อ อ้อย ฟาด อาสาส้ม ถอดแบบ เรดการ์ด ล้างสมองล้มการปกครอง

อ อ้อย ฟาด อาสาส้ม ถอดแบบ เรดการ์ด ล้างสมองล้มการปกครอง

อ อ้อย ฟาด อาสาส้ม ถอดแบบ เรดการ์ด ล้างสมองล้มการปกครอง

วันอังคาร ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 07.28 น.

เกิดเป็นประเด็นร้อนแรงบนโลกโซเชียลสืบเนื่องจากกรณีที่ นาย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ เท้ง หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ให้สัมภาษณ์สื่อเมื่อวันที่ 22 ก.พ. 2569 ที่ผ่านมา ถึงทิศทางพรรคที่เตรียมจัดตั้งเครือข่าย อาสาส้ม ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อทำหน้าที่เป็นหูเป็นตาและทำงานในพื้นที่ให้เข้มข้นยิ่งขึ้น จนทำให้ชาวเน็ตหลายคนวิพากษ์วิจารณ์กันสนั่นโลกโซเชียลในประเด็นนี้

ล่าสุดวานนี้ 23 กุมภาพันธ์ 2569 อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล หรือ อ.อ้อย ประธานมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต และมูลนิธิโนอิ้ง บุดด้า อินฟลูเอนเซอร์สายธรรมะและรักชาติชื่อดัง ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว วิพากษ์วิจารณ์สิ่งที่ นาย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ พูดกล่าวถึงทิศทางพรรคประชาชนที่มีเตรียมจัดตั้งเครือข่าย กลุ่มอาสาส้ม อย่างดุเดือด หยิบยกบทเรียนประวัติศาสตร์การปฏิวัติวัฒนธรรมในจีนมาเปรียบเทียบ โดยมีข้อความระบุว่า “กลุ่มเรดการ์ด คือกระบวนการกวาดล้างผู้เห็นต่างกับพรรคคอมมิวนิสต์จีน เป็นกลุ่มเยาวชนที่มีพฤติกรรมสุดโหด จนทำให้คนจีนตายไปกว่า 8 ล้านคนในระยะเวลา 10 ปี เมื่อใดที่มีกลุ่มอาสาส้มเกิดขึ้น จงอย่าไว้ใจให้เข้ามาคลุกคลีในชุมชนเป็นอันขาด!!! เพราะพฤติกรรมของเจ้าของพรรค ที่อ้างว่าเป็นแนวทางก้าวหน้า มีแนวทางสอดคล้องกับระบอบพรรคคอมมิวนิสต์ ในยุคที่เหมา เจ๋อตุงเป็นประธานพรรค ด้วยการมุ่งทำลายของเก่าภายใต้การปฏิวัติวัฒนธรรมจีน ปธน.เหมาสร้าง “กองทัพพิทักษ์แดง” หรือ Red Guards จากเยาวชนตามสถาบันการศึกษาตั้งแต่มัธยมไปจนถึงมหาวิทยาลัย เพื่อกำจัด 4 เก่าในชุมชนทุกหนแห่ง ไม่ให้คนจีนศรัทธาสวามิภักดิ์ต่อประวัติศาสตร์ ขนบธรรมเนียมประเพณี เพราะต้องการทำลายล้างความผูกพันต่อความเป็นชาติในระบอบเก่า รวมถึงห้ามไม่ให้มีศาสนา เพราะเกรงว่าจะเปิดช่องให้มีการรวมตัวลุกฮือขึ้นต่อต้านพรรค

“สี่เก่า” ประกอบไปด้วย อุดมคติ, จารีต, วัฒนธรรม และสันดาน ที่พรรคคอมมิวนิสต์อ้างว่าเป็น “ระบอบเก่า” ซี่งเป็นอุปสรรคต่อพรรคคอมมิวนิสต์ ปธน.เป็นผู้สร้างกองกำลังนี้ขึ้นมาและ พวกเรดการ์ดจบสิ้นลงด้วยน้ำมือของเหมา เจ๋อตุงเช่นกัน เพราะเมื่อใช้ประโยชน์จากเด็กๆ เหล่านี้สมใจแล้ว ก็กำจัดเสี้ยนหนามสำคัญของกลุ่มหัวหน้าทิ้ง เพราะเกรงจะเป็นภัยต่อตัวเหมาเอง

อัจฉราวดี วงศ์สกล

พฤติกรรมช่างสอดคล้องกับการปลุกปั่นเด็ก 3 นิ้วให้มาเป็นเบี้ยลงถนนแล้วเขี่ยทิ้งสุดท้ายกองทัพปลดปล่อยประชาชน ก็เข้ามาสลายกลุ่มเรดการ์ดที่มีสมาชิกถึง 20 ล้านคน ด้วยการจับพวกนี้ไปใช้ชีวิตในไร่นา เรดการ์ดจบลงในปี 1976 รวมเวลา 10 ปี ที่เยาวชนเรดการ์ดเข่นฆ่าคนจีนเพื่อทำลาย “ของเก่า” การทำลาย 4 เก่า เป็นสิ่งพรรคเองยอมรับความผิดพลาด แต่ก็ไม่อยากให้มีการรื้อฟื้น ที่ทางเข้าพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่เมืองซัวเถา มีคำประกาศเขียนไว้ว่า “ประวัติศาสตร์เป็นดั่งเงาสะท้อนของเรา เราจงอย่าปล่อยให้โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นในช่วง ปฏิวัติวัฒนธรรมเกิดขึ้นซ้ำอีก” คนจีนเองก็กล่าวว่า “พรรคเสียหน้าอย่างมาก พวกเขารู้สึกอับอายจากการปฏิวัติวัฒนธรรม” แต่บัดนี้คำเขียนนี้ถูกบดบังไปแล้วเช่นกัน

ไม่น่าเชื่อว่า ยุคพ.ศ. 2560 ประเทศไทย มีขบวนการทำลายจารีต วัฒนธรรม ปกปิดและบิดเบือนประวัติศาสตร์ มุ่งทำลายสถาบันกษัติรย์ ปลุกปั่นให้คนชังชาติ ไม่ให้มีศาสนา ล้างสมองให้ทำลายของเก่าทิ้ง กระนั้นก็ยังมีผู้หลงสนับสนุน คงไม่รู้ตัวว่ากำลังจะร่วมมือทำให้ประเทศกลายเป็นคอมมิวนิสต์ ตอนนี้ส้มมามุกใหม่ จะแปลงร่างสาวกในนามของอาสาเพื่อให้แทรกซึมเข้าไปในชุมชน ในนามของการไปสอดส่องปัญหาเพื่อดูแลช่วยเหลือ คนไทยทุกคนต้องกีดกันและปกป้องชุมชน อย่าให้ผู้ที่มีพฤติกรรมเหมือนสมาชิกเรดการ์ด เข้าไปในพื้นที่ได้

อัจฉราวดี วงศ์สกล

จำไว้ว่า เสี้ยนก็คือเสี้ยน หามีดีอะไรไม่ตราบใดที่ผู้นำทางจิตวิญญาณยังคงเสี้ยมสาวกได้ต่อไป สิ่งใดที่ออกมาจากคนเหล่านี้ ล้วนมีจุดหมายเพื่อล้มล้างการปกครองทั้งสิ้น อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล

บางส่วนข้อมูลประวัติศาสตร์จาก Silpa-mag.com”

อัจฉราวดี วงศ์สกล

ภายหลังโพสต์ของ อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล ถูกเผยแพร่ ชาวเน็ตต่างตบเท้าเข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างล้นหลาม เช่น

“ความเป็นจริงพฤติกรรมต่างๆก็เห็นมานานแล้วว่าแนวโน้มเป็นอย่างที่ว่า แต่ทำไมฝ่ายปกครองของประเทศไม่จัดการเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ปล่อยให้เป็นเสี้ยนคอยยุแหย่และทำลายประเทศอยู่”

“เกิดสงครามที่พึ่งคือทหารและกษัตริย์มีคนตาสว่างไปเยอะ แต่พวกศีลเสมอก็ยังพร่ำเพ้อหาความเจริญจากพรรคศูนย์รวมคดี”

“ปลุกปั่น55555555ตลกอ่ะ เอาจิงๆนะผมเลื่อนๆเฟส2-3วันนี้ ผมเห็นของ อ.นี้แหละครับปลุกปั่นที่สุดละ เป็นเรื่องเป็นราวยิ่งอันนี้ผมว่าไกลตัวไปนะครับ”

“แทรกซึมอย่างน่ากลัวมาก ๆ ค่ะ”

“เจ้าหน้าที่บ้านเมืองเอาไงชัดเจนแล้วรออะไรทำลายเสียก่อนมันจะมีกำลังและประชาชนจะหลงผิดนะ”

“แบบนี้คงต้องระวังบุคคลากรที่เป็นผู้นำเยาวชนเช่นครูอาจารย์ ด้วยเช่นกันเพราะคนเหล่านี้มีอิทธิพลกับความคิดของเด็กๆมาก ควรมีการสังคายนาพวกครูอาจารย์ที่มีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงต่อสถาบันด้วยนะคะ การเข้าถึงเด็กๆ ตามโรงเรียนหรือมหาลัยอย่างที่แม่ทัพกุ้งทำก็ดีมากเลยนะคะ เป็นการปลูกฝังความรักชาติได้ดีมากเลยค่ะ รวมถึงการอบรมผู้นำหมู่บ้านให้รักชาติเข็มแข็ง เชื่อมั่นว่าพลังของคนรักชาติจะขจัดเสี้ยนหนามแผ่นดินได้”

อัจฉราวดี วงศ์สกล
อัจฉราวดี วงศ์สกล
อัจฉราวดี วงศ์สกล
อัจฉราวดี วงศ์สกล
อัจฉราวดี วงศ์สกล

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล, เฟซบุ๊ก The MalaengtaD

เช็ก 5 มาตรการเข้มกลาโหม! ปรับกลยุทธ์รักษาความมั่นคงพื้นที่ชายแดน

เช็ก 5 มาตรการเข้มกลาโหม! ปรับกลยุทธ์รักษาความมั่นคงพื้นที่ชายแดน

เช็ก 5 มาตรการเข้มกลาโหม! ปรับกลยุทธ์รักษาความมั่นคงพื้นที่ชายแดน

วันอังคาร ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 07.00 น.

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 เพจเฟซบุ๊ก สำนักโฆษกกระทรวงกลาโหม โพสต์ข้อความระบุว่า มติสภากลาโหม ครั้งที่ 2/2569 ณ 23 ก.พ.69

ยกระดับ…มาตรการควบคุมและรักษาความมั่นคงพื้นที่ชายแดน

1) คงกำลังตามความจำเป็น สอดคล้องสถานการณ์
2) สร้างรั้วอิเล็กทรอนิกส์ และใช้ระบบกล้องวงจรปิด
3) สร้างรั้วถาวร ในพื้นที่ที่มีความชัดเจนของเส้นเขตแดน
4) จัดสรรพื้นที่ให้ทหารผ่านศึกเข้าไปทำกิน และช่วยดูแลรักษาพื้นที่
5) พัฒนาพื้นที่ที่เหมาะสม เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

ทั้ง 5 มาตรการดังกล่าว เป็นการปรับเปลี่ยนวิธีการรักษาพื้นที่ชายแดน จากเดิม ที่มุ่งใช้กำลังทางทหารเพียงอย่างเดียว ไปสู่…การบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งภายในและภายนอกกระทรวงกลาโหม เพื่อสร้างความมั่นคงพื้นที่ชายแดนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับสถานการณ์และเกิดความยั่งยืนในระยะยาว

โดยให้ความเร่งด่วนกับพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา เป็นลำดับแรก สำหรับในพื้นที่อื่นให้ดำเนินการได้เมื่อมีความพร้อม

ลุยจับพิรุธ‘บัตรเลือกตั้งใหม่’ ‘สภาสูง’สอบกกต. ปมไร้‘เลขต้นขั้ว-บาร์โค้ด’

ลุยจับพิรุธ‘บัตรเลือกตั้งใหม่’ ‘สภาสูง’สอบกกต. ปมไร้‘เลขต้นขั้ว-บาร์โค้ด’

ลุยจับพิรุธ‘บัตรเลือกตั้งใหม่’ ‘สภาสูง’สอบกกต. ปมไร้‘เลขต้นขั้ว-บาร์โค้ด’

วันอังคาร ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ลุยจับพิรุธ‘บัตรเลือกตั้งใหม่’ ‘สภาสูง’สอบกกต. ปมไร้‘เลขต้นขั้ว-บาร์โค้ด’ เสี่ยงโมฆะลงคะแนนใหม่ ‘เท้ง’ขู่ฟ่อขอ2วันฟ้องม.157 ‘สมชัย’ฟันฉับผิดระเบียบชัด

ประธาน กมธ.พัฒนาการเมืองฯ สภาสูง อุ่นเครื่องเตรียมสอบ กกต.ชี้จุดสลบบัตรเลือกตั้งใหม่ มาตรฐานเพี้ยน มีบาร์โค้ด แต่ไร้หมายเลขรหัส ย้อนศรบัตรเดิมวันที่ 8 กุมภาพันธ์ จี้ดันเลือกตั้งใหม่ยกแผง ด้าน “สมชัย”ให้ฉายาบัตรมรณะ “เท้ง- ณัฐพงษ์”แย้ม 1-2 วันชัดเจน พรรคปชน.เตรียมยื่นฟ้อง กกต.เอาผิดมาตรา 157 ลูกหาบเร่งตีปี๊บบัตรเขย่ง3 แสนใบ ขณะที่ ‘เพื่อไทย’สั่งเบรกลูกพรรค อย่าไปผสมโรงกับพวกนักร้อง หลังมีโอกาสซุกปีก‘อนุทิน’

เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 ที่รัฐสภา นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว. ฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา กล่าวถึงการเข้าสังเกตการณ์การลงคะแนนเลือกตั้งใหม่ ในหน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขตเลือกตั้งที่ 15 แขวงคันนายาว เมื่อวันที่ 22 ก.พ. ที่ผ่านมาว่า มีประเด็นที่ตรวจพบว่าบนต้นขั้วบัตรเลือกตั้งไม่มีการกำหนดหมายเลข ซึ่งต่างจากบัตรเลือกตั้งที่ใช้เมื่อ 8 ก.พ. ที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รู้สึกถึงความผิดปกติ จึงไม่ใช่บัตรที่รันหมายเลข ที่มีประเด็นถูกตรวจสอบได้ว่าการออกเสียงไม่เป็นความลับ เพราะสามารถตรวจสอบย้อนกลับว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งนั้นลงคะแนนให้ผู้ใดได้ ซึ่งกรณีดังกล่าวตนยังรอคำชี้แจงอย่างชัดเจนจาก คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในเหตุผลที่ต้องเปลี่ยนแปลง จากนั้นจะรวบรวมข้อมูลจากภาคส่วนต่างๆ และนำเข้ากมธ.เพื่อพิจารณาศึกษาต่อไป

ถ้าผิดก็ต้องเลือกตั้งใหม่

เมื่อถามว่ามองว่ามาตรฐานบัตรเลือกตั้งที่ต่างกัน มองว่าจะนำไปสู่การลงคะแนนเลือกตั้งใหม่ทั้งหมดได้หรือไม่ นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า ในกรณีดักงล่าวต้องพิจารณาในหลายขั้นตอน ซึ่งกรณีปัญหาของคิวอาร์โค้ด หรือ บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ที่ทำให้การออกเสียงเป็นความลับหรือไม่ เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาอีกครั้ง ทั้งนี้ตนมองว่ามีความสุ่มเสี่ยงที่จะขัดรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจนหากสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้

“ส่วนจะนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่หรือไม่ ต้องพิจารณาตามหลักการว่าหากการเลือกตั้งไม่เป็นไปในทางลับจะมีน้ำหนักเพียงพอหรือไม่ หากเจตนารมณ์ของประชาชนไม่เปลี่ยนแปลง แต่หากพบข้อสังเกตเรื่องบัตรเขย่งหรือความผิดพลาดที่ส่งผลให้เจตนารมณ์ของประชาชนเปลี่ยนไป ก็อาจนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่ได้” นายนรเศรษฐ์ กล่าว

เท้ง’แย้ม2วันชัดฟ้องม.157

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) และว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ เดินทางมายังที่ทำการพรรค อาคารอนาคตใหม่ ย่านรามคำแหง โดยได้ทักทายผู้สื่อข่าว และกล่าวตอบสั้นๆ ถึงความคืบหน้าในการยื่นฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เอาผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 สืบเนื่องจากการจัดเลือกตั้ง ว่า อีก 1-2 วันจะมีความชัดเจน ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินเข้าอาคารไป.

นายธีระ สุธีวรางกูร ทีมเฉพาะกิจตรวจสอบการนับคะแนนเลือกตั้ง และทีมกฎหมายพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี การเลือกตั้งใหม่เมื่อวันที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมา บัตรเลือกตั้งสีชมพูไม่มีการระบุหมายเลขที่ต้นขั้วบัตร แต่ยังสามารถสแกนบาร์โค้ดได้อยู่ ว่า บัตรใหม่ไม่มีต้นขั้วจะไม่สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปได้ ทำให้อนุมานได้ว่าการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ. 69 สามารถสืบย้อนกลับไปได้ถึงตัวผู้ออกเสียงเลือกตั้งในบัตรนั้นๆ จึงถือเป็นหลักฐานอย่างหนึ่งที่ใช้ในการฟ้องคดีต่อศาลว่าเป็นการแสดงเจตนาว่าการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. 69 มีปัญหาจริงๆ

นายธีระ กล่าวถึงปัญหาบัตรเขย่งในการเลือกตั้งครั้งนี้ที่เป็นจำนวนมาก ว่า ถ้ากกต.อธิบายไม่ได้ก็สามารถอนุมานได้ว่าการเลือกตั้งไม่สุจริต ไม่เที่ยงธรรม ซึ่งหากบัตรเขย่งที่เกิดขึ้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย การเลือกตั้งที่เกิดขึ้นก็ไม่ได้สะท้อนว่าการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นเป็นไปตามเจตจำนงของผู้มาใช้สิทธิ์ แต่เกิดจากการเขย่งของบัตรที่ไม่รู้ว่าใครไปกาแทนให้

ย้ำบัตรเขย่ง 3 แสนใบ

เมื่อถามย้ำว่าจากการเก็บข้อมูลของนักวิชาการพบว่ามีจำนวนบัตรเขย่งทั่วประเทศ 3 แสนใบ มีความผิดปกติที่จะทำให้กกต. จัดการเลือกตั้งใหม่ได้หรือไม่ นายธีระ กล่าวว่า จะต้องไปดูบัตรเขย่งในแต่ละเขต เพราะบางหน่วยอาจจะเขย่งหลักร้อย บางเขตหลักพัน แต่ต้องยอมรับว่าในภาพรวมเขย่ง 3 แสนใบเป็นยอดที่ผิดปกติมาก เพราะการเลือกตั้งครั้งก่อนก็มีบัตรเขย่งไม่มาก ซึ่งหากส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครองจำนวนบัตรเขย่งในภาพรวมทั้งประเทศก็สามารถอนุมานได้ว่าการเลือกตั้งนอกจากจะไม่เป็นไปโดยลับแล้ว ยังไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมจริงๆ

อย่างไรก็ตามขณะนี้ประเด็นมันบานปลายอาจไปถึงศาลรัฐธรรมนูญและศาลปกครองด้วย จึงไม่มั่นใจว่าในทางปฏิบัติกกต.จะต้องรอความชัดเจนว่าเรื่องนี้จะไปถึงศาลหรือไม่ เพราะหากไปถึงศาลคงต้องรอว่าศาลจะมองว่าการเลือกตั้งเป็นไปโดยลับหรือไม่ ถ้าศาลมองว่าเรื่องนี้เป็นเหมือนกับการเลือกตั้งเมื่อ 2549 ก็จะได้จัดการเลือกตั้งใหม่ทีเดียว ไม่ต้องจัดใหม่เป็นรายเขต

เตือนบัตรมรณะถึงติดคุก

นายเจษฎ์ โทณะวนิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติ ให้สัมภาษณ์ ตำหนิกกต.ว่า

ขยันในการปรับนู่นเปลี่ยนนี่ แล้วก็ไม่มีคำอธิบาย ถ้าเกิดท่านชี้แจง ตั้งแต่แรก ที่บอกว่าบัตรเลือกตั้งมีกี่แบบ สีเขียว สีชมพู หน้าตาเป็นอย่างไร แต่ละอันมีไว้เพื่อทำแบบไหน บัตรสีเหลือง ประชามติทำเพื่ออะไร วันนี้ท่านเปลี่ยนบัตรอีก ท่านไม่นึกเลยเหรอครับ คำอธิบายที่ท่านบอกอยู่ ว่าคิวอาร์ บาร์โค้ด มีไว้ทำไม

นายเจษฎ์ ยังเผยให้เห็นถึงความเสี่ยงทางกฎหมาย หาก กกต. ยังไม่สามารถเคลียร์ข้อสงสัยเรื่องการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของประชาชนได้ อาจนำไปสู่การฟ้องร้องให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ ซึ่งจะสร้างความเสียหายมหาศาล เพราะไม่ใช่แค่การเลือกตั้งซ่อมบางจุด แต่หมายถึงการรื้อทิ้งทั้งระบบที่ทำมาทั้งหมด

“วันนี้ สิ่งที่ท่านอธิบายไว้เดิมหายไปไหนล่ะครับ คนเขาก็ไปยื่นแล้ว ว่าท่านละเมิดสิทธิและเสรีภาพของเขา จะทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ การนับคะแนนใหม่ บางหน่วยก็ยังมีปัญหาอยู่ ถ้าท่านจะสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ ส่วนการเลือกตั้งใหม่ ท่านดูแลแบบนี้ มันก็จะไปรื้อสิ่งที่ท่านทำไว้ทั้งหมดแต่เดิม เพราะคำอธิบายไม่สอดคล้องกันครับ และตัวท่านเองก็เหมือนกัน ไม่มีใครอยากเอาผิดเอาโทษท่านหรอก แต่ถ้าเกิดท่านทำแบบนี้ แล้วมันกลายเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยละเว้น การปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ คุกตารางก็จะรอท่านอยู่อีก” นายเจษฎ์ กล่าว

นายเจษฎ์ ยังอยากให้ กกต. ออกมาตอบคำถามให้ชัดเจนในระดับที่เด็กก็ต้องเข้าใจเพื่อพาประเทศ

ออกจากปลักทางการเมืองที่เน่าเฟะ และก้าวไปสู่การเลือกตั้งที่สากลยอมรับเสียที

สมชัย” สับบัตรเลือกตั้งมรณะ

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า จบครับ นักสืบปัวโรท์ ดร.เรือบิน กับ โคนัน ธนารัตน์ เฉลยคดีปริศนาบัตรมรณะ เป็นที่เรียบร้อย คดีนี้ แม้ กกต. พยายามซ่อนเร้น ลบตัวเลขในต้นขั้วบัตรทิ้ง แต่สองนักสืบ gen X ที่สกิลขั้นเทพยังทำให้ปรมาจารย์ baby boomer ได้อายทีเดียว

บัตรสีเขียวทุกใบที่ใช้ มี QR Code เหมือนเดิม สแกนแล้ว เจอความแตกต่างเป็นกลุ่มรหัส กลุ่มรหัสละไม่เกิน 20 ใบ เท่ากับจำนวนบัตรใน 1 เล่ม รหัส QR Code ในบัตรสีเขียวจึงไม่ใช่รหัสมรณะ เพราะโยงกลับได้แค่เล่ม

บัตรชมพูใหม่ ยังมี Bar Code อยู่ข้างใต้ แต่ต้นขั้วไม่มีหมายเลขบัตร หรืออาจมีแต่ใช้เทคโนโลยีพิมพ์ด้วยหมึกที่มองไม่เห็น ซึ่ง กกต. คิดว่า การไม่แสดงหมายเลขที่ต้นขั้วบัตร จะช่วยปิดบังอำพราง ไม่มีใครสืบย้อนกลับได้ว่า ใครเลือกใคร ดังนั้น การเลือกตั้งก็จะสุจริตและเที่ยงธรรม

สองนักสืบตามสแกนบัตรทุกใบตอนนับคะแนนพบว่า ทุกใบ มีรหัส Bar Code ที่ต่างกัน ถอดเป็นรหัส 9 หลัก ตัวแรกขึ้นต้นด้วย A ตามด้วยเลข 8 ตัว จึงเท่ากับเป็นหมายเลขบัตรแต่ละใบที่อาจพิมพ์ด้วยหมึกที่มองไม่เห็นที่ต้นขั้วบัตร

ส่วนการเฉลยว่าใครเลือกใครในหน่วยเลือกตั้งนี้ สองนักสืบไปไกลเกินกว่า กกต. อีกขั้น โดยไม่ง้อตัวเลขล่องหนที่ต้นขั้วแล้ว สามารถระบุได้เป๊ะ ๆ ว่า แต่ละคนที่มาใช้สิทธิทั้ง 300 กว่าคนเลือกใคร หนังตื่นเต้นแบบนี้ รออ่านตอนจบภาคสองครับ To be continue……

พท.เบรคลูกพรรครุกกกต.

ประเด็นดังกล่าว นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าว เป็นหน้าที่ของ กกต.ที่ต้องชี้แจง

เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้พรรคเพื่อไทยเคยติดตามเรื่องบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งการเลือกตั้งเมื่อวานที่ผ่านมาก็เห็นชัดเจนว่ามีการเปลี่ยนรูปแบบบัตรเลือกตั้ง จะมีการยื่นเรื่องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้มีข้อสรุปในส่วนนี้ ต้องหารือกับฝ่ายกฎหมายก่อน

กกต.จัดประชุมเครียด

บ่ายวันเดียวกันมีการประชุม กกต.ยกคณะ คาดว่าจะพิจารณาเรื่องการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 22 กพ.รวมทั้งรวมถึงอาจจะมีการพิจารณาถึงประเด็นข้อถกเถียงของสังคมเรื่องบัตรเลือกตั้งที่ใช้ลงคะแนนใหม่ ซึ่งมีการถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งที่ปรากฏว่าบัตรเลือกตั้ง สส.บัญชีรายชื่อ บริเวณด้านล่างบัตรยังคงมีการพิมพ์บาร์โคดเช่นเดิม แต่ไม่ปรากฏหมายเลขต้นขั้วบัตรเลือกตั้งเหมือนการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 1 และ 8 ก.พ.69 รวมถึงความคืบหน้าการประกาศคะแนน และประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง

สำหรับบัตรเลือกตั้งที่ใช้ลงคะแนนใหม่นั้น มีรายงานจากวงในสำนักงาน กกต.พบว่าบัตรเลือกตั้งที่ใช้ลงคะแนนใหม่นั้น มีการจัดพิมพ์ใหม่ เป็นไปตามระเบียบกกต.เนื่องจากบัตรที่เหลือจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ. นั้น ถูกเจาะทำลายหมดแล้วเป็นไปตามแนวระเบียบทุกครั้งที่การเลือกตั้งเสร็จสิ้น ซึงก็ได้มีการพูดคุยกันถึงความพยายามที่จะตรวจสอบการบัตรเลือกตั้งที่ใช้สำหรับการลงคะแนนใหม่

สีหศักดิ์ หารือ ผอ.ยูเนสโก แจงสถานการณ์ชายแดน พร้อมดัน ชุดไทย สู่มรดกโลก

สีหศักดิ์ หารือ ผอ.ยูเนสโก แจงสถานการณ์ชายแดน พร้อมดัน ชุดไทย สู่มรดกโลก

สีหศักดิ์ หารือ ผอ.ยูเนสโก แจงสถานการณ์ชายแดน พร้อมดัน ชุดไทย สู่มรดกโลก

วันจันทร์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 21.03 น.

“สีหศักดิ์”พบหารือทวิภาคีกับผู้อำนวยการฯยูเนสโก พร้อมชี้แจงพัฒนาการสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา และการเสนอขึ้นทะเบียน”ชุดไทย”

23 กุมภาพันธ์ 2569 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พบหารือทวิภาคีกับ นาย Khaled Ahmed El-Enany Ali Ezz ผู้อำนวยการใหญ่องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ที่สำนักงานใหญ่ยูเนสโก ในโอกาสที่รัฐมนตรีฯ เดินทางเยือนกรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส โดยเป็นการพบกันอย่างเป็นทางการครั้งแรกภายหลังทั้งสองฝ่ายเข้ารับตำแหน่ง

รัฐมนตรีฯ ได้แสดงความยินดีต่อการเข้ารับตำแหน่งของผู้อำนวยการใหญ่ฯ พร้อมทั้งเชิญเยือนไทยอย่างเป็นทางการ และแลกเปลี่ยนมุมมองต่อความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์และผลกระทบต่อระบบพหุภาคี ตลอดจนแนวทางการบริหารและปฏิรูปองค์กรของยูเนสโก

นอกจากนี้ ฝ่ายไทยได้ชี้แจงพัฒนาการสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา และหารือการเสนอขึ้นทะเบียน “ชุดไทย” เป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อยูเนสโกในปี 2569

ขณะที่ฝ่ายยูเนสโกได้แลกเปลี่ยนมุมมองด้านนโยบายและวิสัยทัศน์การบริหารองค์กร พร้อมสอบถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา โดยรัฐมนตรีฯ ได้ใช้โอกาสชี้แจงสถานการณ์ให้ฝ่ายยูเนสโกได้รับทราบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านด้วย

ไทยเข้าเป็นสมาชิกยูเนสโกตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2492 และมีบทบาทอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการจัดตั้งสำนักงานภูมิภาคของยูเนสโกในไทย เมื่อปี 2504 ทั้งนี้ ไทยมีแหล่งมรดกโลก 8 แหล่ง และรายการมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ 6 รายการ สะท้อนความร่วมมือที่เข้มแข็งและความมุ่งมั่นของไทยในการอนุรักษ์และส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรมในเวทีพหุภาคีอย่างต่อเนื่อง

– 006

ปริญญา กางระเบียบเลือกตั้ง หลังกกต.อ้างทำลายบัตรเลือกตั้งเก่าหมดแล้ว จึงต้องพิมพ์ใหม่

ปริญญา กางระเบียบเลือกตั้ง หลังกกต.อ้างทำลายบัตรเลือกตั้งเก่าหมดแล้ว จึงต้องพิมพ์ใหม่

ปริญญา กางระเบียบเลือกตั้ง หลังกกต.อ้างทำลายบัตรเลือกตั้งเก่าหมดแล้ว จึงต้องพิมพ์ใหม่

วันจันทร์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 20.43 น.

ปริญญา กางระเบียบเลือกตั้ง หลังกกต.อ้างทำลายบัตรเลือกตั้งเก่าหมดแล้ว จึงต้องพิมพ์ใหม่ อัดต้องแจงให้คนหายสงสัย หรือสงสัยน้อยลง ไม่ใช่ทำให้สงสัยมากขึ้น

เมื่อวันที่ 23 ก.พ.2569 นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “กางระเบียบเลือกตั้งเกี่ยวกับการทำลายบัตรเลือกตั้ง: บัตรเลือกตั้งที่เหลือทำลายหมดแล้ว จึงต้องพิมพ์ใหม่ ถูกระเบียบหรือไม่? 

ในการเลือกตั้งใหม่บางหน่วยเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา กกต. ได้ใช้บัตรเลือกตั้งที่ยังมีบาร์โค้ด แต่ต้นขั้วไม่มีเลขเล่มและเลขบัตร โดยให้เหตุผลว่า บัตรเลือกตั้งที่เหลือทำลายหมดแล้ว จึงต้องใช้บัตรเลือกตั้งที่พิมพ์ใหม่
ผมสงสัยว่า บัตรเลือกตั้งทั้งสีชมพูและสีเขียวพิมพ์ทั้งหมดอย่างละ 56.1 ล้านใบ เพื่อใช้ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ถ้าคนไปเลือกตั้ง 65% (หรืออย่างมาก 69% ถ้านับครบ 100% ซึ่งจนบัดนี้ยังไม่รู้ว่ามีคนไปเลือกตั้งกี่คน) จะมีบัตรเลือกตั้งเหลือ 20 ล้านใบ ทำไมไม่เอาบัตรเลือกตั้งที่เหลือเต็มเล่มมาใช้ อยู่ดีๆ จะทำลายหมด แล้วพิมพ์ใหม่ (แบบต้นขั้วไม่มีเลขเล่มและเลขบัตรเพื่อเลี่ยงปัญหา) เลยได้หรือ?

ผมจึงไปเปิดดูระเบียบเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ.2566 เรื่องการทำลายบัตรเลือกตั้ง ปรากฏว่า ข้อ 252 กำหนดว่า ทั้งบัตรเลือกตั้งที่ใช้แล้ว และ ”บัตรเลือกตั้งที่เหลือเต็มเล่ม“ จะทำลายได้ต้องเป็นไปตามที่หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในวรรคสอง คือ

“(1) เป็นบัตรเลือกตั้งที่คณะกรรมการได้ประกาศผลการเลือกตั้งแล้วและไม่มีเรื่องร้องคัดค้านเกี่ยวกับการนับคะแนน และ

(2) เป็นบัตรเลือกตั้งที่ไม่มีกรณีร้องคัดค้านในความผิดเกี่ยวกับบัตรเลือกตั้งหรือมีแต่เรื่องร้องคัดค้านนั้นคณะกรรมการหรือศาลฎีกา แล้วแต่กรณี วินิจฉัยแล้วเสร็จ และ

(3) เป็นบัตรเลือกตั้งที่ไม่มีกรณีการฟ้องคดีอาญา คดีแพ่ง หรือคดีปกครองในความผิดเกี่ยวกับบัตรเลือกตั้ง การออกเสียงลงคะแนน หรือเอกสารเกี่ยวกับการเลือกตั้ง หรือการนับคะแนนเลือกตั้ง หรือมีกรณีการฟ้องคดีต่อศาลในความผิดดังกล่าวแต่คดีถึงที่สุดแล้ว”

การเลือกตั้งคราวนี้มีการร้องคัดค้านการนับคะแนน ร้องเกี่ยวกับบัตรเลือกตั้งมากมาย ถึงต้องมีการนับคะแนนใหม่ และเลือกตั้งใหม่เมื่อวานนี้ในหลายหน่วย ผลการเลือกตั้งก็ยังไม่ประกาศ (ที่ กกต. ประกาศคือ ใบคะแนนรายหน่วยเลือกตั้งที่เป็นลายมือถ่ายเป็น PDF ไม่ใช่การประกาศผลการเลือกตั้งนะครับ) ระยะเวลาในการคัดค้านการเลือกตั้งก็ยังไม่ผ่านไป (30 วันนับตั้งแต่ประกาศผลการเลือกตั้ง) ทั้งยังมีการฟ้องศาลหลายศาล ทำไม กกต. จึงทำลายบัตรเลือกตั้งที่เหลือเต็มเล่มทิ้งได้?

ที่สำคัญคือต่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามข้อ 252 วรรคสองแล้ว ข้อ 253 ก็ยังกำหนดไว้ว่า “ให้เลขาธิการแต่งตั้งคณะกรรมการทำลายบัตรเลือกตั้งส่วนกลาง ..“ เพื่อดำเนินการทำลายบัตรเลือกตั้ง ไม่ใช่นึกจะทำลายก็ทำลายได้เลย

ไม่ทราบได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการทำลายบัตรเลือกตั้งส่วนกลางแล้วหรือไม่ กกต.ควรต้องแถลงต่อสาธารณชน รวมถึงชี้แจงด้วยว่าการทำลาย “บัตรเลือกตั้งที่เหลือเต็มเล่ม” ได้ทำตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามระเบียบเลือกตั้งข้อ 252 แล้วหรือไม่? ไม่ใช่อยู่ดีๆ ก็ไปทำลายบัตรเลือกตั้งที่เหลือแล้วพิมพ์ใหม่มาใช้เลยแบบนี้นะครับ

กกต. ต้องทำให้คนหายสงสัยในเรื่องไม่ชอบมาพากลทั้งหลาย หรืออย่างน้อยต้องทำให้คนสงสัยน้อยลง ไม่ใช่ทำให้คนสงสัยมากขึ้นแบบนี้ครับ! ” 

ทภ.1 เด้ง ผบ.รจ.มทบ.12 ช่วยราชการชั่วคราว เซ่นปมพลทหารเพชรรัตน์ เสียชีวิต

ทภ.1 เด้ง ผบ.รจ.มทบ.12 ช่วยราชการชั่วคราว เซ่นปมพลทหารเพชรรัตน์ เสียชีวิต

ทภ.1 เด้ง ผบ.รจ.มทบ.12 ช่วยราชการชั่วคราว เซ่นปมพลทหารเพชรรัตน์ เสียชีวิต

วันจันทร์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 19.53 น.

ทภ.1 เด้ง ผบ.รจ.มทบ.12 ช่วยราชการชั่วคราว เซ่นปมพลทหารเพชรรัตน์ เสียชีวิต ตั้งกรรมการสอบสวนเพิ่มเติมจากส่วนกลาง พร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

เมื่อวันที่ 23 ก.พ.2569 จากกรณีการเสียชีวิตของ พลทหารเพชรรัตน์ กำลังยิ่ง สังกัดกรมปืนใหญ่ที่ 2 รักษาพระองค์ ค่ายพรหมโยธี จ.ปราจีนบุรี เมื่อ 10 พ.ย.2568 ผลจากการตรวจชันสูตรพลิกศพ พบว่าไม่มีร่องรอยการทำร้ายร่างกาย ไม่มีสมองช้ำหรือเลือดออกในสมอง แพทย์ลงความเห็นถึงสาเหตุการเสียชีวิตเป็นภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน จากกล้ามเนื้อหัวใจโตผิดปกติและอุดตัน ซึ่งถือว่าเป็นไปตามขั้นตอนและกระบวนการตามปกติ มีข้อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ์อย่างครบถ้วน อย่างไรก็ตามอาจมีบางประเด็นที่ญาติและครอบครัวยังมีความสงสัยไม่เข้าใจและมีความกังวลใจ 

ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 1 ในฐานะหน่วยรับผิดชอบ ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อกรณีดังกล่าว โดย แม่ทัพภาคที่ 1 ได้สั่งการให้มีการตั้งกรรมการสอบสวนจากส่วนกลาง เพื่อตรวจสอบหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมครอบคลุมทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทั้งหน่วยต้นสังกัดและญาติผู้เสียชีวิต ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 1 ได้ดำเนินการปรับย้าย ผบ.รจ.มทบ.12 ไปช่วยราชการ บก.มทบ.12 เป็นการชั่วคราวในระหว่างการสอบสวนเพิ่มเติม  

ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 1 ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของพลทหารเพชรรัตน์ฯ ต่อการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก ขอยืนยันว่ากองทัพภาคที่ ไม่มีนโยบายสนับสนุนหรือปกป้องการกระทำผิดของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง กำชับให้ทุกกระบวนการสอบสวนโปร่งใส และตรงไปตรงมา เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หากดำเนินการสอบสวนเสร็จสิ้นจะเรียนให้ทราบต่อไป

จับพิรุธบัตรเลือกตั้งใหม่! สมชัยชี้ต้นขั้วไร้หมายเลข หวั่นเปิดช่องทุจริต-บัตรเขย่ง

จับพิรุธบัตรเลือกตั้งใหม่! สมชัยชี้ต้นขั้วไร้หมายเลข หวั่นเปิดช่องทุจริต-บัตรเขย่ง

จับพิรุธบัตรเลือกตั้งใหม่! สมชัยชี้ต้นขั้วไร้หมายเลข หวั่นเปิดช่องทุจริต-บัตรเขย่ง

วันจันทร์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.08 น.

23 กุมภาพันธ์ 2569 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า บัตรเลือกตั้งที่ไม่มีหมายเลขบัตรที่ต้นขั้ว เป็นบัตรที่ผิดระเบียบของ กกต.

ในระเบียบของ กกต. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. ได้แสดงตัวอย่างบัตรเลือกตั้ง สส. ต้องมีหมายเลขของบัตรที่ต้นขั้ว เพื่อประโยชน์ในการตรวจนับจำนวนบัตรเลือกตั้งในแต่ละเล่ม ที่ต้องตรงกับจำนวนและหมายเลขที่ระบุในปกของแต่ละเล่ม

การไม่มีหมายเลขบัตรแต่ละใบ เป็นการเปิดช่องให้เกิดการทุจริต เช่น อาจพิมพ์เกินจำนวน 20 ใบต่อเล่ม หรือ อาจแจกจ่ายบัตรให้ผู้มีสิทธิแนบไปพร้อมกันครั้งละมากกว่า 1 ใบ ซึ่งเป็นสาเหตุของบัตรเขย่ง คือ จำนวนบัตรเกินกว่าจำนวนผู้มาใช้สิทธิ

1. หาก กกต.พิมพ์บัตรที่ไม่มีหมายเลขบัตรที่ต้นขั้ว เท่ากับ กกต. ทำผิดกฎหมาย ฝ่าฝืนระเบียบที่ตนวางไว้ สามารถฟ้องเอาผิด กกต. ทั้งคณะได้

2. หาก กกต. อ้างว่า มีการพิมพ์หมายเลขบัตรที่ต้นขั้ว แต่ซุกซ่อนไว้ด้วยวิธีพิเศษ เช่น ใช้หมึกที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า หรือ พิมพ์ในตำแหน่งด้านหลังต้นขั้ว ตอนนี้ หลักฐานทั้งหมดอยู่ในหีบบัตรที่ปิดผนึกแล้ว ประชาชนสามารถขอตรวจสอบได้โดยใช้คำสั่งศาลหลังจากการฟ้อง 157 กรณีที่ กกต.ส่อทำผิดระเบียบของตนเอง

จุลพันธ์ ยันไม่มีนัดคุยจัดสรรเก้าอี้ ครม. ปัดข่าว กธ. จับมือพท. ปชน. ตั้งรัฐบาลไฟจราจร

จุลพันธ์ ยันไม่มีนัดคุยจัดสรรเก้าอี้ ครม. ปัดข่าว กธ. จับมือพท. ปชน. ตั้งรัฐบาลไฟจราจร

จุลพันธ์ ยันไม่มีนัดคุยจัดสรรเก้าอี้ ครม. ปัดข่าว กธ. จับมือพท. ปชน. ตั้งรัฐบาลไฟจราจร

วันจันทร์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.28 น.

จุลพันธ์ ยันไม่มีนัดคุยจัดสรรเก้าอี้ ครม. ย้ำนโยบายเพื่อไทยกระจายอยู่ทุกกระทรวงพร้อมร่วมผลักดัน ปัดข่าว กธ. จับมือพท. ปชน. ตั้งรัฐบาลไฟจราจร ยันยืดหลักตามกลไกประชาธิปไตย

เมื่อวันที่ 23 ก.พ.2569 ที่พรรคเพื่อไทย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีข่าวการนัดหารือพรรคภูมิใจไทยเรื่องการจัดสรรเก้าอี้ ครม. ว่า ยืนยันว่าไม่มี และไม่ได้มีการนัดหมายกัน การเดินทางไปพบปะพูดคุยจากการนัดหมายมาก่อน ช่วงนั้นพอดีตนป่วย หลังจากนั้นก็ไม่ได้มีการพูดคุยกันอีก ซึ่งได้มีข้อสรุปเบื้องต้นไปแล้ว ขณะนี้รอเรื่องการรับรองผลของทาง กกต. ให้เรียบร้อย รอจำนวนให้ชัดเจน หลังจากนั้นคงจะได้มีการพบปะพูดคุยกันอีกครั้ง

เมื่อถามว่า หากทางแกนนำพรรครัฐบาลประสานมา ก็พร้อมที่จะพูดคุยพรุ่งนี้ใช่หรือไม่ นายจุลพันธ์ยืนยันว่า ยังไม่ได้มีการประสานมา

เมื่อถามเรื่องตำแหน่งกระทรวงต่าง ๆ ที่มีรายงานข่าวออกมาเบื้องต้น จะเป็นไปตามนั้นหรือไม่ นายจุลพันธ์กล่สวว่า ข้อเท็จจริงเป็นการพูดคุยกันในเรื่องของสิ่งที่ผ่านมา และการทำงานต่อไปข้างหน้า แต่ไม่ได้มีการลงรายละเอียดในเรื่องของกระทรวงใด ๆ ที่เป็นข่าว เป็นเพียงข่าวตามหน้าสื่อ จากการพูดคุยเราไม่ได้มีการลงรายละเอียดเรื่องพวกนี้

เมื่อถามถึงกระแสข่าวรัฐบาล 300 เสียง มองว่ามีเสถียรภาพเพื่อไทยมองอย่างไร นายจุลพันธ์กล่าวว่า ตรงจุดนี้เป็นสิ่งที่พรรคเพื่อไทยไม่ได้คิดวิเคราะห์ เพราะอย่างที่ได้ยืนยัน ขณะนี้เป็นเรื่องของพรรคที่ได้รับเสียงอันดับ 1 ในการไปรวบรวมเสียงเพื่อให้เป็นเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร จากการพูดคุยในเบื้องต้น นาทีนี้ค่อนข้างชัดเจนว่าเสียงเกินครึ่งแน่นอน ส่วนจะมีจำนวนเท่าใดที่จะเป็นจุดที่พรรคแกนนำจะรู้สึกว่ามีความเหมาะสม ก็เป็นสิทธิและอำนาจของพรรคภูมิใจไทยพิจารณา

เมื่อถามว่า เหตุผลที่พรรคเพื่อไทยร่วมรัฐบาลในครั้งนี้ เพราะอยากสานงานต่อจากงานที่เคยทำ อยากสานต่องานกระทรวงใดที่ทำไว้ นายจุลพันธ์กล่าวว่า ยืนยันไม่ได้มีการพูดคุยกันในเรื่องของกระทรวง และคงไม่ใช้เวทีสื่อตรงนี้ไปสื่อสาร สำหรับพรรคเพื่อไทยเอง เรามีนโยบายของพรรคที่กระจายตัวอยู่ในทุกหน่วยงาน ทุกกระทรวงอยู่แล้ว ที่เป็นนโยบายเรือธง สามารถขับเคลื่อนให้เป็นประโยชน์ได้ ก็คงต้องมีการมาพูดคุยกันต่อ คงไม่จบเพียงแค่นี้ คงจะต้องมาคุยกันในเรื่องตัวนโยบายต่าง ๆ ของพรรคหลักก่อน และนโยบายของเพื่อไทยเองที่จะเป็นประโยชน์กับประชาชน และพอที่จะผลักดันร่วมกันได้ คงต้องคุยในรายละเอียดเพิ่มเติมในวันสองวันนี้

เมื่อถามว่า มีข่าวการพูดเรื่องการตั้งรัฐบาล “ไฟจราจร” ที่พรรคกล้าธรรมจะจับมือกับพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชน จัดตั้งรัฐบาลเพื่อให้พรรคภูมิใจไทยเป็นฝ่ายค้าน

นายจุลพันธ์กล่าวว่า ยังไม่มีการพูดคุย อาจจะมีการคิดหรืออะไรแล้วแต่ สำหรับตัวพรรคเองไม่มีการพูดคุยในประเด็นนี้ พรรคยืนยันในหลักการ ขณะนี้ผ่านการเลือกตั้งมาแล้ว และจากผลการเลือกตั้งก็ค่อนข้างชัดเจนในเรื่องพรรคแกนหลักที่มีคะแนนเสียงมากกว่าพรรคอื่น ๆ เพราะฉะนั้นเวลานี้ก็เป็นไปตามกลไกของระบอบประชาธิปไตย ที่พรรคเพื่อไทยก็ต้องให้พรรคแกนหลักไปดำเนินการจัดตั้งรัฐบาลก่อน เป็นกลไกตามหลักการประชาธิปไตยซึ่งเรายึดมั่นมาโดยตลอด ก็ต้องให้เวลา ขณะนี้ยังรอผลอยู่ ตนเชื่อว่าการประกาศผลของ กกต. ยังใช้เวลาอยู่

นายจุลพันธ์กล่าวอีกว่า พรรคเพื่อไทยไม่ได้หยุดนิ่งในช่วง 10 กว่าวันที่ผ่านมา หลังการเลือกตั้ง พรรคดำเนินการหลายอย่าง โดยเฉพาะในส่วนของคณะทำงานเกี่ยวกับเรื่องการตรวจสอบการเลือกตั้ง มีการส่งเรื่องร้องเรียนเข้ามากว่า 200 เรื่อง ดำเนินการส่งต่อไปยัง กกต. กว่า 100 เรื่อง เป็นสิ่งที่เราดำเนินการเพื่อให้การเลือกตั้งเกิดความบริสุทธิ์ยุติธรรมที่สุด อีกส่วนคือการเรียกร้องไปยัง กกต. ขณะนี้มีข้อสงสัยและข้อห่วงใยในหลายประเด็น เป็นหน้าที่ของ กกต. ที่จะไปตอบคำถามของสังคมและของประชาชน เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างโปร่งใสและยุติธรรมที่สุด

อย่างการเลือกตั้งเมื่อวาน บัตรเลือกตั้งของวันที่ 8 กับเมื่อวานนี้ต่างกันในเรื่องของบาร์โค้ดและเลขบัตร ก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่ทาง กกต. ต้องไปให้คำตอบสังคม การเปลี่ยนลักษณะของบัตรเลือกตั้งยิ่งทำให้เกิดข้อสงสัยต่อการดำเนินการในครั้งก่อนหน้าว่ามีความถูกต้องชอบธรรมหรือไม่ เป็นไปตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งจุดนี้พรรคไม่มีอำนาจไปชี้ชัดว่าถูกหรือไม่ หรือชอบหรือไม่อย่างไร แต่พรรคได้ส่งข้อสงสัยไปยัง กกต. ผ่านทั้งช่องทางที่เป็นทางการ และสื่อสารผ่านสื่อมวลชน เป็นหน้าที่ของ กกต. ที่จะทำให้เกิดความบริสุทธิ์ยุติธรรมที่สุด และถูกต้องที่สุด เป็นไปตามกรอบของกฎหมาย เพราะประชาชนไปเลือกตั้งเรียบร้อยแล้ว เราก็อยากเห็นประเทศเดินหน้าได้โดยไม่มีข้อท้วงติงใด ๆ

เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้เพื่อไทยเองเคยติดตามเรื่องของบาร์โค้ด ซึ่งเห็นชัดเจนว่ารอบนี้มีการเปลี่ยนรูปแบบบัตร จะมีการยื่นหน่วยงานเพื่อตรวจสอบหรือไม่ นายจุลพันธ์กล่าวว่า ยังไม่ได้มีข้อสรุป ขออนุญาตไปหารือฝ่ายกฎหมายก่อน

ขณะที่บรรยากาศที่พรรคเพื้อไทย ในเวลา 13.42 น. นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ได้เดินทางเข้าที่ทำการพรรคแวะทักทายสื่อมวลชนที่รอทำข่าว โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์อะไร 

กกต.เร่งขยายผลหาตัวคนนำเอกสารเลือกตั้งสมุทรปราการ เขต6 ทิ้งกองขยะ

กกต.เร่งขยายผลหาตัวคนนำเอกสารเลือกตั้งสมุทรปราการ เขต6 ทิ้งกองขยะ

กกต.เร่งขยายผลหาตัวคนนำเอกสารเลือกตั้งสมุทรปราการ เขต6 ทิ้งกองขยะ

วันจันทร์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.13 น.

กกต.เร่งขยายผลสอบหาผู้ก่อเหตุนำเอกสารเลือกตั้งสมุทรปราการ เขต6 ไปทิ้งกองขยะที่พระประแดง หลังสอบพบว่าก่อนหน้านี้เอกสารทั้งหมดจัดเก็บในสถานที่ที่ กกต.เขตเลือกตั้งกำหนด 

เมื่อวันที่ 23 ก.พ.2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีรายงานว่าสำนักงาน กกต.กำลังเร่งสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีพบเอกสารเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้งสส.สมุทรปราการ เขตเลือกตั้งที่ 6 และเอกสารเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติ ถูกพบอยู่ในบ่อขยะที่ อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ หลังจากก่อนหน้านี้ กกต.มอบหมายให้นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต. และทีมสอบสวนลงพื้นที่สอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว เมื่อวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา พบว่าเอกสารดังกล่าวนั้นเป็นเอกสารที่ใช้ ณ หน่วยเลือกตั้ง ซึ่งข้อมูลเอกสารตามข่าว เจ้าหน้าที่ได้ใช้ในการเลือกตั้งจนเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว และรายงานผลการนับคะแนนไปเรียบร้อยแล้ว จึงไม่มีผลกระทบต่อคะแนนการเลือกตั้ง หรือความสุจริตเที่ยงธรรมอีกทั้ง กรณีเอกสารที่ปรากฏตามข่าวนั้นอยู่ในระหว่างขั้นตอนการจัดเก็บ โดยคณะกรรมการเขตการเลือกตั้งที่ 6 ในสถานที่ที่กำหนดไว้   

รายงานข่าวระบุอีกว่าขณะนี้ สำนักงาน กกต.กำลังดำเนินการสอบสวน ว่าเอกสารไปปรากฏ ณ ที่เกิดเหตุได้อย่างไรนั้น และมีบุคคลใด ทำให้เกิดการกระทำการดังกล่าว เนื่องจากจากการสอบสวนบุคคลที่เกี่ยวข้องเบื้องต้น ผู้ที่เกี่ยวข้องต่างให้การปฏิเสธว่าไม่มีส่วนรู้เห็น ทำให้ต้องมีการขยายผลการสอบสวนเป็นรายบุคคลเพิ่มเติม ว่า มีใครนำเอกสารออกจากสถานที่จัดเก็บไปทิ้งที่กองขยะ เพื่อที่สำนักงานกกต.จะดำเนินการตามกฎหมายกับบุคคลดังกล่าวต่อไป 

เจษฎ์ เตือน กกต.ระวังคุก! ชี้เสี่ยงทำเลือกตั้งเป็นโมฆะ กกต.ต้องมีคำตอบ

เจษฎ์ เตือน กกต.ระวังคุก! ชี้เสี่ยงทำเลือกตั้งเป็นโมฆะ กกต.ต้องมีคำตอบ

เจษฎ์ เตือน กกต.ระวังคุก! ชี้เสี่ยงทำเลือกตั้งเป็นโมฆะ กกต.ต้องมีคำตอบ

วันจันทร์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.10 น.

23 กุมภาพันธ์ 2569 นายเจษฎ์ โทณะวนิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จากกรณีการบริหารจัดการเลือกตั้งที่เต็มไปด้วยเงื่อนงำและการเปลี่ยนแปลงแบบกะทันหัน โดยเฉพาะประเด็น “บัตรเลือกตั้ง” ที่ไร้คำชี้แจงที่ชัดเจน พร้อมคำเตือน “คุกตารางรอกินหัว” หากยังดื้อแพ่งปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

นายเจษฎ์ กล่าวว่า กกต.ชุดนี้ดูจะขยันเป็นพิเศษในการปรับเปลี่ยนรายละเอียดต่างๆ เช่น รูปแบบบัตรเลือกตั้ง แต่กลับสอบตกเรื่องการให้คำอธิบายแก่ประชาชน ถ้า กกต.ชี้แจงตั้งแต่แรก ที่บอกว่าบัตรเลือกตั้งมีกี่แบบ สีเขียว สีชมพู หน้าตาเป็นอย่างไร แต่ละอันมีไว้เพื่อทำแบบไหน บัตรสีเหลือง ประชามติทำเพื่ออะไร และล่าสุดเปลี่ยนบัตรอีก

นายเจษฎ์ ยังเผยให้เห็นถึงความเสี่ยงทางกฎหมาย หาก กกต.ยังไม่สามารถเคลียร์ข้อสงสัยเรื่องการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของประชาชนได้ อาจนำไปสู่การฟ้องร้องให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็น “โมฆะ” ซึ่งจะสร้างความเสียหายมหาศาล เพราะไม่ใช่แค่การเลือกตั้งซ่อมบางจุด แต่หมายถึงการรื้อทิ้งทั้งระบบที่ทำมาทั้งหมด จึงอยากให้ กกต.ออกมาตอบคำถามให้ชัดเจนในระดับที่ “เด็กก็ต้องเข้าใจ” เพื่อพาประเทศออกจากปลักทางการเมืองที่เน่าเฟะ และก้าวไปสู่การเลือกตั้งที่สากลยอมรับเสียที