ธรรมนัส ลั่นต้องมีศักดิ์ศรี เมินเสียเก้าอี้ ก.เกษตรฯ-ยัน สส.ไม่แตกแถว

ธรรมนัส ลั่นต้องมีศักดิ์ศรี เมินเสียเก้าอี้ ก.เกษตรฯ-ยัน สส.ไม่แตกแถว

ธรรมนัส ลั่นต้องมีศักดิ์ศรี เมินเสียเก้าอี้ ก.เกษตรฯ-ยัน สส.ไม่แตกแถว

วันศุกร์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.21 น.

6 มีนาคม 2569 ที่รัฐสภา ภายหลังรายงานตัวและรับบัตรสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่ปรึกษาและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคกล้าธรรม (กธ.) ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ถึงกรณีการพูดคุยกับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในการจัดตั้งรัฐบาล ว่า เรายังยืนยันว่าไม่ได้พูดคุยกับใคร ซึ่งเป็นคำยืนยันเดิมที่ตนเองเคยให้สัมภาษณ์ตั้งแต่กลับมาจากพักผ่อนต่างประเทศ

เมื่อถามว่า ตอนนี้สามารถพูดได้หรือไม่ว่าพรรคกล้าธรรม จะไปเป็นฝ่ายค้าน ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ถ้าตนเองได้รับมอบหมายให้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ตนเองจะมีความชัดเจนว่าพรรคไหนจะร่วมรัฐบาล ดังนั้น ในตอนนี้เราไม่ใช่พรรคแกนนำที่จะจัดตั้งรัฐบาล เราก็ให้เกียรติพรรคแกนนำให้ถึงที่สุด นี่คือมารยาททางการเมือง

สำหรับความรู้สึกที่พรรคกล้าธรรม ไม่มีชื่ออยู่ในโผพรรคในการจัดตั้งรัฐบาลของ นายอนุทิน ชาญวีรกุล ใน ณ เวลานี้ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เราเล่นการเมืองและเป็นนักการเมืองมาปีที่ 7 แล้ว ตั้งแต่ปี 2562 และปี 2562 เราก็เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล และก็มีช่วงชีวิตหนึ่งไปเป็นฝ่ายค้านกับพี่น้องที่ออกมาจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ซึ่งถ้าหากถามว่ารู้สึกอะไรหรือไม่ ก็ไม่รู้สึกอะไรเลย เราได้ทำหน้าที่ทุกหน้าที่ในฐานะที่เป็นผู้แทนของพี่น้องปวงชนชาวไทย

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า เสียดายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส ยิ้มพร้อมกล่าวว่า ทำไมต้องเสียดาย เราอยู่ที่ไหนก็ทำงานได้ หัวโขนที่เขาสวมพร้อมหลุดได้ทุกเมื่อ แล้วก็พร้อมส่งต่อทุกคนทุกเมื่อเหมือนกัน ซึ่งถ้าเราเป็นนักการเมืองแล้วไปเสียดาย ก็ต้องถือว่าเป็นนักการเมืองที่แย่มาก

เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ถ้าพรรคกล้าธรรมไปเป็นฝ่ายค้าน จะมี สส.ภายในพรรคเป็นงูเห่า ที่โหวตให้ทางพรรคภูมิใจไทย ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า “เราเป็นนักจับงูนะ เราคงไม่ปล่อยงูเราไปไหน มีแต่งูเขียวหางไหม้ เอาไหม มีแต่พิษ”

ในส่วนของกระแสข่าวว่าจะมีการซื้องูเห่า ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนเองได้ยินเรื่องนี้ก่อนพี่น้องสื่อมวลชน แล้วก็ข่าวนี้เป็นการสร้างข่าวให้เกิดความสับสนทางการเมือง ดังนั้น สส.เขต ทั้ง 56 ที่นั่ง กว่าจะได้แต่ละคนมาเป็น สส.ตรงนี้ตนเองเหนื่อยมากพอสมควร ถ้าใครจะไปจากตนเอง ก็ถือว่าเป็นนักการเมืองที่เลวที่สุด

เมื่อถามความรู้สึกของท่าทีนายอนุทิน ทุกครั้งที่ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับพรรคกล้าธรรม ก็จะมีท่าทีนิ่งเฉย จะไม่ตอบอะไรมาก นั้น ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า “ไม่รู้สึกอะไรเลยครับ รู้สึกเลย” จะสังเกตว่าตนเองยิ้มได้ทุกเวทีทุกสถานที่ เพราะเราอยู่ตรงนี้มานาน เราเป็นนักการเมืองมานาน

เมื่อถามถึงความสัมพันธ์กับทางด้านนายอนุทิน ในตอนนี้ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า “เราไม่ได้โกรธ ไม่ได้เกลียดกัน เราไม่ได้ทะเลาะกัน”

เมื่อถามว่า ในตอนนี้มีการพูดคุยกับทางด้านนายอนุทิน หรือยัง ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า “ไม่หรอก ตนเองเป็นคนอย่างนี้ จะไม่ติดต่อใครไปก่อน และมองว่าการเป็นนักการเมืองเราต้องมีความเป็นตัวของตนเอง สิ่งสำคัญคือเราต้องมีศักดิ์ศรี”

ส่วนกรณีที่เว็บไซต์ของวิกิพีเดียมีการเปลี่ยนชื่อรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นชื่อ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นั้น ร.อ.ธรรมนัส ตอบคำถามสั้นๆ ว่า “ไม่ทราบครับ”

นายกฯ ตั้งศูนย์แก้ปัญหาผลกระทบจากการสู้รบตะวันออกกลาง มอบ พิพัฒน์ คุม

นายกฯ ตั้งศูนย์แก้ปัญหาผลกระทบจากการสู้รบตะวันออกกลาง มอบ พิพัฒน์ คุม

นายกฯ ตั้งศูนย์แก้ปัญหาผลกระทบจากการสู้รบตะวันออกกลาง มอบ พิพัฒน์ คุม

วันศุกร์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569, 12.20 น.

นายกฯลงนามตั้งศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) มอบ พิพัฒน์ นั่งผอ.ศบก.

เมื่อวันที่ 6 มี.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 53/2569 จัดตั้งศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) เพื่อให้การดำเนินการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ โดยนายกฯ เป็นที่ปรึกษาศูนย์ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม เป็นผู้อำนวยการศูนย์ และรองนายกฯ และรมว.คลัง เป็นรองผู้อำนวยการศูนย์

โดยมีหน้าที่และอำนาจตามกฎหมาย อำนวยการบริหารและติดตามสถานการณ์ การสู้รบในภาคตะวันออกกลาง รวมทั้งเสนอแนะแนวทางและมาตรการเพื่อแก้ปัญหา และบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการสู้รบในภาคตะวันออกกลาง และสั่ง ให้ส่วนราชการของรัฐและรัฐวิสาหกิจบูรณาการบูรณาการและปฎิบัติงานภายในขอบเขตหน้าที่และอำนาจตามกฏหมาย รวมถึงประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเชิงรุก เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องตามความเป็นจริง และเสริมสร้างความเชื่อมั่นระหว่างรัฐบาลและประชาชน และเรียกให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ ข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องเจ้าร่วมประชุม ชี้แจง ให้ข้อมูลข่าวสาร จัดส่งเอกสารหรือดำเนิมการอื่นใดตามที่เห็มสมควร

หมอวรงค์ กับ 12 ปีที่รอคอย มือกระบี่ปราบโกง หวนคืนยุทธจักร

หมอวรงค์ กับ 12 ปีที่รอคอย มือกระบี่ปราบโกง หวนคืนยุทธจักร

หมอวรงค์ กับ 12 ปีที่รอคอย มือกระบี่ปราบโกง หวนคืนยุทธจักร

วันศุกร์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569, 12.12 น.

บนถนนการเมืองที่เต็มไปด้วยนักการเมืองหน้าเก่าหน้าใหม่ กันเข้ามา ชื่อของ “นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม” คือชื่อที่ถูกจารึกไว้ในฐานะ “นักสู้” ผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้กับความไม่ถูกต้อง จากอดีตนายแพทย์ผู้รับราชการในถิ่นทุรกันดาร สู่บทบาทนักการเมืองฝีปากกล้าที่เขย่าบัลลังก์อำนาจมาแล้วหลายสมัย วันนี้เขากำลังก้าวเท้ากลับเข้าสู่สภาอันทรงเกียรติอีกครั้งในรอบ 12 ปี ท่ามกลางสายตาของมิตรรักและคู่แข่งที่ต่างเฝ้ารอคอยดู “ฝีมือ” ของมือปราบผู้นี้

ย้อนกลับไปในวันวาน เส้นทางของหมอวรงค์เริ่มต้นอย่างสง่างามในพรรคประชาธิปัตย์ เขาคือดาวสภาผู้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการเป็น “ฝ่ายค้านคุณภาพ” ภาพจำที่ชัดเจนที่สุดคือการยืนหยัดกลางสภา พร้อมปึกเอกสารและข้อมูลเชิงลึกที่หนักแน่นประดุจขุนเขา ในการกระชากหน้ากากทุจริตโครงการจำนำข้าว จนได้รับฉายา “มือปราบจำนำข้าว” ซึ่งกลายเป็นตราบาปทางการเมืองของฝ่ายตรงข้ามมาจนถึงทุกวันนี้ แต่ทว่าชีวิตการเมืองไม่ได้มีเพียงชัยชนะ เมื่อเขาตัดสินใจท้าชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคบ้านหลังเก่าแล้วพ่ายแพ้ หมอวรงค์เลือกที่จะเดินออกมาสู่โลกกว้างเพียงลำพัง เพื่อพิสูจน์ว่าอุดมการณ์ของเขานั้น “กินความ” ไปไกลกว่าชื่อสังกัดพรรค

ตลอด 12 ปีที่หายไปจากเก้าอี้ สส. หมอวรงค์ไม่ได้หายไปจากหัวใจของประชาชนผู้รักความยุติธรรม เขาเปลี่ยนสถานะจากผู้อภิปรายในสภา มาเป็น “นักตรวจสอบภาคประชาชน” ที่กัดไม่ปล่อย เราได้เห็นเขาเดินขึ้นลงโรงพักและศาลเพื่อปกป้องสถาบันหลักของชาติอย่างสุดตัว เห็นเขาออกมาตั้งคำถามเสียงดังฟังชัดถึงความผิดปกติของ “ชั้น 14 รพ.ตำรวจ” ที่กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในสังคม และในอีกมุมหนึ่ง เรายังได้เห็นภาพของ “พ่อค้าวรงค์” ผู้นั่งตักข้าวแกงจานละ 10 บาทในร้าน ไทยรักดี เพื่อส่งต่อความปรารถนาดีถึงปากท้องคนตัวเล็กตัวน้อย เป็นการเมืองแบบลงมือทำที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง

การกลับมาครั้งนี้ในนามหัวหน้าพรรคไทยภักดี แม้จะเป็นเพียง “หนึ่งเสียง” ในสภาที่กว้างใหญ่ แต่นี่คือหนึ่งเสียงที่มีเบื้องหลังเป็นประสบการณ์อันโชกโชนและความเก๋าเกมที่ไม่เคยจางหาย คำให้สัมภาษณ์ล่าสุดของเขาที่ว่า “จะไปสภาถูกหรือเปล่า” อาจฟังดูถ่อมตัวและแฝงอารมณ์ขัน แต่นัยที่ซ่อนอยู่คือความพร้อมที่จะทำหน้าที่ทันทีที่เท้าแตะพื้นสภา เพราะสำหรับหมอวรงค์แล้ว สภาไม่ใช่ที่สำหรับนั่งประดับบารมี แต่คือสนามรบที่เขาคุ้นเคยที่สุด

บทสรุปของการรีเทิร์นครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การกลับมาทวงคืนตำแหน่งที่ว่างเว้นไปนาน แต่มันคือการกลับมาเพื่อพิสูจน์ว่า ในวันที่การเมืองไทยเต็มไปด้วยคำถามและข้อสงสัย สังคมยังคงต้องการ “ดาบที่คมกริบ” เพื่อทำหน้าที่กรีดแผลร้ายและผ่าตัดเนื้อร้ายออกจากร่างกายของประเทศ และเมื่อเสียงระฆังดังขึ้นในสภาครั้งถัดไป เชื่อได้เลยว่าหัวใจของฝ่ายกุมอำนาจย่อมต้องสั่นสะท้าน เพราะ “มือปราบ” คนเดิมกลับมาแล้ว และครั้งนี้เขาพกเอาความแค้นเคืองต่อความอยุติธรรมมาเต็มกระเป๋า พร้อมจะเปลี่ยนสภาให้เป็นลานประหารทางการเมืองอีกครั้ง!

อภิสิทธิ์กั๊กร่วมรัฐบาล เผย ภท.ยังไม่เชิญ-ย้ำเงื่อนไขเดิม

อภิสิทธิ์กั๊กร่วมรัฐบาล เผย ภท.ยังไม่เชิญ-ย้ำเงื่อนไขเดิม

อภิสิทธิ์กั๊กร่วมรัฐบาล เผย ภท.ยังไม่เชิญ-ย้ำเงื่อนไขเดิม

วันศุกร์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.48 น.

“อภิสิทธิ์”เผยห่างหายงานการเมืองไปนาน ไม่นึกว่าจะได้กลับมาบรรยากาศสภาฯแบบนี้ ยังไม่ชัด”ร่วมรัฐบาล”หรือ”ฝ่ายค้าน” ขอยึดมารยาทการเมือง ถ้าจะลงเรือลำเดียวกันกับ”ภท.”ต้องเป็นตามเงื่อนไขที่เคยบอกกับประชาชน เดินหน้าลุยเตรียมงานนิติบัญญัติ ดันกฎหมายตามที่หาเสียงไว้ แนะตั้งรัฐบาลอำนาจเต็มโดยเร็ว กระชับรับมือสถานการณ์โลก แก้สารพัดปัญหาประเทศ สร้างความเชื่อมั่นประชาชน หนุนท่าที”นายกฯ-รมว.ต่างประเทศ”เหมาะสม ไม่ประสงค์ถูกลากเข้าไปขยายวงขัดแย้งลามสถานการณ์ต่างประเทศ

6 มีนาคม 2569 เมื่อเวลา 10.15 น.ที่รัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังนำ สส.ของพรรคเข้ารายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และเดินชมสภาฯ รวมถึงสำรวจห้องทำงาน ว่า การเดินทัวร์สภาฯ เพราะพาเด็กใหม่ รวมถึงตนที่ไม่เคยทำงานที่นี่ ไปดูสถานที่ทำงาน ซึ่งความรู้สึกที่ได้กลับมาสภาฯ หลังจากห่างหายไป ก็ต้องสารภาพตามตรง ปีที่แล้วไม่นึกว่าจะได้กลับมาบรรยากาศแบบนี้ แต่วันนี้ตั้งใจเต็มที่ เพราะเป็นงานที่ตนทำมาตลอดชีวิต เป็นงานที่ชอบที่สุด ในแง่มุมการเมือง ส่วนสัญญาณการเทียบเชิญเข้าร่วมรัฐบาล ยังไม่มีอะไร เราฟังจากนายกรัฐมนตรี ว่าจะรอกระบวนการต่างๆ ให้เสร็จเรียบร้อย ทางพรรคประชาธิปัตย์ก็เดินหน้าเตรียมงานฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล หน้าที่สำคัญคือการผลักดันกฎหมายต่างๆ โดยเฉพาะกฎหมายสำคัญตามนโยบายของพรรคที่หาเสียงไว้ ก็เตรียมงานเต็มที่

“กระบวนการทั้งหลายอยากให้กระชับด้วยสถานการณ์ของโลก สถานการณ์ของบ้านเมือง อยากให้การจัดตั้งรัฐบาล แถลงนโยบาย และเข้าบริหารราชการแผ่นดินเกิดขึ้นได้โดยเร็ว เพราะขณะนี้มีเรื่องที่ประเทศต้องรับมือกับภาวะของโลกที่เกิดขึ้น แม้ว่ารัฐบาลรักษาการจะทำได้ แต่ในเรื่องของความเชื่อมั่น ให้ประชาชนได้เห็นทิศทางเศรษฐกิจ การบริหารพลังงาน ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสินค้าเกษตร ถ้าเรามีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็ม ก็จะสามารถคลี่คลายปัญหา และสร้างความเชื่อมั่นได้มากกว่า” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

เมื่อถามว่า ขณะนี้รัฐบาลยังไม่มีอำนาจเต็ม จุดยืนของไทยมีความเหมาะสมต่อสถานการณ์โลกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ในเรื่องของการต่างประเทศไม่มีปัญหาอะไร สิ่งที่นายกฯ หรือ รมว.การต่างประเทศ เคยพูดไป เป็นท่าทีที่เหมาะสม พรรคประชาธิปัตย์ก็สนับสนุนว่าเราไม่อยากเห็นความขัดแย้ง อยากให้ทุกฝ่ายหากระบวนการในการกลับเข้าสู่สันติภาพ เรา หรือภูมิภาคอื่นๆ ไม่ประสงค์ที่จะถูกลากเข้าไปเพื่อขยายวงความขัดแย้ง เพราะไม่เป็นผลดีกับใคร แต่สิ่งที่ต้องเร่งทำมากกว่าคือการสร้างความชัดเจนให้ประชาชนสบายใจ เช่น เรื่องพลังงาน การรับมือทางเศรษฐกิจจะมีแนวทางอย่างไร แม้ว่าจะยังไม่ได้จัดตั้งรัฐบาล แต่นายกฯพูดชัดอยู่แล้วว่ามีรัฐมนตรีหลักๆ 3 ท่าน ที่ต้องทำงานต่อเนื่อง ท่านก็อยู่ในฐานะที่ช่วยทำให้สังคมเกิดความมั่นใจ

เมื่อถามว่า ทางพรรคประชาธิปัตย์ยังไม่ประกาศเป็นฝ่ายค้านเต็มตัว เพราะความสัมพันธ์ที่ดีกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของมารยาททางการเมือง เราไม่ได้ถึงขั้นจะต้องปฏิเสธหรืออะไร เพียงแต่ว่า ทางพรรคภูมิใจไทยทราบอยู่แล้วถึงจุดยืนของเรา ถ้าจะเข้าไปร่วม เรายึดถือสิ่งที่พูดกับประชาชนไว้ ว่ามีเงื่อนไขต่างๆ อย่างไร

เมื่อถามว่า กองเชียร์พรรคประชาธิปัตย์มีความเห็นแตกออกเป็น 2 ฝ่าย ทั้งอยากให้เป็นพรรคร่วมรัฐบาล กับฝ่ายค้าน แต่หากรอบนี้พรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้าน การเลือกตั้งรอบหน้าอาจจะได้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้าสมาชิก ผู้สนับสนุน หรือไม่กองเชียร์ไม่หลากหลาย ก็ไม่ใช่ประชาธิปัตย์ ดังนั้น เป็นธรรมดา เราที่เป็น สส.รับฟังเหตุผลของทุกฝ่าย เราก็เป็นพรรคที่มีกระบวนการชัดเจนที่สุด เมื่อมีกรณีที่ต้องพิจารณาก็ต้องเป็นมติของกรรมการบริหารพรรค

เมื่อถามถึงการเมืองหลังจากนี้จะมีความราบรื่นมากน้อยแค่ไหน เพราะขณะนี้มีกระบวนการยื่นเรื่องให้ตรวจสอบกระบวนการการเลือกตั้ง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรียนตรงๆ ว่าตนอยากเห็นการเดินหน้าของรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหา แต่ขณะเดียวกันต้องบอกว่า การจัดการเลือกตั้งที่ผ่านมา ความไม่เรียบร้อยมีเยอะมาก ตนคิดว่าเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องสะสาง วางบรรทัดฐานที่ถูกต้องเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในวันข้างหน้าอีก 2 เรื่องนี้ต้องทำควบคู่กันไปตามกระบวนการ

เมื่อถามถึงกระแสข่าวการวางตัวประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่จะมีการโหวตสนับสนุน นายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ถือว่ามีคุณสมบัติเหมาะสมหรือไม่ หรือมีคนอื่นเหมาะสมกว่า นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า โดยมารยาทพรรคที่เขาไปจัดตั้งรัฐบาลส่วนใหญ่จะเป็นผู้พิจารณา เมื่อเขาเสนอชื่อมา เราก็ทำหน้าที่ของเราในการลงคะแนน

เมื่อถามว่า หากพรรคประชาธิปัตย์โหวตสนับสนุนนายโสภณ เป็นประธานสภาฯ จะรวมไปถึงการโหวตสนับสนุนนายกฯ ด้วยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกัน เรื่องการตัดสินใจลงมติในสภาฯ แต่ละครั้ง เป็นเรื่องของ สส.จะที่ประชุมกัน

(ประมวลภาพ) สภาฯ คึกคัก บิ๊กการเมืองขน สส. รายงานตัวสภาฯ

(ประมวลภาพ) สภาฯ คึกคัก บิ๊กการเมืองขน สส. รายงานตัวสภาฯ

(ประมวลภาพ) สภาฯ คึกคัก บิ๊กการเมืองขน สส. รายงานตัวสภาฯ

วันศุกร์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.48 น.

6 มีนาคม 2569 ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ การรายงานตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ชุดที่ 27 ทั้งแบบแบ่งเขต และแบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งวันนี้ถือเป็นวันที่ 8 ตบเท้าเข้ารายงานตัวกันอย่างพร้อมเพรียง 

โดยตั้งแต่ช่วงเช้ามีบรรดาบิ๊กการเมืองขน สส.พรรค เข้ารายงานดตัว อาทิ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้า พรรคกล้าธรรม นายชวน หลีกภัย อดีตประธานรัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เเละ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย และ ศ.ดร.ยศชนัน พรรคเพื่อไทย เป็นต้น

เสรีพิศุทธ์ รายงานตัววันแรก ลั่นลุยร้องศาลฎีกา ปมอภัยโทษ ทักษิณ ขู่ เขากระโดง คิวถัดไป

เสรีพิศุทธ์ รายงานตัววันแรก ลั่นลุยร้องศาลฎีกา ปมอภัยโทษ ทักษิณ ขู่ เขากระโดง คิวถัดไป

เสรีพิศุทธ์ รายงานตัววันแรก ลั่นลุยร้องศาลฎีกา ปมอภัยโทษ ทักษิณ ขู่ เขากระโดง คิวถัดไป

วันศุกร์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.47 น.

‘เสรีพิศุทธ์’ รายงานตัวสส. หวนคืนสภาฯ รอบเกือบ 2 ปี ลั่นลุยร้อง ‘ศาลฎีกา’ สอบปมอภัยโทษ ’ทักษิณ‘ ขู่เคส ‘กระโดง’ รอจ่อเป็นคิวถัดไป ย้ำจุดยืน ‘ใครโกงเจอกู’ ซัดแหลกไร้มารยาทแอบเอาชื่อไปร่วม ’รัฐบาลภูมิใจไทย‘ โยนไปคิดเอาเองจะเคาะโหวตเลือกใครเป็น ‘นายกฯ’ สับ ‘อนุทิน’ โยกย้าย ขรก.รับเลือกตั้ง ทุ่มงบ 4 พันล้านจัด MotoGP แต่น้ำท่วมยังไม่มีเงินเยียวยา

เมื่อวันที่ 6 มี.ค.2569 ที่รัฐสภา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย เดินทางมารายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ก่อนจะเปิดเผยว่า ตนเองไม่ได้เข้าสภาฯ มาเกือบ 2 ปีแล้ว ทำตามอุดมการณ์คือเสียสละให้ผู้อื่นมาทำแทนได้ วันนี้จึงตั้งใจจะมารายงานตัวทำที่ได้รับไว้วางใจจากประชาชนให้รับหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยวันนี้ภายหลังการรายงานตัว สส. ตนจะไปร้องต่อประธานศาลฎีกา เพื่อขอให้ตั้งคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีที่มีกลุ่มบุคคลของพระราชทานอภัยโทษนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยให้เชิญนายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี เข้าให้ข้อมูล 

“ผมเป็นข้าราชการตำรวจมาก่อนทำอะไรให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติเยอะแยะ แต่ไม่สามารถออกกฎหมายได้ เมื่อมาเป็น สส.ออกกฎหมายดีเลวอย่างไร ตุลาการก็จะต้องปฏิบัติ ฝ่ายบริหารจะต้องทำตาม เสร็จจากเรื่องนี้ ผมจะดำเนินการเขากระโดงต่อ ดูว่าจะแน่จริงหรือไม่ ขออย่าดื้อรั้นต่อคำพิพากษา เพราะจะต้องเคารพและปฏิบัติตาม“ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าว

เมื่อถามว่าพรรคภูมิใจไทยได้เชิญเป็นพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า ไม่มี มีแต่เอาชื่อตนเองไปใส่ ไม่มีมารยาท เมื่อเขาได้มา 190 กว่าเสียง ก็คิดว่าจะต้องจัดตั้งรัฐบาลบริหารประเทศชาติให้ได้เพื่อเป็นนายกรัฐมนตรี ก็ไปเอาพรรคเพื่อไทยมาอีก 70 กว่าเสียง รวมเป็น 200 กว่าเสียง เอาพรรคเล็กมาใส่ให้ดูว่าเยอะให้ได้ 300 เสียงจัดตั้งรัฐบาล ไปบีบพรรคนู้นพรรคนี้ไม่ให้มีข้อต่อรอง ตนเองจะไปร่วมกับคนโกงไม่ได้ เพราะนโยบายพรรคเสรีรวมไทยคือ โกงเจอกู ไม่เหมือนพรรคน้องใหม่ พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ จากพรรคเศรษฐกิจ จะปราบโกง ใครโกงประหารชีวิต ยังไม่ทันทำงาน ก็ไปมอบตัวกับคนโกงแล้ว 

เมื่อถามว่าจะไม่โหวตให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกฯ ใช่หรือไม่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่าจะโหวตได้อย่างไร ต้องมีหลักคิด เพราะในหลวงรัชกาลที่ 9 บอกให้ยกย่องคนดีและควบคุมคนไม่ดีไม่ให้มีอำนาจ ดังนั้นจึงต้องเลือกคนดีที่สุด คนที่จะเป็นนายกฯ ได้ต้องมี สส.อย่างน้อย 25 คน ซึ่งมีพรรคภูมิใจไทย พรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย และพรรคกล้าธรรม ตนเองอยากให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เป็นจะตาย แต่เสียงยังไม่ได้ วันนี้จึงต้องเอามาเรียงว่าใครดี ดีมาก ดีที่สุด ใครเลว เลวมาก เลวที่สุด เลวบริสุทธิ์ อย่าไปเอา หากไม่มีคนดีเลยก็เอาเลวน้อยที่สุด

เมื่อถามว่าใน 4 คนมีคนดีสักคนหรือไม่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ไม่มีเรื่องผิดกฎหมาย มีแต่เรื่องอดีตคดีที่ออสเตรเลีย ซึ่งไม่ได้ติดคุกในข้อหาค้ายาเสพติดแต่รู้เห็นการค้ายาเสพติด ศาลไทยบอกว่าไม่ได้อยู่ในอำนาจ  ส่วนนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย ใครเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยติดคุกทุกคน นายยศชนัน เป็นนักวิชาการมหาวิทยาลัยที่เพิ่งมาเริ่มเล่นการเมือง ขณะที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ไม่มีอะไรมาก มีแต่ลูกน้องไปสร้างปัญหาถูกดำเนินคดี โดยเฉพาะเรื่องมาตรา 112 จะผิดหรือถูกก็ยังไม่รู้ และนายอุทิน แม้ไม่ได้ถูกดำเนินคดีอะไร แต่ที่ดินปากช่องอยู่ดี ๆ เอาเครื่องบินไปลง ตอนนี้เป็นนายกฯ นำงบไปลง 4,000 ล้านจัด MotoGP แต่เงินเยียวยาน้ำท่วมหาดใหญ่ ยังไม่ได้ อีกทั้งองค์กรอิสระจะต้องผ่าน สว.ชุดปัจจุบัน จัดการเลือกตั้งยังไม่มีใครเคยทำถึงขนาดนี้ โยกย้ายข้าราชการ เอานายอำเภอไปเป็น กปน. ขอให้ไปคิดเอาเองว่าอยากจะให้ใครเป็นนายกฯ เพราะตนเองไม่อยากชี้นำ

เมื่อถามว่าจะกลับมาในบทบาทฝ่ายค้านหรือไม่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า ตนเองจะไปรวมกับใครเพราะมีเสียงเดียว นโยบายตนเองมีเยอะแยะ แต่ยืนยันว่าจะเดินหน้าแก้ไขกฎหมาย เดินหน้าทำงานทั้งในและนอกสภาฯ 

พรรคเขียวมาแล้ว ‘สส.กล้าธรรม’ ต่อแถวขึ้นรถบัสเข้ารายงานตัวสภา ไร้เงา ‘ชนนพัฒฐ์’ หลังดอดรายงานตัวแล้ว

พรรคเขียวมาแล้ว 'สส.กล้าธรรม' ต่อแถวขึ้นรถบัสเข้ารายงานตัวสภา ไร้เงา 'ชนนพัฒฐ์' หลังดอดรายงานตัวแล้ว

พรรคเขียวมาแล้ว ‘สส.กล้าธรรม’ ต่อแถวขึ้นรถบัสเข้ารายงานตัวสภา ไร้เงา ‘ชนนพัฒฐ์’ หลังดอดรายงานตัวแล้ว

วันศุกร์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.41 น.

สส.กล้าธรรม ขึ้นบัสเข้ารายงานตัวสภา ’ธรรมนัส-นฤมล‘ ไปรอก่อน ไร้เงา ’ชนนพัฒฐ์‘ หลังดอดรายงานตัวแล้ว ขณะที่ ‘อรรถกร’ รับ ยังไม่คุยกับเจ้าตัว บอกคดีว่าไปตามกระบวนการ

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 6 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่พรรคกล้าธรรม(กธ.) ได้เตรียมรถบัสสีขาว 2 คัน ให้สส. ของพรรคทั้ง 54 คน เดินทางเข้ารายงานตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยสส.ระบบเขตทยอยเดินทางมาที่ทำการพรรคอย่างคึกคัก ซึ่งสส.ทั้งหมดของพรรคได้ผูกเนค ไทสีเขียว และติดเข็มกลัดโลโก้พรรคกล้าธรรมที่หน้าอกเสื้อ

จากนั้นเวลา 10.30 น. นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะนายทะเบียนพรรคกล้าธรรม ได้นำ สส.พรรคกล้าธรรม ขึ้นรถบัสเพื่อออกเดินทางไปรายงานตัวที่รัฐสภา

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรมว. เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์  รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าพรรคกล้าธรรม ได้เดินทางไปรอที่สภาก่อนหน้านี้แล้ว  นอกจากนี้ นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา สส.ราชบุรี  ได้เดินทางเข้ารายงานตัวต่อสภาก่อนหน้านี้แล้ว เนื่องจากมีภารกิจส่วนตัวเดินทางไปต่างประเทศ รวมถึงนายจักพันธ์ ปิยพรไพบูลย์ สส. ประจวบคีรีขันธ์ ไม่ได้เดินทางเข้ารายงานตัวต่อสภาในวันเดียวกันนี้ โดยแจ้งเมื่อช่วงเข้าที่ผ่านมา ว่าไม่สบายอาหารเป็นพิษต้องนอนโรงพยาบาล  

ขณะที่นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา ได้เดินทางรายงานตัวต่อสภาก่อนหน้านี้แล้ว อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าสังเกตว่า พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม แถลงข่าวร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)ทะลายเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ใหญ่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับนักการเมืองดังและเงินหมุนเวียนกว่าพันล้านบาท โดยมีกระแสข่าวว่านักการเมืองคนดังกล่าวคือ นายชนนพัฒฐ์

ด้านนายอรรถกร กล่าวว่า สส.ที่จะไปรายงานตัววันนี้ มีประมาณ 55 คน เพราะบางคน เช่น นายชนนพัฒฐ์ ได้ไปรายงานตัวก่อนหน้านี้แล้ว ส่วนเหตุการณ์เมื่อวันที่ 5 มี.ค.ที่ผ่านมา  ที่ดีเอสไอ และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ไปบุกค้นบ้านพักนายชนนพัฒฐ์นั้น เรื่องนี้แกนนำยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน และตนก็ยังไม่ได้พูดคุยกับนายชนนพัฒฐ์ 

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ในช่วงของการหาเสียงได้มีการพูดคุยและให้กำลังใจกันแล้ว โดยในส่วนของคดีให้ว่าไปตามกระบวนการยุติธรรม เช่นเดียวกับความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาล ตนยังไม่ได้คุยเรื่องนี้กับ ร.อ.ธรรมนัส จึงไม่ทราบ มีเพียงการพูดคุยเรื่องการทำงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาที่ตนเองรับผิดชอบเท่านั้น

ชัยชนะรับบทมัคคุเทศก์ ควงอภิสิทธิ์-สส.ปชป.ทัวร์สภาฯ หลังถูกแซวรายงานตัวคนละวัน

ชัยชนะรับบทมัคคุเทศก์ ควงอภิสิทธิ์-สส.ปชป.ทัวร์สภาฯ หลังถูกแซวรายงานตัวคนละวัน

ชัยชนะรับบทมัคคุเทศก์ ควงอภิสิทธิ์-สส.ปชป.ทัวร์สภาฯ หลังถูกแซวรายงานตัวคนละวัน

วันศุกร์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.26 น.

“ชัยชนะ”ควง”อภิสิทธิ์-สส.ปชป.”เดินทัวร์สำรวจสภาฯ หลังวานนี้มารายงานตัวก่อน ถูก”หัวหน้ามาร์ค”แซว”เขามาซ้อมเดินทัวร์” เผยตัวเองมาทำงานที่นี่ครั้งแรก

6 มีนาคม 2569 ที่รัฐสภา สำหรับการรายงานตัวของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ชุดที่ 27 ที่เปิดให้รายงานตัวเป็นวันที่ 9 ตั้งแต่เวลา 08.30 น.บรรยากาศยังคงคึกคัก โดยในเวลา 09.30 น.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นำโดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค นำ สส.เขต และสส.แบบบัญชีรายชื่อ เข้ารายงานตัว อาทิเช่น นายกรณ์ จาติกวณิช , นางการดี เลียวไพโรจน์ , นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ , นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย , นายสกลธี ภัททิยกุล , นางรัดเกล้า สุวรรณคีรี และ นายจูรี นุ่มแก้ว สส.สงขลา เขต 2

ภายหลังเข้ารายงานตัว นายชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และ สส.บัญชีรายชื่อ ได้พานายอภิสิทธิ์ และคณะ สส.เดินชมสำรวจอาคารรัฐสภา เนื่องจากนายอภิสิทธิ์มารัฐสภาแห่งใหม่ในฐานะ สส.ครั้งแรก

ซึ่งระหว่างทางได้เจอนักเรียนที่มาศึกษาดูงานที่รัฐสภา ซึ่งกลุ่มนักเรียนได้ขอถ่ายภาพเซลฟี่กับนายอภิสิทธิ์ และพูดคุยกันเล็กน้อย ก่อนจะเริ่มเดินสำรวจต่อ โดยเริ่มที่ห้องแถลงข่าวเป็นที่แรก หลังจากนั้นพาขึ้นไปบริเวณชั้น 2 ห้องรับประทานอาหารของ สส.และห้องประชุมใหญ่สุริยัน โดยนายชัยชนะได้อธิบายเส้นทางให้นายอภิสิทธิ์ฟัง ว่าสามารถใช้บันไดเลื่อนทางไหนได้บ้าง ผู้สื่อข่าวจึงแซวว่า ชี้ช่องให้หัวหน้าพรรคหนีนักข่าวใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ จึงกล่าวติดตลกว่า นี่เขารับจ้างทำทัวร์นะ

ช่วงหนึ่งระหว่างเดินสำรวจสภาฯ นายชัยชนะ กล่าวว่า เมื่อวานนักข่าวถามเยอะทำไมไม่มาพร้อมกัน วันนี้ตนเลยต้องพาทัวร์ นายอภิสิทธิ์ จึงกล่าวว่า ตนไม่เคยทำงานที่นี่ พร้อมแซวว่า เมื่อวานนายชัยชนะมาซ้อมเดินทัวร์อยู่ เดี๋ยววันนี้ทำไม่ดี ขณะที่นักข่าวถามว่า จะพาไปดูห้องฝ่ายค้านเลยหรือไม่ นายชัยชนะรีบปฏิเสธว่ายังไม่ถึงห้องวิปฝ่ายค้าน จากนั้นก็พาเดินขึ้นไปสำรวจต่อที่ห้องประชุมกรรมาธิการบริเวณชั้น 4 ก่อนจะลงมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนด้านล่าง

ขณะที่เวลา 10.42 นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ ก็เดินทางมารายงานตัวภายหลังนายอภิสิทธิ์กลับ เนื่องจากติดธุระจึงไม่ได้มาพร้อมกัน

อภิสิทธิ์ คัมแบ็กสภาฯ! นำทัพ ปชป.รายงานตัว สส.ชุดที่ 27

อภิสิทธิ์ คัมแบ็กสภาฯ! นำทัพ ปชป.รายงานตัว สส.ชุดที่ 27

อภิสิทธิ์ คัมแบ็กสภาฯ! นำทัพ ปชป.รายงานตัว สส.ชุดที่ 27

วันศุกร์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.00 น.

6 มีนาคม 2569 ที่อาคารรัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการรายงานตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ชุดที่ 27 เป็นไปอย่างคึกคัก โดยในวันนี้ (6 มี.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และ สส.แบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 พร้อมแกนนำพรรคฯ และบรรดา สส.บัญชีรายชื่อของพรรคฯ ได้เดินทางมายังบริเวณชั้น B1 อาคารรัฐสภา เพื่อรายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กันอย่างพร้อมเพรียง

– 006

นายกฯรับห่วงทุกเรื่อง น้ำมัน-ตลาดหลักทรัพย์-ราคาสินค้า ปมผลกระทบตะวันออกกลาง

นายกฯรับห่วงทุกเรื่อง น้ำมัน-ตลาดหลักทรัพย์-ราคาสินค้า ปมผลกระทบตะวันออกกลาง

นายกฯรับห่วงทุกเรื่อง น้ำมัน-ตลาดหลักทรัพย์-ราคาสินค้า ปมผลกระทบตะวันออกกลาง

วันศุกร์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569, 09.30 น.

“นายกฯ”รับเป็นห่วงทุกเรื่อง “น้ำมัน-ตลาดหลักทรัพย์-ราคาสินค้า” ปมผลกระทบตะวันออกกลาง หวังกระทบ ปชช.น้อยที่สุด ปัดตอบคุย”ทูตสหรัฐฯ”เรื่องอะไร

6 มีนาคม 2569 ที่กรมการขนส่งทหารบก (ขส.ทบ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมมาตรการน้ำมันร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ 5 มี.ค.ที่ผ่านมา ว่า ตนได้มอบหมายให้ รมว.พลังงาน ชี้แจงแล้ว ซึ่งข้อมูลเป็นไปตามนั้น

เมื่อถามว่า นายกฯ เป็นห่วงด้านไหนเป็นพิเศษหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เป็นห่วงทุกด้าน พยายามที่จะปิดทุกด้าน ทั้งเรื่องการสำรองน้ำมันในประเทศ ตลาดหลักทรัพย์ ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค พยายามดำเนินการทุกอย่าง เพื่อไม่ให้มีผลกระทบ แต่หากเกิดผลกระทบก็ต้องน้อยที่สุด ประชาชนจะได้ไม่ต้องมาแบกรับ

เมื่อถามถึงกรณีเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เข้าพบเมื่อวันที่ 4 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้พูดคุยอะไรกันบ้าง นายกฯ ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม พร้อมบอกว่า เอาแต่เรื่องน้ำมัน