น้าเดช ฟาดใคร? บอกเลิกทำตัวเป็นนักการเมืองโบราณ ปล่อยติ่งไล่แซะ ระวังตายทางการเมือง!

น้าเดช ฟาดใคร? บอกเลิกทำตัวเป็นนักการเมืองโบราณ ปล่อยติ่งไล่แซะ ระวังตายทางการเมือง!

น้าเดช ฟาดใคร? บอกเลิกทำตัวเป็นนักการเมืองโบราณ ปล่อยติ่งไล่แซะ ระวังตายทางการเมือง!

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569, 19.50 น.

วันที่ 5 มีนาคม 2569 นายพัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์ ระดับแนวหน้าของเมืองไทย โพสต์ในเฟสบุ๊คส่วนตัว “ยิ่งรัก ยิ่งลุ่มหลง” ระบุว่า 

พูดจาเป็นนักการเมืองเต็มตัว แถมเป็นนักการเมืองโบราณอีกต่างหาก ติ่งก็พยายามแซะคนนั้น ฟาดคนนี้ สร้างศัตรูเพิ่มขึ้น ต่อให้เป็นคนดีแค่ไหน เป็นคนเก่งแค่ไหน แต่ถ้าเลือกเดินทางสายนี้ รับรองได้ว่าไม่มีวันโต มีแต่วันตายทางการเมืองแน่นอนจ้ะ

ลุงป้อม เดินสายทำบุญสิงห์บุรี แวะชิมเมนูร้านดังท้องถิ่น

ลุงป้อม เดินสายทำบุญสิงห์บุรี แวะชิมเมนูร้านดังท้องถิ่น

ลุงป้อม เดินสายทำบุญสิงห์บุรี แวะชิมเมนูร้านดังท้องถิ่น

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569, 19.16 น.

“ลุงป้อม” เดินสายทำบุญสิงห์บุรี แวะชิมเมนูร้านดัง พร้อมมอบถุงยังชีพให้กำลังใจตำรวจและอพปร.ในพื้นที่ท่าช้าง

วันที่ 5 มีนาคม 2569 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เดินทางไปยังจังหวัด สิงห์บุรี เพื่อทำบุญไหว้พระตามวัดสำคัญ กราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์  โดยจุดแรกไปที่วัดอัมพวัน อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี เข้าสักการะรูปหล่อพระธรรมสิงหบุราจารย์ (หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม) และสักการะพระบรมสารีริกธาตุ ณ พระมหาเจดีย์ซึ่งได้ถวายสังฆทานและปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์

จากนั้นเดินทางไปวัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร อ.เมือง จ.สิงห์บุรี เข้าสักการะพระพุทธไสยาสน์ (พระนอนจักรสีห์)และถวายสังฆทานและปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์  ต่อจากนั้นเดินทางไปวัดพิกุลทอง พระอารามหลวง อ.ท่าช้าง จ.สิงห์บุรี เข้าสักการะพระพุทธสุวรรณมงคลมหามุนี (หลวงพ่อใหญ่) และเข้ากราบสักการะสรีระสังขารพระธรรมมุนี (หลวงพ่อแพ เขมังกโร) ซึ่งใช้เวลาส่วนตัวอย่างเรียบง่าย หลังวางบทบาททางการเมือง

ทั้งนี้พล.อ.ประวิตร แวะรับประทานอาหารกลางวันที่ คอฟฟี่มิลค์ คาเฟ่  ร้านอาหารชื่อดังของคนสิงห์บุรี มีเมนูหลากหลายทั้งอาหารไทยและอาหารอิตาเลียน ซึ่งมีประชาชนในพื้นที่เข้ามาทักทาย ขอถ่ายภาพพร้อมอวยพรให้พล.อ.ประวิตร มีสุขภาพแข็งแรง และขอให้ยังคงเป็นผู้ใหญ่ที่ให้คำแนะนำและช่วยเหลือบ้านเมืองต่อไป บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง

นอกจากนี้ พล.อ.ประวิตร ยังได้ มอบถุงยังชีพให้แก่ข้าราชการตำรวจ และอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อพปร.) ในพื้นที่อำเภอท่าช้าง จังหวัดสิงห์บุรี ด้วย เพื่อขอบคุณการปฏิบัติหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชนอย่างเสียสละ

รมว.พลังงาน ยันน้ำมันสำรองหาได้เพิ่ม มีใช้ 95 วัน ไม่มีขาดแคลนแน่นอน

รมว.พลังงาน ยันน้ำมันสำรองหาได้เพิ่ม มีใช้ 95 วัน ไม่มีขาดแคลนแน่นอน

รมว.พลังงาน ยันน้ำมันสำรองหาได้เพิ่ม มีใช้ 95 วัน ไม่มีขาดแคลนแน่นอน

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569, 18.03 น.

รมว.พลังงาน ยืนน้ำมันสำรองหาได้เพิ่มมีใช้ 95 วันแน่นอน การันตี น้ำมัน ก๊าซ ไฟฟ้า ไม่ขาดแคลนแน่นอน 

วันที่ 5 มีนาคม 2569 เวลา 17.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน แถลงผลการประชุมหารือมาตราการพลังงาน ว่า วันนี้เป็นการยืนยันตัวเลขสำรองน้ำมันที่เคยพูดไว้ว่า 60 วันนั้น ถ้าจะเอาตัวเลขจริงๆต้องบอกว่า 65 วัน หมายความว่าถ้าไม่มีน้ำมันเข้ามาในประเทศไทยเลยเราจะอยู่ได้ 65 วัน และที่มาอัปเดตในที่ประชุมคือแหล่งน้ำมันนอกจากตะวันออกกลาง ที่ยืนยันว่าเข้ามาประเทศเราแน่ๆ มีอีก 30 วัน จากทั้งอเมริกา แอฟริกาใต้ และมาเลเซีย เนื่องจากเวลาปกติปตท.มีการค้าขายน้ำมัน มีคู่ค้าที่คุยอยู่ พอเกิดวิกฤติคู่ค้าที่มีอยู่เราก็ขอซื้อเข้ามาได้ ทำให้หากนับจากวันนี้ไปจะมีน้ำมันสำรองใช้ได้ 95 วัน ซึ่งตัวเลขพวกนี้ที่จะเติมมาเรื่อยๆ ไม่ใช่ว่าครบ 60 วันแล้วบ้านเราจะไม่มีน้ำมันใช้ ส่วนเรื่องการระงับการส่งออกคงจะมีคำสั่งนายกฯเรื่องการระงับการส่งออก ยกเว้น สปป.ลาว และเมียนมา เพราะสองประเทศนี้เรามีการพึ่งพาพลังงานซึ่งกันและกัน

เรื่องการดูแลประเทศเพื่อนบ้านด้วยกันจะยกเว้นสองประเทศนี้ นอกจากนั้นจะมีการประกาศเพิ่มเกี่ยวกับกรณีที่กำลังผลิตบ้านเราจะเหลืออยู่เมื่อระงับการส่งออกการจัดการก็จะให้ส่วนหนึ่งมาสำรองเพิ่ม ฉนั้นจะประกาศให้ผู้ค้าน้ำมันสำรองน้ำมันเพิ่มขึ้น จาก 1% เป็น 3% ตรงนี้จะช่วยสร้างความมั่นใจว่าจะมีการเก็บน้ำมันเพิ่มขึ้นในบ้านเรา ส่วนเรื่องราคาก็ยังเหมือนเดิมที่จะตรึงราคาน้ำมันดีเซล 15 วัน โดยใช้กลไกกองทุนน้ำมันเข้ามาช่วย ส่วนน้ำมันเบนซิน จะช่วยเหลือบางส่วน ส่วนก๊าซที่เคยพูดไว้ว่าส่วนใหญ่เอามาผลิตไฟฟ้า 50-60% มาจากท่อจากเมียนมา และไทย อีกส่วนเป็นLNGที่มาจากกาตาร์ ที่น่าจะเป็นปัญหามีบางส่วนที่หลุดมาแล้วแต่ที่ติดอยู่นั้นเราไม่ได้รอคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) ได้อนุมัติให้หาจากแหล่งอื่นเข้ามาแทน ซึ่งก็ได้รับการยืนยันจาก ปตท.ว่าในสัปดาห์หน้าสามารถคอนเฟิร์มออร์เด้อร์ได้ ดังนั้นเรื่องปริมาณที่จะขาดไม่ต้องห่วง  

นายอรรถพล กล่าวว่า สำหรับการคุยเกี่ยวกับการผลิตไฟฟ้าจากแหล่งต่างๆก็เดินหน้าต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นพลังงานน้ำที่จะขอเพิ่มจาก สปป.ลาว แหล่งก๊าซในอ่าวไทยพื้นที่พัฒนาร่วมทางทะเลระหว่างไทยและมาเลเซีย ก็ได้รับการตอบรับคงจะมีการยืนยันตัวเลขที่ได้เพิ่มเข้ามา หรือการผลิตจากถ่านหินเพิ่มขึ้นจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิต หลายๆอย่างมาช่วยกันเพื่อสร้างความมั่นใจว่า ทั้งน้ำมัน ก๊าซ ไฟฟ้า บ้านเราไม่ขาดแคลนแน่นอน 

เมื่อถามว่ากรณีประชาชนแห่ไปเติมน้ำมันจะทำให้น้ำมันลดลงเร็วกว่าเวลาที่คาดการณ์ไว้จนไม่ถึง 95 วันหรือไม่ นายอรรถพล ตอบว่า การเติมน้ำมันมากเป็นพฤติกรรมชั่วคราว ถ้าประชาชนมั่นใจมากขึ้นหลังจากเราพูดไปชัดเจนว่าน้ำมันมีการใช้เพียงพอ สถานการณ์ในปั้มน้ำมันต่างๆหน้างานดีขึ้นเยอะคนไม่ได้แตกตื่นเอาแกลลอนเอาถังไปเติมแล้ว และคนที่ซื้อไปแล้วเขาก็ต้องใช้ซื้อไปเยอะก็จะกลับมาซื้อน้อย

เมื่อถามว่ากรณีที่บางปั้มน้ำมันบอกว่าน้ำมันหมดจะตีความว่ามีการกักตุนได้หรือไม่ นายอรรถพล กล่าวว่า ไม่ ทางกระทรวงพลังงานได้สั่งการไปที่พลังงานจังหวัดทุกจังหวัดกำชับกับทุกปั้มห้ามมีการกักตุนหรือเก็บไว้ และเราประสานงานกับผู้ค้านน้ำมันในการจัดส่งให้เพียงพอ จะมีการสะดุดขอขวดเพียงบางช่วงแต่ด้วยระบบการขนส่งของบ้านเราตนว่าปัญหาตรงนี้วันสองวันคงคลี่คลาย 

เมื่อถามว่าการตรึงราคาน้ำมันดีเซล 15 วันถ้าครบกำหนดจะขยายหรือไม่ รวมถึงเบนซินจะมีมาตรการอย่างไร นายอรรถพล ตอบว่า เรื่องของราคาเราใช้กลไกของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมาเป็นตัวลดการกระชากของราคา ขาขึ้นเราก็มาช่วยพยุงขาลงเราอาจมีการเก็บคืน จริงๆกองทุนน้ำมันเชื่อเพลิงที่ผ่านมาเคยติดลบไปถึง 1.2 แสนล้าน ตอนที่รัฐบาลชุดนี้เข้ามา ติดลบ 2 หมื่นล้าน และช่วงที่ผ่านมาก่อนเหตุการณ์ สภาวะดีขึ้นเราบริหารจัดการจนกองทุนเป็นบวก พอเกิดวิกฤติกองทุนน้ำมันสามารถเข้าไปทำหน้าที่ได้คิดว่าไม่น่ามีปัญหา พอครบ 15 วันเราจะประเมินสถานการณ์ว่าการสู้รบยืดเยื้ออยู่หรือไม่เราจะใช้กลไกเข้าไปช่วยได้แค่ไหน ส่วนแนวคิดที่จะปรับสูตรน้ำมันให้ใช้ได้มากขึ้นนั้นมีความเป็นไปได้หรือไม่ เรื่องดังกล่าวต้องวางเป็นลำดับขึ้น

ขณะนี้เราระงับส่งออก สองเพิ่มปริมาณน้ำมันสำรอง ขั้นต่อไปหาดมีการขาดแคลนมากขึ้นเราก็ค่อยพิจารณาเรื่องพลังงานที่มีในบ้านเราเข้ามาช่วย น้ำมันดีเซล ก็เป็นไบโอดีเซล เพิ่มสัดส่วนของ บี100 ตอนนี้ 5% ก็ เป็น 7 ได้ เป็น10 ได้ นอกจากนี้ยังสามารถซื้อน้ำมันสำเร็จรูปเข้ามาได้ หากมันขาดจริงๆ สิ่งที่ต้องทำอาจจะต้องประกาศลดสเปคน้ำมันบ้านเราที่ค้อนข้างสูงเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ถ้าเป็นช่วงวิกฤติก็ต้องปรับลดเพื่อให้สามารถนำเข้าน้ำมันได้จากหลายแหล่งมากขึ้น อีกเรื่องที่ทำได้เลยคือกระทรวงพลังงานจะนำเรื่องเข้าที่ประชุมครม.วันที่ 10 มี.ค.คือการรุณรงค์เรื่องประหยัดพลังงาน 

สส.ปาร์ตี้ลิสต์ รับหนังสือรับรองวันแรก 85 คน จับตาพรุ่งนี้วันสุดท้าย

สส.ปาร์ตี้ลิสต์ รับหนังสือรับรองวันแรก 85 คน จับตาพรุ่งนี้วันสุดท้าย

สส.ปาร์ตี้ลิสต์ รับหนังสือรับรองวันแรก 85 คน จับตาพรุ่งนี้วันสุดท้าย

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.46 น.

สส.ปาร์ตีลิสต์ รับหนังสือรับรองวันแรก 85 คน “เพื่อไทย”ขาด 11 คน ส่วน “ภูมิใจไทย” เหลือนายกฯ เบี้ยว ขณะที่ “พีระพันธุ์-ทวี-กังฟู”ยังไม่มา จับตาพรุ่งนี้วันสุดท้าย
 

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 5 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ยอดจำนวน สส.บัญชีรายชื่อ ที่มารับหนังสือรับรอง ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต.) วันแรก มีสส.มารับหนังสือรับรองแล้ว 85 คน จากทั้งหมด 100 คน 

โดยเหลือ สส.บัญชีรายชื่ออีก 15 คน ที่ยังไม่ได้มารับหนังสือรับรอง ได้แก่ พรรคเพื่อไทย 11 คน ประกอบด้วย  นายยศนันท์  วงศ์สวัสดิ์  นายจุลพันธ์  อมรวิวัฒน์ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายประเสริฐ  จันทรรวงทอง  นายชูศักดิ์ ศิรินิล นายสุทิน คลังแสง นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช  น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล  นายธงธรรม เวชยชัย และนายอดิศร  เพียงเกษ     

พรรคภูมิใจไทย 1 คน คือ นายกฤษฎา หลีนวรัตน์
 
พรรคประชาชาติ 1 คน คือ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง
 
พรรครวมไทยสร้างชาติ 1 คน คือ นายพีระพันธุ์ สาลี่รัฐวิภาค
 
พรรคไทยรวมพลัง 1 คน คือ นายวสวรรธน์ พวงพรศรี

อย่างไรก็ตาม กกต.จะเปิดให้รับหนังสือรับรองได้ถึงวันพรุ่งนี้ (6 มี.ค.) ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น.  

จับตา กล้าธรรม รายงานตัวพรุ่งนี้ ธรรมนัส นำทัพ 58 สส. เข้าสภาฯ

จับตา กล้าธรรม รายงานตัวพรุ่งนี้ ธรรมนัส นำทัพ 58 สส. เข้าสภาฯ

จับตา กล้าธรรม รายงานตัวพรุ่งนี้ ธรรมนัส นำทัพ 58 สส. เข้าสภาฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.43 น.

นาย อามินทร์ มะยูโซ๊ะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะกรรมการบริหารพรรคกล้าธรรม เปิดเผยถึงความคืบหน้าของพรรคว่า ในขณะนี้ทางพรรคยังไม่กำหนดวันในการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค แต่ในวันพรุ่งนี้เวลา 10.00 น. ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม จะนำสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้ง 58 คนในสังกัดพรรคกล้าธรรม เข้ารายงานตัวที่อาคารรัฐสภา

ทั้งนี้คาดว่าหลังจากการรายงานตัวสส.ในสังกัดพรรคแล้วจะมีการกำหนดการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคในคาดว่าจะเห็นความชัดเจนในท่าทีของพรรคในเร็วๆนี้

อามินทร์

ทบ.ตอกกลับกัมพูชา ยันไทยไม่ได้รุกราน ชี้ป้องกันตัวตามกฎหมายสากล ย้ำอย่าบิดเบือนข้อเท็จจริง

ทบ.ตอกกลับกัมพูชา ยันไทยไม่ได้รุกราน ชี้ป้องกันตัวตามกฎหมายสากล ย้ำอย่าบิดเบือนข้อเท็จจริง

ทบ.ตอกกลับกัมพูชา ยันไทยไม่ได้รุกราน ชี้ป้องกันตัวตามกฎหมายสากล ย้ำอย่าบิดเบือนข้อเท็จจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.36 น.

ทบ.ตอกกลับกัมพูชา ยันป้องกันตัวตามกฎหมายสากล ชี้ฝ่ายเขมรรุกล้ำชายแดนมาฝั่งไทยกว่า 40 ปี ขออย่าบิดเบือนข้อเท็จจริง เพื่อรักษาบรรยากาศความร่วมมือตามข้อตกลง

วันที่ 5 มีนาคม 2569 ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่ พล.ท.หญิง มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา แถลงว่ากระทรวงกลาโหมกัมพูชาได้นำคณะผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศที่ประจำอยู่ในกัมพูชาลงพื้นที่ อำเภอโอวโจรว และอำเภอทมอพวก จังหวัดบันเตียเมียนเจย ตรงข้าม อำเภอโคกสูง และอำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้วของไทย เพื่อดูร่องรอยลูกระเบิดและกระสุนที่อ้างว่าเป็นของฝ่ายไทย พร้อมทั้งมีการกล่าวอ้างว่าทหารไทยได้โจมตีและยึดพื้นที่ของกัมพูชาโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย และมีการใช้ตู้คอนเทนเนอร์กีดขวางเพื่อปิดกั้นไม่ให้ชาวกัมพูชากลับบ้านนั้น กองทัพบกขอเรียนว่า ข้อกล่าวอ้างดังกล่าวเป็นการบิดเบือนไม่ตรงกับข้อเท็จจริง
ว่า พื้นที่ที่กองทัพบกเข้าควบคุมอยู่ในปัจจุบันล้วนอยู่ภายในอธิปไตยของไทย ซึ่งก่อนหน้านี้พบว่าฝ่ายกัมพูชาได้นำกำลังทหารและประชาชนเข้ามาตั้งกำลังและตั้งชุมชนรุกล้ำในเขตแดนของไทยมาเป็นเวลานานกว่า 40 ปี 

โดยมีรัฐกัมพูชาเป็นฝ่ายสนับสนุน ซึ่งฝ่ายไทยได้ใช้กลไกตามกรอบ MOU ในการยื่นหนังสือประท้วง รวมถึงใช้กลไกทางกฎหมายของฝ่ายปกครองเพื่อแก้ไขปัญหามาโดยตลอด แต่ไม่ได้รับความร่วมมือจากฝ่ายกัมพูชา และยังพบการรุกล้ำเพิ่มเติมมากขึ้น 

ต่อมาในช่วงก่อนเกิดเหตุปะทะ ฝ่ายกัมพูชามีการยั่วยุและใช้กำลังทหารคุกคามต่อฝ่ายไทยในหลายพื้นที่ตามแนวชายแดน ทำให้ฝ่ายไทยจำเป็นต้องใช้สิทธิในการป้องกันตนเองตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ โดยใช้กำลังในสัดส่วนที่เหมาะสม และได้ดำเนินการจัดระเบียบพื้นที่ชายแดนที่เคยถูกรุกล้ำ เพื่อให้เกิดความชัดเจนและความเรียบร้อยของแนวเขตแดน ทั้งนี้ การควบคุมพื้นที่ของฝ่ายไทยในปัจจุบันเป็นการดำเนินการภายในแนวพื้นที่ปฏิบัติการของประเทศไทย มิใช่การรุกรานหรือการยึดครองดินแดนของกัมพูชาตามที่มีการกล่าวอ้าง

สำหรับการวางตู้คอนเทนเนอร์และแนวลวดหนามในบางพื้นที่นั้น เป็นมาตรการรักษาความปลอดภัยภายหลังเหตุการณ์การสู้รบที่ผ่านมา เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเคยถูกใช้เป็นพื้นที่โจมตีต่อทหารและพลเรือนไทย จึงมีความจำเป็นต้องควบคุมและเฝ้าระวัง เพื่อป้องกันการเผชิญหน้าหรือการกระทบกระทั่งที่อาจเกิดขึ้นอีก

นอกจากนี้ ภายหลังที่ทั้งสองประเทศได้มีข้อตกลงหยุดยิงเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 แต่ละฝ่ายยังคงการวางกำลังในพื้นที่เดิมตามที่ระบุไว้ในถ้อยแถลงร่วม ดังนั้น การคงกำลังและการจัดมาตรการรักษาความปลอดภัยของฝ่ายไทยจึงเป็นไปตามกรอบข้อตกลงที่ทั้งสองประเทศตกลงร่วมกัน

ทั้งนี้ ฝ่ายไทยยึดมั่นในข้อตกลงหยุดยิงและกรอบความร่วมมือที่ทั้งสองประเทศได้ตกลงร่วมกันอย่างเคร่งครัด โดยมุ่งรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดนเพื่อความปลอดภัยของกำลังพลและประชาชนในพื้นที่ เคารพกฎหมายระหว่างประเทศ และยึดมั่นในหลักมนุษยธรรม พร้อมทั้งสนับสนุนการแก้ไขปัญหาผ่านกลไกความร่วมมือและการเจรจาระหว่างสองประเทศ โดยเห็นว่าการสื่อสารในประเด็นที่อ่อนไหวควรตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงและความรับผิดชอบ เพื่อรักษาบรรยากาศและไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดระหว่างกัน

หมอวรงค์ ดีใจได้เข้าสภาในรอบ 12 ปี เตรียมแถลงจุดยืน 10 มี.ค.นี้

หมอวรงค์ ดีใจได้เข้าสภาในรอบ 12 ปี เตรียมแถลงจุดยืน 10 มี.ค.นี้

หมอวรงค์ ดีใจได้เข้าสภาในรอบ 12 ปี เตรียมแถลงจุดยืน 10 มี.ค.นี้

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.15 น.

‘หมอวรงค์’สุดดีใจ ได้เข้าสภาในรอบ12ปี เผยเสียงเดียวต้องเจียมตัว แต่ยันจะเป็นเสียงที่ทรงพลัง ยืนข้างประชาชนยึดประโยชน์ชาติ เตรียมแถลงจุดยืน 10 มี.ค.นี้

วันที่ 5 มีนาคม 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อพรรคไทยภักดี กล่าวภายหลังเดินทางเข้ารับหนังสือรับรองจาก กกต. ว่าวันนี้มารับเอกสารรายงานตัวช่วงบ่ายๆเพราะทราบว่าพรรคใหญ่ๆเข้ามาตอนเช้า ส่วนการรายงานตัวต่อรัฐสภาทราบว่าพรรคใหญ่ๆเขาจะไปรายงานตัวต่อเนื่องจากนี้ ถ้าไปสภาตอนนี้ก็จะเสียเวลาเยอะ ซึ่งตนไม่ได้ถือฤกษ์ใดๆเอาความสะดวก จึงจะไปรายงานตัวในวันที่ 10 มี.ค.ให้พรรคใหญ่ๆเขาไปก่อน

“วันนี้เราต้องเจียมเนื้อ เจียมตัว เพราะเราเข้ามาเสียงเดียวและยังยืนยันว่าจุดยืนของพรรคไทยภักดีไม่เปลี่ยน เรายืนอยู่ข้างประเทศไทยคืออะไรที่เป็นประโยชน์กับชาติบ้านเมืองตนจะยืนอยู่ตรงนั้น ส่วนรายละเอียดตั้งใจจะไปแถลงในวันที่ 10 มี.ค. ถึงจุดยืนรายละเอียดชัดเจนในการทำงานของเราและอยากจะย้ำถึงพี่น้องที่ให้กำลังใจกับพรรคไทยภักดี  แม้ได้เข้า ไปเพียง 1 เสียง ก็จะเป็นหนึ่งเสียงที่ทรงพลังและสามารถปกป้องทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติบ้านเมืองได้”

น.พ.วรงค์ ยังกล่าวว่า จนถึงขณะนี้ไม่มีพรรคการเมืองไหนติดต่อ ส่วนจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ยังขอไม่ตอบอะไรทั้งสิ้นไว้รอวันที่ 10 มี.ค. แต่คิดว่าการทำประ โยชน์เพื่อส่วนรวมบางครั้งอย่าลืมว่า 1 เสียงถ้าเป็นประประโยชน์กับประชาชน ถูกใจประชาชน ไม่ว่าเราจะยืนฝ่ายไหนในขณะนี้ ถ้าถูกใจประชาชนมันสะเทือน  ตนถูกฝึกมาในการทำงาน ไม่ได้ใช้โวหาร  แต่ถูกฝึกมาให้ใช้ข้อมูลหลักฐาน เอกสารอ้างอิงทุกครั้ง ดังนั้น การพูดความจริงหรือการทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองที่พิสูจน์ได้โดยเอกสารหลักฐานตนว่ามันทรงพลัง

เมื่อถามว่าจะมีการตรวจสอบรัฐบาลเข้มข้นเหมือนสมัยจำนำข้าวหรือไม่ น.พ.วรงค์กล่าวว่า ให้รอวันที่ 10 มี.ค.จะชัดเจนว่าตนจะยืนตรงไหน รู้ว่าตอนยืนฝั่งฝ่ายค้านหรือรัฐบาล แต่เบื้องต้นยืนยันกับประชาชนว่าประโยชน์ชาติอยู่ในใจเราการเข้ามาครั้งนี้เพราะตนสำนึกว่าการที่จะผ่านเข้ามาได้ไม่ใช่ง่าย ได้ออกทีวีน้อยมาก วันนี้เป็นครั้งแรกที่เจอทีวีเยอะมาก ฉะนั้นจึงตั้งใจว่าหนึ่งสิ่งที่ประชาชนเลือกเราเข้าไปต้องทำให้คุ้มค่า

น.พ.ยังกล่าาว่า ไม่ได้เข้าสภามา 12 ปีโดยเป็นช่วงคสช. 6 ปี และเลือกตั้งอีก 2 สมัยรวม 6 ปีและเกิดการยุบสภาก่อน ซึ่งก็เท่ากับว่าตนไม่ได้เข้าสภามา 12 ปี ซึ่งยังถามตัวเองว่าเราจะไปสภาถูกหรือเปล่า ถ้าเป็นสมัยก่อนข้างสวนดุสิต ยังพอจำได้แต่สภาใหม่เคยไปยื่นเอกสารบ้างเล็กน้อย ไม่เคยได้เข้าไป แต่คิดว่าด้วยจิตวิญญาณในการทำหน้าที่ของผู้แทนมันอยู่ในสายเลือดมันอยู่ในจิตวิญญาณมันน่าจะเริ่มต้นได้ง่าย

สุชาติ ฟ้องหมิ่นประมาท ไอซ์ รักชนก เรียกค่าเสียหาย 50 ล้าน จ่อฟ้องเกรียนคีย์บอร์ดด้วย

สุชาติ ฟ้องหมิ่นประมาท ไอซ์ รักชนก เรียกค่าเสียหาย 50 ล้าน จ่อฟ้องเกรียนคีย์บอร์ดด้วย

สุชาติ ฟ้องหมิ่นประมาท ไอซ์ รักชนก เรียกค่าเสียหาย 50 ล้าน จ่อฟ้องเกรียนคีย์บอร์ดด้วย

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.50 น.

เสี่ยเฮ้ง ส่งทนายฟ้องหมิ่น ไอซ์ รักชนก อีกคดี โพสต์ข้อความ”เฮ้งซวย”เรียกค่าเสียหาย 50 ล้าน ยันไม่ได้ฟ้องเพื่อปิดปาก จ่อฟ้องเกรียนคีย์บอร์ดอีกหลายคดี ระวังเดียวดายหน้าบัลลังก์

วันที่ 5 มีนาคม 2569 ที่ศาลอาญาตลิ่งชัน  ถนนเลียบทางรถไฟ นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบอำนาจให้นายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ทนายความ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องน.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาและพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฯ

จากการที่น.ส.รักชนกโพสต์ข้อความลงในเพจเฟซบุ๊คของตนเองหมิ่นประมาทใส่ความนายสุชาติให้ได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง พร้อมเรียกค่าเสียหาย 50 ล้านบาท

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า น.ส.รักชนก  โพสต์พาดพิงนายสุชาติ ว่าเป็นรัฐมนตรี “เฮ้งซวย” รวมถึงโพสต์พาดพิงข้อความอื่นๆ ซึ่งคำว่า”เฮ้ง”เป็นชื่อเล่นของนายสุชาติ ซึ่งน.ส.รักชนกได้แก้ไขข้อความดังกล่าวทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ความเสียหายได้เกิดขึ้นไปแล้ว วันนี้ตนจึงเข้ามายื่นฟ้องและศาลรับคดีไว้พิจารณาเป็นคดีหมายเลขดำที่อ.257/2569 โดยนัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 27 เมษายน นี้ 

นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า ตนยืนยันว่าการฟ้องครั้งนี้ไม่ใช่การฟ้องปิดปาก เมื่อเราดูประวัติแล้ว น.ส.รักชนกยังมีคดีอื่นอีก 2 คดี หนึ่งในนั้นมีคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ที่ศาลพิพากษาจำคุก 6 ปี ก่อนน.ส.รักชนกได้รับการประกันตัวออกมา และกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ รวมถึงคดีหมิ่นประมาทอีกคดึที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษกด้วย จึงขอให้นับโทษต่อจากคดีอื่น รวมถึงนายสุชาติได้ให้ฝ่ายกฎหมายดูว่าจะสามารถถอดถอนการประกันตัวของน.ส.รักชนกได้หรือไม่ รวมถึงว่าเป็นการฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่

เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้ได้มีการแจ้งความแล้ว ทำไมถึงยื่นฟ้องเอง นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า วันนี้กกต.รับรองส.ส.แบบบัญชีรายชื่อแล้ว และในมาตรา 125 ตามรัฐธรรมนูญมีเอกสิทธิส.ส.ห้ามพนักงานสอบสวนจับกุม แต่การยื่นฟ้องโดยตรงเป็นข้อยกเว้นตามมาตรา 125 วรรค 4 ส่วนคดีที่อยู่ในมือพนักงานสอบสวนกำลังอยู่ในขั้นตอนการตรวจพิสูจน์ ซึ่งจะนำหลักฐานส่วนนี้มาประกอบในคดีนี้ด้วยข้อเท็จจริงเหมือนกัน และนำเนื้อหาที่ได้แจ้งความก่อนหน้ามาเพิ่มน้ำหนักในชั้นไต่สวนมูลฟ้องโดยจะมีพนักงานสอบสวนเข้ามาเบิกความในคดีนี้ด้วย 

นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า การฟ้องครั้งนี้ตนยืนยันไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองแน่นอน เพราะถ้าน.ส.รักชนกไม่โพสต์แบบนั้นใครจะทำอะไรได้ เป็นการกระทำที่เจ้าตัวทำตัวเอง ไม่เกี่ยวกับคนอื่นเลย ไม่ใช่ว่านายสุชาติมีตำแหน่งทางการเมืองแล้วไปใช้สิทธิปิดปากไม่ให้พูด น.ส.รักชนกมีเสรีภาพในการพูดอยู่แล้วแต่ต้องอยู่ในขอบเขตของกฎหมาย จะทำเกินขอบเขตไม่ได้

เมื่อถามว่ามีพฤติกรรมอื่นของน.ส.รักชนกที่นายสุชาติเล็งเห็นว่าจะเข้าข่ายหมิ่นประมาทหรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ล่าสุดน.ส.รักชนได้โพสต์โดยนำรูปนายสุชาติไปบอกว่าเป็นคนที่มีปัญหา มีแต่เรื่อง ไม่มีผลงาน เป็นการดักทางไม่ให้นายสุชาติมีความเจริญทางการเมือง ซึ่งเจ้าตัวไม่เคยถูกดำเนินคดีอาญา ไม่เคยเป็นรัฐมนตรีที่มาจากการโกงเลือกตั้ง ก็จะนำหลักฐานส่วนนี้เข้ามาฟ้องด้วย ในวันที่ 27 เมษายนนี้ตนก็อาจจะเปิดหลักฐานเต็ม เรื่องนี้ถ้ามองดูเผิน ๆ อาจจะเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่การโพสต์โจมตีทางการเมือง นายสุชาติทนไม่ได้จริง ๆ จึงต้องจำเป็นใช้สิทธิปกป้องเกียรติยศ และศักดิ์ศรีของตนเอง 

เมื่อถามว่ายังมีเกรียนคีย์บอร์ดที่นายสุชาติเล็งจะฟ้องหรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ต้องบอกแบบนี้ว่าจะถ้าเป็นเรื่องเล็กน้อย เราคงจะไม่ฟ้องร้อง เราทำเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ก่อนหน้านี้คนที่เคยหมิ่นประมาทแล้วเข้ามาขอโทษก็ถูกถอนฟ้องแล้ว ตนขอเตือนไปถึงคนอื่นๆที่คอมเมนท์หมิ่นประมาทนายสุชาติก็ระวังจะโดดเดี่ยวหน้าบัลลังก์ ทีมทนายความของตนเอาจริงอย่างแน่นอน

นายกฯ เรียกถกด่วนทีมศก.-กต. แจงแหล่งซื้อน้ำมันเพิ่ม รับหลังมี.ค.น้ำมันเข้าประเทศลดลง

นายกฯ เรียกถกด่วนทีมศก.-กต. แจงแหล่งซื้อน้ำมันเพิ่ม รับหลังมี.ค.น้ำมันเข้าประเทศลดลง

นายกฯ เรียกถกด่วนทีมศก.-กต. แจงแหล่งซื้อน้ำมันเพิ่ม รับหลังมี.ค.น้ำมันเข้าประเทศลดลง

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.38 น.

นายกฯ เรียกถกด่วนทีมศก.-กต. แจกแจงแหล่งน้ำมันที่จะซื้อเพิ่ม รับหลังมี.ค.น้ำมันเข้าประเทศลดลง พร้อมขอความเห็น อรรถพล-พิพัฒน์ กูรูเรื่องน้ำมัน 

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 5 มี.ค.2569 ที่ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมหารือมาตรการพลังงาน โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รมช.คมนาคม นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

นายกฯ กล่าวก่อนประชุมว่า ต้องขออภัยวันนี้มีการเชิญประชุมอีกครั้งหนึ่งเป็นการเร่งด่วน เนื่องจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน ซึ่งขณะนี้ได้ทำการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งจะกระทบต่อการขนส่งน้ำมันดิบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่ประเทศไทยได้เป็นผู้นำเข้า เมื่อวันที่ 4 มี.ค.ตนได้รับรายงานจากนายพิพัฒน์ นายเอกนิติ และข้อมูลจากกระทรวงพลังงานว่า ในช่วง มี.ค.น่าจะไม่มีผลกระทบอะไรกับปริมาณน้ำมันที่จะใช้ในประเทศไทย แต่จากตัวเลขที่ได้รับรายงาน ทราบว่าปริมาณน้ำมันที่จะเข้าสู่ประเทศไทยมันจะเริ่มทยอยมีปริมาณที่ลดลงไป สถานการณ์เปลี่ยนไปมากตั้งแต่วัน 28 ก.พ.ที่เกิดเหตุ พอวันที่ 2 มี.ค. เรามีการประชุม สมช. ซึ่งสถานการณ์ก็พัฒนาไปสู่ความรุนแรงมากขึ้น เราจึงต้องมานั่งกำหนดมาตรการในส่วนของเราเอง เพื่อให้ความมั่นใจว่ามันจะไม่มีผลกระทบในเรื่องของการนำเข้าน้ำมันดิบ ตลอดจนการจัดหาเพิ่มเติมจากแหล่งอื่น 

นายกฯ กล่าวว่า ทราบมาว่า มีการนำเข้าปริมาณครึ่งหนึ่งจากตะวันออกกลาง และอีกครึ่งหนึ่งจากภูมิภาคอื่น ซึ่งในส่วนภูมิภาคอื่นวันนี้ตนคงจะต้องขอให้ท่านแจกแจงให้เห็นว่า อีกครึ่งหนึ่งมาจากตรงไหนบ้าง ในฐานะที่ รมว.พลังงาน และนายพิพัฒน์ เคยมีความเชี่ยวชาญอย่างยิ่งในเรื่องการค้าน้ำมัน ตนคงต้องอนุญาตให้ท่านได้ช่วยเป็นผู้ร่วมคิดว่าจะทำอย่างไร
 

นายกฯ หารือ IMF ยันไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพประชุม IMF–World Bank 2026

นายกฯ หารือ IMF ยันไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพประชุม IMF–World Bank 2026

นายกฯ หารือ IMF ยันไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพประชุม IMF–World Bank 2026

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.35 น.

นายกฯ หารือ IMF ยืนยันความพร้อมไทยเป็นเจ้าภาพประชุม IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026 ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพ พร้อมรับมือความผันผวนเศรษฐกิจและวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์โลก

เมื่อวันที่ 5 มี.8.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นำนางคริสตาลินา กอร์เกียวา (Ms. Kristalina Georgieva) กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund: IMF) เข้าเยี่ยมคารวะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทย เพื่อติดตามความคืบหน้าการเตรียมความพร้อมการเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026) ซึ่งประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

นายกรัฐมนตรีกล่าวต้อนรับและชื่นชมความร่วมมืออันใกล้ชิดระหว่างไทยกับ IMF ทั้งในด้านการให้คำปรึกษาเชิงนโยบายและความร่วมมือทางวิชาการ พร้อมยืนยันความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปี IMF–World Bank ปี 2569 ภายใต้แนวคิด “Thailand New Horizons: Empowering People, Building Resilience” 

ด้านกรรมการจัดการ IMF กล่าวชื่นชมความพร้อมไทย หลังจากได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมสถานที่จัดงาน โดยมั่นใจว่าไทยจะเป็นเจ้าภาพได้สำเร็จลุล่วง และการประชุมครั้งนี้จะเป็นโอกาสสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือเชิงปฏิบัติ เพื่อรับมือกับความผันผวนจากปัจจัยภายนอกและการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่รวดเร็ว ตลอดจนสะท้อนพัฒนาการของประเทศไทยนับตั้งแต่เคยเป็นเจ้าภาพเมื่อปี 2534 และถ่ายทอดประสบการณ์การพัฒนาประเทศสู่ประชาคมโลก

โอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้แลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยนายกรัฐมนตรีได้รับฟังการประเมินของ IMF ต่อผลกระทบที่อาจส่งผ่านสู่เศรษฐกิจโลก รวมถึงแนวทางที่ประเทศไทยควรให้ความสำคัญในการเตรียมรับมือความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ท่ามกลางบริบทความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน

ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่าการเป็นเจ้าภาพการประชุมครั้งนี้ถือเป็นวาระแห่งชาติที่รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่ง และทุกภาคส่วนของประเทศจะร่วมกันขับเคลื่อนการดำเนินงานเพื่อให้การจัดประชุมเป็นไปอย่างราบรื่น มีประสิทธิภาพ และได้มาตรฐานระดับสากล พร้อมยังระบุว่า เมื่อกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลแล้วเสร็จ จะสามารถเดินหน้าประสานความร่วมมือกับ IMF ภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างเต็มศักยภาพ เพื่อร่วมกันผลักดันความร่วมมือต่าง ๆ เพื่อรับมือความผันผวนทางเศรษฐกิจและวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์โลก