โต้ลั่นภรรยาไม่เกี่ยว ปลัดมท.ด่าชั่ว ชี้เป็นแผนดิสเครดิต

โต้ลั่นภรรยาไม่เกี่ยว  ปลัดมท.ด่าชั่ว  ชี้เป็นแผนดิสเครดิต

โต้ลั่นภรรยาไม่เกี่ยว ปลัดมท.ด่าชั่ว ชี้เป็นแผนดิสเครดิต

วันจันทร์ ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

โต้ลั่นภรรยาไม่เกี่ยว ปลัดมท.ด่าชั่ว ชี้เป็นแผนดิสเครดิต ขู่ต้องได้ผลกรรม3-7วัน ใช้ก.ม.จัดการขั้นเด็ดขาด คุมเข้มห้องเก็บผลสอบ

“อรรษิษฐ์” ปลัดมท.ออกโรงยัน “ภรรยา” บริสุทธิ์ ไร้เอี่ยวคดีทุจริตสอบท้องถิ่น ชี้เป็นกระบวนการดิสเครดิต กลบข่าวเดินหน้าฟันคนโกง เอาผิดผู้บงการถึงที่สุด ขอให้เชื่อมั่นจะเอาคนผิดมาลงโทษให้ได้ ลั่นตั้งแต่นั่งผู้ว่าฯ-ปลัดกระทรวง ขึ้นสู่ตำแหน่งด้วยความสามารถ แช่งคนชั่วต้องได้รับผลกรรม

28มิ.ย.2569 เมื่อเวลา11.25น. ที่กระทรวงมหาดไทย(มท.) นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย แถลงชี้แจงกรณีที่เพจ CSI LA ออกมาปล่อยคลิปเสียง โดยอ้างว่าภรรยาปลัดกระทรวงมหาดไทยเกี่ยวข้องกับกระบวนการทุจริตสอบบรรจุท้องถิ่น ณ ห้องประชุมราชสีห์ ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยยืนยันว่า ตลอดชีวิตของตนรับราชการด้วยความซื่อสัตย์และขึ้นสู่ตำแหน่งด้วยความสามารถในการทำงานมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก รองปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมพัฒนาชุมชน อธิบดีกรมการปกครอง และ ปลัดกระทรวงมหาดไทย

ภรรยาทำงานบริษัทต่างชาติ

ส่วนประวัติภรรยาของตนนั้น ภรรยาตนทำงานอยู่ในบริษัทต่างชาติ และได้รับการยอมรับในฝีมือการทำงาน ซึ่งไม่คุ้นเคยกับระบบการเมืองและระบบราชการแบบบ้านเรา พร้อมยืนยันด้วยเกียรติของปลัดกระทรวงมหาดไทย ว่าข้อมูลต่างๆที่เผยแพร่ว่ามีความเชื่อมโยงกับผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเป็นเท็จทั้งสิ้น ซึ่งตนเชื่อมั่นในหลักธรรม ว่าผู้จงใจกล่าวเท็จ หรือ ทำผิดแล้วจงใจปฏิเสธ จะได้รับผลชั่วนั้นภายใน 3-7 วันอย่างแน่นอน ฉะนั้นตนจะบังคับใช้กฎหมายในทุกกรณีไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำงาน หรือ เรื่องส่วนตัว เพื่อความถูกต้องและชอบธรรม

เมื่อถามว่ามองว่าเป็นการเลื่อยเก้าอี้ปลัดกระทรวงมหาดไทยหรือไม่ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ตนในฐานะปลัดกระทรวงมหาดไทย เติบโตรับราชการตามลำดับ ซึ่งเป็นที่ทราบดีว่าตนไม่เคยทำอะไรที่ไม่ถูก หรือ มีเรื่องที่ไม่ถูกต้อง แต่เมื่อมีข่าวออกมาเกี่ยวกับการทุจริตการสอบท้องถิ่น ตนเป็นคนแรกที่ตัดสินใจ และปรึกษาหารือกับนายกรัฐมนตรี โดยให้อธิบดี สถ. มาประจำที่กระทรวง พร้อมกับตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่อง โดยมีรองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ดำเนินการให้แล้วภายใน 7 วัน นอกจากนี้ ตนได้แจ้งไปยัง สถ. ให้เฝ้ารักษาสถานที่ราชการสำคัญ ซึ่งเมื่อวานนี้นายกรัฐมนตรีได้ไปลงพื้นที่ไปตรวจ ก่อนเดินทางไปยังฝรั่งเศส พร้อมกำชับว่าให้ทำงานให้โปร่งใสและให้ประชาชนเชื่อมั่นมากที่สุด เพราะเรื่องดังกล่าวถือเป็นเรื่องใหญ่มากและเป็นศักดิ์ศรีของกระทรวงมหาดไทยโดยตรง

“ผมย้ำว่าต้องทำเรื่องนี้ให้จบในทุกประเด็น จึงขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นว่าเราจะทำเรื่องนี้ให้สำเร็จ และนำผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้” นายอรรษิษฐ์ กล่าว

ไม่ให้ราคากับคลิปฉาว

เมื่อถามว่า มองว่าเป็นความพยายามเล่นเชื่อมโยงทางการเมืองหรือไม่ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า คลิปที่ออกมาทุกคนทราบดีว่ามาจากต่างประเทศ และอ้างถึงภรรยาของตนว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ยืนยันว่าประวัติของภรรยาไม่มีความเชื่อมโยงอะไรกับราชการ จึงตั้งข้อสังเกตว่าเป็นความพยายามเผยแพร่ออกมากลบข่าวอื่นหรือไม่ เพื่อให้ผู้สื่อข่าวหันเหประเด็นมาที่ตนแทน ทั้งที่การกล่าวหาดังกล่าวไม่มีหลักฐานแน่ชัด ตนจึงไม่ให้ค่าอะไร แต่อย่างไรก็จะต้องหาผู้ที่กระทำผิดมาลงโทษให้ได้ ยืนยันว่าตนไม่รู้จักกับบุคคลในคลิปเสียง และการที่พูดถึงผู้ใหญ่บ้านเมืองก็ทำให้บุคคลดังกล่าวเสียหาย

เมื่อถามถึงกรณีที่เกิดคลิปดังกล่าวขึ้น เป็นเพราะได้โยกย้ายรองผู้ว่าราชการจังหวัด ภูเก็ตจนกลายเป็นเป้าโจมตีหรือไม่ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่าขอให้ไปสอบถามคนที่ทำว่ามีวัตถุประสงค์อะไร แต่ หน้าที่ของตนคือต้องทำให้ทุกอย่างคลี่คลาย ซึ่งตนเป็นผู้โยกย้ายรองผู้ว่าราชการจังหวัดทั้งสองคน เพราะเมื่อเกิดปัญหาแล้วไม่ถูกแก้ไขและนายกรัฐมนตรีก็เห็นด้วย จึงเชื่อว่าทุกอย่างจะดีขึ้นเรื่อยเรื่อยอย่างแน่นอน

แฉมีคนดิสเครดิต

เมื่อถามว่าได้พูดคุยกับภรรยาแล้วหรือไม่ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ตนบอกกับภรรยาว่าเป็นภรรยาของปลัดกระทรวงไม่ใช่เรื่องที่ง่าย บางทีปลัดก็โดนภัยรุมเร้า หรือ โดนทำร้ายบ้าง บางทีทำร้ายปลัดไม่ได้ก็ไปหาคนใกล้ตัวปลัด ซึ่งตนก็ได้ให้กำลังใจว่านี่แหละภรรยาปลัดกระทรวงมหาดไทย เพราะมีคนไม่หวังดีกับตนที่จะพยายามมุ่งหวังดิสเครดิต

เมื่อถามว่าเป็นเพราะปัญหาความขัดแย้งภายในกระทรวงมหาดไทยใช่หรือไม่ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ยืนยันว่า ชีวิตตนไม่เคยมีความขัดแย้งกับใคร ทำงานด้วยหน้าที่รับผิดชอบ ตั้งแต่ตำแหน่งเล็กๆ ฉะนั้นความขัดแย้งถ้าจะเกิดขึ้น อาจเกิดจากคนอื่นๆที่อาจชักนำ หรือ เสี้ยม แต่ถ้ามีสติและคิดได้ ว่าเราอยู่ในตำแหน่งหน้าที่ที่สำคัญและทำงานเพื่อประชาชน ก็อย่าไปคิด ให้คิดแต่เรื่องของตัวเองเป็นหลักเพราะนี่คือหน้าที่

“ตั้งแต่วันแรกที่สอบรับราชการเข้ามา ไม่มีใครรู้ ว่าสุดท้ายจะอยู่ที่ตำแหน่งอะไร แต่เมื่อ ทำงานมาเรื่อยๆก็ทำให้บางคนเติบโต เพราะยึดตามพระราโชบาย เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา และ รู้รักสามัคคี ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดสำหรับองค์กร ใครก็ตามที่ทำลายความสามัคคี สร้างความแตกแยกภายในองค์กร คนนั้นจะต้องได้รับผลกรรมในอนาคตอย่างแน่นอน“ นายอรรษิษฐ์ กล่าว

คุมเข้มห้องผลสอบท้องถิ่น

นายอรรษิษฐ์ ยังกล่าวถึงความคืบหน้าในการสอบสวนกระบวนการทุจริตสอบแข่งขัน เพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการท้องถิ่น ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นว่า ตามที่ได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน ได้มีข้อมูลเพิ่มขึ้น และ พร้อมที่จะรายงานเมื่อครบกำหนดต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อที่จะนำผลสอบข้อเท็จจริงไปสู่การขยายผล ซึ่งจะต้องทำเรื่องนี้ให้ชัดเจนและโปร่งใสที่สุด เพื่อให้พี่น้องประชาชนมีความเชื่อมั่นในการทำงานของกระทรวงมหาดไทย และเชื่อมั่นว่าเราทำงานอย่างเต็มที่

เมื่อถามว่า นายกฯ ได้ให้กำชับอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า หลังจากเมื่อคืนนี้ วันที่ 27 มิ.ย. ได้เดินทางไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ด้วยตนเอง เพื่อติดตามมาตรการรักษาความปลอดภัยในการเก็บรักษาเอกสารและไฟล์ผลการสอบแข่งขันขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ปลัดกระทรวงมหาดไทย ระบุว่า นายกฯ ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างยิ่งและได้สั่งการให้ตนกำชับ สั่ง อส. ไปเฝ้าสถานที่ สำคัญที่เกี่ยวข้องกับกรณีนี้ โดนนายกรัฐมนตรีก็ได้ไปลงพื้นที่ด้วยตัวเองและได้เห็นว่าได้มีการคุ้มกันสถานที่อีกอย่างรอบคอบรัดกุม

ต้องสาวให้ถึงต้นตอ

เมื่อถามถึงกรณีที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยตรวจพบผู้สวมสิทธิสอบราชการ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ยืนยันว่าจะต้องตรวจสอบจนถึงกระบวนการสุดท้าย ให้ถึงต้นตอคนสำคัญ ไม่เอาแค่คนที่เราจับได้ว่าทำความผิด แต่ต้องดูว่าเขาติดต่อกับใครด้วย ใครเกี่ยวข้องต้องโดนทั้งหน้ากระดาน พร้อมย้ำว่า จะดำเนินการเอาผิดทั้งทางวินัยและอาญาควบคู่กันไป

เมื่อถามว่า จะทำอย่างไรให้สามารถกู้วิกฤติศรัทธาของประชาชนกับการสอบข้าราชการท้องถิ่น ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กำลังตรวจสอบดูอยู่ว่ามีจุดใดบ้าง เพราะจากการแจ้งเบาะแสมา ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดก็ทราบ ดีและกำลังดูแลในพื้นที่ของตนเองอยู่ ส่วนผู้ที่เสียหายนั้น ก็ขออย่านิ่งนอนใจและคิดว่าช่างมัน เพราะจะเป็นการปล่อยให้คนชั่วลอยนวล

เมื่อถามว่า กรณีปลัดจังหวัดภูเก็ตถูกควบคุมตัว หากถูกปล่อยตัว จะมีการเรียกมาสอบเพิ่มเติมหรือไม่ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจมีหน้าที่ดูเรื่องคดีอาญา แต่หากมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เขาก็จะส่งข้อมูลมาที่ทางมหาดไทย เพื่อให้กระทรวงสอบสวนต่อว่ามีใครเกี่ยวข้องกับการทุจริตด้วยหรือไม่ ส่วนกรณีที่มีคำสั่งยกเลิกประกาศชะลอการรายงานตัวข้าราชการใหม่ ในวันที่ 1 ก.ค.นี้ โดยให้มารายงานตัวตามปกติ ว่า หากผู้ที่ได้รับสิทธิคัดเลือก ไม่ไปรายงานตัวก็จะถือว่าสละสิทธิ

ยืนยันเอาผิดให้ถึงที่สุด

นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ให้สัมภาษณ์กรณีพบการทุจริตสวมสิทธิสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการของ ปภ.ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ว่า จะดำเนินคดีตามกฎหมาย และขยายผลถึงผู้จ้างวานรวมถึงขบวนการรับจ้างสอบ

นายธีรพัฒน์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 27มิ.ย.เป็นการสอบคัดเลือกข้าราชการของ ปภ.ซึ่งดำเนินการสอบมาตั้งแต่เดือนเมษายน โดยเมื่อวานเป็นการสอบครึ่งวัน มีสนามสอบทั้งหมด 4 แห่ง ตนได้ลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อยทุกสนามสอบ และกำชับให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำทุกศูนย์สอบ เพื่อป้องกันการทุจริตในทุกรูปแบบ ซึ่งระหว่างการสอบคณะกรรมการคุมสอบประจำสนามสอบ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา สังเกตเห็นว่าผู้เข้าสอบรายหนึ่งมีใบหน้าดูสูงวัย ไม่สอดคล้องกับภาพในบัตรประจำตัวประชาชน จึงเกิดข้อสงสัยและแจ้งมายังตน ตนจึงสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาควบคุมหน้าห้องสอบ ไม่ให้บุคคลดังกล่าวออกจากห้องจนกว่าจะสอบเสร็จ เนื่องจากมาตรการสอบของ ปภ.เข้มงวด ผู้เข้าสอบสามารถนำเข้าได้เพียงดินสอ 2B เท่านั้น ภายหลังสอบเสร็จ นายธีรพัฒน์ ระบุว่า บุคคลดังกล่าวอ้างว่าทำคีโม จึงทำให้ใบหน้าเปลี่ยนไป แต่ตนเห็นว่าไม่น่าเป็นเหตุให้เปลี่ยนแปลงจนจำไม่ได้ จึงสั่งตรวจสอบลายนิ้วมือ ก่อนพบว่าเป็นบุคคลอื่นที่มาสอบแทน จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัว และผู้อำนวยการสนามสอบได้ดำเนินคดีตามกฎหมายทันที

นายธีรพัฒน์ กล่าวว่า ได้ประสานตำรวจให้ดำเนินคดีอย่างเคร่งครัด และขยายผลหาต้นตอของขบวนการ เบื้องต้นทราบว่าบุคคลดังกล่าวอาจเคยรับจ้างสอบแทนมาแล้วหลายครั้ง เนื่องจากมีท่าทีค่อนข้างนิ่ง จึงต้องให้ตำรวจสืบสวนว่าผู้ว่าจ้างเป็นใคร พร้อมย้ำว่าเรื่องลักษณะนี้จะปล่อยให้เกิดขึ้นไม่ได้ และ ปภ. ได้วางมาตรการป้องกันอย่างเต็มที่ ส่วนจะประเมินหรือไม่ว่ามีบุคคลอื่นเกี่ยวข้อง นายธีรพัฒน์ กล่าวว่า ปัจจุบันได้ยกระดับมาตรการสอบ โดยกำหนดให้ผู้เข้าสอบสวมเสื้อยืดสีขาวของกรม กางเกงวอร์ม รองเท้าแตะ และนำสัมภาระออกจากตัวทั้งหมด เพื่อป้องกันการส่งสัญญาณหรือการทุจริต ซึ่งที่ผ่านมาเคยตรวจพบและจับกุมได้หลายครั้ง ส่วนกรณีผู้ต้องหารายนี้เคยก่อเหตุลักษณะเดียวกันหรือไม่ เป็นเรื่องในสำนวนที่ตำรวจจะดำเนินการต่อ

ไม่กระทบผู้สอบรายอื่น

ส่วนจะเป็นขบวนการหรือไม่นั้น นายธีรพัฒน์ กล่าวว่า เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบเพียงผู้ต้องหารายเดียว ตนได้เดินตรวจเกือบทุกห้องสอบ การสอบเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่พบความผิดปกติอื่น ขอให้มั่นใจว่า ขณะนี้เป็นกรณีของผู้เข้าสอบแทนเพียงคนเดียว ไม่กระทบผลการสอบของผู้สมัครรายอื่น เพราะเราเตรียมระบบสอบและมาตรการป้องกันมาอย่างรัดกุมทุกขั้นตอน พยายามอุดทุกช่องโหว่ที่อาจเกิดขึ้นให้มากที่สุด เนื่องจากเป็นเรื่องที่สังคมจับตา และเราตั้งใจทำให้ดีที่สุด

ผลเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 69 ‘ชัชชาติ’ นำลิ่ว95% ทุบสถิติเดิมปี 65 ถล่มทลาย

ผลเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 69 'ชัชชาติ' นำลิ่ว95% ทุบสถิติเดิมปี 65 ถล่มทลาย

ผลเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 69 ‘ชัชชาติ’ นำลิ่ว95% ทุบสถิติเดิมปี 65 ถล่มทลาย

วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 22.13 น.

ผลเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 69 “ชัชชาติ” นำลิ่ว 95% ทุบสถิติเดิมชนะถล่มทลาย

28 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวเกาะติดความคืบหน้าผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 ล่าสุดเมื่อเวลา 21.10 น. ที่ผ่านมา การนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการคืบหน้าไปแล้วกว่า 95.0%

ผลปรากฏว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครหมายเลข 9 ยังคงคะแนนนำโด่งเป็นอันดับหนึ่ง กวาดคะแนนเสียงจากคนกรุงไปได้สูงถึง 1,444,914 คะแนน

การเลือกตั้งในครั้งนี้ถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ เนื่องจากคะแนนนิยมของนายชัชชาติได้ทุบสถิติเดิมของการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เมื่อปี 2565 ที่เจ้าตัวเคยทำไว้ในการดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครสมัยแรก

สรุปผลคะแนนเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 69 (อย่างไม่เป็นทางการ ณ เวลา 21.10 น.)

นับคะแนนแล้ว 95.0% อันดับ 1 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ (1,444,914 คะแนน)

เรียกว่า ทุบสถิติคะแนนสูงสุดเดิมปี 2565 ที่เคยได้คะแนนเสียง 1,386,233

สำหรับผลคะแนนอย่างเป็นทางการและการประกาศผลจาก กกต. สามารถติดตามรายงานสดต่อเนื่องได้ที่นี่ https://bangkokvote69.bangkok.go.th/map/map

พรรคส้มแสดงความยินดี ‘ชัชชาติ’ คว้าชัย รับต้องทำงานให้หนักขึ้น ไม่ย่อท้อ-พร้อมพิสูจน์ตัวเอง

พรรคส้มแสดงความยินดี ‘ชัชชาติ’ คว้าชัย  รับต้องทำงานให้หนักขึ้น ไม่ย่อท้อ-พร้อมพิสูจน์ตัวเอง

พรรคส้มแสดงความยินดี ‘ชัชชาติ’ คว้าชัย รับต้องทำงานให้หนักขึ้น ไม่ย่อท้อ-พร้อมพิสูจน์ตัวเอง

วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 21.18 น.

ปชน. ขอบคุณทุกคะแนน-เดินหน้าทำงานต่อ รับผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา แสดงความยินดี ‘ชัชชาติ’ คว้าชัย พร้อมใช้ ส.ก. ผลักดันนโยบายต่อ เดินหน้าตรวจสอบ ดันงบเพื่อคนกรุงเทพฯ รับ ปชน. ต้องทำงานให้หนักขึ้น ไม่ย่อท้อ-พร้อมพิสูจน์ตัวเองให้คนกรุงเชื่อมั่นให้ได้

วันที่ 28 มิถุนายน 2569 เวลา 19.30 น.ที่อาคารอนาคตใหม่ พรรคประชาชน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน, นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พรรคประชาชน และ นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรคประชาชน ร่วมแถลงต่อสื่อมวลชนหลังรับทราบผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. สมาชิกสภา กทม. (ส.ก.) นายกเมืองพัทยา และสมาชิกสภาเมืองพัทยา (ส.ม.) อย่างไม่เป็นทางการ

โดยนายณัฐพงษ์ กล่าวว่า แม้ผลยังไม่ออกมาอย่างเป็นทางการ แต่แนวโน้มจากตัวเลขล่าสุดก็พบว่า ผลในส่วนผู้ว่าฯ กทม. เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ น่าจะได้เป็นผู้ว่าฯ กทม. คนต่อไป จึงขอแสดงความยินดีกับนายชัชชาติ และขอบคุณประชาชนทุกคนที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งทั้งสองสนาม 

ส่วนสนามพัทยา เท่าที่ได้ติดตามล่าสุด พรรคประชาชนยังไม่ได้รับชัยชนะในสนามนายกเมืองพัทยาเช่นกัน แต่ยังคงต้องติดตามผลการเลือกตั้ง ของสมาชิกเมืองพัทยาต่อไป ว่าพรรคประชาชนจะได้กี่ที่นั่งอย่างไร จากนี้ไปพรรคประชาชนยังคงจะเดินหน้าผลักดันวาระที่ก้าวหน้าให้กับเมืองต่อ รวมถึงการผลักดันในการเมืองระดับประเทศด้วย

ด้านชัยวัฒน์ กล่าวว่า ขอขอบคุณพ่อแม่พี่น้องชาวกรุงเทพฯ ทุกคนที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งในวันนี้ ขอบคุณผู้ที่ลงคะแนนเสียงให้กับตนและ ส.ก. ของพรรคประชาชน และขอแสดงความยินดีกับอาจารย์ชัชชาติในฐานะผู้ว่าฯ กทม. สมัยที่ 2  หลังจากนี้เราจะมี ส.ก. ของพรรคประชาชนเข้าไปทำงานในสภา กทม. จึงหวังว่านโยบายที่พรรคประชาชนมุ่งมั่นจะทำให้คุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพฯดีขึ้น จะได้รับการผลักดันต่อไป

นายชัยวัฒน์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของตน จะยังคงมุ่งมั่นตั้งใจทำงาน ทั้งการพัฒนากรุงเทพฯ อย่างที่ได้นำเสนอ นโยบายไป เพื่อเป้าหมายทำให้คุณภาพชีวิตคนกรุงเทพฯดีขึ้น และเป้าหมายในการสร้างการเปลี่ยนแปลงของประเทศไทยให้ก้าวหน้า ไม่ว่าจะอยู่ในบทบาทตำแหน่งใด ตนก็ยินดีจะมุ่งมั่นทำงาน แสดงความตั้งใจให้ประชาชนได้เห็นต่อไป ขอขอบคุณผู้สนับสนุน ทีมงาน และอาสาสมัครที่ช่วยผลักดันให้สามารถผ่านการเลือกตั้งในครั้งนี้มาได้

นายชัยวัฒน์ กล่าวต่อไปว่า การทำงานต่อไปในภายภาคหน้า ยังมีงานที่เกี่ยวข้องกับสภา ไม่ว่าจะเป็นกรรมาธิการต่างๆ ที่ยังสามารถเข้าไปมีบทบาทสนับสนุนการทำงานของพรรคได้ รวมถึงการผลักดันให้นโยบายที่เกี่ยวข้องกับกรุงเทพฯ ที่นำเสนอไปในการเลือกตั้งครั้งนี้ออกมาเป็นรูปธรรม ซึ่งตนจะผลักดันร่วมกับ ส.ก. ที่ผ่านเข้าไปในสภา กทม. ได้

ขณะที่นายพิจารณ์ เลขาธิการพรรค กล่าวว่า จากระบบนับคะแนนภายในล่าสุดเชื่อว่าจำนวน ส.ก. ที่ชนะจะใกล้เคียงหรือว่ามากกว่าจำนวนที่เคยได้เมื่อปี 2565 แต่บทบาทและหน้าที่ของ ส.ก. ไม่ว่าใครจะเป็นผู้ว่าฯ ส่วนหนึ่งคือการผลักดันข้อบัญญัติที่เป็นประโยชน์ต่อคนกรุงเทพฯ เพื่อสร้างระบบที่ดีไม่ว่าใครจะมาเป็นผู้ว่าฯ กทม. ที่มากกว่านั้นคือ การผลักดันงบประมาณเพื่อให้เงินทุกบาทเกิดประโยชน์สูงสุดและคุ้มค่าที่สุด

นอกจากนี้ยังมีเรื่องการตรวจสอบที่ควบคู่ไปกับการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ซึ่งการตรวจสอบฝ่ายบริหารไม่ใช่แค่การตรวจหาการทุจริตเทานั้น แต่รวมไปถึงการตรวจสอบนโยบาย งบประมาณ หรือโครงการที่ตั้งมา ว่าตอบสนองความต้องการหรือแก้ไขปัญหาของประชาชนหรือไม่ ดังนั้น ส.ก. ที่ใกล้ชิดกับประชาชนจะช่วยเป็นเครื่องมือและพาหนะที่จะนำเอาความทุกข์ร้อนของประชาชนเข้าไปพูดในสภา ให้ฝ่ายบริหารได้รับทราบ และผลิตออกมาเป็นโครงการผ่านการใช้จ่ายงบประมาณต่อไป

นายพิจารณ์ กล่าวต่อไปว่า ทุกการเลือกตั้งมีความเป็นไปได้ที่ผลการเลือกตั้งจะออกมาได้ทุกรูปแบบ แม้พรรคประชาชนตั้งแต่เป็นอนาคตใหม่และก้าวไกลจะได้รับโอกาสจากคนกรุงเทพฯ แต่ไม่ได้แปลว่าเราครองทุกเสียงของคนกรุงเทพฯ เป็นหน้าที่ของพรรคประชาชนที่จะต้องพยายามสื่อสารนโยบาย วิสัยทัศน์ และวาระ ว่าเราอยากสร้างกรุงเทพฯ อย่างไร สุดท้ายอยู่ที่ว่าคนกรุงเทพฯ จะให้โอกาสมากพอหรือไม่

“แม้เราจะเคยแลนด์สไลด์ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเราจะเป็นเจ้าของทุกเสียงของประชาชน หน้าที่ของพรรคการเมืองคือการสร้างความไว้วางใจ ทำงานให้หนักยิ่งขึ้น การทำงานท้องถิ่นก็ต้องเดินหน้าทำให้ประชาชนเห็นถึงความตั้งใจมุ่งมั่น การเมืองภาพใหญ่สภาผู้แทนราษฎรก็เช่นกัน” นายพิจารณ์ กล่าว

นายพิจารณ์ กล่าวต่อไปว่า พรรคประชาชนต้องทำงานให้หนักยิ่งขึ้น ทำให้ประชาชนเห็นว่าการเปิดประตูให้พรรคประชาชนได้มีโอกาสเข้าไปบริหารกรุงเทพฯ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง และกล่าวต่อไปว่า วิธีคิดของประชาชนในการใช้สิทธิอาจจะแตกต่างกัน ระหว่างสนามใหญ่กับสนามท้องถิ่น แต่นั่นก็ไม่อาจเป็นคำแก้ตัวได้ พรรคประชาชนต้องทำงานให้เข้มข้นยิ่งขึ้นเรื่องของนโยบายและวาระที่จะเข้าไปผลักดันต่อไป

ชัชชาติ ประกาศชัยชนะ ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ลั่นจะทำให้ดู กรุงเทพฯต้องเป็นเมืองชั้นนำของโลก

ชัชชาติ ประกาศชัยชนะ ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ลั่นจะทำให้ดู กรุงเทพฯต้องเป็นเมืองชั้นนำของโลก

ชัชชาติ ประกาศชัยชนะ ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ลั่นจะทำให้ดู กรุงเทพฯต้องเป็นเมืองชั้นนำของโลก

วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 21.13 น.

”ชัชชาติ“ ประกาศชัยชนะ ขอบคุณทุกคะแนนเสียง บอกดร.โจโทรฝากนโยบาย ลั่นจะทำให้ดู “กรุงเทพฯต้องเป็นขึ้นมาเมืองชั้นนำของโลก”

เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.69 เวลา 20.05 น. ที่สเตเดียมวัน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. แถลงประกาศชัยชนะ จากผลคะแนนที่นำโด่ง มาเป็นอันดับ 1 โดยกล่าวว่า ขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่โหวตให้เราและไม่ได้โหวตให้เรา ซึ่งต้องบอกว่าผู้ว่าฯ กทม. คนต่อไปงานหนักมาก เพราะจะต้องมีภารกิจสำคัญซึ่งได้บอกกับทีมงานว่า งานที่ได้จะหนักกว่าคราวที่แล้ว ต้องตั้งไจทำงานหนักขึ้นกว่าเดิม ซึ่งเราสัญญาว่าจะต้องรับใช้ทุกคนทางที่เลือกเราแล้วไม่เลือกเรา แล้วถ้า กกต. คอนเฟิร์มเรา สิ่งแรกที่ทำก็จะนำแผนทั้ง 260 แผน มาทำเป็นแผนยุทธศาสตร์ และจัดลำดับความสำคัญ  100 วันว่าจะทำอะไรบ้าง แต่ที่แน่ๆคือต้องทำสิ่งที่ยากก่อนเพราะต้องใช้เวลานาน ส่วนสิ่งที่ประชาชนมีความกังวลในช่วงเลือกตั้งเรื่องปัญหาการ ทุจริตจะต้องสร้างความโปร่งใส ซึ่งจะต้องทำให้เข้มข้นต่อไป 

“ทั้งนี้นายชัยวัฒน์ ได้มีการโทรหาผมและได้ฝากนโยบาย  และผมก็ได้ดูนโยบายของผู้สมัครหลายคน ซึ่งมีเรื่องที่ดีอยู่เยอะ โดยดร.โจ ฝากเรื่องศูนย์เด็กเล็ก การป้องกันน้ำท่วม การลอกท่อ ก็อยากให้มีการสานต่อ เราก็ต้องทำต่อ และแม้ว่าจะผ่านการเลือกตั้งมาแล้วทุกคนก็จะเป็นพันธมิตรที่มาช่วย พัฒนากรุงเทพฯต่อ ขอบคุณทีมงานทุกคนที่มาช่วยกัน ซึ่งในเวลาระยะเวลา4ปี ตนจะทำให้ดูว่ากรุงเทพฯจะต้องเป็นเมืองที่ขึ้นมาอยู่ ชั้นนำและสามารถแข่งขันกับเมืองต่างๆทั่วโลกได้” นายชัชชาติ กล่าว

‘มัลลิกา’ ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ย้ำทำดีที่สุดแล้ว พร้อมยินดีผู้ชนะหลังนับคะแนนเสร็จ

‘มัลลิกา’ ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ย้ำทำดีที่สุดแล้ว พร้อมยินดีผู้ชนะหลังนับคะแนนเสร็จ

‘มัลลิกา’ ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ย้ำทำดีที่สุดแล้ว พร้อมยินดีผู้ชนะหลังนับคะแนนเสร็จ

วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 20.27 น.

“มัลลิกา” ขอบคุณทุกคะแนนเสียงของประชาชน  พร้อมให้กำลังใจผู้ชนะและผู้สมัครทั้ง 18 คน ลั่น ทำเต็มที่แล้วต้องยอมรับผล เดินหน้าทำการเมืองต่อหรือไม่ บอกถ้าจะใช้ “มัลลิกา” ต้องใช้วันนี้อย่ารอชาติหน้า ตอนนี้ขอไปทำธุรกิจต่อ วอนนักวิชาการ-สื่อ อย่าวิเคราะห์แทนว่าเอาคะแนนไปต่อยอดตั้งพรรค

วันที่ 28 มิถุนายน 2569 เวลา 19.40 น. ที่ร้านเตี๋ยวในสวน ถ.ระนอง 2 กรุงเทพฯ นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่ากรุงเทพมหานคร แถลงขอบคุณพี่น้องประชาชนชาวกรุงเทพมหานครที่ออกไปใช้สิทธิ์และทุกคะแนนเสียงที่ส่งสัญญาณในการให้ตนได้คะแนนซึ่งเป็นพลังบริสุทธิ์ของทุกคน

อย่างไรก็ตาม ตนยังมีความเชื่อมั่นว่าคะแนนที่เป็นพลังบริสุทธิ์นี้เป็นคะแนนที่ส่งให้กรุงเทพมหานครเพื่อหวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ตนอยากบอกทุกคนว่าขอกราบขอบพระคุณทุกคนว่ามีความเชื่อมั่นเสมอว่าคะแนนบริสุทธิ์เหล่านั้นเป็นคะแนนที่มาจากความตั้งใจและตั้งใจที่อยากจะให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกรุงเทพมหานคร แต่ในส่วนของคะแนนที่ยังไม่สิ้นสุด ตนก็อยากจะให้เกียรติพี่น้องประชาชนไม่ว่าจะนับจนถึงที่สุดแล้ว ตนจะได้กี่คะแนนก็อยากขอบพระคุณพี่น้องประชาชน และอยากแสดงความยินดีกับผู้ที่ชนะซึ่งเป็นสิทธิ์ตามระบอบประชาธิปไตย เมื่อผลประกาศออกมาอย่างไรเราก็ต้องยอมรับในเรื่องคะแนน

นางมัลลิกา ย้ำว่า 2 เรื่องที่อยากจะบอกคืออยากขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่เป็นพลังงานบริสุทธิ์ให้ และขอแสดงแสดงความยินดีกับผู้ที่ชนะเลือกตั้งไม่ว่าจะเป็นนายชัชชาติหรือใครก็ตาม

ทั้งนี้ ตอนนี้คะแนนยังนับไม่สิ้นสุดแต่คะแนนขณะนี้มาลำดับสองก็ขอขอบคุณพี่น้องประชาชน และได้แสดงแสดงความยินดีต่อผู้ที่ชนะให้ได้เข้าไปทำหน้าที่ แต่ผลของการเลือกตั้งจะออกมาอย่างไรหลังจากนี้ ตนอยากให้เกียรติคะแนนตรงนั้น จึงต้องเฝ้าดูให้การนับผลคะแนนสิ้นสุดและเสถียร 

อย่างไรก็ตามนางมัลลิการะบุว่าระบอบประชาธิปไตยในการเลือกผู้นำโดยเฉพาะกรุงเทพมหานครที่เป็นจังหวัดเดียวที่มีการเลือกผู้นำของของตัวเอง จึงขอชื่นชมประชาชนที่ได้แสดงออกถึงระบอบประชาธิปไตยในการออกลงคะแนน  ซึ่งระยะเวลาในการหาเสียง 30 วันไม่ว่าจะน้อยหรือไม่ ก็ต้องขอบคุณเพราะถือว่าเป็นพลังบริสุทธิ์ซึ่งตนได้ทำตามยุทธศาสตร์ทุกอย่างแล้วทั้งในเรื่องของนโยบายและการประชาสัมพันธ์และดีเบตก็ได้ทำอย่างเต็มที่ที่สุดแล้ว

ส่วนการเดินทางการเมืองในอนาคตนั้น นางมัลลิกา ระบุว่า เคยประกาศไว้แล้วว่าถ้าใครจะใช้ มัลลิกา ต้องใช้วันนี้ไม่ใช่รออนาคตหรือชาติหน้า เพราะตนมีธุรกิจและต้องทำหน้าที่ของตัวเองหากประชาชนโหวตให้ชนะก็จะทุ่มเทเสียสละทำอย่างเต็มที่ตามยุทธศาสตร์ 14 ประการที่เคยประกาศไว้แต่หากผลโหวตไม่เพียงพอที่จะได้เป็นผู้นำกรุงเทพมหานครตนก็อยากฝากผู้ชนะว่านโยบายอะไรก็ตามที่ลืมคิดไปเช่น พรบ. ความมั่นคงหรืออะไรต่างๆตนก็อยากให้หยิบเอานโยบายของผู้สมัคร ไปผลักดัน นำไปใช้กับการทำงาน ของการเป็นผู้ว่ากรุงเทพมหานครให้เกิดความเป็นศรีวิไลอย่างแท้จริง 

เมื่อถามว่าคะแนนที่มาเป็นลำดับสองเหนือความคาดหมายหรือไม่ นางมัลลิการะบุว่า หากพูดถึงเรื่องความคาดหมายถือว่าต่ำกว่าความคาดหมายอยู่แล้ว แต่หากเทียบกับคนอื่นที่มีคะแนนรองลงไปหลายคนอาจจะตกใจ หรือเซอร์ไพรส์ แต่จริงๆแล้วมีการทำยุทธศาสตร์เพื่อชนะแต่ผลคะแนนออกมาอย่างไรก็ต้องยอมรับ 

ซึ่งสิ่งที่ตนอยากบอกคือการทำหน้าที่อย่างเต็มที่สุด หลังจากนี้ตนก็จะทำหน้าที่พลเมืองในการนั่งติดตามตรวจสอบ ด้วยความเป็นห่วงกรุงเทพมหานคร วันนี้หากถามว่าตนจะทำอะไรต่อ ตนได้ปวารณาตัวมาเพื่อที่จะทำหน้าที่ผู้นำกรุงเทพมหานครไม่ได้ทำหน้าที่เพื่อสร้างระบอบขึ้นเสร็จแล้วก็ไปตั้งระบอบนี้เพื่อเป็นพรรคการเมืองต่อ หรือไปเป็นอะไรในอนาคตเราจะไม่เอาคะแนนคะแนนเสียงของชาวกรุงเทพเพื่อมาสร้าง อนาคตตัวเองตามที่มีคนวิเคราะห์ จึงขอพูดไว้ตรงนี้

กรณีที่มีสื่อมวลชนหลายช่องที่ไม่ได้เชิญตนไปดีเบต แต่มีการวิเคราะห์ ว่าครั้งหน้ามัลลิกาก็จะชนะแต่ขออย่าวิเคราะห์ด้วยลักษณะที่ มโนกันเอาเอง และหากไม่ได้เห็นความหมายของระบอบประชาธิปไตยในการที่จะให้ค่าผู้สมัครตั้งแต่ต้นก็ไม่ควรวิเคราะห์โดยการเดาใจผู้สมัครแต่ละคนว่าจะไปใช้ชีวิตแบบไหนอย่างไร และใช้ชีวิตบนพื้นฐานการตัดสินใจหรือการวิเคราะห์ของคุณหรือไม่ เพราะฉะนั้นตนพูดด้วยความจริงใจว่ากรุณาอย่ามโนวิเคราะห์ โดยเฉพาะเวลาไม่มีคอนเทนต์อะไรจะไปออกทีวีก็นำไปพูด หรือเวลาที่จะวิเคราะห์อะไรขอให้กรุณาโทรโทรศัพท์มาถามตนเพราะนักวิชาการทุกคนมีเบอร์โทรศัพท์ตน พร้อมย้ำว่ากรุณาอย่ามโน

นางมัลลิกา ยังระบุว่า วันนี้ทำได้แค่สองอย่างคือกำลังลุ้นผลในช่วงเวลาก่อน 2 ทุ่ม แต่หลังจากนี้เป็นต้นไปแม้ว่าจะมีการวิเคราะห์หรือคาดการณ์ไปแล้วว่าใครจะชนะก็ตามแต่ ก็ยังต้องให้เกียรติพี่น้องประชาชนอย่ามานั่งวิเคราะห์หน้าทีวีโดยการดูถูกคะแนนเสียงของพี่น้องประชาชนที่อยู่ข้างล่างหีบ ที่กำลังนับอยู่เพราะขณะนี้ยังไม่ถึง 40 ถึง 50% ขอให้รอฟังจนตกผลึก 

นอกจากนี้ นางมัลลิกายังได้ให้ให้กำลังใจผู้สมัคร ทั้ง 18 เบอร์ที่มาลงเลือกตั้งในครั้งนี้เพราะทุกคนถ้าให้ทำเต็มที่และดีที่สุด และที่สำคัญคือคะแนนของพี่น้องประชาชนที่ชนะการเลือกตั้งเพื่อเลือกผู้นำของตัวเองในการเป็นผู้ว่าครั้งนี้ถือว่าเป็นมติของประชาชน เราต้องยอมรับว่ามติจะออกมาในลักษณะที่ถูกใจหรือไม่ถูกใจใคร ขออย่าให้มีความแตกแยกหรือนักวิตกกังวล หลังจากนี้ใครแพ้ก็เป็นพลเมืองในระบอบประชาธิปไตยหากใครชนะก็เป็นผู้นำกรุงเทพมหานครในระบอบประชาธิปไตย 

เมื่อถามย้ำว่าตอนนี้ยังไม่ยอมรับว่าความพ่ายแพ้ใช่หรือไม่ นางการะบุว่าจะถามแบบนี้ไม่ได้ แต่ย้ำว่าขอขอบคุณและยินดีกับผู้ที่ชนะไม่ว่าผู้นั้นจะเป็นใคร แต่ต้องให้ทุกคะแนนมีการนับจนเสด็จน้ำไม่ทิ้งคะแนนใครคนใดคนหนึ่ง 

เมื่อถามย้ำว่าชัดเจนว่า 4 ปี จะไม่กลับมาสนามนี้แล้วใช่หรือไม่ หนังนาฬิการะบุว่าณเวลานี้ได้ทำเต็มที่แล้วและขณะเดียวกันก็มีความตั้งใจที่จะประกาศปวารณาตัวแล้วหลังจากนี้ก็คงไปทำหน้าที่ของตัวเอง

อภิสิทธิ์ ขอบคุณทุกคะแนนเสียง รับสถานการณ์เป็นรอง ลั่นทำเต็มที่แล้ว-ไม่เสียกำลังใจ

อภิสิทธิ์ ขอบคุณทุกคะแนนเสียง รับสถานการณ์เป็นรอง ลั่นทำเต็มที่แล้ว-ไม่เสียกำลังใจ

อภิสิทธิ์ ขอบคุณทุกคะแนนเสียง รับสถานการณ์เป็นรอง ลั่นทำเต็มที่แล้ว-ไม่เสียกำลังใจ

วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 19.33 น.

วันที่ 28 มิถุนายน 2569 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  โพสต์ข้อความระบุว่า ขอบคุณพี่น้องชาวกรุงเทพมหานคร ตลอดระยะเวลาที่ได้ลงพื้นที่ พี่น้องให้การต้อนรับเราเป็นอย่างดี ให้ข้อมูล ให้แง่คิด ให้คำแนะนำต่าง ๆ ซึ่งเป็นประโยชน์ในการทำงานของพวกเรา ไม่เพียงเฉพาะในแง่ของการเลือกตั้งกรุงเทพฯ แต่ว่าในการทำงานในภาพรวมด้วย

ขอบคุณผู้สนับสนุนพรรคที่ยังเชื่อมั่นในพวกเรา ขอบคุณทุกคนที่เหน็ดเหนื่อยทำงานมาเป็นระยะเวลาเดือนกว่า ๆ ทุกคนมีความจริงจังกับภารกิจนี้ เพราะเราถือว่านี่คือการทำหน้าที่ของนักการเมือง พรรคการเมือง พวกเราทราบดีตั้งแต่ต้นว่าสถานการณ์เป็นรองและไม่ง่ายในการที่จะพลิกผลต่าง ๆ ได้ในระยะเวลาที่มีอยู่ เราทำหน้าที่ของเราอย่างเต็มที่แล้ว ไม่เสียกำลังใจ เพราะเราเชื่อว่าสิ่งที่เราได้ทำไป สิ่งที่พี่น้องประชาชนได้รับรู้ คะแนนทุกคะแนนที่สนับสนุนเราอย่างไรก็ไม่สูญเปล่า  เราเดินหน้าทำงานในฐานะองค์กรอย่างเป็นระบบ เพื่อประโยชน์ของชาวกรุงเทพฯ และเพื่อประโยชน์ของส่วนรวมต่อไป 

ขอขอบคุณทุกฝ่ายอีกครั้งหนึ่งครับ

กกต.สรุปเลือกตั้งกทม.-พัทยา ไร้ร้องเรียน เคลียร์เคสปัญหายันกระบวนการถูกต้อง ไม่ไปใช้สิทธิรีบแจ้งใน 5 ก.ค.

กกต.สรุปเลือกตั้งกทม.-พัทยา ไร้ร้องเรียน เคลียร์เคสปัญหายันกระบวนการถูกต้อง ไม่ไปใช้สิทธิรีบแจ้งใน 5 ก.ค.

กกต.สรุปเลือกตั้งกทม.-พัทยา ไร้ร้องเรียน เคลียร์เคสปัญหายันกระบวนการถูกต้อง ไม่ไปใช้สิทธิรีบแจ้งใน 5 ก.ค.

วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 19.23 น.

กกต. แถลงสรุปปิดหีบเลือกตั้ง กทม.-เมืองพัทยา ไร้เรื่องร้องเรียน ชี้พายุไม่กระทบลงคะแนน-นับคะแนน ลุ้นประกาศผลเร็ว เคลียร์ปมคุณสมบัติสิทธิเลือกผู้ว่าฯ-ส.ก.-เคสพ่อหัวหน้าปชน. เตือนคนไม่ได้ไปใช้สิทธิรีบแจ้งเหตุภายใน 5 ก.ค. นี้

วันที่ 28 มิถุนายน 2569 ว่าที่ร้อยตรีภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)แถลงสรุปภาพรวมการจัดเลือกตั้งท้องถิ่น กทม. และพัทยา โดยได้รับรายงานจากสำนักงานการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร และสำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้งประจำจังหวัดชลบุรี  ว่า กปน. 6,628 หน่วยของ กทม. และ 113 ของเมืองพัทยา ปิดหน่วยแล้ว หลังเสร็จสิ้นการลงคะแนน สถานการณ์ภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

โดยภาพรวมการเลือกตั้งตั้งแต่ 09:00 น. มีเหตุเกิดเพลิงไหม้ที่ซอยแจ้งวัฒนะ 10 แต่ไม่มีหน่วยเลือกตั้งในบริเวณนั้น จึงไม่กระทบต่อการใช้สิทธิ์เลือกตั้งของประชาชน  จากนั้นเวลา 10:55 น. ลมพัดป้ายประชาสัมพันธ์ทับประชาชนทับ เขตบางกะปิ ซึ่งผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งบาดเจ็บเล็กน้อย ได้มีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและส่งโรงพยาบาลอาการปลอดภัย ผอ. โรงเรียนวัดศรีบุญเรือน พร้อม ผอ. เขตบางกะปิ และสารวัตร สน. หัวหมากได้ไปตรวจเยี่ยมผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น 

และ เวลา 15:00 น. ได้ติดตามเรื่องของภัยธรรมชาติเกี่ยวกับพายุฝน จะกระทบการเลือกตั้งในพื้นที่หรือไม่  ซึ่งปรากฏว่าเกิดผลกระทบในพื้นที่หน่วยที่ 28 – 31  เขตและแขวงลาดกระบัง แต่กระบวนการลงคะแนนเป็นไปด้วยความเรียบร้อยเสร็จสิ้นเป็นเวลา 17.00 น. ขณะนี้อยู่ระหว่างการนับคะแนนของทุกหน่วยเลือกตั้งทั้งกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา

รองเลขาธิการ กกต. ชี้แจงกรณี สส. บางคนและประชาชนบางคนอาจไม่เข้าใจคุณสมบัติผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง โดยมาตรา 38 ของ พระราชบัญญัติผู้บริหารท้องถิ่นและสมาชิกสภาท้องถิ่น กำหนดว่าผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั้งผู้ว่า กทม. และสมาชิกสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร จะต้องเป็นผู้ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตติดต่อกันไม่น้อยกว่า1 ปีนับจนถึงวันเลือกตั้ง

“เพราะฉะนั้นใครก็ตามที่มีชื่ออยู่ในเขตทะเบียนบ้านในกรุงเทพมหานคร ในเขตเลือกตั้งนั้นๆ เป็นเวลาติดต่อกันเกินกว่าหนึ่งปี หมายความว่าท่านมีสิทธิ์เลือกตั้งรับบัตรทั้ง 2 ประเภท ส่วนท่านใดย้ายทะเบียนบ้านในกรุงเทพมหานครจากเขตหนึ่ง ไปอีกเขตหนึ่ง ไปอยู่เขตปัจจุบันไม่ถึง 1 ปี นั่นหมายความว่าท่านไม่สามารถใช้สิทธิ์เลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหา นครของเขตนั้นได้ มีสิทธิ์เลือกเฉพาะผู้ว่า กทม.เท่านั้น กรณีเช่นนี้กฎหมายกำหนดหากประสงค์ใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ส.ก. สามารถขอเพิ่มชื่อณที่สุดท้ายที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านติดต่อกันเกินกว่าหนึ่งปี แต่การขอเพิ่มชื่อต้องไปขอเพิ่มตอนนายทะเบียนท้องถิ่นนายทะเบียนอำเภอก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 10 วัน“ ว่าที่ร้อยตรีภาสกร กล่าว

ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวถึงในส่วนการติดตามผลการนับคะแนน เชิญชวนประชาชนร่วมสังเกตการณ์นับคะแนนที่หน่วยหน่วยเลือกตั้งทุกแห่งทั้งกรุงเทพ มหานครและเมืองพัทยา หากมีขบวนการไหนที่คิดว่าคลาดเคลื่อนไม่เป็นไปตามระเบียบกฎหมายสามารถทักท้วงคัดค้านต่อ กปน. เพื่อเป็นข้อมูลในการตรวจสอบของ กกต. ขณะเดียวกันก็สามารถติดตามผลการนับคะแนนได้ทางเว็บไซต์ของกทม. และของเมืองพัทยา 

ส่วนประชาชนที่ไม่ได้ใช้สิทธิเลือกตั้งในวันนี้ เพื่อไม่ให้ถูกจำกัดสิทธิ์ต้องไปแจ้งเหตุจำเป็นอันไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ ตั้งแต่วันนี้ 28 มิ.ย. จนถึง วันที่ 5 ก.ค.นี้ หรือแจ้งในแอปพลิเคชั่น Smart Vote , เว็บไซต์สำนักบริหารการทะเบียนกรมการปกครอง , แจ้งด้วยตนเองหรือมอบหมายผู้อื่นไปยื่นต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่น, สามารถแจ้งทางไปรษณีย์ถึงนายทะเบียนท้องถิ่นได้ หากไม่แจ้งเหตุอันไม่อาจไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งได้จะถูกจำกัดสิทธิ์ทางการเมือง 2 ปี 

ในส่วนการประกาศผลเลือกตั้ง กทม. และ เมืองพัทยานั้น  ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่าตามกฎหมายกำหนดว่ากรณีเขต ไม่มีเรื่องร้องเรียน หรือการร้องคัดค้านการเลือกตั้งหรือคัดค้านการนับคะแนน กกต. จะพิจารณาประกาศผลภายใน 30 วัน นับแต่วันเลือกตั้ง หากมีเรื่องร้องเรียนร้องคัดค้าน อาจจะมีการสั่งให้มีการเลือกตั้ง หรือใหม่หรือกระบวนการใด อย่างช้าที่สุดจะต้องประกาศผลภายใน 60 วัน ก่อนจะทิ้งท้ายกล่าวขอบคุณผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งและ กปน. ปฏิบัติหน้าที่ ภายใต้สถานการณ์ภัยธรรมชาติที่อาจเกิดเกิดขึ้น 

เมื่อถามว่ากรณีผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ใช้สิทธิแค่ผู้ว่ากทม. แต่ไม่ได้ใช้สิทธิเลือกสก. จะเกิดปัญหาบัตรเขย่งหรือไม่ ว่าที่ร้อยตรีภาสกร กล่าวว่า กกต.ได้มีการเน้นย้ำว่าบุคคลพิเศษที่มีสิทธิเลือกตั้งประเภทเดียว กรรมการก็จะมีกระบวนการควบคุม ดังนั้นจึงมีการแจกบัตรเพียงแค่ใบเดียว โอกาสที่จะเกิดบัตรเขย่งนั้นน้อยมาก หรือแทบไม่เกิดขึ้นเลย แต่ถ้าเกิดขึ้นกกต.จะต้องนำเรื่องนี้มาพิจารณาว่าจะให้มีการสั่งเลือกตั้งใหม่หรือไม่ เมื่อผลการนับคะแนนออกมาแล้วว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีจำนวนไม่ตรงกัน กรณีนี้จะนำไปสู่การสั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่หรือนับคะแนนใหม่ หรือกรณีการนับคะแนนอาจเป็นไปด้วยความไม่ถูกต้อง ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง

เมื่อถามว่าหลังการนับคะแนนจะต้องมีการจับตาผลการนับคะแนนของกรรมการประจำหน่วยหรือไม่ ว่าที่ร้อยตรีภาสกร กล่าวว่า อยากเชิญชวนประชาชนให้ช่วยกันตรวจสอบว่ากระบวนการนับคะแนนว่าเป็นไปด้วยความถูกต้องหรือไม่ เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย เมื่อสังเกตการณ์และพบว่าการคะแนนกับขีดคะแนนไม่ตรงกัน หรือการวินิจฉัยของกรรมการอาจจะไม่เป็นที่ถูกใจ ก็สามารถทักท้วงหรือคัดค้านต่อกรรมการได้เลย และกรรมการจะวินิจฉัย และแจกเอกสารทักท้วงโดยสามารถนำเอกสารดังกล่าวนำมาร้องให้กับกกต.ได้หากไม่สบายใจหรือคิดว่ากระบวนการไม่ถูกต้อง ซึ่งจะเป็นข้อมูลในการประกอบการพิจารณาของกกต. ด้วยความรวดเร็ว

ส่วนกรณีเกิดพายุฝนกระหน่ำจะส่งผลกระทบให้บัตรเลือกตั้งเกิดความเสียหายหรือไม่นั้น ว่าที่ร้อยตรีภาสกร กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นทุกหน่วยพบว่าบัตรเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย หากไม่สามารถนับคะแนนได้ หรือนับคะแนนไปแล้วบางส่วนหรือยังไม่เริ่มกระบวนการนับคะแนน กฎหมายให้กรรมการประจำหน่วยประกาศงดการนับคะแนน และผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดจะประกาศ ให้มีการนับคะแนนใหม่ภายใน 3 วัน หากกระบวนการลงคะแนนไม่เรียบร้อย ก็จะเข้าสู่กระบวนการนับคะแนนใหม่ แสดงว่ากระบวนการทุกอย่างยังเหมือนเดิมแต่จะต้องนับคะแนนให้ถูกต้อง โดยอยากให้เกิดความสบายใจว่ากระบวนการควบคุมหรือกระบวนการเก็บรักษาเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย

เมื่อถามว่ากรณีบิดาของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ไม่มีชื่อในหน่วยเลือกตั้งนั้น ว่าที่ร้อยตรีภาสกร กล่าวว่า อยากขอชี้แจงเพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกัน โดยในการตรวจสอบการเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 1. ต้องตรวจสอบบัญชีรายชื่อ 2.ตรวจสอบจากหนังสือแจ้งเจ้าบ้าน ซึ่งจะระบุว่าท่านมีสิทธิเลือกตั้งที่ไหน และ 3.ตรวจสอบได้จากแอพลิเคชั่น Smart vote หรือเว็บไซต์ของกรมการปกครอง โดยในกรณีนี้หากมีการเปลี่ยนเลขที่บ้าน มีการย้ายทะเบียนบ้าน แสดงว่าหน่วยเลือกตั้งอาจไม่ใช่หน่วยปัจจุบัน อาจจะต้องขยับไปอีกหน่วยหนึ่งตามทะเบียนบ้าน ที่สำนักทะเบียนได้มีการประกาศไว้ ซึ่งตรงนี้อาจจะเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนบ้าง แต่ขบวนการทุกอย่างถูกต้อง เพียงแต่มีการย้ายและเปลี่ยน แปลงบ้านเลขที่เท่านั้น

เมื่อถามว่าหากประเมินผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งน้อยกว่าครั้งที่ผ่านมา กกต.จะมีการทบทวนการประชาสัมพันธ์เพื่อให้ประชาชนเกิดความตื่นตัวอย่างไรบ้าง รองเลขาธิการกกต.กล่าวว่า เรื่องนี้กกต.ค่อนข้างกังวล ซึ่งกกต.อยากให้มีการรณรงค์ โดยก็ได้ให้กรุงเทพมหานครและเมืองพัทยาได้ช่วยประชาสัมพันธ์ แต่สิ่งสำคัญคือความสนใจจากประชาชน การตระหนักความสำคัญของการเลือกผู้แทนมาบริหาร ซึ่งเป็นโจทย์จะต้องกลับมาคิดทบทวนพอสมควร ในอนาคตจะทำอย่างไรให้ประชาชนเกิดความตระหนักและให้ความสำคัญอย่างไร เนื่องจากจะต้องเข้ามาบริหารงบประมาณมหาศาล จึงต้องให้ทุกฝ่ายตระหนักในเรื่องนี้ กกต.อาจจะรณรงค์เชิญชวนอย่างเดียว แต่เรื่องของความตระหนักต้องฝากไว้ที่ประชาชน ส่วนเรื่องร้องเรียนการเลือกตั้งทั้งกรุงเทพมหา
นครและเมืองพัทยา จนถึงขนาดนี้ยังไม่มีการรายงานเข้ามา แต่กกต.ก็ได้เน้นย้ำให้การเลือกตั้งเป็นบันทึกความโปร่งใส และเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายได้

เอ็ดดี้ ข้องใจ เสก เล่าช่วงเป็นผู้ต้องขัง บอก อธิบดีราชทัณฑ์ พาไปร้องเพลงให้ ทักษิณ ฟังตามคำขอ

เอ็ดดี้ ข้องใจ เสก เล่าช่วงเป็นผู้ต้องขัง บอก อธิบดีราชทัณฑ์ พาไปร้องเพลงให้ ทักษิณ ฟังตามคำขอ

เอ็ดดี้ ข้องใจ เสก เล่าช่วงเป็นผู้ต้องขัง บอก อธิบดีราชทัณฑ์ พาไปร้องเพลงให้ ทักษิณ ฟังตามคำขอ

วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.59 น.

วันที่ 28 มิถุนายน 2569 นายอัษฎางค์ ยมนาค หรือ “เอ็ดดี้” นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความระบุว่า เสกเล่าเองว่า “ทักษิณบอกอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ให้เอาเสกมาร้องเพลงให้ฟังหน่อย ท่านอธิบดีก็จัดให้”

เดี๋ยวนะ ทักษิณ เป็นผู้ต้องขัง! 

ชัชชาติ ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ทั้งที่เลือกและไม่เลือก จ่อนั่งผู้ว่าฯกทม.อีกสมัย

ชัชชาติ ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ทั้งที่เลือกและไม่เลือก จ่อนั่งผู้ว่าฯกทม.อีกสมัย

ชัชชาติ ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ทั้งที่เลือกและไม่เลือก จ่อนั่งผู้ว่าฯกทม.อีกสมัย

วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.46 น.

“ชัชชาติ” ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ทั้งที่เลือกเราและไม่เลือกเรา จ่อผู้ว่าฯกทม.อีกสมัย “ต่อศักดิ์” เผย เตรียมเดินหน้านโยบาย 200 ข้อภายใน 100 วัน  ด้าน “ทวิดา” พร้อมนั่งรองผู้ว่าฯ ต่อ 

วันที่ 28 มิถุนายน 2569 ที่ Stadium One บรรทัดทอง สถานที่ติดตามการนับคะแนนของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. ผู้สื่อข่าวรายงานตั้งแต่เวลา 16.00 น. ท่ามกลางฝนตกกระหน่ำกรุง ทีมงานได้เตรียมความพร้อมสถานที่ โดยติดตั้งจอ LED สำหรับถ่ายทอดผล และเตรียมเก้าอี้รองรับผู้สนับสนุนและประชาชนที่มาร่วมติดตามการนับคะแนน 

จากนั้นเวลา 17.00 น. ทีมงานของนายชัชชาติ ทยอยมาติดตามผลการนับคะแนน อาทิ นายต่อศักดิ์ โชคมงคล อดีตประธานที่ปรึกษาผู้ว่าฯกทม. น.ส.ทวิดา กมลเวชช อดีตรองผู้ว่าฯกทม.ฯ หลังผลโพลหลายสำนักรายงานผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งนายชัชชาติ มีคะแนนนำมาเป็นลำดับ 1 

นายต่อศักดิ์ ให้สัมภาษณ์ ว่า วันนี้ปัญหาของการเลือกตั้งคือมีฝนตกลงมาช่วง 2 ชั่วโมงสุดท้ายก่อนปิดหีบ แต่จากการสำรวจในช่วงเช้าพบว่าบางเขตมีความคึกคักมากกว่าช่วงบ่าย จึงคิดว่าจะมีผู้ออกมาใช้สิทธิมากกว่า 50 % ส่วนที่มีการคาดหมายว่านายชัชชาติ จะได้คะแนนสูงกว่าครั้งที่แล้วเราก็หวังเช่นนั้น เพราะหากได้เท่าเดิมก็เหมือนทำงานได้น้อยกว่าเดิม จึงหวังว่าจะได้คะแนนมากกว่าเดิม วันนี้ทีมงานของนายชัชชาติ มารวมตัวที่นี่ และเวลา 4 ปีข้างหน้า ถือว่ามีความสำคัญ เพราะกรุงเทพฯ จะเปลี่ยนแปลงอย่างมากทั้งภายนอกและภายใน จึงต้องช่วยกันทำให้เมืองมีความหวัง

ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้มีการโจมตีเรื่องระบบอากง แต่จากผลโพลที่ออกมา นายชัชชาติ มีคะแนนนำ จึงดูเหมือนจะไม่มีผลอะไร นายต่อศักดิ์ กล่าวว่า การเมืองถ้าเน้นวาทกรรมก็จะไม่ได้ประโยชน์ หากตั้งใจทำงานก็จะเกิดผลกับผู้สมัคร แต่หลายเรื่องผู้สมัครไปเน้นวาทกรรมทำให้สาระน้อยลงไป ทีมงานของเราทำการบ้าน อยู่ในสนามและอยู่บนตัวเลขที่เป็นความจริง รู้วิธีขับเคลื่อนการทำงานว่าจะทำอย่างไร โดย 4 ปีที่ผ่านมาได้วางพื้นฐานเอาไว้ จากนี้จะวิ่งและกระโดดก้าวข้ามสิ่งที่ยังค้างให้หมด ทั้งระบบคอรัปชั่น ระบบการบริหารจัดการที่ต้องขยายผลจริงจัง ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน ทั้งหน่วยงานต่างๆและรัฐบาล

เมื่อถามว่า หากนายชัชชาติ ได้กลับมาเป็นผู้ว่าฯกทม. สิ่งแรกที่จะทำคืออะไร นายต่อศักดิ์กล่าวว่า เตรียมไว้หมดแล้วตั้งแต่ 100 วันแรก ซึ่งมี 200 กว่าข้อที่เราจะทำ ทั้งระยะสั้นกลาง ยาว เขียนไว้ชัดเจน และจะเริ่มกดปุ่มทันที 

เมื่อถามถึงตำแหน่งรองผู้ว่าฯกทม. รวมถึงฝ่ายบริหารอื่นๆ นายต่อศักดิ์ กล่าวว่า คิดว่าตำแหน่งรองผู้ว่าฯคงมีเท่าเดิม ส่วนเรื่องของตัวบุคคลจะเปลี่ยนแปลงหรือไม่ยังไม่ได้หารือกัน ซึ่งทุกคนทำงานได้หมด พร้อมกับเปิดให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีบทบาทและพวกตนก็จะไปอยู่เบื้องหลัง ส่วนตัวจะได้กลับมาเป็นประธานที่ปรึกษาหรือไม่ต้องถามนาย
ชัชชาติ ซึ่งเป็นผู้แต่งตั้ง 

ผู้สื่อข่าวถามว่าหากได้รับแต่งตั้งมาเป็นที่ปรึกษาฯ จะปรับภาพลักษณ์จากที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นระบอบอากง อย่างไร นายต่อศักดิ์ กล่าวว่า ถ้ามีโอกาสก็อยากจะทำ เพราะระบบที่ทำอยู่คือระบบชัชชาติที่เป็นกองหน้า ส่วนหลังบ้านคือรองผู้ว่าฯ และที่ปรึกษาฯ เลขาฯ มีอยู่เท่านี้และมองว่าอย่างน้อยไป โดยกฎหมายที่เสนอไปก็จะจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นและจะทำให้การกระจาย
อำนาจมีมากขึ้น จึงอย่าไปคิดว่ามีระบบอากง แต่ เป็นระบบที่นายชัชชาติวางไว้เป็นระบบใหม่และไม่คิดว่าจะมีที่ไหนเคยทำ 

เมื่อถามย้ำว่า หากได้รับตำแหน่งต่ออาจถูกเป็นเป้าตกโจมตีอีกครั้ง นายต่อศักดิ์กล่าวว่า การเมืองก็เป็นแบบนี้เราบอกไม่ได้ แต่ต้องจัดระบบให้ดี ย้ำว่าในรอบหน้ากระบวนการบริหารต่างๆจะมีความชัดเจนมากขึ้น ส่วนจะมีการแจ้งความดำเนินคดีหรือไม่คงต้องว่ากันอีกที

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าเรื่องทุจริตคอรัปชั่น ถูกยกมาเป็นประเด็นโจมตีในช่วงหาเสียงที่ผ่านมา  นายต่อศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องทุจริตคอรัปชั่น มีอยู่ 2-3 เรื่อง เมื่อทำตามเกณฑ์ที่รัฐบาลให้ เราจึงมีอำนาจแค่ดูเรื่องวินัยและละเมิด ส่วนเรื่องการเมืองที่เกี่ยวข้องกับอาญาหรือประเด็นอื่น ก็อาจจะมีหน่วยงานอื่นที่ดำเนินการ ขอย้ำที่ทำแค่นี้เพราะมีอำนาจเท่านี้ 

เมื่อถามกรณีที่นายคริส โปรตระนันท์ ประธานพรรคเศรษฐกิจเปิดเผยในกลุ่มไลน์ กลุ่มคนทำงานที่ระบุว่าให้เลือกเบอร์9 และ ส.ก.ทีมคนทำงาน นายต่อศักดิ์ กล่าวว่า มีการส่งต่อกันมา และไม่ใช่ตนเป็นผู้ส่งคนแรก ซึ่งเป็นเรื่องภายในที่ส่งกันได้ 

ด้านทวิดา  กล่าวว่า สำหรับผลโพลที่เกิดขึ้น ตนยังไม่ได้ดู และเพิ่งเห็นบางส่วน และขณะนี้เพิ่งนับคะแนนไปบางส่วน แต่จากผลโพลที่เกิดขึ้นพบว่าดี และรู้สึกดีที่คนยังชอบนายชัชชาติ และเห็นว่างานที่ทำมามีผลงานบ้างพอสมควร ไม่ว่าใครก็ตามที่ชนะในวันนี้นำไปปรับใช้ก็น่าจะดี 

สำหรับตำแหน่งรองผู้ว่าฯ กทม.ตนยังไม่ทราบ เพราะเมื่อครั้งที่แล้วกว่าจะรู้ตัวว่านายชัชชาติ มาทาบทามก็ช่วงที่มีการนับคะแนน 21.00น. ของวันดังกล่าว ดังนั้นต้องรอ เพราะนายชัชชาติ ไม่ใช่คนที่พูดไปเรื่อย ต้องให้มีความมั่นใจในระดับที่สูงก่อนที่จะไปทาบทามใคร 

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีการทาบทามก็พร้อมที่จะกลับไปเป็นรองผู้ว่าฯใช่หรือไม่ น.ส.ทวิดา กล่าวว่า เนื่องจากเป็นทีมนโยบายก็เห็นอยู่แล้วว่าอยากทำอะไร เมื่อนายชัชชาติ เลือกอีกก็คงไม่ปฏิเสธอะไร 

ด้านนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. ได้ไปเปิดเผยในรายการ ศึกชิงผู้ว่าคนชี้ชะตามหานคร “‘หลังปิดหีบเกลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานครและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครปี2569ว่า ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ทั้งที่เลือกเราและไม่เลือกเรา เพราะสุดท้ายแล้วคนที่เป็นผู้ว่าฯ กทม.ก็ต้องรับใช้ทุกคน อย่างเท่าเทียมกัน เพราะผู้ว่าคนใหม่ก็มีงานที่หนักเพราะมีสถานการณ์โลก อีกทั้งสภาพเศรษฐกิจต่างๆก็เป็นงานที่หนัก คนที่ชนะก็ยังไม่ดีใจหรอก เพราะมีงานภารกิจที่หนักหน่วงรออยู่ข้างหน้า  สำหรับ ส.ก.ถ้าเลือกได้ก็อยากให้เป็นคนที่สะอาด สุจริตและทำงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ให้เกียรติราชการให้เกียรติประชาชนในการทำงาน 

ส่วนการหาเสียงเลือกตั้งในครั้งนี้ คาดว่าน่าจะมีการตรวจสอบอย่างเข้มข้นนั้น นายชัชชาติ ระบุว่า เป็นเรื่องที่ดีที่ผ่านมา ประชาชนให้ความสำคัญเรื่องนี้มาก เป็นเรื่องสำคัญไม่ใช่แค่กรุงเทพฯแต่ไปทั้งประเทศไทยผมว่าเรื่องโปร่งใสเป็นเรื่องที่ทุกภาคส่วนต้องทำถ้าไม่ทำก็อยู่ไม่ได้ก็จะทำให้ดียิ่งขึ้นไปเรื่อยก็จะเปิดเผยให้โปร่งใสให้มากขึ้น

สำหรับทีมงานผู้ว่าฯกทม.นั้น ก็จะต้องมีการพิจารณาอีกครั้งรอให้ผลการเลือกตั้งเรียบร้อยก่อน

เท้ง ฝ่าฝนเข้าพรรคประชาชน มอนิเตอร์ผลเลือกต้้ง กทม.-พัทยา เตรียมแถลง 1 ทุ่ม

เท้ง ฝ่าฝนเข้าพรรคประชาชน มอนิเตอร์ผลเลือกต้้ง กทม.-พัทยา เตรียมแถลง 1 ทุ่ม

เท้ง ฝ่าฝนเข้าพรรคประชาชน มอนิเตอร์ผลเลือกต้้ง กทม.-พัทยา เตรียมแถลง 1 ทุ่ม

วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.38 น.

“เท้ง” ฝ่าฝนเข้าพรรค ปชน. มอนิเตอร์ผลเลือกต้้ง กทม.-พัทยา บอกสื่อรอดูครับ 5 โมงเย็นแล้ว หลังถูกถามทราบผล “นิด้าโพล” จับตา 19.00 น. เป็นต้นไป 3 บุคคลหลักจับมือกันแถลง “เท้ง-ดร.โจ-พิจารณ์”

วันที่ 28 มิถุนายน 2569 เวลา 17.06 น. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เดินทางถึงอาคารอนาคตใหม่ ที่ทำการพรรคประชาชน เพื่อมอนิเตอร์ผลคะแนนเลือกตั้ง กทม.และเมืองพัทยา หลังจากปิดหีบเวลา 17.00 น. ท่ามกลางฝนที่ตกหนักตั้งแต่ช่วงเวลา 16.00 น. แล้ว

ทันทีที่มาถึง สื่อมวลชนได้สอบถามว่าได้เห็นผลนิด้าโพลแล้วหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า “รอดูผลครับ 5 โมงแล้ว” ส่วนจะแถลงข่าวหรือไม่ นายณัฐพงษ์ ระบุแค่ว่า “ครับผม”

ขณะที่บรรยากาศพรรคประชาชน มีสื่อมวลชนมารอทำข่าวบริเวณชั้น 1 โดยเจ้าหน้าที่จะเปิดให้ขึ้นไปโซนแถลงข่าวชั้น 7 เวลาประมาณ 19.00 น. โดยการแถลงข่าวหลังจากทราบผลคร่าว ๆ ในค่ำวันนี้ จะนำโดยนายณัฐพงษ์ , นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่า กทม. พรรคประชาชน และนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรค ส่วนแฟนคลับที่มาร่วมลุ้นผลบางตา