเมือง เอี่ยวแก๊งสแกมเมอร์ ปัดตอบปมหมายจับ เบน สมิธ ชี้อยู่ในสำนวน

วันอังคาร ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.27 น.

“รุทธพล” เผยไม่พบนักการเมืองเอี่ยว ”แก๊งสแกมเมอร์ บอกคดี “เบนสมิธ -ชนนพัฒฐ์”อยู่ในสำนวนไม่สามารถเปิดเผยได้ ด้านตัวแทนช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมออนไลน์ ขอบคุณ นายกฯอนุทิน ผู้อยู่เบื้องหลังยึดทรัพย์คืนผู้เสียหายกว่าหมื่นล้าน 

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.20 น. ที่ทำเนียบ นายยศวินทร์ เพียรพิทักษ์ ตัวแทนช่วยเหลือเหยื่อคอลเซนเตอร์กล่าว ภายหลังเข้าพบ พลตำรวจโทรุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยมีการยื่นหนังสือขอบคุณรัฐบาล และขอบคุณนายกรัฐมนตรี 

นายยศวินทร์ เปิดเผยว่า ในฐานะหนึ่งตัวแทนผู้เสียหายจากการช่วยเหลือกลุ่มเหยื่อสแกมเมอร์ วันนี้ขอบคุณนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพราะในคดีนี้ทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ได้ยึดทรัพย์ ซึ่งความจริงแล้วเบื้องหลังการทำงานที่ทำให้มีความคืบหน้าได้เพราะนายกรัฐมนตรีมีความจริงจัง จนทำให้สามารถยึดทรัพย์ผู้กระทำผิดได้กว่า 13,000 ล้านบาท

ด้านพลตำรวจโทรุทธพล กล่าวต่อว่า หลังได้รับหนังสือและได้พูดคุยเบื้องต้นว่าปัญหาส่วนหนึ่งผู้เสียหายได้รับผลกระทบจากการถูกหลอก และธนาคารก็ที่มีการฟ้องร้องและอายัดทรัพย์ ซึ่งในกรณีที่ไม่สามารถผ่อนชำระได้ จึงเป็นอำนาจหน้าที่ของกระทรวงยุติธรรมและกรมคุ้มครองสิทธิ์ที่วันนี้จะต้องเข้ามาดูแลแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนในส่วนของหนี้สิน ก่อนศาลจะมีคำพิพากษา จากนั้นกรมบังคับคดีจะช่วยมาดูแลในเรื่องของหนี้สินของประชาชนหลังศาลมีคำพิพากษา มีความเห็นว่าจะเอาปัญหาของผู้เสียหายที่ได้รับผลกระทบจากสแกมเมอร์และอาชญากรรมออนไลน์ มาเข้าสู่ระบบของกรมคุ้มครองสิทธิ์ เพื่อช่วยเหลือประสานเยียวยาในเรื่องของการเฉลี่ยทรัพย์คืนในทันที

สำหรับในส่วนของคดีคดีอาญาจะมีการนำตัวผู้กระทำผิด มาลงโทษไม่ได้มีการปล่อยปละละเลย พร้อมยืนยันว่าไม่ได้ทอดทิ้ง ว่าจากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบว่ามีนักการเมืองเกี่ยวข้องด้วย

เมื่อถามว่าในส่วนของคดีนาย เบน สมิธ อยู่ในขั้นตอนการรวบรวมพยานหลักฐานว่าจะสามารถออกหมายจับได้เลยหรือไม่ รวมจะเป็นตัวการหรือผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดหรือไม่ รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า เรื่องนี้อยู่ในสำนวนไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้  รวมไปถึงในเรื่องของนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ว่าที่ สส. สงขลาเขต 4 พรรคกล้าธรรม ที่จะมีในเรื่องของการยึดทรัพย์สินหรือไม่เรื่องนี้ก็ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้เพราะอยู่ในสำนวนการสอบสวน

เลขาฯ ครม. โยนรัฐบาลตอบ! ปมงบเลือกตั้งใหม่หากเป็นโมฆะ ยันที่ประชุมไม่เคยถกเรื่องนี้

เลขาฯ ครม. โยนรัฐบาลตอบ! ปมงบเลือกตั้งใหม่หากเป็นโมฆะ ยันที่ประชุมไม่เคยถกเรื่องนี้

เลขาฯ ครม. โยนรัฐบาลตอบ! ปมงบเลือกตั้งใหม่หากเป็นโมฆะ ยันที่ประชุมไม่เคยถกเรื่องนี้

วันอังคาร ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.17 น.

เลขา ครม. โยนถาม ครม. หากการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะมีงบประมาณการเลือกตั้งใหม่หรือไม่ เผยครม. ไม่มีการพูดคุยเรื่องปัญหาการเลือกตั้ง 

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นางณัฐฏ์จารี อนันตศิลป์ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ กรณีหากการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ จะมีงบประมาณในการจัดการเลือกตั้งใหม่หรือไม่ว่า ต้องถามรัฐบาล ซึ่งในที่ประชุม ครม. ไม่เคยมีการพูดคุยในเรื่องเกี่ยวกับปัญหาการเลือกตั้ง รวมถึงไม่มีการพูดคุยประเด็นบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ด คิวอาร์โค้ด ที่เป็นข้อวิจารณ์ถกเถียงกันว่าจะทำให้การลงคะแนนเลือกตั้งนี้เป็นไปโดยลับหรือไม่ 

นายกฯ นำถก ครม. โยน สธ. แจงปม หมอยง กังวลเสือเชียงใหม่ตาย 72 ตัว

นายกฯ นำถก ครม. โยน สธ. แจงปม หมอยง กังวลเสือเชียงใหม่ตาย 72 ตัว

นายกฯ นำถก ครม. โยน สธ. แจงปม หมอยง กังวลเสือเชียงใหม่ตาย 72 ตัว

วันอังคาร ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.10 น.

นายกฯ นำถก ครม. โยน สธ. แจงปม “หมอยง” กังวลเสือเชียงใหม่ตาย 72 ตัว เกี่ยวไข้หวัดนกหรือไม่ ด้าน “พัฒนา” เผย กรมควบคุมโรคอยู่ระหว่างสอบสวนโรค 

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนการประชุมผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกรณีเสือ ที่ จ.เชียงใหม่ ตาย 72 ตัว โดยนพ.ยงค์ ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลีนิค คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แสดงความกังวลถึงความเสี่ยงว่าจะเกิดจากได้รับเชื้อไข้หวัดนก H5N1  นายอนุทิน ตอบเพียงสั้นๆ ว่า ให้กระทรวงสาธารณสุข เป็นคนดำเนินการเรื่องนี้ 

ด้านนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข ปฏิเสธให้สัมภาษณ์กรณีดังกล่าว โดยระบุว่า ขณะนี้กรมควบคุมโรคกำลังดูแลสอบสวนโรคอยู่  ยังไม่ขอลงรายละเอียด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันนี้มี ครม.ลาประชุม 3 คน ได้แก่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรมว.เกษตรและสหกรณ์ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ และนายอัครา พรหมเผ่า รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศก่อนการประชุม ครม.ด้วยว่า นายภูมิ สวัสดี สมาชิกพรรครักชาติ นำคณะ ยื่นหนังสือถึง น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม เกี่ยวกับการทำงานเชิงรุก ในการสื่อสารในเรื่องมรดกทางวัฒนธรรมของประเทศไทย โดยมีนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนรับมอบ

นายภูมิ กล่าวว่า ขอให้รัฐบาลทำงานเชิงรุก และสื่อสารให้ชัดเจนเกี่ยวกับวัฒนธรรมไทย เนื่องจากมีประเทศเพื่อนบ้านพยายามเคลมวัฒนธรรมไทย ซึ่งไม่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์มาสนับสนุน ทั้งที่วัฒนธรรมไทยได้มีการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโก พร้อมขอให้สนับสนุนภาคเอกชนทำเอ็นเตอร์เทนเม้นท์เทอม เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมไทยต่อสายตานานาชาติ

ด้านนายภราดร รับหนังสือพร้อมกล่าวขอขอบคุณพรรครักชาติที่แม้ว่าในสนามเลือกตั้งจะสิ้นสุดลงไปแล้ว แต่กิจกรรมทางการเมืองและแนวคิดทางการเมืองที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ ก็ยังคงติดตามและนำเสนอแนวทางที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ 
 

เลขา สมช. เผยต่ออายุแรงงาน กัมพูชา หากผ่านบอร์ด ก.แรงงาน เข้า ครม.ได้เลย

เลขา สมช. เผยต่ออายุแรงงาน กัมพูชา หากผ่านบอร์ด ก.แรงงาน เข้า ครม.ได้เลย

เลขา สมช. เผยต่ออายุแรงงาน กัมพูชา หากผ่านบอร์ด ก.แรงงาน เข้า ครม.ได้เลย

วันอังคาร ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.06 น.

“เลขา สมช.” บอกยังไม่กำหนดวันถก สมช. ชุดใหญ่ เผยต่ออายุแรงงาน “กัมพูชา” หากผ่านบอร์ด “ก.แรงงาน” นำเข้า ครม.ได้เลย 

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา09.50 น.. นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช.กล่าวถึงการประชุม สมช. เพื่อประเมินสถานการณ์ความมั่นคงรอบประเทศว่า ตอนนี้นายกรัฐมนตรี ยังไม่ส่งสัญญาณ 

เมื่อถามย้ำว่า ต้องรอให้นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ กลับมาจากการเข้าร่วมประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ที่เจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ หรือไม่ เลขา สมช. ยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่ได้กำหนดอะไร  สมช. อยู่ระหว่างการประมวลข้อมูล เพื่อเตรียมข้อเท็จจริงนำเข้าการพิจารณา แต่ยืนยันว่า ยังไม่มีมีการกำหนดวัน 

ผู้สื่อข่าวถามถึงเรื่องของการต่ออายุแรงงานชาวกัมพูชา 100,000 คน ที่อยู่ระหว่างรอหน่วยงานความมั่นคงอนุมัตินั้น เลขา สมช.กล่าวว่า ขณะนี้ทราบว่า อยู่ในคณะกรรมการบริหารแรงงานต่างด้าวของกระทรวงแรงงานแล้ว และมีหน่วยงานความมั่นคงอยู่ในคณะกรรมการดังกล่าวด้วย ซึ่งกำลังดำเนินการพิจารณา 

ส่วนจะต้องนำเข้าที่ประชุม สมช. หรือที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เลขา สมช. กล่าวว่า ขอไปประสานงานกับกระทรวงแรงงานก่อน ซึ่งหากผ่านกลไกของกระทรวงแรงงานที่มีหน่วยงานความมั่นคงอยู่ครบ และมีมติก็สามารถดำเนินการเสนอที่ประชุม ครม. ต่อไปได้

เมื่อถามว่า หากดูจากสถานการณ์ความมั่นคงปัจจุบันนี้ ต้องดำเนินการประชุม สมช. เร่งด่วนหรือไม่ เลขา สมช. ยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่มีเนื่องจากรัฐบาลรักษาการ ซึ่งเป็นหน้าที่ของหน่วยงานความมั่นคงทุกหน่วยอยู่แล้วในการติดตามงานด้านความมั่นคง 

เมื่อถามว่าจะต้องรอการประชุมหลังมีรัฐบาลหรือไม่นั้น เลขา สมช. กล่าวว่า ขอประสานงานกับหน่วยงานภายในก่อน 

เมื่อถามย้ำว่า นายกรัฐมนตรียังไม่ส่งสัญญาณเรียกประชุม สมช. ใช่หรือไม่ เลขา สมช.กล่าวว่า ก็ขึ้นอยู่กับทาง สมช. ด้วยที่จะเสนอเรื่อง 

เมื่อถามว่า ในระหว่างรอรัฐบาลชุดใหม่ ไม่มีความจำเป็นจะต้องเรียกประชุม สมช. ชุดใหญ่ใช่หรือไม่ เลขา สมช.กล่าวว่า หากมีเรื่องสำคัญเร่งด่วนสามารถประชุมได้ ไม่มีข้อห้าม