อิ๊งค์โวแหลก ‘แม้ว’เลิกเล่นการเมือง หลังพ้นคุก11พฤษภาฯนี้

อิ๊งค์โวแหลก  ‘แม้ว’เลิกเล่นการเมือง  หลังพ้นคุก11พฤษภาฯนี้

อิ๊งค์โวแหลก ‘แม้ว’เลิกเล่นการเมือง หลังพ้นคุก11พฤษภาฯนี้

วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

“แพทองธาร” พร้อมสามี และ “ทนายวิญญัติ” เข้าเยี่ยม“ทักษิณ” เผยบิดาเตรียมวางมือทางการเมืองแน่นอนหลังพ้นคุกระบุทุกอย่างดำเนินไปตามขั้นตอนกฎหมาย คาดเกณฑ์พักโทษปล่อยตัว 11 พ.ค.นี้

เมื่อเวลา 09.35 น. วันที่ 26 กุมภาพันธ์2569 ที่ เรือนจำกลางคลองเปรม นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หรือ “อุ๊งอิ๊งค์” อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายปิฎก สุขสวัสดิ์ หรือ “ปอ” สามี และนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความส่วนตัว ได้เดินทางเข้าเยี่ยม นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะตัวแทนครอบครัว ซึ่งถือเป็นการเข้าเยี่ยมครั้งที่ 43 ขณะที่นายทักษิณถูกคุมขังมาแล้วเป็นเวลา 5 เดือน 17 วัน ยังมีมวลชนคนเสื้อแดงเดินทางมารวมตัวรอให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง

ต่อมา ภายหลังจากที่ทั้งหมดได้ใช้เวลาในการเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ภายในเรือนจำโดยใช้เวลาประมาณ 45 นาที น.ส.แพทองธาร เปิดเผยกรณีเกณฑ์การพักโทษของนายทักษิณ ว่า ซึ่งตามระเบียบต้องโทษจำคุกมาแล้ว 2 ใน 3 ของกำหนดโทษ และจะได้รับสิทธิพักการลงโทษไม่เกิน 1 ใน 3 ของโทษทั้งหมด 1 ปี โดยต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการฯ ซึ่งกรณีของนายทักษิณจะเข้าเกณฑ์ในวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 และสามารถปล่อยตัวได้ในวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 โดย น.ส.แพทองธาร ระบุสั้น ๆ ว่า “ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน” ส่วนการพูดคุยในวันนี้เป็นการสนทนาเรื่องทั่วไป โดยตนได้เล่าเรื่องทริปท่องเที่ยวที่เพิ่งไปมาให้คุณพ่อฟัง

เมื่อถามถึงการเตรียมกำหนดการรองรับหากได้รับการพักโทษ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า เป็นไปตามกระบวนการเมื่อถามถึงอนาคตทางการเมืองของนายทักษิณ หากได้รับการปล่อยตัวแล้วจะวางมือทางการเมืองเลยหรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า นายทักษิณเข้าไปอยู่ในเรือนจำมานานถึง 6 เดือนแล้ว ก็น่าจะวางมืออย่างแน่นอน ไม่มีไม่วางหรอกค่ะ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 25 ก.พ. 2569 กรมราชทัณฑ์ ออกเอกสารชี้แจง กรณี “การพักการลงโทษของอดีตนายกรัฐมนตรี” ระบุว่า ด้วย นายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งปัจจุบันถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ตามคำสั่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีกำหนดกำหนดโทษ 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ 9 ก.ย. 2568 จะพันโทษ ในวันที่ 9 ก.ย. 2569

ราชทัณฑ์ ขอเรียนว่า ในส่วนของการพักโทษ หากนักโทษเด็ดขาดรายใดมีคุณสมบัติครบถ้วน ตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 มาตรา 52 (7) และกฎกระทรวง กำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาด และเงื่อนไขที่นักโทษเด็ดขาด ซึ่งจะได้รับการลดวันต้องโทษจำคุก หรือการพักการลงโทษ และได้รับการปล่อยตัว ต้องปฏิบัติ พ.ศ. 2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2564

กล่าวคือ นายทักษิณ จะมีคุณสมบัติครบถ้วนต่อเมื่อต้องโทษจำคุกมาแล้ว 2 ใน 3 ของกำหนดโทษ และจะได้รับประโยชน์จากการพักการลงโทษไม่เกิน 1 ใน 3 ของกำหนดโทษ 1 ปี และต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ โดยจะเข้าเกณฑ์การพักการลงโทษ ในวันที่ 10 พ.ค. 2569 และสามารถปล่อยตัวพักการลงโทษได้ในวันถัดไปคือ ในวันที่ 11 พ.ค. 2569

ทั้งนี้ การคำนวณระยะเวลาการเข้าเกณฑ์การพักการลงโทษนั้น กรมราชทัณฑ์ ได้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 21 ซึ่งบัญญัติว่า ในการคำนวณระยะเวลาจำคุก ให้นับวันเริ่มจำคุกรวมคำนวณเข้าด้วย และให้นับเป็น 1 วันเต็มโดยไม่ต้องคำนึงถึงจำนวนชั่วโมง ถ้าระยะเวลาที่คำนวณนั้นกำหนดเป็นเดือน ให้นับ 30 วัน เป็น 1 เดือน ถ้ากำหนดเป็นปี ให้คำนวณตามปีปฏิทินในราชการ ดังนั้น ในการคำนวณโทษของ นายทักษิณ 2 ใน 3 ของกำหนดโทษ 1 ปี (1 ปี = 12 เดือน 5 วัน = 365 วัน) จึงเท่ากับ 8 เดือน 4 วัน หรือ 244 วัน ซึ่งตรงกับ วันที่ 10 พฤษภาคม 2569 และสามารถปล่อยตัวได้ในวันถัดไป คือ ในวันที่ 11 พฤษภาคม 2569

สำหรับการจะติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ติดตามตัวกับนายทักษิณหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ

ดังนั้น การพิจารณาพักการลงโทษกับนักโทษเด็ดขาดแต่ละราย จึงเป็นการดำเนินการตามกรอบกฎหมาย กฎกระทรวง ระเบียบ แนวทางปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด โดยมิได้เลือกปฏิบัติหรือดำเนินการนอกเหนือจากที่กฎหมายกำหนดไว้

‘กกต.’แจ้งข้อหาอั้งยี่/ขัดขวางจนท. ‘ไอติม-สมชัย’อ่วม ฟันก๊วนจับผิดบัตรเลือกตั้ง

‘กกต.’แจ้งข้อหาอั้งยี่/ขัดขวางจนท.  ‘ไอติม-สมชัย’อ่วม  ฟันก๊วนจับผิดบัตรเลือกตั้ง

‘กกต.’แจ้งข้อหาอั้งยี่/ขัดขวางจนท. ‘ไอติม-สมชัย’อ่วม ฟันก๊วนจับผิดบัตรเลือกตั้ง

วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

‘กกต.’แจ้งข้อหาอั้งยี่/ขัดขวางจนท. ‘ไอติม-สมชัย’อ่วม ฟันก๊วนจับผิดบัตรเลือกตั้ง ‘สว.’ยกธงขาวล่าชื่อสอย ปชน.ลุยเอาผิดคดีม.157 สส.ใหม่ทยอยรายงานตัว

เปิด 6 ชื่อเซ่นปมถ่ายภาพถอดรหัสบัตรเลือกตั้ง กกต.จัดหนักแจ้งดำเนินคดีฐานขัดขวางเลือกตั้ง-อั้งยี่ ยุยงปลุกปั่น นำเข้าข้อมูลเท็จ “ไอติม-สมชัย-นักไอที-ช่างภาพสื่อ” ไม่รอด ด้าน “สว.” ยกธงขาว สอยกกต.ปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งมรณะ อ้างไม่มีช่องก.ม.เล่นงาน  สภาผู้แทนฯอุ่นเครื่องรับรายงานตัวสส.ใหม่วันแรก47คน

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อเช้าวันที่ 26 กุมภาพันธ์ว่า ภายหลังรับหนังสือรับรองการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สส.)จากคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.แล้ว บรรดาสส.ได้เดินทางมายังสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร รัฐสภาเพื่อรายงานตัวตามขั้นตอนของกฎหมาย เป็นสส.ชุดที่ 27 เป็นวันแรก

โดยมีน.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) มารายงานเป็นคนแรก และให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ตั้งใจมารายงานตัวแต่เช้า เพราะวันนี้ต้องเดินทางไปทำงานต่างประเทศ จึงเดินทางมารายงานตัวสส.ให้เรียบร้อยก่อน และในช่วงบ่ายต้องพาลูกอายุ 2 เดือนไปรับวัคซีนในตอนบ่ายด้วย ตนตั้งใจทำงานในสภาผู้แทนราษฎร เพราะมีหลายปัญหาในพื้นที่เขต 4 จ.ชัยภูมิ เช่นโครงสร้างพื้นฐานที่ยังไม่ได้รับการพัฒนามานานกว่า 30 ปี จะเป็นหนึ่งเรื่องที่จะตั้งกระทู้หารือ เพื่อทำให้เกอดประโยชน์แก่พื้นที่

ผลักดันสินค้าเกษตร

ขณะเดียวกันก็จะผลักดันประเด็นสินค้าทางการเกษตรด้วย ซึ่งในจ.ชัยภูมิ ประชาชน 70% มีอาชีพเกษตรกรรม มากกว่างานบริการ หรืออื่นๆ จึงตั้งใจ จะใช้ประสบการณ์การทำงานในกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการอุดมศึกษาฯ และกระทรวงดีอี นำความรู้ที่มีในแต่ละกระทรวงมาผลักดันให้ประชาชนมีอาชีพมีรายได้

เมื่อถามว่าบทบาทการทำงานในสภาในฐานะสส.หญิง น.ส.สุชาดา กล่าวว่า ไม่ว่าจะเพศใด ไม่ได้เป็นปัญหาหรืออุปสรรคต่อความตั้งใจในการทำงานขับเคลื่อน โดยตนเองได้ทำงานในกระทรวงอุตสาหกรรมตั้งแต่อายุ 26 ปี ได้เห็นสัดส่วนการทำงานในสภาของผู้หญิง ที่ผู้หญิงนั่งทำงานแถวหน้าน้อย แต่ปัจจุบันเห็นว่าสส.หญิง ที่สามารถทำงานได้มีมากมาย มีบทบาทในการทำงานขับเคลื่อน ทั้งนี้ น.ส.สุชาดา ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเกี่ยวกับบุคคลที่เหมาะสมกับ ตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร เพียงแต่กล่าวว่า ให้ถามผู้ใหญ่ในพรรคภูมิใจไทย

รายงานตัวต่อเนื่อง

จากนั้น มีสส.จากแต่ละพรรคการเมือง ทยอยเดินทางเข้ามารายงานตัวอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ พรรคภูมิใจไทย อาทิ นายพีระเดช ศิริวันสาณฑ์ สส.นครสวรรค์ นายบรม เอ่งฉ้วน สส.สกลนคร นายจักรกฤษณ์ ทองศรี สส.บุรีรัมย์ นายธนา กิจไพบูลย์ชัย สส.ศรีสะเกษ นายอรรถพล วงษ์ประยูร สส.สระบุรี ขณะที่พรรคเพื่อไทย อาทิ นายรวี เล็กอุทัย สส.อุตรดิตถ์ ซึ่งมารายงานตัวเป็นคนแรกของพรรคเพื่อไทย ตามมาด้วย น.ส.ธัญธารีย์ สันตพันธุ์ สส.อุบลราชธานี นายเชิงชาย ชาลีรินทร์ สส.ชัยภูมิ นายวัชรพล ขาวขำ สส.อุดรธานี นางหทัยรัตน์ เพชรพนมพร สส.อุดรธานี นายวิรัช พิมพ์พะนิตย์ สส.กาฬสินธุ์ เป็นต้น พรรคประชาธิปัตย์ ได้แก่ นายพศิน ปิตุเตชะ สส.ระยอง ทั้งนี้ สำนักงานเลขาธิการสภาฯเปิดให้รายงานตัวเป็นสส.แบบแบ่งเขตทั้ง 396 คน ตั้งแต่วันนี้ (26 ก.พ.) – 27 ก.พ. 69 และระหว่างวันที่ 2-6มี.ค.69 ตั้งแต่เวลา 08.30 น.-16.30น.

ภท.ชุดใหญ่รายงานตัว6มีค.

ขณะที่.นายภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พร้อมด้วยนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สส.ศรีสะเกษ รัฐบาลและนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย เดินทางมรับหนังสือรับรองสส.ด้วยตัวเอง นายสิริพงศ์ ให้สัมภาษณ์ว่า จากนี้สส.พรรคภูมิใจไทย ได้นัดรายงานตัวพร้อมกันที่รัฐสภา ในวันที่ 6 มี.ค. เนื่องจากครั้งนี้มีสส.จำนวนมาก ซึ่งการที่กกต.รับรองเร็ว จะทำให้กระบวนการต่างๆในการแก้ไขปัญหาเร็วขึ้น อย่างนายภราดร ก็เป็นรัฐมนตรีที่อยู่ในรัฐบาล ซึ่งมีข้อจำกัดที่จำเป็นจะต้องแก้ปัญหา ขอรับรองเร็วก็สามารถทำอะไรได้

เมื่อถามว่า มีความกังวลมากน้อยแค่ไหนเกี่ยวกับเรื่องร้องเรียน อาจทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของกกต. ซึ่งกกต.มีหน้าที่ตอบคำถามต่อสังคม เราเป็นเพียงผู้สมัครสส. ก็ทำตามภายใต้กติกา

รับหนังสือรับรอง 141 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่ กกต. ประกาศผลการเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 396 และให้สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ที่ได้รับการเลือกตั้งเป็น สส. ดังกล่าว รับหนังสือรับรองการได้รับเลือกตั้งในวันที่ 26 -27 ก.พ. เวลา 08.30-16.30 น. และวันที่ 2 – 6 มี.ค. 2569 ระหว่าง 08.30-16.30 น.ไม่เว้นวันหยุดราชการ ที่ห้องประชุม 201 ชั้น 2 สำนักงาน กกต. นั้น ปรากฏว่าในวันนี้ (26 ก.พ.) ซึ่งเป็นวันแรกของการรับหนังสือรับรอง มีสส. และผู้แทน สส.เดินทางมรับหนังสือรับรองกันอย่างคึกคัก ตั้งแต่เวลา 08.30 น. จนถึงเวลา 16.30 น. รวม 141 คน 

อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้มีสส.ไปรายงานตัวในเวลาราชการ 47 คน แยกเป็นำรรคภูมิใจไทย 21 คน พรรคเพื่อไทย 21คน พรรคพลังประชารัฐ 4 คนพรรคประชิปัตย์ 1 คน

สว.ยกธงขาวสอยกกต.

น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. แถลงถึงความคืบหน้าการยื่นฟ้องศาลกรณีการเลือกตั้งมิชอบตามรัฐธรรมนูญ ว่า จากการที่ให้ฝ่ายกฎหมายทำการศึกษารัฐธรรมนูญ และพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ประกอบรัฐธรรมนูญต่างๆทั้งหมดแล้ว เราไม่พบว่ามีบทบัญญัติใดที่เปิดช่องทางให้ สว.รวบรวมรายชื่อเพื่อกล่าวโทษถอดถอนองค์กรอิสระใดๆได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีการจัดการเลือกตั้งของ กกต.โดยการพิมพ์บาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง อาจส่งผลให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ ซึ่งต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 83 และ 85 หรือไม่ ดังนั้นเราจึงไม่สามารถใช้กลไก สว. ดำเนินการได้เลย

ปชน.ฟ้องกกต.คดีม.157

ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถนนเลียบทางรถไฟ นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรคประชาชน อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ นายนิธิ ละเอียดดี ทนายความ ทีมกฎหมายพรรคประชาชน เดินทางเข้ามายื่นฟ้องกกต.จำนวน 9 ราย ซึ่งประกอบด้วยคณะกรรมการ กกต. 7 ราย นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง และ นายวรพงศ์ อนันต์ เจริญกิจ ผู้อำนวยการสนับสนุนการเลือกตั้ง ฐานละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157

นพ.วาโย กล่าวว่า วันนี้เดินทางมายื่นฟ้องกกต.ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางในข้อหาหลักคือ ละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ม.69 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ม.96 ประกอบ ม.164 โดยศาลนัดฟังคำสั่งชั้นตรวจคำฟ้องวันที่ 24 มีนาคม 2569 ซึ่งฝ่ายเราจะอ้างนายวิษณุ เครืองามเป็นพยาน

สว.รับรอง”จิรุตม์”กกต.ใหม่

ด้านการประชุมวุฒิสภา สมัยวิสามัญ ที่มีนายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาเรื่องด่วน คือ ให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ที่ได้รับบการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จำนวน 2 คน คือ นายจิรุตม์ วิศาลวิจิตร อดีตอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และ นายมณฑล สุดประเสริฐ อดีตอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง

โดยหลังการประชุมลับเพื่อตรวจสอบรายงานประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรรมแล้วเสร็จ ได้ลงมติ พบว่า นายจิรุตม์ ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมด้วยมติ 144 เสียง ไม่เห็นชอบ 1 เสียง และงดออกเสียง 26 เสียง

ขณะที่นายมณฑล ไม่ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุม โดยได้คะแนนเห็นชอบ เพียง 9 เสียง ไม่เห็นชอบ 102 เสียงง และงดออกเสียง 57 เสียง

จำลองเลือกตั้งผิดกม

แหล่งข่าว กกต.ยังระบุด้วยว่ากรณีที่ เมื่อ25 ก.พ.69)คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย(ครป.)เเละคณะ จัดประชุมเพื่อตรวจสอบการทุจริตการเลือกตั้ง 2569 มีการเสวนาและจัดกิจกรรมตรวจสอบการจัดการเลือกตั้งของ กกต. โดยนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระบุว่า ในวันที่ 4 มี.ค.69 เวลา 13.30 น.จะสาธิตการเลือกตั้งจำลอง โดยจะใช้บัตรเลือกตั้งจำลอง ซึ่งจะมีรูปร่างคล้ายบัตรเลือกตั้งของ กกต. และจะตั้งทีมผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงตัวแทนนักเรียน นักศึกษา เพื่อถอดรหัสว่าบัตรเลือกตั้งแต่ละใบเป็นของใครนั้น น่าพิจารณาว่า บัตรเลือกตั้งจำลองที่ว่านั้นจะมีรูปแบบและคุณลักษณะเช่นเดียวกับบัตรเลือกตั้งของกกต.หรือไม่ โดยเห็นว่าบัตรเลือกตั้ง คือ ทรัพย์เเละเป็นเอกสารทางราชการที่เป็นความลับ หากมีการจำลองขึ้นมาโดยไม่ได้รับอนุญาตอาจผิดกฎ หมาย เรื่องการปลอมแปลงปลอม หรือใช้เอกสารทางราชการปลอมหรือไม่ เเละขั้นตอนการสืบค้นที่จะจำลองนั้นจะตรงกับหลักเกณฑ์ที่ กกต.วางไว้หรือไม่ หากพิสูจน์ได้ว่าการจำลองดังกล่าวไม่มีข้อมูล หลักฐาน เเละกล่าวอ้างลอยๆโดยตั้งสมมติฐานขึ้นเอง ตรงนี้อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายหลายมาตรา

สมชัยยุประชาชนแจ้งความ

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. โพสต์เฟซบุ๊คถึงกรณี กกต. แจ้งความกองปราบฯ เอาผิดกับภาคประชาชนกรณีถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งและพยายามถอดรหัสคิวอาร์โค้ด ช่วงการลงคะแนนใหม่ หน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขตคันนายาว กทม. ว่า หากประชาชนรู้สึกว่า ได้รับการแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีจากเจ้าหน้าที่ของรัฐโดยมิชอบ ให้ประชาชนดำเนินคดีกลับในข้อหาแจ้งความเท็ดและเรียกค่าเสียหายทางแพ่งรวมทั้งฟ้องต่อองค์กรอิสระได้

เปิดชื่อกกต.แจ้งจับ

ผู้สื่อข่าวจากกรณี กกต. มอบหมายให้นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการฯกกต.เข้าแจ้งความกองปราบปราบให้ดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่ร่วมกันถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง ต้นขั้วบัตรเลือกตั้งและพยายามถอดรหัสQR code บาร์โค้ดบนบัตรเลือกต้้งทั้งแบบแบ่งเขตและเลือกตั้งบัญชีรายชื่อเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลไปถึงผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งว่าลงคะแนนให้กับผู้ใด เหตุเกิดในการออกเสียงลงคะแนนใหม่ ในหน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขตเลือกตั้งที่ 15 คันนายาว กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 22 ก.พ.นั้น

มีรายงานบุคคลที่ กกต.แจ้งความให้มีการดำเนินคดีนั้น มีจำนวน 6 ราย ประกอบไปด้วย 1.นายธรรมธีร์ สุกโชติรัตน์ ผู้อำนวยการดีโหวต มหาวิทยาลัยศรีปทุม 2.นายธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ CEO ของDomecloudผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์ และเทคโนโลยี blockchain

3.นายชัยพนธ์ ชวาลวณิชชัย หรือ ครูชัย เจ้าของแฟนเพจM.I.B Marketing In Black

4.นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง 5.นายพริษฐ์ วัชรสินธ์ โฆษกพรรคประชาชน 6.ทรงพล เรืองสมุทร หัวหน้าช่างภาพ spacebar

โดยให้ดำเนินคดีในความผิดตามพ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง2560 มาตรา 66 วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 มาตรา 209 มาตรา 322 และ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์มาตรา14

ข้อหาอั้งยี่/ขัดขวางจนท

ทั้งนี้ ความผิดตามข้อกฎหมายดังกล่าวบัญญัติถึงลักษณะความผิดและบทลงโทษไว้ค่อนข้างรุนแรงโดยตามมาตรา66 พ.ร.ป.ว่าด้วยกกต.2560 กำหนดว่า “ผู้ใดขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของกกต. ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ผู้ตรวจการเลือกตั้ง หรือกรรมการที่กกต. แต่งตั้ง ถ้าการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่นั้นได้กระทำโดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายหรือเพื่อให้การเลือกตั้งและเป็นได้เป็นไปโดยสุจริตเป็นเที่ยงธรรม หรือเป็นไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายผู้กระทำต้องระวังโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีหรือปรับไม่เกิน 100,000 บาทรวมทั้งจำทั้งปรับ

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 กำหนดว่า ผู้ใดกระทำการใด ๆ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกรัฐธรรมนูญ กฎหมาย หรือการปกครองประเทศโดยใช้กำลังความรุนแรง หรือกระทำการใด ๆ ในการยุยงปลุกปั่นประชาชนให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย หรือให้เกิดการแตกแยกในหมู่ประชาชน หรือให้ประชาชนฝ่าฝืนกฎหมาย อันเป็นการกระทำอันมิชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7ปี

ส่วนมาตรา 209 ซึ่งเป็นความผิดฐานเป็น “อั้งยี่” บัญญัติว่าผู้ใดเป็นสมาชิกคณะบุคคลที่ปกปิดวิธีดำเนินการและมุ่งหมายทำผิดกฎหมาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 140,000 บาท หากเป็นหัวหน้าหรือผู้จัดการโทษสูงสุดคือจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 200,000

โทษทั้งจำและปรับ

มาตรา 322 ผู้ใดเปิดผนึก หรือเอาจด หมาย โทรเลข หรือเอกสารใด ๆ ซึ่งปิดผนึกของผู้อื่นไปเพื่อล่วงรู้ข้อความก็ดี เพื่อนำข้อความในจดหมาย โทรเลข หรือเอกสารเช่นว่านั้นออกเปิดเผยก็ดี ถ้าการกระทำนั้นน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 บัญญัติถึงการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลปลอม เท็จที่ส่งผลเสียหายต่อประชาชน ความมั่นคง หรือเป็นข้อมูลลามก รวมถึงการส่งต่อข้อมูลดังกล่าว ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

2 สส.กล้าธรรม โต้ข่าวงูเห่า ประกาศชัดอยู่กับพรรคไม่เปลี่ยนแปลง

2 สส.กล้าธรรม โต้ข่าวงูเห่า ประกาศชัดอยู่กับพรรคไม่เปลี่ยนแปลง

2 สส.กล้าธรรม โต้ข่าวงูเห่า ประกาศชัดอยู่กับพรรคไม่เปลี่ยนแปลง

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 21.50 น.

“2 ส.ส.สกลนคร พรรคกล้าธรรม”โต้ข่าวงูเห่า ประกาศชัดอยู่กับพรรคไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าร่วมรัฐบาล หรือฝ่ายค้าน พร้อมทำหน้าที่เพื่อประชาชนเต็มกำลัง

26 กุมภาพันธ์ 2569 นายชาตรี หล้าพรหม สส.สกลนคร เขต 2 พรรคกล้าธรรม (กธ.) ออกมาชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ภายหลังมีกระแสข่าวจากสื่อหลายสำนักระบุว่า เป็นหนึ่งใน “9 งูเห่า” ที่จะย้ายขั้วทางการเมือง โดยยืนยันอย่างชัดเจนว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

นายชาตรี ระบุว่า ไม่ว่าพรรคกล้าธรรมจะมีมติเข้าร่วมรัฐบาลหรือทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ตนพร้อมเดินหน้าไปกับพรรค และทำหน้าที่ผู้แทนราษฎรในฐานะตัวแทนของพี่น้องประชาชนจังหวัดสกลนคร เขต 2 อย่างเต็มที่ พร้อมย้ำว่า “ผมขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง และพร้อมทำหน้าที่รับใช้ประชาชนต่อไป”

ขณะเดียวกัน น.ส.วงศ์อะเคื้อ บุญศล (กิ่งแก้ว) สส.สกลนคร เขต 5 พรรคกล้าธรรม กล่าวว่า จากหลายแหล่งข่าวที่มีชื่อของตนว่าเป็นงูเขียวนั้น ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริงทุกประการ และข้อมูลที่ถูกเผยแพร่เป็นข้อมูลเท็จทั้งหมด

น.ส.วงศ์อะเคื้อ ระบุว่า ตนยืนหยัดกับพรรคกล้าธรรม ไม่ว่าพรรคจะมีมติเข้าร่วมรัฐบาลหรือทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ก็พร้อมเดินหน้าไปกับพรรคอย่างไม่เปลี่ยนแปลง โดยมีความตั้งใจสูงสุดที่จะทำหน้าที่เป็นตัวแทนที่ดี เพื่อผลประโยชน์ของพ่อแม่พี่น้องประชาชนจังหวัดสกลนคร เขต 5 พร้อมทั้งขอให้สำนักข่าวตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องก่อนเผยแพร่

สมชัย เย้ยกกต.เมาหมัด ฟ้องเอาผิดปชช.ปมบาร์โค้ด ชี้อย่าถอนแจ้งความจะได้พิสูจน์ว่าแจ้งเท็จ

สมชัย เย้ยกกต.เมาหมัด ฟ้องเอาผิดปชช.ปมบาร์โค้ด ชี้อย่าถอนแจ้งความจะได้พิสูจน์ว่าแจ้งเท็จ

สมชัย เย้ยกกต.เมาหมัด ฟ้องเอาผิดปชช.ปมบาร์โค้ด ชี้อย่าถอนแจ้งความจะได้พิสูจน์ว่าแจ้งเท็จ

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 21.07 น.

สมชัย เย้ยกกต.เมาหมัดฟ้องเอาผิดปมบาร์โค้ด ชี้อย่าถอนแจ้งความจะได้พิสูจน์ว่าแจ้งเท็จ กลั่นแกล้งปชช. ลั่นฟ้องกลับผิด ม.157 เรียกค่าเสียหายชดใช้ฐานทำให้เสื่อมเสียเกียรติแน่

เมื่อวันที่ 26 ก.พ.2569 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความหลังมีชื่อตกเป็นหนึ่งในผู้ที่ถูกกกต.ดำเนินคดีฐานขัดขวางการเลือกตั้งจากกรณีบัตรเลือกตั้งมี QR code และ barcode โดยระบุว่า โปรดอย่าถอน การแจ้งความ เพราะ 1. เมื่อตำรวจเรียกไปรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว จะได้ทราบว่า กกต. ได้ใช้ตำแหน่งหน้าที่ แจ้งความเท็จ หรือกลั่นแกล้งประชาชนให้ได้รับความเสียหายอย่างไร

2. หากเป็นการแจ้งความเท็จ ผู้ถูกดำเนินคดี จะแจ้งความกลับในคดี อาญา 157 เจ้าพนักงานของรัฐกระทำการโดยมิชอบเพื่อกลั่นแกล้งประชาชนให้ได้รับความเสียหาย

3. เนื่องจากผูัเสียหาย มีความเสียหายที่เกิดขึ้นจากค่าใช้จ่ายในการแก้คดี และค่าเสียหายจากการเสียโอกาสในการประกอบวิชาชีพ และมีการถูกทำให้เสื่อมเกียรติ จึงจะมีการฟ้องดำเนินคดีทางแพ่ง เพื่อให้ กกต. ชดใช้ตามสมควรด้วย และหากแพ้โปรดใช้เงินส่วนตัว อย่าเอาภาษีประชาชนมาจ่าย

4. การขึ้นถึงศาล เป็นโอกาสในการใช้อำนาจศาลในการเรียกพยานหลักฐานทุกอย่างที่ กกต. ไม่เปิดเผยต่อประชาชน อาทิ TOR การพิมพ์บัตร สัญญาจ้าง รายงานการตรวจรับ รายงานการประชุม การเปิดหีบบัตรเพื่อดูพยานหลักฐานต่าง ๆ ที่อาจนำไปสู่การดำเนินคดีอื่น ๆ อีก  เป็นต้น

5. ขอบคุณ กกต. ครับ ที่เมาหมัด

กรมวังผู้ใหญ่ประจำพระองค์ ร่วมสังเกตการณ์ HADR DEMO คอบร้าโกลด์ 2026

กรมวังผู้ใหญ่ประจำพระองค์ ร่วมสังเกตการณ์ HADR DEMO คอบร้าโกลด์ 2026

กรมวังผู้ใหญ่ประจำพระองค์ ร่วมสังเกตการณ์ HADR DEMO คอบร้าโกลด์ 2026

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 21.05 น.

พล.อ.อ.สมคิด กรมวังผู้ใหญ่ประจำพระองค์ ร่วมสังเกตการณ์ HADR DEMO ‘คอบร้าโกลด์ 2026’ ฝึกช่วยเหลือมนุษยธรรม ที่จ.ฉะเชิงเทรา

26 กุมภาพันธ์ 2569 พล.อ.อ.สมคิด สุขบาง กรมวังผู้ใหญ่ประจำพระองค์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ร่วมสังเกตการณ์การฝึกการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และการบรรเทาสาธารณภัย (Humanitarian Assistance and Disaster Relief Demonstration : HADR DEMO) ในการฝึกร่วม/ผสม คอบร้าโกลด์ 2026 โดยมี พล.อ.นพดล ปิ่นทอง รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด ให้การต้อนรับ ณ ศูนย์ฝึกบรรเทาสาธารณภัย หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา

ในโอกาสนี้ พล.อ.อ.สมคิด พร้อมด้วยรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด รับฟังการบรรยายสรุป โดย พ.อ.ภาสกร ยะสะวุฒิ ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกบรรเทาสาธารณภัย จากนั้น คณะฯ เดินทางไปเยี่ยมชมที่พักสุนัขทรงเลี้ยง และสุนัขค้นหากู้ภัย พร้อมเยี่ยมชมการฝึกสาธิตการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และการบรรเทาสาธารณภัย ได้แก่ ทีม Bravo สุนัขทรงเลี้ยง/สุนัขค้นหากู้ภัย ในสถานีอาคารถล่ม การค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนพังถล่มหมู่บ้าน และการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่หมู่บ้านซึ่งถูกตัดขาดจากกระแสน้ำเนื่องจากพายุ เพื่อเสริมสร้างความพร้อมในการตอบสนองต่อวิกฤตการณ์ขนาดใหญ่ในทุกสภาพแวดล้อม

ทภ.2 สรุปสถานการณ์ไฟป่าชายแดนไทย–เขมร พบจุดความร้อน 1 แห่ง ห่างแดนไทย 600 เมตร

ทภ.2 สรุปสถานการณ์ไฟป่าชายแดนไทย–เขมร พบจุดความร้อน 1 แห่ง ห่างแดนไทย 600 เมตร

ทภ.2 สรุปสถานการณ์ไฟป่าชายแดนไทย–เขมร พบจุดความร้อน 1 แห่ง ห่างแดนไทย 600 เมตร

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 20.38 น.

กองทัพภาคที่2 สรุปสถานการณ์ไฟป่า ชายแดนไทย–กัมพูชา พบจุดความร้อน 1 แห่ง ใต้ซำแตฝั่งกัมพูชา ห่างแดนไทย 600 เมตร 

เมื่อวันที่ 26 ก.พ.2569 กองทัพภาค2 ได้ สรุปสถานการณ์ไฟไหม้บริเวณแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ประจำวันพบการเกิดไฟไหม้จำนวน 1 จุด ขณะที่พื้นที่ส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในภาวะปกติ โดยฝ่ายความมั่นคงยังคงวางกำลังควบคุมพื้นที่อย่างใกล้ชิด

จังหวัดอุบลราชธานี 
-พื้นที่ช่องบก สถานการณ์ปกติ 
-พื้นที่ช่องอานม้า สถานการณ์ปกติ

 จังหวัดศรีสะเกษ
-พื้นที่ซำแต – โดนตรวล – ภูผี – สัตตะโสม – พนมประสิทธิโส – ช่องตาเฒ่า ตรวจพบไฟไหม้บริเวณทิศใต้พื้นที่ซำแต ฝั่งประเทศกัมพูชา ห่างจากแนวชายแดนไทยประมาณ 600 เมตร
-พื้นที่ผามออีแดง – ห้วยตามาเรีย : สถานการณ์ปกติ
-พื้นที่ภูมะเขือ – ช่องโดนเอาว์ : สถานการณ์ปกติ
-พื้นที่ช่องทับอู สถานการณ์ปกติ -พื้นที่ช่องกระบาลกระใบ (อำเภอขุนหาญ) สถานการณ์ปกติ
-พื้นที่ช่องสะงำ (อำเภอภูสิงห์) : สถานการณ์ปกติ

จังหวัดสุรินทร์ พื้นที่ช่องจอม – ช่องคลาคะมุม – ช่องเปรอ – ช่องระยี : สถานการณ์ปกติ
-พื้นที่คนา สถานการณ์ปกติ
-พื้นที่ตาควาย สถานการณ์ปกติ
-พื้นที่ช่องกร่าง สถานการณ์ปกติ -พื้นที่ตาเมือนธม สถานการณ์ปกติ

จังหวัดบุรีรัมย์ พื้นที่ช่องสายตะกู สถานการณ์ปกติ

สำหรับทิศทางลม เป็นลมประจำถิ่นพัดจากทิศใต้ในฝั่งประเทศไทย มุ่งหน้าสู่ทิศเหนือ

สำหนับภาพรวมสถานการณ์ แนวชายแดนไทยยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของฝ่ายความมั่นคง โดยมีการวางกำลังในพื้นที่สำคัญ พร้อมปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนและเฝ้าตรวจอย่างต่อเนื่อง ฐานปฏิบัติการต่าง ๆ ได้รับการเสริมความมั่นคงเพื่อความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน

ส่วนสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ในพื้นที่ชายแดน ส่วนใหญ่เกิดจากการเผาเพื่อปรับพื้นที่ใช้ประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นการทำการเกษตร การก่อสร้างที่อยู่อาศัย การล่าสัตว์ และการหาของป่า

ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 2 ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยตลอดแนวชายแดนไทย–กัมพูชาอย่างเข้มงวด

อมิตาพุทธ อนุทิน อุ้มพระบูชาขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า อวยพรสื่อ เฮงๆเฮงๆ (คลิป)

อมิตาพุทธ อนุทิน อุ้มพระบูชาขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า อวยพรสื่อ เฮงๆเฮงๆ (คลิป)

อมิตาพุทธ อนุทิน อุ้มพระบูชาขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า อวยพรสื่อ เฮงๆเฮงๆ (คลิป)

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 20.35 น.

26 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล มีรายงานบรรยากาศความเคลื่อนไหวของ นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ขณะเดินขึ้นปฏิบัติหน้าที่บนตึกไทยคู่ฟ้า โดนวันนี้ นายอนุทินได้อัญเชิญพระบูชาด้วยการอุ้มขึ้นไปยังตึกไทยคู่ฟ้าด้วยตนเอง ท่ามกลางสื่อมวลชนที่เฝ้าสังเกตการณ์

แม้สื่อมวลชนจะพยายามขอสัมภาษณ์ในประเด็นต่างๆ แต่นายอนุทินไม่ได้ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด ทั้งนี้ ก่อนเดินเข้าตึก นายอนุทินได้หันมากล่าวทักทายกับกลุ่มผู้สื่อข่าวสั้นๆ ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า “อมิตาพุทธ เฮงๆ เฮงๆ กันนะทุกคน”

อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวในครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นการเสริมสิริมงคลในการทำงานตามสไตล์ของนายอนุทิน ที่มักจะมีมุมผ่อนคลายและเป็นกันเองกับสื่อมวลชนอยู่เสมอ

4 ชาติร่วมฝึกปฏิบัติการยุทธ์สะเทินน้ำสะเทินบก โชว์แสนยานุภาพ คอบร้าโกลด์ 2026

4 ชาติร่วมฝึกปฏิบัติการยุทธ์สะเทินน้ำสะเทินบก โชว์แสนยานุภาพ คอบร้าโกลด์ 2026

4 ชาติร่วมฝึกปฏิบัติการยุทธ์สะเทินน้ำสะเทินบก โชว์แสนยานุภาพ คอบร้าโกลด์ 2026

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 20.23 น.

ฝึกปฏิบัติการยุทธ์สะเทินน้ำสะเทินบกเข้าสู่พื้นที่ปฏิบัติการ (AMPHIBEX) ทร.-มะกัน-เกาหลีใต้-สิงคโปร์ ฝึกร่วมผสม โชว์แสนยานุภาพ ‘คอบร้าโกลด์ 2026’ ขนเรือรบ-ฮ.โจมตีเต็มพิกัด

เมื่อวันที่ 26 ก.พ.2569 ที่สนามฝึกกองทัพเรือ หมายเลข 15 หาดยาว อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พล.ร.อ.สุชาติ  ธรรมพิทักษ์เวช รองผู้บัญชาการทหารเรือ พร้อมด้วยพล.ต.วิลเลียม เจ. เพรนเดอร์แกสต์ ที่ 4  (MG William J. Prendergast IV) ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 4 กองกำลังรักษาดินแดน รัฐแคลิฟอร์เนีย และคณะผู้บังคับบัญชาจากชาติที่เข้าร่วมการฝึก ประกอบด้วยสหรัฐอเมริกา สาธารณรัฐเกาหลี และสาธารณรัฐสิงคโปร์ ร่วมตรวจเยี่ยมการฝึกปฏิบัติการยุทธ์สะเทินน้ำสะเทินบก ในการฝึกร่วม/ผสม คอบร้าโกลด์ 2026 

การปฏิบัติการยุทธ์สะเทินน้ำสะเทินบก มีภารกิจหลักเพื่อเข้ายึด และสถาปนาพื้นที่บริเวณหัวหาดของฝ่ายตรงข้าม โดยใช้สรรพกำลังทางเรือ และกำลังรบยกพลขึ้นบก สนับสนุนด้วยกำลังทางอากาศ เริ่มจากการระดมยิงหัวหาดด้วยปืนใหญ่เรือ อากาศยานทำการสนับสนุนทางอากาศอย่างใกล้ชิด เพื่อลิดรอนอำนาจการยิงต่อต้านของข้าศึก หลังจากนั้นกำลังรบยกพลขึ้นบกจะเข้ายึดหัวหาด และดำเนินกลยุทธ์รุกเข้าไปในดินแดนฝ่ายตรงข้ามต่อไป พร้อมทั้งสถาปนาหัวหาดให้มีความปลอดภัยต่อกำลังรบ ซึ่งในปีนี้มีกำลังพลเข้าร่วมการฝึกจัดกำลังพลจากกองทัพไทย กองทัพสหรัฐอเมริกา กองทัพสาธารณรัฐเกาหลี และ กองทัพสาธารณรัฐสิงคโปร์ โดยกองทัพสหรัฐอเมริกาได้นำเรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ USS ASHLAND และเฮลิคอปเตอร์โจมตี จากกองทัพบกสหรัฐ พร้อมอาวุธยุทโธปกรณ์ทางทหารต่าง ๆ มาเข้าร่วมการฝึกฯ ร่วมกับกองกำลังฝ่ายไทย โดยกองทัพเรือได้นำเรือหลวงช้าง เรือหลวงวังใน และเรือหลวงทองหลาง พร้อมกำลังรบยกพลขึ้นบก (นาวิกโยธิน) รถสะเทินน้ำสะเทินบก และเฮลิคอปเตอร์ลำเลียง สำหรับกองทัพสาธารณรัฐเกาหลี ได้นำเรือ ROKS No Jeok Bong (LSTII-689) และรถสะเทินน้ำสะเทินบก KAAV สำหรับกองทัพเรือสิงคโปร์ ได้นำเรือยกพลขึ้นบก RSS Endeavour เข้าร่วมในการฝึกฯ ครั้งนี้ด้วย

การฝึกปฏิบัติการยุทธ์สะเทินน้ำสะเทินบกในครั้งนี้ เพื่อเสริมสร้างความพร้อมรบ และพัฒนาขีดความสามารถในการฝึกร่วมให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาศักยภาพป้องกันประเทศ รวมทั้งแสดงแสนยานุภาพทางทหาร ในการปฏิบัติการร่วมกันของกองทัพพันธมิตร เพื่อสร้างความมั่นใจ ให้กองทัพไทยมีความพร้อมรบทุกมิติ รวมทั้งยังเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างมิตรประเทศ และความร่วมมือทางทหารอันเป็นหลักประกันความมั่นคงของชาติตลอดไป และความร่วมมือด้านความมั่นคงในภูมิภาค

หมอวาโย ยื่นฟ้องกกต. เหตุจัดเลือกตั้งไม่เที่ยงธรรม ศาลนัดฟังคำสั่ง รับ-ไม่รับ 24 มี.ค.

หมอวาโย ยื่นฟ้องกกต. เหตุจัดเลือกตั้งไม่เที่ยงธรรม ศาลนัดฟังคำสั่ง รับ-ไม่รับ 24 มี.ค.

หมอวาโย ยื่นฟ้องกกต. เหตุจัดเลือกตั้งไม่เที่ยงธรรม ศาลนัดฟังคำสั่ง รับ-ไม่รับ 24 มี.ค.

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 20.07 น.

“หมอวาโย”รองหน.พรรคปชน.ยื่นฟ้องกกต. เหตุจัดเลือกตั้งไม่เที่ยงธรรม เผยปชช.ก็เป็นผู้เสียหายสามารถเข้ามายื่นฟ้องได้ ศาลนัดฟังคำสั่ง จะรับฟ้องหรือไม่ 24 มีนาคมนี้

26 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถนนเลียบทางรถไฟ ย่านตลิ่งชัน นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) และอดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน.พร้อมด้วย นายนิธิ ละเอียดดี ทนายความ ได้มายื่นฟ้องประธาน กกต.กับพวก รวม 9 ราย ได้แก่ กรรมการ 7 คน เลขาธิการ กกต. 1 คน และ ผอ.สนับสนุนการเลือกตั้ง ฐานละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157

นพ.วาโย กล่าวว่า วันนี้ตนเดินทางเข้ามาเพื่อยื่นฟ้อง กกต.กับพวกฐาน ละเว้นหรือปฏิบัตหน้าที่โดยมิชอบ และความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง มาตรา 69 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ม.96 ประกอบมาตรา 164 โดยศาลโดยนัดฟังคำสั่งชั้นตรวจคำฟ้องว่าจะรับฟ้องหรือไม่ในวันที่ 24 มีนาคม นี้

นพ.วาโย กล่าวอีกว่า ความคาดหวังจากที่มีข้อเท็จจริงเกิดขึ้นจำนวนมาก จากการที่มีคดีตัวอย่างกรณีของ พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ อดีตประธานกกต.เมื่อปี 2549 ก่อนจะมีคำพิพากษาออกมาเมื่อปี 2558 ทางเราได้นำข้อเท็จจริงมาศึกษาโดยละเอียด ก่อนเห็นว่าศาลได้ลงเป็นความผิดฐาน พ.ร.ป.กกต.มาตรา 24 ประกอบมาตรา 42 ในขณะนั้น เทียบกับปัจจุบันคือพ.ร.ป.กกต.มาตรา 69 แม้คำวินิฉัยครั้งนั้นจะตีตก ในความผิด มาตรา 157 แต่ในครั้งนี้ เราได้ยื่นในข้อกฎหมายอื่นร่วมด้วย เพื่อปิดช่องโหว่และต้องการให้ทาง กกต.ได้รับผิดทางอาญา และตนยินดีต่อสู้หากคดีนี้ต้องลากกันไปยาวนานจนถึง 10 ปี

เมื่อถามว่า หากประชาชนที่มีสิทธิ์เลือกตั้ง 50 ล้านคนเห็นว่าได้รับความเสียหาย จะสามารถมาใช้สิทธิ์ยื่นฟ้องได้หรือไม่ นพ.วาโย กล่าวว่า ราษฎรฟ้องคดีอาญาด้วยตนเองไม่ได้ง่ายอยู่แล้ว ยิ่งเป็นคดีอาญาทุจริต ที่เป็นการฟ้องเจ้าพนักงานยิ่งยากขึ้นกว่าเดิม แม้แต่การระบุพยานก็มีกระบวนการที่ต่างจากคดีอาญาทั่วไป แต่ประชาชนที่มีสิทธิ์เลือกตั้งทุกคนถือเป็นผู้เสียหาย มีสิทธิโดยชอบที่จะเข้าฟ้องคดีแบบนี้ต่อ กกต.ได้ เพราะตนในฐานะโจทก์ก็เข้ามาฟ้องในฐานะประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่ได้รับความเสียหาย

เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้เคยมีผู้ยื่นฟ้อง กกต.ต่อทั้งศาลอาญาคดีทุจริต หรือศาลตามภูมิลำเนา มองว่าอาจจะโดนเกี่ยวกับการฟ้องซ้ำหรือไม่ หรือจะต้องรวมสำนวนหรือไม่ นพ.วาโย กล่าวว่า การรวมสำนวนเป็นดุลยพินิจของศาล แต่การฟ้องซ้ำไม่ใช่แน่นอนเพราะผู้เสียหายเป็นคนละคนกัน อย่างในวันนี้ที่ตนเข้ามาฟ้องแล้ววันที่ศาลนัดตรวจคำฟ้องแล้วไม่รับฟ้องก็กลายเป็นยกฟ้องไปโดยปริยาย ตนก็เข้ามาฟ้องคดีใหม่ไม่ได้ แต่ก็ไม่ตัดสิทธิ์ผู้เสียหายคนอื่นที่เป็นประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่จะเข้ามาฟ้องต่อศาลได้อยู่ดี

เมื่อถามว่า พฤติการณ์ของผู้ที่ถูกร้องส่งผลเสียหายต่อตัวพรรค ผู้สมัคร หรือผู้ลงคะแนนยังไงบ้าง นพ.วาโย กล่าวว่า ตนยื่นฟ้องคดีนี้โจทก์ที่ร่วมยื่นฟ้องคือพรรคประชาชน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน ในฐานะประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ซึ่งทุกคนที่เป็นโจทก์ยื่นฟ้องทุกคนล้วนเป็นประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง นั่นหมายความว่าประชาชนทุกคนที่มีสิทธิ์เลือกตั้งก็ ถือว่าเป็นผู้เสียหายตามนิตินัย และ พฤติการณ์ของผู้ถูกร้องส่งผลเสียต่อพรรคการเมืองในเรื่องของเศรษฐกิจเพราะแต่ละพรรคต้องมีค่าใช้จ่ายในการหาเสียงอีกด้วย

เมื่อถามว่า ในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาชนมองกรณีที่ผู้อำนวยการ กกต.กรุงเทพฯ ฟ้องประชาชนที่เรียกร้องให้นับคะแนนใหม่อย่างไรบ้าง นพ.วาโย กล่าวว่า ตนมองว่าอาจจะมีการแก้ฟ้องเพิ่มเติมภายใน 15 วันตามระยะเวลาตามที่ศาลอนุญาต เพราะการที่ฟ้องประชาชนที่เข้ามาพิสูจน์เรื่องนี้แต่กลับไม่ตั้งคณะกรรมการตามอำนาจของตัวเองในการไต่สวนเรื่องดังกล่าว ย่อมแสดงให้เห็นว่ากกต.เลือกปฏิบัติ

เมื่อถามว่า เป็นการฟ้องปิดปากประชาชนหรือไม่ เพราะอ้างว่าถ้าไม่ทำก็อาจจะโดนมาตรา157 นพ.วาโย กล่าวว่า เรื่องนี้ตนมองว่าประหลาดมาก แนวทางของพรรคประชาชนมองว่าเป็นการฟ้องปิดปากอยู่แล้ว ซึ่งตอนนี้ทีมของตนมุ่งมั่นที่จะทำเรื่องนี้ให้สำเร็จให้ได้ ประชาชนที่รู้สึกว่าตนเองเสียหายก็สามารถดำเนินคดีได้ที่ศาลอาญาคดีทุจริตประจำภาค อันนี้ก็เป็นปัญหาที่ทำให้ประชาชนเห็นหน้าที่ขององค์กรอิสระที่ไม่ยึดโยงกับประชาชน ตอนนี้ทางพรรคประชาชนส่วนนายพริษฐ์ ยกร่างเพิ่มเติมแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถ้าสภาเปิดทางพรรคก็จะยื่นทันที

เมื่อถามว่า ได้มีการยื่นขอพยานเพิ่มเติมหรือไม่ นพ.วาโย กล่าวว่า มีพยานหลายท่านทั้งนักกฎหมายที่อยู่หน้าสื่อแทบทุกท่าน หรือ รศ.ดร.วิษณุ เครืองาม เราก็เชิญมาด้วย บริษัทพิมพ์บัตรเลือกตั้งทั้ง 3 บริษัทเราก็เชิญมาทั้งหมด รวมถึงเอกสารทีโออาร์ สัญญาจ้าง รวมถึงรายงานการประชุมของ กกต.ตั้งแต่มีการยุบสภา

– 006

เปิดชื่อว่าที่รัฐมนตรีสีน้ำเงิน จ่อเข้าวินอนุทิน 2 สายตรง ครูใหญ่-บ้านใหญ่-ยกจังหวัด พรึ่บ

เปิดชื่อว่าที่รัฐมนตรีสีน้ำเงิน จ่อเข้าวินอนุทิน 2 สายตรง ครูใหญ่-บ้านใหญ่-ยกจังหวัด พรึ่บ

เปิดชื่อว่าที่รัฐมนตรีสีน้ำเงิน จ่อเข้าวินอนุทิน 2 สายตรง ครูใหญ่-บ้านใหญ่-ยกจังหวัด พรึ่บ

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 20.00 น.

เปิดชื่อว่าที่”รัฐมนตรีสีน้ำเงิน” จ่อเข้าวิน”อนุทิน 2″ สายตรง”ครูใหญ่-บ้านใหญ่-ยกจังหวัด”พรึ่บ ด้าน”ไตรศุลี”จ่อนั่ง”เลขาฯนายกฯ”อีกครั้ง ขยับ”สิริพงศ์”ไปเป็นรมต. จับตา”เนวิน-อนุทิน”คุยคิกออฟตั้งรัฐบาล 8-9 มี.ค.นี้ที่บุรีรัมย์

26 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบุคคลที่คาดว่ามีโอกาสที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี “อนุทิน 2” ในส่วนของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่มี นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี นอกจาก “3 ดรีมทีม” ได้แก่ นายเอกนิติ นิตทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี ควบ รมว.คลัง , นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี ควบ รมว.ต่างประเทศ , นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี ควบ รมว.พาณิชย์ รวมถึงมือกฎหมายอย่าง นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย แล้ว การเลือกตั้งครั้งนี้พรรคภูมิใจไทย ได้ สส.ยกจังหวัดมาถึง 20 จังหวัด คาดว่ารัฐมนตรีส่วนใหญ่จะเป็นคนหน้าเดิมๆ ซึ่งล้วนเป็นกลุ่มบ้านใหญ่ ได้แก่ สายตรง “ครูใหญ่” ที่ได้ สส.ภาคอีสาน ถึง 64 ที่นั่ง อาทิ นายทรงศักดิ์ ทองศรี แกนนำพรรค , นายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ , นายไชยชนก ชิดชอบ สส.บุรีรัมย์ เลขาธิการพรรค , นายปกรณ์ มุ่งเจริญพร แกนนำพรรค , นางสุขสมรวย วันทนียกุล สส.อำนาจเจริญ , นายศุภชัย ใจสมุทร ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ เป็นต้น

สายภาคใต้บ้าน “รัชกิจประการ” ของ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำพรรคดูแลพื้นที่ภาคใต้ ที่ได้ สส.มาถึง 31 คน บ้านใหญ่ “อุทัยธานี” อย่าง น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ , นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ ส่วนบ้านใหญ่ “พระนครศรีอยุธยา” อย่าง นายสุรศักดิ์ พันธุ์เจริญวรกุล รองหัวหน้าพรรค บ้านใหญ่ “อ่างทอง” นายภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง , นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง เป็นต้น รวมถึงยังมีชื่อของ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี ว่าทึ่ สส.บัญชีรายชื่อ , นายนภินทร ศรีสรรพางค์ แกนนำพรรค , น.ส.ศศิธร กิตติธรกุล ว่าที่ สส.บัญขีรายชื่อ

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของบ้านใหญ่ “ศรีสะเกษ” คาดว่า น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ จะไปดำรงตำแหน่งเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ตามเดิม และ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สส.ศรีสะเกษ อาจเข้ามานั่งเก้าอี้รัฐมนตรีแทน

ส่วนกลุ่ม “เลือดใหม่” ที่ย้ายมาจากพรรคชาติไทยพัฒนา คาดว่าจะเป็น นายวราวุธ ศิลปอาชา จ.สุพรรณบุรี รวมถึงบ้านใหญ่ “สะสมทรัพย์” จ.นครปฐม ด้วย ส่วนพรรครวมไทยสร้างชาติ อย่าง “กลุ่มมังกรน้ำเค็ม” ของ นายสุชาติ ชมกลิ่น กลุ่ม นายธนกร วังบุญคงชนะ กลุ่ม “มะขามหวาน” ของ นายสันติ พร้อมพัฒน์ ที่จะให้ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ บุตรชาย นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีแทน และกลุ่มของ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ที่มีประมาณ 9 – 10 คน เป็นต้น

ทั้งนี้ จะเริ่มมีการคิกออฟพูดคุยถึงมติการร่วมรัฐบาลอย่างเป็นทางการ และเก้าอี้รัฐมนตรีของแต่ละพรรค รวมถึงพรรคภูมิใจไทยในการสัมมนา สส.พรรคภูมิใจไทย อย่างเป็นทางการครั้งแรก ระหว่างวันที่ 8 – 9 มี.ค.นี้ ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์