เกษตรกรไม่ต้องตุน! รัฐบาลยันปุ๋ยเคมีมีเพียงพอ สั่งเข้มห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคา

เกษตรกรไม่ต้องตุน! รัฐบาลยันปุ๋ยเคมีมีเพียงพอ สั่งเข้มห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคา

เกษตรกรไม่ต้องตุน! รัฐบาลยันปุ๋ยเคมีมีเพียงพอ สั่งเข้มห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคา

วันศุกร์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569, 08.57 น.

รัฐบาลเผยปุ๋ยเคมีมีเพียงพอ ย้ำ“ปุ๋ยยูเรีย”ใช้ได้ถึง ส.ค.69 เตือนร้านค้าขายปุ๋ยเคมีในราคาสูงเกินควร จะถูกดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

6 มีนาคม 2569 นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าจากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อทั่วโลก เช่นเดียวกับประเทศไทยที่ได้รับผลกระทบเช่นกันในหลายๆ เรื่อง ในส่วนของการนำเข้าปุ๋ยเคมีจากต่างประเทศ ซึ่งเป็นข้อกังวลของพี่น้องเกษตรกร รัฐบาลได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์การค้าปุ๋ยเคมีและธุรกิจการเกษตรไทยอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมมาตรการแก้ไขปัญหารองรับหากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางยืดเยื้อ

ทั้งนี้ จากการติดตามสถานการณ์ล่าสุด พบว่า ปริมาณปุ๋ยเคมีในประเทศยังอยู่ในระดับเพียงพอ โดยมีสต็อกคงเหลือ ณ เดือน ม.ค.2569 ประมาณ 1.52 ล้านตัน ขณะที่ความต้องการใช้เฉลี่ยเดือนละประมาณ 0.8 ล้านตัน สำหรับปุ๋ยยูเรียซึ่งเป็นวัตถุดิบหลัก คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 36% ของการใช้ปุ๋ยทั้งหมด มีปริมาณสต๊อก 0.32 ล้านตัน หรือคิดเป็น 6.5 ล้านกระสอบ โดยปัจจุบันมีปริมาณเพียงพอรองรับการใช้มากกว่า 2 เดือน และยังมีปุ๋ยยูเรียที่ไทยอยู่ระหว่างการนำเข้าจากซาอุดีอาระเบีย ปริมาณรวมประมาณ 100,000 ตัน หรือคิดเป็นปริมาณ 2 ล้านกระสอบ ทำให้ไทยจะมีปุ๋ยยูเรียใช้ในปริมาณ 8.5 ล้านกระสอบ ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้ได้ถึงเดือน ส.ค.2569

ขณะเดียวกัน ไทยยังมีช่องทางการนำเข้าปุ๋ยเคมีจากแหล่งอื่นเพิ่มเติม เช่น มาเลเซีย และบรูไน ซึ่งสามารถนำเข้าได้ปกติ และจะไม่ส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตสินค้าเกษตรของไทย เนื่องจากเป็นช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตสินค้าเกษตรสำคัญหลายรายการ เช่น ข้าวนาปรัง ผลไม้ เป็นต้น ในส่วนของข้าวนาปี ขณะนี้ยังไม่เข้าสู่ฤดูกาลเพาะปลูก

สำหรับสถานการณ์ด้านราคาปุ๋ยที่จำหน่ายในตลาด ที่เป็นปุ๋ยสูตรที่มีส่วนผสมของยูเรีย ยังเป็นสต็อกเดิมที่จัดหามาก่อนสถานการณ์ดังกล่าว ดังนั้น ราคาจำหน่ายในประเทศยังคงอยู่ในระดับเดิม แต่หากสถานกาณ์ยืดเยื้อ ต้นทุนปุ๋ยเคมีในตลาดโลกมีการปรับเปลี่ยน รัฐบาลสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานกาณ์และโครงสร้างราคาอย่างใกล้ชิดและให้การปรับราคาเป็นไปตามโครงสร้างต้นทุนจริง โดยคำนึงถึงผลกระทบที่มีต่อเกษตรกรน้อยที่สุด

“ขอให้เกษตรกรอย่าตื่นตระหนก ไม่จำเป็นต้องเร่งซื้อ หรือกักตุนปุ๋ยเคมี ไว้ในปริมาณมาก และขอย้ำเตือนร้านค้าหากพบการจำหน่ายปุ๋ยเคมีในราคาสูงเกินสมควร หรือมีการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาโดยไม่มีเหตุผล จะถูกดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อเกษตรกร” นางสาวอัยรินทร์ ระบุ

อวยยศ ‘ไอซ์ รักชนก’ บุคคลแห่งปี เพจ ‘The People’ จัดให้

อวยยศ 'ไอซ์ รักชนก' บุคคลแห่งปี เพจ 'The People' จัดให้

อวยยศ ‘ไอซ์ รักชนก’ บุคคลแห่งปี เพจ ‘The People’ จัดให้

วันศุกร์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569, 07.54 น.

ไอซ์ รักชนก เข้ารับรางวัล สาขาการเมืองแห่งปี 2026 จากชื่อผู้เข้าชิงทั้งหมด 8 คน

เมื่อวานนี้ (5 มี.ค.69) มีการจัดงาน100 Finalists of 5th The People Awards 2026 ขึ้นมา ซึ่งเป็นการนำเสนอเนื้อหาสร้างสรรค์ว่าด้วยเรื่องราวของ ‘คน’ แบบเจาะลึกในทุกแง่มุม รวมถึงบทวิเคราะห์วิธีคิดของบุคคล ผู้มีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงสังคม จากอดีต ปัจจุบัน จนถึงอนาคต ซึ่งผู้เข้าชิงทั้งหมดมี 8 คน ได้แก่ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์  , ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ , แม่ทัพกุ้ง หรือ พลเอก บุญสิน พาดกลาง , วิโรจน์ ลักขณาอดิศร , รักชนก ศรีนอก , รังสิมันต์ โรม , ศิริกัญญา ตันสกุล , ศุภจี สุธรรมพันธุ์ , เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ , อนุทิน ชาญวีรกูล

รายชื่อ คณะกรรมการ The People Awards 2026

1. สุธีรพันธุ์ สักรวัตร Chief Customer Officer SCBX Public Company Limited
2. รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
3. โตมร ศุขปรีชา ผู้อำนวยการสำนักยุทธศาสตร์และนวัตกรรมการเรียนรู้ สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน)
4. สุวิตา จรัญวงศ์ CEO & Co-Founder Tellscore
5. ธีรภัทร เจริญสุข เลขาธิการสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย
6. สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสภาองค์กรของผู้บริโภค และนักต่อสู้เพื่อผู้บริโภค
7. นัฐพงษ์ โห้เฉื่อย Co-Founder และ บรรณาธิการ The People

และ ‘ไอซ์ รักชนก’ ได้เป็นผู้รับเลือกให้คว้ารางวัล นักการเมืองแห่งปี 2026

ซึ่งก่อนหน้านี้มีประเด็นร้อนเมื่อ The People Awards 2023 ได้มอบรางวัลให้กับ ตะวัน-ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ และ แบม-อรวรรณ ภู่พงษ์ ด้วยเหตุผลว่า ทั้งสองเป็นนักกิจกรรมอิสระที่ทำกิจกรรมทางการเมืองมาอย่างต่อเนื่อง แสดงจุดยืนด้วยการอดอาหารและน้ำ เรียกร้องให้ศาลคืนสิทธิประกันตัวให้ผู้ถูกคุมขังทางการเมือง เพราะอยากเห็นความเท่าเทียม มีอุดมการณ์ที่ไม่อาจทนเห็นความอยุติธรรมได้ 

แต่หลังจากที่มีการประกาศรางวัล The People ที่มอบรางวัลให้กับ ทานตะวัน และ อรวรรณ มีเสียงวิพากวิจารณ์อย่างมากว่าการที่ ตะวัน-แบม ได้รับรางวัลดังกล่าว “ถูกสังคมบางส่วนวิพากษ์วิจารณ์ว่าเหมาะสมหรือไม่ เพราะทั้ง 2 คนเป็นผู้ต้องหาคดีมาตรา 112 จากการมีพฤติกรรมจาบจ้วงดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างรุนแรง”

ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้ The People ต้องออกมาชี้แจงถึงเกณฑ์การพิจารณารางวัล ต่อมาผู้ก่อตั้ง The People แสดงความรับผิดชอบ ด้วยการพักงานตนเองเป็นเวลา 30 วัน

จับตา 4 วิกฤต! เทพไท เตือนรัฐ เตรียมรับมือเอฟเฟกต์ตะวันออกกลาง

จับตา 4 วิกฤต! เทพไท เตือนรัฐ เตรียมรับมือเอฟเฟกต์ตะวันออกกลาง

จับตา 4 วิกฤต! เทพไท เตือนรัฐ เตรียมรับมือเอฟเฟกต์ตะวันออกกลาง

วันศุกร์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569, 07.25 น.

6 มีนาคม 2569 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า 4ปัญหา ที่รัฐบาลต้องรับมือและแก้ไข

ท่ามกลางการสงครามที่เกิดขึ้น ระหว่างสหรัฐอเมริกาจับมือกับอิสราเอลถล่มอิหร่าน ทำให้หลายฝ่ายวิตกกังวลว่า อาจจะเกิดปัญหาลุกลามนำไปสู่ความขัดแย้งในทั่วทุกภูมิภาค และอาจจะนำไปสู่สงครามโลกครั้งที่3 ก็เป็นไปได้ แต่สงครามที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ มีผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งรัฐบาลไทยต้องเตรียมการรับมือ และแก้ปัญหาในเรื่องต่างๆดังต่อไปนี้ คือ

1.เรื่องปัญหาน้ำมันขาดแคลน หรือน้ำมันแพง ซึ่งในขณะนี้ได้เกิดภาวะวิกฤต แหล่งน้ำมันดิบถูกโจมตีถูกถล่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปิดเส้นทางขนส่ง จากช่องแคบฮอมุซ ทำให้น้ำมันดิบขาดแคลน รวมไปถึงโรงกลั่นถูกบอมถูกทำลาย มีผลต่อราคาน้ำมันดิบ ไม่ว่าประเทศไทยจะมีโรงกลั่นก็ตาม ถ้าไม่มีน้ำมันดิบ ก็ไม่สามารถนำมากลั่นผลิตเป็นน้ำมันสำเร็จรูปได้ และถ้าหากจะซื้อจากแหล่งน้ำมันดิบที่อื่น เช่นรัสเซีย แอฟริกา อเมริกา ก็มีปัญหาเรื่องการขนส่ง จึงทำให้ประเทศไทยอาจขาดแคลนน้ำมัน และทำให้น้ำมันราคาแพง ซึ่งรัฐบาลต้องเตรียมรับมือกับปัญหาเหล่านี้ ในขณะนี้เห็นได้ชัดว่า ปัญหาน้ำมันมีผลกระทบไปยังพี่น้องประชาชนในต่างจังหวัด ที่มีความตื่นตระหนกว่า น้ำมันอาจจะแพงหรือขาดแคลน ต้องเร่งรีบมาเติมจนปั๊มน้ำมันหลายแห่งปิดบริการ เพราะน้ำมันหมด ซึ่งรัฐบาลต้องให้ความเชื่อมั่นกับประชาชนว่า รัฐบาลจะรับมือกับน้ำมันแพงและน้ำมันขาดแคลน เพื่อไม่ให้ประชาชนตื่นตูม หรือวิตก ขาดความเชื่อมั่นในเรื่องเชื้อเพลิงของประเทศ

2.เรื่องธุรกิจการบิน เริ่มมีปัญหาตั้งแต่วันแรกของการเกิดสงคราม ระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอลและอิหร่าน ทำให้เที่ยวบินหลาย 100 เที่ยว ต้องหยุดบิน และทำให้ผู้โดยสารจำนวนมากตกค้างที่สนามบิน ทำให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาประเทศไทยหรือกลับจากประเทศไทย ได้รับผลกระทบ ธุรกิจการบินมีปัญหา ตั๋วค่าโดยสารแพง เพราะถ้าหากจะเดินทางไปยุโรป ต้องผ่านน่านฟ้า พื้นที่ตะวันออกกลาง เพื่อความปลอดภัยต้องบินอ้อม จึงทำให้สิ้นเปลืองค่าน้ำมัน และทำให้ตั๋วค่าโดยสารแพงขึ้น มีผลกระทบต่อธุรกิจการท่องเที่ยวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ รัฐบาลต้องรับมือในเรื่องนี้ เพราะอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นปัจจัยสำคัญ เป็นรายได้หลักของประเทศ ถ้าหากว่า ธุรกิจการบินมีปัญหา นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยก็มีปัญหา รัฐบาลต้องเตรียมการแก้ปัญหาและแก้ไขในเรื่องนี้เร่งด่วน

3.รัฐบาลต้องเตรียมแผนการอพยพ และการดูแลความปลอดภัยของคนไทย ที่อยู่ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนไทยที่ไปขายแรงงานอยู่ในอิสราเอล ซึ่งเป็นประเทศคู่สงคราม จะต้องเตรียมแผนหรือมาตรการในการอพยพ หากเกิดภาวะฉุกเฉิน แม้ว่าแรงงานเหล่านั้นไม่พร้อมเดินทางกลับประเทศไทยก็ตาม แต่รัฐบาลต้องทำความเข้าใจ ให้รู้ถึงภัยของการสงคราม และปัญหาที่จะเกิดขึ้นในระหว่างสงคราม รวมไปถึงคนไทยที่อยู่ในอิหร่าน ซึ่งเป็นนักเรียนนักศึกษา หรือทำงานอยู่ในประเทศอิหร่าน แม้ว่ารัฐบาลประกาศให้ลงชื่อเพื่ออพยพคนไทยกลับประเทศ มีผู้ลงชื่ออพยพกลับเพียงหลักร้อย ทั้งที่มีจำนวนคนไทยในอิหร่านเป็นจำนวนมาก เมื่อยังไม่กลับ ไม่พร้อมจะเดินทางกลับ รัฐบาลต้องเตรียมการป้องกันไม่ให้คนเหล่านั้นได้รับอันตรายจากการสู้รบ หรือการสงคราม รวมไปถึงนักแสวงบุญที่เมกกะ ถ้าหากเกิดภาวะสงครามได้รับผลกระทบถึงพื้นที่แสวงบุญด้วย ก็ต้องเตรียมการอพยพ หรือลำเลียงประชาชนกลับประเทศโดยเร็วที่สุด

4.เรื่องการวางสถานะของประเทศไทยต่อสถานการณ์สู้รบ ระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน รัฐบาลไทยควรกำหนดจุดยืนเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประเทศไทย แม้ว่าเอกอัครราชทูตอเมริกา จะเดินทางเข้าพบนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีข้อสงสัย ตั้งคำถามเรื่องการขอความช่วยเหลือทหารจากกองทัพไทย รวมไปถึงการขอใช้ฐานทัพที่อู่ตะเภา ซึ่งเป็นข่าวที่มีการวิเคราะห์ การคาดการณ์ ซึ่งถ้าหากเป็นจริง รัฐบาลต้องชั่งน้ำหนักให้ดี เพราะในขณะเดียวกันเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทย ก็ออกมาแถลงข่าวเรียกร้องให้รัฐบาลไทย แสดงจุดยืนและกดดันให้สหรัฐอเมริกา อิสราเอลยุติการโจมตีอิหร่าน

สงครามที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ก็เปรียบเสมือนปัญหาของมิตรประเทศ ทั้งสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ซึ่งประเทศไทยอยู่ในฐานะคนกลาง ต้องให้ความเป็นธรรมหรือกำหนดท่าทีไม่เข้าข้างฝ่ายใด ควรยึดกฎบัตรของสหประชาชาติ ให้เป็นไปตามข้อตกลงระหว่างประเทศที่สหประชาชาติกำหนด ประเทศไทยควรจะอิงกฎหมายระหว่างประเทศ ไม่เข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ที่ทำให้ประเทศเสียเปรียบ หรือถ้าประเทศเสียหายก็ไม่ควรทำ เพราะสถานะของประเทศไทย ไม่ได้อยู่ในฐานะเหมือนกับเพื่อนบ้านบางประเทศ ที่ผู้นำประกาศเข้าข้างสหรัฐอเมริกา โดยหวังประโยชน์เพียงด้านเดียว

สำหรับประเทศไทยต้องชั่งน้ำหนักในทุกด้าน เพื่อไม่ให้ประเทศชาติเสียหาย

สมชัย ผุดไอเดียตั้งกองทุนสู้ กกต. ขายสินค้าหาเงินช่วย ปชช.ถูกฟ้องคดีตรวจสอบเลือกตั้ง

สมชัย ผุดไอเดียตั้งกองทุนสู้ กกต. ขายสินค้าหาเงินช่วย ปชช.ถูกฟ้องคดีตรวจสอบเลือกตั้ง

สมชัย ผุดไอเดียตั้งกองทุนสู้ กกต. ขายสินค้าหาเงินช่วย ปชช.ถูกฟ้องคดีตรวจสอบเลือกตั้ง

วันศุกร์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569, 07.10 น.

6 มีนาคม 2569 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ตั้งกองทุน สู้ กกต. กันไหม

ประชาชนตื่นรู้ที่ตรวจสอบการเลือกตั้งกลับกลายเป็นผู้ต้องหาคดีอาญาที่ กกต. แจ้งความเอาผิดมากมาย ทั้งที่ชลบุรี และ กทม. อาจมีคดีความที่ต้องขึ้นโรงขึ้นศาล

ผมมีความคิดว่า น่าจะมีการระดมทุนเพื่อช่วยบุคคลเหล่านี้ เช่น ค่าทนาย ค่าเดินทางไปศาล ค่าสูญเสียโอกาสในการประกอบวิชาชีพ ค่าเยียวยาจิตใจ ค่าประกันตัวในศาล ค่าใช้จ่ายในการฟ้องกลับทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา ฯลฯ

ไม่ใช้วิธีรับบริจาค แต่จะจำหน่ายสินค้าเพื่อนำรายได้มาไว้ในกองทุน เช่น ทำชุดเกมปริศนาบัตรมรณะ ทำเสื้อ ทำหนังสือ ฯลฯ

ส่วนกองทุนให้มีระเบียบการใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เหมาะสม ไม่ฟุ่มเฟือย มีกรรมการบริหารที่เป็นคนนอกที่มีชื่อเสียงและอายุไม่มาก เผื่อต้องใช้เวลาหลายปีในการดำเนินคดีฟ้องแพ่งเรียกเงินกับ กกต. และหากชนะคดี ได้เงินค่าเสียหาย เหลือจากการเยียวยา ก็สะสมเป็นเงินกองทุนช่วยเหลือประชาชนที่ถูกฟ้องโดยรัฐอย่างไม่เป็นธรรมในคดีอื่น ๆ ในอนาคต

ขอความเห็นเพื่อน ๆ แบบสร้างสรรค์ว่า สมควรหรือไม่ หรือควรทำอะไรเพิ่มเติม เพื่อไปปรับปรุงแนวคิดนี้ให้สมบูรณ์

กางไทม์ไลน์ปลายมี.ค. เคาะตัวนายกฯ

กางไทม์ไลน์ปลายมี.ค.  เคาะตัวนายกฯ

กางไทม์ไลน์ปลายมี.ค. เคาะตัวนายกฯ

วันศุกร์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

กางไทม์ไลน์ปลายมี.ค. เคาะตัวนายกฯ เสี่ยหนูยังอุบไต๋ตั้งรัฐบาล ให้รอดูวันสัมมนาใหญ่ภท. สส.เข้ารายงานตัวคึกคัก

“อนุทิน” นำทัพสส.ภูมิใจไทยรายงานตัวสภา เผยสั่งเร่งด่วนทุกเรื่องรับสถานการณ์ตะวันออกกลาง ส่วนตั้งรัฐบาลบอกใจเย็นๆ ทำทีละขั้นตอน ให้รอดูสัมมนาอาทิตย์นี้ กางไทม์ไลน์เลือกประธานสภาฯ คาดโหวตนายกฯปลายมีนาคม-ต้นเมษาฯ ส่วนแถลงนโยบายช่วงพฤษภาคมก่อน เริ่มปฏิบัติหน้าที่

เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งเปิดให้เข้ารับหนังสือ รับรองการได้รับเลือกเป็นสส.บัญชีรายชื่อ เป็นวันแรก โดยเปิดให้รับหนังสือตั้งแต่เวลา 08.30 น.

กกต.คึกคักแห่รับใบรับรองปาร์ตี้ลิสต์

บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักตั้งแต่เช้าโดยสส.บัญชีรายชื่อจากพรรคเล็กมานั่งรอตั้งแต่เวลา 08.00 น. เพื่อมารับหนังสือรับรองสส.บัญชีรายชื่อด้วยตัวเองประกอบด้วย นายบุญรวี ยมจินดา
สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคจากรวมใจไทย นายอภิวิชญญ์ ทิพย์รัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังประชาชน นายพงษ์ฐวัฒน์ เตชะเดชเรืองกุล และนายอชินาธิรัตน์ ฉัตรทวีวรชัย พรรคเพื่อชาติไทย นายสุรทิน พิจารณ์ พรรคประชาธิปไตยใหม่ และนายราเชน ตระกูลเวียง สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคทางเลือกใหม่

ปชป.-กธ.ส่งตัวแทนรับใบรับรอง

ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์มอบหมายให้ตัวแทนมารับหนังสือรับรองแทน สส.บัญชีรายชื่อทั้ง 11 คน ซึ่งในวันนี้นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ ได้นัดสส.เขตภาคใต้เข้ารายงานตัวต่อสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

ด้านพรรคกล้าธรรมได้ส่งตัวแทนมารับหนังสือสส.แบบบัญชีรายชื่อ 2 คน ประกอบด้วยร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ และสส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง นายอัครา พรหมเผ่า สส.เขต 1 จ.พะเยา

ปชน.ส่งตัวแทนหอบกล่องรับใบรับรอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งซึ่งเปิดให้สส.บัญชีรายชื่อ รับหนังสือรับรองการเป็นสส.เพื่อนำไปรายงานตัวต่อสภาผู้แทนราษฎรเป็นวันแรก โดยได้มีผู้แทนของพรรคประชาชน 3 คนได้เดินทาง พร้อมกล่องกระดาษเพื่อมารับหนังสือรับรองสส.ทั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และแบบบัญชีรายชื่อรวมทีเดียว อย่างไรก็ตาม ได้มีสส.บางส่วนที่มารับหนังสือด้วยตัวเองไป
ก่อนหน้านี้แล้วทั้งนี้ พรรคประชาชนมีสส.รวมทั้งหมด 120 คน แบ่งเป็นสส.แบบบัญชีรายชื่อ 32 คน และสส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 88 คนซึ่งใช้ระยะเวลาพอสมควรในการรับหนังสือรับรอง

‘อนุทิน’นำรับใบรับรองปาร์ตี้ลิสต์

ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เวลา 11.45 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยแกนนำพรรค อาทินางสาวศุภมาส อิศรภักดี นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ นายวรวุธ ศิลปอาชา นายธนกร วังบุญคงชนะ นายสันติ พร้อมพัฒน์ พร้อมบรรดาสส.แบบบัญชีรายชื่อ และสส.แบบแบ่งเขตพรรคภูมิใจไทย เดินทางมารับหนังสือรับรอง การได้รับเลือกเป็น สส. บัญชีรายชื่อซึ่งมีสส.บัญชีรายชื่อของพรรค มารอต้อนรับซึ่งบางคนได้ส่งผู้แทนเข้ารับหนังสือรับรอง และบางคนมารับหนังสือรับรองด้วยตัวเองทั้งนี้ ภายหลังรับหนังสือรับรอง นายอนุทินได้นำหนังสือรับรองสส.เคาะที่หัวตนเอง 3 ครั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างนายอนุทินเดินทางเข้ามารับหนังสือรับรองนั้น ปรากฏว่าผู้แทนพรรคประชาชนที่เดินทางมารับหนังสือรับรองสส.ก่อนหน้านี้ดำเนินการเสร็จสิ้นพอดีกำลังหอบกล่องกระดาษที่บรรหนังสือรับรองไว้ 4 กล่อง เดินสวนทางกับนายอนุทินที่เดินเข้ามาพอดี เนื่องนายอนุทินเข้ามาคณะใหญ่ทำให้ผู้แทนพรรคต้องเดินเรียงหนึ่งหลบทางให้ภูมิใจไทยเดิน

ย้ำสส.เป็นตำแหน่งที่มีเกียรติ

นายอนุทินให้สัมภาษณ์ภายหลังรับหนังสือรับรองจากกกต.ว่าหลังรับหนังสือรับรองแล้วเดี๋ยวจะไปรายงานตัวที่สภา โดยนัดรวมตัวที่สภาแล้วเข้าไปรายงานตัวพร้อมกัน เมื่อถามว่าเมื่อสักครู่เห็นว่าเอาหนังสือรับรองฯเคาะหัว 3 ครั้ง ถือเป็นเคล็ดหรือไม่
นายอนุทินตอบว่า “เพิ่งรับตำแหน่ง แล้วตำแหน่งผู้แทนราษฎรถือว่ามีเกียรติมากทั้งนี้ดีใจที่ได้เป็นตัวแทนของปวงชนชาวไทยก็ต้องทำงานให้คุ้มค่ากับความไว้วางใจที่ประชาชนได้มอบให้”

เร่งด่วนทุกเรื่อง/ตั้งรบ.ใจเย็นๆ

เมื่อถามว่ารู้สึกอย่างไรที่เมื่อเข้ารับตำแหน่งแล้ว มีแต่เรื่องร้อนๆนายอนุทินกล่าวว่า “อย่าไปเพิ่มความร้อน ให้มีสติ ปัญหามีไว้ให้แก้”เมื่อถามว่ามีอะไรเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องแก้ไข นายอนุทินกล่าวว่า ทุกเรื่อง รัฐบาลรักษาการต้องทำงานอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงนี้ที่มีสถานการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้นในตะวันออกกลางซึ่งมีผลกระทบกับประเทศไทยด้วย เราก็ต้องหามาตรการเพื่อให้คนไทยได้รับผลกระทบน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

เมื่อถามถึงการจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรีเสร็จแล้วหรือยังนายอนุทินกล่าวว่า “ใจเย็นๆ ทีละขั้นตอน ทุกอย่างดำเนินไป ตามขั้นตอน ตามที่ผมพูดไว้ทุกอย่าง”

สส.พาเหรดรายงานตัวต่อสภาฯ

ที่อาคารรัฐสภา สำนักเลขาธิการผู้แทนราษฎรได้เปิดรับรายงานตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สส.) ชุดที่ 27 ที่เปิดให้รายงานตัวเป็นวันที่ 8 ตั้งแต่เวลา 08.30 น. ซึ่งวันนี้เป็นวันแรกภายหลัง
คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรองสส.แบบบัญชีรายชื่อ บรรยากาศช่วงเช้าค่อนข้างคึกคัก

โดยในเวลา 09.30 น. พรรคประชาธิปัตย์ นำโดย นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เข้ารายงานตัวเป็นคนแรกพร้อมด้วยสส.เขตอีก 6 คน ประกอบด้วย นายพิทักษ์เดช เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช เขต 3,นางกนกพร เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช เขต 4, นายทรงศักดิ์ มุสิกอง สส. นครศรีธรรมราช เขต 1, นายสมชาติ ประดิษฐพร สส.สุราษฎร์ธานี เขต 4,
นายจอมไกร สวัสดิ์วงศ์ สส.นครศรีธรรมราช เขต 6 และนายกาญจน์ ตั้วปอง สส.ตรัง เขต 4

นอกจากนั้นยังมีนายสุรทิน พิจารณ์ สส.บัญชี รายชื่อพรรคประชาธิปไตยใหม่,นางสาวพิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์ สส. เพชรบูรณ์ เขต 1 พรรคภูมิใจไทย, จ่าอากาศเอกอภิชาติ แก้วโกศล สส. เพชรบุรีเขต 3 พรรคภูมิใจไทย, นาวาอากาศเอกอธิคุณ คงมี สส. พัทลุงเขต 1 พรรคภูมิใจไทย,นายพงษ์ฐวัฒน์ เตชะเดชเรืองกุล สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อชาติไทย,นายอชินาธิรัตน์ ฉัตรทวีวรชัย สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อชาติไทย,นายราเชน ตระกูลเวียง สส.บัญชีรายชื่อพรรคทางเลือกใหม่, นายอภิวิชญญ์ ทิพย์รัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังประชาชน, นางสาวนวินดา สวัสดิ์เดชดี สส. บัญชีรายชื่อ พรรคใหม่

ส่วนพรรคไทรวมพลังนำโดย นายวสวรรธน์ พวงพรศรี (กังฟู) สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค นำทีม สส. เขต 5 คน ได้แก่ นายณรงค์ชัย วีระกุล สส.อุบลราชธานี เขต 2, นางสาวพิมพกาญจน์
พลสมัคร สส.อุบลราชธานี เขต 3,นางจิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล สส.อุบลราชธานี เขต 9 และนายสมศักดิ์ บุณประชม สส.อุบลราชธานี เขต 10 เข้ารายงานตัวแล้วเช่นกันยกเว้นนายวสวรรธน์ ที่จะมารายงานตัวในภายหลังอีกครั้งหนึ่ง

‘หนู’นำสส.ภูมิใจไทยรายงานตัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 12.55 น.นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทยสส.บัญชีรายชื่อ และนายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี นำคณะสส.ขึ้นรถบัสไฟฟ้า EV สีน้ำเงิน สายภูมิใจไทย จำนวน 6 คัน ออกจากที่ทำการพรรคภูใจไทยเพื่อเข้ารายงานตัวสส.ชุดที่ 27 ต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรที่อาคารรัฐสภา ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และสส.บัญชีรายชื่อได้เดินทางไปรอที่อาคารรัฐสภาล่วงหน้าก่อนแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ในเวลา 13.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมคณะได้นำสส.พรรคภูมิใจไทยทั้งระบบเขตและบัญชีรายชื่อเข้ารายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรที่อาคารรัฐสภา

‘อนุทิน’รับยังไม่ได้คุยปธ.สภาฯ

ต่อมาเวลา 14.00 น. ที่รัฐสภา  นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยกล่าวถึงกรณีได้พูดคุยกับเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเรื่องกำหนดวันเปิดสภาเพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรแล้วหรือไม่ว่าเลขาธิการสภาฯได้มาสรุปข้อมูล ถ้ามีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯลงมาแล้วจะต้องทำอะไรบ้างตนได้เรียนเลขาธิการสภาฯว่าพิธีการต่างๆ เป็นภารกิจของสภาฯตรงไหนถ้าจะให้รัฐบาลช่วยเหลือต้องมีความพร้อมเต็มที่ ส่วนเรื่องการพูดคุยไทม์ไลน์เรื่องวันเลือกประธานสภาฯยังพูดไม่ได้เพราะขึ้นอยู่กับพระมหากรุณาธิคุณ

ให้รอดูสัมมนาสส.ภท.8มี.ค.นี้

เมื่อถามว่าพรรคภูมิใจไทยจะพูดเรื่องประธานสภาฯแล้วหรือยังนายกฯกล่าวว่ายังไม่ได้พูดคุย แต่ช่วงวันที่ 8 มี.ค.นี้ที่จะมีการสัมมนา สส.ของพรรคภูมิใจไทยที่ จ.บุรีรัมย์ จะมีการปฐมนิเทศ เพื่อให้รู้จักกันเพราะบางคนยังไม่รู้จักกันเลย ตนเพิ่งเจอ บางคนเป็นครั้งแรกก็มี ต้องทำความคุ้นเคยกันก่อนเมื่อถามว่ามีชื่อนายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย เป็นประธานสภา นายอนุทินกล่าวว่า “ทุกคนมีความเหมาะสม”

ลั่นถึงเวลาสมควรก็ชัดเจนเอง

เมื่อถามว่าขณะนี้การทำงานของรัฐบาลรักษาการมีปัญหาหรือไม่ที่ต้องแก้วิกฤติผลกระทบการสู้รบในพื้นที่ตะวันออกกลาง จำเป็นต้องรีบตั้งรัฐบาลอำนาจเต็มหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า
ตอนนี้เราสามารถบริหารราชการแผ่นดินได้ตามปกติ

เมื่อถามว่าต้องมีความเร่งรีบตั้งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ยังมีหลายขั้นตอน และตนไม่มีความสามารถไปเร่งรัดขั้นตอนใดๆ ได้ เพราะมีกฎหมาย มีบทบัญญัติรัฐธรรมนูญกำหนดอยู่เมื่อถามว่าหลายฝ่ายอยากได้ความชัดเจนเรื่องพรรคร่วมรัฐบาลว่านายกฯปิดดีลแล้วหรือยังนายอนุทิน กล่าวว่า“เมื่อถึงเวลาอันสมควร มันก็มีความชัดเจนเอง ตามความเหมาะสมของห้วงเวลา”

ย้ำเป็นนายกฯต้องเร่งทำงาน

เมื่อถามย้ำว่าหากนายอนุทินได้เป็นนายกฯโดยสมบูรณ์ทางกฎหมาย ขั้นตอนการตั้งรัฐมนตรีจะรวดเร็วเลยใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า “ใครก็ตามได้เป็นนายกฯ ถ้าได้รับเลือกแล้ว ต้องเร่งทำงาน ไม่ให้เกิดความเสียหายต่อบ้านเมือง”
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่าสรุปรัฐบาลจะมีพรรคกล้าธรรมร่วมด้วยหรือไม่นายอนุทินไม่ได้ตอบคำถามก่อนเดินขึ้นรถออกจากรัฐสภาไปทันที

เลขาฯสภาพร้อมเปิดประชุมสภาฯ

ที่รัฐสภา นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงขั้นตอนหลังการประกาศรับรอง สส.ไปแล้ว 499 คน ว่า สภาฯเตรียมการรองรับให้สมาชิกมารายงานตัวซึ่งการรายงานตัวของสมาชิกก็ไม่ต้องมีจำนวนถึง 95% หรือ 499 คน แต่เอาเฉพาะได้สมาชิกจำนวนหนึ่งที่มากเพียงพอที่จะถวายประกอบการทูลเกล้าฯของนายกรัฐมนตรี ส่วนรัฐบาลยังไม่ได้ประสานมาโดยตรง แต่อาจจะประสานกับเจ้าหน้าที่ที่ทำงานอยู่ โดยหลังจากนี้หากมีการรายงานตัวของสมาชิกพอสมควร เราก็ทำหนังสือไปถึงสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อให้ทราบว่า ขณะนี้สภาได้รับรายงานตัวสมาชิกเท่าไหร่

เมื่อถามว่าพรรคประชาชน(ปชน.)จะมารายงานตัวปิดท้ายวันที่ 9 มี.ค.นั้นจะสามารถทำได้โดยไม่ต้องรอหรือไม่ นายศิโรจน์กล่าวว่า พรรคจะมาวันไหน เราไม่ได้ขัดข้อง แต่แค่ขอจำนวนสมาชิกที่มารายงานตัวในขณะนี้ อาจจะเป็นวันที่ 5-6 มี.ค. 2569 มากพอสมควรที่จะมีการเปิดพิธีให้มีความเหมาะสม

แจงไทม์ไลน์เลือกปธ.สภา-นายกฯ

เมื่อถามถึงไทม์ไลน์หลังจากนี้นายศิโรจน์กล่าวว่า วันแรกจะมีพิธีเปิดประชุมรัฐสภา มีรัฐพิธี จากนั้นมีการประสานงานกับพรรคการเมืองที่รวบรวมสมาชิกได้มากที่สุดก็มีการประสานงานมาว่าจะมีความพร้อมที่จะเลือกประธานสภาฯและรองประธานสภาฯ ในวันไหน และช่วงเวลาอะไร และเราจะทำหนังสือนัดประชุม เพื่อปฏิญาณตน โดยประธานสภาฯต้องได้รับการโปรดเกล้าฯลงมาก่อนหลังจากนั้นจะใช้ดุลพินิจในการนัดวันประชุมสภาเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีต่อไป

เป็นไปได้มีนาคมนี้เลือกปธ.สภา

นายศิโรจน์กล่าวว่าสำหรับภาพรวมการรายงานตัวในช่วงที่ผ่านมาก็เรียบร้อยดี สมาชิกก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แต่จำนวนอาจจะน้อยไปหน่อย แต่ วันนี้คาดว่าจะมาเกิน 300 คนโดยที่พรรค
ภูมิใจไทย(ภท.)มาวันนี้ เราก็มีความพร้อม ได้ประสานกับทางพรรคให้สมาชิกกรอกผ่านฟอร์มทำให้เมื่อถึงแล้วแค่ตรวจข้อมูล เซ็นชื่อและมอบบัตรสมาชิกไปส่วนการโหวตเลือกประธานสภาฯเป็นไปได้หรือไม่ที่จะเกิดขึ้นภายในเดือนนี้มีนาคมนี้
นายศิโรจน์ ระบุว่าเป็นไปได้หมด ทุกสมัยที่ผ่านมา เมื่อมีการเปิดพิธีประชุมเมื่อไหร่ ในวันต่อไป ก็มีการเรียกประชุมสภาฯ ก็แล้วแต่ความพร้อมของแต่ละพรรคในการรวมเสียงข้างมาก

‘วันนอร์’เชื่อสภาฯพร้อมเปิดประชุม

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานรัฐสภา ให้สัมภาษณ์ก่อนการหารือกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย จะมีการหารือเรื่องงานสภากับนายกฯด้วยหรือไม่ เนื่องจากขณะนี้คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)รับรองสส.ทั้งเขตและบัญชีรายชื่อครบแล้วว่า ยังไม่ทราบ เพราะยังไม่ได้มีการพูดคุยกับนายกฯ คิดว่างานสภาไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะขณะนี้กกต.รับรองสส.ครบถ้วนและพร้อมที่จะเปิดสภาแล้วซึ่งตามขั้นตอนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจะทำหนังสือถึงเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเพื่อกราบบังคมทูลฯเปิดสมัยประชุมโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนจะต้องปฏิญาณตนก่อนปฎิบัติหน้าที่

หนุนตั้งรบ.โดยเร็ว เร่งแก้ปัญหา

เมื่อถามว่าพรรคประชาชาติเข้าร่วมรัฐบาลครั้งนี้ด้วย จะมีการพูดคุยเรื่องตำแหน่งอย่างไรหรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า เราฟังเสียงประชาชน และเห็นว่าพรรคภูมิใจไทย เป็นพรรคที่ประชาชนเลือกมากที่สุด มาเป็นอันดับหนึ่งจึงเป็นหน้าที่พรรคภูมิใจไทย ในการจัดตั้งรัฐบาลและมองว่าการจัดตั้งรัฐบาลโดยเร็วจะเป็นประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหาโดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจและเมื่อภาวะสงครามตะวันออกกลางยิ่งต้องจัดตั้งรัฐบาลให้สำเร็จโดยเร็วเพราะการเจรจาในช่วงที่เป็นรัฐบาลรักษาการอาจจะลดความเชื่อถือลง

เมื่อถามถึงไทม์ไลน์การเปิดประชุมสภา นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่าเป็นเรื่องของสภากับรัฐบาลเนื่องจากต้องมีการกราบบังคมทูลเกล้าฯไม่สามารถกำหนดเองได้

กางไทม์ไลน์‘รัฐบาลอนุทิน2’

สำหรับไทม์ไลน์ต่อจากนี้มีการคาดการณ์กรอบเวลาที่จะมีการเปิดสภาผู้แทนราษฎร เลือกประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯทั้ง 2 คน ไปจนถึงการโหวตนายกรัฐมนตรี จัดตั้งคณะรัฐมนตรีหรือครม.อนุทิน 2 กระทั่งปฏิบัติหน้าที่ในฐานะรัฐบาลใหม่โดยคร่าวๆ ดังนี้

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เลือกตั้ง สส.ทั่วประเทศ-ออกเสียงประชามติ, วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 กกต. ประกาศรับรอง สส.แบบแบ่งเขต 396 คน, วันที่ 4 มีนาคม 2569 กกต.ประกาศรับรอง สส.บัญชีรายชื่อ 100 คนและ สส.แบบแบ่งเขต เพิ่ม 3 คน

กลางมีนาคม 2569 ภายใน 15 วัน หลังกกต.รับรอง สส. 95% และรายงานตัวได้มากพอ นายกรัฐมนตรี ทูลเกล้าฯขอกราบบังคมทูลเปิดประชุมรัฐสภา วันรุ่งขึ้นนัดประชุมเลือกประธานสภาฯรวมถึงรองประธานสภาฯ คนที่ 1 และคนที่ 2

ปลายมีนาคม-ต้นเมษายน 2569 ประชุมสภาฯเพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี, เมษายน 2569 นายกรัฐมนตรี ตั้งคณะรัฐมนตรี(ครม.)ชุดใหม่ นำรายชื่อรัฐมนตรีขึ้นทูลเกล้าฯก่อนเข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ปฏิญาณและแถลงนโยบายต่อรัฐสภาและกลางเมษายน-พฤษภาคม 2569 รัฐบาลใหม่แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ครม.อนุทิน 2 เริ่มปฏิบัติหน้าที่

‘ชัยชนะ’ยัน21เสียงปชป.มีเอกภาพ

ที่รัฐสภา นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ให้สัมภาษณ์ภายหลังรายงานตัว ว่า วันนี้มีกำหนดการรายงานตัวของสส.แบบแบ่งเขตอยู่แล้วส่วนสส.แบบบัญชีรายชื่อ จะมารายงานตัววันที่ 6 มีนาคม แม้จะแยกมารายงานตัวแต่ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์มีเอกภาพ วันนี้เรามี 21 เสียงมติพรรคและหัวหน้าจะตัดสินใจอย่างไร เราก็พร้อมทำตามอยู่แล้ว อย่ามองทุกประเด็นให้เป็นประเด็นการเมืองว่าเหตุใดจึงมาไม่พร้อมกัน เราทำงานเป็นทีมและมีความเป็นเอกภาพ เป็นพรรคประชาธิปัตย์

ลั่นพร้อมเป็นรัฐบาล-ฝ่ายค้าน

เมื่อถามว่าหากพรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้านก็พร้อมที่จะเดินหน้าตรวจสอบรัฐบาลอย่างเต็มที่ใช่หรือไม่ นายชัยชนะ กล่าวว่า เราเคยเป็นมาแล้ว ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล ก็พร้อมทำงานทั้งสองฝั่งอยู่แล้ว และจะทำให้เต็มที่ 100% ฉะนั้น ไม่ต้องกังวล วันที่ 6 มีนาคมหัวหน้าก็จะนำทีมสส.บัญชีรายชื่อมารายงานตัว ส่วนสส.เขตก็จะกลับไปลงพื้นที่ หากตนไม่ติดภารกิจก็ต้องมากับหัวหน้าอยู่แล้ว

‘กังฟู’ชี้ไทรวมพลังไม่รีบวิ่งหาเก้าอี้

ที่รัฐสภา นายวสวรรธน์ พวงพรศรี สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทรวมพลังให้สัมภาษณ์ภายหลังนำ 5 สส.พรรคไทรวมพลัง รายงานตัวต่อสภาโดยกล่าวถึงความคืบหน้าการร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยว่าพรรคเรามี 6 คนอาจจะน้อยด้วยจำนวน แต่เราก็อยากเป็นผู้แทนที่มีคุณค่า มีศักดิ์ศรี หลักการในการร่วมรัฐบาล มารยาททางการเมืองที่ถูกต้อง คือให้พรรคอันดับ 1 มาเชิญเราอย่างเป็นทางการ ซึ่งตนก็ยืนหยัดในหลักการว่าเราอยากเห็นการเมืองแบบใหม่ ที่ไม่รีบร้อน ไม่เช่นนั้นภาพออกไปดูเหมือนอยากได้ผลประโยชน์ อยากได้เก้าอี้ต่อรอง พรรคเรามาจากประชาชน
มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ศักดิ์ศรีก็มาจากประชาชน

รอภท.เทียบเชิญ-ไม่หวั่นตกขบวน

เมื่อถามว่าเบื้องต้นมีการพูดคุยกับแกนนำพรรคภูมิใจไทยแล้วหรือไม่ในการร่วมรัฐบาลไม่กลัวตกขบวนใช่หรือไม่  นายวสวรรธน์กล่าวว่า ไม่กังวล เราเคารพหลักการเสียงข้างมากอยู่แล้วใครรวบรวมเสียงข้างมากในสภาได้ก็ยินดีสนับสนุน ส่วนการไปร่วมรัฐบาลก็ต้องมีมารยาทกับแกนนำพรรครัฐบาลอันดับ 1 ที่จะเชิญเราไปและอะไรที่เป็นประโยชน์กับประชาชน พร้อมยินดีทำและสนับสนุน ทุกวันนี้มีปัญหาเรื่องสงครามตะวันออกกลาง เรื่องของพลังงาน และชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งเป็นพื้นที่ของเราที่เราต้องแก้ปัญหาอย่างทันท่วงที
รอไม่ได้แม้แต่นาทีเดียว

เผยคุยภท.ก่อนเลือกตั้ง

เมื่อถามว่าแกนนำพรรคภูมิใจไทยติดต่อมาบ้างหรือยัง นายวสวรรธน์ ยอมรับว่า ตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งแล้วมีการพูดคุยเบื้องต้น ส่วนการเชิญอย่างเป็นทางการต้องฟังจากพรรคภูมิใจไทย ตนพูดไม่ได้เพราะเราเป็นพรรคเล็ก

เมื่อถามว่ากลัวหรือไม่ที่พรรคภูมิใจไทย จะไม่เอาเราร่วมรัฐบาล นายวสวรรธน์ กล่าวว่า ไม่ได้กังวลก็ต้องฟังจากพรรคภูมิใจไทย ตอนนี้ก็ต้องรอสัญญาณเทียบเชิญให้ภูมิใจไทยเป็นคนพูด ให้นายกฯเป็นคนพูด เรายินดีสนับสนุนเสียงข้างมาก

เมื่อถามถึงการทำงานของพรรคไทรวมพลังจะเป็นเอกภาพไม่มีแตกแถวใช่หรือไม่ นายวสวรรธน์ยืนยันว่ามีเอกภาพและเน้นการมีส่วนร่วม จะทำอะไรก็ต้องเคารพเสียงประชาชน แล้วเข้าสู่ที่ประชุมกรรมการบริหารพรรค ทุกอย่างออกมาเป็นภาพรวมของพรรค เราอยากให้เป็นภาพวัฒนธรรมการเมืองแบบนี้ ไม่รีบร้อนให้ค่อยเป็นค่อยไป

สส.ปาร์ต้ีลิสต์รับใบรับรอง85คน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่ายอดจำนวน สส.บัญชีรายชื่อที่มารับหนังสือรับรองที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วันแรก มีสส.มารับหนังสือรับรองแล้ว 85 คน ได้แก่ พรรคภูมิใจไทย
พรรคประชาธิปัตย์ พรรคกล้าธรรม พรรคประชาชน พรรคเพื่อไทยบางส่วนและพรรคเล็ก จากทั้งหมด 100 คน

โดยเหลือสส.บัญชีรายชื่ออีก 15 คน ที่ยังไม่ได้มารับหนังสือรับรอง ได้แก่ พรรคเพื่อไทย 11 คน ประกอบด้วย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นายชูศักดิ์ ศิรินิล นายสุทิน คลังแสง นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล นายธงธรรม เวชยชัย และนายอดิศร เพียงเกษ และอีก 4 คน จากพรรคภูมิใจไทย 1 คน คือ นายกฤษฎา หลีนวรัตน์ พรรคประชาชาติ 1 คน คือ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง พรรครวมไทยสร้างชาติ 1 คน คือ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค พรรคไทยรวมพลัง 1 คน คือ นายวสวรรธน์ พวงพรศรี ทั้งนี้ กกต.จะเปิดให้รับหนังสือรับรองได้ถึงวันพรุ่งนี้ (6 มี.ค.) ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น.

สส.รายงานตัวสภายอด 283 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาพรวมการรายงานตัวของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สส.) ชุดที่ 27 เป็นวันที่ 8 ตลอดทั้งวัน มีสส.รายงานตัวต่อเนื่องทั้งจากพรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรค
เพื่อไทย และพรรคไทรวมพลัง โดยพรรคภูมิใจไทยคณะใหญ่ ทำให้วันนี้มียอดสส.มารายงานตัว 148 คน รวมผู้มารายงานตัวแล้ว 283 สส.คงเหลือที่ ยังไม่ได้รายงานตัว 216 คน จากทั้งหมดที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองแล้ว 499 คน

เตรียมใช้เรืออพยพคนไทย ทร.งัดแผนสอง

เตรียมใช้เรืออพยพคนไทย  ทร.งัดแผนสอง

เตรียมใช้เรืออพยพคนไทย ทร.งัดแผนสอง

วันศุกร์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เตรียมใช้เรืออพยพคนไทย ทร.งัดแผนสอง ถ้ารุนแรงน่านฟ้าถูกสั่งปิด วันนอร์หนุนท่าทีเป็นกลาง

ผบ.ทร.งัดแผนสอง อพยพคนไทยในอิหร่าน กลับไทย หากสถานการณ์รุนแรงปิดน่านฟ้า ทัพอากาศส่งเครื่องบินไปไม่ได้ ด้าน “วันนอร์”เผยคุยนายกฯ เห็นด้วยไทยวางตัวเป็นกลางในสถานการณ์ตะวันออกกลาง ขณะที่พิพัฒน์ เผยรอ200 คนไทยที่อิหร่าน ตัดสินใจเดินทางกลับ เน้นย้ำต้องปลอดภัย

เมื่อวันที่ 5มีนาคม  พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์  ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมช่วยเหลือคนไทยในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะในประเทศอิหร่านว่าในส่วนของการอพยพประชาชนกลับประเทศไทย เบื้องต้นกองทัพอากาศจะเป็นหน่วยงานหลักในการเตรียมการตามนโยบายของรัฐบาล ส่วนกองทัพเรือได้เตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือคนไทยในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะในประเทศอิหร่าน หากเกิดสถานการณ์ไม่พึงประสงค์รุนแรงจนไม่สามารถอพยพทางอากาศได้ พร้อมวางแผนสำรองใช้เรือในการเคลื่อนย้ายประชาชน โดยเตรียมแผนรองรับไว้เช่นกัน กรณีที่เกิดสถานการณ์เลวร้ายหรือไม่พึงประสงค์ เช่น มีการปิดน่านฟ้า จนไม่สามารถใช้เครื่องบินในการเคลื่อนย้ายประชาชนได้ ซึ่งกองทัพเรือได้เตรียมแผนสองด้วยการใช้เรือในการอพยพคนไทยออกจากพื้นที่

พล.ร.อ.ไพโรจน์ กล่าวอีกว่า จากกรณีที่ รมว.กระทรวงกลาโหมมีนโยบายให้ทุกเหล่าทัพประหยัดพลังงาน ว่ากองทัพเรือได้ดำเนินการตามนโยบายดังกล่าวทันที โดยกิจกรรมหรือภารกิจใดที่สามารถปฏิบัติงานในรูปแบบเวิร์กฟรอมโฮมได้ก็ให้ดำเนินการจากที่บ้าน ส่วนกิจกรรมที่ไม่จำเป็นสามารถเลื่อนออกไปก่อนได้ก็ให้เลื่อน นอกจากนี้หากมีกิจกรรมที่ต้องเดินทาง ก็ให้ดำเนินการในลักษณะเดินทางร่วมกันหรือคาร์พูล เพื่อลดการใช้พลังงาน โดยสั่งการไปยังทุกหน่วยงานในสังกัดกองทัพเรือแล้ว เชื่อว่าจะสามารถดำเนินการตามนโยบายของ รมว.กลาโหม ได้อย่างเป็นรูปธรรม

ช่วงสายวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวันมูฮัมหมัดนอร์ มะทา อดีตประธานรัฐสภา ให้สัมภาษณ์ภายหลังหารือกับนายอนุทิน ชาญวีรกูลนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ว่าในการพูดคุย ได้หารือกันถึงท่าทีของประเทศไทย ในขณะนี้ ซึ่งตนและนายกฯ ต่างมีความเห็นตรงกันว่าการวางตัวเป็นกลาง การเร่งดูแลคนไทยที่อยู่ในพื้นที่ตะวันออกกลาง และการอำนวยความสะดวก ให้ได้กลับมาประเทศไทย เป็นสิ่งที่เหมาะสมที่สุดในขณะนี้

จากนั้นเวลา 10.00 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคมกล่าวว่า จากการที่นายกฯได้ขอคำแนะนำจากนายวันมูหะมัดนอร์มะทาในสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง ซึ่งนายวันมูหะมัดนอร์มะทา ได้บอกว่าการวางตัวของนายกฯของประเทศไทยเหมาะสมที่สุดเราต้องวางตัวเป็นกลาง

เมื่อถามว่านายวันมูหะมัดนอร์มะทา แนะนำให้ทำอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ยัง ตอนนี้ทุกอย่างต้องดูสถานการณ์ที่จะก้าวต่อไปไม่ว่าจะเดินไปในทางที่ดีขึ้นหรือถอยหลังกลับมาในสถานการณ์ที่ไม่ดี ถ้าเหตุการณ์รุนแรงมากขึ้นนายกฯ อาจต้องเชิญนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา มาปรึกษาอีกครั้ง ซึ่งขณะนี้ท่านได้แนะนำให้เราทำตัวนิ่งๆ เพื่อรอดูแนวโน้มเหตุการณ์จะไปทิศทางใด

ผู้สื่อข่าวถามถึงความชัดเจนในการรับคนไทย 200 คน จากอิหร่านไปยังที่ตุรกี เพื่อรอเดินทางกลับประเทศไทย นายพิพัฒน์ กล่าวว่าขณะนี้เป็นช่วงการตัดสินใจของผู้ที่จะเดินทางว่าพร้อมหรือไม่ เพราะระยะทางไกล 1,000 กิโลเมตรไม่ได้ง่าย อาจมีด่าน รวมถึงผู้ที่ประสงค์ดีและประสงค์ไม่ดี ซึ่งไม่สามารถไปคาดการณ์ได้ จึงต้องประเมินสถานการณ์ให้ดูแล้วปลอดภัยที่สุดถึงจะเคลื่อนย้าย

เมื่อถามว่า เครื่องบินที่นำคนไทยกลับมีความพร้อมใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า จากที่นายกฯ พูด จะใช้เครื่องบินพาณิชย์เหมาลำ ที่บินผ่านน่านฟ้าตุรกี เข้ามาที่ไทยซึ่งค่าใช้จ่ายจะถูกกว่านำเครื่องของทหารอากาศไปรับ จะมีเรื่องของการขออนุญาตและเรื่องความมั่นคง การประกันภัยที่จะยุ่งยากมากกว่า

เมื่อถามย้ำว่า คนที่จะตัดสินใจจะเป็นประชาชนหรือรัฐบาล นายพิพัฒน์ กล่าวว่า สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำอิหร่าน จะประเมินและให้ข้อมูลผ่านกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อรายงานนายกฯ อีกครั้ง

อนุทินสั่งเร่งหาแหล่งสำรอง สู้วิกฤติน้ำมัน

อนุทินสั่งเร่งหาแหล่งสำรอง  สู้วิกฤติน้ำมัน

อนุทินสั่งเร่งหาแหล่งสำรอง สู้วิกฤติน้ำมัน

วันศุกร์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

อนุทินสั่งเร่งหาแหล่งสำรอง สู้วิกฤติน้ำมัน คนยังตื่นแห่เติมเกลี้ยงปั๊ม รัฐไฟเขียว6มาตรการช่วย

นายกฯ เรียกประชุมทีมเศรษฐกิจ-กระทรวงการต่างประเทศ รับมือผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง ถกหาแหล่งน้ำมันสำรองยอมรับหลังมีนาคมจะมีน้ำมันเข้าประเทศลดลง รัฐบาลเคาะ6มาตรการด่วน-1 แผนปฏิบัติการ ขณะที่ชาวบ้านหลายพื้นที่ยังแห่เติมน้ำมัน หวั่นราคาพุ่ง แม่รัฐบาลประกาศตรึงราคา 15 วัน โดยที่ อ.หล่มสัก-หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ เติมกันจนเกลี้ยงปั๊ม ต้องสั่งห้ามนำแกลลอน ภาชนะใดๆ มาเติม ส่วนปั๊มใน อ.เบตง จ.ยะลา แค่ชั่วโมงเดียว น้ำมันขายหมด

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 5 มีนาคม 2569 ที่ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมหารือมาตรการพลังงาน โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลัง นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รมช.คมนาคม นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

โดยนายอนุทิน ได้กล่าวก่อนประชุมว่า ต้องขออภัยวันนี้มีการเชิญประชุมอีกครั้งหนึ่งเป็นการเร่งด่วน เนื่องจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งขณะนี้ได้ทำการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งจะกระทบต่อการขนส่งน้ำมันดิบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่ประเทศไทยได้เป็นผู้นำเข้า เมื่อวันที่ 4 มี.ค. ตนได้รับรายงานจากนายพิพัฒน์ นายเอกนิติ และข้อมูลจากกระทรวงพลังงานว่า ในช่วงเดือน มี.ค.น่าจะไม่มีผลกระทบอะไรกับปริมาณน้ำมันที่จะใช้ในประเทศไทย แต่จากตัวเลขที่ได้รับรายงาน ทราบว่าปริมาณน้ำมันที่จะเข้าสู่ประเทศไทย จะเริ่มทยอยมีปริมาณที่ลดลงไป สถานการณ์เปลี่ยนไปมากตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.ที่เกิดเหตุ พอวันที่ 2 มี.ค. เรามีการประชุม สมช. ซึ่งสถานการณ์ก็พัฒนาไปสู่ความรุนแรงมากขึ้น เราจึงต้องมานั่งกำหนดมาตรการในส่วนของเราเอง เพื่อให้ความมั่นใจว่า จะไม่มีผลกระทบในเรื่องของการนำเข้าน้ำมันดิบ ตลอดจนการจัดหาเพิ่มเติมจากแหล่งอื่น

“ทราบมาว่า มีการนำเข้าปริมาณครึ่งหนึ่งจากตะวันออกกลาง และอีกครึ่งหนึ่งจากภูมิภาคอื่น ซึ่งในส่วนภูมิภาคอื่นวันนี้ตนคงจะต้องขอให้ท่านแยกแยะให้เห็นว่า อีกครึ่งหนึ่งมาจากตรงไหนบ้าง ในฐานะที่ รมว.พลังงาน และนายพิพัฒน์ เคยมีความเชี่ยวชาญอย่างยิ่งในเรื่องการค้าน้ำมัน ตนคงต้องอนุญาตให้ท่านได้ช่วยเป็นผู้ร่วมคิดว่าจะทำอย่างไรให้สถานการณ์มีผลกระทบน้อยที่สุด และขอให้กระทรวงการต่างประเทศเจรจาพูดคุยกับประเทศอื่นๆ ในการสั่งซื้อน้ำมัน และเชื้อเพลิงอื่นๆ เพื่อสร้างความมั่นใจกับผู้ใช้ภายในประเทศได้” นายกรัฐมนตรี กล่าว

ก่อนหน้านี้ ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เรื่อง กำหนดมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคจากการประเมินสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเร่งปกป้องสิทธิประชาชนท่ามกลางผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะประธานกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 มอบหมายให้ตนปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สถานการณ์ในตะวันออกกลางอาจส่งผลให้เกิดความผันผวนด้านราคาสินค้าและบริการ ซึ่งอาจก่อให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบหรือการฉวยโอกาสในภาวะวิกฤต

นายสันติ กล่าวว่า คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ได้เคาะ 6 มาตรการ และ 1 แผนปฏิบัติการด้านบูรณาการหน่วยงาน ดังนี้ 1.สคบ. เปิดสายด่วนรับเรื่องราวร้องทุกข์จากผู้บริโภคเพิ่มเติมจากปกติเป็นกรณีเร่งด่วนจำนวน 10 คู่สาย 2.เข้มงวดในการกำกับดูแลและควบคุมการประกอบธุรกิจที่ส่งผลต่อการบริโภคสินค้าและบริการในชีวิตประจำวัน โดยเพิ่มความถี่ในการลงพื้นที่ตรวจสอบ 3.ขอความร่วมมือร้านค้าเปิดให้ผู้บริโภคมีทางเลือกในการชำระเงินทั้งบัตรเครดิต การโอนเงินทางแอปพลิเคชัน และเงินสด 4.สนับสนุนให้ผู้บริโภคซื้อสินค้าและบริการออนไลน์โดยเลือกซื้อสินค้าจาก Online platformที่จดทะเบียนตลาดแบบตรงกับ สคบ. เท่านั้น 5.การกำกับดูแลการจำหน่ายทองคำ โดย สคบ. เข้มงวดควบคุมการจำหน่ายทองคำอย่างเป็นธรรมต่อผู้บริโภคตามกฎหมาย 6.ประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภค ตระหนักรู้สิทธิการบริโภคสินค้าและบริการ ทั้งด้าน ราคา คุณภาพ มาตรฐานที่ตรงกับสินค้าและบริการ ในการเลือกซื้อสินค้าผ่านช่องทางปกติ และช่องทางออนไลน์ที่ปลอดภัย

สำหรับแผนปฏิบัติการด้านบูรณาการหน่วยงาน คือ การบูรณาการเชิงรุกภายใต้พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดในฐานะประธานอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประจำจังหวัด ศูนย์ดำรงธรรมเมืองพัทยา และกรุงเทพมหานคร รวมถึงสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต โดยหน่วยงาน 76 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร จะบังคับใช้ทั้ง 6 มาตรการดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศความตื่นตระหนกของประชาชนว่าน้ำมันเชื้อเพลิงจะขาดแคลน และมีราคาเพิ่มสูงขึ้น แม้ว่ารัฐบาลจะออกมาตรการรองรับ และสั่งตรึงราคาน้ำมันอย่างน้อย 15 วัน แล้วก็ตาม โดยในพื้นที่ อ.หล่มสัก และ อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ ประชาชนต่างพากันนำรถทุกประเภท ออกมาต่อแถวเข้าคิวรอเติมน้ำมันตามสถานีบริการน้ำมัน จนแถวยาวเหยียด นับตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 4 มี.ค.ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ พนักงานสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่ดังกล่าว เปิดเผยว่า ปริมาณความต้องการน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นในช่วงนี้ ทำให้น้ำมันดีเซล หมดเกลี้ยงจากถังสำรอง ตั้งแต่ช่วงเช้าวันนี้ โดยเฉพาะในเขต อ.หล่มเก่า ที่น้ำมันหมดตั้งแต่วันที่ 4 มี.ค.แล้ว โดยคาดว่ารถบรรทุกน้ำมันล็อตใหม่ จะเข้ามาเติมสต๊อกได้ในช่วงบ่าย เพื่อกลับมาเปิดจำหน่ายน้ำมันให้กับลูกค้าตามปกติอีกครั้ง แต่เพื่อป้องกันการกักตุน ทางสถานีบริการฯ จึงมีการจัดระเบียบการจำหน่ายให้ทั่วถึง โดยทั้ง 6 แห่งในตัวเมืองหล่มสัก ประกาศไม่อนุญาตให้เติมน้ำมันใส่แกลลอน หรือภาชนะใดๆ ให้เติมเฉพาะในถังของตัวรถเท่านั้นอย่างไรก็ตาม ประชาชนส่วนใหญ่ยอมรับได้ หากราคาน้ำมันจะปรับราคาเพิ่มสูงขึ้นตามกลไกตลาด แต่สิ่งที่กังวลมากกว่าคือการไม่มีน้ำมันใช้

ที่ จ.ยะลา สถานีบริการน้ำมัน PT เบตง ถนนรัตนกิจ อ.เบตง มีประชาชนจำนวนมากได้มารอเข้าคิวตั้งแต่เช้า เพื่อเติมน้ำมัน ซึ่งระยะเวลาเพียง 1 ชั่วโมง น้ำมันทุกชนิดก็หมดลงทันที ทางสถานีบริการฯ ต้องปิดประตูเพื่อไม่ให้รถทุกชนิดเข้ามาเติม เนื่องจากปริมาณน้ำมันมีไม่เพียงพอต่อความต้องการ โดยหนึ่งในผู้มาใช้บริการ เปิดเผยว่า มารอจนได้คิวสุดท้ายและได้เติมน้ำมัน

จากการสอบถามเจ้าของสถานีบริการฯ ทราบว่าปริมาณน้ำมันมีไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนในพื้นที่ แต่ชาวบ้านไม่ต้องตกใจเพราะน้ำมันกำลังมาจากคลังที่ จ.สงขลา อีก 20,000 ลิตรโดยที่คลังน้ำมันใน จ.สงขลา มีคลังน้ำมันหลัก 2 แห่ง (คลัง OR และคลังร่วมสงขลา) มีกำลังการจ่ายน้ำมัน รวมกว่า 6 ล้านลิตรต่อวัน ยืนยันว่าน้ำมันในพื้นที่มีเพียงพอสำหรับกระจายไปยังจังหวัดภาคใต้ตอนล่าง (ตรัง พัทลุง สงขลา นราธิวาส ยะลา ปัตตานี และบางส่วนของ จ.นครศรีธรรมราช) อย่างแน่นอน

ขณะที่ด่านตรวจศุลกากรเบตง จ.ยะลา นายกิตติภัค ชวาลา นายด่านศุลกากรเบตง สั่งการให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรเบตง คุมเข้มตรวจพาหนะทุกประเภทของไทย ที่เข้าไปเติมน้ำมันในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง โดยราคาน้ำมันในประเทศเพื่อนบ้าน น้ำมันดีเซล ราคาลิตรละ 2.9ริงกิต คิดเป็นเงินไทยราว 23.2 บาท เบนซินลิตรละ 2.9ริงกิต หรือเท่ากับ 23.2 บาท และเบนซิน 97 ลิตรละ 3.0ริงกิต เท่ากับ 24 บา? ส่วนราคาน้ำมันดีเซลใน อ.เบตง จ.ยะลา ขณะนี้ดีเซล อยู่ที่ลิตรละ 30.48 บาท น้ำมันเบนซิน 95 ลิตรละ 31.09 บาท น้ำมันเบนซิน 91 ลิตรละ 39.68 บาท โดยทางสถานีบริการน้ำมัน ปตท.เบตง ยังคงราคาเดิม

สำหรับดัชนีหุ้นไทยประจำวันที่ 5 มี.ค. 1,417.29 +32.68มีมูลค่าซื้อขาย 106,582.21 ล้านบาท นักลงทุนต่างประเทศขาย -7,208.23 ล้านบาทตลาดหุ้นวันนี้ปิดบวก

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

วันศุกร์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

“ชาวมุสลิมในประเทศไทยไม่ต้องกังวลอะไรเนื่องจากประเทศเรามีกำหนดท่าทีที่เป็นกลางและเราพร้อมที่จะปฏิบัติตามข้อตกลงของสหประชาชาติ และอาเซียน เราไม่มีปัญหา เพราะสนับสนุนการเจรจา เพื่อให้เกิดสันติภาพ”

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา

อดีตประธานรัฐสภา

กต.สรุปยอดคนไทยในอิหร่าน ขอกลับประเทศ 117 คน – ส่วนบาห์เรน 917 คน

กต.สรุปยอดคนไทยในอิหร่าน ขอกลับประเทศ 117 คน - ส่วนบาห์เรน 917 คน

กต.สรุปยอดคนไทยในอิหร่าน ขอกลับประเทศ 117 คน – ส่วนบาห์เรน 917 คน

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569, 20.59 น.

วันที่ 5 มีนาคม 2569 เวลา 18.10 น. ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ฉุกเฉินในตะวันออกกลาง ณ กระทรวงการต่างประเทศ  นำโดย นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ  พร้อมด้วย นายสันติ นันตสุวรรณ รองปลัดกระทรวงแรงงานและโฆษกกระทรวงแรงงาน และ นายกรนิจ โนนจุ้ย ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ และรองโฆษกกระทรวงพาณิชย์ ได้ร่วมแถลงข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ   กล่าวว่า ภาพรวมในตะวันออกกลาง ขณะนี้สถานการณ์ยังคงอ่อนไหวโดยฝ่ายอิสราเอล สหรัฐฯ และอิหร่าน ยังคงไม่หยุดการโจมตีซึ่งกันและกัน การปะทะยังส่งผลกระทบไปยังประเทศข้างเคียงโดยเฉพาะเลบานอน ซึ่งถูกโจมตีทางอากาศในหลายพื้นที่ รวมทั้งที่กรุงเบรุต มีผู้เสียชีวิตหลาย 10 ราย และมีผู้พลัดถิ่นไม่ต่ำกว่า 65,000 คน  

สำหรับประเทศไทยในชั้นนี้ ยังไม่มีรายงานคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต อย่างไรก็ดี กระทรวงการต่างประเทศ ขอเรียกร้องให้พี่น้องคนไทยพิจารณาออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด และขอให้ลงทะเบียนแจ้งข้อมูลที่อยู่ และช่องทางที่ติดต่อของท่านกับสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ที่รับผิดชอบ 

สำหรับ การให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ ประเทศอิหร่าน ปัจจุบันมีคนไทยลงทะเบียนอพยพแล้ว 117 คน โดยรอบแรกวันที่ 7 มีนาคมนี้ จะมีคนไทยเดินทางออกมาก่อน จำนวน 68 คน ส่วนในรอบที่ 2 วันที่ 10 มีนาคม จะเดินทางออกมา 49 คน เนื่องจากบางส่วนยังอยู่ระหว่างการจัดทำ Exit visa กระทรวงการต่างประเทศขอเรียกร้องให้คนไทยในอิหร่านที่ต้องการเดินทางกลับเพิ่มเติมรีบติดต่อสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะรานในทันที เพื่อที่จะได้ประสานงานด้านเอกสารกับหน่วยงานต่างๆทันท่วงที นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ของกรมการกงสุลก็ได้เดินทางไปยังตุรกีแล้วในวันนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกของการอพยพจากอิหร่านที่จะข้ามแดงทางบกไปยังตุรกี เพื่อต่อเครื่องบินกลับไทย 

ส่วนที่ประเทศเลบานอน ปัจจุบันมีคนไทยในพื้นที่ทั้งสิ้น 118 คน โดยสถานเอกอัครราชทูต ณกรุงริยาด รับผิดชอบดูแลคนไทยในเลบานอน ได้ออกประกาศขอให้คนไทยออกจากเลบานอนโดยเร็วที่สุด ขณะเที่ยวบินพาณิชย์ยังเปิดให้บริการและหลีกเลี่ยงเดินทางไปพื้นที่เสี่ยงภัย และให้ลงทะเบียนแจ้งที่อยู่และช่องทางการติดต่อเพื่อให้ความช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉินและขอให้ติดตามข่าวสารจากทางสถานทูตอย่างใกล้ชิดต่อไป

ประเทศถัดมา คือ บาห์เรน ปัจจุบันมีผู้แจ้งความประสงค์จะเดินทางกลับประเทศไทยแล้ว 917 คน โดยเมื่อวานนี้(4มี.ค.) สถานเอกอัครราชทูตได้นำคนไทยกลุ่มแรก จำนวน 9 คน ข้ามไปยังเมือง ดัมมัม ประเทศซาอุดิอาระเบีย เมื่อขึ้นเครื่องบินถึงประเทศไทยแล้ว ยังจะมีคนไทยอีก3-4 กลุ่ม ในช่วง 2-3 วันข้างหน้าจะเดินทางกลับไทยต่อไป หนูด้วยโดยทางสถานเอกอัครราชทูตยังได้นำของยังชีพไปแจกจ่ายของยังชีพเพื่อสร้างขวัญกำลังใจ ให้กับคนไทยที่ยังอยู่ในบาห์เรนด้วย นอกจากนี้ทางกระทรวงการต่างประเทศได้สั่งการให้เปิดศูนย์ที่เมืองดัมมัม เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ที่จะข้ามมาจากบาห์เรน และจากประเทศอื่นๆ เพื่อต่อเครื่องบินกลับประเทศไทยในอนาคตด้วย

สำหรับที่คูเวตและกาตาร์ ขณะนี้น่านฟ้ายังคงปิดอยู่ โดยสถานเอกอัครราชทูตได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อหาเส้นทางหากต้องมีการอพยพต่อไป 

ในส่วนของประเทศอื่นๆสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ในพื้นที่ได้อำนวยความสะดวกให้พี่น้องคนไทยที่ประสงค์กลับประเทศ ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเรื่องรัฐขบวนการ และยังคงสำรวจเส้นทางอพยพเพิ่มเติมกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน

ขณะเดียวกันทางกรมสุขภาพจิตก็ได้เปิดช่องทาง LINE OFFICIAL เพื่อให้คำปรึกษาปัญหาสุขภาพจิตให้กับพี่น้องชาวไทยที่อยู่ในตะวันออกกลางด้วย โดยผู้ที่ประสงค์จะใช้บริการได้ที่สายด่วน 1323

นายปาณิดล กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้แสดงความไม่สบายใจและมีความห่วงกังวลว่าสถานการณ์ปัจจุบันยังคงมีความเปราะบางการดำเนินการใดๆของไทยจึงจะต้องมีความสมดุลย์และมีความเหมาะสมกับสถานการณ์ ยึดกฏหมายระหว่างประเทศ และที่สำคัญที่สุดจะต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของผลประโยชน์ของไทยเป็นสำคัญ ที่สุดในขณะนี้ ซึ่งก็คือความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนชาวไทย ดังนั้นในห้วงเวลาที่มีความท้าทายเช่นนี้ ทุกฝ่ายจากทุกวงการโดยเฉพาะผู้สันทัดด้านการต่างประเทศ ควรจะต้องเข้าใจว่าทุกท่านสามารถวิจารณ์ได้ แต่จะต้องวิจารณ์อยู่บนพื้นฐานของความรับผิดชอบ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนคนไทยที่ยังคงอยู่ในพื้นที่เป็นสำคัญ

ด้านนายสันติ  นันตสุวรรณ รองปลัดกระทรวงแรงงาน และโฆษกกระทรวงแรงงาน  ชี้แจงถึง สถานการณ์ด้านแรงงานไทยในภูมิภาค ตะวันออกกลาง  ว่า  ปัจจุบันมีแรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานในต่างประเทศและพำนักอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง  ซึ่งผ่านการอนุญาตและผ่านรับแจ้งการไปทำงานของกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน จำนวน 61,396 คน ซึ่งภายหลังจากเกิดสถานการณ์สู้รบระหว่างสหรัฐอเมริกา และอิสราเอล กับอิหร่าน เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานได้กำหนดมาตรการ และการดำเนินการ ดังนี้

1. จัดตั้งวอรูมเพื่อเป็นศูนย์ให้การช่วยเหลือ และประสานงานติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ณ กระทรวงแรงงาน โดยมีปลัดกระทรวงแรงงานเป็นประธาน เพื่อทำหน้าที่ในการติดตามสถานการณ์รับเรื่องและประสานงานการช่วยเหลือแรงงานไทยอย่างใกล้ชิด

2. มีการชะลอการจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะในรัฐอิสราเอล ประเทศอิหร่าน และประเทศอื่นๆในภูมิภาคตะวันออกกลางที่มีความเสี่ยงเป็นการชั่วคราว จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

3. ส่งเสริมการใช้แอพพลิเคชั่น สมารท์TOEA เพื่อประชาสัมพันธ์ให้แรงงานไทยเปิดใช้แอพพลิเคชั่น สมารท์TOEA  ผ่านสำนักงานแรงงานไทยในภูมิภาคตะวันออกกลาง และสำนักงานแรงงานจังหวัดทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศ โดยระบบดังกล่าว จะบันทึกพิกัด สถานที่ทำงาน หรือที่พักของแรงงานไทย เพื่อให้กระทรวงแรงงาน สถานเอกอัคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สามารถให้ความช่วยเหลือแรงงานไทยได้อย่างทันท่วงทีหากเกิดเหตุฉุกเฉิน พร้อมทั้งใช้เป็นช่องทางในการสื่อสารและแจ้งข้อมูลข่าวสารที่สำคัญแก่แรงงานไทยผ่านแอพพลิเคชั่นดังกล่าว 

4. ลงพื้นที่ดูแลครอบครัวแรงงานไทย เริ่มจากแรงงานบางส่วนอาจจะยังไม่ได้อัพเดท หรือยกเลิกการติดตั้งแอพพลิเคชั่นสมารท์TOEA ทำให้ไม่สามารถทราบพิกัดหรือตำแหน่งได้ กระทรวงแรงงานจึงได้มอบหมายให้ สำนักงานแรงงานจังหวัด และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานทั่วประเทศ ลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมครอบครัวแรงงานไทยที่ไปทำงานในภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อสร้างการรับรู้ให้กำลังใจและประชาสัมพันธ์ให้กับครอบครัวได้แจ้งแรงงานไทยเพื่อให้ดาวน์โหลดและเปิดใช้แอพพลิเคชั่นดังกล่าว เพื่อให้สามารถระบุตำแหน่งได้ในกรณีฉุกเฉิน และเพื่อรับทราบข้อมูลข่าวสารของทางราชการ

5. ได้มีการแจ้งช่องทางติดต่อในส่วนของทางสถานทูต โดยมีการประชาสัมพันธ์ให้แรงงานไทยในแต่ละประเทศทราบช่องทางการติดต่อ ในส่วนของสำนักงานแรงงาน และสถานเอกอัครราชทูตในภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อให้ลงทะเบียนกับสถานเอกอัครราชทูต และปฏิบัติตามประกาศการแจ้งเตือนอย่างเคร่งครัด

6. เตรียมความพร้อมหากมีกรณีที่จะมีการอพยพแรงงานเกิดขึ้น กระทรวงแรงงานได้มีการจัดตั้งคณะทำงานเพื่อเตรียมความพร้อมสนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่กรณีมีความจำเป็นที่จะต้องมีการอพยพแรงงานไทยกับประเทศ  กระทรวงแรงงาน มีสำนักงานแรงงานไทยในต่างประเทศ 3 แห่ง ได้แก่ 1. สำนักงานแรงงาน ณ กรุงเทอาวีฟ ประเทศอิสราเอล 2 สำนักงานแรงงาน ณ กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 3 สำนักงานแรงงาน ณ กรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย ซึ่งจะทำงานร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตอย่างใกล้ชิดเพื่อประสานความร่วมมือและอำนวยความสะดวกแก่แรงงานไทย 

ขณะที่ นายกรนิจ โนนจุ้ย ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ และรองโฆษกกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงภาพรวมการกำกับดูแลราคาสินค้าและบริการ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง  ว่า  กระทรวงพาณิชย์ ได้ติดตามสถานการณ์ผลกระทบจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด ตามข้อสั่งการของรัฐบาล เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อค่าของชีพของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะการช่วยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้าและบริการโดยไม่มีเหตุผลด้านต้นทุนที่แท้จริง จากการประเมินสถานการณ์ของกระทรวงพาณิชย์และประกอบกับนโยบายของรัฐบาลในการตรึงราคา น้ำมันดีเซล ในช่วงที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์พิจารณาแล้วยังไม่มีเหตุปัจจัยด้านต้นทุนและราคาที่ส่งผลให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคต้องปรับเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด โดยสินค้ายังมีปริมาณที่เพียงพอและระบบการกระจายสินค้าเป็นไปด้วยกลไกปกติ   

ในส่วนของการลงพื้นที่สำรวจสภาวะการตลาดในช่วงนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้ บูรณาการการทำงานร่วมกับหลายหน่วยงาน โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย ได้มีการลงติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าและบริการทั่วประเทศอย่างใกล้ชิดทุกจังหวัด นำโดยผู้ว่าราชการจังหวัด สำนักงานพาณิชย์จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานงานสินค้าและการให้บริการ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศได้มีการดำเนินการอย่างเข้มงวดตามสามมาตรการที่สำคัญ ดังนี้

มาตรการที่ 1. กำกับดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภค และราคาพลังงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด 

มาตรการที่ 2. สร้างการรับรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่ประชาชน เพื่อลดการตระหนก และยืนยันว่าสินค้ายังมีเพียงพอซึ่งข้อนี้ถือว่ามีความสำคัญมาก 

มาตรการที่ 3. กำกับหน่วยงานราชการในจังหวัดให้ดำเนินการตามมาตรการของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้แล้ว กระทรวงพาณิชย์กับกระทรวงมหาดไทย มีความร่วมมือในการเปิดช่องทางศูนย์ดำรงธรรมของจังหวัดและอำเภอ เพื่อรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนควบคู่ไปกับการรับแจ้งของกระทรวงพาณิชย์ 

โดยผลจากการลงพื้นที่ทั่วประเทศของสำนักงานพาณิชย์จังหวัด และหน่วยงานท้องถิ่นพบว่าปัจจุบันการจำหน่ายสินค้าโดยรวมยังเป็นไปตามปกติ สินค้ามีเพียงพอและราคาส่วนใหญ่อยู่ในระดับปกติ ยังไม่พบการปรับขึ้นราคาอย่างมีนัยยะสำคัญจากสถานการณ์ต่างประเทศ การปรับขึ้นหรือลงของสินค้าปัจจุบันเป็นไปตามกลไกอุปสงค์อุปทาน ซึ่งยังไม่มีนัยสำคัญเกี่ยวกับผลกระทบจากราคาในต่างประเทศ

นายกรนิจ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของการบังคับใช้กฎหมายของกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพาณิชย์ได้ยกระดับการดูแลราคาสินค้า และพฤติกรรมทางการค้า โดยได้มีการจัดส่งชุดสายตรวจเฉพาะกิจลงตรวจสอบทั้งผู้ผลิต ผู้จำหน่าย ห้างค้าปลีกค้าส่ง และร้านค้าทั่วไปอย่างต่อเนื่อง      

นายกรนิจ กล่าวว่า กรณีหากพบ การกระทำที่เข้าข่ายความผิดประกอบด้วย อาทิ การปรับขึ้นราคาสินค้าโดยไม่มีเหตุผลด้านต้นทุนที่แท้จริง การกักตุนสินค้า การปฏิเสธการจำหน่าย หรือจำกัดปริมาณการขายโดยไม่มีเหตุอันควร และการสร้างสถานการณ์ให้เกิดการเข้าใจผิด หรือทำให้ประชาชนตื่นตระหนก กระทรวงพาณิชย์ จะมีการดำเนินคดีตามกฎหมายว่าด้วย ราคาสินค้าและบริการอย่างเคร่งครัด โดยไม่มีการผ่อนผัน โดยโทษของผู้กระทำผิด จำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อย่างไรก็ดี กระทรวงพาณิชย์ ยังให้ความสำคัญกับการบังคับใช้กฎหมาย และให้ความสำคัญที่สุดกับการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน โดยกระทรวงพาณิชย์ได้เปิดให้ประชาชนได้มีการร้องเรียนเข้ามาในสายด่วนของกระทรวงพาณิชย์  1569 ของกรมการค้าภายใน ตลอด 24 ชั่วโมง ประชาชนหากพบการจำหน่ายราคาสินค้าที่ไม่เป็นธรรม ปฏิเสธการขาย หรือปรับขึ้นราคาโดยไม่สมเหตุสมผล สามารถแจ้งสายด่วน 1569 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง 

นอกจากนั้นกระทรวงพาณิชย์ ยังได้ติดตามข้อมูลข่าวสารจากช่องทางออนไลน์และสื่อสังคมอย่างใกล้ชิด เพื่อนำข้อร้องเรียนหรือข้อมูลที่ประชาชนพบเห็นเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบอย่างรวดเร็ว อย่างเช่นที่ประชาชนเริ่มมีการพูดถึงในสังคมออนไลน์ไม่ว่าจะเป็นการปิดปั๊ม หรือการปฎิเสธไม่มีการขายน้ำมัน ตรงนี้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดหลายๆจังหวัดในวันนี้ก็ได้ลงพื้นที่เข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงและสาเหตุของการปิด ถ้าเป็นเรื่องของการปฏิเสธก็จะมีมีความผิด ซึ่งตอนนี้ได้มีการตรวจสอบเพื่อให้มั่นใจว่าปั๊มน้ำมันได้มีการให้บริการประชาชนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถ้าหากพบมีการกระทำความผิดก็จะดำเนินการตามกฏหมายอย่างเคร่งครัด 

ที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งคือ ปัญหาของสถานการณ์ในตะวันออกกลางปัจจุบันหากมีการดำเนินสถานการณ์ต่อเนื่อง กระทรวงพาณิชย์เองก็ตระหนักถึงความจำเป็นของผู้ประกอบการ ซึ่งผู้ประกอบการก็ต้องอยู่รอดด้วย กระทรวงพาณิชย์ติดได้ตั้งคณะทำงานติดตามผลกระทบด้านต้นทุนสินค้าร่วมกับภาคเอกชน สมาคมการค้าต่างๆ เพื่อวิเคราะห์ผลกระทบเชิงโครงสร้างที่อาจจะเกิดขึ้นจากสถานการณ์พลังงานโลก โดยเฉพาะผลกระทบของราคาน้ำมันต่อค่าขนส่งต้นทุนการผลิตเถิบปิโตรเคมี ปุ๋ย บรรจุภัณฑ์ต่างๆ โดยกระทรวงพาณิชย์จะติดตามการดำเนินการเป็นรายหมวดสินค้าเพื่อประเมินว่าต้นทุนที่เปลี่ยนแปลงส่งผลต่อราคาสินค้าในระดับใด และกำหนดแนวทางกำกับดูแลให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริง ไม่ให้เกิดการปรับราคาล่วงหน้าเกินความจำเป็น

มาตรการสุดท้ายที่ปัจจุบันได้ดำเนินการร่วมกับภาคีเครือข่ายภาคเอกชน ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ และกรมการค้าภายใน เมื่อช่วงบ่ายวันนี้(5มี.ค.)ได้ประชุมร่วมกับห้างค้าส่งค้าปลีกทุกห้างทั่วประเทศ ก็ยืนยันจะร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ที่จะบริหารจัดการสินค้าให้เพียงพอและไม่มีการขึ้นราคา รวมถึงบริหารจัดการสต๊อกให้เพียงพอและเพิ่มความถี่ในการเติมสินค้าเข้าสู่ชั้นจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง และปัจจุบันทางห้างต่างๆอยู่ในช่วงเปลี่ยนสินค้า เป็นสินค้าฤดูร้อน ช่วงนี้ทางห้างจึงได้นำสินค้ามาลดราคาจัดโปรโมชั่นเพิ่มเติม ซึ่งถือว่านโยบายนี้เป็นความร่วมมือกับภาคเอกชน 

“กระทรวงพาณิชย์ยืนยันว่า จะใช้ทุกคนไกลทั้งกฎหมาย ด้านการบริหารจัดการและบูรณาการกับทุกหน่วยงานเพื่อที่จะรักษาเสถียรภาพราคาสินค้า ดูแลค่าของชีพ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนตลอดช่วงสถานการณ์ในปัจจุบัน” นายกรนิจ กล่าว

รมว.อรรถพล เผย น้ำมันสำรองพุ่ง 95 วัน วอนประชาชนช่วยกันประหยัดพลังงาน

รมว.อรรถพล เผย น้ำมันสำรองพุ่ง 95 วัน วอนประชาชนช่วยกันประหยัดพลังงาน

รมว.อรรถพล เผย น้ำมันสำรองพุ่ง 95 วัน วอนประชาชนช่วยกันประหยัดพลังงาน

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569, 20.41 น.

วันนี้ (5 มีนาคม 2569) นาย อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยหลังจากการประชุมร่วมกับ นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า ประเทศไทยมีความมั่นคงทางพลังงาน โดยปัจจุบันมีปริมาณน้ำมันสำรองใช้ได้นานถึง 95 วัน และจะยังคงมีการจัดหาอย่างต่อเนื่อง พร้อมสั่งการให้ผู้ค้าน้ำมันเพิ่มสัดส่วนสำรองน้ำมันจาก 1% เป็น 3% เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน สำหรับมาตรการระงับการส่งออกน้ำมัน จะยกเว้นให้กับ สปป.ลาว และเมียนมาเท่านั้น เนื่องจากเป็นประเทศที่มีการพึ่งพาพลังงานระหว่างกัน ส่วนปัญหาการขาดแคลนน้ำมันในสถานีบริการบางพื้นที่เกิดจากความกังวลของประชาชน จึงได้กำชับให้กรมธุรกิจพลังงาน และสำนักงานพลังงานจังหวัดทั่วประเทศ ส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบป้องกันไม่ให้มีการกักตุน และจะเร่งจัดส่งน้ำมันให้เพียงพอโดยเร็ว

ด้านมาตรการลดภาระค่าครองชีพ รัฐบาลจะใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงตรึงราคาดีเซล 15 วัน (ถึงวันที่ 17 มีนาคม 2569) หากสถานการณ์ยืดเยื้อ จะพิจารณาเรื่องการชดเชยอีกครั้ง นอกจากนั้น มีแผนที่จะนำน้ำมันดีเซล B100 ที่ผลิตได้เองภายในประเทศมาใช้ และอาจพิจารณานำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปที่มีมาตรฐานรองลงมา เนื่องจากมีราคาถูกกว่า 

รมว.อรรถพล

ในขณะที่ภาคการผลิตไฟฟ้าได้เร่งจัดหา LNG เพิ่มเติม พร้อมเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ชีวมวล ถ่านหิน และเพิ่มการผลิตก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยเพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าจะมีไฟฟ้าใช้อย่างเพียงพอ

“กระทรวงพลังงาน ขอยืนยันอีกครั้งว่า ณ วันนี้ มีปริมาณน้ำมันสำรองใช้ได้รวม 95 วัน และยังคงจัดหาอย่างต่อเนื่องจากทุกแหล่งที่มีศักยภาพ นอกจากนี้ ยังมีแผนสำรองหากเหตุการณ์ยืดเยื้อ ทั้งการนำ B100 มาช่วยเสริม การปรับลดสเปกน้ำมันนำเข้าให้สอดคล้องกับสถานการณ์ รวมทั้งภาคไฟฟ้าก็จะจัดหา LNG และใช้เชื้อเพลิงชนิดต่างๆ เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าประเทศไทยจะไม่มีไฟดับ และจะใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงดูแลด้านราคาน้ำมันอย่างเต็มที่ ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าเรามีพลังงานเพียงพอและจะบริหารจัดการอย่างสุดความสามารถในสถานการณ์ความไม่สงบในครั้งนี้ เพื่อให้ ประชาชนได้รับผลกระทบให้น้อยที่สุด” นายอรรถพล กล่าว