สมชัย เปิดวีรกรรม กกต. ใช้เงินหลวงจ่ายค่าปรับ PDPA แย้มพรุ่งนี้มีทีเด็ด 70 ล้าน รออยู่

สมชัย เปิดวีรกรรม กกต. ใช้เงินหลวงจ่ายค่าปรับ PDPA แย้มพรุ่งนี้มีทีเด็ด 70 ล้าน รออยู่

สมชัย เปิดวีรกรรม กกต. ใช้เงินหลวงจ่ายค่าปรับ PDPA แย้มพรุ่งนี้มีทีเด็ด 70 ล้าน รออยู่

วันเสาร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.47 น.

วันนี้ 7 มีนาคม พ.ศ. 2569 กลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ เมื่อ สมชัย ศรีสุทธิยากร นักวิชาการและอดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กเปิดโปงวีรกรรมการทำงานของหน่วยงานเก่าแบบจัดหนัก ในหัวข้อที่ทำเอาประชาชนคนเสียภาษีต้องสะดุ้ง กับกรณีการจ่ายค่าปรับหลักแสนด้วยเงินหลวง พร้อมทิ้งระเบิดลูกใหญ่ว่า พรุ่งนี้มีอีกเรื่อง 70 ล้าน โดยมีข้อความทั้งหมดระบุว่า “เมื่อประชาชนสู้กลับ กกต. ก็ต้องชดใช้ค่าเสียหาย แต่ใช้ภาษีประชาชนจ่ายมีหลายเรื่องที่ กกต.ผิด และต้องชดใช้ค่าเสียหายโดยเอาเงินหลวง ภาษีประชาชน มาชดใช้ แต่มักจะปิดเงียบ ตัวอย่างเช่น คณะกรรมการที่ดูแลการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล PDPC เคยให้ กกต. เสียค่าปรับ 335,000 บาท เนื่องจากทำข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัคร สว. 23,645 ราย หลุดต่อสาธารณะ ด้วยวิธีการทำงานที่หละหลวม คือ ส่งข้อมูลผ่าน Application Line ที่ไม่มีมาตรการป้องกันข้อมูลได้ดีพอและ เมื่อเกิดเหตุแล้ว ยังรายงานต่อคณะกรรมการ PDPC ด้วยความล่าช้า กรณีดังกล่าว สำนักงาน กกต. ต้องใช้เงินหน่วยงานจ่ายค่าปรับ แต่สิ่งหนึ่งที่ปิดเงียบไม่ปรากฏเป็นข่าว คือ มีการตั้งคณะกรรมการสอบหาผู้รับผิดทางละเมิดที่ทำให้ราชการเสียหายหรือยัง ว่า การกระทำดังกล่าวใครบ้างเกี่ยวข้อง ผู้บังคับบัญชาคนไหน ต้องร่วมรับผิดชอบ เป็นการประมาทเลินเล่อ หรือ ประมาทเลินเล่อร้ายแรง มีการลงโทษอย่างไร มีการชดใช้เงินคืนราชการหรือไม่ และ กล่าวขอโทษต่อประชาชนหรือยัง เวลา กกต.จะฟ้องประชาชน ใช้เงินภาษี เวลาประชาชนสู้กลับ ต้องใช้เงินส่วนตัว เวลา กกต. แพ้จะใช้เงินภาษี เล่นแบบนี้ not fair game พรุ่งนี้ จะเล่าต่ออีกเรื่อง ที่กำลังจะต้องใช้ภาษีประชาชนอีกราว 70 ล้าน จ่ายให้กับความผิดของ กกต. รอฟังไหวไหม”

สมชัย ศรีสุทธิยากร

หลังจากโพสต์นี้ถูกเผยแพร่ออกไป บรรดาชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างดุเดือด โดยเฉพาะประเด็นเรื่องความยุติธรรมในการใช้เงินภาษี เช่น

“Part นี้ ก้ฟ้อง กกต ได้อีก … pdpa ได้รับเงินหรือยัง …”

“ไม่ fair อย่างแรงและไม่มีความละอายใจด้วยค่ะ ตังเองทำผิดแล้วเอาเงินภาษีประชาชนมาชดใช้ได้ยังไง”

“เหตุที่ กกต ต้องทำให้จบ เป็นตัวอย่างอุทาหรณ์ “การใช้ภาษี แผ่นดิน” ยินดีสนับสนุน กองทุน เอา กกต เข้าคุก และชดใช้เงินคืน แผ่นดิน”

“คดีให้ใบแดง สส. ภาคเหนือ แล้ว สส. ฟ้องกลับ กกต. ใช้เงินอะไร”

“กกต.ผิด #ก็เอาหลักฐานไปสู้กันสิ ไม่ใช่มาพูดกันลอยๆคะ #ชลบุรีเขต1 คะแนนห่างกันเป็นหมื่นคะแนน คิวอาร์ -บาร์โค้ดคิว ก็เอาหลักฐานไปสู้กัน ทำโชว์เดี๋ยวนั้นเลย ภูมิรัฐศาสตร์โลกร้อนแรง เขมรเหิมเกริม #ชายแดนไทยเขมร เลือกภูมิใจไทย #เพราะคนไทยรักชาติฟีเวอร์ ทั่วประเทศ”

สมชัย ศรีสุทธิยากร
สมชัย ศรีสุทธิยากร
สมชัย ศรีสุทธิยากร

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก ปั่นไปไหน – สมชัย ศรีสุทธิยากร

แฉแผนตัดกำลังฝ่ายค้าน ‘วิโรจน์’ ไขปมเร่งคดีชนนพัฒฐ์

แฉแผนตัดกำลังฝ่ายค้าน 'วิโรจน์' ไขปมเร่งคดีชนนพัฒฐ์

แฉแผนตัดกำลังฝ่ายค้าน ‘วิโรจน์’ ไขปมเร่งคดีชนนพัฒฐ์

วันเสาร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.17 น.

วันนี้ 7 มีนาคม 2569 วิโรจน์ ลักขณาอดิศร จากพรรคประชาชน ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กวิเคราะห์เบื้องลึกเบื้องหลังกรณีที่ DSI และ ปปง. สั่งอายัดทรัพย์และออกหมายเรียก ชนนพัฒน์ นาคสั้ว สส.พรรคกล้าธรรม โดยตั้งคำถามถึงความผิดปกติในมิติทางการเมืองที่อาจแฝงอยู่ “จับกุมตามหน้าที่ก็ดี แต่มานึกอีกทีอาจแฝงวัตถุประสงค์ทางการเมือง?

กรณีที่ DSI และ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เข้ายึดทรัพย์ ค้นบ้าน และออกหมายเรียก ชนนพัฒน์ นาคสั้ว สส.จากพรรคกล้าธรรม นั้น ก็มีความเป็นไปได้ว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกระบวนการทางกฎหมายตามปกติ

วิโรจน์

อย่างไรก็ตาม หากลองพิจารณาในมิติทางการเมือง ก็ต้องยอมรับว่า ทั้ง DSI ซึ่งขึ้นตรงกับ รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และ ปปง. ซึ่งขึ้นตรงกับ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี หากจะดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและว่องไวถึงเพียงนี้ ก็น่าจะต้องได้รับไฟเขียวให้ปฏิบัติการอย่างแน่นอน และจึงมีความเป็นไปได้ว่า อาจมีวัตถุประสงค์ทางการเมืองบางประการแฝงอยู่ด้วย

ประการแรก อย่างน้อยที่สุด การดำเนินการดังกล่าวอาจมีเป้าหมายเพื่อข่มขู่และปราม สส. ทั้งในพรรคกล้าธรรมและพรรคอื่นๆ ที่ต่างก็รู้ตัวดีว่าตนเองกำลังทำอะไรอยู่ ว่าไม่ควรแสดงท่าทีแข็งกร้าวหรือ “เปรี้ยว” มากจนเกินไป เพราะรัฐบาลมีข้อมูลเส้นทางการเงินของทุกคนอยู่แล้ว หรือหากยังไม่ทราบ ก็สามารถขุดค้นตรวจสอบได้ในภายหลัง ดังนั้น หากผู้ใดมีแผลหรือมีร่องรอยเกี่ยวข้องกับธุรกรรมทางการเงินสีเทา และยังทำตัวไม่น่ารัก ก็อาจถูกดำเนินการได้ในเวลาไม่นาน แต่ในทางกลับกัน หากผู้ใดว่านอนสอนง่าย ก็อาจยังสามารถลอยชายใช้ชีวิตอย่างสบายใจต่อไปได้

ประการที่สอง หากพิจารณาจากศักยภาพทางการเมืองแล้ว พรรคประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์เพียงลำพัง ไม่น่าจะมีศักยภาพเพียงพอที่จะดีลกับขั้วอำนาจต่างๆ เพื่อล้มรัฐบาลได้ โดยเฉพาะหากต้องใช้วิธีการเชิงเล่ห์กล ลูกตุกติก หรือกลยุทธ์แบบ “วิชามาร” ที่เปรียบได้กับการชกใต้เข็มขัดหรือลอบวางยาพิษในนวนิยายกำลังภายในจีน พรรคประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์คงยากที่จะดำเนินการในลักษณะนั้นได้

ในอดีต พรรคประชาธิปัตย์เคยถูกแซวว่าอาจไปจัดตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร ซึ่งในความเป็นจริงก็ต้องยอมรับว่า พรรคประชาธิปัตย์อาจเป็นเพียงผู้เล่นในฉากหน้าเท่านั้น ขณะที่เบื้องหลังยังมีมือที่ทำหน้าที่รับผิดชอบงานที่เป็น “Dirty Jobs” อยู่ด้วย ดังนั้น หากสามารถสกัดพรรคกล้าธรรม ซึ่งเป็นพรรคที่หลายคนในยุทธจักรการเมืองยอมรับว่า “กล้าทำจริง” และ “ทำถึงจริง” ได้สำเร็จ พรรคภูมิใจไทยก็แทบไม่ต้องกังวลว่าฝ่ายค้านจะมีลูกพลิกแพลงหรือกลยุทธ์พิสดารใดๆ ที่น่ากังวลอีก

วิโรจน์

ยิ่งไปกว่านั้น หากทุกอย่างดำเนินไปตามกติกาปกติของระบบรัฐสภา การลงมติในสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทยก็ไม่ได้มีสิ่งใดที่ต้องหวาดกลัวเป็นพิเศษ เพราะต่อให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างไร เมื่อถึงเวลายกมือโหวต กฎหมายต่างๆ ก็ยังสามารถผ่านได้อย่างฉลุย และในกรณีของนโยบายหรือแนวคิดที่ดี พรรคภูมิใจไทยก็ประกาศชัดเจนอยู่แล้วว่าพร้อมนำไปต่อยอดหรือ “ก๊อปแล้วพลัส” โดยไม่ได้ถือเรื่องภาพลักษณ์หรือศักดิ์ศรีมากนัก

ประการที่สาม ยิ่ง สส.พรรคกล้าธรรมถูกดำเนินคดีอย่างเปิดเผยและโจ่งแจ้งมากเท่าใด ก็ยิ่งมีแนวโน้มที่จะทำให้พรรคฝ่ายค้านอย่างพรรคประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์ตั้งแง่หรือเกิดความระแวงในการทำงานร่วมกันมากขึ้นเท่านั้น เพราะหากเกิดสถานการณ์ใดที่พรรคประชาชนหรือพรรคประชาธิปัตย์ต้องลงมติร่วมกับพรรคกล้าธรรม ก็อาจมีเสียงแซวหรือเสียงโห่ร้องจากฝ่ายตรงข้ามว่า “เดี๋ยวนี้พรรคส้มกับพรรคฟ้าหันไปปะแป้ง แล้วซื้อหวย 888 ด้วยกันแล้วหรือ”

ทั้งนี้ พรรคประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์ต่างก็เป็นพรรคการเมืองที่ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์และหน้าตาทางการเมืองเป็นอย่างมาก ดังนั้น การขยับตัวทำงานร่วมกันในวิปฝ่ายค้านย่อมมีความอึดอัดไม่น้อย เพราะนอกจากจะต้องกังวลเรื่องการถูกโจมตีจากทีม IO แล้ว ยังอาจมีความไม่ไว้วางใจกันอยู่ลึกๆ เนื่องจากหลายคนรับรู้กันดีว่า พรรคกล้าธรรมเองก็ไม่ได้อยากเป็นฝ่ายค้านอย่างแท้จริง และอาจเพียงแสดงบทบาทฝ่ายค้านเพื่อเปิดทางในการต่อรองเข้าร่วมรัฐบาลในอนาคต

เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์เช่นนี้ การทำงานของฝ่ายค้านซึ่งมีเสียงในสภาเพียงประมาณ 200 เสียงอยู่แล้ว หากยังขาดเอกภาพภายใน ก็ยิ่งมีแนวโน้มที่จะอ่อนแอลงไปอีก การผลักดันกฎหมายสำคัญอาจเป็นไปได้ยาก การอภิปรายตรวจสอบรัฐบาลก็อาจเต็มไปด้วยความระแวงซึ่งกันและกัน และแม้แต่การควบคุมธีมหรือการจัดสรรเวลาในการอภิปรายก็อาจกลายเป็นเรื่องที่ต้องจับตาดูกันต่อไปว่า จะสามารถประสานกันได้มากเพียงใด

วิโรจน์

ด้วยเหตุนี้ ผมจึงเห็นว่า หากต้องการแก้เกมสถานการณ์เช่นนี้ พรรคประชาชนจำเป็นต้องสื่อสารกับประชาชนให้เข้าใจอย่างชัดเจนว่า การทำงานในฐานะฝ่ายค้านนั้น ในหลายกรณีจำเป็นต้องมีเอกภาพและต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน พร้อมทั้งต้องกำหนดเส้นแบ่งในการทำงานร่วมกับพรรคกล้าธรรมและพรรคประชาธิปัตย์ให้ชัดเจน

การทำงานในวิปฝ่ายค้านจึงควรเป็นไปอย่างตรงไปตรงมา เรื่องใดที่สามารถร่วมมือกันได้ก็ร่วมมือกันไป และจากนั้นจึงอธิบายกับประชาชนอย่างเปิดเผย พร้อมทั้งกล้าที่จะใช้ต้นทุนทางสังคมในการทำให้ประชาชนเข้าใจถึงความจำเป็นของการทำงานภายใต้กลไกของระบบรัฐสภา

ในทางกลับกัน หากมีประเด็นใดที่ไม่เห็นด้วย หรือเป็นเรื่องที่ล้ำเส้นมาตรฐานที่ได้กำหนดไว้ ก็ควรแจ้งให้พรรคประชาธิปัตย์และพรรคกล้าธรรมทราบอย่างตรงไปตรงมา แม้พวกเขาจะโกรธหรือไม่พอใจก็ตาม แต่ก็ควรเป็นความโกรธที่เกิดจากการรับรู้ความจริงตรงๆ ไม่ใช่ความโกรธที่เกิดจากการที่เราเคยรับปากแล้วไม่ทำตาม หรือจากความเข้าใจผิดว่าเราไปเล่นสองหน้าหลอกลวงกัน

การอธิบายทั้งภายในวิปฝ่ายค้านและต่อสาธารณะถือเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะหากสามารถสื่อสารได้ดีและทำให้ประชาชนเข้าใจ แม้ว่าพรรคฝ่ายค้านจะมีความเห็นไม่ตรงกันในบางเรื่อง แต่ก็ยังสามารถมี “เข็มมุ่งร่วมกัน” ในประเด็นสำคัญบางประการได้ และนั่นย่อมจะทำให้ฝ่ายค้านยังคงมีน้ำหนักเพียงพอในการตรวจสอบถ่วงดุลรัฐบาล ผ่านกฎหมายสำคัญต่างๆ และผลักดันมาตรการเชิงนโยบายให้เกิดประสิทธิภาพ รวมทั้งก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างเสมอภาคต่อไปได้

อีกเรื่องที่ต้องฝากไว้ ก็คือ ในเรื่องคดีความต่างๆ ของทั้งชนนพัฒน์ นาคสั้ว และเบน สมิธ ก็คงต้องว่ากันไปตามกระบวนการยุติธรรม ตามกฎหมายเขาทั้งสองยังมีสิทธิที่จะสู้คดี แต่ผมต้องตั้งข้อสังเกตให้สังคมฉุกคิดร่วมกันว่า แค่การกล่าวหา 2 คนนี้ มันไม่ทำให้เรื่องสแกมเมอร์ ค้ามนุษย์ไปเป็นแรงงานสแกมเมอร์ และการฟอกเงิน จบลงนะครับ การกระทำอาชญากรรมเหล่านี้ มันทำเป็นขบวนการ และมีผู้มีอิทธิพลอยู่เบื้องหลังเป็นจำนวนมาก สังคมต้องตามให้ทันนะครับ ไม่ใช่ว่าพอกล่าวหาเพียงแค่ 2 คนนี้ แล้วก็จบกันไป ตัวละครตัวเบ้งๆ ที่ยังคงลอยนวลทำงานเป็นขบวนการ ก่อกรรมทำเข็ญ หลอกลวงเงินประชาชน ฟอกเงินทำร้ายผู้ประกอบกิจการที่ทำธุรกิจสุจริตต่อไป ถ้าจะจับต้องจับให้สิ้นสาวให้หมด ไม่มีใครใหญ่ไปกว่ากฎหมายครับ”

หลังโพสต์ของ วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ถูกเผยแพร่ออกไป บรรดานักสืบโซเชียลและแฟนคลับต่างเข้ามาแสดงความเห็นกันอย่างหลากหลาย เช่น

“หรือแค่กลลวง”

“มาอีกทีก็ ผุดผ่อง”

“เป็นโพสต์ที่ดี แต่มีแบบเป็นหนังสือเสียงมั๊ยครับ? ผมคนไทยแท้ อ่านหนังสือได้แค่ไม่กี่บรรทัด”

“ใช่”

“อีกสี่ปีอาจมีกฏหมายใหม่ ยิ่งอ่านยิ่งเสียดายหัวหมู่ทะลวงฟันอย่างคุณวิโรจน์ค่ะ”

วิโรจน์
วิโรจน์
วิโรจน์
วิโรจน์
วิโรจน์

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Wiroj Lakkhanaadisorn – วิโรจน์ ลักขณาอดิศร

พิชัย หนุน อนุทิน ตรึงดีเซล 29.94 จี้พาณิชย์คุมเข้มสินค้าห้ามขาด-ห้ามแพง

พิชัย หนุน อนุทิน ตรึงดีเซล 29.94 จี้พาณิชย์คุมเข้มสินค้าห้ามขาด-ห้ามแพง

พิชัย หนุน อนุทิน ตรึงดีเซล 29.94 จี้พาณิชย์คุมเข้มสินค้าห้ามขาด-ห้ามแพง

วันเสาร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.16 น.

“พิชัย“ เห็นด้วย ”อนุทิน“ คงราคาน้ำมันดีเซล ชี้ หากยืดเยื้อ ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลได้ลิตรละ 6.92 บาท จี้ คุมเข้มราคาสินค้า ห้ามขาดห้ามแพง แนะ วิกฤตนี้ไทยได้ 3 โอกาส ความมั่นคงทางอาหาร – ขยายสร้าง Data Center รองรับตะวันออกกลาง – แลนด์บริดจ์ ที่เก็บน้ำมันขนาดใหญ่ 

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว. พาณิชย์ และ อดีต รมว. พลังงาน กล่าวว่า จากภาวะสงครามในตะวันออกกลางที่สหรัฐร่วมมือกับอิสราเอลในการโจมตีอิหร่าน และ สถานการณ์ยังคงรุนแรงและหนักหน่วง มีผลกระทบต่อทั้งโลก โดยเฉพาะราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จากการประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุชของประเทศอิหร่านเพื่อตอบโต้ โดยล่าสุดราคาน้ำมันดิบได้พุ่งสูงไปถึงประมาณบาเรลละ 100 เหรียญสหร๊ฐแล้ว ดังนั้นรัฐบาลจะต้องติดตามและรับมือกับสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและหวังว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติอย่างรวดเร็ว 

ทั้งนี้ ตนเห็นด้วยกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ประกาศควบคุมราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้เกิน 29.94 บาท เพราะจะช่วยเหลือ ประชาชนให้ผ่านพ้นภาวะวิกฤตินี้ไปได้  เพราะน้ำมันดีเซลเป็นต้นทุนหลักของการขนส่งของสินค้าแทบทุกชนิด หากปล่อยให้ราคาน้ำมันดีเซลขึ้น ราคาสินค้าต่างๆจะขึ้นราคาตาม ประชาชนจะเดือดร้อนกันอย่างมาก และเมื่อสถานการณ์ผ่านพ้นไป แม้ราคาน้ำมันดีเซลจะลดลงแล้ว แต่ราคาสินค้าที่ราคาขึ้นแล้วมักจะไม่ยอมลดราคาลงตาม ดังนั้นหลังจากที่ประกาศควบคุมราคาดีเซลแล้ว รัฐบาลต้องให้กระทรวงพาณิชย์เร่งตรวจสอบอย่าให้สินค้าขาดและอย่าได้ฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า หรือสินค้าต้องไม่ขาดและต้องไม่แพง เพื่อไม่ให้กระทบความเป็นอยู่ของประชาชน

อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ยังยืดเยื้อ รัฐบาลสามารถลดการเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลที่เก็บอยู่ถึงลิตรละ 6.92 บาท ให้ลดลงมาได้ แม้รัฐจะขาดรายได้บ้างแต่ประชาชนจะได้ประโยชน์ และเมื่อสถานการณ์กลับเข้าสู่ปกติแล้ว รัฐค่อยกลับมาเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลใหม่ ในอดีตที่ผ่านมาเมื่อสถานการณ์โลกผันผวน ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งสูงขึ้น รัฐบาลสมัยนั้นจะใช้วิธีการลดการเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลนี้ในการช่วยเหลือประชาชน จึงอยากให้ข้อมูลไว้เพื่อพิจารณา

ทั้งนี้ ในภาวะวิกฤตินี้ ประเทศไทยสามารถหาโอกาสที่เกิดขึ้นเพื่อช่วยให้ประเทศไทยได้ประโยชน์จากสถานการณ์ของโลกได้ 3 เรื่องใหญ่คือ

1. โครงการ ความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) ที่ตนได้คิดขึ้นเพื่อรองรับสถานการณ์วิกฤติในแบบนี้โดยเฉพาะ  เนื่องจากประทศไทยเป็นประเทศผู้ผลิตอาหารรายใหญ่ของโลก และสามารถผลิตอาหารสำรองให้เพียงพอและสามารถจำหน่ายให้กับกลุ่มประเทศเหล่านี้ได้ ซึ่งตนได้ขายแนวคิดนี้ตั้งแต่ อดีต นายกฯ แพทองธาร ชินวัตร ไปประชุมนานาชาติหลายแห่ง โดยเฉพาะการประชุมนานาชาติที่ประเทศ การ์ตาร์ปลายปี 2024 และแนวคิดนี้ได้รับการตอบรับอย่างดี และการที่ประเทศสิงคโปร์ซื้อข้าว 100,000 ตัน จากประเทศไทย ก็เพราะมาจากแนวทางความมั่นคงทางอาหารนี้ที่อดีตนายกฯ แพทองธารได้พบกับนายลอเรนซ์ หว่อง นายกสิงคโปร์ที่ประเทศลาว อีกทั้งประเทศในตะวันออกกลางหลายประเทศเช่น UAE, ซาอุดิอาราเบีย, การ์ตาร์, โอมาน, บาร์เรน ฯลฯ แม้กระทั่งประเทศอิสราเอล ก็ได้ให้ความสนใจ ขนาด รัฐมนตรี Thani ของ UAE ได้บินมาเพื่อแสดงความจำนงที่จะขอร่วมทุนทำเรื่องนี้กับประเทศไทย และอยากให้ทำไปพร้อมกับการเจรจาเขตการค้าเสรี (FTA) ระหว่างไทย-ยูเออี  ซึ่งการเจรจา FTA ยังคงติดในเรื่องสินค้าบางชนิดจึงยังสรุปกันไม่ได้ แต่ในสภานการณ์เช่นนี้เชื่อว่าจะเป็นตัวเร่งให้โครงการ Food Security นี้สำเร็จโดยเร็ว และไทยควรเร่งดำเนินการโครงการนี้โดยด่วน โดยอธิบดีหลายท่านของกระทรวงพาณิชย์มีความสามารถและได้เตรียมพร้อมทำเรื่องนี้ไว้แล้ว ซึ่งไทยจะสามารถขายอาหารจำนวนมากและเก็บไว้ในประเทศไทยเพื่อพร้อมส่งมอบให้ประเทศเหล่านี้ได้เป็นจำนวนมาก สร้างรายได้เข้าประเทศ และเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรไทย

2. โครงการ Data Center รองรับการเก็บข้อมูลของประเทศในตะวันออกกลาง ในภาวะสงครามในตะวันออกกลางที่เกิดขึ้น ได้มีการโจมตีอาคารราชการและศูนย์กลางการเก็บข้อมูล (Data Center) หลายแห่ง ดังนั้นแนวคิดในการสร้าง Data Center ในประเทศไทย  ที่เป็นมิตรกับทุกประเทศและมีทำเลที่เหมาะสม และมีสาธารณูปโภคเพียบพร้อม เพื่อเก็บข้อมูลให้กับประเทศในตะวันออกกลางและประเทศที่มีความเสี่ยงกับสงคราม น่าจะเป็นประโยชน์กับประเทศไทยอย่างมาก อีกทั้งยังสามารถพัฒนาธุรกิจในด้าน Ai ให้เกิดขึ้นได้ด้วย ทั้งนี้การลงทุนทางด้าน Data Center และ Ai นี้จะมีมูลค่าเป็นหมื่นๆล้านถึงหลายแสนล้านบาทได้

3. โครงการแลนด์บริดจ์พร้อมการเก็บสำรองน้ำมันขนาดใหญ่  ในภาวะสงครามที่มีการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุชนี้ จะทำให้เห็นชัดว่าความต้องการที่จะต้องมีการขนส่งน้ำมันพร้อมการเก็บสำรองน้ำมันขนาดใหญ่มีความจำเป็นอย่างมาก ดังนั้น แนวคิดเรื่องแลนบริดจ์ในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศน่าจะเป็นประโยชน์และจะสร้างรายได้มหาศาล และเพิ่มการพัฒนาในพื้นภาคใต้ได้อย่างมาก

ในภาวะผันผวนของโลก จะมีทั้งวิกฤติและโอกาสที่จะเกิดขึ้นมาพร้อมๆกัน และนี่จะเป็นโอกาสของประเทศไทย 3 เรื่องที่ได้เคยมีการคิดกันล่วงหน้าเพื่อรองรับไว้แล้ว ซึ่งจะสามารถช่วยพัฒนาประเทศไทยในภาวะวิกฤติที่ผันผวนของโลก และอาจจะมีโอกาสในด้านอื่นๆอีกเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งผู้บริหารของประเทศจะต้องช่วยกันคิดและช่วยกันทำเพื่อให้ไทยสามารถพัฒนาและแข่งขันกับประเทศต่างๆในภูมิภาคได้

เทพไท วิเคราะห์อนาคต ชนนพัฒฐ์ หลัง DSI ออกหมายเรียกพัวพันเว็บพนัน

เทพไท วิเคราะห์อนาคต ชนนพัฒฐ์ หลัง DSI ออกหมายเรียกพัวพันเว็บพนัน

เทพไท วิเคราะห์อนาคต ชนนพัฒฐ์ หลัง DSI ออกหมายเรียกพัวพันเว็บพนัน

วันเสาร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.27 น.

วันนี้ 7 มีนาคม 2569 ทางด้านของ นาย เทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ด้วยการลงคลิปวิดีโอวิเคราะห์ประเด็นร้อน กรณีดีเอสไอ (DSI) เตรียมเรียกตัว นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม เข้าพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 12 มีนาคมนี้ เกี่ยวพันเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ โดยระบุข้อความทั้งหมดไว้ว่า “อนาคต ชนนพัฒฐ์ ริบหรี่??? กรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ได้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอหมายค้นเป้าหมาย และขอหมายจับนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ส.ส.จังหวัดสงขลา พรรคกล้าธรรม ในคดีที่เกี่ยวพันกับเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ ซึ่งล่าสุดได้มีการออกหมายเรียกนายชนนพัฒฐ์ ไปพบพนักงานสอบสวน ในวันที่ 12 มีนาคม 2569

ซึ่งไม่ได้เหนือความคาดหมาย เพราะนายชนนพัฒฐ์เป็นบุคคลหนึ่ง ที่ถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับเว็บพนันออนไลน์มาก่อน รวมถึงก่อนหน้านี้ปปง.ก็ได้ดำเนินการอายัดทรัพย์ของนายชนนพัฒฐ์ไปแล้ว การที่ศาลออกหมายเรียก ถือว่าเป็นการให้เกียรตินายชนนพัฒฐ์ ในฐานะที่เป็นส.ส. และได้รับการรับรองจากกกต.มาแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่นายชนนพัฒฐ์ จะต้องสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป

เทพไท

แต่ที่สังคมเกิดความสงสัย คือก่อนหน้านี้พลตำรวจโทรุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือดีอี ได้ออกมาให้ข่าวว่า มีนักการเมือง มีอดีตส.ส.จำนวน 10 คน ที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์ และกำลังรวบรวมหลักฐานดำเนินคดี

แต่จนถึงบัดนี้การเลือกตั้งผ่านไปแล้ว ยังไม่ปรากฏชื่อนักการเมือง ตามที่2รัฐมนตรีได้กล่าวถึงเลย ทำให้สังคมสงสัยว่า ยังมีนักการเมืองหรือส.ส.ในปัจจุบัน อยู่ในเครือข่ายของแก๊งสแกมเมอร์หรือไม่ ถ้าหากมีอยู่จริง ทำไม2รัฐมนตรี จึงไม่ออกมายืนยันว่า มีใครบ้าง เพื่อให้สังคมได้ตรวจสอบ นอกเหนือจากนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ซึ่งเป็นที่รับรู้กันว่า เป็นนักการเมืองคนหนึ่ง ที่ถูกดำเนินคดีเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงินเกี่ยวข้องเว็บพนันออนไลน์

เทพไท

การที่นายชนนพัฒฐ์ จะได้รับเอกสิทธิ์ส.ส.คุ้มครองหรือไม่ ต้องพิจารณาดูว่าในวันที่ 12 มีนาคมนี้ ดีเอสไอได้มีหมายเรียกเพื่อให้นายชนนพัฒฐ์ ไปพบพนักงานสอบสวน ถ้าหากวันนั้นยังไม่มีพระราชกฤษฎีกาเปิดสมัยประชุม นายชนนพัฒฐ์ก็ไม่สามารถใช้เอกสิทธิ์ความเป็นส.ส.คุ้มครองได้ แต่ถ้าหากว่ามีพระราชกฤษฎีกาเปิดสมัยประชุมแล้ว นายชนนพัฒฐ์ก็ถือว่าได้รับเอกสิทธิ์คุ้มครอง

ถ้าหากพนักงานสอบสวนหรือดีเอสไอต้องการตัวไปดำเนินคดีในระหว่างสมัยประชุม ก็สามารถทำหนังสือขออนุญาตต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรได้ เพื่อให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้ขออนุมัติจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ให้นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ไปสู้คดี และถ้าหากการสู้คดีของนายชนนพัฒฐ์ มีเหตุให้สั่งฟ้องและขออนุญาตในการคุมขังต่อศาล ถ้าหากว่าศาลมีหมายศาลให้คุมขังระหว่างดำเนินคดี ก็จะทำให้สมาชิกภาพความเป็นส.ส.ของนายชนนพัฒฐ์สิ้นสุดลง

เทพไท

เพราะฉะนั้นการดำเนินคดีของพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่มีต่อนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว จะเป็นประเด็นสำคัญในการพิจารณาถึงสมาชิกภาพ และอนาคตทางการเมืองของนายชนนพัฒฐ์ด้วย”

หลังจากที่คลิปของ นาย เทพไท เสนพงศ์ นี้ถูกเผยแพร่ออกไป ชาวโซเชียลต่างแห่เข้ามาคอมเมนต์วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างเผ็ดร้อน โดยเฉพาะประเด็นเรื่องความเหมาะสมและเอกสิทธิ์ของ สส. เช่น

“คนสงขลาคิดอย่างไร รู้ทั้งรู้”

“คนสงขลาเขาเป็นอะไรนะ”

“ควรยกเลิกเอกสิทธิ สส.ได้แระ”

เทพไท
เทพไท

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก เทพไท – คุยการเมือง

กางมุ้งรอ! กังฟู วสวรรธน์ ลั่นยินดีหากติดต่อร่วมรัฐบาล แม้เป็น สส.บัญชีรายชื่อ 1 เดียว ไทรวมพลัง

กางมุ้งรอ! กังฟู วสวรรธน์ ลั่นยินดีหากติดต่อร่วมรัฐบาล แม้เป็น สส.บัญชีรายชื่อ 1 เดียว ไทรวมพลัง

กางมุ้งรอ! กังฟู วสวรรธน์ ลั่นยินดีหากติดต่อร่วมรัฐบาล แม้เป็น สส.บัญชีรายชื่อ 1 เดียว ไทรวมพลัง

วันเสาร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.57 น.

กางมุ้งรอ! ‘กังฟู วสวรรธน์‘ ลั่นยินดีหากติดต่อมาร่วมรัฐบาล ชี้แม้เป็น สส.บัญชีรายชื่อ 1 เดียว ’ไทรวมพลัง‘ แต่เป็นผู้แทนเสียงคนชายแดน ย้ำไม่วิ่งเข้าหาตำแหน่ง-พร้อมเข้าร่วมรบ. หากได้รับติดต่อไม่เล่นตัวพร้อมจับมือไปด้วยกัน

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 7 มี.ค. ที่รัฐสภา นายวสวรรธน์ พวงพรศรี สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทรวมพลัง กล่าวขอบคุณประชาชนที่ให้ความเมตตาและความไว้วางใจทั้งสส. แบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อของพรรคไทรวมพลัง โดยตนแม้จะเป็นหนึ่งเสียงจากบัญชีรายชื่อที่อยู่ในจังหวัดชายแดน เพื่อผู้แทนเสียงของคนชายแดน และขอบคุณคนที่ไม่ได้เลือก เราก็พร้อมที่จะทำงานให้กับคนในภาพรวมคนที่เลือกและคนที่ไม่เลือก เป็นผู้แทนของปวงชนชาวไทย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพรรคการเมืองที่จะช่วยประสานงานไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหน เราไม่ต้องการความขัดแย้ง เพื่อผลประโยชน์ของประชาชน เรายินดีที่จะทำแทน ซึ่งพรรคไทรวมพลังได้มีการวางรูปแบบการทำงานในสภาผู้แทนราษฎร จะมีการหารือในแต่ละสัปดาห์ ต้องวางแผนล่วงหน้าเพราะผู้แทนของพรรคไทรวมพลังเป็นสส. ที่มาจากต่างจังหวัดเพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนกัน ในการนำปัญหาของแต่ละพื้นที่มาสะท้อนให้กับสภาฯ ได้รับรับทราบเพื่อแก้ไขปัญหาต่อไป รวมถึงสานงานต่อเกี่ยวกับกฎหมายที่ยังค้างอยู่ในสภาชุดที่ผ่านมา ทั้งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อ้อยน้ำตาล และร่างพ.ร.บ.กฎหมายที่เกี่ยวกับหนี้สิน ซึ่งกฎหมายใดที่เป็นประโยชน์กับประชาชนก็จะสนับสนุน

นายวสวรรธน์ กล่าวย้ำถึงจุดยืนการร่วมรัฐบาลว่าเราจะไม่วิ่งเข้าไปขอตำแหน่งหรือขอร่วมรัฐบาลเพราะมารยาททางการเมือง คือต้องให้พรรคอันดับ 1 คือพรรคภูมิใจไทย เชิญมาเข้าร่วมรัฐบาล ถ้าถามตนเองหรือประชาชนทั้งประเทศว่าประเทศไทยควรมีรัฐบาลที่เข้มแข็งหรือไม่ คำตอบคือพรรคไทรวมพลัง ที่มาจากประชาชนชายแดน ที่เขาผ่านสงครามมา ผ่านความยากลำบาก เสียงของเราแม้จะเป็นเสียงเล็กๆ แต่หากไปช่วยเติมพลังให้กับรัฐบาลให้เดินหน้าแก้ไขปัญหาได้ ตนเชื่อว่าประโยชน์ก็จะตกกับประชาชน ขอให้ติดต่อมาอย่างเป็นทางการ ยินดีอยู่แล้ว เราไม่มีเงื่อนไขและพร้อมที่สนับสนุนในหลักการ เสียงข้างมากในสภาฯ 6 เสียงของเราจะเติมพลังให้รัฐบาล เรายินดี เพื่อต้องการทำให้เสียงของประชาชนชายแดน ดังขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการแก้มาตรการเกี่ยวกับสงคราม และการดูแลพี่น้องประชาชนชายแดน เราไม่ได้ต่อรองผลประโยชน์ ย้ำว่าต้องให้เกียรติพรรคอันดับหนึ่ง ในการเข้าร่วมรัฐบาลถ้าติดต่อเรามา เราไม่เล่นตัวแน่นอน

นายวสวรรธน์ กล่าวว่า นโยบายของพรรคไทรวมพลังและของพรรคภูมิใจไทยตรงกันหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหนถ้าเราให้ความช่วยเหลือ เขาได้เราก็พร้อมที่จะเดินหน้าจับมือไปด้วยกัน

เมื่อถามถึงปัญหาเรื่องชายแดน นายวสวรรธน์ กล่าวว่า ช่วงนี้แม้ไม่มีปัญหาอะไรที่น่าเป็นกังวล แต่ก็นิ่งนอนใจไม่ได้ เพราะการเจรจาแบบทวิภาคี ก็เจรจาไป แต่หากทางกัมพูชาไม่ได้ทำแบบนั้น มีการยั่วยุ เติมกำลัง เสริมยุทธวิธี ยุทโธปกรณ์มากขึ้น นั่นหมายความว่าเขาไม่ได้หยุด และการเสริมความมั่นคงของเขา ขณะเดียวกันทหารไทยก็ต้องเสริมความแข็งแรง ความแน่นหนาให้กับทางกองทัพเช่นกัน ซึ่งเรามั่นใจและเชื่อมั่นในกองทัพที่จะแก้ปัญหาชายแดนให้ได้ แต่ระยะเวลากว่าหนึ่งปี ชาวบ้านก็ยังลำบากและอยากให้ปัญหาจบโดยเร็ว 

“การแก้ไขปัญหาชายแดนไม่ได้ทำได้แค่วันหรือสองวัน หรือเดือนสองเดือนแล้วจบ แต่ต้องใช้ความยั่งยืนเข้ามาแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของงบประมาณเรื่องของครอบครัวทหาร ซึ่งทหารหลายนายยังไม่ได้รับเงินเยียวยาจากที่รัฐบาลเคยบอกไว้ จึงอยากหนุนให้ตั้งรัฐบาลได้โดยเร็วเพื่อจะได้เข้ามาแก้ปัญหาได้ ทั้งปัญหาชายแดนและเศรษฐกิจที่เกี่ยวกับสงครามตะวันออกกลางด้วย ซึ่งเรื่องนี้จะต้องเป็นวาระที่สส. ทั้ง 500 ควรช่วยกันขับเคลื่อน และแก้ปัญหาที่เป็นรูปธรรม“นายวสวรรธน์ กล่าว

ชัยวุฒิ ฟาดทุนจีนกินรวบมะพร้าว จี้รัฐกวาดล้างนอมินี

ชัยวุฒิ ฟาดทุนจีนกินรวบมะพร้าว จี้รัฐกวาดล้างนอมินี

ชัยวุฒิ ฟาดทุนจีนกินรวบมะพร้าว จี้รัฐกวาดล้างนอมินี

วันเสาร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.39 น.

เมื่อวันที่ 7 มี.ค. นาย ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ พร้อมด้วยทีมพรรครักชาติ ให้สัมภาษณ์ภายหลังลงพื้นที่สวนป๋าชัยมะพร้าวซิ่ง ตำบลท่าตลาด อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม เนื่องจากขณะนี้ราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำ อย่างมาก ล่าสุดเหลือเพียงลูกละ 2-3 บาท ต่ำกว่าต้นทุนการผลิต ส่งผลให้เกษตรกรต้องแบกรับภาวะขาดทุนว่าที่ลงมาพื้นที่ครั้งนี้เพื่อมาสำรวจราคามะพร้าวน้ำหอม พร้อมรับฟังปัญหาจากเกษตรกรชาวสวนโดยตรง เพื่อสะท้อนปัญหาถึงรัฐบาลในการหาแนวทางแก้ไข ช่วยเหลือเรื่องราคาขายส่งออก รวมถึงปัญหากลุ่มทุ่นต่างชาติที่แอบแฝงทำธุรกิจ กดราคารับซื้อหน้าสวน

นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ตอนนี้เกษตรกรกำลังเดือดร้อนแสนสาหัส เพราะ “ล้ง” และโรงงานส่งออก ซึ่งแท้จริงคือ “กลุ่มทุนต่างชาติ” โดยเฉพาะ “ทุนจีน” ที่เข้ามาสวมรอยกุมอำนาจเบ็ดเสร็จ กดราคารับซื้อถึงหน้าสวนอย่างไร้ความปรานี เป็นการเอารัดเอาเปรียบพี่น้องเกษตรกรไทยบนแผ่นดินเกิดของตัวเองอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย

ชัยวุฒิ

“จากที่ได้มาติดตามปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำ พบว่าวันนี้เกษตรกรเดือดร้อนมาก เพราะราคาซื้อที่สวน โดนกดราคาจากล้ง จากโรงงานส่งออก ที่เรียกว่าเป็นกลุ่มทุนต่างชาติ ทุนจีนเนี่ยแหละครับ มาเอารัดเอาเปรียบพี่น้องเกษตรกร จึงอยากตั้งคำถามถึงรัฐบาลว่า ปล่อยให้ทุนต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจรับซื้อสินค้าเกษตรแบบนี้ได้อย่างไร รัฐบาลต้องเข้าไปดูว่าการที่มีทุนต่างชาติ ทุนจีน มาทำธุรกิจล้ง ธุรกิจรับซื้อสินค้าเกษตรแบบนี้ ทำได้อย่างไร ผิดกฎหมายหรือไม่ เป็นนอมินีหรือเปล่า รัฐบาลต้องไปกำกับดูแล ไม่ให้ทุนจีน ทุนต่างชาติเหล่านี้มาเอาเปรียบพี่น้องเกษตรกร มาเอาเปรียบคนไทยไม่ได้ ต้องเข้าไปดู” หัวหน้าพรรครักชาติ กล่าว

นายชัยวุฒิ กล่าวด้วยว่า ความน่ากลัวไม่ได้หยุดอยู่แค่สวนมะพร้าว แต่ภัยคุกคามที่กำลังขยายวงกว้าง ไม่ใช่แค่สินค้าเกษตรตัวอื่น ๆ ที่กำลังตกเป็นเหยื่อ แต่ยังลุกลามไปถึง “ธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ” ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ที่ถูกกลุ่มทุนข้ามชาติเหล่านี้ใช้ “นอมินี” เข้ามาฮุบกิจการ เอารัดเอาเปรียบคนไทยอย่างต่อเนื่อง ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลต้องเลิกเกียร์ว่าง จัดการกับขบวนการนอมินีผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด ก่อนที่เศรษฐกิจฐานรากของไทยจะถูกทุนต่างชาติกลืนกินจนไม่เหลือซาก

ชัยวุฒิ

ขณะที่เจ้าสวนป๋าชัยมะพร้าว เผยว่า ราคามะพร้าวน้ำหอมปีที่ผ่านมาดีกว่าปีนี้เยอะมาก 2-3 เท่าตัว ซึ่งมองว่าต้นตอของปัญหามาจากทุนจีน ที่เข้ามามีบทบาททางการค้าภายในประเทศ โดยการรวบขั้นตอนการรับซื้อ ขายออก และส่งต่างประเทศ แบบเบ็ดเสร็จ อีกทั้งมีการกำหนดราคารับซื้อจากยี่ปั๊วะ ซึ่งเป็นคนจีนด้วยกันอีกด้วย ขณะที่แนวทางแก้ไข มองว่าผู้มีอำนาจ หรือทางรัฐบาลเท่านั้นที่จะแก้ไขได้ โดยเรียกผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งระบบ จากต้นน้ำถึงปลายน้ำ เข้ามาตกลงเรื่องราคาอย่างเป็นธรรม และค้นหาว่าเม็ดเงินหายไปในช่วงใดของระบบ

ชัยวุฒิ
ชัยวุฒิ
ชัยวุฒิ
ชัยวุฒิ
ชัยวุฒิ
ชัยวุฒิ
ชัยวุฒิ
ชัยวุฒิ
ชัยวุฒิ

ผมได้กลิ่นผิดปกติ! นิพิฏฐ์ ฟาดแรงกลไกรัฐ พร้อมทิ้งท้ายประโยคสุดพีค

ผมได้กลิ่นผิดปกติ! นิพิฏฐ์ ฟาดแรงกลไกรัฐ พร้อมทิ้งท้ายประโยคสุดพีค

ผมได้กลิ่นผิดปกติ! นิพิฏฐ์ ฟาดแรงกลไกรัฐ พร้อมทิ้งท้ายประโยคสุดพีค

วันเสาร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.20 น.

วันนี้ 7 มีนาคม 2569 นาย นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต สส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวแบบจัดหนัก จัดเต็ม เกี่ยวกับประเด็นเอกสิทธิ์และความคุ้มกันของ สส. ที่ทำเอาหลายคนต้องหยุดอ่าน พร้อมกับทิ้งท้ายแบบมีนัยสำคัญเรื่องกลไกอำนาจรัฐในปัจจุบัน โดยข้อความทั้งหมดว่า “เอกสิทธิ และ ความคุ้มกัน ของสส. สิทธิของสส. ที่ผมชอบมากที่สุด คือ ความคุ้มกันที่จะไม่ถูกจับกุม ,คุมขัง ในระหว่างสมัยประชุม ไม่ใช่สิทธิในการนั่งเครื่องบินฟรี หรือ ไปเที่ยวรอบโลก ใครจะรังเกียจว่า สส. มีสิทธินี้เหนือประชาชนก็ว่าไปเถอะ ผมใช้สิทธินี้บ่อย เพราะผมเป็นฝ่ายค้านมากกว่าเป็นรัฐบาล ผมวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลบ่อยจึงถูกฟ้องและถูกแจ้งความร้องทุกข์บ่อย เมื่อมีข่าวว่า สส.จะถูกจับกุม ประชาชนจึงต้องมองกลางๆ ว่า สส.จะถูกจับกุมเรื่องอะไร

หากเป็นเรื่องการเมือง ที่เกี่ยวกับการทำหน้าที่ของเขา ก็ควรให้ความคุ้มกันเขา แต่หากเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับการทำหน้าที่สส. สภาก็ไม่ควรคุ้มกัน เวลาเลือกสส. ประชาชนเอง ก็ต้องถามตัวเองเหมือนกัน ว่าใช้เกณฑ์อะไรในการเลือกสส. ประชาชนก็ต้องกลั่นกรองสส.ของตนเสียก่อนในเบื้องต้น ไม่ใช่เลือกไปแล้ว สส.ของตนไปถูกจับหรือถูกจำคุก บางทีมันก็บ่งบอกถึงคุณภาพของผู้เลือกเหมือนกันทำนองว่า ประชาชนเป็นเช่นไร สส.ก็เป็นเช่นนั้น แน่นอน ประชาชนตัดสินความต้องการได้ แต่ประชาชนก็ตัดสินความถูกต้องไม่ได้ ช่วงนี้ ผมเห็น ดีเอสไอ. ทำงานช้าลงมากในคดีฮั้วสว. ช่วงนี้ ผมเห็นดีเอสไอ.ทำงานเร็วมากในบางเรื่อง

นิพิฏฐ์

ผมได้กลิ่นผิดปกติในกลไกของรัฐ ข้าราชการเป็นบุคคลที่ไวต่อความไวแสงทางการเมืองมากที่สุดอยากบ่นเบาๆ ว่า กฎหมายต้องรับใช้ความยุติธรรม มิใช่รับใช้อำนาจรัฐอยากจะเขียนให้มากกว่านี้ แต่เมื่อไม่มีความคุ้มกันตามรัฐธรรมนูญแล้ว ก็กลัวว่าเขียนไป เขียนมา ตำรวจจะถือหมายจับมาเคาะประตูบ้าน ก็จบแค่นี้แหละ”

หลังจากโพสต์ของ นาย นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ เผยแพร่ออกไป ชาวโซเชียลต่างแห่เข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างล้นหลาม เช่น

“คุณภาพประชาชนดูจากสส.”

“อ่านแล้วมีความรู้คะ”

“ดูเหมือนท่านเริ่มท้อ เป็นกำลังใจให้ค่ะ”

“ถ้าประเทศไทยมีคนในขบวนการยุติธรรมแบบคุณนิพิฏฐ์ ฯ ประเทศคงจะเจริญมากกว่าที่เป็นอยู่”

“เรื่องจริงทั้งนั้น รัฐอย่าใช้อำนาจเพื่อตนเองและพวกพ้อง”

นิพิฏฐ์
นิพิฏฐ์
นิพิฏฐ์

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

วันเสาร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

“ภาวะของโลกที่เกิดขึ้น แม้ว่ารัฐบาลรักษาการจะทำได้ แต่ในเรื่องของความเชื่อมั่น ให้ประชาชนได้เห็นทิศทางเศรษฐกิจ การบริหารพลังงาน ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสินค้าเกษตร ถ้าเรามีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็ม ก็จะสามารถคลี่คลายปัญหา และสร้างความเชื่อมั่นได้มากกว่า”

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

กต.เตือน118คนไทย อพยพพ้นเลบานอน

กต.เตือน118คนไทย อพยพพ้นเลบานอน

กต.เตือน118คนไทย อพยพพ้นเลบานอน

วันเสาร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

กต.เตือน118คนไทย อพยพพ้นเลบานอน

กระทรวงการต่างประเทศ เตือนคนไทย 118 คน เร่งออกจากเลบานอน แนะเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงเผยยอดคนไทยในตะวันออกกลางหลายประเทศ ลงทะเบียนกลับไทยต่อเนื่อง ยันพร้อมดูแลทุกคนอย่างเต็มที่

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ฉุกเฉินในตะวันออกกลาง โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่เสี่ยงที่ประเทศอิหร่าน ว่าปัจจุบันมีคนไทยลงทะเบียนแสดงความจำนงขออพยพ 117 คน โดยรอบแรกวันที่ 7 มีนาคมนี้ เดินทางออก 18 คน และรอบที่สองวันที่ 10 มีนาคม เดินทางออก 49 คน เนื่องจากบางส่วนต้องดำเนินการเอกสาร Exit Visa

ทั้งนี้ ขอให้ผู้ประสงค์เดินทางกลับ รีบติดต่อสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน เพื่อเร่งรัดเอกสาร นอกจากนี้เจ้าหน้าที่กรมการกงสุล ได้เดินทางไปยังตุรกี เพื่ออำนวยความสะดวกการอพยพทางบกจากอิหร่านไปต่อเครื่องกลับไทย

ส่วนประเทศเลบานอน มีคนไทยพำนักอยู่ 118 คน สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงริยาด ได้ประกาศขอให้คนไทยออกจากประเทศเลบานอนโดยเร็ว ขณะที่ยังมีเที่ยวบินพาณิชย์ ให้บริการ พร้อมแนะนำให้หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงและลงทะเบียนข้อมูลติดต่อเพื่อรองรับเหตุฉุกเฉิน ขณะที่ประเทศบาห์เรน มีผู้แจ้งความประสงค์เดินทางกลับแล้ว 917 คน โดยเมื่อวันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา ได้พาคนไทยกลุ่มแรก 9 คน ข้ามไปยังเมืองดัมมัม ในประเทศซาอุดีอาระเบีย เพื่อขึ้นเครื่องกลับไทย และจะทยอยเดินทางเพิ่มเติม

สำหรับประเทศคูเวต และประเทศกาตาร์ น่านฟ้ายังคงปิด สถานเอกอัครราชทูตติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด และประเมินเส้นทางอพยพเพิ่มเติม หากจำเป็น ขณะเดียวกัน ในส่วนของประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค สถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุลใหญ่ ยังอำนวยความสะดวกแก่คนไทย ที่ประสงค์เดินทางกลับ และสำรวจเส้นทางรองรับเหตุฉุกเฉินอย่างต่อเนื่อง

นายสันติ นันตสุวรรณ รองปลัดกระทรวงแรงงาน และโฆษกกระทรวงแรงงาน ระบุว่า ปัจจุบันมีแรงงานไทยในภูมิภาคตะวันออกกลาง 61,396 คน ได้จัดตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์ (วอร์รูม) และชะลอการส่งแรงงานไปยังประเทศเสี่ยง ชั่วคราว พร้อมส่งเสริมการใช้แอปพลิเคชั่น Smart TOEA เพื่อสื่อสารและระบุตำแหน่งในกรณีฉุกเฉิน รวมทั้งมอบหมายสำนักงานแรงงานจังหวัดดูแลครอบครัวแรงงานอย่างใกล้ชิด

แวดวงนักปกครอง : 7 มีนาคม 2569

แวดวงนักปกครอง : 7 มีนาคม 2569

แวดวงนักปกครอง : 7 มีนาคม 2569

วันเสาร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

1 ใน 5 งานวันสำคัญของฝ่ายปกครอง “วันคณะกรรมการหมู่บ้าน” กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง เตรียมจัดงานส่วนกลางอย่างสมเกียรติ ในวันจันทร์ที่ 9 มีนาคมนี้ ณ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ โดยมีพิธีมอบถ้วยรางวัลพระราชทานของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี แก่หมู่บ้านชนะเลิศระดับภาค พร้อมโล่เกียรติคุณแก่หมู่บ้านและนายอำเภอผู้มีผลงานโดดเด่น ตามโครงการ “แผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง” (หมู่บ้าน อยู่เย็น) ปีนี้แชมป์แต่ละภาคไม่ธรรมดารางวัลชนะเลิศ ภาคเหนือได้แก่ บ้านหาดสาแล อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ ภาคกลางบ้านช่องสะเดา อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ภาคใต้ บ้านมอเก็ต อ.บ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บ้านทำนบ อ.เมือง จ.สุรินทร์ ทุกแห่งล้วนพิสูจน์ให้เห็นว่า “กม.” ไม่ได้เป็นเพียงกลไกตามโครงสร้าง แต่คือหัวใจของการพัฒนาหมู่บ้านที่จับต้องได้จริง

เข้าสู่ฤดูร้อน ภารกิจรับมือภัยแล้งต้องเดินหน้าอย่างไม่รอช้า นายสรพงษ์ ชายแก้ว นายอำเภอเลิงนกทา จ. ยโสธร ลงพื้นที่ติดตามการก่อสร้างฝายลำเซบาย บ้านด่านใต้ ต.สามแยก อย่างใกล้ชิด การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงตรวจความคืบหน้าให้เป็นไปตามแผน แต่ยังเน้นย้ำคุณภาพงาน ความปลอดภัย และผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ บรรเทาทั้งปัญหาภัยแล้งและน้ำหลากในฤดูฝน เตรียมการล่วงหน้า เพื่อให้ประชาชนมีน้ำใช้ตลอดทั้งปีอย่างมั่นคง

นายคฤทธิ์ เพ็ชรสูงเนิน

นายอำเภอมัญจาคีรี จ.ขอนแก่น

ใช้รถกู้ชีพบังหน้า! ลอบขนบุหรี่หนีภาษีจากชายแดนสังขละบุรี ส่งนายทุนเมืองกาญจน์ หลังมีชาวบ้านร้อง!!!  นายสมบูรณ์ แผนสมบูรณ์ นายอำเภอเมืองกาญจนบุรี พร้อมปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง นำกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบ กระทั่งสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 ราย อ้างเป็นอาสากู้ภัยมูลนิธิแห่งหนึ่ง และใช้รถตู้ดัดแปลงเป็นรถกู้ชีพในการลำเลียงสินค้า พบของกลางเป็นบุหรี่ต่างประเทศกว่าหมื่นซอง จึงคุมตัวพร้อมของกลางดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมขยายผลถึงเครือข่ายนายทุนที่อยู่เบื้องหลัง แม้จะใช้วิธีอำพรางแนบเนียนเพียงใด แต่ฝ่ายปกครองยังคงเดินหน้าปราบปรามอย่างเข้มงวด

ขยับงานบริการให้ก้าวไกลอีกขั้น นายคฤทธิ์ เพ็ชรสูงเนิน นายอำเภอมัญจาคีรี จ.ขอนแก่น เดินหน้าปรับโฉมงานบริการภาครัฐให้ทันสมัย ถูกใจประชาชน อวดนวัตกรรมเจ๋ง “น้องมัญจา AI Chatbot” ผู้ช่วยอัจฉริยะตอบคำถามด้านงานทะเบียน บัตรประจำตัวประชาชน และงานอนุญาตต่าง ๆ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง นำเทคโนโลยีมาช่วยลดขั้นตอน เพิ่มความสะดวก และเข้าถึงประชาชนได้ทุกที่ทุกเวลา ให้บริการด้วยหลัก “สะดวก รวดเร็ว เข้าถึงง่าย” ตามแนวคิด “อำเภอพึ่งได้” ปรับพื้นที่บริการในที่ว่าการอำเภอให้ทันสมัย เป็นมิตร เข้าถึงง่าย ควบคู่กับการปลูกฝังจิตบริการ (Service Mind) ให้ผู้ปฏิบัติงาน สุภาพ โปร่งใส และใส่ใจในทุกขั้นตอน สมกับรางวัลมาตรฐานศูนย์ราชการสะดวก (GECC) ระดับก้าวหน้า “โล่ห์เงิน” ประจำปี 2568 ที่ได้มาครอง     

นายสมบูรณ์ แผนสมบูรณ์

นายอำเภอเมืองกาญจนบุรี

ก่อนจากลาหน้าร้อนปีนี้ ขอเป็นจุดเริ่มต้น และเชิญชวนทุกคนร่วมกันคนละไม้คนละมือ “ประหยัดไฟฟ้า ลดค่าใช้จ่าย” ชวนทุกคนปรับแอร์ให้เหมาะสม ปิดไฟเมื่อไม่ใช้ ถอดปลั๊กอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น และเลือกใช้หลอดประหยัดพลังงาน ประหยัดวันนี้ เพื่อค่าใช้จ่ายที่เบาลง และพลังงานที่มั่นคงของประเทศในวันข้างหน้า

นาย..อำเภอน่อย