ศบก.แถลงสถานการณ์ตะวันออกกลางรุนแรงขึ้น เร่งอพยพคนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยง

ศบก.แถลงสถานการณ์ตะวันออกกลางรุนแรงขึ้น เร่งอพยพคนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยง

ศบก.แถลงสถานการณ์ตะวันออกกลางรุนแรงขึ้น เร่งอพยพคนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยง

วันเสาร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2569, 19.37 น.

ศบก. แถลงสถานการณ์ตะวันออกกลางรุนแรงขึ้น เข้าข่ายเป็นวิกฤตการณ์ด้านมนุษยธรรม  เผยกลุ่มคนไทยออกจากอิหร่านเมื่อเช้าแล้ว 62 คน ยอดช่วยเหลือคนไทยติดค้างในตะวันออกกลางรวม 215 คน กำชับอำนวยความสะดวกคมนาคมทุกช่องทาง 

เมื่อเวลา 18.10 น. วันที่ 7 มีนาคม ที่ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ทำเนียบรัฐบาล นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงประจำวันถึงสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ว่า พัฒนาการของสถานการณ์ในวันนี้สถานการณ์โดยรวมยังมีความรุนแรงอย่างต่อเนื่องจากการโจมตีด้วยเป็นขีปนาวุธและโดรน พื้นที่ยังต้องติดตามเฝ้าระวังใกล้ชิดได้แก่ อิรัก ซึ่งความรุนแรงเพิ่มขึ้นและเลบานอน ซึ่งถูกโจมตีอย่างต่อเนื่อง จนขณะนี้ทำให้เกิดการอพยพของพลเรือน ซึ่งเข้าข่ายเป็นวิกฤตการณ์ทางด้านมนุษยธรรม นอกจากนี้ยังมีการโจมตีไปพื้นที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐอเมริกา เช่น ฐานทัพและที่พักคนอเมริกัน ในรัฐอ่าวอาหรับอย่างต่อเนื่อง แต่ส่วนใหญ่สามารถสกัดกั้นได้ 

นายปาณิดล กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์การเปิดปิดน่านฟ้าในปัจจุบันมีดังนี้ ประเทศที่ยังปิดน่านฟ้าอยู่สำหรับการบินพาณิชย์ ได้แก่ อิหร่าน อิสราเอล ซีเรีย อิรัก บาห์เรน คูเวต เลบานอน และกาตาร์ ในส่วนของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เริ่มเปิดเที่ยวบินอย่างจำกัดเพื่อระบายผู้โดยสารตกค้าง ส่วนคนไทยยังไม่มีรายงานว่าได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต อย่างไรก็ดีกระทรวงการต่างประเทศขอเรียกร้องให้คนไทยในพื้นที่เสี่ยงพิจารณาออกจากพื้นที่ดังกล่าวโดยเร็วที่สุด รวมทั้งขอให้ลงทะเบียนแจ้งข้อมูลที่อยู่และช่องทางติดต่อให้กับสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ในความรับผิดชอบ

นายปาณิดล กล่าวอีกว่า ส่วนความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทย เริ่มที่อิหร่าน คนไทยกลุ่มแรกจากกรุงเตหะรานได้เดินทางออกแล้วเมื่อเช้าตู่รวม 62 คน คาดว่าจะถึงตุรกีในวันเดียวกันนี้ และจะมีอีกกลุ่มหนึ่งออกเดินทางในวันที่ 10 มีนาคม ในฝั่งตุรกีคณะจากกรมการกงสุลนำโดยนายบัญชา ยืนยงจงเจริญ รองอธิบดีกรมการกงสุล ได้เดินทางถึงเมืองวานแล้วเมื่อวันที่ 6 มีนาคม เพื่อร่วมกับทีมของสถานเอกอัครราชทูตกรุงอังการา เพื่อปฏิบัติภารกิจในการรับคนไทยที่อพยพมาจากอิหร่าน โดยทีมงานทั้งหมดได้เดินทางไปยังด่านชายแดนคัปปิกอย ของตุรกี เพื่อหารือกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเพื่ออำนวยความสะดวกแก่คนไทยที่จะเดินทางมาจากอีหร่าน ทั้งนี้ในการนำคนไทยออกจากอิหร่าน ฝ่ายไทยได้ประสานงานกับฝ่ายต่างๆที่เกี่ยวข้องด้วย ทั้งรัฐบาลอิหร่าน ฝ่ายสหรัฐฯ และอิสราเอล เพื่อให้มั่นใจว่าการอพยพจะเป็นไปอย่างราบรื่นปลอดภัย ซึ่งล่าสุดเมื่อ 3 ชั่วโมงที่แล้วทางกระทรวงการต่างประเทศได้รับรายงานจากอุปทูต ณ กรุงเตหะราน ว่าขบวนอพยพใกล้ถึงจุดหมายชายแดนระหว่างอิหร่านและตุรกีแล้ว ทั้งนี้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน จะย้ายไปปฏิบัติภารกิจที่ทำการชั่วคราวเมืองวาน ตุรกี ตั้งแต่ 10 มีนาคม ตนขอย้ำว่าสถานเอกอัคราชทูต กรุงเตหะราน ยังพร้อมติดต่อให้ความช่วยเหลือคนไทยที่พำนักอยู่อิหร่านอย่างใกล้ชิด 

นายปาณิดล กล่าวว่า นอกจากนี้สถานเอกอัครทูต กรุงอังการา ตุรกี ต้องปฎิบัติภารกิจที่ชายแดนอีกด้าน เพื่อรอรับคนไทยที่อพยพออกจากอิรัก 10 คน ซึ่งจะเดินข้ามข้ามด่านจากอิรักเข้าตุรกี ที่เมืองมาร์ดิน เพื่อช่วยเหลือให้เดินทางกลับประเทศไทยต่อไป ถัดมาคือซาอุดิอาระเบียเป็นอีกที่ยังสามารถบินกลับไทยได้ โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงริยาด และสถานกงสุลใหญ่เมืองจิดดาห์ ได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสถานเอกอัครราชทูตไทยในประเทศข้างเคียง ได้แก่ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมานามา ประเทศบาห์เรน สถานเอกอัครราชทูตกรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ และสถานเอกอัครราชทูต ณ คูเวต ที่น่านฟ้ายังปิดอยู่ในการรับคนไทยเดินทางข้ามแดนหรือรับไปยังปลายทางอื่นทางอากาศ

นายปาณิดล กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีการหารือแนวทางการนำคนไทยกลับประเทศโดยเที่ยวบินเอกชน โดยเที่ยวบินริยาด -กรุงเทพฯ ยังคงให้บริการพร้อมพิจารณาเพิ่มเที่ยวบินอพยพคนไทยในประเทศต่างๆตามต้องการ  ถัดมาในกรณีของยูเออี สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี และสถานกงสุลใหญ่เมืองดูไบได้ประสานช่วยเหลือคนไทยที่ตกค้างอย่างใกล้ชิด ล่าสุดมีสายการบินเอมิเรตส์และแอร์อาราเบีย เปิดเส้นทางบินตั้งแต่ 6 มีนาคม โดยสายการบินเอมิเรตส์เริ่มทำการบินไปยังกรุงเทพฯ ภูเก็ต และแอร์อาราเบียเริ่มทำสายการบินมากรุงเทพฯแล้ว โดยรวมขณะนี้มีคนไทยที่ติดค้างในตะวันออกกลางที่ได้รับการช่วยเหลือให้เดินทางกลับประเทศไทยแล้วทั้งสิ้น 215 คน ส่วนของประเทศอื่นๆสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ในพื้นที่ยังคงอำนวยความสะดวกและให้คำแนะนำพี่น้องคนไทยที่ประสงค์กับประเทศ ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งรัดกระบวนการทางเอกสารต่อไป ประเทศ ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งรัดกระบวนการทางเอกสารต่อไป

ด้าน นายจิรโรจน์ ศุกลรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กล่าวถึงผลกระทบต่อการบิน การขนส่ง และมาตรการของกระทรวงคมนาคม ว่า ภาพรวมของกระทรวงคมนาคม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม ได้ดำเนินการตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีที่ให้ทุกหน่วยงานเตรียมรองรับสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง และสั่งการให้กระทรวงคมนาคมจัดตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์เพื่อติดตามผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด โดยให้หน่วยงานในสังกัดที่ทำหน้าที่กำกับดูแลทั้งทางอากาศ ทางน้ำ ทางบกและทางราง ได้ติดตามกำกับควบคุมใน 3 มิติ ได้แก่ 1. การรักษาคุณภาพของการให้บริการ 2.ราคาค่าโดยสารที่เป็นธรรม และ3.ความพร้อมการให้บริการ เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อประชาชน และต้องรายงานเป็นประจำทุกวันโดยมีข้อสั่งการดังนี้

นายจิรโรจน์ กล่าวว่า โดยทางอากาศได้กำชับให้หน่วยงานที่ให้บริการผู้โดยสาร ได้แก่ บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และกรมท่าอากาศยาน รวมทั้งหน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแลการขนส่งทางอากาศหรือสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ดำเนินการตรวจสอบกวดขันให้สายการบินคิดค่าโดยสารและค่าภาระการขนส่งสินค้าทางอากาศให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือผู้โดยสารตกค้าง และช่วยเหลือสายการบินที่จำเป็นต้องจอดอากาศยานค้างในประเทศไทย ในกรณีที่ไม่สามารถทำการบินได้

นายจิรโรจน์ กล่าวว่า ในส่วนของทางน้ำให้กรมเจ้าท่าและการท่าเรือแห่งประเทศไทย ตรวจสอบและกวดขันผู้ประกอบการเดินเรือภายในประเทศ โดยคิดค่าโดยสารในอัตราที่กำหนด ส่วนการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศที่ราคาเป็นไปตามกลไกตลาดร่วมระหว่างประเทศให้กำกับในการติดตามค่าระวาง ในกรณีค่าระวางสูงจนมีผลกระทบต่อผู้บริโภค 

ส่วนการเดินทางทางบก มอบให้กรมการขนส่งทางบกตรวจสอบผู้ประกอบการถโดยสารประจำทาง และรถรับจ้างสาธารณะทุกประเภท ให้คิดค่าโดยสารตามอัตราที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด โดยให้ราคาค่าโดยสารสอดคล้องกับราคาน้ำมันดีเซลที่รัฐบาลมีมาตรการควบคุมอยู่ ขณะเดียวกันให้ประเมินอัตราการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในภาคการขนส่งสาธารณะ ซึ่งเป็นข้อมูลในการจัดทำมาตรการร่วมกับกระทรวงพลังงานในการจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงให้เพียงพอสำหรับการให้บริการสาธารณะ ในส่วนการขนส่งทางราง มอบหมายให้กรมการขนส่งทางรางประเมินความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากการผันผวนของราคาน้ำมันเชื้อเพลิง โดยเฉพาะต้นทุนของรถจักรที่ใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิงเพื่อจะเตรียมบริหารความเสี่ยงล่วงหน้า

นายจิรโรจน์ กล่าวว่า ขอสรุปสถานการณ์การบินในส่วนของผลกระทบผู้โดยสารที่เดินทางทาง ทางการบินตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ถึง 7 มีนาคม มีจำนวนเที่ยวบินที่ยกเลิกและล่าช้า รวม 584 เที่ยวบิน มีผู้โดยสารได้รับผลกระทบ 78,564 คน โดยรองนายกฯสั่งให้กำกับการช่วยเหลือผู้โดยสารอย่างครบถ้วน และให้ท่าอากาศยานไทยจำกัดและกรมท่าอากาศยานให้การอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ และให้จัดเจ้าหน้าที่ประจำพื้นที่ให้ข้อมูลอย่างใกล้ชิดประสานงานร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพื่อดำเนินความสะดวก รวมถึงประสานสายการบินและจัดที่พักคอย และติดตามสถานการณ์สายการบินแบบเรียลไทม์เพื่อส่งผู้โดยสารกลับอย่างปลอดภัย

นายจิรโรจน์ กล่าวว่า ส่วนการขนส่งสินค้าทางน้ำ ซึ่งมีผลกระทบจากการขนส่งสินค้า ไปเส้นทางประเทศในทวีปยุโรปที่จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนเส้นทาง จากผ่านเส้นทางตะวันออกกลางจำเป็นต้องอ้อมแหลมกู๊ดโฮป แอฟริกา ซึ่งจะทำให้การเดินเรือใช้ระยะเวลามากขึ้น 15 วัน จากระยะเวลาปกติ ซึ่งจะมีผลต่อค่าระวางขนส่งสินค้า และการหมุนเวียนตู้คอนเทนเนอร์ในอนาคต รวมถึงประเด็นเรื่องความแออัดของท่าเรือต่างๆ ซึ่งกระทรวงคมนาคมได้สั่งการให้การท่าเรือแห่งประเทศไทยติดตามข้อมูลเป็นรายวัน เพื่อเตรียมพร้อมในการบริหารจัดการให้มีผลกระทบต่อผู้ประกอบการน้อยที่สุด ทั้งนี้ รองนายกฯได้กำชับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมดูแลอำนวยความสะดวกอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้หากประชาชนไม่ได้รับความสะดวกหรือมีข้อร้องเรียนให้แจ้งมาที่กระทรวงคมนาคม ที่สายด่วน 1356 นอกจากนี้หากได้รับผลกระทบค่าโดยสารและการบริการขนส่งสาธารณะ สามารถติดต่อสายด่วนกรมการขนส่งทางบก 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง

โผ ครม.อนุทิน 2 ฝั่งเพื่อไทย 5 รมว. นิ่งแล้ว จับตา 7 แคนดิเดตเบียด 3 เก้าอี้ รมช. สมศักดิ์ หลุดโผ

โผ ครม.อนุทิน 2 ฝั่งเพื่อไทย 5 รมว. นิ่งแล้ว จับตา 7 แคนดิเดตเบียด 3 เก้าอี้ รมช. สมศักดิ์ หลุดโผ

โผ ครม.อนุทิน 2 ฝั่งเพื่อไทย 5 รมว. นิ่งแล้ว จับตา 7 แคนดิเดตเบียด 3 เก้าอี้ รมช. สมศักดิ์ หลุดโผ

วันเสาร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2569, 19.14 น.

โผ ครม.อนุทิน 2 เพื่อไทย นิ่ง  5 ว่าการ 3 ช่วย “ยศชนัน-สุริยะ-จุลพันธ์-ประเสริฐ-สุดาวรรณ”ด้าน “สมศักดิ์”หลุดโผ 

วันที่ 7 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้“โผ ครม. อนุทิน 2” ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทยจัดสรรเนียบร้อยแล้วประกอบด้วยรัฐมนตรีว่าการ  5 เก้าอี้ และ รัฐมนตรีช่วยว่าการอีก 3 เก้าอี้

สำหรับ 5 เก้าอี้ของรัฐมนตรีว่าการ ประกอบด้วย 1.นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เตรียมจะนั่งรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 2.นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำพรรค คาดว่าได้นั่งรมว.เกษตรและสหกรณ์ 3.นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย  คาดว่าได้นั่งรมว.แรงงาน 4.นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย คาดว่าได้นั่ง รมว.ศึกษาธิการ และ 5.น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล บ้านใหญ่นครราชสีมา คาดว่าได้นั่ง รมว.การพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ 

ในส่วนของรัฐมนตรีช่วยว่าการ 3 ตำแหน่งของพรรคเพื่อไทย คาดว่าจะอยู่ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 2 เก้าอี้ และกระทรวงศึกษาธิการ 1 เก้าอี้ แต่ขณะนี้ยังไม่ลงตัว เนื่องจากมีหลายรายชื่อรอให้แกนนำพรรคเพื่อไทยเคาะขั้นสุดท้ายถึง 7 คน ประกอบด้วย 

1.นายพัฒนา สัพโส สส.สกลนคร ซึ่งถือเป็นบ้านใหญ่สกลนคร มีลูกสาวเป็น สส. และภรรยาเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด 2.นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สส.เลย แม้เป็น สส. 2 สมัย แต่มีความคล่องแคล่วสามารถประสานงานกับเพื่อน สส. ได้เป็นอย่างดี 3.นายศุภชัย นพขำ สส.ปทุมธานี 2 สมัย ที่ฝ่าทั้งกระแสพรรคประชาชน และสู้กับ น.ส.ชิดชนก พวงเพ็ชร์ บุตรสาวนายชาญ พวงเพ็ชร อดีตนายก อบจ.ปทุมธานี ที่ย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย 4.น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช สส.เชียงราย 2 สมัย ที่ยังยึดพื้นที่สีแดงเป็นตัวแทนของพรรคเพื่อไทยเข้าไปในสภาฯ ได้ ทั้งที่ถูกหลายพรรคการเมืองรุมเจาะพื้นที่ จนภาคเหนือตอนบนเพื่อไทยเหลือ สส.เพียง 3 คน 5.นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่เป็นมือปราศรัยหลักของพรรคครั้งนี้ 

ส่วนอีก 2 คน คือโควตากลาง ประกอบด้วย นายศึกษิษฐ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคเพื่อไทย และ น.ส.ธีราภา ไพโรหกุล อดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง โดยหลังจากนี้ ผู้บริหารพรรคเพื่อไทยจะเคาะรายชื่อกันอีกครั้งว่าจะให้ใครเข้าไปทำหน้าที่รัฐมนตรีช่วย

ลุงป้อม ยิ้มแป้น! ชวนเพื่อน ตท.6 บุกชิม ข้าวแกงป้าหงษ์ ร้านลับในสนามกอล์ฟ ทบ.

ลุงป้อม ยิ้มแป้น! ชวนเพื่อน ตท.6 บุกชิม ข้าวแกงป้าหงษ์ ร้านลับในสนามกอล์ฟ ทบ.

ลุงป้อม ยิ้มแป้น! ชวนเพื่อน ตท.6 บุกชิม ข้าวแกงป้าหงษ์ ร้านลับในสนามกอล์ฟ ทบ.

วันเสาร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.27 น.

“ลุงป้อม” ชวนเพื่อน ตท.6 บุกร้านลับ ชิมความอร่อยกว่า 40 ปี ในสนามกอล์ฟ ทบ.

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2569 พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ เดินทางมาพบป่ะเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร 6  “กลุ่มฝนแรก” ที่ศูนย์พัฒนากีฬาของ กองทัพบก หรือ สนามกอล์ฟ ทบ. ย่านถนนรามอินทรา พร้อมชวนรับประทานอาหารที่ร้านประจำ ขิมความอร่อย “ร้านข้าวแกงป้าหงษ์” บริเวณหลุม 4 สนาม 1 ซึ่งเปิดขายมานานกว่า 40 ปีเป็นร้านอาหารขนาดเล็กภายในสนามกอล์ฟ มีลูกค้าทั้งนักกอล์ฟ แคดดี้ และประชาชนทั่วไป เมนูขึ้นชื่อ ได้แก่ ข้าวผัดหมู ผัดพริกปลาดุก แกงเนื้อ และทอดมันปลากราย

ทั้งนี้ระหว่างรับประทานอาหาร พล.อ.ประวิตร ได้เชิญชวนเพื่อนร่วมรุ่น ตท.6 ที่มาเล่นกอล์ฟ ให้แวะพักรับประทานอาหารและชิมเครื่องดื่มภายในร้านอย่างเป็นกันเอง โดยมี พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด ที่มาตีกอล์ฟกับเพื่อนๆ ได้แวะเข้ามาทักทายและพูดคุยอย่างเป็นกันเอง

พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เป็นร้านประจำที่มารับประทานตั้งแต่สมัยมาเล่นกอล์ฟที่สนามแห่งนี้ และบางครั้งสั่งอาหารไปส่งที่บ้าน โดยเฉพาะเมนูแกงเนื้อที่ใช้เนื้อติดมัน ซึ่งสามารถรับประทานได้ทั้งกับข้าวสวยและขนมจีน

สส.รายงานตัวสภาฯ 10 วัน รวม 377 คน เหลือ 122 คน

สส.รายงานตัวสภาฯ 10 วัน รวม 377 คน  เหลือ 122 คน

สส.รายงานตัวสภาฯ 10 วัน รวม 377 คน เหลือ 122 คน

วันเสาร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.22 น.

วันที่ 7 มีนาคม 2569 เวลา 09.00 น. วันที่ 7 มี.ค. ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเดินทางเข้ามาเพื่อรายงานตัวของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ต่อเนื่องเป็นวันที่ 10 โดยในวันนี้ (7 มี.ค.) มีเพียง 4 คน ได้แก่ นายวสวรรธน์ พวงพรศรี สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทรวมพลัง นายเกรียงยศ สุดลาภา สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ สส.พิจิตร เขต 3 พรรคภูมิใจไทย และนายจักพันธ์ ปิยพรไพบูลย์ สส. ประจวบคีรีขันธ์ เขต 2 พรรคกล้าธรรม จึงทำให้ปัจจุบันมีสส.รายงานตัวแล้วทั้งหมด 377 คน จากจำนวนที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรอง 499 คน 

ขณะที่ยังคงเหลือสส.ที่ยังไม่มารายงานตัวจำนวน 122 คน จากพรรคประชาชน 119 คน  พรรคประชาธิปัตย์ 1 คน พรรครวมไทยสร้างชาติ 1 คน  และพรรคไทยภักดี 1 คน

น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า! ดร.อานนท์ เปิดเหตุผลทำไม ไทยงดส่งน้ำมันพม่า-ลาวไม่ได้

น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า! ดร.อานนท์ เปิดเหตุผลทำไม ไทยงดส่งน้ำมันพม่า-ลาวไม่ได้

น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า! ดร.อานนท์ เปิดเหตุผลทำไม ไทยงดส่งน้ำมันพม่า-ลาวไม่ได้

วันเสาร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.14 น.

วันที่ 7 มีนาคม 2569  รศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Arnond Sakworawich เรื่องการส่งออกน้ำมัน ยกเว้นไปพม่ากับลาว นั้น มีความจำเป็นครับ

เรานำเข้าก๊าซธรรมชาติจากพม่าแหล่งยาดานา ประมาณ 14% ของทั้งหมดที่ใช้ผลิตไฟฟ้า เข้าไปที่โรงงานไฟฟ้าราชบุรี 

สายไฟผ่านบางสะพานไปหล่อเลี้ยงภาคใต้ประมาณ 85% (ใต้มีโรงไฟฟ้าขนอมนิดหน่อย แล้วก็มีเขื่อนบางลางกับเขื่อนเชี่ยวหลานที่พอผลิตไฟฟ้าได้บ้าง) ที่เหลือภาคใต้ทั้งภาค อาศัยก๊าซธรรมชาติจากพม่า เพื่อหล่อเลี้ยงไฟฟ้าทั้งภาคใต้ครับ

รัฐบาลไหนไม่อยากพูด ปากไม่ดี ไปวิจารณ์รัฐบาลทหารพม่า จู่ ๆ เขาก็เทน้ำเปล่าลงล้างท่อก๊าซ ไม่มีก๊าซลงภาคใต้ โรคไฟฟ้าที่บางปะกงและที่อื่น ๆ ปั่นไฟฟ้ากันแทบระเบิด เพื่อไม่ให้ภาคใต้ไฟฟ้าดับครับ

เราซื้อไฟฟ้าพลังน้ำจากลาวมหาศาลครับ ลาวเป็น water power house of southeast Asia ครับ ช การช่าง ไปลงทุนเยอะครับ มีญาติพี่น้องคุณอนุทินไปลงทุนเยอะเช่นกัน

ไฟฟ้าทางภาคอีสาน อาศัยลาวเช่นกันครับ ถ้าเราไปงดส่งออกน้ำมันไปลาวเลย ลาวเขาโกรธ เลิกส่งไฟฟ้าให้เรา ไทยเราจะเดือดร้อนครับ

ไม่ได้เกี่ยวกับ คนนามสกุลเดียวกันกับนายกรัฐมนตรี มีโรงไฟฟ้าอะไรที่ลาวที่โจมตีกันหรอกครับ

แต่ น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า ถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน โครงสร้างพลังงานมัน interdependence กันอยู่ครับ

ตัดบัวไม่เหลือใยทันทีเลยไม่ได้ เราเองต่างหากที่จะเดือดร้อน ถ้าทำเช่นนั้น

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : มีผลทันที! อนุทิน เซ็นคำสั่งห้ามส่งออกน้ำมัน-ก๊าซ ยกเว้นไปลาว-เมียนมา

ทำถูกต้องแล้ว! จตุพร ชมเปาะ กระทรวงการต่างประเทศ ปมสนามบินอู่ตะเภา

ทำถูกต้องแล้ว! จตุพร ชมเปาะ กระทรวงการต่างประเทศ ปมสนามบินอู่ตะเภา

ทำถูกต้องแล้ว! จตุพร ชมเปาะ กระทรวงการต่างประเทศ ปมสนามบินอู่ตะเภา

วันเสาร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.37 น.

นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊กไลฟ์รายการประเทศไทยต้องมา  ซึ่งนายจตุพร กล่าวถึงสงครามยิว-ทรัมป์ถล่มอิหร่านว่า คงยุติลงยาก แม้ทรัมป์คำรามเสร็จศึกอิหร่านจะจัดการคิวบาต่อ ทั้งที่คิวบาเป็นหนามยอกอกสหรัฐมานานตั้งแต่ยุคสงครามเย็น แต่สหรัฐไม่เคยยึดคิวบาได้เลย 

“ถ้าทรัมป์จะเป็นนักเลงโตแล้ว ทำไมไม่ขู่จะยึดเกาหลีเหนือเพื่อเปลี่ยนการปกครองด้วย เมื่ออยากจะบ้าอำนาจยิ่งใหญ่แล้วก็ลองดูได้ เกาหลีเหนือไม่นั่งรอให้ทรัมป์ไปถล่มหรอกมั้ง เขา (ประธานธิบดีคิม) ก็มีของเหมือนกัน”
อีกทั้งกล่าวว่า ความอยากในเรื่องทรัพยากรทำให้โลกวุ่นวาย โดยไม่ใช้วิธีการจัดสรรทรัพยากร และประเทศที่ถูกสหรัฐจัดการล้วนเป็นแหล่งน้ำมันทั้งสิ้น เช่น เวเนซูเอลา ทรัมป์อ้างปัญหายาเสพติด ส่วนลิเบียกล่าวหาเรื่องก่อการร้าย ซัดดัม อุสเซน แห่งอีรัคก็อ้างเรื่องสะสมอาวุธชีวภาพ และเข้าไปยึด แล้วท้ายที่สุดก็ต้องถอนตัวออกมา

กรณียิว-ทรัมป์ทำสงครามกับอิหร่านนั้น อิหร่านไม่กลัวเกรงมหาอำนาจ และยังทำสงครามแบบสมน้ำสมเนื้อด้วยขีปนาวุธเก่า ส่วนรุ่นใหม่กำลังทยอยออกมาทำศึกกับอิสราเอล ดังนั้นเชื่อว่า ทรัมป์จะไม่สามารถปิดฉากสงครามอิหร่านได้เร็วอย่างปากคุยโวไว้และจะกลายเป็นสงครามยืดเยื้อ

ส่วนมีข่าวสหรัฐขอใช้สนามบินอู่ตะเภาเป็นฐานทัพหรือที่พักเครื่องบินรบนั้น กระทรวงต่างประเทศไทยแถลงย้ำ จะไม่ยอมให้สหรัฐมาใช้ ซึ่งจะเป็นการชักศึกเข้าบ้าน เพราะการโจมตีของอิหร่านต่อฐานทัพสหรัฐในประเทศตะวันออกกลางล้วนรุนแรงด้วยหายนะ ดังนั้น การให้มหาอำนาจมาใช้เป็นฐานทัพ หรือรูปแบบใดก็ตาม สภาพตะวันออกกลางที่เจอถล่มย่อมเป็นตัวอย่างให้เห็นแล้ว
“ถ้าทรัมป์ ไม่หยุดก่อสงคราม แม้คำรามไปจัดการคิวบาต่อนั้น แต่ต่อไปจีน-รัสเซีย คงหนีทรัมป์ไม่พ้น มหาอำนาจพวกนี้ย่อมรู้ว่า จะเป็นภัยต่อประเทศเขาขนาดไหน ดังนั้น ไทยไม่ยอมให้สหรัฐมาใช้สนามบินอู่ตะเภาจึงเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว”

นายจตุพร กล่าวว่า ใครมารับตำแหน่งนายกฯ ในช่วงสงครามแล้ว ล้วนเป็นทุกขลาภทั้งสิ้น ถ้าสงครามตะวันออกกลางจบไม่ลง ย่อมมีปัญหาเศรษฐกิจต่อไทย ดังนั้น ไทยต้องไม่ตกใจ ขอให้มีสติ เมื่อถึงเวลามีผลกระทบด้านพลังงานอย่าโกลาหล สิ่งสำคัญรัฐบาลต้องเตรียมการกับรูปแบบพลังงานอย่างอื่นไว้ด้วย แม้น้ำมันมีสำรองถึง 95 วัน แต่มีเวลามากพอจะเตรียมการใช้พลังงานอื่นไว้

พปชร.ประชุมใหญ่สามัญ ตรีนุช นั่งหัวหน้า ลั่นพาพรรคเดินหน้าต่อ หลัง ลุงป้อม ให้โอกาสทำงาน

พปชร.ประชุมใหญ่สามัญ ตรีนุช นั่งหัวหน้า ลั่นพาพรรคเดินหน้าต่อ หลัง ลุงป้อม ให้โอกาสทำงาน

พปชร.ประชุมใหญ่สามัญ ตรีนุช นั่งหัวหน้า ลั่นพาพรรคเดินหน้าต่อ หลัง ลุงป้อม ให้โอกาสทำงาน

วันเสาร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.03 น.

พปชร. ประชุมใหญ่สามัญ “ตรีนุช” นั่ง หน. ลั่น พาพรรคเดินหน้าต่อ หลัง “ลุงป้อม”ให้โอกาสทำงาน ปัดตอบโควต้า เก้าอี้ รมต. ขอรอเปิดสภา- เลือกนายกฯ ก่อน

วันที่ 7 มีนาคม 2569 เวลา 10.30 น. ที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ ได้จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 โดยมีนางสาวตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)  เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหาร (กก.บห.) ชุดรักษาการ และสมาชิกพรรค 

โดยที่ประชุมมีติดังนี้ นางสาวตรีนุช เป็นหัวหน้าพรรค นายยุทธนา ศรีตะบุตร เป็นเลขาธิการ นางสาวอรนุช ไวนุสิทธิ์ เป็น เหรัญญิก และนายชาตรี ผดุงพงษ์ เป็นนายทะเบียนพรรค ในส่วนรองหัวหน้าพรรค 5 คน ประกอบด้วย นายภัครธรณ์ เทียนไชย นายกระแสร์ ตระกูลพรพงศ์ พลเอก กฤษณ์โยธิน ศศิพัฒนวงษ์ พลตำรวจโท ปิยะ ต๊ะวิชัย หม่อมหลวงกรกสิวัฒน์ เกษมศรี สำหรับกก.บห. 7 คน ประกอบด้วย นายบดี เทียนทอง นางสาวปภาสิริ ศรีตะบุตร นายกรทัพ ตระกูลพรพงศ์ นายพิษณุ คล้ายเจตน์ดี นายประจักร ประสงค์สุข นายอนันต์ แพทยานนท์ 
และนางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น

จากนั้นเมื่อเวลา 11.45 น.นางสาวตรีนุช ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุม กก.บห. ว่า วันนี้เป็นการประชุมเพื่อเลือก กก.บห. หลังจากพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่ปรึกษาพรรค ได้ลาออกจากหัวหน้าพรรค ซึ่งเป็นไปตามหลักการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่จะต้องมีการแต่งตั้ง กก.บห ภายใน 60 วัน เพื่อให้โครงสร้างของพรรคถูกต้องตามกฎหมาย และเพื่อให้พรรคสามารถขับเคลื่อนงานต่างๆได้ ซึ่งองค์ประกอบของ กก.บห. ชุดนี้มีทั้งคนใหม่ คนเก่าและสมาขิกพรรคที่จะทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างสรรค์แนวคิดใหม่ ๆ ในการขับเคลื่อนความตั้งใจของพรรคและการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน

เมื่อถามว่า ในฐานะหัวหน้าพรรคจะสามารถนำพาพรรคไปสู่เป้าหมายได้หรือไม่ นางสาวตรีนุช กล่าวว่า วันนี้พยายามทำให้ดีที่สุด ซึ่งเราได้มีโอกาสได้รับคำเชิญไปร่วมรัฐบาลเพื่อขับเคลื่อนงาน ทั้งนี้หากมีความชัดเจนมากกว่านี้เราจะมีการกำหนดทิศทางการทำงานของพรรคอีกครั้ง

เมื่อถามว่า พล.อ.ประวิตรได้ฝากฝังงานอะไรไว้บ้างหรือไม่ นางสาวตรีนุช กล่าวว่า พวกเราได้มีโอกาสเข้าไปกราบท่าน ซึ่งท่านให้โอกาสให้พวกเราทำงาน เพื่อให้พรรคเดินหน้าต่อไปได้ ทั้งนี้หากมีเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนหรือเรื่องใหญ่ๆ พวกเราก็อาจจะต้องเข้าไปขอคำปรึกษาจากพลเอกประวิตร เมื่อถามว่า หลังจากนี้จะสามารถดำเนินกิจการของพรรคต่อไปได้หรือไม่ นางสาวตรีนุช กล่าวว่า แน่นอน วันนี้เรามี สส. 5 คน มีสมาชิกพรรค มีสาขาพรรค เพื่อที่จะดูแลและขับเคลื่อนพรรคต่อไปได้

เมื่อถามว่า มีการพูดคุยกับแกนนำรัฐบาลเรื่องเก้าอี้รัฐมนตรีแล้วหรือยัง นางสาวตรีนุช กล่าวว่า ตอนนี้ต้องเป็นไปตามขั้นตอน  เพราะยังต้องรอกลไกของการเปิดสภา และเลือกนายกรัฐมนตรีให้จบก่อน แล้วหลังจากนี้ก็จะมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น

อดีตผู้พิพากษา เจาะลึกความคุ้มกัน สส. กับคดีอาญา เมื่อกฎหมายปะทะสิทธิตามรัฐธรรมนูญ

อดีตผู้พิพากษา เจาะลึกความคุ้มกัน สส. กับคดีอาญา เมื่อกฎหมายปะทะสิทธิตามรัฐธรรมนูญ

อดีตผู้พิพากษา เจาะลึกความคุ้มกัน สส. กับคดีอาญา เมื่อกฎหมายปะทะสิทธิตามรัฐธรรมนูญ

วันเสาร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.54 น.

วันที่ 7 มีนาคม 2569 นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊กว่าเจาะลึก! ความคุ้มกัน “สส.” กับคดีอาญา: เมื่อกฎหมายปะทะสิทธิตามรัฐธรรมนูญ

จากกรณีข่าวร้อนแรงที่ DSI ออกหมายเรียก นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา ในคดีเว็บพนัน ทำให้เกิดคำถามสำคัญว่า “สส. ท่านนี้จะได้รับความคุ้มกันหรือไม่?” ในขณะที่สภายังไม่เปิดและยังไม่มีประธานสภาฯ

1.  ช่วงปิดสมัยประชุม = “ไร้เกราะคุ้มกัน”

ตาม รัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 125 ความคุ้มกัน (Immunity) ที่ห้ามจับ คุมขัง หรือหมายเรียก สส. (และ สว.) ไปสอบสวนนั้น จะมีผลเฉพาะ “ในระหว่างสมัยประชุม” เท่านั้นครับ
• สถานะปัจจุบัน: เมื่อยังไม่มีการเปิดสมัยประชุมสภาฯ นายชนนพัฒฐ์จึงมีสถานะเป็นบุคคลธรรมดาในทางคดีอาญา 
• ข้อสรุป: พนักงานสอบสวนมีอำนาจออกหมายเรียกและดำเนินคดีได้ตามปกติครับ!

2. เจตนารมณ์: “กันแกล้ง ไม่ใช่ กันผิด”

ทำไมต้องมีกฎหมายนี้? ย้อนกลับไปตั้งแต่ปี พ.ศ. 2475 รัฐธรรมนูญทุกฉบับเขียนไว้เพื่อ:

ป้องกันการกลั่นแกล้งทางการเมือง: ไม่ให้ฝ่ายบริหารใช้อำนาจจับกุม สส. เพื่อขัดขวางการโหวตหรือการทำงานในสภา

ยึดถือประโยชน์ปวงชน: เพื่อให้ สส. ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างอิสระ ไม่ตกอยู่ภายใต้อาณัติหรือความครอบงำใดๆ (ตามมาตรา 114)

3. เมื่อเปิดสภาฯ แล้ว… จะเกิดอะไรขึ้น?

หากคดีลากยาวไปจนถึงวันเปิดสมัยประชุม และนายชนนพัฒฐ์ถูกควบคุมตัวอยู่:
• สิทธิการปล่อยตัว: ประธานสภาฯ (เมื่อเข้ารับตำแหน่งแล้ว) มีอำนาจร้องขอให้ศาลหรือพนักงานสอบสวน “สั่งปล่อยตัวทันที” เพื่อให้ สส. มาทำหน้าที่ประชุมสภาได้ 
• อำนาจศาล: ศาลอาจสั่งให้มีประกันหรือหลักประกันหรือไม่ก็ได้ แต่ต้องไม่ขัดขวางการมาประชุมสภาของสมาชิกผู้นั้น

4. ส่วนเอกสิทธิ์ (Privilege) คือการได้รับยกเว้น ไม่ถูกฟ้องร้อง ทั้งทางแพ่งและทางอาญา จากการแสดงความคิดเห็นในที่ประชุมสภา (มาตรา 124 ของรัฐธรรมนูญ) กรณีตามข่าวไม่เกี่ยวกับเอกสิทธิ์ของ สส. (และ สว.)

บทสรุปสั้นๆ
หาก DSI ออกหมายเรียก สส. มาสอบสวนในช่วงนี้ “ความคุ้มกันยังไม่เริ่มทำงาน” เพราะยังไม่เข้าสมัยประชุมสภาฯ ดังนั้น การออกหมายเรียก จึงเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมายปกติครับ ส่วนเกราะคุ้มกันจะเริ่มกางกั้นก็ต่อเมื่อ “พระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา” มีผลบังคับใช้เท่านั้น! 

วัส ติงสมิตร

นักวิชาการอิสระ

7/3/69

#กฎหมายน่ารู้ #สสสงขลา #ความคุ้มกันรัฐสภา #มาตรา125 #รัฐธรรมนูญ60 #DSI #ข่าวการเมือง #ชนนพัฒฐ์นาคสั้ว

รัฐ เตือน ฤดูร้อนระวังจมน้ำ ย้อนหลัง 10 ปี ดับพุ่งเกือบหมื่นราย

รัฐ เตือน ฤดูร้อนระวังจมน้ำ ย้อนหลัง 10 ปี ดับพุ่งเกือบหมื่นราย

รัฐ เตือน ฤดูร้อนระวังจมน้ำ ย้อนหลัง 10 ปี ดับพุ่งเกือบหมื่นราย

วันเสาร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.43 น.

นางสาว อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผย ช่วงฤดูร้อนของทุกปี (เดือนมีนาคม – พฤษภาคม) มักมีผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำ  ซึ่งจากข้อมูลย้อนหลัง 10 ปี ระหว่างปี พ.ศ. 2559 – 2568 พบมีผู้เสียชีวิตเฉลี่ยปีละ 964 ราย โดยกลุ่มอายุ 45 – 59 ปี มีสัดส่วนเสียชีวิตมากที่สุด ร้อยละ 27.9 รองลงมาคือ อายุ 60 ปีขึ้นไป ร้อยละ 21.7 และอายุต่ำกว่า 15 ปี ร้อยละ 20.3 อย่างไรก็ตาม ในช่วงปิดเทอมการจมน้ำเสียชีวิตในเด็กสูงถึง 1 ใน 3 ของการจมน้ำตลอดทั้งปี

สำหรับสาเหตุหลักของการจมน้ำ พบว่าเกิดจากการเล่นน้ำ ร้อยละ 51.6 และการพลัดตกหรือลื่นตกน้ำ ร้อยละ 25.2 โดยสถานที่เกิดเหตุส่วนใหญ่เป็นแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรและแหล่งน้ำธรรมชาติ เช่น บ่อขุด สระน้ำ คลอง และแม่น้ำ คิดเป็นร้อยละ 73.1 ที่สำคัญผู้เสียชีวิตเกือบทั้งหมดไม่ได้สวมเสื้อชูชีพ คิดเป็นร้อยละ 98.4 ช่วงเวลาที่เกิดเหตุสูงสุดคือ 12.00 – 17.59 น. คิดเป็นร้อยละ 60 และผู้ประสบเหตุมักอยู่กับเพื่อนในขณะเกิดเหตุ ร้อยละ 41.4 ทั้งนี้ ผู้ประสบเหตุจมน้ำส่วนใหญ่เสียชีวิตถึงร้อยละ 76.5 สะท้อนให้เห็นว่าการจมน้ำเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรวดเร็วและมีความรุนแรงสูง จึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการป้องกันเป็นอันดับแรก

อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์

รัฐบาลย้ำเตือนประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในการทำกิจกรรมทางน้ำในช่วงฤดูร้อน โดยเฉพาะการดูแลเด็กและผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด สวมเสื้อชูชีพทุกครั้งเมื่อโดยสารเรือหรือทำกิจกรรมทางน้ำ หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อลดความเสี่ยงการจมน้ำและป้องกันการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น พร้อมทั้งเน้นย้ำให้แหล่งท่องเที่ยวทางน้ำจัดโซนนิ่งพื้นที่เล่นน้ำ มีเจ้าหน้าที่ชีวพิทักษ์ (Lifeguard) และมีอุปกรณ์ช่วยชีวิตที่เพียงพอ รวมถึงกำหนดมาตรการห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคีเครือข่าย ขอให้สำรวจและจัดการแหล่งน้ำเสี่ยง เช่น การติดตั้งรั้ว ป้ายเตือน และกำหนดกฎระเบียบด้านความปลอดภัย เพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางน้ำลดการสูญเสียชีวิตของประชาชน

‘วิทยา’ จี้ รัฐแก้ราคาสินค้าเกษตรตก ส้มโอทับทิมสยามปากพนัง วิกฤตหนัก

‘วิทยา’ จี้ รัฐแก้ราคาสินค้าเกษตรตก ส้มโอทับทิมสยามปากพนัง วิกฤตหนัก

‘วิทยา’ จี้ รัฐแก้ราคาสินค้าเกษตรตก ส้มโอทับทิมสยามปากพนัง วิกฤตหนัก

วันเสาร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.57 น.

วันนี้ 7 มีนาคม 2569 กลายเป็นประเด็นร้อนบนโลกโซเชียล เมื่อพรรครวมไทยสร้างชาติโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กทางการ ถึงสถานการณ์ราคาพืชผลทางการเกษตรที่ตกต่ำเข้าขั้นวิกฤต โดยเฉพาะ ส้มโอทับทิมสยาม ของดีอำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีข้อความทั้งหมดว่า “นาย วิทยา แก้วภราดัย รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึงสถานการณ์ราคาผลผลิตเกษตรที่ตกต่ำอย่างรุนแรงในขณะนี้ โดยระบุว่า พี่น้องเกษตรกรกำลังเผชิญภาวะ ‘เคราะหซ้ำกรรมซัด’ เพราะผลผลิตราคาดิ่งลงพร้อมกันหลายรายการ จากมะพร้าวน้ำหอมที่เหลือราคาลูกละ 2 บาท ลากยาวมาจนถึงส้มโอทับทิมสยาม โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่สถานการณ์เข้าขั้นวิกฤต สร้างความเดือดร้อนให้เกษตรกรอย่างถ้วนหน้า

นายวิทยา กล่าวอีกว่า แม้ส้มโอทับทิมสยามปากพนังจะเป็นสินค้าที่ได้รับสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) หนึ่งเดียวในโลกที่อำเภอปากพนัง แต่ขณะนี้ราคากลับตกต่ำถึงขีดสุดจนแทบหาผู้รับซื้อไม่ได้ อีกทั้งยังเกิดการสวมสิทธิ์และตัดราคา โดยพบว่ามีการนำส้มโอทับทิมสยามที่ปลูกนอกพื้นที่อำเภอปากพนัง มาเทขายถูกเพียงลูกละ 20 บาท จำนวนกว่า 200,000 ลูก ซึ่งพ่อค้าคนกลางบางกลุ่มก็ได้กว้านซื้อและนำไปเร่ขายในตลาดกรุงเทพฯ ราคาเพียง 3 ลูก 100 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำกว่าความเป็นจริงของส้มโอเกรด GI อย่างมาก ทำให้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและชื่อเสียงของส้มโอทับทิมสยามที่เป็นความภาคภูมิใจของชาวนครศรีธรรมราช

วิทยา

นายวิทยา ยังได้เรียกร้องไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เกษตรจังวัด และพาณิชย์จังหวัด ให้เร่งเปิดโต๊ะเจรจาหารือเป็นการเร่งด่วนเพื่อวางมาตรการแก้ไข อาทิ คุมเข้มการเคลื่อนย้ายผลผลิต เพื่อป้องกันการนำส้มโอนอกพื้นที่เข้ามาสวมสิทธิ์เป็นส้มโอทับทิมสยามปากพนัง รัฐต้องเข้าแทรกแซงราคาเพื่อหาช่องทางระบายสินค้าที่มีคุณภาพในราคาที่ยุติธรรม และบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังกับผู้ที่นำส้มโอทับทิบสยามนอกพื้นที่ไปแอบอ้างจนทำลายกลไกตลาด”

หลังจากที่โพสต์ของพรรครวมไทยสร้างชาติเผยแพร่ลงมาบลนโลกโซเชียล ทำเอาชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก เช่น

“ส้มโอทับทิมสยามที่อร่อยที่สุดก็ต้องที่ปากพนัง ส่วนใครที่ขายทับทิมสยามที่ปลูกที่อื่นก็ควรจะแจ้งให้ลูกค้าทราบว่าไม่ใช่ของปากพนัง การค้าขายควรจะซื่อสัตย์ และจริงใจต่อผู้บริโภค”

“พ่อค้าหักหัวคิวมากกว่า ตามตลาดยังแพงอยู่เลย”

“ถ้าเลือกรทสชก็คงไม่เป็นแบบนี้”

“เลือกคนผิด เข้ามา ก็ต้อง ทน ลำบาก ทน ห้พวกมัน กดขี่ อยู่แบบนี้ จนกว่า พวกมัน จะหมดอำนาจ มันคุมกันหมด ทั้ง พลังงาน สินค้า เกษตร และ เศรษฐกิจ ทั้งหมด ของชาติ”

“ผักผลไม้ต่างๆเราต้องอุดหนุนของไทย ของจีนเข้ามามากเกินไป”

“ผลไม้เขมรแอบเข้ามาทางลาว”

วิทยา
วิทยา
วิทยา

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก พรรครวมไทยสร้างชาติ United Thai Nation Party, เฟซบุ๊ก Witthaya Kaewparadai – วิทยา แก้วภราดัย